Phantom Seeker : หน่วยจารชน ยอดคนพันธุ์อสูร

ตอนที่ 13 : ผู้ปลุกความแค้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,412
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    14 มิ.ย. 58

ผู้ปลุกความแค้น


หยาดฝนจากฟ้าตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย  เมฆดำก่อตัวเพิ่มขึ้น  ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มไร้สิ้นแสง  ลมพัดรุนแรง  สายฟ้าคำรามเป็นระลอก  อากาศทั้งชื้นแฉะ  ทั้งหนาวเย็น  และดูท่าพายุฝนคราวนี้จะตกไปอีกนาน  ยืดยาวตลอดทั้งวัน

เนออนนอนเหยียดยาวหลบฝนอยู่ในโพรงไม้  มิเรนนั่งกอดเข่าเงียบๆ อยู่ที่มุมหนึ่งอย่างสงบ  นอกจากการรอให้ฝนหยุดตก  พวกเขาก็ไม่พูดอะไรกันอีก

แต่รอแล้ว รอเล่า  คอยนานนับชั่วโมง  ฝนก็ยังไม่ยอมหยุดลงหรือซาเม็ดสักที  เนออนที่นอนนิ่งมานานจึงขยับลุกขึ้นนั่ง  มองนาฬิกาบอกเวลาที่แสดงบนครอสดูโอก็พบว่าเป็นเวลาสิบนาฬิกากว่าๆ แล้ว  จากนั้นจึงปรายตามองไปทางมิเรนครั้งหนึ่ง  และพบว่าอีกฝ่ายนั่งกอดเข่าด้วยอาการประหลาด

ถึงแม้อากาศจะหนาวเย็น  แต่ในความเป็นจริงมันไม่มีผลอะไรกับโอเดอร์  ทว่าตอนนี้มิเรนกับนั่งกอดเข่าด้วยเนื้อตัวที่สั่นสะท้าน  นิ้วมือจิกเข้าหากันแน่น  ปากพึมพำบางอย่างอยู่คนเดียว  มองดูก็รู้ว่าเธอกำลังจิตตกอย่างรุนแรง

“ไม่ผิด...ฉันไม่ผิด  ก็แค่ฆ่าคนเลวให้ตายไป  มันผิดตรงไหนกัน”

ยิ่งพูดก็ยิ่งสั่น  คล้ายต้องการปลอบขวัญตัวเอง

เนออนมองอีกฝ่ายด้วยท่าทีเฉยชา  ถ้าไม่อาจข้ามผ่านความรู้สึกของตัวเองไปได้  อีกฝ่ายก็ไม่มีคุณสมบัติที่จะรอดชีวิตกลับไป

“นายทำได้ยังไง” มิเรนสังเกตเห็นเนออนกำลังมองมาทางตนเองจึงกล่าวถามออกไป “มองดูก็รู้ว่านายฆ่าคน ฆ่าอาชญากรมามากกว่าฉัน  แต่ทำไมนายถึงรับมันได้  นายทนความรู้สึกผิดบาปนี้ได้ยังไง”

“แล้วอะไรที่เรียกว่าความผิดบาป!?” เนออนตอบกลับด้วยคำถาม “ฉันสูญสิ้นศรัทธาในทุกอย่างจึงไม่เหลือสำนึกชั่วดีมานานแล้ว”

มิเรนที่ฟังจบก็ถึงกับอึ้งไป “แล้วนายมีชีวิตอยู่เพื่ออะไร”

“ต่อสู้  เข่นฆ่า  และตายด้วยมือของผู้ที่เหนือกว่า” เนออนตอบโดยไม่รู้สึกสะทกสะท้านใดๆ

“ถ้าการสู้เพื่อตาย..เรียกว่าความปรารถนาและเหตุผล  นายก็คงจะบ้าไปแล้วแน่ๆ” มิเรนรับไม่ได้กับความคิดอันดำมืดของเนออน

“ทุกคนต่างพยายามต่อสู้  มุ่งไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง  ทั้งหมด..เพื่อการมีชีวิต  ต่างอยากเป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์ต้องการไขว่คว้าในสิ่งที่สูงกว่าดีกว่า  ปรารถนาซึ่งอำนาจและความแข็งแกร่ง  บางครั้งต้องทำในสิ่งที่ฝืนใจ  บางครั้งรู้สึกผิดบาปต่อการกระทำของตัวเอง  แต่ความรู้สึกเหล่านี้ยังคงช่วยให้เรารู้สึกว่าตนเองยังมีตัวตน  แม้ร่างจะเป็นโอเดอร์  แต่จิตใจยังคงเป็นมนุษย์”

“ครั้งหนึ่ง..ฉันเคยมีสิ่งเหล่านั้น  แต่ตอนนี้มันไม่จำเป็นอีกแล้ว” เนออนกล่าวหน้านิ่ง

มิเรนมองตรงไปที่เนออนด้วยจิตใจอันสั่นสะท้าน “ทั้งๆ ที่นายแข็งแกร่ง  แต่นายกับสูญเสียจิตใจของมนุษย์  หมดความภาคภูมิใจในฐานะโอเดอร์  แล้วแบบนี้นายจะทดสอบเพื่อเป็นแฟนธ่อมซีกเกอร์ไปเพื่ออะไร”

เมื่อได้เห็นเนออนที่มืดมนกว่าใครก็ทำให้มิเรนที่จิตตกรู้สึกดีขึ้น  อย่างน้อยตัวเธอเองก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่าชีวิต  ความปรารถนา และความหวัง

“มันไร้ค่า..” เนออนกล่าว “สำหรับฉัน..แฟนธ่อมซีกเกอร์ก็คือซากมนุษย์ที่อยู่สู้เพื่อตาย  ไม่ได้ต้องการจะเป็นหรืออยากเป็น  แต่ที่ต้องอยู่ที่นี่..ก็เพราะการถูกบังคับด้วยคำว่าหน้าที่  ไม่ใช่สิ่งที่เลือกด้วยตัวเอง”

“การฆ่าสำหรับนายก็เป็นเพียงหน้าที่” มิเรนถาม

“ใช่” เนออนพยักหน้ารับ

มิเรนจ้องเนออนเขม็งราวกับดูตัวประหลาด “นายมัน ปีศาจ

เนออนไม่อาจเข้าใจความหมายของคำว่า ปีศาจ ที่อีกฝ่ายต้องการสื่อได้เลย  แต่ขณะที่กำลังครุ่นคิดก็พลันพบว่ามีบางอย่างตกลงมาจากฟ้า  และตกกระแทกพื้นในจุดที่อยู่ห่างออกไปจากโพรงไม้ไม่มากนัก

ตึง!!

เสียงทึบหนักดังขึ้นครั้งหนึ่ง  น้ำโคลนที่ขังในแอ่งบนพื้นพลันสาดกระจายโดยรอบ 

เนออนตื่นตัวรีบผลุดลุกขึ้นยืนตั้งท่าพร้อมในฉับพลัน  สายตามองตรงไปยังวัตถุปริศนาที่ตกลงมา  ขณะที่มิเรนสะดุ้งสุดตัวด้วยความตกใจและหันไปดูตามเสียง

สิ่งที่หล่นลงมาจากฟ้าเป็นหีบทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดกว้างหนึ่งเมตร  สูงหนึ่งเมตร  ยาวสามเมตร  ทำจากวัสดุจำพวกโลหะผสมที่คงทนแข็งแรง  ซึมซับแรงกระแทกได้ดี ด้านบนมีฝาปิดที่ปิดแนบสนิท  และมีสลักล็อคใส่ไว้อย่างแน่นหนา

พิจารณาด้วยสายตาก็ไม่อาจรู้ว่าด้านในใส่อะไรเอาไว้  เนออนจึงหรุบตาลงอย่างครุ่นคิด 

แต่มิเรนที่เห็นหีบใหญ่ใบดังกล่าวกับมีอาการตาลุกวาวและดีใจจนออกนอกหน้า  ถึงขนาดกระโดดผึงขึ้นมาจากพื้นในฉับพลัน

“นี่มัน..โชคดีสุดๆ ไปเลยนี่นา”

มิเรนยิ้มหน้าบานและตั้งท่าจะวิ่งเข้าไปหาหีบโลหะใบดังกล่าว  แต่ถูกเนออนที่ไม่เข้าใจสถานการณ์ฉุดรั้งเอาไว้ด้วยสีหน้าเย็นชา

“มันคืออะไร!?” เนออนถามเสียงห้วนๆ

“เอ๊ะ!!..นี่นายไม่รู้” มิเรนทำท่าแปลกใจเล็กน้อย  และอธิบาย

“ในทุกวัน  วันละหนึ่งครั้ง  เวลาเดิม  ทางมิดแลนด์จะจัดส่งหีบมาที่เกาะนี้  โดยสุ่มทิ้งลงตามจุดต่างๆ โดยมีจำนวนหนึ่งร้อยหีบ  สิ่งที่บรรจุอยู่ด้านในมีหลายอย่าง  บ้างก็เป็นอาหารหรือน้ำ  บ้างก็เป็นอาวุธ  เครื่องนุ่งห่ม  หรือยา  จุดประสงค์เพื่อมีไว้สำหรับหล่อเลี้ยงชีวิตพวกเหล่าอาชญากรไงล่ะ”

“ของหล่อเลี้ยงชีวิตของพวกอาชญากร!?” เนออนรู้สึกแปลกใจ “เธอรู้ได้ยังไง!?

“นายไม่ได้อ่านรายละเอียดภารกิจทดสอบที่ได้มาเหรอ” มิเรนถามด้วยความสับสน “มันมีเขียนอยู่ในรายละเอียดภารกิจทดสอบอย่างเด่นชัด”

พอได้ยิน  เนออนก็พลันหรุบตาลงในสภาพครุ่นคิด

ในรายละเอียดภารกิจไม่มีบอกไว้นี่นา เขามั่นใจว่าตนเองอ่านรายละเอียดภารกิจทดสอบครบทุกตัวอักษร ก่อนจะเอะใจในบางอย่าง

หรือว่าโอเดอร์แต่ละคนได้รับรายละเอียดภารกิจทดสอบต่างกัน  มีความละเอียดของข้อมูลมากน้อยต่างกันด้วย

จากนั้นเขาก็มองตรงไปที่หีบขนาดใหญ่ซึ่งวางนิ่งอยู่บนพื้นดินห่างไปไม่ไกล เรื่องสงสัยคงต้องเอาไว้ก่อน  แต่การที่หีบนี่ตกลงมาตรงนี้..มันอาจไม่ใช่โชคดีเพียงอย่างเดียว

เนออนเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าที่ยังคงมีพายุฝนตกกระหน่ำลงมาไม่ขาดด้วยสีหน้าที่ไร้อารมณ์อีกครั้ง

บางทีอาจกลายเป็นโชคร้าย เขาแสยะยิ้มอย่างน่ากลัว

“ต้องย้ายเจ้าหีบนี่ไปที่อื่น” เนออนพูดพลางตรงดิ่งเข้าไปยังหีบโลหะปริศนา  ก่อนจะเปิดสลักออกดูของที่อยู่ด้านใน  โดยมีมิเรนยืนมองอยู่ข้างๆ

“ว้าว!!..เป็นอาหารล่ะ” มิเรนมองของที่อยู่ในหีบด้วยความดีใจ

ของที่ใส่ไว้ในหีบมีแต่อาหาร  และไม่ใช่อาหารแห้งหรืออาหารกระป๋อง  หากแต่เป็นผลไม้สดใหม่หลายหลาก อาทิ กล้วย ฝรั่ง  แอปเปิล มะม่วง  อาหารนานาชนิด เช่น ไก่อบทั้งตัว  แฮมลมควันก้อนใหญ่  ขนมปัง  แยม  ไส้กรอกหอมกรุ่น  ทุกอย่างถูกแพ็คเอาไว้ด้วยพลาสติกใสชั้นหนึ่งอย่างดี

เนออนที่ห่วงพะวงเรื่องอาหาร  แถมทนกินอาหารกระป๋องกันตายแบบขอไปทีไปหมาดๆ ถึงกับมองของในหีบด้วยอาการน้ำลายสอ  แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้

เขาปิดฝาหีบดัง ปึง พร้อมใส่สลักล็อคแน่นหนาดังเดิม  ใช้มือซ้ายจับที่จับตรงกลางหีบอย่างทะมัดทะแมง  ก่อนหันไปจ้องยังมิเรนที่อยู่ข้างๆ

“ลาก่อน” เขากล่าวอำลา

“เอ๋!!.....” มิเรนถึงกับยืนงง

จากนั้นเนออนก็ตั้งท่ากระโดดลอยตัวขึ้นเหนือพื้นดินพร้อมกับหีบใหญ่ในมือ  แต่มิเรนที่กำลังงงและเห็นท่าไม่ดีก็รีบกระโดดเกาะลงบนหีบที่เนออนกำลังจะแย่งไปอย่างว่องไว  และเกาะหนึบราวกับตุ๊กแก

เนออนมองดูอีกฝ่ายที่เกาะติดมาพร้อมหีบด้วยความรำคาญ

ยุ่งยากเสียจริง..เราไม่มีความจำเป็นต้องช่วยยัยนี่เลย

เนออนผู้แสนเย็นชารู้สึกหัวเสียอยู่บ้าง  หากแต่ไม่มีเวลามาล้อเล่นแล้ว  เขาถีบกิ่งไม้ลอยตัวขึ้นไปบนกิ่งไม้ที่อยู่สูงขึ้นไปร่วมร้อยเมตรเหนือพื้นดิน  ยกหีบโลหะวางลงบนกิ่งไม้ใหญ่  ยืนสำรวจมองลงไปเบื้องล่างรอบทิศทางอย่างเยือกเย็น

เป็นอย่างที่คิด..พวกมันมากันแล้ว

อาชญากรโผล่ออกมาจากต่างทิศทางกัน  นับได้ร่วมสองร้อยคน  บ้างมาเป็นกลุ่มใหญ่  กลุ่มน้อย  บ้างฉายเดี่ยว  หรือมาเป็นคู่  แต่ทั้งหมดกำลังตรงมายังจุดที่เคยมีหีบโลหะตกอยู่  นั่นคือทุกคนมีเป้าหมายเดี่ยวกันที่หีบซึ่งตอนนี้อยู่ในมือเนออน

หีบจะถูกจัดส่งลงมาทุกวัน  ในเวลาเดิม  จำนวนร้อยหีบต่ออาชญากรหนึ่งหมื่นสองพันคน  ถึงแม้ฝนจะตก เป็นอุปสรรคในการมองเห็นของอาชญากรที่เป็นมนุษย์ธรรมดา  แต่ถ้าอาชญากรกำลังตั้งตารออยู่แล้วล่ะก็..ย่อมจะเห็นหีบที่สุ่มตกลงมาจากท้องฟ้าได้ไม่ยาก

เนออนเริ่มเหยียดยิ้มน่าสะพรึง เพื่ออยู่รอด  เจอกันต้องฆ่ากัน  แถมยังต้องคอยแย่งชิงหีบที่มีปัจจัยในการดำรงชีพอีก  เกาะนรกนี่มัน..ถึงไหนถึงกันจริงๆ

พอเบนสายตาไปยังหีบโลหะข้างตัวก็พบว่ามิเรนกำลังนั่งอยู่บนหีบ  เธอจ้องมาที่เนออนเขม็งด้วยสายตาจับผิด

“อย่าคิดว่าฉันจะปล่อยให้นายหุบหีบอาหารเอาไว้คนเดียว” กล่าวพลางมองไปยังรอบทิศทางเช่นเดียวกับเนออน  เธอเองก็ทราบดีว่าตอนนี้มีอาชญากรจำนวนร่วมสองร้อยคนกำลังตรงเข้ามา  เพียงแต่พวกอาชญากรยังไม่สังเกตเห็นพวกเขาทั้งสองคนบนต้นไม้ก็เท่านั้น

“รู้ว่าต้องรีบย้ายหีบไปซ่อนก็จริง  แต่นายบ้าหรือเปล่า..ที่รีบร้อนจนทิ้งเป้สนามไว้ในโพรงไม้  อาวุธส่วนใหญ่ของฉันก็อยู่ในนั้น”

มิเรนบ่นออกมาเมื่อพบว่าตนเองเหลือเพียงอาเมอร์ไนซ์และอาร์มเซเบอร์ติดตัวเอาไว้  อาวุธปืนสำหรับโจมตีระยะไกลที่เธอถนัดที่สุด  ดันถูกทิ้งเอาไว้ที่โพรงไม้ทั้งหมด

แน่นอนว่าเนออนย่อมไม่สนใจ “นั่นเธอผิดพลาดเอง..คงช่วยไม่ได้  อีกอย่างหนึ่งคือ..ช่วยหุบปากไป”

น้ำเสียงในตอนท้ายเยือกเย็นเกินคาด  บรรยากาศรอบตัวเนออนพลันเปลี่ยนเป็นน่าสยดสยองยิ่งขึ้น  แม้ไม่มีอะไร  แต่คล้ายเนออนถูกปกคลุมด้วยกลิ่นไอดำทะมึน  มิเรนถึงกับนิ่งอึ้งไปและไม่กล้าเอ่ยอะไร

บรรยากาศที่หนักอึ้งชวนสยองนี่มันคืออะไร  ขนาดเรายังรู้สึกหนาวจนขนลุกชันขึ้นมา

มิเรนพบว่าเนออนหยิบเอาสไตร์เคฟเวอร์ออกมาพร้อมเปิดการทำงาน  เทคโนโลยีโมเลกุลอานุภาคเกิดการแตกตัว  ด้ามจับขยายยาวออกไปสามเมตร  ก่อนคมเคียวแสงสีน้ำเงินเข้มที่มีความคมสูงกว่าอาร์มเซเบอร์จะยืดขยายออกมาจากส่วนปลายร่วมสองเมตร

เนออนหมุนควงเคียวแสงในมืออย่างชำนาญ  คมเคียวบาดอากาศเสียงดังหวือดุจกังหัน  หยุดเคียวโดยให้คมเคียวชี้ลงต่ำ  ด้ามจับแนบไปกับลำตัว  เอนกายไปด้านหลัง  ใบหน้าแหงนขึ้นฟ้า  ดวงตาวาวโรจน์  ริมฝีปากเผยอขึ้นพร้อมส่งเสียงดัง  อา... ออกมา

มิเรนมองดูเนออนด้วยอาการตระหนก จิตใจเจ้านี่..เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย..ถึงจะแข็งแกร่งก็จริง  แต่ก็วิปริตไปแล้วแน่ๆ

จากนั้นแผ่นหลังของเนออนก็คล้ายมีสปริง  ลำตัวที่เอนไปด้านหลังดีดกลับมาด้านหน้าด้วยความแรง  ปลายเท้าแตะถีบกิ่งไม้  ตีลังกาลอยตัวไปข้างหน้า  ตัดผ่านข้ามอากาศจากกิ่งไม้หนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่งด้วยความเร็วเพียงพริบตา  ร่อนลงยังกิ่งไม้ที่อยู่ถัดไปอย่างแผ่วเบา  ทิ้งน้ำหนักตัวให้หล่นลงจากกิ่งไม้

ขณะร่วงหล่นก็ถีบเท้าเข้ากับลำต้นของต้นไม้ส่งตัวทะยานตัดอากาศดุจกระสุนปืนพุ่งผ่านน้ำฝน  มือขวาจรดเคียวแสงในมือ  มือซ้ายตะปบลงบนลำต้นไม้ถัดไป  เหวี่ยงตัวข้ามอากาศไปเป็นระลอก  การเคลื่อนไหวรวดเร็ว  แต่นิ่มนวล  สอดคล้องอย่างเป็นตามธรรมชาติประหนึ่งวานรปีศาจ

มิเรนมองดูการเคลื่อนไหวของเนออนด้วยความอึ้ง “เคลื่อนไหวแบบนั้น  ทำได้ยังไง” เธอยอมรับว่าทำไม่ได้

ขณะที่จุดหมายของเนออนอยู่ที่อาชญากรกลุ่มใหญ่สุดที่มีจำนวนราวสี่สิบคน  เขาพุ่งตัดอากาศร่อนลงไปยังอาชญากรกลุ่มดังกล่าว 

ไม่มีการแอบโจมตีจากทางด้านหลัง  แต่คราวนี้เขาร่อนลงไปขวางตรงหน้าขบวนอาชญากร  ท้าทายต่อความตายด้วยความมุ่งร้ายอันมืดมนดุจพายุทมิฬคลุ้มคลั่ง

“ฆ่าฉันให้ได้..ไม่อย่างนั้นพวกแกจะตายจนหมด”

เดิมทีดิ้นรนเพื่อการมีชีวิต  แต่ตอนนี้ทุกอย่างพังทลาย  มีเพียงการท้าทายต่อความตาย  การหาผู้แข็งแกร่งที่สามารถดับลมหายใจของตัวเองได้  เนออนจึงเหลือเพียงความหฤโหด

“พวกแกแข็งแกร่งหรือเปล่า” กล่าวถามพลางตวัดวาดเคียวแสงในมือออกไป  ร่างท่อนบนของอาชญากรนับสิบคนที่อยู่ในรัศมีทำลายของคมเคียวถึงกับดีดขึ้นด้านบน  เลือดสีแดงฉานสาดกระจายปะปนกับหยาดฝน

อาชญากรยังไม่ทันตั้งตัว  ไม่ทันออกอาวุธ  เนออนก็ตวัดเคียวแสงโดดผ่านชิ้นเนื้อเข้าหาอาชญากรทางด้านหลัง  หมุนวาดฟาดฟันคมเคียวต่อเนื่องสองครั้ง  สี่สิบร่างที่เคยมีชีวิตก็เหลือเพียงซากที่ตายอย่างโง่งม

“พวกแก..กระจอกมาก”

เนออนทะยานขึ้นเหนือพื้นไล่ล่าเข้าหากลุ่มอาชญากรต่อไป  เสียงร้องระงมก่อนตายของอาชญากรดังขึ้นอย่างน่าเวทนา

มิเรนยืนมองดูการลงมือฆ่าของเนออนจากบนกิ่งไม้สูงด้วยความรู้สึกสั่นสะพรึงจนก้าวถอยหลังไปหลายก้าว

เกินไปแล้ว  ฆ่าโดยไม่มีการลังเล  การเคลื่อนไหวจู่โจมเร็วถึงขนาดที่โอเดอร์ด้วยกันอย่างเรามองตามแทบไม่ทัน

เธอรับรู้ได้ถึงสิ่งหนึ่ง เขา..โหดเหี้ยมเกินไป  อันตรายมาก

“เราเองก็มัวเล่นไม่ได้แล้ว” เธอกล่าวออกมาพร้อมกับบรรยากาศรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงไป  นัยน์ตาที่ใสสกาวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานเฉกเช่นเดียวกับนัยน์ตาของปีศาจร้าย

มิเรนเข้าสู่โหมดซิงโคร  เธอยื่นมือซ้ายออกไปด้านหน้าพร้อมกล่าวเบาๆ

“ลูมิน่า อาร์เชอร์”

ราวกับส่งเสียงเรียกหาเพื่อนสนิทด้วยน้ำเสียงอันนุ่มนวล  พลันปรากฏลำแสงทอประกายขึ้นในฝ่ามือซ้าย  จากนั้นก็ยืดยาวออกไปราวสี่ฟุต  เกิดเป็นธนูผนึกใสโปร่งแสงคันงดงามที่ส่องประกายแสงนวลตาประหนึ่งแสงแห่งจันทรายามค่ำคืน

มือขวายกขึ้นมาระดับสายตา “Phases (เฟส) ขึ้นหนึ่งค่ำ  ศรเปรียว”

แสงสว่างก่อตัวอีกครั้ง  แต่คราวนี้เกิดขึ้นบนฝ่ามือขวา  สำแสงยืดยาวขยายออกมา  แปรเปลี่ยนเป็นลูกศรแสงที่มีขนาดเล็กราวเส้นด้าย

มิเรนวางลูกศรลงบนสาย  โก่งคันธนูโดยมีเป้าหมายอยู่ที่อาชญากรคนหนึ่งที่เคลื่อนไหวอยู่บนพื้นเพียงลำพัง

“พอได้เห็นโอเดอร์ที่ฆ่าคนมากมายโดยไม่สะท้านแบบนายนั่น..ก็ทำเอาการฆ่าของตัวเราเองดูปกติไปเลย  แล้วเรายังต้องหวาดกลัวอะไร”

คล้ายได้รับผลกระทบจากความเหี้ยมโหดของเนออน  มิเรนที่เคยจิตตกจากการฆ่าอาชญากร  มายามนี้สามารถทำใจยอมรับกับการฆ่าได้อย่างสนิทใจ

ศรแสงที่เล็กดุจเส้นด้ายถูกยิงออกไป  ศรเปรียวพุ่งแหวกอากาศราวสายอัสนีบาตรฟาดใส่  กระทบลงบนร่างของอาชญากรเป้าหมายอย่างบรรจง  

ประกายศรแตกสลาย  อาชญากรทรุดกายคลุกเข่าลงกับพื้น  คว่ำหน้าดังตึง  ชีวิตแตกดับ  เนื้อตัวไร้ซึ่งบาดแผล  ราวกับหลับไปอย่างสุขสบาย

จากนั้นมิเรนก็เรียกศรแสงขึ้นมาใหม่  ขึ้นสาย  และเล็งยิงจัดการเป้าหมายต่อไป  ยิ่งฆ่าก็ยิ่งเกิดความเคยชิน  ความรู้สึกผิดเริ่มเปลี่ยนเป็นด้านชา

เนออนจัดการอาชญากรที่ชอบมาเป็นกลุ่มก้อนอย่างไม่เกรงกลัว  ท้าทายซึ่งความตาย  พวกที่ถูกเขาจัดการจะกระจายกลายเป็นซากเนื้อสับ  ขณะที่มิเรนเล็งยิงสังหารอาชญากรที่ชอบลุยเดียวหรือมาเป็นคู่  การลงมือฆ่าประหนึ่งขับกล่อมให้อีกฝ่ายหลับใหล

คนหนึ่งมุ่งเผชิญหน้า  ส่วนอีกคนซุ่มสังหาร  ไม่นานการเคลื่อนไหวของอาชญากรทั้งหมดที่มุ่งหน้าเข้ามาค้นหาหีบโลหะก็สงบลง  ในรัศมีห้าร้อยเมตรกลาดเกลื่อนไปด้วยซากศพคนตาย  พื้นดินที่อาบเลือดและฝนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉาน  อาชญากรร่วมสองร้อยคนถูกฆ่าตายจนไม่เหลืออยู่เลย

เนออนที่เสร็จกิจจากการท้าทายความตายก็เคลื่อนไหวกลับไปยังจุดเดิม  เขาโดดไปตามกิ่งไม้จากต้นหนึ่งสู่อีกต้นหนึ่งได้ง่ายราวกับเดินอยู่บนพื้นดิน  เพียงครู่หนึ่งก็ไปถึงยังกิ่งไม้ที่มีหีบโลหะวางอยู่

ทว่าเมื่อไปถึงเขาก็พบว่ามิเรนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หีบโลหะมีท่าทางเปลี่ยนไปแล้ว  ดวงตาของเธอมีสีแดงฉานเพราะโหมดซิงโคร  บรรยากาศรอบตัวดูแข็งแกร่งขึ้น  ในมือถือธนูคันงาม 

เนออนไม่รู้ว่ามิเรนเล็งสังหารอาชญากรไปเท่าไหร่  แต่มันคงมากพอที่จะทำให้ใจอีกฝ่ายตายด้าน  แววตาที่เคยรู้สึกผิดบาปของเธอเปลี่ยนเป็นแววตาที่เย็นชาต่อการฆ่าและความตาย  แววตาของเพชฌฆาต

คนที่เคยจิตใจดีคนหนึ่ง  บัดนี้ได้เลวทรามตามหลังเขามาแล้ว  เนออนรู้สึกว่ามันช่างงดงามราวกับผลงานศิลปะก็ไม่ปาน

“ดูเหมือนเธอจะมีประโยชน์เหมือนกันนี่นา  แถมแววตาก็งดงาม  เติบโตได้บ้าบิ่นจริงๆ”

“คงจะคล้ายกับนาย  เพียงแต่ยังไม่เลวร้ายมากพอ” มิเรนกล่าวย้อน  และโดดขึ้นไปยืนเหยียบอยู่บนหีบโลหะที่ภายในมีอาหารใส่อยู่เต็มเปี่ยมเอาไว้  

ประกายตาของเธอสื่อออกมาอย่างชัดเจน  ว่าถ้าเนออนยังคิดหุบเอาไว้คนเดียวอีก  เธอจะไม่ยอม  และคงจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่เนออนจะชิงเอาไป

ฝ่ายเนออนที่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการสื่อออกมาก็พลันแสยะยิ้มเย็น  และเอ่ยถาม

“เธอมั่นใจว่าจะชนะ  และสามารถฆ่าฉันคนนี้ได้”

หากเธอตอบว่าได้  คงได้สู้กัน  เนออนคงรู้สึกสมใจที่จะได้แพ้พ่ายและตายโดยไม่ติดค้าง  ทว่าอีกฝ่ายดันรู้ทันความต้องการของเขา

“ฉันเอาชนะนายไม่ได้” มิเรนส่ายหน้า “แต่ถ้าสู้กัน  ฉันจะทำให้นายเสียเวลา  ลำบาก  แถมยังต้องบาดเจ็บ”

“หึ..” เนออนรู้สึกขัดใจ “แบบนั้น..สู้กันไปก็ไม่เกิดประโยชน์”

เนออนเอ่ยปากถามมิเรน “เธอต้องการอะไร”

มิเรนยิ้มราวกับได้ชัยชนะ “ความร่วมมือ”

“อยู่ที่นี่มีเพียงภารกิจทดสอบ  กับหน้าที่เพื่อเข่นฆ่า  ฉันไม่สุมหัวหรือรับคำสั่งจากใคร” เนออนตอบ

“ถ้าอย่างนั้น  นายก็ส่วนนาย  ฉันก็ส่วนฉัน แต่อาหารในหีบจำเป็นจะต้องแบ่งกัน” มิเรนกล่าว

“ถ้าแค่นั้นก็ได้อยู่” เนออนตอบรับ

ในที่สุด  ทั้งคู่ก็สามารถตกลงกันได้  พวกเขาเปิดหีบโลหะและนำอาหารออกมาแบ่งกันทานอย่างสงบ  มิเรนเก็บไว้ส่วนหนึ่ง  ขณะที่เนออนทานส่วนของตัวเองจนหมดเกลี้ยงในครั้งเดียว 

จากนั้นพวกเขาก็ย้อนกลับไปยังโพรงไม้เพื่อเก็บเป้สนามรวมถึงอาวุธที่วางทิ้งไว้  ก่อนจะออกเดินลุยฝนผ่านป่าทึบมุ่งหน้าสู่ทิศตะวันออก  การเดินทางเป็นไปอย่างช้าๆ เพราะต้องคอยสังเกตและระวังตัวตลอดเวลา

แน่นอนว่าเนออนย่อมรู้สึกรำคาญที่ใครบางคนไม่ยอมแยกตัวออกไป  และจนถึงบัดนี้ยังคงเดินตามเขามา

“เดินตามมาทำไม  อาหารในหีบก็แบ่งไปแล้ว  ยังจะเอาอะไรอีก” เนออนหันไปถามมิเรน

แต่คำตอบที่ได้ทำเอาเขาแทบคลั่งใจตาย

“นายส่วนนาย  ฉันส่วนฉัน  ฉันเดินตามนายก็เรื่องของฉัน  นายมายุ่งอะไร” มิเรนตอบด้วยความมั่นใจ

“ชิ..” เนออนที่เย็นชาถึงกับขบฟันเดือดดาล แต่ยังคงเดินทางต่อไป

เดินอยู่นานก็ไม่พบอาชญากรแม้แต่เงา  ฝนก็ยังคงตกลงมาเรื่อยๆ  กว่าฝนจะหยุดตก  เวลาก็ล่วงเลยมาถึงช่วงค่ำ  และเป็นเวลาที่เนออนได้เดินทางออกมาพ้นเขตป่าทึบพอดี

ตรงหน้าคือทุ่งหญ้าโปร่งโล่งอันกว้างสุดลูกหูลูกตา

แน่นอนว่าเนออนยังไม่คิดเสี่ยงเข้าไป  เขาจึงหยุดพักที่บริเวณชายป่า 

มิเรนที่ตามเนออนมาก็หยุดพักลงพร้อมกัน 

แต่เพราะฝนเพิ่งหยุดตก  พื้นดินก็ชื้นแฉะ  ทั้งคู่จึงต้องผ่านค่ำคืนแรกของภารกิจทดสอบโอเดอร์ด้วยความลำบาก

 

 

มิดแลนด์  ฐานทัพใหญ่ขององค์กรวาลอร์

แผนกการแพทย์  ในห้องผู้ป่วยพักฟื้นซึ่งเป็นห้องเดี่ยว  ป้ายหน้าห้องติดชื่อผู้ป่วย ไอแซค  โทเมโท

ด้านในห้องอยู่ในความสงบเงียบ  ดับไฟจนมืดสลัว  ร่างของดีลิปเปอร์ครูฝึกที่ถูกเนออนเล่นงานเมื่อไม่กี่วันก่อนกำลังนอนหลับอยู่บนเตียงคนไข้  จังหวะหายใจสม่ำเสมอ  บ่งบอกว่าหลับสนิทอย่างมีความสุข

ทว่าภายใต้ความสุขและความสงบเงียบพลันมีบางอย่างที่แปลกพิสดารบังเกิดขึ้น  พื้นคอนกรีตปูกระเบื้องในบริเวณใกล้เตียงคนไข้ปรากฏศีรษะของใครบางคนผุดโผล่ออกมาราวกับภูติพราย

เมื่อสอดส่ายสายตาไปรอบห้องแล้วพบว่าสงบดี  คนที่ดูคล้ายภูตผีก็เริ่มขยับตัวโผล่ออกมาจากพื้นคอนกรีตมากขึ้น  ผุดจากพื้นราวกับชำแรกพื้นน้ำ 

ใบหน้าของภูตผีดังกล่าวซ่อนอยู่ในมุมมืด  แต่เมื่อลำตัวโผล่พ้นพื้นขึ้นมาก็พบว่าเป็นชายสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดกราวเหมือนกับพวกนักวิทยาศาสตร์  แววตาของเขาจับจ้องไปที่ร่างของไอแซคที่หลับสนิทอยู่บนเตียง  ก่อนจะฉีกยิ้ม  มือซ้ายล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อ  และดึงหลอดทดลองขนาดสั้นที่มีจุกไม้ปิดสนิทเอาไว้อย่างดีออกมา

บนหลอดทดลองมีตัวหนังสือเขียนติดสติ๊กเกอร์เอาไว้ว่า ‘Sins Seed(เมล็ดพันธุ์แห่งบาป)  ด้านในบรรจุผลึกสีนิลขนาดและลักษณะเท่ากับเมล็ดข้าวเอาไว้หนึ่งอัน

ชายในชุดกราวยกมันขึ้นมาดูอย่างระวัง  จากนั้นก็ถอดจุกที่สวมไว้ออกอย่างเบามือ

“อา..ถ้าดีลิปเปอร์กลายเป็นไนท์แมร์จะมีความแข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ” เขากล่าวออกมาอย่างใคร่รู้และน่าสะพรึงกลัวในเวลาเดียวกัน

“มันช่างน่าสนใจจริงๆ”

จากนั้นเขาก็เลื่อนหลอดทดลองไปตรงศีรษะของไอแซคที่กำลังหลับอย่างเป็นสุข  ยกเทผนึกสีนิลขนาดเท่าเมล็ดข้าวให้ไหลลงไปจากหลอดทดลอง  และตกลงบนหน้าผากของไอแซค

ผลึกสีนิลที่พ้นหลอดทดลองดูคล้ายมีชีวิต  มันดิ้นพล่านอยู่บนหน้าผากของไอแซคราวกับตัวหนอน  ครู่หนึ่งก็ชำแรกผ่านศีรษะลงไปอย่างง่ายดาย

ฉับพลันใบหน้าที่หลับอย่างเป็นสุขก็เปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว  ไอแซคลืมตาโพลงขึ้นมาด้วยอาการทรมาน  ปากอ้าค้างเหมือนหายใจไม่ออก  ยกมือสองข้างบีบที่ขมับคล้ายเจ็บปวด  ดิ้นพล่านไปมาบนเตียงคนไข้

“มันเริ่มขึ้นแล้ว” ชายในชุดกราวยืนดูอย่างใจเย็น  ก่อนวาดมือแตะลงบนร่างของไอแซคที่กำลังดิ้นพล่านรวมถึงเตียงคนไข้ที่เป้าหมายนอนอยู่

จากนั้นทั้งร่างของไอแซคและเตียงคนไข้ที่ถูกชายในชุดกราวเอามือแตะใส่ก็ค่อยๆ จมลงบนพื้นคอนกรีตราวกับจมลงบนผิวน้ำ

ขณะเดียวกันร่างของไอแซคที่ดิ้นพล่านมาตลอดก็ค่อยๆ สงบลง  ตาขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีดำ  นัยน์ตาดำสาดประกายแสงสีแดงฉานเรืองรองในความมืด

พริบตาที่เตียงและร่างของไอแซคได้จมลงไปบนพื้นคอนกรีต  เสียงแห่งความเกลียดชังก็ได้ดังสะท้อนออกมาจากห้วงลึกแห่งความมืด

“ความแค้น..” ความโกรธเกรี้ยวของปีศาจร้าย “เนออน  ราฟิลเซฟฟ์”

ชายในชุดกราวยิ้มอย่างพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้รับ  ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างน่ากลัว

“ฮ่าๆๆ  ความแค้น..ไม่ว่านานเท่าใด  ความแค้นก็ยังเป็นสิ่งที่ทรงพลัง” จากนั้นเขาก็กล่าวออกมาคนเดียว  

“แกจะได้แก้แค้น”

เมื่อกล่าวจบ  ร่างของเขาก็จมลงบนพื้นหายไปอย่างไร้ร่องลอย  เหลือไว้เพียงห้องคนไข้อันว่างเปล่า  และเงียบสงัดวังเวง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

3,235 ความคิดเห็น

  1. #2847 Alenna (@All_Dream) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 23:53
    เหอๆ ทำไมนึกถึงเรื่องเซเลอร์มูนเฉยเลย
    #2847
    0
  2. #2845 =_=!!!KwAnZ@ (@kwan506) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 15:48
    มันส์โคตรรร รอไรมาอัพอยู่นะ
    #2845
    0
  3. #2844 Akiyama H. (@chom31196) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2558 / 07:33
    มันมาแล้ว น่าหนุกคับ รอดูการแก้แค้น
    #2844
    0
  4. #2843 โดดั่นดัก (@give_noiiz) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 20:19
    มันส์มากค้าา
    #2843
    0
  5. #2841 iew (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 12:37
    เนออน แม้งดาร์กจัง แต่โหด ซาดิสดี มิเรนนี่ใช่นางเอกรึเปล่า

    #2841
    0
  6. #2840 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 07:31
    จะกลายเป็นตัวอะไร
    #2840
    0
  7. #2839 zen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 07:09
    สนุกมากๆขอบคุณครับ
    #2839
    0
  8. #2838 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 06:21
    สนุกมากๆๆๆค่ะ ^^
    #2838
    0
  9. #2837 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 03:50
    เว่อชั่นก่อนเดินเรื่องตัวร้ายไวไปหน่อย 5555+
    ภาคนี้ จะมาแบบไหนนะหักหลังกันไปมาอีกหรือเปล่า อยากให้พระเอกมีสาวๆในตี้จริงๆ
    #2837
    0
  10. #2836 adtoon (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 00:35
    เปลี่ยนไปเยอะ จากภาคก่อน ขอบคุนครับ
    #2836
    0
  11. #2835 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2558 / 00:04
    สนุกมากครับ มาลงให้อ่านอีกเร็วนะครับรออยู่
    #2835
    0
  12. #2834 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:46
    เอาจริงๆมันก็ชอบแบบเก่ามากกว่าอะ ฮือๆ
    หนุกหนานๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #2834
    0
  13. #2833 นักอ่าน (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 23:03
    สนุกครับ เมื่อไรจะมีทะเลเลือดครับนิ
    #2833
    0
  14. #2832 จตุรัสมายา (@raroka) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 22:54
    เยี่ยมไปเรย อ่านได้อัตถรสมากขอบคุณครับ
    #2832
    0
  15. #2831 A Road To Hell (@aroadtohell) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 22:47
    Dark dark dark dark dark ดาร์กทั้งเรื่อง แต่ก็สะใจดี
    #2831
    0
  16. #2828 เงาบนผิวน้ำ (@1turkkub1) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 21:52
    เพิ่งผ่านวันแรก*0*
    #2828
    0
  17. #2827 Zodass (@joddy) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2558 / 21:27
    สนุกมากครับ
    #2827
    0
  18. #174 callean (@lovelove-fiction) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 18:29

    กรี๊ดๆๆๆ

    เพื่อนภาษาอะไรฟระ

    "บางทีเธออาจโดนข่มขื่นไปแล้วก็เป็นได้"

    พูดออกมาได้นะบ้าเอ๊ยยย

    มันน่าจะโดนซัดอีกซักที่สองที

    เกลียดมันโว๊ยยยยย


    (ขอให้โดนอสูรขย้ำตายๆไปซะ)

    #174
    0
  19. #173 FinaloP (@kitdacloud) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 17:19
    อัพ ไวๆ
    ได้ไหม ชักติดลมละ
    #173
    0
  20. #172 นายจืดจาง (@silverwolf19) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 17:07
    สุดยอดมากครับ มันได้ใจเลย  เดี่ยวโปรโมท นิยายให่นะครับ
    #172
    0
  21. วันที่ 29 เมษายน 2554 / 14:19
    สนุกดีครับ ชอบมากเวลาพระเอกตบพวกเกรียน จัดมาเยอะๆเลยครับ ขอติดตามเรื่องนี้ด้วยคน

    #171
    0
  22. #169 RedBaRon (@defiance) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 12:45
    สุโค่ย มันเกินๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สะใจได้อีกเรื่องนี้
    #169
    0
  23. #168 shadow_strom (@shadowring) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 12:30
    สุดยอดมาก พระเอกเก่งเทพ
    #168
    0
  24. #167 Lucky Cat (@soarmlo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 12:12
    สนุกมากๆครับ มาต่อไวๆนะครับ
    #167
    0
  25. #166 RoZenKrueZ (@lulouch) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 12:12
    เหอ.. นับมันเป็นพวกด้วยเหรอ
    เป็นผมนับเป็นแค่สวะพอๆกับพวกนักโทษ
    ถ้ากล้าตบหน้าผม ไม่ต้องมาร้องขอชีวิตทีหลังก็แล้วกัน เหอะ... ดีแต่ปาก มารยาททราม
    #166
    0
  26. #164 Lost Wings (@flashplus) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 10:46
    น่าจะฟัน มันสักแผล เปรี้ยว ดี นัก
    #164
    0
  27. #163 ๏uoullnJoe่าJllsJ๏ (@kanchana36) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 09:35
    มันมากรีบมาต่อไวๆนะคับ
    #163
    0
  28. #161 nutjanglae (@nutjanglae9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 08:34
    โดนใจมากครับเรื่องนี้
    #161
    0
  29. #160 keekiekung (@keekiekung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 06:36
    สนุกมากครับ
    #160
    0
  30. วันที่ 29 เมษายน 2554 / 06:32
    สนุกมาก
    #159
    0
  31. #158 twinevil (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 06:30
    หนุกทั้ง 2 เรื่องเลยอ่ะ มันจะเทพเกินไปแล้ว พรุ่งนี้ขอตอนยาวๆหน่อยนะครับ
    #158
    0
  32. #156 พัดลมเย็น (@psirirak) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 05:49
    ซูดยอด ยอด ... ครับ 555
    #156
    0
  33. #155 P!GUSSOz (@mal2tini) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 05:46
    พรุ่งนี้อีก2ตอนนะครับสู้ๆไรเตอร์ 5555

    #155
    0
  34. #154 ryu27 (@ngpalm27) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 เมษายน 2554 / 05:20
    สุดยอดมากเลยคับ
    #154
    0