Phantom Seeker : หน่วยจารชน ยอดคนพันธุ์อสูร

ตอนที่ 1 : วันที่ความเป็นมนุษย์จบสิ้นลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    21 ก.พ. 58

วันที่ความเป็นมนุษย์จบสิ้นลง

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความกลัว

สิ่งที่ไม่รู้จัก  สิ่งที่ไม่น่าจะมีอยู่จริง

สิ่งที่ไม่น่าจะใช่ความจริง

บางครั้ง..เราอาจคิดว่ากำลังหลับฝันไป

แต่สุดท้าย..สิ่งที่อยู่ต่อหน้าก็ยังคงบ่งบอกว่ามันคือความเป็นจริง

และยามที่ความตายกล้ำกราย สัญชาติญาณของมนุษย์จะสั่งให้หนีห่างจากมัน

ในวันนั้น..เป็นวันที่คนอย่างผมทำได้แค่เพียงวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตเท่านั้น

 

“แฮก แฮก แฮก”

บุรุษหนุ่มวิ่งฝ่าความมืดยามราตรีพร้อมกับส่งเสียงหอบหายใจหนักๆ ด้วยท่าทางเหนื่อยอ่อน รอบกายของเขารายล้อมด้วยสิ่งปลูกสร้างที่ร้างไร้ผู้คนและถนนผุพังที่ปล่อยไว้โดยมิได้รับการพัฒนา  สภาพของเขาดูเหนื่อยล้าจนแทบจะสิ้นใจ  แต่เขาก็ยังคงวิ่ง  แม้จะดูอ่อนแรงมากเต็มทน 

ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้  เขายังมีชีวิตปกติสุขตามวิถีทางของมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งพึงเป็น  ทว่ายามนี้เขากลับต้องหนีเอาชีวิตรอดจากสิ่งมีชีวิตแสนวิปริตที่เขาเองไม่อาจเข้าใจ

อสูรกาย?  ปีศาจ?  สัตว์ประหลาดกลายพันธุ์? 

เขาไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่  แต่สิ่งที่จริงแท้คือมันเป็นตัวแทนของความน่าสะพรึงกลัว  สัมผัสแห่งความตาย  และสายลมมรณะอันเยือกเย็นที่ไล่จี้อยู่ไม่ห่างทางด้านหลัง

ถ้าหยุดลง..เขาต้องตายแน่นอน...ฉะนั้นเขาจึงวิ่ง  แม้เหน็ดเหนื่อยก็ยังคงวิ่ง  ทุกย่างก้าวเพื่อการมีชีวิตรอด

ร่างที่ผอมบางรีดเร้นพลังแฝงเพื่อการหนี  หยาดเหงื่อไหลชุ่มโทรมกาย  ตัวเนื้อสั่นเทา ลมหายใจขาดช่วง  สองขาปวดร้าวและรู้สึกหนักราวกับสวมใส่รองเท้าตะกั่ว  แต่เขาก็ต้องวิ่ง..วิ่ง..และวิ่ง

บุรุษหนุ่มหนีจนหลงลืมไปเสียสนิทว่าตนเองกำลังหอบหิ้วกระเป๋าสีเงินใบหนึ่งไว้ในมือ  วัตถุทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ารูปร่างคล้ายกล่องเหล็กที่หนักแสนหนัก  หากแต่ความกลัวตายทำให้เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะโยนมันทิ้งเสียด้วยซ้ำ

“มอ!!...

เสียงร้องของสัตว์ประหลาด  อสูรกาย  ปีศาจ  หรืออะไรก็แล้วแต่ร้องคำรามข่มขู่ประชิดมากขึ้น

มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เคยมีรูปร่างเป็นมนุษย์  แต่ยามนี้กลับมีร่างเป็นสัตว์ประหลาดครึ่งคนครึ่งวัวสูงกว่าสามเมตร  ตัวเนื้อดำขลับบึกบึน  นัยน์ตาแดงฉาน  ในปากเรียงรายไปด้วยซี่ฟันที่แหลมคมเหมือนฉลาม มีกรงเล็บคมกริบดุจใบมีดที่พร้อมจะฉีกกระชากเหยื่อให้แหลกเละในพริบตา  และมันกำลังวิ่งไล่ล่าเหยื่อหรือก็คือตัวเขาอย่างกระหาย

ความฝัน  ความฝัน  นี่มันต้องเป็นความฝันแน่ๆ  หากเป็นความฝันจริงก็ตื่นสักทีเถอะ ตอนนี้เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว

ชายหนุ่มพยายามปลุกปลอบใจตนเองโดยคิดว่าสิ่งที่กำลังไล่ล่าเขาอยู่เบื้องหลังคือความฝัน หรือภาพมายาที่เขาจินตนาการไปเอง  แต่ไม่ว่าเขาจะหลับตาและมองดูสักกี่ครั้ง  ภาพที่เห็นก็ยังคงเป็นเช่นเดิม  อสูรกายร่างมหึมาดังเดิม  

ความเหนื่อย  รวมถึงหยาดเหงื่อที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวได้บ่งบอกกับเขาว่า สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นความจริง  ไม่ใช่ภาพมายาที่เขาฟุ้งซ่านไปเอง

 

เรื่องราวทุกอย่างล้วนแล้วแต่มีจุดเริ่มต้น  จุดเริ่มต้นเพื่อไปสู่สิ่งใหม่

จากวันธรรมดาในเมืองใหญ่อันศิวิไลซ์ที่จะเปลี่ยนชีวิตของผมไปตลอดกาล


 

                30 กรกฎาคม ค.ศ.3513

                พาลาติโก รัฐอเมลดาร์

                เมืองแสนศิวิไลซ์ที่ครบครันด้วยเหล่าเทคโนโลยีทันสมัย  ความหลากหลายของสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ก่อให้เกิดภาพที่รถยนต์ไม่มีล้อกำลังวิ่งขวักไขว่ไปมาตามท้องถนน  ยานพาหนะที่โผบินไปในอากาศได้อย่างเสรี  รวมถึงอุปกรณ์ทันสมัยต่างๆ ที่ใช้ในการอำนวยความสะดวกสบายของมนุษย์ทุกรูปแบบเท่าที่จะมีได้  เป็นเมืองน่าอยู่ที่มีทุกอย่างพร้อมสรรพ  แต่กระนั้นผู้คนก็ยังดำรงตนแบ่งเป็นชนชั้นตามฐานะ

คนมีเงินซื้อหาเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย  ส่วนคนไม่มีเงินก็ลดทอนเทคโนโลยีและใช้ชีวิตอย่างสมถะ  สภาพในเมืองจึงปะปนไปด้วยผู้คนหลายแบบหลากวิธีดำเนินชีวิต

ในยามเช้าตรู่  ปรากฏชายหนุ่มวัยสิบแปดปีกำลังขับขี่จักรยานคันโปรดไปตามริมถนนเรียบชานเมืองด้วยอารมณ์แจ่มใส

เขาเป็นหนุ่มหน้าตาดี  มีเส้นผมดำขลับหยักศกรับกับนัยน์ตาสีดำสนิททรงเสน่ห์  ผิวของเขาขาวเนียนเป็นธรรมชาติ  สูงราว  175  ซม.   รูปร่างผอมบางเล็กน้อย  เครื่องแต่งกายเป็นชุดนักเรียนมัธยมปลายซึ่งประกอบด้วยเสื้อแขนยาวสีขาว  กางเกงขายาวสีดำ  และรองเท้าหนังที่ขัดจนเงาวาว  บริเวณคอมีผ้าพันคอสีแดงพันเอาไว้แบบหลวมๆ เพื่อให้ความอบอุ่นและป้องกันความหนาวเย็นจากอากาศยามเช้าที่หมอกลงจัด

ตอนนี้เขากำลังปั่นจักรยานเพื่อมุ่งหน้าไปโรงเรียนด้วยสีหน้าที่ดูสดชื่นเหมาะสำหรับเช้าวันใหม่  แต่ในใจก็แอบหวั่นหวาดและภาวนาขอให้เช้านี้เป็นเช้าที่ดี  รวมถึงขอให้เดินทางได้อย่างราบรื่นปลอดภัย

ถ้าวันนี้ถึงโรงเรียนได้อย่างปลอดภัยก็ดีสินะ

ถึงกระนั้น แค่คำภาวนามิอาจช่วยบุรุษสุดซวยจากเรื่องโชคร้ายได้

เฮ้!  ไอ้หนุ่ม..เอ็งระวังตรงนั้นด้วย  ฝาท่อระบายน้ำถูกเปิดเอาไว้  ชายสูงอายุที่อยู่ถัดไปอีกฝากของถนนตะโกนเตือนให้ชายหนุ่มผู้ขับขี่จักรยานรู้ตัวด้วยความหวังดี 

แต่น่าเสียดายที่เสียงเตือนมาช้าเกินการณ์  เนื่องด้วยทัศนวิสัยยามเช้ามีหมอกหนา การมองเห็นทางข้างหน้าจึงไม่ชัดนัก  ประกอบกับความเคยชินในการขับขี่จึงขาดการระวังรอบคอบ  ทำให้รถจักรยานที่ชายหนุ่มขับมาทิ่มล้อหน้าลงไปในท่อระบายน้ำอย่างจัง  รถจักรยานตีลังกาพลิกคว่ำ  แรงกระแทกส่งร่างชายหนุ่มให้ลอยไปด้านหน้าอย่างไร้การควบคุม

โครม  เพล้ง

ร่างของเขาตกลงกระแทกพื้นจนต้องส่งเสียงโอดครวญ  ระหว่างนั้นก็ลื่นไถลเขาสู่ตรอกใกล้ๆ และชนเข้ากับอะไรบางอย่างจนแตกเสียหาย  จากนั้นเขาก็พยายามลุกขึ้นพลางเอามือกดที่แผ่นหลังและก้นกบด้วยท่าทางเจ็บปวด 

“อูย..” เขาร้องด้วยท่าทางเจ็บปวด

แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็ต้องเผชิญกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน  ปรากฏว่ามีสายตาอันดุดันชวนหาเรื่องทั้งสิ้นสี่คู่จับจ้องมาที่เขาในเวลาเดียวกัน  นักเลงเจ้าถิ่นรูปร่างสูงใหญ่สี่คนซึ่งมีหน้าตาป่าเถื่อน ยืนล้อมเขาไว้ทั้งสี่ทาง

เขาพยายามทำความเข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยกวาดสายตามองดูรอบบริเวณครู่หนึ่ง  ดูเหมือนสิ่งที่เขาไถลไปชนจนแตกเมื่อสักครู่จะเป็นขวดสุรา และมันยังเป็นขวดสุราของนักเลงเจ้าถิ่นที่เมาข้ามคืนและแอบมาตั้งวงอยู่ในตรอกว่างๆ ข้างทางเท้า

ตามปกติมันเป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะกระเด็นจากถนนผ่านทางเท้าเข้าไปถึงในตรอกหรือซอย  เว้นแต่คนผู้นั้นจะซวยมากจริงๆ ซึ่งความซวยนี้ก็มาตกอยู่กับชายหนุ่มนักเรียนมัธยมปลายเข้าพอดี

หนึ่งในนักเลงตรงปรี่เข้ามากอดคอชายหนุ่มเอาไว้คล้ายการกอดคอเพื่อทักทายสหายสนิทที่รู้จักกันมานาน  แต่ในความเป็นจริงคือการทำเพื่อกดดันและจับชายหนุ่มไว้เพื่อไม่ให้มีโอกาสหนี

นี่ไอ้น้อง  รีบจ่ายค่าเสียหายมาดีกว่านะ ไม่อย่างนั้นไม่จบเรื่องง่ายๆ แน่นักเลงคนดังกล่าวเริ่มการข่มขู่  ขณะที่นักเลงที่เหลือก็ต่างคว้าเศษขวดที่แตกและดูคมขึ้นมาถือในมือคนละอัน

นอกจากกลิ่นตัวของพวกนักเลงที่เหม็นเหล้าจนแทบอยากอาเจียนแล้ว  ยังเพิ่มอาวุธมีคมในมือ  ชายหนุ่มสุดซวยถูกข่มขู่จนหน้าซีดเผือด

อา ..ผมขอโทษด้วยครับ  เดี๋ยวจะจ่ายค่าเสียหายให้นะครับ

ท่ามกลางวงล้อมของนักเลงสี่คน  ชายหนุ่มทำได้แค่ยินยอมให้อีกฝ่ายอย่างกล้าๆ กลัวๆ เขารีบหยิบกระเป๋าเงินออกมา ทว่าก็ถูกนักเลงมือไวยึดเอาไปอย่างรวดเร็วเสียก่อน

โทษทีนะไอ้น้อง  พี่ขอหมดเลยก็แล้วกัน  ไม่ว่ากันนะ

“ฮ่าๆๆ”

พวกนักเลงทั้งสี่คนหัวเราะกันอย่างสนุกสนานและปล่อยให้ชายหนุ่มยืนตัวลีบอยู่กลางวงล้อมอย่างหวาดๆ จากนั้นนักเลงก็เริ่มเปิดกระเป๋าเงินของชายหนุ่มออกดูและพบเจอกับเรื่องประหลาด

นี่มันอะไรเนี่ย เนออน  ราฟิลเซฟฟ์ ไอ้บ้านี่มันทำป้ายชื่อติดกระเป๋าตังไว้ด้วยเว้ยพวกเรา

ชายหนุ่มนามเนออนกล่าวเสียงสั่น เดี๋ยวพอเงินหมดแล้ว พวกนายก็ต้องทิ้งกระเป๋าเงินใช่ไหมล่ะ ดังนั้นถ้าเขียนชื่อติดเอาไว้ก็มีโอกาสที่จะได้คืนสูงน่ะ..

“ฮ่าๆๆ กร้ากๆ” พอฟังจบ พวกนักเลงสี่คนก็ระเบิดหัวเราะขำขันออกมาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม

โอ้ย! ไม่ไหว ไอ้หน้าจืดนี่ตลกเกินบรรยายจริงๆ

เตรียมพร้อมเกินไปหน่อยแล้วมั้ง

ดูท่าคงถูกไถเงินบ่อยสิท่า  น่าสมเพชชะมัดเลยนะเอ็ง

เงินก็ได้แล้ว  ไปกันเถอะพวกเรา  ปล่อยเด็กมันไปสักวัน  ถือซะว่าปล่อยนกปล่อยปลาเถอะ

“เอาไงเอากัน”

จากนั้นพวกนักเลงสี่คนก็ทยอยกันเดินออกไปพร้อมกับกระเป๋าเงินของชายหนุ่มผู้โชคร้าย  ทิ้งให้ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของมองด้วยความเหนื่อยใจและน้อยใจในความอ่อนแอของตนเอง  แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังรู้สึกว่าตนเองช่างโชคดีเหลือเกินที่อย่างน้อยก็ไม่โดนรุมอัดเอา

กริ๊ก กริ๊ก

จังหวะนั้นกระป๋องเปล่าใบหนึ่งได้ถูกลมพัดจนกลิ้งมาโดนปลายเท้าของชายหนุ่มนามเนออนเข้าพอดี  เขาจึงต้องก้มมองดูอย่างอดไม่ได้ และพบว่ามันเป็นกระป๋องเบียร์เปล่าๆ ที่ถูกพวกนักเลงดื่มทิ้งเอาไว้ 

ด้วยความเป็นคนดีมากเกินไป  เขาจึงก้มลงหยิบมันขึ้นมา  ก่อนตัดสินใจปามันเข้าไปยังถังขยะที่อยู่ห่างออกไปประมาณสามเมตรพร้อมพึมพำบางอย่างด้วยท่าทางเหนื่อยใจ

“ถังขยะก็มีอยู่ใกล้ๆ แท้ๆ แต่ทำไมคนเราชอบทิ้งขยะบนถนนกันนักนะ” เขาบ่นพลางส่ายหน้าน้อยๆ

ขณะเดียวกันกระป๋องเปล่าที่ถูกโยนออกไปก็พุ่งกระแทกเข้าตรงปากถังขยะส่งเสียงดังทึบๆ ครั้งหนึ่ง  ก่อนจะกระเด้งขึ้นกลางอากาศอย่างแรงและวาดเป็นวงโค้งลอยไปโดนศีรษะของหนึ่งในนักเลงที่เพิ่งเดินออกไปไม่ไกลอย่างพอดิบพอดีราวกับถูกแม่เหล็กดูดเข้าหากัน

โป๊ก ป๊อก

ชะอุ๊ย!! ดูท่าจะแย่แล้วเรา เนออนอุทานออกมาทันทีที่เห็น  สีหน้าของเขาดูปั้นยากสุดๆ เพราะไม่รู้จะทำหน้าอย่างไรดีในสถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้

แน่นอนว่าหนึ่งในสี่นักเลงที่โดนกระป๋องเปล่าอัดเข้าที่ท้ายทอยก็รีบหันขวับกลับมามองเนออนด้วยสายตาอาฆาต  และกำหมัดเดินรี่เข้าหาชายหนุ่มพร้อมด้วยพรรคพวกอีกสามคน

ไอ้หน้าจืด แกใจกล้าเหมือนกันนี่หว่า

บรรดานักเลงเจ้าถิ่นไม่ฟังคำอธิบายใดๆ และตรงเข้ารายล้อมเนออนไว้อีกครั้งพร้อมทั้งดัดข้อมือหักนิ้วกันดังกรอบแกรบ  ก่อนที่ชายหนุ่มสุดซวยจะลงเอยด้วยอาการเจ็บช้ำ

ผัวะ พลั๊ก

หมัดและเท้าประเคนเข้าใส่ร่างของเนออนแบบไม่มียั้ง  รุมอัดจนคนเจ็บลงไปนอนราบกับพื้น  ซึ่งเมื่อนักเลงทั้งสี่คนรู้สึกพออกพอใจดีแล้วก็ถุยน้ำลายใส่เนออนอีกคนละที  และพากันเดินจากไปอย่างไม่สนใจ  เหลือทิ้งไว้เพียงร่างอันสะบักสะบอมของเนออนที่เสื้อแขนยาวอันขาวสะอาดตาได้กลายเป็นเสื้อที่มีลอยรองเท้าจำนวนมากประดับเอาไว้เป็นของแถม 

ซวยอีกแล้วเรา แย่จริงๆ แบบนี้คงไปเรียนไม่ได้แล้ว  กลับไปพักที่บ้านดีกว่า

เนออนพยายามทรงตัวลุกขึ้น  แต่เขาก็พบว่าตามเนื้อตัวรู้สึกเจ็บไปหมด  ที่จมูกมีเลือดกำเดาออก  และปากก็แตกอีกนิดหน่อย  ด้วยเหตุนี้เขาจึงตัดสินใจทรุดกายลงนั่งพักกับพื้นอีกครั้งเพื่อพัก  โดยในใจของเขาทั้งรู้สึกขมขื่นและคับแค้นแน่นอก 

เขาไม่ได้อยากจะเป็นคนอ่อนแอเช่นนี้  เขาเคยคิดสู้  คิดจะเปลี่ยนตัวเอง และสวนกลับเหล่านักเลงรวมถึงพวกที่ชอบรังแกเขาทุกคน  แต่ท้ายที่สุดเขาก็ยังเป็นฝ่ายแพ้และต้องเจ็บตัวอยู่ร่ำไป  ความฝังใจทำให้เขากลายเป็นคนยอมคน  และคงต้องยอมคนอื่นอยู่ร่ำไป  บางครั้งเขาก็รู้สึกกังขาในความเป็นมนุษย์ของตนเอง

ทำไมคนที่แข็งแกร่งถึงต้องรังแกคนที่อ่อนแอ  ทำไมกัน  ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย

เนออนรู้สึกแค้นใจมาก ถ้าเรามีพลัง  ถ้าเราแข็งแกร่งกว่านี้ก็คงจะดีเขาคิดแบบนี้ทั้งๆ ที่รู้ตัวดีว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ 

หลังจากนั้นครู่หนึ่งเขาจึงเริ่มลุกขึ้นยืน  ก่อนเดินไปดึงจักรยานคันโปรดขึ้นมาจากท่อระบายน้ำอย่างทุลักทุเล  และค่อยๆ จูงมันกลับบ้านอย่างช้าๆ โดยมีสายตาของลุงสูงอายุที่อยู่อีกฝากของถนนมองส่งด้วยท่าทางเวทนา

 

ระหว่างทางกลับบ้าน  เนออนได้ผ่านแผงลอยของหมอดูท่านหนึ่งที่ยึดอาชีพเป็นนักทำนายทายทักมาได้กว่าห้าสิบปี 

“โอม สวรรค์จงเปิด  ชี้ทางของทุกสรรพสิ่ง ชะตาได้ถูกกำหนดแล้ว..กำหนดแล้ว” เสียงรำพันอันน่าปวดหัวของแม่เฒ่าวัยกว่าแปดสิบปีดังแหลมสูงส่งเสียงโหยหวนขึ้นมาในทันทีที่เนออนเดินผ่าน

แม่เฒ่านักทำนายมีลักษณะผอม  จมูกงองุ้ม  ดวงตาเบิกกว้าง  ผิวหนังเหี่ยวย่น  แต่งกายด้วยชุดคลุมสีดำสนิททั้งตัว  ให้บรรยากาศดูคล้ายแม่มดหรือพวกหมอผีที่น่าขนลุก  และเอาแต่นั่งจ้องลูกแก้วลูกใหญ่ๆ ตรงหน้าไม่ห่าง

ในสายตาของเนออน  การกระทำของแม่เฒ่ามันช่างดูไร้สะระมาก  นั่นเพราะเขาไม่เคยเชื่อเรื่องเหลวไหลอย่างการดูดวงหรือการทำนายทายทักมาก่อน  และถึงแม้เนออนต้องผ่านแผงลอยของแม่เฒ่าเพื่อกลับบ้านทุกวันก็ตามที  แต่ในยามปกติต่างฝ่ายจะต่างอยู่และไม่ยุ่งเกี่ยวกัน  เรียกว่า เอ็งไม่เชื่อ  ข้าไม่ยุ่ง และ เมื่อไม่ยุ่ง  มันก็ดี  ทว่าวันนี้แม่เฒ่ากลับทำในสิ่งที่แปลกไป

นี่ไอ้หนุ่ม ข้าเห็นเงามรณะเกาะติดเอ็งอยู่ วันนี้เอ็งจะต้องตายอย่างแน่นอน

ไม่ทักมาก็แล้วไป  พอทักมาก็พาลให้เกิดความรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในทันใด

เนออนพยายามข่มอารมณ์  เขาหันซ้ายแลขวามองไปรอบตัวเพื่อความแน่ใจ  แต่ก็ไม่เห็นคนอื่นแม้แต่เงา ดังนั้นไอ้หนุ่มที่แม่เฒ่ากำลังทักอยู่ต้องเป็นเขาอย่างไม่ต้องสงสัย 

ก่อนหน้านี้เพิ่งโดนนักเลงรุมอัดมายังเจ็บไม่หาย  ยามนี้ดันมาถูกทักว่าจะตายอีกรอบหนึ่ง  เป็นใครก็ต้องอารมณ์ระเบิดแน่ๆ

คุณยายเอาที่ไหนมาพูดว่าผมจะตาย  ผมเพิ่งอายุสิบแปดปี  ยังอยู่ดูโลกได้อีกนาน  คุณยายนั่นแหละอายุปาเข้าไปแปดสิบแล้ว  ยังมาทำอะไรหลอกลวงแบบนี้อีก  เตรียมต่อโลงรอไว้ดีกว่านะผมว่า

หลังจากกล่าวจบ เนออนก็รีบเดินหนีทันที  ที่เขาทำแบบนี้ก็เพราะเขาไม่ชอบทะเลาะกับคนแก่  แต่แม่เฒ่าคนเดิมก็ยังตะโกนไล่หลังให้เขาได้ยินเรื่อยๆ ด้วยประโยคที่ไม่น่าจดจำสักเท่าไหร่

เอ็งกำลังจะตาย   เอ็งกำลังจะตาย   วันนี้เอ็งต้องตายอย่างแน่นอน

เนออนไม่สนใจอีกและเดินจากไปด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดอย่างยิ่ง

 

สิบนาทีต่อมา

แย่ชะมัด  วันนี้มันเป็นวันอะไรกันเนี่ย  ขี่จักรยานตกท่อ  ถูกไถเงิน   ถูกรุมอัด  และยังถูกทักว่าจะตายอีก เฮ้อ

เนออนดื่มน้ำผลไม้กระป๋องที่เพิ่งกดมาจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติข้างทางและนั่งพักเหนื่อยอยู่ตรงบันไดทางเข้าของตึกสูงหลังหนึ่ง 

ห่างออกไปจากบริเวณที่เนออนนั่งพักไม่ไกลเป็นซอยเปลี่ยวที่ทั้งแคบและรกร้างซอยหนึ่ง  ซึ่งระหว่างที่เนออนกำลังบ่นและถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายก็พลันมีเสียงบางอย่างดังก้องออกมาจากซอยดังกล่าว

ปัง!

เสียงกระหึ่มดังขึ้นครั้งหนึ่งก่อน  และค่อยๆ ตามมาด้วยเสียงดังถี่ยิบหนุนเนืองกัน  แค่ฟังดูก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเสียงของปืน

เมื่อพบเข้ากับเหตุการณ์แบบนี้  เนออนที่ไม่ทันตั้งตัวก็เกิดอาการตกใจจนหูตาตั้งและนิ่งงันทำอะไรไม่ถูก  เขาพยายามตั้งสติ  แต่ยังคงลนลานและค่อยๆ หันไปมองยังซอยต้นเสียงอย่างกล้าๆ กลัวๆ ซึ่งภาพที่เขาได้เห็นก็ทำเอาเขาอยากจะเป็นลมขึ้นมา  

ชายหนุ่มวัยยี่สิบเศษที่เขาไม่รู้ว่าเป็นใครเดินออกมาจากซอยต้นเสียงในสภาพที่เลือดไหลอาบท่วมตัวตั้งแต่หัวจรดเท้า ร่างกายหลายแห่งเป็นแผลฉกรรจ์คล้ายเกิดจากของมีคม แขนซ้ายขาดหายไป  และดูใกล้จะตายอยู่รอมร่อ

                แค่เห็นก็ทำเอาเนออนเกิดอาการมือไม้สั่นทำอะไรไม่ถูก  แต่ถึงแม้เขาจะขี้ขลาด  ขี้กลัว  และไม่สู้คนแค่ไหน  แต่เขาก็มีคุณธรรมพอที่จะไม่ปล่อยให้มีคนตายไปต่อหน้าต่อตาทั้งๆ ที่เขาสามารถช่วยเหลือได้  ดังนั้นเนออนจึงรีบกดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาลฉุกเฉินอย่างเร่งด่วนทันที  จากนั้นจึงเข้าไปประคองชายคนดังกล่าวเอาไว้ด้วยความหวังดี

                รอเดี๋ยวนะครับ  ผมเรียกรถพยาบาลให้แล้ว  อดทนไว้ก่อนนะครับ

เนออนพูดเสียงสั่นเมื่อเห็นเลือดของชายคนดังกล่าวไหลออกมามากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด 

                “น้องชาย  พี่คงไม่รอดแล้ว  ช่วยเอากระเป๋าใบนี้หนีไปที และไปให้เร็วที่สุดด้วย

ชายที่ใกล้ตายเต็มทียื่นส่งกระเป๋าสีเงินใบหนึ่งใส่มือเนออนแบบยัดเยียด  จากนั้นก็กระอักเลือดสองสามครั้งและขาดใจตายลงต่อหน้าของเนออน

เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนตายเป็นครั้งแรก ด้วยความที่ตกใจถึงขีดสุดจึงทำให้เนออนไม่รู้ว่าสมควรทำอะไรก่อนดี    เขาหันไปมองที่ปากทางเข้าของซอยเปลี่ยวที่ผู้ตายเดินออกมาก็พบเศษชิ้นส่วนของมนุษย์อันแหลกเละเป็นชิ้นๆ กระจัดกระจายเต็มไปหมด มันทำให้เขากลัวจนเกินขีดจำกัด  และตัดสินใจถือกระเป๋าในมือออกวิ่งหายลับไปอย่างไร้จุดหมาย

 

จักรวรรดิโรมานอฟ

ณ สถานที่เร้นรับแห่งหนึ่ง ภายในห้องที่รายล้อมไปด้วยวัสดุอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องมือแปลกๆ ที่ถูกวางไว้อย่างเกลื่อนกลาด มีชายวัยสามสิบคนหนึ่งซึ่งแต่งกายด้วยชุดสีขาวแบบพวกนักวิทยาศาสตร์ทั่วไปกำลังนั่งมองรายงานเรื่องต่างๆ บนจออิเล็กทรอนิกส์ในมือผ่านกรอบแว่นอันหนาเตอะอย่างร้อนใจ  โดยที่บริเวณรอบๆ มีสายตาของเหล่าลูกน้องในชุดสีเดียวกันมองมาเป็นระยะ

                แย่จริงนะ  หน่วยที่รับหน้าที่คุ้มกัน เฟรยา(Freya) ถูกสังหารจนหมด แถมเฟรยายังหายไปอย่างไร้ร่องรอย  นี่มันสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว  เจ้าพวก ไนท์แมร์(Nightmare)’ มันคิดจะทำอะไรกันแน่

                เขาบ่นพลางหยิบเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาและติดต่อไปหาบุคคลหนึ่งอย่างรีบร้อน  ไม่นานนักปลายสายก็ตอบกลับมา

                “Phantom Seeker(แฟนธ่อม ซีกเกอร์) Code(รหัส)  Athena(อาเธน่า) รับทราบการติดต่อ

เสียงที่ดังขึ้นผ่านจอมอนิเตอร์อันมืดสนิทคือเสียงของเด็กสาวคนหนึ่ง  จากน้ำเสียงดูแล้วอายุคงไม่เกินสิบห้าหรือสิบหกปี  แต่คำพูดที่ใช้โต้ตอบกลับดูเป็นทางการคล้ายทหารผู้หนึ่งที่ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

ชายวัยสามสิบเริ่มเข้าเรื่องทันที จากหัวหน้าแผนก Freya Technicion(เฟรยาเทคนิคเชี่ยน)  มีเรื่องต้องการขอความร่วมมือเป็นการด่วน

อาเธน่ารับทราบ  ยินดีให้ความร่วมมือ  ขอทราบรายละเอียด

เมื่อสองชั่วโมงก่อนหน้านี้  ในเมืองพาลาติโก  หน่วยคุ้มกันเฟรยาของทางเราถูกสังหารหมดทั้งหน่วย คาดว่าจะเป็นฝีมือของไนท์แมร์ และตอนนี้เฟรยาชิ้นสำคัญของทางเราได้สูญหายไปอย่างไร้ร่องรอย  ผมขอร้องให้คุณนำมันกลับมาไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม

เด็กสาวปริศนาตอบกลับ ถ้าเช่นนั้น อาจเป็นไปได้ว่า พวกไนท์แมร์ได้ทำลายเฟรยาชิ้นดังกล่าวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  แต่เพื่อความแน่ใจทางนี้จะช่วยเป็นธุระติดตามหาให้  แต่ไม่รับประกันความสำเร็จ

แค่นี้ทางผมก็ขอขอบคุณมากแล้ว  ส่วนเรื่องข้อมูลและภาพลักษณะของเฟรยาเป้าหมาย  ทางแผนกผมจะรีบส่งไปให้ในทันที และสุดท้ายจะขอร้องในเรื่องหนึ่ง  นั่นคือในกรณีที่เลวร้ายและเฟรยาชิ้นเป้าหมายถูกทำลายไปแล้ว  แต่ยังคงเหลือซากเอาไว้อยู่ก็รบกวนช่วยเก็บซากกลับมาด้วย  เฟรยาชิ้นดังกล่าวสำคัญกับทางเรามากจริงๆ

“รับทราบ”

เสียงปลายสายตอบกลับพร้อมตัดการติดต่อลงในเวลาเดียวกัน  จากนั้นชายวัยสามสิบก็เริ่มถอนหายใจและก้มหน้าลงด้วยท่าทางกลัดกลุ้ม  ซึ่งหนึ่งในลูกน้องของเขาที่ทำงานอยู่รอบๆ ก็สังเกตเห็นและเอ่ยถามด้วยความสงสัย

หัวหน้าครับ พวกเรามีช่างทำเฟรยาฝีมือดีตั้งหลายต่อหลายคน จะสร้างเฟรยาที่สุดยอดขนาดไหนก็ทำได้ แต่ทำไมหัวหน้าต้องให้ความสำคัญกับเฟรยาชิ้นนั้นมากขนาดนี้ด้วยล่ะครับ

เมื่อได้ยินลูกน้องเอ่ยถาม  ชายวัยสามสิบที่เป็นหัวหน้าจึงกล่าวตอบออกไป

จริงอยู่ที่พวกเราจะสร้างเฟรยาขึ้นมากี่ชิ้นก็ได้ แต่ชิ้นนี้มันพิเศษกว่าชิ้นอื่น นั่นเพราะมันเป็นหนึ่งในสมบัติที่ไลค์เมคเกอร์ได้สร้างทิ้งเอาไว้ในยามที่ยังมีชีวิตอยู่

……….!

 

หลังจากเนออนวิ่งหนีไปพร้อมกับกระเป๋าสีเงินเพราะความตกใจกลัว  เขาก็ได้กลับมาหมกตัวอยู่ในห้องนอนภายในบ้านของเขาเอง ซึ่งมีลักษณะเป็นบ้านตึกสองชั้น  สี่ห้องนอน สองห้องน้ำด้วยสภาพขวัญหายและยังคงไม่อาจจะทำใจให้เชื่อในเหตุการณ์ที่เขาเพิ่งได้ประสบพบเจอมา  แต่เนื่องด้วยความอ่อนเพลียรวมถึงความตึงเครียดถึงขีดสุดที่เพิ่งเผชิญมาจึงทำให้เขาหมดสติไปในท้ายที่สุด 

ระหว่างหมดสติ เขาได้หลับฝัน และในห้วงแห่งความฝัน เนออนได้พูดคุยกับคนๆ หนึ่ง

                นี่! เจ้าน่ะ เหนื่อยมากหรือไง

                เสียงอันเย็นชาเอ่ยถามต่อเนออน ซึ่งเนออนก็พยายามหันซ้ายหันขวามองไปรอบตัวแต่ก็เจอแค่เพียงความมืดมิด  ประดุจดั่งตัวเองกำลังลอยอยู่ในห้วงอวกาศอันว่างเปล่า

                เหนื่อยสิ  เหนื่อยมากเลยด้วย สำหรับฉัน..การใช้ชีวิตให้ผ่านพ้นไปวันๆ นี่มันช่างเหนื่อยเหลือเกิน เนออนตอบไปด้วยวาจาที่เป็นกันเอง

                ทำไมเจ้าถึงเหนื่อยล่ะเสียงลึกลับเอ่ยถามอีกครั้ง

                ฝ่ายเนออนก็พยายามมองหาอีกหน แต่ก็ไม่พบต้นต่อหรือเจ้าของเสียง  ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป

                ไม่รู้ว่าฉันพกเอาเทพเจ้าแห่งความโชคร้ายมาเกิดหรือยังไง ทุกวันจึงมีแต่เรื่องร้ายๆ อยู่เสมอ  ตั้งแต่ถูกรถเฉี่ยวเอย  ตกท่อเอย  และอะไรต่อมิอะไรอีกหลายต่อหลายอย่าง  แถมฉันมันก็อ่อนแอมาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว  จึงมักจะถูกพวกนักเลงหาเรื่องไถเงินอยู่บ่อยๆ ด้วย  ขนาดเพื่อนร่วมชั้นยังเห็นฉันเป็นแค่คนรับใช้เลย แล้วชีวิตแบบนี้จะไม่ให้เหนื่อยได้ยังไง

                แล้วทำไมเจ้าถึงไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองล่ะ เสียงลึกลับเอ่ยถามด้วยอารมณ์สงสัย

                เนออนหลับตาลงนิ่งคิดก่อนจะลืมตาขึ้นมาและตอบว่า เคยสิ  เคยพยายามเปลี่ยนตัวเองตั้งหลายครั้ง แต่ผลสุดท้ายฉันก็ต้องเป็นฝ่ายเจ็บตัวทุกที แค่ความรู้สึกและความคิด  มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรในโลกนี้ได้หรอก เพื่อการนั้นมันจำเป็นจะต้องมีพลังด้วย  ทุกสิ่งที่หวังถึงจะเป็นจริง   

                แล้วถ้าเกิดนายมีพลัง นายจะใช้มันทำอะไร สังหาร ล้างแค้น หรือทำลายทุกอย่างที่นายไม่ต้องการเสียงลึกลับเอ่ยถามขึ้นอีกหน

                ไม่หรอก” เนออนปฏิเสธ “ฉันเข้าใจในความอ่อนแอและการไร้พลังดีกว่าใครๆ  แล้วนายคิดว่าคนอย่างฉันจะใช้พลังเพื่อซ้ำเติมคนที่อาจมีชะตาเหมือนกับฉันงั้นเหรอ   สำหรับฉันแล้ว..ถ้าเกิดฉันมีพลังขึ้นมาจริงๆก็คงจะไม่ยอมให้คนอื่นมารังแกฉันได้อีกล่ะมั้ง

                พอได้ฟังเสียงลึกลับก็กล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะชอบใจ

                เจ้าต้องการเพียงแค่นั้นเองงั้นเหรอ  มันช่างเป็นเรื่องที่เล็กน้อยเสียจริง ฮ่าๆๆ ไม่ยอมให้คนอื่นรังแกงั้นเหรอ   น่าสนใจดีนี่น่า  ชักถูกใจข้าซะแล้วสิ แต่ตอนนี้ไม่มีเวลาแล้ว   เจ้าน่ะ!! ถ้าไม่อยากตาย..จงตื่นซะ

 

                ........!?

                เมื่อครู่นี้เป็นความฝันงั้นเหรอ

เนออนสะดุ้งตื่นขึ้นมาก็พบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องนอนมืดๆ ที่มีแสงจันทร์ส่องผ่านกระจกหน้าต่างเข้ามาให้แสงเพียงสลัวๆ  และตอนนี้เวลาก็ได้ล่วงเลยมาถึงยามกลางคืนแล้ว  โดยนาฬิกาติดผนังได้บ่งบอกว่าเป็นเวลาสี่ทุ่มยี่สิบห้านาที

แน่นอนว่าหลังจากหลับไปตื่นหนึ่งเขาก็เริ่มตั้งสติได้  แต่ยังคงรู้สึกสับสนอยู่  เขาพยายามทบทวนเรื่องที่ได้พบเจอมาอย่างมีสติและแยกแยะว่าเรื่องไหนจริง  เรื่องไหนคือความฝันกันแน่  หรือที่แท้ความจริงแล้วทั้งหมดเป็นเพียงความฝันตื่นหนึ่ง

เพื่อความแน่ใจ  เขาจึงเหลือบมองไปที่หลักฐานชิ้นสำคัญหรือก็คือกระเป๋าใบสีเงินซึ่งเขาได้รับฝากมาจากชายคนหนึ่งที่บัดนี้เป็นเพียงคนตาย  โดยที่ในใจก็ภาวนาว่าขอให้มันไม่มีอยู่ด้วยเถอะ จะได้คิดว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นแค่ความฝัน  แต่ความจริงนั้นก็ยังโหดร้ายอยู่เสมอ  

กระเป๋าสีเงินวางนิ่งอยู่ข้างๆ เตียงอย่างสงบช่วยยืนยันว่าทั้งหมดที่เขาได้พบเจอเป็นความจริง  การตกท่อ  โดนรุมอัด  ถูกทักว่าต้องตาย  พบเจอเรื่องเหนือความคาดหมาย  และมีคนตายลงตรงหน้า  ทั้งหมดคือเรื่องจริง  และมันทำให้เขาต้องสูดลมหายใจลึกๆ เพื่อระงับสติไม่ให้เตลิดไปไกลอีกรอบ

ตึก ตึง ตึง แกร๊ก…!?

ทว่ายังไม่ทันได้ตั้งสติดีก็พลันมีเสียงฝีเท้าคนเดินให้ได้ยินและเสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้นเสียก่อน  ทำให้เนออนต้องหันขวับไปมองที่ประตูอย่างตะลึงลาน

โจรขึ้นบ้านหรือไง ซวยบรม

ไม่ช้าประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออก และแขกปริศนาก็ได้ปรากฏตัวขึ้น 

ผู้มาเยือนเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่  สวมใส่ชุดพนักงานของบริษัทอะไรก็ไม่รู้ที่มีรอยขาดเต็มไปหมด ลูกตากลอกไปกลอกมาเหมือนคนเสียสติ แถมในมือขวายังมีมีดปังตอขนาดใหญ่อยู่ด้วยหนึ่งเล่ม

แค่เห็นก็ทำให้เนออนขนหัวลุกซู่ 

                นี่ คุณเป็นใครกัน  เข้ามาในห้องผมทำไม ไม่มีเงินให้หรอกนะ

เนออนระงับสติให้อยู่ในสภาพสงบ จากนั้นก็คว้ากระเป๋าใบสีเงินที่อยู่ใกล้มือที่สุดขึ้นมาถือไว้แทนโล่และเตรียมชิ่งหนีทันทีเมื่อมีโอกาส 

                ชายผู้บุกรุกไม่มีทีท่าจะพูดอะไร มันยกปังตอขึ้นมาตรงหน้าก่อนจะใช้ลิ้นอันยาวผิดมนุษย์เลียไปตามคมมีดอย่างกระหายเลือดและมองเนออนเหมือนผู้ล่าที่ได้พบเหยื่อตัวโปรด

                โอ้โห  ลิ้นยาวจังเลยนะครับ ดูท่าจะศัลยกรรมมาแพงน่าดู แต่ตอนนี้ผมไม่มีเงินจะให้หรอกนะครับ ถ้ายังไงคุณย้ายไปบ้านหลังอื่นเถอะ

เนออนพูดเสียงสั่นเครือและกลืนน้ำลายลงคออย่างยากเย็น  เขาจับจ้องไปที่ผู้บุกรุกที่ดูจะเสียสติไปแล้วอย่างไม่วางตา

                เอ็งช่วยตายทีนะไอ้หนุ่ม

ชายผู้บุกรุกกล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่าและพุ่งเข้าใส่เนออนพร้อมกับปังตออันใหญ่ในมือ

มันไม่เหมือนกับทุกที  ครั้งนี้หากไม่สู้ ไม่หนี เขาต้องตายแน่

                “เหวอ..

                เพล้ง  ตุ๊บ

                เมื่อถึงคราววิกฤต เนออนจึงลนลานอย่างหนักและขยับถอยหลังหนีโดยสัญชาติญาณ  เขากระแทกเข้ากับบานหน้าต่างที่เป็นกระจกแก้วบางๆ จนแตกและพลัดตกลงมาจากชั้นสองของตัวบ้าน  รอดตายจากปังตอนรกของผู้บุกรุกไปอย่างฉิวเฉียด 

                อูย! เจ็บชะมัด เนออนบ่นกระปอดกระแปด  แต่เพื่อชีวิตจึงต้องฝืนลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้  

จากนั้นเขาก็รีบมองไปที่หน้าต่างห้องที่เขาพลัดตกลงมาทันทีก็พบว่าชายผู้บุกรุกได้กระโดดตามเขาลงมาแล้ว 

เมื่อเห็นแบบนี้  เขาก็ไม่รอช้ารีบขยับเท้าพาร่างที่ยังคงสะบักสะบอมวิ่งหนีอย่างสุดชีวิต  ส่วนชายผู้บุกรุกก็เริ่มออกวิ่งตามเนออนไปด้วยท่าทางสนุกสนานเหมือนนายพรานที่กำลังไล่ล่าเหยื่อ

                นี่มันไม่ตลกแล้วนะ  ไอ้นั่นมันจะฆ่าเราจริงๆ นี่นา วันนี้มันวันซวยอะไรกันเนี่ย  ทำไมความซวยถึงได้เรียงคิวเข้ามาแบบไม่หยุดอย่างนี้

                เอี๊ยด..

                ฉับพลันนั้น  รถยนต์คันหนึ่งต้องเหยียบเบรคอย่างกะทันหันเพราะเนออนฝ่าสัญญาณไฟจารจรเพื่อข้ามถนนและวิ่งตัดหน้ารถเข้าพอดี  ซึ่งรถยนต์คันดังกล่าวก็พุ่งชนเข้าใส่บุคคลโชคร้ายคนหนึ่งเข้าอย่างจัง

                ตูม..

                เสียงชนสนั่นดังขึ้นพร้อมกับร่างมีเลือดเนื้อที่ถูกรถยนต์พุ่งชนจนปลิวและอัดก๊อบปี้เข้ากับผนังปูนของตึกทรงสูงจนแตกร้าว   สภาพรถยนต์ดูยับเยิน  สภาพคนขับและคนถูกชนก็คงยับเยินไม่แพ้กัน 

ทว่าบุคคลโชคร้ายที่ถูกรถยนต์ชนเข้าอย่างจังมิใช่เนออน  หากแต่เป็นชายผู้บุกรุกที่วิ่งตามเนออนมาติดๆ ทางด้านหลัง

                ซวยแล้ว  อุบัติเหตุ  ตายหรือยังล่ะเนี่ย เนออนที่กระโดดหลบรถเข้าข้างทางทันแบบเฉียดฉิวกล่าวออกมาพลางวิ่งเข้าไปเพื่อดูอาการของคนภายในรถยนต์รวมไปถึงชายผู้บุกรุกว่าเป็นเช่นไรบ้างด้วยความหวังดี    

แต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเขาและทำให้เขาต้องล้มเลิกความตั้งใจลงก็คือสภาพของรถยนต์ที่ถูกบางสิ่งบางอย่างผลักดันจนถอยหลัง  จากนั้นชายผู้บุกรุกที่สมควรจะเจ็บหนักหรือตายไปแล้วในความเข้าใจของเนออนก็โผล่ออกมาตรงบริเวณส่วนหน้าของรถยนต์ในสภาพที่แทบจะไม่เป็นอะไรเลย  ก่อนจะใช้แขนเพียงข้างเดียวยกรถยนต์ทั้งคันขึ้นมาและปาข้ามศีรษะของเนออนไปอย่างน่าอัศจรรย์

ตูม

รถยนต์ทั้งคันลอยข้ามศีรษะของเนออนไปชนเข้าใส่ตึกสองชั้นที่อยู่ด้านหลังจนเกิดการระเบิดดังกึกก้องและมีเปลวไฟลุกท่วมขึ้นมาทั้งคัน  หากแต่มันไม่ใช่จุดสิ้นสุด  เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของสิ่งที่น่าสยองยิ่งกว่า  และเนออนก็ทำได้เพียงเฝ้ามองอย่างตะลึงลาน

                นี่มัน!! ไม่จริงใช่มั้ยเนี่ย

เนออนเริ่มกล่าวเสียงสั่นหลังจากได้เห็นว่าชายผู้บุกรุกตรงหน้าได้ทำการกลายร่างจากมนุษย์ไปเป็นอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวที่มีความสูงมากกว่าสามเมตร  ตัวเนื้อดำขลับ  และมีดวงตาที่ฉายแสงแดงฉานปานคลุ้มคลั่ง

“มอ..”

เสียงร้องของมันดังสนั่นหวั่นไหว นัยน์ตาจับจ้องมายังร่างของเนออนเขม็ง  ทำให้เนออนถึงกับสั่นสะท้านไปทั่วทั้งกาย  เม็ดเหงื่อเม็ดใหญ่ผุดออกมาทางใบหน้าและลำตัวจนชุ่มโชก  ขาของเขาสั่นพรับๆ ไม่หยุด

เรื่องบ้าอะไรเนี่ย  ในโลกมีสิ่งมีชีวิตแบบนี้ด้วยเหรอ  ไม่จริง  ฝันไปแน่ๆเนออนถูกความน่ากลัวของสิ่งมีชีวิตประหลาดตรงหน้าสะกดข่มจนแทบก้าวขาไม่ออก  และตอนนี้มันก็กำลังย่างสามขุมเข้าหาเหยื่ออย่างเนออนอย่างช้าๆ

เอ็งกำลังจะตาย   เอ็งกำลังจะตาย   วันนี้เอ็งต้องตายอย่างแน่นอนคำพูดของแม่เฒ่าหมอดูที่เอ่ยทักเนออนในตอนเช้าดังกึกก้องไปทั้งจิตใจของเขาในยามนี้

แต่เนออนไม่ยินยอมที่จะตาย  เขาไม่เชื่อในคำทำนาย  และเขาเลือกที่จะปฏิเสธมัน

ใครจะยอมตายแบบนี้กันเล่า ถึงชีวิตจะไม่เคยมีเรื่องดี แฟนก็ยังไม่เคยมี แต่ก็จะไม่ยอมตายแบบนี้แน่ๆ

เนออนรวบรวมความกล้าทั้งหมดและร้องตะโกนออกมาสุดเสียง  ทั้งหมดก็เพื่อข่มความหวาดกลัวในจิตใจของตัวเอง  เมื่อตั้งสติได้เขาก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ หนึ่งครั้ง  จากนั้นจึงหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิตและไม่คิดที่จะหันกลับไปมองแม้แต่นิดเดียว  เขาวิ่งหนีไปด้วยความเร็วทั้งหมดเท่าที่ทั้งชีวิตจะสร้างได้  

ฝ่ายเจ้าอสูรกายที่เห็นเหยื่อวิ่งห่างออกไปก็สูดหายใจดังฟืดฟาดเหมือนขัดใจ  และเริ่มปรับเปลี่ยนจากการย่างสามขุมอย่างช้าๆ มาเป็นการวิ่งไล่ล่าตามติดประชิด  ระยะห่างถูกย่นจนเหลือไม่ถึงสองเมตรในพริบตา  และทุกที่ที่มันวิ่งเฉียดผ่านจะถูกทำลายจนย่อยยับ

รถยนต์บนถนนถูกกระแทกจนปลิวว่อน  สิ่งปลูกสร้างที่กรีดขวางถูกร่างมหึมาพุ่งชนจนแหลกลาน

ตูม ครืน

เสียงระเบิดและเสียงสิ่งปลูกสร้างทั้งหลายแหล่พังทลายลงดังไล่หลังเนออนไม่ห่าง แต่เนออนไม่มีเวลาที่จะหันกลับไปมองด้วยซ้ำ นั่นเพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาหยุดวิ่งลงตอนนี้  เขาจะต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

                ใครก็ได้  ช่วยที  ใครก็ได้  ช่วยที  แค่คนเดียวก็ได้  ช่วยที  ใครก็ได้เนออนกรีดร้องและมองไปรอบๆ ตัวด้วยน้ำตานองหน้า 

ทว่าทุกที่ที่เขาวิ่งผ่านมา  แม้จะมองเห็นเพื่อนมนุษย์คนอื่นอยู่บ้าง แต่ก็เห็นเพียงแต่เพื่อนมนุษย์ที่วิ่งหนีกันไปคนละทิศละทางไม่ต่างอะไรไปจากตัวเขาในยามนี้   

ใช่สิ  ทุกคนล้วนมีเพียงชีวิตเดียว  แล้วใครกันจะยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเราจากเจ้าตัวประหลาดตัวนี้สุดท้ายเนออนก็ยังคงพึ่งได้เพียงตัวเอง  กำลังของตัวเอง  และขาสองข้างของตัวเอง

เขาวิ่งหนีเพื่อการอยู่รอด  แต่ความทรมานจากความเหนื่อยล้าก็เริ่มกัดกินเขาทีละน้อย  แม้พยายามปลุกปลอบใจสักเท่าไหร่  แต่ความสิ้นหวังก็เริ่มเข้าครอบงำจิตใจไปทีละส่วนแล้วเช่นกัน

ถึงกระนั้นความเลวร้ายยังไม่หมดลงโดยง่าย  หลังจากเนออนวิ่งอย่างไร้จุดหมายมาได้สักพักหนึ่งก็พบว่าทางที่ตนวิ่งมาดันกลายเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเก่าที่ตอนนี้ปล่อยทิ้งร้างไปนานแล้ว  ทำให้ตอนนี้ไม่มีแม้มนุษย์สักคนอาศัยอยู่เลย  เป็นสถานที่อันเงียบสงบที่ถึงแม้เขาจะต้องตายก็คงไม่มีผู้ใดได้รับรู้

ตายอย่างโดดเดี่ยวในสถานที่อันเปลี่ยวร้าง  สุสานอันเงียบเหงาที่อาจจะเป็นที่ฝั่งร่างของเขาชั่วนิรันดร์

                แค่คิดเนออนก็เริ่มใจเสีย  เขารีบหันซ้ายหันขวาสอดส่ายสายตาหาทางรอดและพบเห็นช่องเล็กๆ ของโกดังร้างแห่งหนึ่งเปิดแง้มอยู่เล็กน้อย  มันกว้างพอที่เขาจะสามารถหลบเข้าไปด้านในได้  ดังนั้นเขาจึงรีบมุดผ่านช่องเล็กเข้าไปหลบในโกดังอย่างรวดเร็วพลางทรุดกายลงนั่งส่งเสียงหอบหายใจหนักหน่วง 

ส่วนเจ้าอสูรกายที่วิ่งตามติดมาทางด้านหลังก็ต้องหยุดลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้  มันก้มมองดูช่องเล็กๆ ที่เนออนผ่านเข้าไปครู่หนึ่งพลางส่งเสียงฟืดฟาด  ขนาดตัวของมันใหญ่เกินกว่าที่จะผ่านช่องเล็กๆ เข้าไปได้  แต่มันไม่ยอมให้เหยื่ออย่างเนออนหลุดรอดไปง่ายๆ จึงพยายามใช้แขนอันใหญ่โตฟาดทุบโกดังจนเป็นรอยบุบหลายแห่ง  แต่ก็ยังไม่สามารถขยายช่องเล็กดังกล่าวเพื่อเข้าไปได้อยู่ดี  สุดท้ายเจ้าอสูรกายจึงปิดตายช่องเล็กดังกล่าวและเดินอ้อมไปหาประตูทางเข้าโกดังอย่างช้าๆ

                ทีแรกเนออนคิดว่าตัวเองสามารถเก็บชีวิตน้อยๆ ของตนมาจากเงื้อมมือแห่งความตายได้แล้ว  แต่เมื่อเห็นเจ้าอสูรกายเดินอ้อมไปที่ประตูทางเข้าด้านหน้า เขาก็ต้องร้อนใจขึ้นมาอีกระลอก

ช่องที่เขาผ่านเข้ามาถูกทุบจนเป็นช่องปิดตายไปแล้ว  ดังนั้นถ้าเจ้าอสูรกายมันผ่านประตูหน้าเข้ามาได้  เขาก็จะไร้ทางหนี  กลายเป็นเพียงหมูในอวยที่รอให้มันเชือดเฉือนตามใจชอบเท่านั้น

                สถานการณ์รุกไล่จนเนออนเข้าตาจนสุดขีด  ตอนนี้เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว  อะไรที่เขาพอจะดิ้นรนได้  ทำได้ หรือใช้ได้ เขาจะเอามาใช้เพื่อการอยู่รอด

อย่างแรกเลยนั่นคือเขาสามารถหาสวิทซ์ไฟในโกดังจนเจอและเปิดมันขึ้นมา  ถึงแม้ว่าจะเป็นแหล่งอุตสาหกรรมเก่า  แต่ไฟฟ้าก็ยังคงทำงานอยู่ 

พอโกดังสว่างไปด้วยแสงไฟแล้ว  เนออนก็เริ่มหาสิ่งที่จะสามารถเอามาใช้ประโยชน์ได้ และพบเพียงถังใส่น้ำมันสองถัง กองถ่านหินเก่าๆ จำนวนมากที่วางกระจัดกระจายอย่างระเกะระกะ และไม้ขีดไฟที่เหลืออยู่ในกล่องเพียงไม่กี่ก้าน

บ้าเอ้ย  นี่มันจะมีประโยชน์อะไร จะให้เผาตัวตายหรือไง แบบนั้นทรมานจะตายไม่เอาด้วยหรอก”

เนออนบ่นอย่างหัวเสียและหันมองไปรอบตัวอีกครั้งก็พบว่าที่มุมหนึ่งในโกดังมีแผนผังติดเอาไว้  เขาจึงรีบปรี่เข้าไปดูอย่างรวดเร็ว  และหลังจากได้เห็นแผนผังของโกดัง  เนออนก็เริ่มฉีกยิ้มออกมาอย่างมีความหวัง

                ขณะเดียวกัน เจ้าอสูรกายก็ได้ฉีกประตูเหล็กออกเป็นสองซีกและเดินเข้ามาในโกดังอย่างเงียบงัน  มันส่ายสายตามองหาเหงื่อของมันอย่างใจเย็น  และพบเหยื่อของมันยืนนิ่งอยู่ที่กลางโกดังที่เต็มไปด้วยถ่านหินจำนวนมาก  โดยตามพื้นยังเลอะไปด้วยน้ำมันอีกจำนวนหนึ่ง       

                ฝั่งเนออนยืนอยู่ตรงกลางโกดังโดยที่ในมือขวายังคงถือกระเป๋าใบสีเงินเอาไว้แน่น  เมื่อเขาเห็นเจ้าอสูรกายผ่านประตูหน้าเข้ามาแล้ว  เขาก็จัดการกดปุ่มรีโมทที่อยู่ในมือซ้ายทันที  และมันก็เป็นไปตามคาด  เพราะเมื่อกดปุ่มบนรีโมทไปแล้วก็ทำให้ประตูนิรภัยชั้นสองของโกดังที่ทั้งหนักและหนากว่าประตูทางเข้าด้านหน้าหลายเท่าเลื่อนลงมาปิดทางเข้าออกทั้งสี่ทิศเพื่อขังเขารวมถึงเจ้าอสูรกายเอาไว้ข้างใน  สิ่งนี้เองคือสิ่งที่เนออนได้เห็นจากแผนผังโกดัง

                เมื่อประตูนิรภัยของโกดังทำงานแล้ว  เนออนก็จุดไม้ขีดไฟโยนลงบนน้ำมันที่นองอยู่บนพื้น  ทำให้เปลวไฟร้อนระอุลุกท่วมโกดังขึ้นมาอย่างรวดเร็ว  ส่งผลให้เจ้าอสูรกายที่เพิ่งเข้ามาถึงต้องวิ่งเข้ามาโจมตีเนออนอย่างรีบร้อน 

ทว่าทุกอย่างนั้นสายไปแล้ว เปลวไฟอันร้อนระอุได้ลุกลามอย่างรวดเร็วและขวางทางอสูรร้ายเอาไว้ทุกทิศทาง   

                ทางด้านเนออนที่จุดไฟเผาโกดังอย่างบ้าระห่ำก็วิ่งหนีเปลวไฟมาที่มุมหนึ่งที่เขาได้เห็นในแผนผังโกดังและรู้ว่ามันเป็นช่องลมซึ่งเป็นทางรอดทางเดียวของเขาในขณะนี้  

แต่เมื่อเขาเห็นขนาดของช่องลมก็ต้องถอนหายใจออกมาทันที นั่นเพราะขนาดของมันเพียงพอให้คนผอมเช่นเขาปีนกลับออกไปได้  แต่เขาไม่อาจเอากระเป๋าสีเงินในมือที่รับฝากไว้ออกไปด้วยเพราะขนาดที่ใหญ่ของมัน

                เมื่อไม่มีทางเลือกอื่น เนออนจึงเปิดกระเป๋าออกดูว่าภายในใส่อะไรเอาไว้  เพราะถ้ามันไม่ใหญ่เกินไปเขาก็สามารถเอาออกไปด้วยได้  แต่ถ้ามันใหญ่เกินไปก็คงต้องปล่อยให้มันถูกทำลายไปพร้อมกับโกดังที่กำลังไหม้ไฟอยู่ในเวลานี้ 

                อะไรล่ะเนี่ย  ปืน... ไม่ใช่สิ  นี่มันหินนี่นา ถึงว่า..ทำไมมันหนักมากนัก”

ของที่ใส่เอาไว้ในกระเป๋าเป็นก้อนหินที่ถูกแกะสลักเป็นรูปปืนกึ่งอัตโนมัติอย่างประณีต  มีความยาวจากท้ายกระบอกถึงปากกระบอกปืนสามสิบเซนติเมตร  ตรงใต้ด้ามจับยังมีหินที่ถูกแกะสลักทำเป็นสายโซ่ยาวกว่าสามสิบเซนติเมตรคล้องไว้  โดยที่ปลายโซ่มีลักษณะเป็นแท่งหินแหลมยาวคล้ายหัวธนู   ดูสวยงามและบรรจง 

ทว่าเนออนย่อมทราบดีว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งชมความงามของผลงานแกะสลัก  ดังนั้นเขาจึงหยิบปืนหินดังกล่าวออกมาจากกระเป๋าสีเงินและปีนหนีออกไปจากโกดังทางช่องลม

                พอหนีออกมาได้สำเร็จ เนออนก็แทบจะหมดแรงลง นั่นเพราะเดิมทีเขาก็เป็นคนที่ไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่อยู่แล้ว   เมื่อต้องมาวิ่งหนีอสูรกายอย่างไม่คิดชีวิตและต้องหาทางรอดจากไฟไหม้โกดัง  ทำให้พลังของเขาแทบจะหมดลงทันทีที่เห็นว่าตนเองรอดตายแล้ว  แต่ทว่าความดีใจของเนออนนั้นเป็นแค่เพียงภาพลวงตาในเวลาอันสั้นเท่านั้น

                เปรี้ยง!

                วัตถุบางอย่างฟาดเข้าใส่ร่างของเนออนที่กำลังเหนื่อยอ่อนอย่างรุนแรง ส่งให้ร่างของเขาปลิวกระเด็นไปในอากาศพร้อมกันกับปืนหินที่ประคองไว้ในมือ  เลือดสีแดงสดไหลทะลักออกมาจากปาก  นัยน์ตาของเขาเบิกโพลงด้วยความเจ็บปวดอันแสนสาหัส   

ในเวลาที่ร่างของเนออนยังคงลอยไปในอากาศนั้น  ดวงตาที่เบิกโพลงของเขาได้มองเห็นร่างของอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวตัวเดิมกำลังถูกไฟไหม้ไปทั้งตัว  หากแต่มันยังไม่ตาย และมันกำลังยืนอยู่ในจุดที่เขาควรจะนั่งพักอยู่เมื่อครู่นี้แทน

สุดท้ายการดิ้นรนของเขาก็ไร้ค่า  เขากำลังจะตาย  คิดเสียใจไปก็สายเกิน  เขาประมาทมันมากเกินไป

พลั๊ก!

                ร่างของเนออนหล่นกระแทกลงบนพื้นคอนกรีตและกลิ้งไปเป็นทางยาวกว่าสิบเมตร เลือดสีแดงสดของเขาไหลชโลมไปทั่วตัว  ก่อนที่เลือดจากการช้ำในจะกระอักออกมาจากปากโดยไม่มีที่ท่าว่าจะหยุด  อวัยวะภายในบอบช้ำสาหัส อวัยวะภายนอกฉีกขาด ความเจ็บปวดทรมานทำให้เนออนแทบจะขาดใจตายลงในทันที

                เรากำลังจะตาย  หนาวเหลือเกิน  ต้องตายในที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้  ตายอย่างโดดเดี่ยวเช่นนี้  ใครก็ได้ช่วยฉันที  พูดกับฉันหน่อยเถอะ

 

ในห้วงเวลาของความเป็นและความตาย  เสียงนั้นได้ดังขึ้น

มันถามคำถามผมซึ่งกำลังจะตาย   และผมก็ตอบมันไปด้วยหัวใจที่สัตย์จริง

 

                จิตใจของนาย  ปรารถนาสิ่งใดอยู่กันแน่ ในยามที่สติกำลังเลือนราง เสียงลึกลับก็ดังก้องไปทั้งจิตใจ

                ฉันต้องการมีชีวิตอยู่  ต้องการพลังที่ทำให้มีชีวิตอยู่ และไม่ตายอย่างโดดเดี่ยว เนออนตอบออกมาภายในจิตใจ แต่ไม่รู้ว่าเสียงลึกลับจะได้ยินหรือไม่

                เป็นคำตอบที่ยอดเยี่ยม  ถ้าแบบนั้นข้าจะเป็นพลังให้เอง จงลืมตาขึ้นมาซะ หากเจ้าปรารถนาจะมีชีวิตอยู่ก็จงลืมตาตื่นขึ้นมาซะ

                ครืน

                จากนั้นเนออนก็รู้สึกว่าความเจ็บปวดทั่วทั้งร่างได้มลายหายไปจนหมดสิ้น  เขาที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นจนถึงเมื่อครู่ค่อยๆ ยันกายยืนขึ้นอย่างช้าๆ ร่างของเขาเริ่มปลดปล่อยพลังงานแสงสีเงินสว่างไสวออกมา ปืนหินที่อยู่ในมือขวาเกิดรอยร้าวไปทั้งกระบอก  ก่อนจะค่อยๆ กะเทาะแตกออกจนเผยให้เห็นปืนสีเงินวาววับที่มีสายโซ่สีเดียวกันจากใต้ด้ามปืนยืดยาวออกมารัดพันไปตามแขนขวา  พาดไปถึงไหล่ และห้อยไปทางด้านหลัง

ดวงตาของเขาที่ค่อยๆ ลืมตื่นขึ้นมาภายใต้ความมืดมิดคือนัยน์ตาสีแดงฉานดุจเดียวกันกับอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวที่อยู่ตรงหน้า ทั้งกระหาย ไร้ปราณี  และเลือดเย็น

                เจ้าอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวมองเหยื่อของมันฟื้นขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ  และรีบวิ่งเข้าไปโจมตีใส่เนออนอีกครั้ง  ทั้งหมดก็เพื่อปลิดชีวิตเหยื่อของมันลงให้จงได้

                จงสู้ซะ  ถ้าอยากมีชีวิตอยู่  จงลั่นไกปืนนั้นซะ

เสียงลึกลับยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเนออนที่บัดนี้กำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเอง   แต่เมื่อเขาเห็นเจ้าอสูรกายกำลังวิ่งตรงเข้ามา  มือขวาที่จับปืนอยู่ก็ยกขึ้นเล็งไปที่อสูรกายตัวดังกล่าวโดยอัตโนมัติ 

ถ้าเป็นยามปกติเขาคงวิ่งหนีไปแล้ว แต่ตอนนี้เขามีความรู้สึกว่าตนเองสามารถฆ่าอสูรกายที่อยู่ตรงหน้านี้ได้

                ปัง!

                จากนั้นปืนในมือขวาของเนออนก็ถูกลั่นไกออกไปในจังหวะเดียวกับที่เจ้าอสูรกายเข้ามาถึงตัวเนออนและกำลังจะใช้กรงเล็บของมันโจมตีใส่พอดี  กระสุนของปืนที่เนออนยิงออกไปเป็นก้อนพลังงานสีเงินที่เข้มข้น  มันกระแทกเข้าใส่ร่างของอสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวจากด้านหน้าอย่างแม่นยำและทะลุออกไปด้านหลังพลางสลายหายไปดุจเดียวกับอากาศธาตุ

                เมื่อทุกอย่างสงบลง อสูรกายครึ่งคนครึ่งวัวก็ล้มลงไปหมอบอยู่แทบเท้าของเนออนพร้อมด้วยเลือดสีแดงสดที่ไหลนองท่วมพื้น  ทั่วทั้งร่างของมันค่อยๆ ลุกไหม้กลายเป็นเปลวไฟสีเงินอันร้อนระอุและสลายกลายเป็นฝุ่นผงหายไปกับสายลมยามราตรีที่พัดผ่านมา

                จงจำไว้  นามของข้าคือ  ราแซว์  ซิลเวอร์  เปลวเพลิงสีเงินที่แผดเผาสรวงสวรรค์   หากเจ้าต้องการพลังของข้าอย่างแท้จริง  ก็จงดิ้นรนมีชีวิตต่อไปจนกว่าจะได้ยินเสียงกระซิบของข้าอีกครั้ง

เสียงลึกลับยังคงดังก้องไปทั้งจิตใจของเนออน  และมันก็เป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจำได้ว่าได้ยินเสียงลึกลับเสียงนี้

 

ในค่ำคืนที่พระจันทร์เต็มดวงอยู่เหนือฟากฟ้า   ดวงดารานับพันส่องแสงระยับจับตา

ผมได้กลายเป็นมนุษย์ที่ไม่ใช่มนุษย์    เป็นมนุษย์ผู้เข่นฆ่าปีศาจ

กลายเป็นบางสิ่งที่อยู่เหนือกว่าจินตนาการจะสามารถรับรู้ได้

นัยน์ตาสีแดงฉานเฉกเช่นอสูรร้ายนั้น  มันทำให้ผมต้องถามกับตัวเองว่า

บัดนี้ผมยังใช่มนุษย์อยู่หรือเปล่า





........................................................................................................................


 

 

มาแล้วครับ  เริ่มต้นใหม่กันอีกครั้ง  ตอนต่อๆ ไป จะเริ่มเพิ่มความเร็วมากขึ้นเพื่อให้ทันกับที่เคยลงเอาไว้ก่อนหน้านี้  แต่บางส่วนที่มีการเพิ่มใหม่อาจสะดุดจนช้าเล็กน้อย  ต้องขออภัยผู้อ่านไว้ล่วงหน้าด้วยครับ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

3,235 ความคิดเห็น

  1. #3207 kookiooo (@kookiooo) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 21:51
    เเล้วกุจะรู้เหรอ..เเอ้ก!!
    #3207
    0
  2. #3174 BomS_Za (@dautoloot) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2559 / 18:41
    อืมๆๆๆถ้ามันซวยขนาดนี้มันรอดจนอายุขนาดนี้ได้ยังไง
    #3174
    0
  3. #3079 Wind_of_Independent (@icezeza123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2559 / 00:29
    พระเอกแบบนี้เรียกได้ว่าผ้าขี้ริวห่อทองโดยแท้ ดูแค่ผิวพระเอกนี้มันสวะของแท้จริงๆ แต่ลึกๆแล้วยังมีบ้างอย่างที่สุดยอดซ้อนไว้อยู่ เสียดายที่กว่าจะแกะผ้าออกได้ พระเอกคงต้องเจอของหนักอีกเยอะ
    #3079
    0
  4. #3054 xzerox2 (@xZEROx) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 11:22
    อ่านกี่รอบๆก็สนุก สู้ๆครับ
    #3054
    0
  5. #3053 。LiuLiu❤ (@fateza) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มกราคม 2559 / 07:09
    นี่มัน.... เหตุการณ์คล้ายๆตอนแรกของมาร์สไรเดอร์ เดนโอเลย =_=;;
    #3053
    0
  6. #2986 stifan (@stifan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มกราคม 2559 / 11:02
    เห็นภาพเลย
    #2986
    0
  7. #2867 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2558 / 19:44
    เนื้อเรื่องเปลี่ยนไปนิดหน่อยสินะคะ แต่ยังสนุกเหมือนเดิมค่ะ
    #2867
    0
  8. #2810 Falcon (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2558 / 02:23
    เพิ่งเห็นว่าไรท์กลับมาแล้ว ขอตัวกลับไปอ่านใหม่ตั้งแต่ต้นก่อนนะครับ
    #2810
    0
  9. #2707 โดดั่นดัก (@give_noiiz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2558 / 16:57
    สนุกค้าาาา ขอบคุณมากคะ
    #2707
    0
  10. #2599 gamesandan2012 (@gamesandan2012) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2558 / 12:37
    สนุกมากอะ
    #2599
    0
  11. #2593 bluesky00 (@bluesky00) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2558 / 17:44
    ไม่รู้ว่าไรเตอร์พิมผิดหรือผมเข้าใจผิด

    ไลค์เมเกอร์นี้พิมผิดป่าว

    ไลค์นี้ทับศัพท์จากคำว่าlike

    like maker =l ผมขอเงิบกับความหมายของคำนี้นะ "ผู้สร้างlike"

    ผมคิดว่าน่าจะเป็นไลท์เมเกอร์light makerมากกว่านะ

    ถ้าผมเข้าใจผิดก้ขอโทษด้วย

    ถ้าไรเตอรพิมผิดก็ฝากแก้ด้วยละกัน
    #2593
    0
  12. #2435 ๑valcan๑ (@valcanbass) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 23:15
    รอมานานมากครับ แต่ก็คุ้มค่ากับการรอคออครับ สนุกมาก 
    #2435
    0
  13. #2401 jammy11099 (@brs11099) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2558 / 22:08
    โอ้ฟินสนุกมากเลยครับ//น้ำตาไหลแปป
    #2401
    0
  14. #2378 ้heisai09 (@heisai09) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 มีนาคม 2558 / 23:44
    โอ้กลับมาแล้ววว เพิ่งเหนนน

    หนุกหนานๆๆๆๆๆ
    #2378
    0
  15. #2370 Olaky_f.ful (@olaky) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 มีนาคม 2558 / 21:43
    รีไรท์แล้วสนุกกว่าเดิมอีกกกก สุดยอดเลยค้าาา 
    #2370
    0
  16. #2357 นายตัวร้าย (@aom084495) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:46
    เปิดเรื่องได้สนุกดี
    #2357
    0
  17. #2336 lnwsaa (@popsaa123) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2558 / 08:48
    ก็ตามต่อไปๆๆ หวังว่าจะสนุกกว่าเก่า 55555555555+
    #2336
    0
  18. #2333 Valhala (@flkvangr) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:36
    อ่านกี่รอบก็สนุกทุกรอบ. ว่าแต่เรื่องไอลูกหมาจะลงหรือเปล่าครับ
    #2333
    0
  19. #2318 เอิน ราชบุตร (@nawoyz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2558 / 11:17
    สนุกครับบบบ
    #2318
    0
  20. #2315 ป้าผักกาด (@jelino) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 22:28
    กลับมาอ่านอีกรอบ .... รอบนี้ต้องจบแน่ๆ ...ใช่ไหม?
    #2315
    0
  21. #2306 8lek (@8lek8) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:50
    สนุกมากๆๆๆค่ะ ^^
    #2306
    0
  22. #2300 ออกัสดิ์ โคล่า (@thongraya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 14:05
    อ่านใหม่รอบที่เท่าไรจำมะได้
    #2300
    0
  23. #2295 หมๅไทยพันธ์ดุ (@bestpop22) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 12:22
    รออ่านอยู่นะครับ
    #2295
    0
  24. #2292 Ulquiorra Schiffer (@lomeo2112) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2558 / 00:22
    เป็นกำลังใจให้ครับ ไรท์เตอร์
    #2292
    0
  25. #2290 ZZZหลับฝันดี (@master-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2558 / 23:26
    สนุกมากเลยครับ
    #2290
    0
  26. #1401 PrcblemChllcl(有希) (@youyoupopc) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:59
    *0* ยะโอ มันกระแทกใจ จริ๊งจริง
    #1401
    0
  27. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2555 / 22:32
    แค่เริ่มก็สนุกแล้ว
    #1362
    0
  28. #1358 Lelouch Vi Britannia (@vongola7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2555 / 18:33
    no comment
    #1358
    0
  29. #1345 WhiteWingzxx (@whitewingz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มกราคม 2555 / 00:49
    น่าสนใจ ครับ
    #1345
    0
  30. วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 16:29
    หนุกหนาน

    #1318
    0
  31. #1300 FinaloP (@kitdacloud) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2554 / 22:08
    อ่านอีกรอบ ก็มันส์
    #1300
    0
  32. #1232 Dreamever (@mine1538) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2554 / 01:41
    น่าสนุกมากค่ะ
    #1232
    0
  33. #1197 pleng ploy (@say-no) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2554 / 16:37
    สุดยอดดดดดดดดดดดด
    อึ้งง่ะ ชอบตรงตัวหนามากๆ
    แบบว่าบรรยายขึ้นมาได้ตรงจังหวะมากๆ
    สุดยอดดดดดดดดดด
    #1197
    0
  34. #1184 Mr.February (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 22:33
    สูดดดดดดดดด...ยอด!!

    สนุกเหมือนราชันศาสตราเลยเน้อ
    #1184
    0
  35. #1182 ขอเป็นเอลล์ (@swallofly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2554 / 12:55

    ตามมาอ่านต่อจากราชันศาสตร์ เหมือนกันครับ

    #1182
    0
  36. #1007 Spirit of The Fantasy World (@bamlovemum) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2554 / 16:50
     ตอนกำลังตายใช้ภาษาลิเกจัง

    แต่ก็นุกดีจ้าาา~~~~~~~~~~~~~~
    #1007
    0
  37. #952 Apart' Kz (@a-part) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2554 / 13:59
    พระเอกหล่อ มีกำลังใจในการอ่าน

    (เนื้อเรื่องก้อสนุกน้ะ รีดเดอร์ อย่าเพิ่งน้อยใจ) ^^
    #952
    0
  38. #890 My Angle (@love-w) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2554 / 07:20
    กรี๊ดดดดดดดดดดด...>[]<

    สุดยอด

    เป็นอะไรที่โดนสุดๆ
    #890
    0
  39. #877 คาเอล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2554 / 23:06
    = = ตามมาอ่านต่อจากราชันศาสตราเหมือนกันครับเรื่องนี้สนุกมากครับแต่ไม่รู้ผมนึกไปเองป่าวตอนแรกๆนี่เหมือนไรเดอร์เดนโอจังเลย
    #877
    0
  40. #845 มนุษย์เงา (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2554 / 03:02
    เรียบเรียงคำพูดได้ดี ทั้งการใช้คำ อ่านแล้ว ลื่นดี ไม่สะดุด ชอบคับ แต่งดี เปงกำลังใจให้คับ
    #845
    0
  41. #841 อ่านการ์ตูน (@khimkhimza32) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2554 / 21:23
    สนุกๆ ตามมาจากราชันศาสตรา
    #841
    0
  42. #800 ~ K r i t Z ~ (@logintest03) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2554 / 18:39
    เพิ่งมาอ่านเรื่องนี่อ่ะ หนุกดีนะ
    #800
    0
  43. #785 สายหมอกราตรี (@gun1234) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2554 / 01:06
    มาสไรเดอร์ครับ
    #785
    0
  44. #715 God of serbirus x (@xaxz) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2554 / 23:01
     ใช้ได้มาก ครับ 
    แปลก ดี นิยาย สมัยนี้ก็มีแต่ ไอโน่น ออนไล ไอนี่่อออนไล 
    เรื่องนี้ไม่ออนไล ดีมาดชกครับ 
    ผมคิดว่ามีแต่นิยาย ออนไลซะแล้ว
    #715
    0
  45. #632 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 21:31
    ไม่รุจิ มันก็ไม่น่าเข้ายุดีแระ เหอๆ เอาเสียงลมหายใจของกระทิงคลั่งเลย เหอๆ
    #632
    0
  46. #631 SomeOneฯ (@pomzaanew) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 20:46
     คห.497 ไม่ใช่เสียงมูเล็กๆสิครับ เสียงมูวใหญ่ๆแบบวัวอะ ออกเสียงคล้ายๆมอออออ
    #631
    0
  47. #619 FinaloP (@kitdacloud) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2554 / 13:25
    มาอ่านใหม่เพื่อรอตอนใหม่
    #619
    0
  48. #497 นักอ่านพเนจร (@txioth) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2554 / 12:52
    เสียงปีศาจ ทำได้ไม่เข้าอย่างแรง เหอๆ ร้องเหมือนไอตัวสีขาวๆ ขนปุยๆ ตัวเล็กๆ น่ารักๆ เลย เหอๆ ไม่เข้ากะตัวโหดเลย
    ร้อง มอออออ ไม่ก็ โฮกกกก ก็ยังดี เหอๆ
    #497
    0
  49. #435 GaiKI (@GaiKI) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 05:43
    เริ่มเรื่องได้ น่าสนใจมากเลยครับ
    #435
    0
  50. #429 OCEAN PLANET (@lilowria) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2554 / 00:21
     อยากอ่านต่อ  แต่ดึกแล้ว  ขอบคุณครับ  ^_______^
    #429
    0