ภารกิจรัก สายลับ ป่วนออนไลน์

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 : เริ่มเกม RWO ช่วยตั้งชื่อ กับ รสชาติสมจริง? re1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29,176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    31 ม.ค. 53

บทที่ 1 : เริ่มเกม RWO ช่วยตั้งชื่อ กับ รสชาติสมจริง?

            ในยุคศตวรรษที่ 35 การสร้างที่อยู่อาศัยหรือสำนักงาน จะถูกออกแบบให้ใช้พื้นที่อย่างคุ้มค่า ดังนั้นลักษณะของบ้านจะถูกสร้างให้อยู่ในรูปแบบของตึกสูงขนาดใหญ่

ในเขตตัวเมืองหลวงใหม่แห่งนี้มีประชากรประมาณ 15 ล้านคน ส่วนในเขตที่อยู่อาศัยมีตึกสูงมากมาย ตามถนนทั้งบนดินและบนอากาศก็ยังคงมีรถเหาะบินกันตลอดเวลา เพราะในยุคนี้แทบไม่แบ่งกลางวันหรือกลางคืนแล้ว ผู้คนต่างทำงานกันเกือบตลอดเวลา ด้วยความหลากหลายอาชีพ หน้าที่ที่แตกต่างกัน ทำให้ร้านค้าส่วนใหญ่ต้องมีการบริการส่งของตลอด 24 ชม. เพื่อบริการลูกค้าได้ตลอดเวลา

ในตึกสูงทรงสี่เหลี่ยมสีขาวถูกสร้างเรียงเป็นแถว ถนนลอยฟ้าต่างแบ่งเป็นชั้นๆ มีรถบินกันอย่างแน่นหนา ต่างขับกันด้วยความเร็วที่แตกต่าง โดยถนนชั้นบนสุดจะเร่งความเร็วสูงสุด พอไล่ลงมาแต่ละชั้น ความเร็วจะลดลงเป็นระดับ เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของผู้ขับขี่ ถ้ายิ่งอยู่ถนนชั้นล่างก็จะเป็นการบ่งบอกว่า รถเหาะที่บินอยู่นั้นกำลังจะเลี้ยวเข้าตึกในพื้นที่ใกล้เคียงนั่นเอง

            รถเหาะสีดำรุ่นแบบกระบะ ที่วางของด้านหลังรถได้มีกล่องสีเขียวอ่อนขนาดใหญ่วางเอาไว้อยู่

            ผ่านไปอีกห้าช่วงตึก รถคันนั้นได้เริ่มบินออกจากถนนลอยฟ้าชั้นสูงสุดไต่ระดับลงชั้นล่างสุด และได้เลี้ยวเข้าชั้นล่างสุดของตึกสีขาวหลังหนึ่ง

            ในชั้นล่างของตึกหลังนั้น เป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีเพียงทุกๆ ระยะ 20 เมตร จะมีห้องสีขาวที่มีแสงไฟเปิดสว่างเอาไว้อยู่ แล้วที่หน้าห้องเหล่านั้นจะมีหมายเลขกำกับ 1 2 3..ไล่กันไปเรื่อยๆ

            เมื่อรถเหาะได้บินไปถึงหน้าห้องที่มีหมายเลข 10 ก็เลี้ยวเข้าไปในห้องนั้นพอจอดลงกับพื้น ที่ด้านหน้าสุดของห้องก็มีแสงสีส้มสว่างขึ้นเป็นการบอกว่ามีรถเหาะเข้าจอดในห้องแห่งนี้

            หน้ากระจกรถเหาะได้ปรากฏหน้าจอเป็นรูปหน้าผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมาและกล่าวว่า “โปรดบอกหมายเลขชั้นค่ะ”

            ชายหนุ่มกล่าวตอบกลับไปว่า “ชั้น 36 ผู้อาศัย เมธัส รัตนธรรม

            สิ้นเสียงตอบของผู้อยู่ในรถเหาะ ที่พนังกำแพงภายในห้องได้มีแสงเลเซอร์สีเขียวหลายสิบเส้นวิ่งผ่านรถทั้งคันและจะมีแสงสีเขียวจากกำแพงด้านหน้าวิ่งผ่านใบหน้าของผู้ขับรถอย่างรวดเร็ว พอแสงวิ่งผ่านเสร็จสิ้น เสียงของหญิงสาวที่อยู่ในจอภาพก็ค่อยดังขึ้นอีกครั้งว่า “ระบบตรวจสอบยืนยันว่าเป็นผู้พักอาศัยอยู่จริง ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะ”

            รถที่จอดอยู่กับพื้นก็เริ่มเลื่อนขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้ามองดูที่ข้างกำแพงจะพบว่ามีหมายเลขตัวใหญ่ติดอยู่ข้างกำแพงห้อง เมื่อรถได้ลอยผ่านตามชั้นต่างๆ ก็จะพบเห็นเลขด้านข้างที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ 13... 25 จนกระทั่งถึงเลขที่ 36 รถเหาะก็ได้ลอยตัวหยุดอยู่พอดิบพอดี

            ห้องข้างหน้าเป็นพื้นที่กว้างเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ตรงพื้นห้องมีแท่นที่ใช้จอดรถได้ 2 คัน ที่แท่นปรากฏแสงสว่างเรืองรองเป็นช่อง เพื่อให้รถทำการลงจอดตรงช่องดังกล่าว และตรงกลางของแท่นจะมีเสาทรงกระบอกสีเงินเอาไว้ยึดจับตัวรถและใช้ในการเติมพลังงานให้กับรถเหาะ ตรงกำแพงห้องฝั่งซ้ายมีประตูสีน้ำตาลเข้มติดเอาไว้อยู่

             รถเหาะได้เริ่มบินเข้าไปในห้องด้านหน้าลอยอยู่เหนือที่แท่นจอดรถเหาะอย่างเชื่องช้า ตรงที่แท่นจอดรถได้ปรากฏแสงสว่างเปล่งประกายขึ้นเล็กน้อย ตัวรถก็เริ่มเคลื่อนตัวเองอัตโนมัติเพื่อลงสู่จุดจอดที่เหมาะสม

            เสาตรงกลางของแท่นจอดได้เลื่อนขึ้นไปติดตรงใต้ตัวรถอย่างแม่นยำ จากนั้นที่เสาได้ปรากฏแสงสีเขียวอ่อน เป็นการบ่งบอกว่าเริ่มทำการเติมพลังงานเองอัตโนมัติ

            มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นว่า “รถได้ทำการจอดเรียบร้อยแล้วค่ะ จากการตรวจสอบจะทำการเติมพลังงานให้เต็มภายในเวลา 15 นาที”  

ชายหนุ่มเปิดประตูลงจากรถพร้อมหยิบบัตรออกจากกระเป๋าเสื้อ เดินไปยังประตูสีน้ำตาลเข้ม แล้วได้ใช้บัตรรูดผ่านช่องด้านข้างของบานประตู เพียงชั่วพริบตาเดียวได้มีเสียงผู้หญิงดังขึ้นว่า “ยินดีต้องรับกลับบ้านคะ คุณเมธัส”

วืด!! บานประตูที่อยู่เบื้องหน้าทำการเลื่อนออกไปด้านข้างขวาอย่างรวดเร็ว

เบื้องหน้าปรากฏเป็นห้องที่มืดมิดจนมองไม่เห็นสิ่งต่างๆ ในห้อง

พรึบ! แสงสว่างได้ปรากฏขึ้นให้เห็นว่าเป็นห้องสีฟ้าอ่อน ขนาดห้องกว้างยาว 12 x 8 เมตร มีโซฟาขนาดใหญ่วางตรงด้านขวาของห้องหันหน้าไปหากำแพงห่าง 2 เมตร ที่มุมซ้ายเป็นห้องครัวขนาดเล็ก มีตู้เย็นขนาดกลาง ตรงอีกมุมหนึ่งก็มีเตียงนอน นอกนั้นเป็นพื้นที่ว่างโล่ง

            ชายหนุ่มกวาดสายตามองดูรอบห้องเที่ยวหนึ่ง ค่อยหยิบรถลากขนของที่วางไว้อยู่ด้านข้างประตู หันกลับไปยังรถเหาะที่จอดเติมพลังงานอยู่ แล้วเริ่มหยิบกล่องใส่ของที่ชายหนุ่มได้ไปเดินซื้อมาจากย่านการค้าจากที่เบาะด้านหน้า วางลงยังรถลากขนของ พอหยิบกล่องสีขาวที่วางอยู่เบาะหน้าเสร็จ สายตาของชายหนุ่มก็มองไปยังกล่องสีเขียวที่ใหญ่โตที่วางอยู่ในกระบะด้านหลังรถด้วยสายตาที่เหนื่อยใจเล็กน้อย

            เขาลากรถไปอยู่ตรงส่วนท้ายกระบะ แล้วพยายามยกเอากล่องสีเขียวเลื่อนวางลงยังรถลากขนของอย่างนุ่มนวลเหมือนกลัวมันจะตกพังชำรุด แต่ในความเป็นจริงแล้วนั้น มันหนักมากพอสมควรจนตัวเขาเองยังยกขึ้นมาแทบไม่ไหวได้แต่ลากลงยังตัวรถลากที่วางอยู่ด้วยกำลังทั้งหมดที่มี

            กล่องสีเขียวที่ชายหนุ่มลากลงจากกระบะหลังรถ มันใหญ่จนแทบจะกินพื้นที่ทั้งหมดของรถลาก เขาต้องถอนหายใจเล็กน้อยก่อนคิดในใจว่า //ดีนะที่เมื่อ 3 วันก่อนซื้อรถเข็นของต่อต้านแรงดึงดูดขนาดใหญ่ไว้ก่อน ไม่อย่างนั้นหนักขนาดนี้คงยกไปไม่ไหว//

            ชายหนุ่มกดปุ่มสีเขียวที่อยู่ตรงที่จับของรถลาก แสงสีขาวอ่อนได้เปล่งประกายขึ้นจากพื้นด้านล่างของรถลาก แล้วรถลากก็เริ่มลอยตัวขึ้นเหนือพื้นเพียงห้าเซนติเมตร แต่นั่นก็ทำให้ลดน้ำหนักทั้งหมดของรถลาก ชายหนุ่มเพียงแค่อกแรงเล็กน้อยก็เข็นรถลากกลับเข้าห้องอย่างง่ายดาย

            พอเขาเข้าห้องก็เริ่มจัดสิ่งของที่อยู่ในกล่องสีขาวเข้าตู้เย็นขนาดกลาง ซึ่งในตู้จะมีช่องใส่ของวางแยกๆ กันไว้ เช่น ช่องเนื้อบด ช่องมะเขือ ช่องไข่ ช่องเนย ช่องถั่ว ช่องขนมปังและอื่นๆ อีก หลายช่อง และจะมีช่องบนสุดไว้ใส่ของที่ต้องแช่แข็ง

            หลังจากเมธัสจัดการแยกของใส่ตามช่องในตู้เย็นเสร็จ เขาทำการปิดประตูพร้อม กล่าว ว่า “อลิซ เย็นนี้ขอเมนูอาหารแบบ A นะ”

            เสียงผู้หญิงดังขึ้นอีกครั้ง “ค่ะ...ตรวจสอบแล้ววัตถุดิบครบ จะลงมือทำเสร็จภายใน 25 นาที กรุณารอสักครู่ค่ะ”

            เสียงที่ตอบกลับเมธัสนั้นคือ AI ประจำบ้านที่จะคอยดูแลระบบเครื่องไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านให้กับผู้ที่อยุ่อาศัย

ในยุคสมัยนี้ บ้านของคนที่อาศัยอยู่เพียงลำพังมักจะนิยมซื้อ หุ่นยนต์รับใช้ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบ ตามรสนิยมเจ้าของบ้านว่าจะเลือกซื้อแบบไหน แต่สำหรับเมธัสชอบแบบ AI ซะมากกว่า ส่วนชื่อ AI เขาเป็นผู้ตั้งชื่อให้เอง

ซึ่งระบบAI นั้นถ้าเจ้าของใส่ข้อมูลหรือโปรแกรมที่เหมาะสมจะสามารถให้ AI ช่วยงานในกิจวัตรประจำวันของเจ้าของได้ตามที่เหมาะสมหรือตามความต้องการของเจ้าของ

            เมธัสได้คิดในใจพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี //ดีแล้วที่ตอนเลือกซื้อห้อง ได้ซื้อเครื่องทำอาหารอัตโนมัติไว้//

            เขาได้ย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้เมื่อห้าวันก่อน เพื่อเตรียมตัวทำงานใหม่ที่เขาเพิ่งจะได้รับมา

            ชายหนุ่มได้เริ่มจัดการแกะกล่องสีเขียวที่ยังอยู่บนรถลาก พอดึงตัวล็อคกล่องทั้งสี่ด้านเสร็จก็ยกฝากล่องออกมาก็พบเห็นเตียงไฟฟ้าที่มีรูปลักษณ์เป็นแคปซูลสีขาว กว้างยาว 1.3 x 2.5 เมตร วางนอนอยู่บนฝากล่องด้านล่าง

            เขามองดูภายในฝากล่องที่ตนเองดึงขึ้นมาพอว่ามีถุงสีดำที่ติดอยู่กับฝากล่องด้านในอยู่ใบหนึ่ง ก่อนจะบ่นพึมพำกับตนเองว่า “อืม... การ์ดคู่มืออยู่ในนั้นมั้ยน่า”

            พอกล่าวเสร็จก็เริ่มค้นหาของจากถุงที่อยู่ภายในกล่อง ซึ่งในถุงนั้นมีกล่องเล็กใสอยู่หนึ่งใบ ในนั้นได้บรรจุแคปซูลยาวเพียงครึ่งนิ้ว ไว้สามเม็ด และด้านข้างกล่องใสก็มีแผ่นสีเงินติดเอาไว้อยู่ พอเขาพบเห็นก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “อ้อ เจอแล้ว”

            เมธัสเดินไปยังเก้าอี้โซฟาเพื่อหยิบแท่งสี่เหลี่ยมสีเงินขนาดเท่าฝ่ามือ เอาการ์ดสีเงินที่พบเจอนั้นเสียบเข้าไปในช่องด้านล่างของมัน

            เขาเพียงกดปุ่มที่อยู่บนแท่งสี่เหลี่ยมสองครั้งก็ปรากฏจอภาพกว้างยาวขนาดกระดาษ A4 ขึ้นมาจากบนแท่ง ซึ่งด้านบนสุดของจอภาพเขียนว่า วิธีใช้เตียงไฟฟ้ารุ่นZ II’

            *แท่งสี่เหลี่ยมนั้นคือ เครื่องอ่านการ์ด ซึ่งจะเปลี่ยนข้อมูลที่อยู่ในการ์ดแสดงเป็นภาพ ขึ้นอยู่กับว่าการ์ดใบนั้นจะบรรจุข้อมูลอะไรไว้ เช่นอาจเป็นภาพ 3 มิติ เป็นต้น มีใช้แพร่หลายทั่วโลกถูกเรียกว่า แท่งมินิทัศน์

            หลังจากอ่านวิธีใช้ต่างๆ เขาเริ่มลากรถลากที่วางเตียงไฟฟ้าเอาไว้ไปยังมุมห้องด้านหนึ่ง ซึ่งที่ตรงนั้นจะมีเตียงสีขาวขนาด 1 x 2 เมตรวางอยู่ พอชายหนุ่มกดปุ่มที่กำแพงด้านหัวเตียง เตียงถูกเลื่อนเข้าไปในกำแพง จากนั้นเขาค่อยเลื่อนเตียงไฟฟ้าลงจากรถลากเข้าไปอยู่แทนที่เตียงนอนที่ถูกเก็บเข้าไปในกำแพงอย่างยากลำบาก

เมธัสได้เปิดฝาด้านหัวเตียงต่อสายสีขาว 4 สายจากเครื่องเข้ากับปลั๊กข้างกำแพงอีก 4 ปลั๊ก

            เมธัสกล่าวพร้อมถือแท่งมินิทัศน์เพื่ออ่านวิธีการใช้งานของเตียงว่า “อลิซ เชื่อมต่อเข้ากับ เตียงไฟฟ้า Z II สิ”

            อลิซตอบกลับว่า “ค่ะ ใช้เวลา 5 วินาที ....เสร็จสิ้นการติดตั้งค่ะ”

            ชายหนุ่มเดินไปนั่งที่โซฟา พร้อมเริ่มอ่านคู่มือที่เขาเลื่อนอ่านอย่างรวดเร็ว ก่อนกล่าวว่า “อลิซ เปิดโปรแกรม ทำการเดินเครื่องชาร์จไฟแล้วตรวจสอบระบบทั้งหมดว่าสมบูรณ์มั้ยนะ”

            อลิซตอบกลับว่า “ได้ค่ะ เริ่มเช็คระบบทั้งหมด 1 2 3 4 5...24 ระบบทั้งหมดทำการตรวจสอบเรียบร้อย ทุกระบบสมบูรณ์พร้อมการใช้งาน ไฟฟ้าใช้เวลาชาร์จอีก 30 นาทีค่ะ”

            เมธัสกดปุ่มปิดแท่งมินิทัศน์ จอภาพที่ลอยอยู่ก็ได้หายไป  

            เขาได้หยิบเอาการ์ดออกจากแท่งมินิทัศน์นำการ์ดนั้นใส่หมวกสีเงินที่วางอยู่ด้านข้าง จากนั้นเขาสวมหมวกใบนั้นเข้ากับศีรษะของตนเองพร้อมกดปุ่มสีฟ้าที่อยู่ข้างหมวก

            แสงสีฟ้าได้เปล่งประกายออกมาจากจอเล็กๆ ข้างหน้าของหมวก เขียนว่า เปิดระบบ จากนั้นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้ทั้งหมด และระบบต่างๆ ของเตียงไฟฟ้าได้เริ่มเข้าสู่สมองของเมธัสทันที

            ผ่านไป 3 นาที...

            เมธัสได้ดึงหมวกสมองกลออกจากศีรษะ พร้อมรอยยิ้ม เพราะหลังจากเข้าใจวิธีใช้ทั้งหมดแล้ว เขาเลยได้ทราบว่ามันเป็นเตียงรุ่นที่ดีกว่ารุ่นที่เขาเคยใช้เมื่อสมัยก่อนจริง

            ชายหนุ่มเคยใช้รุ่น G IV หลังจากใช้จะมีอาการวิงเวียนศีรษะเล็กน้อย ส่วนเตียงไฟฟ้าที่เขาใช้ในแล็ปที่ทำงานของเขาคือรุ่น T VII ถึงจะใช้อยู่ เขาก็ไม่สามารถนอนหลับได้ เพราะในเวลาที่ใช้งานเขายังคงตื่นอยู่

            แต่ตั้งแต่รุ่น X ถึงรุ่น Z II นี้ ต่างจากรุ่นก่อนๆ ขณะที่ใช้จะสามารถนอนหลับได้จริงๆ เพราะ ในรุ่น X เป็นต้นมาจะมีระบบจำศีล แบบแคปซูลนิทราที่ใช้กับคนไข้ที่ไม่สามารถรักษาได้ให้หลับไประยะเวลาหนึ่งจนกว่าวงการแพทย์จะหาทางรักษาได้ จึงจะทำการเปิดแคปซูลนิทราเพื่อปลุกให้คนไข้ได้ตื่นออกมารับการรักษา

            รุ่น Z II ได้จำลองการใช้เพียงแต่จะจำศีลได้นานสูงสุดเพียง 7 วันเท่านั้น เพราะถ้าเกินกว่านั้น อาจมีผลกระทบต่อร่างกายได้ และก่อนที่จะใช้ต้องทานอาหารให้พอเพียง ไม่เช่นนั้นอาจเกิดอาการขาดสารอาหารตายขณะใช้เตียงไฟฟ้าได้ ซึ่งมีวิธีแก้โดยให้ตื่นเป็นช่วงๆ เพื่อออกมาทานอาหาร หรืออาจทานอาหารแคปซูลพิเศษที่จะให้สารอาหารอย่างเพียงพอ

            ซึ่งด้วยความฉลาดของทางผู้ผลิตก็มีการจำหน่าย อาหารแคปซูลพิเศษที่ทานเม็ดเดียวอยู่ได้นานถึง 7 วัน  ราคาเม็ดละ 1,500 คอส

            เมธัสคิดไปก็ขำไป //คนผลิตช่างเข้าใจคิดจริงๆ ราคาเหมาะสมไม่แพงเกิน พวกที่ใช้บริการยูเน็ตคงเป็นพวกลูกค้าหลักเลยทีเดียว//

            และแคปซูลอาหารที่แถมมากับเตียงไฟฟ้าก็มีให้ทดลองทานสามเม็ด ซึ่งย่อมแน่นอนว่าเขายังคงไม่ขอทดลองในตอนนี้

            ระบบใหม่ที่เพิ่มใน รุ่น X เป็นต้นมาคือมีเครื่องเกม RWO ติดอยู่ภายในเตียงด้วย เพียงแค่เอาบัตรประชาชนใส่เข้าไปก็เริ่มเล่นได้ทันที ซึ่งท่าทางลุงพนักงานจะไม่ทราบว่าเตียงไฟฟ้ารุ่นนี้มีแถมมาให้ หรืออาจจะคิดหลอกขายเครื่องเกมกับเขาที่ไม่ทราบก็อาจเป็นไปได้ ดีที่เขาไม่ได้ซื้อตามคำเชิญชวนไม่เช่นนั้นเขาคงต้องเสียดายเงินจำนวนนั้นอย่างแน่นอน

            ขณะที่เมธัสกำลังนั่งบนโซฟาคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เสียงของอลิซก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง “คุณเมธัสค่ะ อาหารเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ เชิญรับประทานได้ค่ะ”

            ชายหนุ่มขานตอบกลับว่า “ขอบใจจ้า อลิซ เดี๋ยวเตรียมห้องอาบน้ำให้ด้วยนะ”

            เขาลุกขึ้นจากโซฟา แล้วเดินไปยังถาดอาหารที่เลื่อนออกมาจากกำแพงห้องด้านที่เป็นห้องครัว

            อลิซตอบกลับ “จะทำการเตรียมห้องอาบน้ำให้เดี๋ยวนี้ค่ะ”

            สิ้นเสียงของอลิซกำแพงด้านหนึ่งได้เลื่อนเปิดขึ้นเป็นห้องอาบน้ำที่เริ่มมีน้ำร้อนไหลลงอ่างอย่างช้าๆ

ชายหนุ่มหยิบถาดอาหารที่มีกลิ่นหอมของอาหารโชยออกมา ซึ่งทำให้เจ้าตัวพอใจกับอาหารมื้อเย็นของคืนนี้

เมื่อเขากลับไปนั่งที่โซฟา กำแพงด้านหน้าได้เลื่อนเปิดออก มีโต๊ะสีขาวเลื่อนออกมาแทน ใช้เป็นโต๊ะวางถาดอาหารให้เขาใช้ทานอาหารนั่นเอง

ที่กำแพงหน้าโซฟาจากที่เป็นพื้นสีขาวก็เปลี่ยนเป็นจอทีวีขนาดใหญ่ แสดงภาพทิวทัศน์ ป่าไม้ดอกไม้ที่สวยงาม

เมธัสมองดูภาพแล้วกล่าวว่า “อลิซ วันนี้ขอเป็นภาพทะเลแล้วกันนะ”

AI ประจำบ้านตอบกลับว่า “รับทราบค่ะ เปิดภาพทะเล ดำเนินการเรียบร้อยค่ะ”

พอสิ้นเสียงของอลิซ ภาพที่อยู่บนกำแพงได้เปลี่ยนจากภาพป่าไม้เป็นภาพท้องทะเลลึกสีฟ้าเข้มที่สวยงาม มีปะการังอยู่ตามพื้นใต้ทะเล และเหล่าฝูงปลาน้อยใหญ่หลากสีสันว่ายเวียนวนไปมาในทะเล

 เมธัสทานอาหารและพร้อมจ้องมองภาพฝูงปลาตัวน้อยที่ว่ายไปตามท้องทะเลที่งดงามอย่างพึงพอใจ

สำหรับยุคอนาคต ป่าได้เปลี่ยนเป็นป่าทางชีวภาพ ต้นไม้ได้มีขนาดใหญ่กว่าสมัยยุค ศตวรรษ 21 มากนักเพราะเพื่อเร่งการฟื้นฟูธรรมชาติ นักวิทยาศาสตร์เลยตัดต่อยีนต้นไม้จนมีขนาดใหญ่ซึ่งขนาดลำต้นเล็กสุดก็ 40 คนโอบได้ และมีอายุยืนได้มากกว่าหนึ่งพันปีเลยทีเดียว

ส่วนทะเลในปัจจุบันได้เริ่มทำการฟื้นฟูธรรมชาติได้บ้าง แต่ตอนนี้ทางรัฐบาลโลกยังคงสั่งห้ามการทำธุรกิจเกี่ยวกับทะเลทั้งหมด ซึ่งจนกว่านักวิทยาศาสตร์ที่เชี่ยวชาญจะสั่งอนุญาตให้เริ่มมีการใช้งานได้อีกครั้ง ไม่เช่นนั้นคำสั่งห้ามก็ยังคงมีอยู่ต่อไป

หลังทานข้าวเสร็จ เมธัสนำถาดอาหารวางลงที่อ่าง เครื่องทำความสะอาดก็เริ่มทำงานล้างถาดอาหารเองอัตโนมัติ

เขาเดินไปที่หน้าห้องน้ำถอดเสื้อผ้าทิ้งลงช่องหน้าห้องน้ำ แล้วค่อยเข้าห้องอาบน้ำนอนแช่น้ำอุ่นในอ่างกว้างขนาดพอดีร่างกายของเขานอนพริ้มตาหลับแช่น้ำอุ่นสบายใจ

ผ่านไป 20 นาที

เมธัสในชุดเสื้อยืดและกางเกงขายาวสีขาว ที่เตรียมตัวพร้อมที่จะใช้เตียงนอนใหม่ของเขากล่าวว่า “อลิซเปิดเตียงไฟฟ้าซิ”

อลิซกล่าวตอบว่า “รับทราบค่ะ ทำการเปิดระบบเตียงไฟฟ้า...เชิญใช้งานได้ค่ะ”

สิ้นเสียงเพียงสามวินาทีฝาครอบของเตียงไฟฟ้าได้เริ่มเปิดออก ให้ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านข้างของเตียงไฟฟ้าได้ชมมองด้วยความสนใจ

ภายในตัวเตียงไฟฟ้าจะมีขนาดกว้างยาวเพียง 0.8 x 2.2 เมตรเท่านั้น เมธัสได้แต่คิดว่า //ถ้าเป็นคนตัวสูงใหญ่กว่านี้จะเข้าไปใช้ได้ไหมนะ หึหึ//

เมธัสเข้าไปลงนอนบนเตียงไฟฟ้า วัสดุที่รองรับตัวมีความอ่อนนุ่มพอสมควร เมื่อลงนอนทำให้รู้สึกเหมือนนอนอยู่บนน้ำ ส่วนหมอนดูเหมือนจะออกแบบให้พอดีไม่สูงไม่ต่ำเกินไป

เขาเอาบัตรประชาชน เสียบเข้าช่องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กของในเตียงไฟฟ้า

ฝาครอบเริ่มปิดลงมา พอปิดสนิทก็ปรากฏแสงสว่างเล็กน้อยจากจอฝาครอบด้านในที่อยู่เบื้องหน้าของเขา จากนั้นได้ปรากฏแสงสีเขียวเลื่อนจากปลายเท้าไล่ขึ้นมาจนถึงศีรษะของชายหนุ่ม

เสียงอลิซดังขึ้นมาอีกครั้ง “ผู้ใช้งานถูกต้อง เป็นคุณเมธัส รัตนธรรม โปรดสั่งการค่ะ”

ชายหนุ่มตอบกลับว่า “ตั้งเวลาปลุก 7.00 am. ใช้ระบบโอนการติดต่อทางโทรศัพท์และข้อความทางโทรศัพท์เข้ายูเน็ต เปิดระบบสัญญาณติดต่อกับยูเน็ต”

อลิซตอบรับคำสั่งว่า “รับทราบค่ะ...ดำเนินการเรียบร้อย”

สิ้นเสียงของอลิซ ชายหนุ่มก็เริ่มหลับทันทีด้วยระบบของเตียงไฟฟ้า

ไฟทั้งหมดภายในห้องก็ดับลง จะมีก็เพียงแสงของ เตียงไฟฟ้าที่ ไฟด้านข้างกำลังบ่งบอกว่า เตียงไฟฟ้ากำลังถูกใช้งานอยู่

...................

...............

......

จากที่รอบข้างดำมืด

แว๊บ! แสงสว่างได้ปรากฏขึ้น

เมธัสได้ปรากฏตัวในชุดสูทสีดำกางเกงสีดำนั่งบนเก้าอี้พนักพิงสูงถึงศีรษะสีน้ำตาลอ่อน อยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมกว้างขนาด 3 x 3 เมตร สีขาวโล่ง ไม่มีสิ่งของอื่นใดอยู่ภายในห้องเลยสักชิ้นเดียว

เมธัสกล่าวขึ้นว่า “เปิดการติดต่อเข้าห้องทำงาน”

ห้องจากสีขาว ก็เปลี่ยนเป็นสีเขียวอ่อน แล้วมีเสียงของผู้หญิงดังขึ้นจากรอบด้าน “ยินดีต้อนรับพนักงาน เจ้าหน้าที่เมธัส สู่ศูนย์วิจัยวิทยาศาสตร์ กรุณาบอกรหัสผ่านด้วยคะ”

“9Q7W663K

“รหัสถูกต้องค่ะ”

“เข้าห้องหน่วยงานที่ 53 ช่วยบันทึกการเข้าทำงานของผมไว้ด้วย อืม...ส่งเอกสารมาที่ห้องทำงานผมทันที”

“รับทราบค่ะ... ข้อมูลเอกสารทั้งหมดถูกส่งให้เรียบร้อยแล้วค่ะ”

พริบตาเดียวห้องสีเขียวอ่อนได้เปลี่ยนเป็นห้องทำงานสีฟ้าอ่อน มีโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม บริเวณด้านข้างมีต้นไม้ประดับอยู่ทั้งสองด้านกำแพง

ที่เบื้องหน้าของเมธัสได้ปรากฏหน้าต่างสีขาวขึ้นมาอยู่เหนือโต๊ะ 18 บาน

เขาเลื่อนมือขวาขึ้น หน้าต่างที่อยู่เบื้องหน้าก็โดนดูดเข้าไปในมือขวาของเขา มาทีละหน้าจอ จนครบทั้งหมด

ในระบบเตียงไฟฟ้านั้นจะทำการจับคลื่นสมองของผู้ใช้ ในช่วงเวลาของความคิดหรือระดับของความเร็วในการใช้คลื่นสมองของแต่ละคนนั้นล้วนต่างกัน สำหรับเมธัส เวลาในโลกของคลื่นสมองของเขาจะมีความเร็วระดับ 1 นาทีในโลกจริง : 36 ชั่วโมงในโลกคลื่นสมอง

ซึ่งระดับเฉลี่ย ของคนทั่วๆ ไปจะอยู่ที่ 1 นาทีในโลกจริง : 6 ชั่วโมงในโลกคลื่นสมอง ความเร็วของสูงสุดในโลกที่มีการยืนยันคือ 1 นาทีในโลกจริง : 41 ชั่วโมงในโลกคลื่นสมอง ในบางกรณีผู้ใช้อาจใช้เครื่องช่วยเร่งในการประมวลผลความเร็วคลื่นสมองได้ เพียงแต่อาจมีผลกระทบต่อสมอง ทำให้ไม่มีผู้ใช้เครื่องช่วยเร่ง

ในเวลาที่ผู้ใช้เข้าห้องที่มีผู้คนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก มักจะมีการปรับค่าคลื่นความเร็วในห้องให้มีค่าเท่ากัน เพื่อที่จะสามารถเข้าใจในการพูดคุยของอีกฝ่ายได้

เมธัสพยักหน้าพร้อมกล่าวว่า “อืม เข้าใจหมดแล้ว เดี๋ยวผมส่งข้อมูลสรุปผลการทดลองทั้งหมดให้กับ ศ. กิลเพอร์...”

ในขณะที่กล่าวอยู่เขาก็ยกมือซ้ายขึ้นมา เพียงชั่วพริบตากที่มือซ้ายก็ได้ปล่อยหน้าจอสีขาวออกมาสามหน้าจอลอยไปอยู่เหนือโต๊ะไม้ แล้วค่อยกล่าวต่อว่า “ช่วยส่งข้อมูลทั้งหมดให้กับ ศ.กิลเพอร์ แล้วฝากข้อความด้วยว่า ถ้าข้อมูลไหนมีปัญหาอะไร ให้ท่านส่งข้อมูลเข้าที่ยูเมล์ของผมด้วยนะ”

เสียงผู้หญิงดังขึ้น “รับทราบค่ะ…”

พอสิ้นเสียง หน้าจอที่อยู่เบื้องหน้าของเมธัสทั้งหมดก็ค่อยๆ หายไปแล้วมีเสียงของผู้หญิงดังต่อว่า ทำการส่งข้อมูลและส่งข้อความเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ”

เมธัสที่เห็นงานเสร็จหมดแล้วจึงกล่าวว่า “ออกจากห้องทำงานเข้าห้องยูเน็ต”

ห้องกลับกลายเป็นสีขาวโล่งและปรากฏหน้าจอต่างๆ เพิ่มขึ้นมากมายอยู่เบื้องหน้าของชายหนุ่ม

เขานึกคิดในใจว่า //เฮ้อ จะทำอะไรต่อดีน้า เข้าห้องเที่ยวธรรมชาติ หรือห้องสมุดจักรวาล อืม...หรือจะเข้าห้องข่าวไปอ่านอะไรเพลินๆ ดีนะ//

พอเมธัสมองไปเรื่อยๆ ในหน้าจอกว่า แสนจอที่หมุนวนไปตามนิ้วชี้มือขวา เขาก็ได้พบหน้าต่างบานหนึ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

//หน้าต่างอะไรกัน ไม่เคยเห็นมาก่อน ไหนลองเรียกเข้ามาใกล้ๆ สิ//

Real World Online

//อ้อ หน้าต่างเกมนั้นนี่เองแถมบัตรประชาชนของเรามีบันทึกไอดีเกมไว้ อืม...ลองเข้าไปเที่ยวดูหน่อยก็ได้ยังไงยังเหลือเวลาอีกเยอะก่อนที่จะถึงเวลาตื่น//

เมธัสเลยยื่นมือขวาเรียกหน้าต่างบานนั้นเข้ามาใกล้ๆ พอมือของเขาสัมผัสถูกหน้าต่าง ห้องทั้งห้องได้เปลี่ยนเป็น สีดำมืดสนิท จากมีเก้าอี้นั่ง เขาเปลี่ยนไปอยู่ในท่ายืน

แสงสว่างค่อยเริ่มขึ้นจากที่ขอบล่าง เหมือนกับดวงอาทิตย์ที่กำลังขึ้นจากขอบฟ้า พอแสงสว่างส่องจนเห็นทุกอย่างรอบข้างชัดเจน เขาจึงพบว่าตนเองกำลังยืนอยู่บนก้อนเมฆสีขาวสะอาด มีรุ้งกินน้ำประดับอยู่ด้านทางฝั่งขวา รอบตัวของเขามีหมอกควันเบาบางลอยอยู่ ทั้งยังมีเสียงเพลงเบาๆ จังหวะช้าๆ ทำให้บรรยากาศสบายเหมือนอยู่บนแดนสรวงสวรรค์

ที่เบื้องหน้าของเขาได้ปรากฏแสงสว่างสีทองส่องลงมาจากฟากฟ้า พอเขามองขึ้นไปก็พบว่ามีคนที่มีปีกนกสีขาวอยู่ด้านหลังกำลังบินลงมาเรื่อยๆ ตามลำแสง

เมื่อเมธัสเห็นคนเบื้องหน้าที่กำลังลอยลงมาชัดเจนก็ทราบว่า ผู้ที่ลอยลงมาเป็นนางฟ้าผมสีน้ำตาลทองหยิกเป็นลอนลงมายาวถึงหัวเข่า ใส่ชุดราตรีสีขาวเผยให้เห็นหัวไหล่ที่กลมมนขาวเนียน และพอเขาเห็นใบหน้าของนางฟ้าก็อดเผลอยิ้มไม่ได้ เพราะถ้าเขาจำไม่มีผิด หญิงสาวคนนี้รู้สึกจะเป็นนักร้องและนางแบบชื่อดัง ชื่อ แองเจล่า ซึ่งเคยเป็นพรีเซนเตอร์ให้กับบริษัทอุตสาหกรรมอวกาศแห่งหนึ่งที่เขาเคยไปทำงานอยู่สักพักหนึ่ง

นางฟ้าตรงหน้าพอลงมาถึงพื้นได้หุบปีกนกสีขาวด้านหลัง ที่มือซ้ายถือไม้เท้าสีเงินหัวไม้เท้ามีลูกแก้วใสข้างในมีควันเจ็ดสี หมุนเป็นเกลียววนสลับไหลเวียน

เธอส่งยิ้มหวานพร้อมกล่าวด้วยเสียงหวานใสว่า “ยินดีต้อนรับผู้เล่นใหม่ค่ะ”

 เมธัสก็ตอบกลับไปพร้อมรอยยิ้มเช่นกันว่า “ครับ”

หญิงสาวกล่าวว่า “ดิฉัน มิเรีย เป็น NPC ต้อนรับผู้เล่นใหม่ที่เข้ามาเล่นเกมนี้นะคะ”

พอกล่าวเสร็จเธอได้ยกไม้เท้าขึ้น ที่ด้านขวามือของเมธัสได้ปรากฏลำแสงขนาดใหญ่ขึ้นมา

เมื่อลำแสงนั้นหายไป ก็ปรากฏร่างกายของชายหนุ่มที่มีรูปร่างและหน้าตาเหมือนกับเมธัสขึ้นมาอีกคน เพียงแต่ใส่เสื้อผ้าสมัยโบราณแนวยุโรป เป็นเสื้อผ้าแขนสั้น กางเกงขายาวผ้าฝ้ายสีน้ำตาล และใส่รองเท้าหนังสีดำ ที่เข็มขัดหนังสีน้ำตาลเข้มมีมีดสั้นห้อยไว้อยู่เล่มหนึ่ง

มิเรียยิ้มพร้อมกลบ่าวอธิบายด้วยคำกล่าวที่ชัดถ้อยชัดคำว่า “เชิญแต่งหน้าตาผู้เล่นค่ะ ทางเราสามารถเพิ่มหรือลด ความยาวผม หนวด เครา ไฝ แผลเป็น หรือเปลี่ยนสีผิว สีตา ได้หมดนะคะ แต่ไม่สามารถปรับหน้าตาหรือความสูงได้ค่ะ”

ชายหนุ่มมองดูเพียงเล็กน้อยก็กล่าวว่า “อืม ผมไม่ขอเปลี่ยนแล้วกันครับ แต่ขอเปลี่ยนเสื้อให้หน่อยได้มั้ย ตัวนี้มันดูเก่าๆ ยังไงไม่ทราบนะครับ”

มิเรียยิ้มขำขึ้นมา แต่พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้ ส่ายหน้าพร้อมกล่าวว่า “ไม่ได้น่ะค่ะ เพราะว่านี่เป็นชุดของผู้เริ่มต้นเล่นเกม ถ้าคุณต้องการเปลี่ยนแปลงโปรดเข้าไปเล่นในเกม แล้วคุณค่อยไปหาชุดใหม่ใส่เอานะคะ”

“อ้อ ครับๆ แฮะๆ” เมธัสได้แต่ตอบกลับพร้อมหัวเราะแห้งๆ ออกไป

นางฟ้าสาวสวยกล่าวด้วยเสียงหวานต่ออย่างใจเย็นและนุ่มนวลว่า “ถ้าเช่นงั้นโปรดตั้งชื่อที่จะใช้ในเกมด้วยคะ”

ชายหนุ่มตอบกลับไปอย่างรวดเร็วว่า “เมธัส”

มิเรียหลับตาสักครู่หนึ่ง แล้วพอเธอลืมตาขึ้นมาก็ยิ้มให้กับชายหนุ่มพร้อมกล่าวว่า “ชื่อนี้ ยังไม่มีผู้ใช้ค่ะ คุณสามารถใช้ได้นะคะ ขอคุณช่วยยืนยันว่าจะใช้รูปร่างหน้าตาและชื่อนี้ด้วยนะคะ”

เขาตอบกลับว่า “ครับ เอาตามนี้แหละครับ”

เธอผงกศีรษะเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้กับชายหนุ่ม ก่อนที่จะกล่าวว่า “ถ้าเช่นนั้น ขอให้คุณเมธัสสนุกกับการเล่นเกมนะคะ ระบบจะทำการส่งให้คุณเมธัสไปสู่เมืองเริ่มต้น และโปรดแวะที่อาคารผู้ฝึกหัดเพื่อไปรับของสำหรับผู้เล่นใหม่นะคะ”

หลังจากที่เขาได้เห็นรอยยิ้มสวยของนางฟ้ามิเรียที่ยิ้มให้หลังจากที่สิ้นประโยคสุดท้าย เพียงชั่วพริบตาเดียวภาพรอบข้างก็เปลี่ยนเป็นมืดสนิท เสียงบริเวณรอบตัวได้เงียบสงัด จากนั้นได้ปรากฏแสงสว่างขึ้นรอบตัวของเขา ความสว่างนั้นทำให้ชายหนุ่มต้องเผลอหลับตาลงในทันที

รอบข้างของเขาได้เริ่มมีเสียงดังขึ้นกลับมามาอีกครั้งหนึ่ง แต่คราวนี้เป็นเสียงของผู้คนจำนวนมากที่กำลังสนทนากันอยู่ เสียงรถลากเบาๆ เสียงนกร้อง จิ๊บๆ เสียงใบไม้กระทบกันไปมาเมื่อสายลมได้ไปกระทบถูก

ชายหนุ่มได้ลืมตาขึ้นก็พบว่า รอบข้างของเขาได้มีผู้คนจำนวนมากอยู่รอบตัว

พวกเขาส่วนใหญ่จะสวมใส่เสื้อผ้าที่ดูแปลกแตกต่างกันไป ที่สวมใส่เสื้อผ้าแบบตัวเขาเองมีอยู่บ้างเพียงเล็กน้อย

พื้นที่เบื้องหน้าเขาได้มีถนนหินยาวตัดผ่าน  ทั้งสองข้างทางได้มีตึกทรงโบราณมากมายหลากหลายทรงอยู่ทั้งสองข้างทาง

ในขณะที่เขากำลังชมทัศนียภาพรอบข้างด้วยความสนใจก็มีเสียงหวานใสดังขึ้นจากเบื้องหลังของเขา “พี่ชายค่ะ ขอทางหน่อยซิค่ะ”

เมธัสที่รู้สึกตัวก็รีบก้าวหลบไปทางด้านซ้ายพร้อมเหลียวมองดูไปยังต้นเสียงก็พบว่าที่ด้านหลังของเขามีเด็กผู้หญิงอายุประมาณ 14 - 16 ปี ใส่เสื้อรัดรูปสีน้ำตาลเข้มมีเกราะไม้ปิดช่วงหน้าอก ด้านหลังสะพายดาบเอาไว้ สวมกระโปรงผ้าสีแดงสด รองเท้าหนังสีน้ำตาลยืนอยู่

เด็กสาวส่งยิ้มให้กับเขาเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณค่ะ

เธอที่กล่าวเสร็จก็ก้าวเดินออกไปอย่างรวดเร็วพร้อมเพื่อนๆ ในกลุ่มที่เป็นเด็กอายุรุ่นราวคราวเดียวกันอีกเจ็ดคน และหนึ่งในจำนวนนั้นมีเด็กผู้ชายอยู่คนหนึ่งที่หันมามองหน้าของเขา ส่งสายตาที่เมธัสคาดเดาว่าคงจะอยากด่าเขาที่ดันไปยืนขวางทางเดินกลุ่มของพวกเขา

 //อืม ท่าทาง เป็นกองทัพเด็กล่ะมั้งนั่น// เมธัสได้แต่คิดแบบนั้นเพราะทุกคนไม่สะพายดาบก็ต้องห้อยมีดสั้น สะพายธนูเอาไว้กันทุกคน

เมธัสเริ่มออกเดินหาอาคารผู้ฝึกหัดก่อนเพื่อจะได้เข้าใจอะไรขึ้นมาบ้าง พอออกจากลานกลางเมืองเขาได้เห็นบริเวณลานแถบหนึ่งไม่ค่อยมีผู้คน จึงลองเดินเข้าไปดูก็พบเห็น อาคารอิฐสีขาวที่มีป้ายติดขนาดใหญ่ว่า อาคารผู้ฝึกหัด แถมมีผ้าสีเหลืองอ่อนตัวอักษรสีแดงติดไว้ด้านข้างฝั่งขวาของตัวอาคาร เขียนว่า *โปรดมาทางนี้ก่อนมิฉะนั้นจะออกไปตายนอกเมืองได้* ส่วนฝั่งซ้ายมีป้ายเขียนว่า *รับบริการสอนผู้เล่นใหม่โปรดแวะมาสักครู่นะคะ*

พอเดินเข้าไปในตัวอาคาร ภายในเป็นห้องกว้าง มีโต๊ะต้อนรับอยู่ด้านใน 4 โต๊ะ และด้านในสุดหลังเคาเตอร์มีกลุ่มหญิงสาวนั่งสนทนากันอยู่สี่คน ด้วยท่าทางที่กำลังหัวเราะเบาๆ ทำให้เขาคิดว่าพวกเธอคงกำลังสนุกสนานกันน่าดู ส่วนที่กำแพงมีป้ายบอกรายละเอียด ต่างๆ ในเกม พร้อมภาพเคลื่อนไหวประกอบ แถมมีบอกภารกิจเบื้องต้นอีกด้วย เรียกได้ว่าเตรียมครบจนแทบไม่ต้องไปสอบถาม

เมธัสเลยยืนอ่านป้ายประกาศด้านข้างกำแพงไปเรื่อยๆ เพราะมีแต่เรื่องที่น่ารู้ทั้งนั้น แต่ที่เขาสะดุดตาคือ ทุกหัวข้อจะบอกว่า *พยายามอ่านให้เข้าใจนะคะ* พอด้านล่างสุดได้เขียนว่า *ไม่เข้าใจก็อ่านใหม่นะคะ*

เขายืนกอดอกอ่านไปเรื่อยๆ จนกระทั่ง..

“ยินดีต้อนรับค่ะ” เสียงหญิงสาวสี่คนดังขึ้นพร้อมกัน ทำให้คนยืนอ่านเพลินๆ ตกใจได้เช่นกัน

พอเขาหันมามองยังต้นเสียงก็พบว่ากลุ่มคนที่ยืนอยู่เป็นสาวๆ ที่นั่งคุยกันในตอนที่เขาเดินเข้ามา

พวกเธอยืนมองพร้อมส่งยิ้มนุ่มนวลให้กับเขา หญิงสาวทั้งสี่ต่างใส่เสื้อผ้าแบบเดียวกันคือ เสื้อแขนสั้นสีเขียวอ่อนมีลายคลื่นสีฟ้า ตรงช่วงคอจะเปิดกว้างลึก กระโปรงสีขาวยาวเลยหัวเข่าผ่าด้านข้าง ใส่รองเท้าบู๊ทหนังส้นสูงสีดำ

ความจริงเมธัสไม่ใช่คนขี้อาย เพียงแต่พอเจอผู้หญิงสวยจ้องมองมาพร้อมกัน แถมเมื่อสักครู่เขาเผลอทำท่าตกใจ ใบหน้าจึงรู้สึกแดงขึ้นเล็กน้อย

เขาได้แต่ทำท่ากระแอมไอแก้เขิน “อะแฮ่ม”

หลังจากรวบรวมสมาธิได้ก็กล่าวต่อว่า “ขอโทษนะครับ พอดีผมมารับของผู้เล่นมือใหม่นะครับ ใช่มาเอาที่อาคารหลังนี้หรือเปล่าครับ”

“ใช่ค่ะ” หญิงสาวทั้งสี่คนต่างขานเสียงตอบรับพร้อมกันเหมือนกลับว่า พวกเธอฝึกฝนมาเป็นเวลายาวนาน หรืออาจว่างงานจนมีเวลามาฝึกเตรียมพูดประสานเสียงพร้อมกัน

หญิงสาวคนหนึ่งกล่าวพร้อมเดินนำทางไปที่โต๊ะด้านใน “เชิญตามมาทางนี้ค่ะ”

เมธัสเดินตามเข้าไปโดยมีสามสาวที่เหลือเดินตามหลังของเขามาพร้อมกัน

สาวสวยผมยาวเหยียดตรงสีแดงกล่าวพร้อมโค้งศีรษะเล็กน้อย “ดิฉัน ไอนาร์ NPC ประจำอาคารผู้ฝึกหัดค่ะ”

เมธัสรีบตอบกลับตามมารยาทพร้อมโค้งศีรษะทักทาย “ผม เมธัส ยินดีที่ได้รู้จักครับ”

แล้วสาวทั้งสามคนที่อยู่ด้านหลังก็รีบวิ่งไปยืนอยู่ข้างกายไอนาร์ แล้วเริ่มแนะนำตัว

หญิงสาวท่าทางน่ารัก ผมสีทองมัดผมแกะไว้ 2 ข้าง ยิ้มให้พร้อมกล่าวว่า “ดิฉันสาวน้อยแสนหวาน ฟาน่า ค่า~ 

เธอที่กล่าวเสร็จก็ยกมือซ้ายจับที่ริมฝีปากชมพูอ่อนส่งจุ๊บให้กับชายหนุ่ม

หญิงสาวมาดมั่นดูทะมัดทะแมง ผมสั้นเหยียดตรงสีน้ำตาลอ่อน ส่งยิ้มหวานและขยิบตาพร้อมกล่าวว่า “ดิฉันสาวน้อยผู้ร่าเริง รีน่า ค่ะ”

หญิงสาวใส่แว่น ผมถักเปียยาวสีฟ้าอ่อน หน้าแดงเขินเล็กน้อย มือทั้งสองต่างกุมแน่นเอาไว้ด้านหน้าแล้วโค้งให้กับเมธัสอย่างสุภาพพร้อมกล่าวว่า “สะ...ส่วนดิฉันสาวน้อยผู้เรียบร้อย  ยูน่า ค่ะ”

แล้วหญิงสาวทั้งสามก็กล่าวพร้อมกันว่า “รวมกันเป็นสี่ NPC สาวสวยและน่ารักที่สุดค่ะ~~

นอกจากยูน่าที่ แก้มแดงจนเด่นชัดแล้ว ส่วนอีกสองสาวกลับมีท่าทางที่ดูจะสนุกสนานรื่นเริงกันอย่างมากทำเอาชายหนุ่มต้องนึกคิดในใจว่า //อ๊า เราเผลอเข้าอาคารผิดหรือเปล่านะ หรือนี่อยู่ช่วงล้อกันเล่น แล้วเราต้องเล่นมุขตามไหมนะ..//

ในขณะที่เมธัสยังคงงุนงงไม่เข้าใจว่าต้องเล่นมุขตอบกลับสี่สาวข้างหน้าไหม หรือนี่คือการแสดงโชว์เล็กน้อยเพื่อต้อนรับผู้เล่นมือใหม่เช่นเขากันแน่

ไอนาร์ ได้หมุนตัวไปเขกศีรษะ ฟาน่า กับรีน่า ส่ายหน้าพร้อมกล่าวด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายว่า “ฟาน่า รีน่า อย่าเล่นอะไรไร้สาระ คุณผู้เล่นมือใหม่ตกใจหมดแล้วนั่น แล้วก็อย่าไปลากให้ ยูน่า ทำอะไรบ้าๆ ไปด้วยสิ”

ฟาน่ากล่าวพร้อมลูบศีรษะส่วนที่โดนเขกว่า “ก็แหมมันเบื่ออ่ะ พี่ไอนาร์ นานๆ ทีจะมีแขกมาสักคน ก็ขอเล่นสนุกนิดหน่อยบริการแขกสิค่ะ”

รีน่ากล่าวเสริมต่อว่า “ใช่ค่ะๆ ก็นานๆ ทีจะมีลูกค้าแบบมาคนเดียวแถมยืนงงๆ ทำหน้าเซ่อๆ ก็อยากเล่นด้วยนิดหน่อย”

พอเธอกล่าวเสร็จกลับโดนเข้าไปอีกหนึ่งทีโดนไอนาร์ที่กล่าวด้วยเสียงดุว่า “ถึงคุณเมธัสจะดู โง่ เซ่อ ปัญญาอ่อน บ้าบอ หน้าตาดูยาจก เราไม่ควรพูดออกมานะมันเสียมารยาท”

            เมธัสที่โดนไอนาร์กล่าวกระทบเขา ทำเอาเขารู้สึกหมดเรี่ยวแรงในบัดดล ในใจต้องนึกคิดตามคำกล่าวของหญิงสาวว่า //เอ้อ นี่ผม ดู โง่ เซ่อ ปัญญาอ่อน บ้าบอ แถมยังดูจนอีกด้วยเหรอนั้น//

            แต่พอเขารู้สึกเอะใจขึ้นมาก็นึกคิดต่อว่า //แต่เดี๋ยวก่อนสิ เธอไม่ใช่รึที่เสียมารยาทที่สุด//

            ยูน่าเดินไปจับไอนาร์พร้อมกล่าวตะกุกตะกักเบาๆ ว่า “พะๆ.. พี่ไอนาร์ค่ะ คุณเมธัสเค้ายังยืนอยู่ตรงนี้นะคะ...”

            ไอนาร์ที่รู้สึกตัวก็รีบหันกลับมา หัวเราะแก้เขินพร้อมกล่าวว่า “โฮะๆ ขออภัยนะคะ ขอเวลาไปอบรมน้องๆ แป๊บหนึ่งค่ะ”

            เธอได้เดินไปด้านหลังตึกพร้อมลากตัวสองสาว ฟาน่ากับ รีน่า ที่พยายามขัดขืนแต่ไม่สำเร็จเข้าไปในห้องด้านหลังตึก แต่ก่อนที่จะปิดประตู เธอได้ตะโกนบอกกับยูน่าว่า “ยูน่าพี่ฝากให้บอกรายละเอียดและส่งกล่องผู้เล่นมือใหม่ให้กับคุณเมธัสทีนะ”

            ยูน่าที่รับคำหันไปหาเมธัสพร้อมกล่าวว่า “กรุณารอสักครู่นะคะ ขอตรวจสอบแป๊บนึงค่ะ”

            เธอยกมือชี้ไปยังเก้าอี้ตัวหนึ่งเพื่อเป็นการบอกให้ชายหนุ่มไปนั่งรอที่ตรงนั้น แล้วค่อยเดินไปยังที่เคาเตอร์กดลงแป้นพิมพ์ที่วางอยู่บนเคาน์เตอร์

            เมธัสนั่งลงบนเก้าอี้ที่ยูน่าแนะนำแล้วมองดูหญิงสาวด้วยความสนใจ

            หลังจากที่ยูน่ากดที่แป้นพิมพ์เสร็จ ตู้ที่อยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ได้เปิดออกมา ภายในตู้มีกล่องไม้วางเรียงกันอยู่หลายสิบใบ หญิงสาวได้เดินเข้าไปกล่องไม้ออกมาหนึ่งใบ แล้วประตูตู้ได้ปิดลงเองโดยอัตโนมัติ

ยูน่านำกล่องไม้มาวางไว้ที่โต๊ะข้างหน้าเมธัสพร้อมกล่าวว่า “เชิญคุณเมธัส เปิดกล่องผู้เล่นมือใหม่ค่ะ”

            กล่องผู้เล่นมือใหม่เป็นกล่องไม้สีน้ำตาล

            เมธัสที่มองดูเล็กน้อยก็จัดการยกฝากล่องไม้ขึ้นตามคำแนะนำของหญิงสาว แล้วในพริบตานั้นในศีรษะของเขาก็ได้ยินเสียงดังขึ้นว่า

            +ผู้เล่นเมธัสได้เปิดกล่องผู้เล่นมือใหม่ ได้รับ กระเป๋าคาดเอวผู้เล่นมือใหม่ 1 ใบ กระติกใส่น้ำ 1 ใบ และกล่องไม้เก็บอาหาร 1 ใบ+

            เขาที่ได้ยินเสียงยังคงสับสนกับเสียงที่ดังขึ้นมาในศีรษะเลยหันมองดูรอบบริเวณว่ารอบตัวของเขามีใครกล่าวขึ้นมาเมื่อสักครู่

ยูน่าที่เห็นเมธัสมองไปรอบๆ เลยยิ้มขำเล็กน้อย พอเห็นเมธัสมองมา เธอรีบกล่าวว่า “เวลาที่ผู้เล่นได้ระดับเพิ่มหรือได้รับสิ่งของ จะมีเสียงของระบบดังขึ้นมาค่ะ”

เมธัสที่ได้รับทราบก็กล่าวพร้อมหัวเราะออกมา “อ้อ งั้นหรอครับ ขอบคุณที่บอกครับ ผมก็งงอยู่ว่ามีใครพูดขึ้นมา ฮ่ะๆ”

หญิงสาวเองก็เผลอหัวเราะตามด้วยเช่นกัน “อิอิ”

ส่วนเมธัสหันไปสนใจกับของในกล่องว่ามันทำอะไรได้บ้าง เลยเริ่มหยิบของออกมาจากกล่องไม้

พอหยิบของออกมาหมด กล่องไม้หายไปต่อหน้า ซึ่งทำเอาเมธัส งุนงงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับกล่องไม้ใบนั้น ทำเอาหญิงสาวที่เห็นอดที่จะขำไม่ได้ และต้องเผลอหัวเราะออกมาอีกครั้งจนได้

เมธัสที่เห็นยูน่าหัวเราะใส่ตนเองที่ทำท่าทางเซ่อๆ เขาต้องหัวเราะแก้เขินตาม ส่วนในใจได้แต่คิด //ทำเรื่องหน้าแตกอีกแล้ว//

จากนั้น ยูน่าที่หยุดหัวเราะได้เริ่มบอกรายละเอียดต่างๆ ของเครื่องใช้ พวกกล่องสมบัติในเกม ถ้าหากเอาของออกจากกล่อง กล่องจะทำการหายเองโดยอัตโนมัติ ส่วนพวกกระเป๋าคาดเอวเอาไว้ใส่สิ่งของ ซึ่งของมือใหม่จะมีที่ใส่เพียง 50 ช่องเท่านั้น ถ้าต้องการช่องใส่มากกว่านี้ต้องใช้ของที่ดีกว่านี้ ถ้าเป็นพวกน้ำยาเพิ่มพลังจะสามารถใส่รวมกันในช่องเดียวกันได้ แต่จำกัดเพียง 250 ขวดต่อ 1 ช่อง ถ้าเป็นอาวุธเกราะต่างๆ 1 ชิ้นต่อ 1 ช่อง ส่วนกระติกน้ำเอาไว้ใส่น้ำดื่มซึ่งสามารถนำไปเติมได้ที่บ่อน้ำทั้งสี่มุมเมือง แต่ถ้าเป็นเมืองใหญ่ๆ อาจเป็นก๊อกน้ำตามร้านอาหาร ส่วนกล่องใส่อาหารนั้นจะสามารถเก็บรักษาอาหารเอาไว้ได้ 7 วัน แต่ถ้าเป็นของที่ดีกว่านี้สามารถเก็บได้ถึง 1 เดือน อาหารสามารถซื้อได้ที่ร้านอาหารหรือตามโรงแรมในเมือง หรือผู้เล่นจะลองทำกินเองก็ได้

หลังจากที่กล่าวอธิบายของทั้งหมด เธอก็ยิ้มพลางกล่าวว่า “อย่างที่กล่าวมาทั้งหมด ก็มีแค่นี้แหละค่ะ คุณเมธัส”

เมธัสพยักหน้า แล้วเริ่มเก็บของเข้ากระเป๋าคาดเอวพร้อมกล่าวว่า “ขอบคุณมากครับ พอจะเข้าใจในของตรงหน้าหมดแล้ว”

ยูน่ายกแขนซ้ายของตนเองออกมา แล้วกล่าวว่า “ต่อไป ดิฉันขออธิบายเรื่องของการติดต่อสื่อสารนะคะ โปรดใช้นาฬิกาข้อมือด้านซ้าย”

เธอยกมือขวาชี้ไปยังนาฬิกาสีเงินอยู่ที่ข้อมือของเธอ ซึ่งชายหนุ่มเองก็สังเกตเห็นถึงข้อมือซ้ายของเขามีนาฬิกาที่เหมือนกันอยู่เพียงแต่เป็นสีดำ

ยูน่าเริ่มอธิบายต่อไป

นาฬิกาข้อมือสามารถเปลี่ยนไปใส่มือซ้ายหรือขวาก็ได้ถ้าอยู่ในอาคารเริ่มต้น นาฬิกาของผู้เล่นจะเป็นสีดำ ส่วนของ NPC จะเป็นสีเงิน นาฬิกาจะไม่มีวันพังจากการสู้ทุกแบบ ที่ตัวนาฬิกาจะมีปุ่มกด ให้เลือกดูช่องสถานะ จะบอกถึงรายละเอียดของตนเองว่า มีเลเวลเท่าไหร่ และมีค่าสถานะร่างกายอย่างไรบ้าง แล้วเวลาเปลี่ยนช่องคุยสามารถใช้กดเลือกเอาได้ ซึ่งในตอนนี้จะมีอยู่ 7 ช่อง คือ

1.ช่องทั่วไป คือคุยปกติ เสียงจะส่งถึงคนรอบๆ ข้างเราตามความดังที่เราส่งเสียง

2.ช่องลับ คือใช้เวลาคุยให้ได้ยินเฉพาะบุคคลซึ่งไม่ว่าจะไกลขนาดไหนหรืออยู่ต่างเมืองก็จะคุยไปหาได้

            3.ช่องกลุ่ม คือใช้คุยกับคนในกลุ่มที่เราได้ตั้งกลุ่มด้วยกัน

            4.ช่องสมาคมหรือกองทัพ คือใช้คุยกับคนในสมาคมหรือกองทัพของตนเอง

            5.ช่องเพื่อน คือใช้กดคุยกับเพื่อนของตนเองโดยสามารถเลือกชื่อเพื่อนว่าจะให้คนไหนรับฟังการสนทนาของเราได้

            6.ช่องค้าขาย คือใช้พูดคุยแลกเปลี่ยนสินค้าที่อยากขายหรือซื้อ

            7.ช่องโลก คือใช้คุยในขอบเขตของเมืองๆนั้น เช่นถ้าอยู่ในเมืองเริ่มต้นก็สามารถจะได้ยินคำพูดทั้งหมดแค่เพียงในเขตเมืองนั้น

            ช่องเวลาที่นาฬิกาจะมีอยู่ 2 ช่อง ช่องซ้ายบอกเวลาในเกม ส่วนช่องขวาจะบอกเวลาในโลกจริง

อัตราความเร็วของคลื่นสมองถูกระบบจำกัดไว้ที่ 1 นาทีในโลกจริง: 2.40 ชั่วโมงในโลกคลื่นสมอง หรือ 1 ชั่วโมงในโลกจริง: 6 วันในเกม

เพื่อความยุติธรรมต่อผู้เล่นทั้งหมดทางระบบเลยต้องตั้งไว้ในค่าความเร็วที่ต่ำสุด

            หลังจากคุยกันไปสักพักท้องของเมธัสได้ร้องดังขึ้นมาจนทำเอาคนทั้งสองต้องหยุดคุย ซึ่งทำให้เมธัสเขินอายเหมือนกันว่า ทำไมท้องของเขามันถึงได้ร้องดังแบบนี้

            สาวแว่นขี้อายตรงหน้าก็ยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ระบบของเกมจะทำให้เวลาที่ผู้เล่นมีอาการหิวมากจะเกิดเสียงท้องร้องนะคะ อย่าคิดมากเลยค่ะ มื้อแรกนี้ขอดิฉันเลี้ยงเองแล้วกันค่ะ”

            เมธัสพยักหน้ารับทันที เรื่องของฟรี เค้าชอบอยู่แล้ว เลยส่งรอยยิ้มพร้อมกล่าวด้วยเสียงทุ้มเข้มว่า “ขอบคุณมากครับ”

            นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับการที่จะให้ใครบางคนกระทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้กับอีกฝ่าย สำหรับกลุ่ม NPC ที่ทำงานมาตลอดนั้น น้อยครั้งจริงๆ ที่จะเจอผู้เล่นที่มีมารยาท เพราะส่วนใหญ่มักคิดว่าเป็น AI คอยควบคุมหรือเป็นเพียงพนักงานที่ถูกจ้าง คนส่วนใหญ่จึงไม่ค่อยสนใจที่จะกล่าวคำง่ายๆ ว่า ขอบคุณ หรือ ขอบใจ เลยสักนิดเดียว

            ยูน่าที่รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นเลยรีบหมุนตัวเดินกลับไปที่เคาน์เตอร์พร้อมกดที่แป้นพิมพ์ ประตูตู้ด้านหลังเปิดออกอีกครั้ง แต่คราวนี้ของภายในตู้กลับเป็นถาดอาหารวางไว้หนึ่งถาด

            พอยูน่าเอาถาดอาหารออกมา ประตูตู้ใบนั้นได้ปิดลงเองอัตโนมัติ เธอเดินอย่างรวดเร็วกลับมาหาชายหนุ่มที่นั่งรออยู่ที่โต๊ะ จัดการวางถาดอาหารลงบนโต๊ะเบื้องหน้าของเขา บนถาดมีซาลาเปาสีขาวแปดลูก มีแก้วใส่น้ำชาแบบโบราณสีเขียวหนึ่งใบกับกาน้ำชาที่มีควันพวยพุ่งออกมาจากพวยกา

            ยูน่าส่งยิ้มพร้อมนั่งลงบนเก้าอี้ด้านข้างของเมธัส “เชิญรับประทานได้ค่ะ”

            ชายหนุ่มที่กำลังหิวจึงรีบหยิบซาลาเปาอย่างเร่งรีบ เพียงได้กัดซาลาเปาคำแรกก็ต้องรู้สึกถึงรสชาติ ซาลาเปาไส้หมูสับ ซึ่งอร่อยกว่าที่เคยกินมาจนต้องเผลออุทาน “อร่อยจริงๆ รู้สึกว่าอร่อยกว่าของโลกจริงเสียอีก”

            พอกล่าวเสร็จเขาได้เริ่มหยิบซาลาเปาทานต่อทันที

            คนนั่งด้านข้างของเขาเลยต้องเผยอยิ้มออกมาให้ “ใช่ค่ะนี่คือหนึ่งในเสน่ห์ของเกมนี้ รสชาติที่เหมือนจริง จะลองรับน้ำชามั้ยคะ”

            หลังกล่าวเสร็จเธอได้หยิบกาน้ำรินน้ำชาร้อนกรุ่นออกมาใส่แก้วน้ำให้กับชายหนุ่มที่ผงกศีรษะเล็กน้อยเป็นการขอบคุณที่ช่วยรินให้ ส่วนที่เขาไม่กล่าววาจาเพียงเพราะในปากยังคงเคี้ยวซาลาเปาอย่างเพลิดเพลิน รับรู้รสชาติและความอบอุ่นที่ยังคงอยู่ในซาลาเปา

            ควันที่ลอยขึ้นมาจากแก้วน้ำบ่งบอกถึงความร้อนได้ที่ของน้ำชา ยูน่าที่รินน้ำชาเสร็จก็กล่าวว่า “เชิญดื่มค่ะ ระวังร้อนนะคะ”

            “ครับ”

            เขากล่าวรับคำเล็กน้อยแล้วรีบหยิบน้ำชาขึ้นมาดื่มจนหมดแก้ว แล้วค่อยกล่าวว่า “อุ่นได้พอดี และมีกลิ่นหอมดีจริงๆ”

            เมธัสหันไปยิ้มให้กับคนเลี้ยงอาหารมื้อแรกของเขาอย่างร่าเริง แล้วเริ่มหยิบซาลาเปาทานต่อไปโดยมีหญิงสาวช่วยเต็มน้ำชาแก้วใหม่ให้กับเขา...

หลังจากนั้นทั้งสองเริ่มพูดคุยเรื่องในเกมกันไปหัวเราะกันต่อไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงครึ่ง ชม. โดยที่ตัวของเขาเองก็ไม่รู้ตัวว่ามีใครบางคนเดินออกมาจากห้องทั้งยังย่องเบาเดินมาจนถึงด้านหลังของพวกเขาทั้งสอง

หนึ่งในนั้นก็กล่าวขึ้น “ฮิๆๆ รู้สึกว่าจะมีคนมานั่งจีบกันแล้วสินะ”

พอเมธัสกับยูน่าหันไปต้องพบเจอกับสามสาวที่หายไปนาน โดยมีฟาน่าที่หลังจากได้เห็นสีหน้าที่ตกใจของชายหนุ่มหญิงสาวก็ยิ้มระรื่นให้ ส่วนรีน่าเดินเข้ามาจับไหล่คนทั้งสองเอาไว้ แต่ไอนาร์กลับดูไม่ค่อยใส่ใจอะไร เพียงแค่ส่งยิ้มเล็กน้อยให้กับน้องสาวคนเล็กของเธอ

รีน่าที่จับไหล่ของทั้งสองยื่นหน้าเข้าหายูน่าพร้อมกล่าวว่า “แหม ยูน่านี่ไวจังเลย เราสองคน โดนเอ็ดไปชุดใหญ่ ส่วนตัวเองมานั่งหวานกันสองคน”

ยูน่าจากใบหน้าขาวนวลก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำจนถึงใบหู

เมธัสที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดที่จะพูดช่วยยูน่าเพื่อไม่ให้เธอรู้สึกอายมากกว่านี้ จึงรีบกล่าวว่า “ปะ..เปล่านะครับ พอดีผมเพียงแค่สอบถามเกี่ยวกับเรื่องในเกมกับยูน่าน่ะครับ”

รีน่าที่ได้ยินก็เริ่มยิ้มกริ่มพร้อมหันมากล่าวกับชายหนุ่ม “แหม จะจริงเหรอ เมื่อกี้เห็นคุยเสียงหล่อเสียงหวาน พวกเราเดินออกมายังไม่รู้ตัวเลยนะ...”

โป๊ก!!

อีกครั้งที่ รีน่าต้องเจอ เขกพิฆาตของไอนาร์ แล้วเจอลากตัวไปด้านหลัง ปล่อยให้ รีน่ายืนลูบจุดที่โดนเขกพร้อมน้ำตาที่ไหลออกมานิดๆ

ไอนาร์เดินกลับมา โค้งศีรษะให้ชายหนุ่มเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ขอโทษที่น้องสาวฉัน เสียมารยาทอีกครั้งนะคะ”

เมธัสยิ้มตอบกลับไปแบบไม่ถือสากับเรื่องที่เกิดขึ้น พร้อมกล่าวว่า “ไม่เป็นไรครับ แค่ล้อกันเล่น เล็กน้อยผมไม่ถือสาหรอกครับ”

ไอนาร์เข้ามาจับมือเมธัสส่งสายตาอันชื่นชมพร้อมกล่าวว่า “โอ้ คุณเมธัสนี่ช่างใจดีเหลือเกินนะคะ ถึงหน้าตาจะดู โง่ เซ่อ ปัญญาอ่อน บ้าบอ ยาจก ท่าทางจะเล่นเกมไม่เก่ง แต่ก็มีจิตใจอันกว้างขวางจริงๆ”

น้ำเสียงอ่อนโยนเปี่ยมไมตรีจิตแต่คำกล่าวนั้น เสียดสี จนเมธัสรู้สึกหน้าซีดไปทีเดียว รอยยิ้มที่มีต้องมลายหายไปอย่างรวดเร็ว

ส่วนในใจของเขาคิดขึ้นมาว่า //โอ้ คราวนี้เพิ่มให้อีกหนึ่งคำชมหรือนั้น ซาบซึ้งแล้วครับพี่สาว//

ยูน่าเข้ามาจับแขนไอนาร์เบาๆ พร้อมกล่าวด้วยเสียงตะกุกตะกักว่า “พะ..พี่คะ”

ทำให้ไอนาร์รู้ตัวว่าเผลอกล่าวอะไรไม่สมควรออกไปอีกแล้ว จึงรีบปั้นหน้ากล่าวต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นไม่ทราบว่า คุณเมธัสเข้าใจในระบบทั้งหมดหรือยังค่ะ ถ้ามีอะไรข้องใจก็สอบถามดิฉันได้เลยนะคะ”

เมธัสได้แต่ฉีกยิ้มเล็กน้อยพร้อมกล่าวว่า “ก็เข้าใจพวกพื้นฐานทั้งหมดแล้วละครับ”

ไอนาร์ผงกศีรษะกล่าวว่า “ค่ะ ถ้าหากมีสิ่งไหนที่ไม่เข้าใจจะกลับมาสอบถามพวกดิฉัน หรือถ้าไม่พบเจอพวกดิฉันก็กรุณาหาทางแก้จากเอาจากโปสเตอร์ทั้งหมดที่สองฝากกำแพงก็ได้นะคะ”

เธอยกมือขึ้นชี้ไปยังกำแพงทั้งสองฝากของอาคารพร้อมกล่าวต่อว่า “ในนั้นจะมีภาพประกอบพร้อมสอนวิธีใช้แบบละเอียดในทุกอย่างที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับพื้นฐานของเกมนี้นะคะ”

เมธัสที่หันมองดูโปสเตอร์ทั้งหมดก็ผงกศีรษะพร้อมกล่าวว่า “อืม ขอบคุณมากครับ”

พอเขากล่าวเสร็จก็ลุกจากเก้าอี้ที่นั่ง เพื่อเตรียมตัวออกจากอาคารแห่งนี้ เพราะจะว่าไปแล้วตัวเขาเองก็ได้นั่งอยู่ที่นี่นานมากแล้ว ถึงเขาจะเพียงแค่เข้ามาลองเล่นก็สมควรที่จะออกไปสำรวจอะไรบ้าง

ฟาน่าที่เงียบมานานก็รีบกล่าวขึ้นว่า “แหม อยู่ต่อก่อนก็ได้นะคะ เรายังไม่ได้พูดคุยกันเลยน้า~

เธอเดินเข้าไปคล้องแขนเมธัสพร้อมกล่าวเสียงหวานต่อว่า “แล้วฉันเองยังมีอาหารทำเอง และอยากให้เมธัสที่ลองทานด้วยน้า~

มือซ้ายของเธอได้ปรากฏกล่องอาหารสีแดง ที่ฝาครอบกล่องมีลวดลายที่สวยงามสลักเอาไว้อยู่

เมธัสได้แต่หน้าขึ้นสีเล็กน้อยก่อนกล่าวว่า “เอ้อ ผมก็อยากคุยด้วยนะครับ แต่เอาไว้วันหลังจะดีกว่า วันนี้ผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ”

 เขาเอาแขนออกพร้อมเดินถอยหลังออกห่างจากฟาน่าทันที แต่ฟาน่ากลับไม่คิดจะปล่อยชายหนุ่มไปยังคงเดินตามชายหนุ่มที่ถอยหนี ซึ่งทำให้พี่สาวของเธอได้แต่ถอนหายใจส่ายหน้า รีบเดินเข้ามารั้งตัวน้องสาวของเธอเอาไว้พร้อมกล่าวว่า “ฟาน่าอย่าไปแกล้ง คุณเมธัสน่า”

เมธัสที่เห็นว่าคงจะไม่มีอะไรต่ออีกแล้วก็รีบหมุนตัวคิดจะออกจากอาคาร กลับโดนรีน่าที่วกมาจากมุมไหนก็ไม่ทราบเข้ามากอดแขนของเขาเอาไว้พร้อมกล่าวว่า “ช่าย ให้ฉันสอนอะไรอีกสักนิดกับคุณเมธัสเองดีกว่า”  

ชายหนุ่มที่โดนหญิงสาวเข้ามากอดแขนกลับไม่ได้รู้สึกยินดีมากนัก รีบถอนแขนออกจากอ้อมกอดของเธอพร้อมกล่าวว่า “ไม่เป็นไรแล้วครับ ผมคิดว่าไว้ไม่เข้าใจอะไรก็ไว้มาถามดีกว่าครับ”

เมธัสที่ถอยห่างออกไปได้เล็กน้อย พบว่าแววตาของรีน่าทอแววบ่งบอกไม่อยากเลิกเล่น เขาจึงรีบกล่าวต่อว่า “ถ้ายังไงผมขอไปละครับ รบกวนมากแล้ว”

พอเขากล่าวเสร็จก็รีบเร่งเดินออกจากอาคารไปในบัดดล

เมธัสลอบคิดในใจ //ถึงจะเห็นสองสาวนั้นแย้มยิ้ม แต่ไม่รู้ทำไมสัญชาตญาณของเรามันดันบอกว่าน่ากลัวนะ//

เมื่อชายหนุ่มเดินออกถึงหน้าอาคาร เขาได้โบกมือลาให้กับสี่สาว แล้วรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

ในอาคารผู้ฝึกหัด สี่สาวพี่น้องได้นั่งล้อมโต๊ะสนทนากันดังเดิม

ฟาน่ากล่าวพร้อมทำหน้าตาที่เบื่อหน่าย “แหม น่าเสียดายจัง นึกว่าจะได้แกล้งอีกแป๊บแท้ๆ”

เธอหยิบกล่องอาหารออกมาวางบนโต๊ะพร้อมกล่าวต่อว่า “ว่าจะให้ลองทดสอบอาหารพิษชนิดใหม่สักหน่อย”

รีน่าได้แต่ส่ายหน้าอย่างเสียดายพร้อมกล่าวว่า “ของฉันสิอดเป็นคนแรกของเมธัสเลย”

เธอยกมือขวาขึ้น ในมือที่ขาวนวลกลับปรากฏมีดสั้นใบมีดสะท้อนแสงแวววาวมาอยู่ในมือ แล้วแทงลงบนบนโต๊ะ “ว่าจะสอนสักหน่อยว่าตายครั้งแรกรู้สึกยังไง อิอิ”

ไอนาร์ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยหน่ายกับ น้องสาวจอมแสบที่ทำให้อาคารผู้เริ่มต้น กลายเป็นอาคารนรก ที่ผู้เล่นชายส่วนใหญ่ที่มาคนเดียวหรือมาเป็นกลุ่ม ต้องเกือบตายไปประมาณ 10% และตายในทันทีถึง 89% นานๆ ทีจะมีแบบเมธัสที่ไม่สนใจในสี่สาว แล้วรีบเดินหนีไป ยังดีที่น้องสาวคนเล็กของเธอ ยูน่ายังพอทำงานได้บ้าง ถ้าไม่ติดตรงที่มีนิสัยขี้อายมากเกินไปนิดหน่อยก็ตาม

เธอหันไปกล่าวกับยูน่าที่กำลังดื่มน้ำชาว่า “ขอบใจนะยูน่า ดีที่มีน้องช่วย ไม่อย่างนั้น น้องชายคนนั้นได้ตายแน่นอน ถ้าไปตอบรับยัยตัวแสบ 2 คนนี้”

ยูน่าวางแก้วน้ำลงแล้วหันไปตอบว่า “ไม่หรอกค่ะ ยูน่าว่านะคะ เค้าก็เป็นคนดีมากแล้วก็ดูซื่อๆ ดีผิดกับพวกผู้ชายคนอื่น... ที่ถ้าเจอยูน่าก็ใช้สายตาจ้องมองจนน่าเกลียด”

เธอพอกล่าวเสร็จใบหน้าก็ขึ้นสีเล็กน้อย โดยมีพี่สาวทั้งสองคนปิดปากหัวเราะเบาๆ

ไอนาร์ได้แต่คิด // เฮ้อ ก็หน้าตาน่ารักแบบนี้ แถมหน้าอกกลับใหญ่ซะขนาดนั้น ผู้ชายปกติทั่วไปก็ต้องมองอยู่แล้ว จะโทษก็ต้องโทษเจ้าคนออกแบบเสื้อนั่นแหละ เล่นให้เปิดอกซะขนาดนี้ กระโปรงก็ผ่าสูงเหลือเกิน//

เธอนึกคิดเล็กน้อยก็กล่าวขึ้นมาว่า “หึหึ น้องชายคนนั้น มีท่าทางแบบนั้นจะรอดจากเมืองเริ่มต้นแห่งนี้ได้ไหมนะ”

ฟาน่ากับรีน่า กล่าวขึ้นมาพร้อมกันว่า “ไม่รอดค่า”

สองสาวที่กล่าวพร้อมกันรีบสบตากันแล้วเริ่มหัวเราะกันอย่างร่าเริง

ผิดกับน้องสาวคนสุดท้องที่ภาวนาในใจว่า //ขอให้โชคดีนะคะ คุณเมธัส//

คนโดนนินทาก็ได้แต่จามออกมาอีก 2 - 3 ครั้ง แล้วได้แต่คิดว่า //ใครบ่นถึงน่า//

*ในเกมนี้อนุญาตให้ NPC สามารถฆ่าผู้เล่นได้ถ้าผู้เล่นมีท่าทางคุกคามต่อชีวิตทรัพย์สินของ NPC

*NPCในเกมนี้ส่วนใหญ่จะเคยเป็นผู้เล่นมาก่อน แล้วถูกทางบริษัทชักชวนให้มาเป็น NPC ดังนั้น สาวทั้ง 4 คนนี้ เคยเป็นผู้เล่นที่มีชื่อเสียงในการฆ่าสูงระดับต้นๆ (เป็นผู้เล่นชาย95% หญิง5%) ทำให้ทางบริษัทติดต่อขอว่าจ้างให้มาเป็น NPC ซึ่งในตอนแรกๆ ที่ให้ประจำที่ทวีปหลักอัตราการตายก็ยังคงสูงอยู่ (กว่าครึ่งจะเป็นผู้ที่พยายามมาล้างแค้น) เลยต้องส่งให้มาประจำ อาคารผู้ฝึกหัด

*เมืองเริ่มต้นแห่งนี้อยู่โซนที่ 13 NPCส่วนใหญ่จะค่อนข้างมีนิสัยแปลกกว่าใครๆ แต่เนื่องจากทางบริษัทเป็นผู้ว่าจ้างมาเองจึงไม่สามารถยกเลิกสัญญาได้จนกว่าครบกำหนดเวลาว่าจ้าง

*ทางบริษัทจะรับซื้อขายเงินในเกมในราคา 10,000 ซีจต่อ 1 คอส

*พนักงาน NPC ส่วนใหญ่จะถูกจ้าง 7,000 - 35,000 คอส ต่อเดือนส่วนรายได้ในเกมให้ถือว่าเป็นผลกำไรจากการทำงาน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

69,946 ความคิดเห็น

  1. #69796 supersupersuper (@supersupersuper) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 00:23
    ตกลงพระเอกหล่อ หรือไม่หล่อ
    #69796
    0
  2. #69774 bombvvy (@bombvvy) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2559 / 09:19
    สนุกมากคับ
    #69774
    0
  3. #53177 ผ้าแพร1995 (@parpear1995) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2555 / 15:35
    สนุกมากเลย
    ^^
    #53177
    0
  4. #52138 Black Cats (@nuch777) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2555 / 23:40
    สาวๆร้ายกันจริงๆ เกือบไปแล้วไหมละเมธัส ^^
    #52138
    0
  5. #42293 ขอเป็นเอลล์ (@swallofly) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2555 / 15:14

    มาปุ๊บ NPC ก็จะคิดค่าพระเอกซะแล้ว หุหุ...แต่รายละเอียดเกมส์ดีมากครับ ชอบมากเลย

    #42293
    0
  6. #39009 yohying (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2554 / 18:39
    ให้รายละเอียดดี น่าสนใจ
    #39009
    0
  7. #27476 fenelliiz (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2554 / 20:42
    ถูกเลย อิกหน่อยได้ง่อยกิน ทำไรไม่เปน 555



    #27476
    0
  8. #26239 KIDno1412 (@kidno1412) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2554 / 20:35
    รู้สึกว่าโลกนี้มันจะสบายเกินไปน่ะ
    #26239
    0
  9. #23161 OCEAN PLANET (@lilowria) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2554 / 22:26
     ขอบคุณมากครับ ^  ^
    #23161
    0
  10. #20592 Bubbles (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 มีนาคม 2554 / 09:16
    หนุกดี

    #20592
    0
  11. วันที่ 15 กันยายน 2553 / 13:16
     สนุกมากค่ะ อ่านเเล้วเพลินนนน
    #15366
    0
  12. #12882 เงารัตติกาล (@darel) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2553 / 15:47
    ฟาน่า + รีน่า ร้ายนะคะนี่ แต่ร้ายแบบน่ารักอ่ะ
    ยูน่าก็น่ารัก 5555  NPC ขี้อาย
    #12882
    0
  13. #12348 คุณมึนจัง (@lucky000) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2553 / 08:27
    สนุกๆ น่าติดตาม ดี
    ถึง จุด ผิด จะ เยอะ
    แต่ ... เรา คนอ่าน ขั้นเทพ
    อ่าน้ สบาย ไม่ ติด ขัด



    เพราะ ไม่ใช่ คน ละเอียด 55555+
    #12348
    0
  14. #7796 ladyangle (@sofeast) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มกราคม 2553 / 20:35
    ถ้ามี NPC อย่างนี้จริงๆเราคงอารมณ์เสียน่าดู 55+
    #7796
    0
  15. #7244 มานพ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มกราคม 2553 / 23:16
    เจอคำผิดอ่ะครับ ตรง

    AI ประจำบ้านที่จะคอยดูแลระบบเครื่องไฟฟ้าต่างๆ ในบ้านให้กับผู้ที่อยุ่อาศัย (อยู่อาศัย)
    #7244
    0
  16. วันที่ 5 มกราคม 2553 / 19:31
    หนุกหนานมากๆมากมายมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #7047
    0
  17. #6218 หัวใจเย็นชา (@painesse) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2552 / 14:36
    หนุกมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #6218
    0
  18. #6023 KilLa (@KiLa1412) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 11:50
    อะแหมเปลี่ยนเป็นอะแฮ่ม หรือ ฮะแฮ่ม ดีไหมค่ะอะแหม อ่านเป็ย อะ-แม ทุกทีเลยอ่าค่ะ
    #6023
    0
  19. #5847 b-e-a-u (@beau-01) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2552 / 18:33

    รู้สึกเหมือนกะลังเล่นเกมอยู่เลยอะค่ะ 
    (ปกติก็ติดเกมนิสๆๆ อยู่เร้ว เอิ๊กๆๆ)

    #5847
    0
  20. #5357 ฝนธารา (@mini1234) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2552 / 18:26
    หนุกดีจ้า
    #5357
    0
  21. #4919 Purinsu_Za_Rippa. (@CINVI) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2552 / 16:39

    หนุกดี ค่ะ

    สู้ๆ นะ ไรเตอร์

    #4919
    0
  22. #3257 WAwy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กันยายน 2552 / 18:19
    ก้อโออะน่ะ...^^
    #3257
    0
  23. #1941 เมฆพิรุณ (@chuangchuang) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2552 / 11:04
    สนุกดีครับ
    #1941
    0
  24. #1566 Z๏12iAc (@yuletied) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2552 / 21:36
    กรรมมมมมมมมมมมมมมมมม
    -0-
    แงๆ
    เขียนตั้งนานT^T
    คอมบ้า!!!!!
    แง ทำไมถึงมีไ อ้ นั่น ไ อ้ นี่เนี่ยT^T 
    แง่ง
    #1566
    0
  25. #1565 Z๏12iAc (@yuletied) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2552 / 21:34
    <font size="1">สนุกดีเจ้าค่ะ<br />มีคำผิดค่ะ<br />อลิซ <font style="background-color: #ffffff" color="#ff0000">ของ <font color="#000000">เมนู</font></font><font color="#000000">อาหาร</font>&#160; ต้อง ขอ เจ้าค่ะ<br /><br />พอเมธัสเห็นชัดๆ<u>เขาทราบว่า</u>&#160; ตกอะไรไปหรือเปล่าคะเนี่ย???<br /><br />คุณผู้เล่นมือใหม่ตกใจเเล้ว <font color="#ff0000">นั้น </font><font color="#000000">ต้องเป็น นั่น เจ้าค่ะ (นั้น จะเสียงเข้มๆ&#160; นั่นจะเสียงสั้นๆ&#160;<br />เช่น นั่นอะไรน่ะ ประมาณนี้...-3-)<br /><br />เหรอนั่น เจ้าค่ะ<br /><br />เพียงเเค่ผมสอบถามเรื่องเกมกับยูน่า <font color="#ff0000">นะ </font>ครับ <font color="#000000">ต้องเป็น น่ะ เจ้าค่ะ<br /></font><br />พะ...พี่<font color="#ff0000">ค่ะ </font><font color="#000000">ต้อง คะ เจ้าค่ะ<br /></font><br />พวกเรายังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลย<font color="#ff0000">น่า</font>~ ต้องเป็น น้า เจ้าค่ะนายท่าน<br /><br />ยังมีอีกที่น่ะค่ะ อ่า ตรง พวกนั้น กับ นั่น มันต่างกันอ่าค่ะ ท่านเขียนสลับไปๆมาๆ+ O<br />งานนี้งงไปเลย อิอิ^ ^<br /><br />ถ้าวิจารณ์เกินไป ก็ต้องขอโทษจริงๆเจ้าค่ะ&gt;/\&lt;&#160;&#160; ไปอ่านต่อดีกว่า ฟิ้วววว<br /><br />ปล.เเล้วท่านจะมาอ่านทวนทีหลังไหมเนี่ยT^T<br />ไม่ใช่เราเขียนมาบอก เเล้วท่านไม่เห็นหรือY0Y&#160; แงๆ<br /><br /><br /><br /></font></font>
    #1565
    0