[KookV] Teenage Instinct: Fetish

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 68 Views

  • 0 Comments

  • 4 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    68

แนะนำเรื่องแบบย่อๆ

Is it love? Is it lust? Is it just a teenage thing?


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

AU นักเรียนไทย

อิเจน - เจนพล - จองกุก

วี - วริษฏ์

ยักษ์ - ยุนกิ

จิมะ - จีมิน

จิณณ์ - จิน

เย่ะ

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 31 ม.ค. 62 / 12:37

บันทึกเป็น Favorite


Teenage Instinct : Fetish


 


Fetish (n.) - an object of irrational obsession


เฟติช (น.) – สิ่งที่ทำให้เกิดความคลั่งไคล้ที่ไร้เหตุผล


 


I


เจนจำไม่ได้แล้วว่าเขาเริ่มชอบมองคอของวีตั้งแต่เมื่อไหร่


                ลำคอสีทองแดงของวีที่ผ่านแดดผ่านลมมาเกือบสิบแปดปีกับลูกกระเดือกที่ดีดขึ้นลงนิดๆ เมื่อเขากลืนลูกชิ้นปิ้งสุดโปรดของเขาลงคอ ผมสีดำชื้นเหงื่อที่แนบไปกับท้ายทอยทุกครั้งที่เล่นฟุตบอลเสร็จหรือเดินจากโรงเรียนไปห้างสรรพสินค้า มันฟุ้งไปด้วยกลิ่นของเขาซึ่งทำให้เจนนึกสงสัยว่ามันจะร้อน จะนุ่ม จะหยุ่นตึงสักแค่ไหนหากเขาเอาริมฝีปากจรดลงบนนั้น มันจะแดง จะช้ำได้สักแค่ไหนหากเขาทำให้มันเป็นรอย


                พระเจ้า เขาคงต้องยอมรับว่าเขาเป็นเกย์เพราะเพื่อนสนิท ลำคอของเขาทำให้หัวใจเต้นโครมครามทุกทีที่มอง และเขาละสายตาจากมันไม่ได้ หมายถึง ทุกอย่างที่เป็นวีน่ะ เจนจำได้ทั้งหมด ไม่ว่าจะที่วีชอบสีเขียว แต่ต้องเป็นเขียวมะนาวเท่านั้น ชอบใส่เสื้อสกรีนลายกัปตันสึบาสะสีดำกับยีนส์โคร่งๆ ที่โคตรจะเข้ากับก้นแฟบๆ ของเขาและรองเท้าผ้าใบสีเขียวนีออนรุ่นล่าสุด กินซอสมะเขือเทศเป็นอาหารหลัก ชอบน้ำอุ่นมากกว่าน้ำเย็น ถนัดเขียนมือซ้ายแต่ถ้าปาบอลต้องใช้ข้างขวา ฯลฯ ซึ่งอาจกินพื้นที่ทั้งหน้ากระดาษถ้าจะให้สาธยายทั้งหมด เอาล่ะ นี่อาจเป็นแค่จดหมายเวิ่นเว้อหากคุณมีแต่ข้อมูลของวีในสมอง แต่ใจเย็นกับหนุ่มน้อยเจนของเราอีกสักหน่อยนะ


                “อ้าว วี เตะบอลเสร็จแล้วเหรอ? ไปหาอะไรกินกัน” เจนเก็บสมุดเคมีใส่กระเป๋ารีบลุกขึ้นยืนเพื่อนตามให้ทันจังหวะของวี “รอกูด้วย”


                “เร็วดิวะ กูหิวแล้ว” วีเหวี่ยง ก้าวเดินของเขาหุนหันเหมือนเด็กสามขวบ


                “มึงไปหงุดหงิดอะไรมาวะ?”


                “ไอ้พวกจิมะมันโกง ขัดขาไอ้ยักษ์ล้มเข่าแตก เอ๊ย คราวหน้านะกูจะซัดมันให้ยับเลย” เขายังคงเดินกระฟัดกระเฟียดต่อ คำว่า ยังคงเป็นคำพูดที่วีใช้บ่อยที่สุด


                “มึงใจเย็นดิ” เจนเร่งฝีเท้าพลางพูด ซ่อนความไม่พอใจด้วยรอยยิ้มขำอย่างรวดเร็ว อย่างน้อยการพูดคำว่า ที่ขึ้นจมูกก็ฟังดูน่าเอ็นดู “แล้วยักษ์โอเคมั้ยวะ”


                “ก็ไม่ได้ใหญ่โต แค่เข่าแตก แต่น่าโมโหที่ ขัดขายักษ์ไง” วีเหวี่ยงมือขึ้นอย่างเหลืออดและหันขวับไปหาเพื่อนสนิทของเขา “เป็นมึงจะทำไงวะ?”


                เจนยิ้มขำพลางขยับแว่นให้เข้าที่ ค้อมหลังลงเล็กน้อยทุกครั้งที่เดินคู่กันโดยอัตโนมัติเพราะวีเคยบ่นเรื่องความสูงของเขา “หมายถึงอะไร? แก้แค้น หาของกินหรือเรื่องนัดล้างตา?”


                วีถลึงตาใส่เขา “กวนตีน”


                “อ้าว กูจะไปรู้มึงเหรอ?” เขากวนตีน


                “มึงก็รู้อ้ะ อย่าให้กูต้องพูดดิ” วีงอแง โยนมือขึ้นอีกครั้งด้วยความหงุดหงิดก่อนกระพือเสื้อคลายความร้อนซึ่งทำให้เห็นแนวกระดูกไหปลาร้าวับแวม เจนกลืนน้ำลาย


                “ไม่รู้ดิ วันนี้กูอยากกินหญ้าย้อย”


                “ยาโยอิไอ้สัด! กูไม่ได้หมายถึงคำถามนี้!


                “แล้วมึงหมายถึงอะไร?” ดวงตาหลังแว่นเป็นพราวระยับอย่างซับซ้อน


                “กูหมายถึงจิมะ! น่ารำคาญฉิบเป๋ง”  


                “รำคาญจิมะ?”


                “มึงนั่นแหละ ไอ้เชี่ยเจน!


               


II


“โคตรสะใจ จิมะ หัวแตกเข้าโรงพยาบาล” วียิ้มร่าพลางหิ้วกระเป๋าจาคอบแฟบๆ ตรงมาหาเจน เขาเหวี่ยงศีรษะไปข้างหลังเล็กน้อยและลูกกระเดือกเคลื่อนขึ้นลงเมื่อเขาหัวเราะ


                เจนโคตรไม่ชอบใจ ไม่ชอบที่จิมะทำให้วีไม่มีความสุข ไม่ชอบที่วีเอาแต่พูดถึงเรื่องของจิมะ ไม่ชอบที่ทำให้วีกังวลเรื่องของยักษ์—เรื่องของคนอื่น ไม่ชอบที่วีไม่ยอมสนใจเขา มันเป็นเพราะไอ้จิมะ


คุณคิดว่าที่หมอนั่นหัวแตกเป็นเพราะใครกันล่ะ? หึ


                เขาขยับแว่นกลบเกลื่อน ดวงตาพราวระยับและพูดว่า “ไม่เอาน่ามึง ยังไงก็เพื่อนร่วมห้องปะวะ”


                “กูไม่อยากอยู่ร่วมโลกกับมันด้วยซ้ำ” วีโยนกระเป๋าไปอย่างไร้ทิศทางและฟุบหน้าคว่ำลงกับโต๊ะ ปกเสื้อเผยอ เผยให้เห็นกระดูกต้นคอที่นูนเด่น ดูเซ็กซียิ่งกว่าตอนเปลือยเสียอีก (เปลือยท่อนบนตอนไปทะเลด้วยกัน คุณคิดว่าอะไรล่ะ?) เจนเหลือบมองขวดพลาสติกที่มีหยดน้ำเกาะพราว พรูลงมากองเป็นแอ่งที่ก้นขวดอย่างครุ่นคิด ก่อนตัดสินใจเอามันนาบลงบนหลังคอที่น่าคลั่งไคล้


                “อ-อ๊า!” วีสะดุ้งและเอามือปิดปากของเขาเกือบจะทันที สายตาของเพื่อนทั้งห้องยิงตรงมาทางเจ้าตัวอย่างสามัคคี


                พึงพอใจทว่าหวงแหน เจนทำตาใสและบอกว่า “โทษที”


                “เล่นเหี้ยอะไรของมึง!” เขายันเก้าอี้ของเพื่อนสนิทล้มตึงก่อนเดินกระทืบเท้าปึงปังเป็นเด็กสามขวบออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว เสียงอุทานของเขาเมื่อครู่ฟังดูราวกับนางเอกเอวี เจนชอบมันและเขาไม่อยากให้ใครได้ยินนอกจากเขาและเจ้าตัวในวันที่พวกเขาคบกันแล้ว แต่อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่าจุดอ่อนไหวของวีอยู่ที่คอ


                คอที่เขาชอบมองนั่นแหละ


               


III


ผิดคาด เพื่อนทั้งห้องไม่ได้พูดถึงเรื่องวันนั้นอีกเลย วีสามารถเดินไปไหนมาไหนได้โดยปราศจากสายตาสอดรู้ คุณคิดว่าเพราะใครล่ะ?


                หึ


                “มึง ไปดูหนังกัน” เจนสไลด์ตั๋วหนังไปตรงหน้าเพื่อนสนิทของเขา


                Girls Don’t Cry? กูไม่ใช่โอตะกูจะรู้เรื่องมั้ย?” วีทำเสียงสูง


                “ไปดูกับกูหน่อย กูซื้อตั๋วมาเกิน ซื้อตั๋วใบนึงแล้วได้โปสเตอร์หนึ่งแผ่นอะ กูเสียดายตั๋ว นะๆ วีสุดหล่อ น้า~” อันที่จริงต้องเป็นสุดน่ารัก เขาแก้ในใจและล่อลวงต่อ “พี่กูก็อยากดูแต่เขาติดงานไง พี่จิณณ์อะ พี่จิณณ์ที่เป็นเชฟไงจำได้ป่าว อยากกินไรพี่จิณณ์ทำให้หมดเลย—“


                และวีก็ตกหลุมพรางในที่สุด


                วันอาทิตย์ วีปรากฏตัวในชุดเก่งของเขา—เสื้อสกรีนลายกัปตันสึบาสะสีดำคอกว้างซึ่งทำให้เห็นสร้อยเชือกถักสีดำร้อยจี้ไม้กางเขน--เขาไม่ได้นับถือคริสต์ มันเป็นแฟชั่น--เข้ากับต้นคอและร่องไหปลาร้า กางเกงยีนส์โคร่งๆ และรองเท้าผ้าใบสีเขียวนีออน เขายิ้มทักทายเพื่อนสนิทที่เดินมาถึงจุดนัดพบพร้อมกันและถามว่า “มึงกินอะไรมายัง?”


                “ดูหนังจบค่อยกิน ตอนนั้นก็เที่ยงพอดี” เจนตอบ วันนี้เขาใส่แว่นเหมือนเดิม ผมก็ไม่ได้ทำอะไรเป็นพิเศษ ใส่เสื้อเชิ้ตลายสก็อตสีฟ้าที่วีให้เป็นของขวัญวันเกิดปีก่อน พับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก กางเกงยีนส์และรองเท้าผ้าใบสีซีดๆ


                วีเอียงคอพิจารณาเจนหัวจรดตีน ก่อนเอื้อมมือขึ้นไปเสยผมหน้ามาที่เริ่มยาวของเพื่อนสนิท มือของเขาชื้นเหงื่อนิดๆ จากการเดินเบียดผู้คนมากมายบนบีทีเอสและหยาบกร้านเหมือนกระดาษทราย นิ้วยาวแทรกผ่านกลุ่มผม สไลด์และกดลงบนหนังศีรษะคล้ายจะนวดด้วยการเคลื่อนไหวไม่ติดขัด พวกเขาตบหัวกันเล่นมาตั้งหลายปี แต่วีไม่เคยทำแบบนี้ หัวใจของเจนเต้นแรงและเขาไม่แน่ใจว่าเขาควรจะกุเรื่องตลกกลบเกลื่อนหรือเปิดเผยความจริงเรื่องที่ว่าเขากำลังหน้าแดง “ถ้ามึงเซตผมขึ้นจะเข้ากับเสื้อนี่มากกว่า มึงดูลุงว่ะ มึงยืนหลังตรงดิ”


                วีไม่เคยใส่ใจเรื่องการแต่งกาย เท่าที่เจนรู้ ในหัวของเขามีแต่เรื่องฟุตบอล


                “มึงบอกว่ากูสูงไปทำให้มึงดูเตี้ย” เขาบอกพลางหวังว่าเขาจะหรี่เสียงหัวใจที่กำลังเต้นก๋าอยู่ในอกได้เหมือนกดปุ่ม บางครั้งเขาก็คาดเดาปฏิกิริยาตอบสนองของเพื่อนสนิทของเขาไม่ได้ วีชอบทำอะไรตามใจตัวเอง วีเอาแต่ใจ และครั้งนี้ มันไม่ได้แย่อย่างที่เขาจินตนาการไว้


                “ปัญญาอ่อน” คนเตี้ยกว่าส่ายหน้าขำๆ “แล้วนี่มึงหน้าแดงทำไม กูทำงี้แล้วดูหล่อใช่ปะ?”


                เจนชั่งใจ ความคิดที่จะทำให้วีกลายเป็นของตัวเองช้าๆ กลืนกินสิ่งอื่น เขาตอบ “เออ อย่าไปทำงี้กับคนที่ไม่ได้ชอบนะเว้ย ขนาดกูเป็นผู้ชายกูยังใจเต้นเลย”


                วีเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มจนหน้าโย้ “งั้นกูต้องทำบ่อยๆ” และเริ่มเดินนำ


                พระเจ้า (เขาก็ไม่ได้นับถือศาสนาคริสต์เช่นกัน) เขาดูหนังไม่รู้เรื่องเลย โปสเตอร์สองแผ่นที่ได้มาไม่ทำให้ยิ้มร่าอย่างที่ควรจะเป็น แต่เป็นการที่เขามีวีเดินล้วงถังป๊อบคอร์นขนาดเท่ากะละมังอยู่ข้างๆ ต่างหาก “วี ตอนนั้นมึงพูดว่าอะไรนะ?”


                “กูชอบคน—“ เขาเอาลิ้นดุนป๊อบคอร์นไปเก็บไว้ที่แก้มข้างหนึ่งเหมือนกระรอก หมุนถังป๊อปคอร์นหาและชี้บอกและพูดด้วยเสียงอู้อี้ “—นี้”


                “กูรู้แล้วว่าคุณอ๊บน่ารัก แต่หมายถึงก่อนหน้านั้นดิ”


                “คนไรตั้งชื่อลูกว่าอ๊บวะ?”


                “มึงสนใจที่กูพูดดิ”


                “ตอนไหนล่ะ?”


                “ก่อนเข้าโรงหนัง” เจนตรึงให้เพื่อนสนิทของเขาหยุดมือด้วยสายตาเอาเรื่อง วีปล่อยป๊อบคอร์นในกำมือแล้วตอบ “กูขอรสชีสกับโค้กแก้วเล็ก”


                เขาตีหน้าผากตัวเอง ก่อนที่ความกล้าจะหายไป เขาถามอีกครั้ง “ก่อนหน้านั้น ที่มึงเสยผมกูอะ”


                วีหยุดเคี้ยวเกือบจะทันทีและมองเขาด้วยสีหน้าเหมือนหน้าของเขาได้กลายเป็นอะไรที่เหนือจินตนาการ ราวกับรู้แล้วว่าอะไรทำให้สีหน้าของเพื่อนสนิทจริงจังขึ้นมากะทันหัน แล้วแก้มสีทองแดงก็ขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนตอนที่เขาเพิ่งเล่นฟุตบอลเสร็จ—จริงๆ แล้วหัวใจก็เต้นแรงเช่นกัน


                “ก-กูล้อเล่น! วันนั้นมึงบอกอยากกินหญ้าย้อยไม่ใช่เหรอ? รีบไปดิ เที่ยงแล้วคนเยอะฉิบหาย” เขารีบโอบกระชับถังป๊อบคอร์นต่างโล่แล้วจ้ำหนี


                ดวงตาหลังแว่นพราวระยับด้วยความคาดหวัง เจ้าตัวยกมือขึ้นเสยผมตัวเองอย่างเหม่อลอย “ลองเซตผมดูบ้าง...ดีมั้ยนะ?” ก่อนรีบเดินตามไปก่อนที่เพื่อนของเขาจะหน้ามืดตามัวจนเผลอเดินชนใครเข้า


                เห็นมั้ย? เขาไม่ได้สนใจแต่คอของวีสักหน่อย แม้ว่าจะอายจนหน้าแดงลามไปจนถึงคอแล้วดูน่ารักน่าฟัดน่ากัดสุดๆ ก็เถอะ


 


IV


พวกเขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และเหตุการณ์ที่โรงหนังก็ผ่านมาเกือบสองเดือนแล้ว—พวกเขามีเรื่องให้ต้องคิดมากกว่าซึ่งคือการสอบปลายภาค


                เจนที่เรียนเก่งกว่าต้องเป็นฝ่ายติวให้วีตามเคย พวกเขาไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาถึงได้ชอบไปไหนมาไหนเป็นปาท่องโก๋มากกว่าเม็ดสาคูแบบเพื่อนแก๊งอื่น แต่นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาหวังให้ใครสักคนมาเติมเต็มความเงียบในห้องนอนหนึ่งร้อยเอเคอร์ของเจน ห้องสีขาวที่กว้างเกินไปและมีห้องน้ำในตัวแถมด้วยเตียงควีนไซส์และกลิ่นน้ำมันลาเวนเดอร์และทุกสิ่งที่ทำให้ห้องนี้ดูเหมือนห้องนอนของพระราชา


                “เดี๋ยวกูไปเอาน้ำมาให้” เจนตัดสินใจยีผมของเพื่อนสนิทอย่างที่เคยทำและลุกออกไป “อยู่นิ่งๆ อย่าซน”


                “กูเกิดหลังมึงแค่สองเดือน สัส” วีปัดมือของเพื่อนราวปัดแมลงวัน เขาได้ยินเสียงหัวเราะที่ไร้ความหมายตามด้วยเสียงประตูงับปิด


                วันนี้ไอ้วีใส่เสื้อคอกว้างอีกแล้ว เจนคิด หลังชนฝา กุมหัวใจที่กำลังเต้นแรง สายเชือกถักสีดำขับให้ลำคอสีทองแดงดูเซ็กซีเหมือนเดิม เมื่อวีเอี้ยวคอ เขาสามารถจินตนาการได้ถึงลิ้นของเขากำลังลากนาบไปตามแนวเส้นโค้งสวยของมันและรู้สึกถึงเส้นเลือดที่เต้นตุบอยู่ใต้ผิวหนัง และมือของเขาแทรกเข้าไปในกลุ่มผมของเขา วีจะมีปฏิกิริยายังไง? ผลักเขาออกแล้วหน้าแดง ครางเสียงเหมือนนางเอกเอวีอย่างวันนั้นหรือถีบเขาหน้าหงาย? บางทีปัจจัยหลักมันอาจจะไม่ได้อยู่ที่เสื้อที่วีใส่ แต่อยู่ที่ความคลั่งไคล้ในบางอย่างของเจนต่างหาก พนันได้เลยว่าวีใส่เสื้อคอเต่าก็ทำให้เขาสติแตกได้


                “สติ ไอ้เจน สติ” เขากระซิบบอกตัวเองและเดินลงไปเอาน้ำตามที่พูด


                กลับมาอีกที ห้องก็ยังอยู่ในสภาพเดิม วีไม่ได้ซนตามที่เขาสั่งแต่กำลังนอนขดอยู่บนเตียงของเขาต่างหาก เจนวางถาดน้ำลงบนโต๊ะญี่ปุ่นให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถอดสลิปเปอร์ก่อนที่มันจะดีดพื้นเสียงดังเวลาเดินไปมากกว่านี้และหยิบรีโมทแอร์ขึ้นมาปรับอุณหภูมิ สาบานได้เลยว่าตอนนี้เขาเกลียดทุกสรรพเสียงที่จะทำให้วีตื่นตั้งแต่เสียงปี๊บๆ ของรีโมทแอร์ไปจนถึงเสียงหายใจของตัวเอง


                วีนอนตะแคง คอเสื้อเปิดกว้างและชายเสื้อเลิกขึ้นเหนือเอวเล็กน้อยซึ่งเขาสามารถเห็นได้เกือบทุกอย่าง สัญชาตญาณดิบและความกลัวที่จะเสียเพื่อนตีกันวุ่นวายในใจ และเขาก็คิดเข้าข้างตัวเองในที่สุด ฝ่ามือของเขาวางลงที่หลังคอ ลูบขึ้นสวนกับแนวเส้นผมอย่างไม่แรงและไม่เบาจนเกินไปและเขาได้ยินวีครางด้วยความพอใจ เขาทำมันอยู่สักพักใหญ่แล้ววีก็ขยับตัวมากอดเอวเขาและซุกหน้ากับหน้าท้องของเขา


                “เจน...” เขาไม่แน่ใจว่าวีกำลังเรียกชื่อเขาหรือแค่ละเมอ แต่เสียงขึ้นจมูกนิดๆ ฟังดูยั่วยวนเหมือนเสียงนางเอกเอวี หมายถึง เขาคิดว่ามันเหมือนและเขาไม่อยากให้ใครหน้าไหนมาคิดเหมือนเขาด้วย คนตัวเตี้ยกว่าขยับอย่างเกียจคร้านทว่ามุ่งมั่นและเจนเริ่มรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่ผิดแปลก


                วีดึงขอบกางเกงของเขาลงด้วยปากพลางตีหน้ามึน ปรือตามองเขาอย่างกับว่าตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด


                เจน...” แสยะยิ้มร้าย ดวงตาคมและโตเบิกกว้างอย่างซุกซน เจนเห็นตัวเขาที่สะท้อนในแววตาคู่นั้นกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก


                วีชอบทำอะไรตามอารมณ์จริงๆ นั่นแหละ


 


V


เจอกันในไบโอทวิต @neneneneneyeet

UMU






จะว่านานก็แสนนาน จะว่าไม่นานก็เพียงชั่วพริบตา


โลกทั้งใบของวีมัวซัวไปหมด เขามองไม่เห็นโครงร่างที่ชัดเจนของอะไรทั้งสิ้น


 


VI


            “ ‘ต่อให้มึงมีจู๋ที่เล็กที่สุดในโลกมึงก็เข้ามาไม่ได้!’ ” เจนขำเป็นบ้าเป็นหลังพลางนึกย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อวันก่อน หลังจากมีอะไรเสร็จวีก็ผล็อยหลับ ตามด้วยตัวเขาเอง เรื่องเมื่อวานมันโคตรจะไม่โรแมนติกเลย แต่มันก็ทำให้หัวใจเขาพองฟูแปลกๆ ที่ได้เห็นใบหน้าของวีเป็นอย่างแรกหลังตื่น


                วีห่อตัวอยู่ในกองผ้าห่ม ใบหน้าแดงแจ๋ “ก็กูตกใจ! มึง ...ไม่โรแมนติกเลย”


                “ไอ้ เหมือนขี้กลับด้านของมึงก็พอกันล่ะวะ เสียเซลฟ์เลยกู”


                “สมควร” วียื่นเท้าสีทองแดงไปถีบๆ เจน


                “มึงหิวปะ”


                “หิวจนกินมึงได้ทั้งตัวอะ” ดักแด้ผ้าห่มยิ้มร้าย อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ จนอีกฝ่ายตามไม่ทัน


                “มึงจะเอาใช่ปะ?”


                “ไม่...ให้มึงเอาดีกว่า”


                แต่ก่อนจะได้ทำอะไร เสียงโทรศัพท์ของวีก็ดังขึ้น พวกเขามองหน้ากันอย่างเสียดายแต่เจนก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกให้กดรับ


                “ฮัลโหล...อะไรนะ?”


                “วันนี้สอบ?”


                “ชิบหาย”


                เจนแย่งโทรศัพท์ไปคุย โกหกอย่างลื่นไหล “ยักษ์เหรอ? สอบซ่อมวันไหนนะ...กูกับไอ้วีป่วย ติดไข้กันมา” แล้วหันมาขยิบตาให้แฟนตัวเองประมาณว่า กูเอาอยู่


 


               


 


 


 


TALK:


คุณจะพูดว่า What the f--- ก็ได้ เพราะเรื่องนี้ก็เขียนขึ้นมาตามสัญชาตญาณ 5555

อยากเห็นจมิงแบบรว้ายๆ และถูกลัทธิอาร์มี่กลืนกิน

คามิคุณอ๊บและเมนพี่จิน

neneyeet

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Augustina F.//neneyeet จากทั้งหมด 9 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น