นิมิตมาลย์

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 ตกกระไดพลอยโจน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

บทที่ 6 ตกกระไดพลอยโจน


“ท่านอาทั้งสอง ท่านย่า อย่างที่เราได้คุยกับทุกท่านไว้ก่อนหน้านี้ วันนี้เราเอาแหวน มาหมั้น ให้กับน้อง และคงจะทำพิธีแต่งงานเงียบๆเพียงในครอบครัวกันก่อนเท่านั้น แต่หลังจากที่เราพาน้องเดินทางไปถึงรวีนครินทร์แล้ว เราจะจัดงานแต่งงาน และงานแต่งตั้งอย่างสมเกียรติ อย่างที่เคยได้พูดไว้”


เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง! อย่างกะฟ้าผ่าลงตรงหน้า ไปตกลงแต่งงานกันตอนไหน? แล้วทำไมคนที่จะโดนแต่งถึงไม่รู้!!!!

ถ้าจะทำแบบนี้ ก็ฆ่าตูไปเลยเถอะ!!!

“เออแต่งงานอะไรกันครับ ผมไม่เห็นรู้เรื่องมาก่อน”


            ทุกสายตาทั้งหมดหันมามองที่ผม เพราะผมรีบออกตัวล้อฟรี พูดขัดกลางวงสนทนาที่ดูเหมือนจะมีผมอยู่คนเดียวที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก่อนหน้านี้ครอบครัวของผมคงจะตกลงอะไรบางอย่างไปเรียบร้อยกันไอ่คุณเปลือกไม้นี่ไว้ก่อนแล้ว แล้วก็ทำเป็นเรียกผมมาคุย ไม่สิเรียกมารับรู้มากกว่า

“คืออย่างนี้นะเจ้าอิน ฝ่าบาทต้องการจะแต่งงานกับเจ้า เพื่อให้เจ้าปลอดภัยมากขึ้นจากกลุ่มคนที่ไม่หวังดี และฝ่าบาทก็จะดูแลเจ้าง่ายขึ้นด้วย แถมลูกยังเป็น เออ...โซลเมทกับฝ่าบาท เพราะฉะนั้นทั้งพ่อ แม่ และย่าก็เห็นดีเห็นงามด้วยกับความคิดนี้ของฝ่าบาท”

“ไม่เห็นมีใครถามอะไรผมก่อนสักคำเลยนะครับ”


            ผมพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ประกอบกับใบหน้าที่แสนจะรั้นของผม ทำให้คนที่เหลือทั้งหมดรับรู้แน่ๆว่าผมกำลังไม่พอใจ ทุกคนชะงักกับสีหน้าของผมไปตามๆกัน เพราะรู้ว่าบทผมจะรั้นจะดื้อขึ้นมานั้น ผมรั้นหัวชนฝา

“เราเอง เราที่เร่งรีบ และตัดสินใจกะทันหันให้มีเรื่องนี้ขึ้นเอง น้องอย่าได้ไปโทษผู้ใหญ่เลย แต่อย่างที่เราบอก ตอนแรกนั้นเราคิดว่าจะพาน้องกลับไปในฐานะพระอนุชา เพราะตอนนั้นเรายังไม่รู้ว่า.....กลิ่นดอกปีบมันช่างหอมขนาดนี้” ดิษย์วรินทร์พูดอย่างเป็นนัยๆ

กรอดดดดด ผมได้แต่กัดฟันไว้ จะเอาเรื่องนี้มาผูกกันใช่ไหม หยอดตลอดเลยนะ ไอ่!!!

“ขอให้น้องเชื่อใจ เราจะดู

“ได้! แต่งก็แต่ง!


            ยังไม่ทันที่ไอ้ฝ่าบาทเปลือกต้นไม้จะพูดจบ อินที่เอาแต่เงียบอยู่หลายนาที ก็พูดแทรกออกไป สร้างความตกใจไปตามๆกัน แต่ในความตกใจก็แฝงไปด้วยความยินดี โดยเฉพาะชายที่เป็นเจ้าของกลิ่นเปลือกไม้ ที่กลิ่นมันยั่วยวนจมูกเขาอยู่ตอนนี้


การที่อินตัดสินใจแบบนี้ ทั้งๆที่ตนก็ไม่ได้พอใจนัก ส่วนหนึ่งก็เพราะเห็นด้วยกับฝ่าบาท การที่เขาเข้าเมืองรวีไรนั่นไปพร้อมกับตำแหน่ง แถมตำแหน่งที่ได้นั้นสูงมาก คงทำให้เขาสบาย และคงมีความปลอดภัยมากกว่าเข้าไปในฐานะน้องมากแน่ๆ


อีกอย่างเขาคิดเพียงว่านี่ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนการเท่านั้น ในเมื่อเขาตัดสินใจจะช่วยแล้ว การช่วยแบบมีแผนนั้นดีกว่าไม่มีนั้นก็ถูกต้องแล้ว


มาคิดๆดูแล้ว...การแต่งงานปลอมๆนี่ก็คงมีประโยชน์ต่อตัวเขาไม่น้อย


“ผมเห็นด้วยมันจะทำให้ผมปลอดภัยกว่า ไหนคุณมีแผนอะไรอีกนอกจากนี้ ว่ามาเลย”

“แผน?” ฝ่าบาทต้นไม้ได้แต่ยิ้มๆ ตอนนี้เขาคงจะอารมณ์ดีไปหมดซะทุกอย่างสินะ ในเมื่อทุกอย่างมันเป็นไปอย่างที่ใจเขาคิด

“ผมรอฟังอยู่”

“นอกจากการแต่งงาน ตอนนี้เราก็เห็นว่ายังไม่ต้องดำเนินการอะไร น้องจะรู้เอง ยามที่ถึงรวีนครินทร์แล้ว เป็นอันว่าเรื่องแต่งงาน น้องตกลงใช่หรือไม่?

“ในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของงาน ผมก็ตกลง”


            ทุกคนต่างดีใจที่ผมให้คำตอบยืนยันแบบนั้น เห็นทุกคนดีใจแบบนี้แทนที่ผมจะดีใจ แต่ผมนี่ล่ะคนที่สับสนที่สุด ไม่รู้ว่าตัวเองตัดสินใจผิดหรือถูก ที่ตัดสินใจช่วย อีกอย่างคือ ผมก็ไม่แน่ใจว่าที่ผมยอมแต่งไม่รู้ว่า เพราะงานอย่างเดียว หรือเพราะ….ผมติดใจกลิ่นเปลือกไม้นี่แล้ว

“ในเมื่อเจ้าตัดสินใจแบบนี้แล้ว พรุ่งนี้เช้า พ่อ แม่และย่า จะช่วยกันจัดพิธีเล็กๆให้ ทำบุญใส่บาตร ไหว้ผู้ใหญ่ สวมแหวน เป็นอันเสร็จพิธี”


ห๊ะ!!! พรุ่งนี้เช้า รีบอะไรเบอร์นั้นล่ะพ่ออออออ


            ตอนนี้ไม่มีใครตกใจอะไรเลยนอกจากผม นี่มัน! นี่มัน! สมรู้ร่วมคิดหรือเปล่านะ นี่ผมโดนหลอกหรอ? นี่ตามจริงที่บ้านผมติดหนี้อะไรหรือเปล่านี่ ทำไมมันกะทันหันขนาดนี้ นี่พ่อจะเอาผมไปขัดดอก แบบอีเย็นเงี้ยหรอ? ไม่! ไม่นะ! เย็น เอ้ย! ผมไม่ยอมแน่ๆ แต่ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไร พ่อก็ชิงพูดก่อน

“อย่างนั้นวันนี้กระหม่อม ขอประทานอนุญาตเชิญฝ่าบาทให้พักที่นี่สักคืนนะพ่ะย่ะค่ะ เทียวไปเทียวมาระหว่างโรงแรม ฝ่าบาทจะเหนื่อยเอา เดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้า แถมต้องเดินทางอีก”

“ถึงท่านอาไม่เชิญ เราว่าเราก็จะขออยู่”


            สองประมุขของทั้งสองฝ่ายยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยามพูดกัน เข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยเลยนะ มีใครถามอะไรผมบ้าง!!!! ตอนนี้นอกจากยอมผมมีสิทธิทำอะไรได้บ้าง?


            หลังจากการสนทนาที่อินแทบจะได้เป็นแค่ผู้ฟัง แล้วทำตามเฉยๆ จบลง ทุกคนก็แยกย้ายไปทำหน้าที่ ย่ากับแม่มาช่วยกันทำกับข้าว พ่อก็นั่งสนทนาก็ไอ้หน้าต้นไม้ที่เหมือนจะเก๊กอยู่ตลอดเวลานู่น


เขาไม่รู้จะอยู่ตรงไหน หรือทำอะไร ครั้นจะให้นั่งคุยอยู่ในวงสนทนานี่อีกก็กลัวจะพลั้งปากด่าออกมาแน่ๆ จึงได้แต่ตามไปช่วยงานแม่ และย่าในครัว พลางชวนพูดคุยไปเรื่อย ถึงสถานที่ที่อีกไม่นานนี้ ตนจะต้องไปอยู่

“แม่เคยไปเมืองรวีไรนี่ไหมครับ? แล้วมันเป็นยังไงครับ?

“รวีนครินทร์จ่ะ เคยไปสิลูก แม่ก็อยู่กับพ่อเจ้าน่ะล่ะ แม่อยู่กับพ่อเจ้าอยู่ที่นู่นจนเจ้าอายุได้เกือบ 2 ขวบ ครอบครัวเราก็ย้ายมาอยู่ที่ไทย ที่ที่เป็นบ้านเกิดของแม่ ที่นู่นน่ะ ก็เหมือน….บ้านเรานี่ล่ะจ่ะ เดี๋ยวเจ้าไปอยู่ก็จะเห็นเอง”

โถ่วววว แม่ ขอข้อมูลที่มากกว่านี้ไม่ได้ ในเมื่อแม่ไม่ได้ตอบอะไรมาก อินก็ไม่ซักถามอะไรต่อ เพียงแค่ช่วยทำงานไปเรื่อยๆ และใช้ความคิดไปพลางๆ

 

ทางด้านดิษย์วรินทร์ถึงแม้ตัวจะยังสนทนาอยู่กับพ่อของโซลเมทของตน แต่สมองก็โดนรบกวนจากกลิ่นดอกปีบ ที่หอมจนเจ้าตัวอยากจะเข้าไปดมเสียใกล้ๆ ในคราแรกที่เขามาที่บ้านหลังนี้ เมื่อปีก่อนก็ไม่ยักจะได้กลิ่นต้นดอกปีบแต่อย่างใด


แต่ครั้งที่แล้วตอนที่เขาตั้งใจกลับมาเยือนที่นี่อีกครั้งเขากลับได้กลิ่นหอมของดอกไม้ตั้งแต่ต้นซอยก่อนจะเลี้ยวมายังบ้านหลังนี้ ในตอนแรกสัญชาติอัลฟ่าของเขาบ่งบอกว่ามันเป็นกลิ่นโอเมก้าเป็นแน่ แต่ ณ ตอนนั้นหน้าที่ที่ต้องมาพบคนสำคัญนั้นสำคัญกว่า เขาจึงไม่ได้สนใจจะตามหาเจ้าของกลิ่นนั้นมากนัก แต่จุดไต้ตำตอ เจ้าของกลิ่นดอกปีบนั้น ก็คือคนที่เขาตั้งใจจะมาพบด้วยตัวเองนั่นเอง


ยามแรกที่ได้สบตากับเจ้าของกลิ่นดอกปีบนั้น ก็ทำให้ร่างกายของเขาสั่นเทา ร้อนจนต้องกัดฟันอดทนเก็บความทรมานนั้นไว้ ในขณะที่อีกฝ่ายก็ดูจะมีอาการเช่นเดียวกันกับเขา แถมจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ยิ่งทำให้เขารู้ตัวได้ชัดเจนว่าตนได้ผูกชะตากับเจ้าดอกปีบดอกนี้เสียแล้ว


แผนที่เขาตั้งใจจะพาคนที่เขามักเรียกว่า “น้อง”กลับไปในฐานะน้อง เขาก็คงต้องเปลี่ยนความคิดเสียแล้ว แต่ตัวเขาเองก็ไม่มั่นใจนัก หากน้องไม่ยอมกลับไปกลับเขา เขาจะทำอย่างไร?


ลำพังแค่ทรมานจากมนต์สกปรกที่ทำให้เขานอนหลับไม่ได้ก็ทรมานมากพอแล้ว ตอนนี้เขากลับไม่อยากทรมานจากการไม่ได้กลิ่นดอกปีบนี้เพิ่มไปอีกอย่าง เพียงแค่หลังจากวันที่สบตากันวันนั้น เขาก็ต้องกลับไปรวีนครินทร์เสียก่อน ใช้เวลาเกือบสองอาทิตย์ กว่าน้องดอกปีบจะยอมตกลงช่วยเหลือเขา


เพียงเท่านั้น เพียงระยะเวลาสองอาทิตย์ ตัวเขาก็รู้สึกกระวนระวายอยากจะเจอเจ้าของกลิ่นที่เขาต้องการหาแทบแย่ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสัญชาติญาณ หน้าที่ หรือ...คิดถึง


หลังจากเหตุการณ์วันนั้น ดิษย์วรินทร์รับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายคงกำลังรู้สึกแย่ และกังวล ดีว่าเขาคาดการณ์ล่วงหน้าได้ถูกต้อง จึงทิ้งสูทตัวที่ตนสวมใส่ไว้ให้ โซลเมทได้สูดกลิ่นของเขา ยามที่กำลังรู้สึกกังวล เขาได้แต่หวังว่ากลิ่นของเขาจะช่วยน้องได้ไม่มากก็น้อย


ดิษย์วรินทร์นึกหาเหตุผลที่ทำให้ตนรู้สึกเอ็นดูคนตัวหอมถึงเพียงนี้ คงเป็นเพราะเขานั้นเอ็นดูน้องอยู่แล้ว ตั้งแต่ตอนเด็กๆ บวกกับสัญชาติญาณของโซลเมทที่ทำให้เขายิ่งรู้สึกเพิ่มขึ้นไปอีก จากนี้เขาจะไม่ต้องกังวลเรื่องมนต์สกปรกอีกต่อไป เพราะเจ้าของกลิ่นดอกปีบ เวลานี้... ตอนนี้....ตัดสินใจที่จะไปอยู่ข้างๆเขาแล้ว

 

หลังจากการสนทนาเมื่อสาย ผ่านมื้อกลางวัน มื้อเย็น เราทั้งหมดก็ไม่ได้คุยอะไรที่เป้นเรื่องจริงจังกันอีก มีเพียงการสนทนาระหว่างมื้ออาหารเท่านั้น ยามเย็นแม่ และย่าก็ได้แต่เข้าครัวทำอาหารเตรียมไว้ให้ผม และฝ่าบาทใส่บาตรกันในตอนเช้า

ฝ่าบาทต้นไม้ได้พักในห้องรับรองแขกที่พ่อผมเตรียมไว้ให้ ส่วนลูกน้องอีกสองคนก็อยู่ห้องข้างๆกัน ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน


ทุกคนดูสบายดี....ยกเว้น...ผม เป็นเขาเพียงคนเดียวที่มีความกังวล กังวลไปซะทุกเรื่อง เขาจะเชื่อใจใครได้มากแค่ไหน? เขาจะไปเจออะไรบ้าง? แค่ไอ้อาการฝันบ้าบอๆ นี่ก็มากพอล่ะ แถมช่วงนี้ยังฝันวนลูปถึงผู้หญิงที่ผมเดาว่าเป็นแม่ของเจ้าของกลิ่นเปลือกไม้ที่คอยส่งกลิ่นหลอกหลอนผมอยู่


ขนาดเขาอยู่ในห้องของเขาก็ยังได้กลิ่น และพักหลังๆ ที่เขาได้ผูกชะตาไปแล้ว กลับมีอาการร้อนรุ่มแถวๆหน้าอกที่ไม่รู้ว่าอาการมันมาจากไหน  โอ่วววววว อะไรจะเคราะห์ซ้ำกรรมขนาดนี้!!!

ก๊อกๆ

“ครับ”

“พ่อแม่เองเจ้าอิน เปิดประตูให้หน่อยได้ไหม?


เสียงเคาะประตูทำให้อิน หลุดออกจากความคิดวิตกกังวล เขาลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้พ่อ และแม่ ภาพที่เห็นคือ พ่อ แม่ และย่ายืนรอเขาอยู่ที่หน้าประตู เห็นภาพแบบนี้แล้วเขาก็แอบตกใจเหมือนกัน

ทั้งสามคนเข้ามาในห้องของอินพร้อมพูดคุยกับเจ้าของห้องอยู่นานสองนาน ถามสารทุกข์สุขดิบตอนนี้ของเขา พวกผู้ใหญ่ได้แต่ให้คำแนะนำ และอวยพร เพื่อให้เขาอยู่ที่ใหม่ได้อย่างมีความสุข และปลอดภัย

“อย่าลืมใช้สติ และระวังอยู่เสมอนะลูก” แม่ย้ำประโยคนี้รอบที่ร้อย

“ครับแม่”

“พ่อ แม่ และย่ารักเจ้านะ เจ้าอิน”


            พูดจบทั้งสามก็พลางเข้ามากอดเขา อินแอบใจหายอยู่เหมือนกัน พรุ่งนี้เขาจะแต่งงานแล้ว พรุ่งนี้เขาจะออกเดินทางแล้ว เหมือนตอนที่เขาจะย้ายออกไปอยู่หอใหม่ๆเลย อินได้แต่คิดปลอบใจตัวเองว่า เดี๋ยวเขาจะกลับมาใหม่ กลับมาอยู่ที่บ้าน ทั้งที่ตามจริงแล้วก็เขาก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะทำได้ เขาอาจจะกลับมาแบบไม่มีชีวิตกลับมา

            แต่ถึงจะกลัวตาย แต่เขาก็ยังตัดสินใจจะช่วยเหลือคนแปลกหน้าคนนั้น....ไม่รู้ว่าทำไม


หลังจากคุยกันอยู่นานทั้งสี่ก็ต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน ในตอนแรกอินนั้นนอนไม่หลับ แต่สุดท้ายร่างกายก็หนีความอ่อนล้าไม่ไหว จึงผลอยหลับไป โชคดีที่คืนนี้เขากลับไม่ฝันสิ่งใด รวมถึงไม่ฝันถึงผู้หญิงคนนั้นอีก แต่กลับมีสิ่งอื่นที่รบกวนการนอนของเขาแทน


อ๊ะอ๊ากกก เขาเจ็บ เจ็บที่หน้าอก ถึงจะไม่มาก แต่ก็เจ็บจนปลุกให้ตื่นได้

อะไรกัน นี่อุส่าได้นอนสักหน่อยกลับมีเรื่องอื่นมารบกวนแทน

แม่งเอ้ยยย เขาได้แต่สบถอยู่ในใจ


            อินหยิบมือถือตัวเองขึ้นมาดู มันบอกว่าตอนนี้เป็นเวลา ตีสองสี่สิบหกนาที ยังไม่ทันที่เขาจะได้วางมือถือลงก็ได้ยินเสียงเคาะประตูเรียก พร้อมกับกลิ่นเปลือกไม้จันทน์ที่แรงขึ้น

ก๊อกๆ ใครกัน? มาเคาะเอาตอนนี้


ถึงจะคิดแบบนั้น อินก็ยังลุกขึ้นไปเปิดประตู ภาพที่เห็นคือ เจ้าของกลิ่นเปลือกไม้จันทน์ที่ใส่เสื้อยืดสีดำคอวีเข้ารูป เผยให้เห็นกล้ามอกที่ถูกดูแลมาเป็นอย่างดี และกางเกงผ้ายืดขายาวสีเดียวกับเสื้อ ยืนโค้งตัวเอามือหนึ่งยันกำแพงเพื่อทรงตัว อีกมือก็จับตรงหน้าอกตัวเอง สีหน้าแสดงถึงความทรมานจากอะไรบางอย่าง แล้วคุณต้นไม้มาเคาะประตูเขาทำไม? หรือจะให้พาไปหาหมอ?

“คุณ คุณเป็นอะไร?

“เราขอนอนด้วยสิ!

ห๊ะ!!!!

จบตอนที่ 6 ตกกะไดพลอยโจน

Preciousmalee

_________________________________________________________________________________

ช่วงไรท์ขอบอก!! (Talk):

> มากันแล้ววว ตอนที่6 ต้อนรับแดนกลับมา!!! (แดนหลุดจากLMแล้วจ้าาา) วู๊ววว!! เย่!!




ref.ชุดนอนฝ่าบาท>>>ตอนแรกว่าจะออกแบบให้ฝ่าบาทให้เสื้อคอวีเฉยๆ เจอรุปนี้ที่แดนอัพเข้าไปเลยเปลี่ยน ใช้ชุดนี้ของแดนเป้น ref.แทนจ้า

credit: รูปที่แดนอัพเองจ้า


ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

ถ้าชื่นชอบ หรืออยากติชมเพื่อการปรับปรุง สามารถคอมเมนต์อย่างสร้างสรรค์ได้นะคะ

และไปหวีดกันในทวิตเตอร์ โดยการติดแท็กชื่อฟิคด้วยได้นะคะ ถือเป็นการช่วยกันโปรโมทค่ะ 5555

 #นิมิตมาลย์ #เนียลอง #nielong #ฟิคเนียลอง


           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น