นิมิตมาลย์

ตอนที่ 3 : บทที่2 ผู้มาเยือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

บทที่ 2 ผู้มาเยือน


“หนีหรอครับพ่อ? หนีอะไร? แล้วไอ้เขาที่ว่า เขาน่ะใครครับ?

            อินยิงคำถามรัวเข้าไปที่บิดา ที่ไม่มีทีท่าจะตอบเขาสักคำถาม ไม่รู้ว่าไม่ได้ฟัง หรือไม่รู้ว่าจะเลือกคำตอบไหนก่อนดี สิ่งที่พ่อเขาพูดได้ก่อให้เกิดคำถามขึ้นมากมายกับอิน ครอบครัวของเขาหนีอะไรมาหรือ?


“เจ้าอิน เราฉีดวัคซีนของโอเมก้า ปีนี้ไปหรือยัง?

“ครับ”

“แล้วยาที่ใช้ระงับเวลามีอาการฮีท หรือระงับกลิ่นน่ะมีสำรองไว้ไหม?

“ครับ แต่พ่อถามผมเรื่องนี้ทำไมครับ พ่อตอบผมเรื่องหนี เรื่องเขาอะไรนี่หน่อยสิครับ”

“แล้ว

“ใจเย็นๆก่อนคุณ ลูกงงไปหมดแล้ว”


            ยังไม่ทันจะจบประโยคของคำถามต่อไปของพ่อ ก็โดนแม่หยุดไว้ซะก่อน จริงของแม่ตอนนี้ผมงงไปหมดแล้ว ทำไมช่วงนี้มีแต่คนพูดไม่รู้เรื่อง นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ความฝันของผมไม่เคยทำให้คนในครอบครัวเป็นกังวลได้ถึงเพียงนี้


“มีใครอธิบายอะไรให้ผมฟังได้บ้างครับ?

“คือแบบนี้นะลูก จากเรื่องงูที่อินเล่า แม่ว่าอินกำลังจะใกล้ได้เจอกับเมทน่ะลูก”

“เมท….โซลเมทน่ะหรือครับ ฮ่าๆๆๆ ผมไม่ได้โดนงูรัดซะหน่อยครับ ผมโดนฉกนะครับแม่”

“เรื่องเชื่อหรือไม่ แม่แล้วแต่อินนะ แม่ก็ทายไปตำรา ส่วนเรื่องหนีที่สงสัย พ่อ แม่ และย่าขอไปคุยกันก่อนนะลูก”

“คุยกันก่อน?

“จ่ะ คุยกันก่อน แต่แม่ว่าถึงเวลาเราก็จะรู้เอง ช่วงนี้ระวังเนื้อระวังตัว ดูแลตัวเองให้ดี แล้วก็รักษาสร้อยไว้ดีๆนะลูก”

“ครับแม่”


            เรื่องอะไรกันที่พ่อ แม่ และย่าจะต้องไปคุยกันก่อนที่จะบอกเขา ยิ่งผู้ใหญ่ยิ่งมีลับลมคมในเท่าไร เขายิ่งอยากรู้มากเท่านั้น แต่ทำได้เพียงเก็บความสงสัยไว้ และรอ เขาเป็นพวกไม่ชอบเซ้าซี้อยู่แล้ว และมั่นใจในพ่อแม่ และย่า ว่าถึงอย่างไรก็ต้องบอกให้เขารับรู้ด้วยแน่ๆ อินออกไปทำงานที่ร้านขายต้นไม้ของครอบครัวที่อยู่ไม่ไกลจากตัวบ้านที่เขาอาศัยอยู่ เพื่อที่ตัวเขาจะได้ออกจากคำถามที่เกิดขึ้นในเช้าวันนี้ได้ซะที

 

           

                    หลังกลับจากทำงาน อินรีบจัดการตัวเอง และขึ้นห้องนอนเร็วกว่าปกติ วันนี้เขามีเรื่องให้คาใจอยู่มาก แต่หนึ่งในเรื่องที่เขาพอจะลองดูชะตาตัวเองได้ คงไม่พ้นเรื่อง “โซลเมท” เขาจะเจอเมทแล้วหรือ?


                     ตั้งแต่โลกใบนี้มีกฎของการแบ่งชนชั้นโอเมก้าเวิร์สขึ้นมา ผู้ที่มีฐานะเป็นโอเมก้าเช่นเขาคงจะต้องลำบากไม่ต่างกัน ทั้งเรื่องการระวังเนื้อระวังตัวจากอัลฟ่า หรือเบต้าคนอื่น ยังต้องคอยระวังตัวเองช่วงฮีทในทุกๆเดือนด้วย ยังดีหน่อย ที่ยุคสมัยนี้มีกฎหมาย และวิทยาการทางการแพทย์ล้ำหน้า ทำให้เรามีวัคซีนที่ต้องฉีดทุกปี  เพื่อช่วยระงับอาการฮีทที่มากเกินไป และระงับกลิ่นอันยั่วยวนจะโดนขย้ำของโอเมก้า รวมถึงยังมียาที่ใช้ระงับอาการฮีท และกลิ่น ในช่วงที่อาการมีมาก ก็สามารถใช้ยาเป็นเฉพาะครั้งได้ โดยที่สุขภาพของเรายังปลอดภัยดี


     นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์ และยาต่างๆที่ช่วยในการคุมกำเนิดได้ในทุกชนชั้น โดยเฉพาะยาคุมกำเนิดของโอเมก้า ที่สามารถหาซื้อได้ง่าย และราคาที่เข้าถึงได้ทุกคน แต่อย่างไรก็ดี การคุมฮีท กลิ่น และกำเนิด ไม่ว่าด้วยวิธีการใด ไม่มีวิธีการไหนที่คุมได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้โอเมก้าก็ยังคงต้องระวังเนื้อระวังตัวไม่ถึงเนื้อถึงตัวกับผู้อื่นมากอยู่ดี ไม่คบกับใครจริงจัง ถ้ายังไม่ใช่เมท เพราะถ้าดันโดนกัดคอไปก่อนเจอเมท คงต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ทำให้อัตราการมีแฟน ในโลกของโอเมก้าเวิร์สนั้นต่ำ มีแค่อย่างมากเพียงพวก friend with benefits เท่านั้น


            อินใช้เวลาอยู่นานในการตรวจสอบดวงชะตาของตัวเองอย่างรอบคอบ แม้ในวัยเด็กเขาจะไม่ตั้งใจเรียนจนเป็นนักเรียนดีเด่นในสิ่งที่ครอบครัวพร่ำสอนซะเท่าไร แต่เขาก็ตั้งใจเรียนจนพอจะมีความสามรถพอเอาตัวรอดได้อยู่บ้าง


“จริงด้วย 22 ปี”


            เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อดวงชะตาที่ของตรวจสอบออกมา แสดงว่าเขาจะได้เจอคู่ตอนอายุ 22 ปี ซึ่งก็คือตอนนี้ ใจหนึ่งก็แอบดีใจ ที่จะได้เจอกับเมท เพราะด้วยความเป็นโอเมก้า บวกกับโตมาในครอบครัวที่ออกไปทางหัวโบราณตนจึงไม่ได้ข้องเกี่ยวกับความรักมากนัก ในขณะที่อีกใจก็กลับกลัวการปรากฏตัวของบุคคลนี้ เพราะกลัวว่าเขาจะมาเปลี่ยนแปลงชีวิตของตนเองไป


            แสงแห่งเช้าวันใหม่ ทำให้อินลืมตาตื่นขึ้นมาตามความเคยชิน แม้ร่างกายจะยังอยากนอนต่อเสียมากกว่า ก็เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็เกือบจะเที่ยงคืนเข้าให้ เพราะหัวสมองมัวแต่คิดซ้ำไปซ้ำมาเกี่ยวกับเรื่องเมท และเรื่องที่ครอบครัวกำลังปิดบังเขาอยู่ แต่คิดอย่างไรก็คงหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้ เพราะตัวเขานั้นแทบไม่รู้เรื่องใดเลย ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ก็ยังคงติดค้างอยู่ในใจ จนเป็นเรื่องแรกที่เขาคิดถึงตั้งแต่ลืมตาตื่น เขาคิดว่าอย่างไรวันนี้คงต้องถามเรื่องนี้กับครอบครัว จนเข้าใจให้ได้ ไม่อย่างนั้นเขาก็คงไม่หยุดคิดสักที


            อินปฏิบัติชีวิตประจำวัน และลงมากินข้าวเช้าตามเวลาปกติ แต่เขาก็ต้องแปลกใจที่วันนี้คนในบ้านดูทำอาหารออกมาเยอะ และหลากหลายกว่าปกติ ทั้งที่ที่บ้านเขานั้นกินข้าวเช้ากันแต่เมนูง่ายๆทั้งนั้น


“วันนี้มีอะไรหรอครับแม่ ทำไมทำอาหารเยอะจัง ยังกะจะมีแขกมา”

“จ่ะ วันนี้จะมีแขกมา”

“หึ? ใครกันครับ อย่าบอกนะครับ เป็นคนที่พ่อพูดถึงเมื่อวาน อะไรจะฝันถึงปุ๊ปมาปั๊บขนาดนั้น ท่าทางจะเฮี้ยนจริงนะครับ”

“เจ้าอิน! อย่าพูดเล่นแบบนั้น”


            เสียงดุของแม่ปรามออกมา อะไรกันอย่าบอกนะว่ามันคือเรื่องจริง นี่เขาแค่พูดเล่นๆเท่านั้น นี่ท่าทางจะเป็นจริงซะงั้น เอ๊ะ! แต่เดี๋ยวก่อน ถ้าใช่คนที่พ่อบอกแม่วาน อย่าบอกนะว่าคน คนนี้จะเป็นเมทผม


ไม่จริง!!! มาเร็วเกินไปมั๊ย ตั้งรับไม่ทัน  ถึงจะคิดแบบนั้นแต่อินก็ไม่ได้พูดออกไป เพราะกลัวจะโดนว่าว่าหมกมุ่นเรื่องเมทมากไป แม้มันจะจริงก็เถอะ


“เขาโทรมาเมื่อวานน่ะ ว่าวันนี้จะเข้ามา” พ่อพูดออกมา หลังจากที่เงียบฟังผมกับแม่คุยกัน

“เขานี่ใครครับ ทำไมช่วงนี้มีแต่กล่าวสรรพนาม ไม่มีใครพูดให้ผมเข้าใจสักคน”

“ตอนแรกพ่อว่าจะเล่าให้ฟัง แต่ถ้าทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วแบบนี้ เราก็รู้เรื่องพร้อมกับเจอตัวไปด้วยแล้วกัน”

…..

“พกยาดมไว้ด้วยแล้วกัน กลัวจะงงจนมึนไปหมด”


            พ่อพูดติดตลก แต่ผมไม่ตลก!!! นี่มันเรื่องอะไรกันแน่เนี่ย ทำไมต้องทำให้มันซับซ้อนขนาดนี้ จากที่ผมกลัวๆ ตอนนี้ผมเริ่มอยากเจอตัวซะแล้ว เพราะรำคาญ!! ผมต้องการรู้ความจริงซักที เห็นพ่อว่าคุณเขาอะไรนี่จะมาช่วงกลางวัน มาซักทีเถอะพ่อคุณ อยากเจอ ตอนนี้ผมตั้งใจว่าไม่ว่าคนคนนี้จะเป็นเมท หรือไม่ก็ตาม แต่ผมต้องรู้ความจริงจากคนคนนี้ให้ได้


            เนื่องจากวันนี้บ้านเราจะมีแขก จึงไม่มีใครออกไปทำงานที่ร้าน ทุกคนในบ้านดูเตรียมตัวตอนรับคนคนนี้เหลือเกิน อะไรกัน! โทรมากะทันหันแบบนี้ ทำไมพ่อ แม่ ย่า ต้องดุแลเขาดีขนาดนี้ ขอดูหน้าหน่อยเถอะ


            เข็มนาฬิกาแสดงเวลาสิบเอ็ดโมงกว่า ใกล้เวลานัดเต็มที ตอนนี้ท้องไส้ของอินปั่นป่วนไปหมด มีผีเสื้อบินวนอยู่เต็มท้อง จนแทบจะมีอาการปวดท้อง สงสัยเขาจะตื่นเต้น หรือไม่ก็อยากรู้อยากเห็นมากเกินไป อินจึงแก้อาการดังกล่าวโดยการลงมาที่สวนด้านล่างของบ้าน แล้วทำนู่นทำนี่ให้ความตื่นเต้นของตนลดลง 

                         ขณะที่เขาเดินตัดแต่งกิ่งไม้อยู่นั้น ท้องฟ้าที่เงียบสงบ กลับมีลมพัดโชยมาให้ได้เย็นสบาย หอบเอากลิ่นเปลือกไม้ของต้นไม้มาให้ได้กลิ่น อินสูดอากาศนั้นเข้าไปเต็มปอด เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าในสวนบ้านเขานั้น จะมีไม้หอม ที่กลิ่นหอมยามลมโชยขนาดนี้


ปี๊ด ปี๊ด


เสียงแตรรถยนต์ดังขึ้น ช่างขัดอารมณ์ที่เขากำลังสุนทรีย์กับบรรยากาศ กลิ่นหอม และต้นไม้ใบหญ้าอยู่ซะจริง ยังไม่ทันที่อินจะเดินออกไปมองว่าใครมาบีบแตรหน้าบ้านเขา พ่อผู้ที่กำลังง่วนอยู่กับงานดูแลความเรียบร้อยที่บ้านเรากำลังจะมีแขก ก็รีบวิ่งไปที่ประตู แล้วเป็นคนเปิดประตูนั้นให้เองซะด้วย เขาได้แต่นึกสงสัยว่าไอ้แขกคนนี้มันเป็นใคร พ่อปฏิบัติกับเขาราวกับเป็นเจ้าชาย ทำไมไม่ให้คนงานที่ช่วยทำงานอยู่ไปเปิด


เฮ้อ….


อินถอนหายใจออกมา ตั้งแต่เช้ามาคงมีเพียงเรื่องเดียวที่ช่วยให้เขาอารมณ์ดี ก็คือกลิ่นเปลือกไม้หอมที่เขาได้กลิ่นอยู่นี้ แม้ตอนนี้ลมจะไม่ได้พัดโชยแล้ว แต่กลิ่นยังคงอยู่ และเหมือนจะชัดเจนขึ้นด้วย


กลิ่นเปลือกไม้เปลือกไม้จันทน์


            ตัวเขาเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าบ้านเขามีต้นจันทน์หอมอยู่ด้วย สงสัยพ่อจะต้องแอบปลูกช่วงที่เขาไปเรียนมหาวิทยาลัยแน่ๆ เพราะช่วงนั้นเขาได้กลับบ้านแค่บางเสาร์ อาทิตย์แค่นั้น เขาถึงไม่ได้สนใจถึงความเปลี่ยนไปของบ้านมากนัก 

                         แต่ถึงแม้เขาจะอยากไปดูเจ้าต้นจันทน์นี้มากอย่างไร แต่เรื่องที่น่าสนใจที่สุดตอนนี้เห็นทีจะเป็นรถ Mercedes-Benz ทรงร่วมสมัย สีดำสนิท ที่มีความมันวาว แสดงถึงความดูแลเป็นอย่างดี ที่แล่นเขามาจอดในบริเวณบ้านของเขา ตอนนี้รถคันดังกล่าวจอดสนิท ก็มีชายสองคนออกมาจากที่นั่งสองคนด้านหน้า มาเปิดประตูทางด้านหลัง พร้อมโค้งให้กับ “เขาคนนั้น”


     มองจากจุดที่อินยืนอยู่ เขาไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของชายคนนั้นได้ เห็นเพียงว่าเขาสวมใส่ชุดสูทสีดำ เช่นเดียวกันกับสองคนที่ออกมาจากรถก่อนหน้า ต่างตรงปกคอเสื้อกลับเป็นสีขาว ในขณะที่อีกสองคนเป็นสีดำ แม้จะมองจากด้านหลัง แต่อินก็เดาได้ว่าชายคนนี้ต้องเป็นเจ้านาย และรวยแน่ๆ ด้วยท่าทางภูมิฐาน ประกอบกับรูปร่างที่ทั้งตัวสูง ขายาว บวกกับที่ไหล่กว้าง ที่มองดูก็รู้ว่ากว้างกว่าผู้ชายทั่วไป ในบรรดาผู้ชายทั่วไปนั้นรวมถึงเขาด้วย


     เขาคนนั้นโค้งให้พ่อของอินเล็กน้อย เพื่อเป็นการทักทาย ในขณะที่พ่อของอินที่วิ่งเข้าไปรับเขานั้นโค้งจนแทบจะก้มลงไปด้วยซ้ำ ตามด้วยแม่ที่รีบวิ่งลงมาจากบ้าน และโค้งให้เขาคนนั้นไม่ต่างจากพ่อ นี่ถ้าย่าเดินลงมาอีกคน แสดงว่าคนคนนี้ต้องเป็นคนที่มหาอำนาจแน่ๆ ที่ทำให้คนครอบครัวเขาต้องนอบน้อมขนาดนี้ 


          ถึงจะเห็นอย่างนั้น อินก็ไม่ได้เดินเข้าไปดูหน้าเขาคนนั้นในทันที กลัวว่าจะเป็นการเสียมารยาท ตัวเขาขอตัดแต่งต้นไม้ พร้อมกับสูดกลิ่นไม้จันทน์นี้ เพื่อปรับอารมณ์ตัวเอง ก่อนที่จะต้องขึ้นไปเจอเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ที่ท่าทางจะน่าปวดหัว จนพ่อของเขาถึงขนาดแซวให้พกยาดมติดตัวไปด้วย


“น้องอินๆ คุณพ่อให้มาตามไปที่ห้องรับแขกจ่ะ”

“ครับ”


            เสียงเรียกของพี่แม่บ้านจากทางด้านหลัง ทำให้อินตกใจเล็กน้อย หมดกัน!! ไม่ต้องปรับมันล่ะอารมณ์ เอาไงเอากัน เขาได้แต่ตอบรับพี่แม่บ้านไปสั้นๆ และเดินตามไปอย่างขัดคำสั่งไม่ได้


            ก่อนที่อินจะเดินไปที่ห้องรับแขก เขาแวะล้างหน้า ล้างมือที่เปรอะจากเศษดิน เศษต้นไม้ที่เขาได้ทำไปเมื่อสักครู่ ที่น่าสังเกตคือ ในตอนนี้เขาอยู่ในตัวบ้าน แถมเข้ามาในห้องน้ำ แต่กลับยังได้กลิ่นเปลือกไม้จันทน์อยู่แถมชัดเจน ราวกับต้นมันอยู่ในบ้าน แต่ตัวอินนั้นไม่ได้คิดสงสัยอะไรต่อ แถมยังถือว่าเป็นข้อดี ที่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกดี 

                         หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ อินก็เดินไปที่ห้องรับแขก เขาเห็นคนในครอบครัวพร้อมหน้า ทั้งยังเห็นไหล่กว้างๆของชายคนนั้นมาแต่ไกล ที่กำลังนั่งพูดคุยกันอยู่ ก่อนจะเดินเข้าไปนั่งยังเก้าอี้ ตามที่พ่อของเขานั้นเรียก


            ทันทีที่เขานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆพ่อของตน และสบตากับ “เขาคนนั้น” ชายผู้ที่มีใบหน้าสันคมตามแบบผู้ชาย ผิวขาวใส ผิวดีราวกับไม่เคยตากแดด มีนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้ม และเล็กจนแทบจะเป็นขีด สีผมน้ำตาลอ่อนจนแทบจะออกทองราวกับคนต่างชาติที่ถูกเซทมาอย่างดี บวกกับสีหน้าเรียบเฉยนั้น ทำให้เขาดูสง่ามากขึ้น 

                         แต่กลับทำให้ร่างกายของอินกลับมีปฏิกิริยาบางอย่าง จู่ๆลมหายใจก็อึดอั้น สั้นตื้น ท้องไส้ปั่นป่วน ราวกับคนเป็นโรค หรือเขาจะเป็นลมแดด? จากการทำงานก่อนหน้านี้ เขาได้แต่อดทน และยกมือไหว้คนตรงหน้า ที่ดูจะอายุมากกว่าเขาอยู่หลายปี


“สวัสดีครับ” อินกล่าวออกไป


เขาคนนั้นก็ดูมีท่าทางแปลกๆเช่นกัน แต่ก็ยังยกมือรับไหว้ ทันทีที่เขาคนนั้นลดมือลง ร่างกายของอินกลับเหงื่อออกมาก หน้าซีดลง และสั่นราวกับคนที่จะเป็นลมไปตรงหน้า จนพ่อ และแม่ของอินต้องถามไถ่ ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไร แต่อินกลับเป็นลมล้มพับไปเสียแล้ว


“อิน อินเป็นอะไรไปลูก อิน!

“น้อง! น้องเป็นอะไรหรือไม่ครับคุณอา ให้น้องไปพักก่อนเถอะครั


            แม้ตัวจะพับ ตาจะปิดลงไปแล้ว แต่อินยังคงหลงเหลือสติอยู่บ้าง เสียงสุดท้ายที่เขาได้ยินคือ เสียงที่โวยวายด้วยอาการตกใจของคนในครอบครัว โดยเฉพาะแม่ที่ดูตกใจเป็นพิเศษ และอินยังได้ยินเสียงสั่นเครือของชายคนนั้นที่เรียกเขาว่าน้อง และบอกให้เขาไปพัก แต่ฟังจากเสียงแล้ว ท่าทางคนคนนั้นก็ดูจะเหนื่อยจนแทบจะไม่ไหวเหมือนกัน….

 

จบตอนที่ 2 ผู้มาเยือน

Preciousmalee

___________________________________________________________________________________

ช่วงไรท์ขอบอก!! (Talk):

  • >เขาเจอกันแล้วนะคะ คิคิคิ
  • >กลิ่นเปลือกไม้จันทน์หอม ไรท์เอาแรงบันดาลใจมาจากน้ำหอม Jo malone กลิ่น  Orris & Sandalwood ที่ไรท์มีอยู่ จึงคิดจะเอาสองกลิ่นนี้มาใช้เป็นกลิ่นประจำตัวของพระเอก และนายเอก แต่ก็เพิ่งมารู้เมื่อตอนคิดเริ่มแต่งฟิคเรื่องนี้จริงจัง ว่าจริงๆแล้ว Sandalwood มันคือ ไม้จันทน์หอม   นอกจากหอมแล้ว อีกเหตุผลหนึ่ง ไม้จันทน์หอมถือเป็นไม้มงคลด้วย ไรท์จึงเลือกกลิ่นนี้ให้กับพระเอกค่ะ  ส่วนกลิ่นของนายเอกนั้น.................ยังไม่บอกหรอก!!!
  • >กับที่อยากจะบอกอีกอย่าง บางทีไรท์ก็จะใช้คำว่า “ผม” ในการบรรยาย สลับกับเรียกเป็น “ชื่อ” หรือแรกว่า “เขา” ในการแทนตัว “อิน”นะคะ แต่ถ้าอันไหนใช้คำว่า “ผม” มักจะใช้สื่อในส่วนที่เป็นความรู้สึกค่ะ เพราะจะได้รู้สึกอิน เหมือนกับอินพูดออกมาเองค่ะ



Ref.บ้านสวนของอินนะคะ พื้นที่อาจจะไม่ได้กว้างมาก แต่ประมาณนี้ค่ะ

(ขออภัยด้วยที่หาเครดิตของภาพไม่เจอนะคะ เนื่องจากฟิคเรื่องนี้ไรท์แต่ง และหมักดองไว้ในเครื่องมานานเป็นปีแล้ว จึงไปตามหา credit ภาพให้ได้ลำบากเหลือเกิน เก๊าก๊อโต๊ดดดดด TT)


Ref. ต้นจันทน์หอม credit on pic

และสุดท้าย

ผิดพลาดประการใด ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

ถ้าชื่นชอบ หรืออยากติชมเพื่อการปรับปรุง สามารถคอมเมนต์อย่างสร้างสรรค์ได้นะคะ

และไปหวีดกันในทวิตเตอร์ โดยการติดแท็กชื่อฟิคด้วยได้นะคะ ถือเป็นการช่วยกันโปรโมทค่ะ 5555

 #นิมิตมาลย์ #เนียลอง #nielong #ฟิคเนียลอง




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น