นิมิตมาลย์

ตอนที่ 2 : บทที่1 นิมิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 36
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    18 ส.ค. 62

บทที่ 1 นิมิ

“คุณเป็นใครครับ?

“ช่วยเขา….ช่วยเขา”

“ช่วยใครครับ? เขาเป็นใคร แล้วคุณเป็นใครครับ?

……

“อ้าว เดี๋ยวก่อนสิครับ คุณจะไปไหนครับ เดี๋ยวครับ!

ฟุบ!!

หลังสิ้นเสียงตะโกนเรียกของตนในความฝัน “อิน” ก็ลืมตาขึ้นอย่างตกใจ ทำไมเขาถึงรู้สึกวิตกกังวลกับความในครั้งนี้จริง ผู้หญิงที่เขาพบในความฝันนั้นก็ช่างคุ้นหน้า ราวกับเคยพบกันมาก่อน แต่ก็นั่นเขาอาจจะแค่กินข้าวมากไป ดูหนังมากไป จนเก็บเรื่องนู่นนี่เอาประกอบเรื่องเป็นความฝัน อินได้แต่คิดเข้าข้างตน เพื่อเป็นการปลอบใจตัวเอง ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่านั่นไม่ใช่ความจริง…..


อิน หรือ “ไอศ์สุนันท์” ผู้มีความสามารถพิเศษเฉพาะตัวที่เขาไม่ได้อยากได้นัก คือ “ฝันเก่ง” อาจจะฟังดูเป็นเรื่องตลก แต่นี่เป็นเรื่องจริง เพราะนอกจากจะฝันเก่งแล้ว ยังฝันแม่นเสียด้วย ยิ่งอายุมากขึ้น เหตุการณ์แบบนี้ยิ่งเกิดกับเขาบ่อยขึ้น เขามักจะฝันถึงเหตุการณ์บางอย่างที่จะเกิดขึ้น เหมือนเห็นเหตุการณ์ได้ล่วงหน้า บางทีก็เป็นเหตุการณ์นั้นๆเลย บางทีก็มีมาแบบเป็นลางให้ตีความ และความฝันของเขาแทบจะเป็นจริงไปหมดเสียทุกเรื่อง แต่บางทีอินก็มักจะฝันเห็นเหตุการณ์บางอย่างที่เหมือนเคยเกิดขึ้นแล้ว หรือฝันเห็นใครบางคนที่จิตใจของเขานั้น มันสัมผัสได้ถึงความคุ้นชิน เฉกเช่นเดียวกับคืนนี้

ก๊อกๆ

“อิน มีอะไรหรือเปล่าลูก?

“ไม่มีอะไรครับแม่ แค่ฝันเหมือนเดิมน่ะครับ”

“ฝันหรอลูก”

“ครับแม่ แม่นอนเถอะครับ”


            อินไม่ได้ออกไปเปิดประตู เพียงตะโกนตอบมารดา ที่มักจะเป็นห่วง และเดินมาถามเขา เมื่อได้ยินเสียงเขาละเมอตอนกลางคืนเสมอ ตั้งแต่เขาเรียนจบก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านประจำ ไม่ต้องเทียวไปเทียวมาระหว่างหอ กับบ้านเหมือนอย่างเก่า ตอนนี้เขาเหลือเพียงรอให้ใบปริญญาส่งมาที่บ้านเท่านั้น เขาก็จะได้เป็นบัณฑิตอย่างสมบรูณ์แบบ และได้กลับมาอยู่ที่บ้านอย่างที่เขาตั้งใจ


            อินโอเมก้าเพียงผู้เดียวที่อาศัยอยู่ในครอบครัว ที่มีทั้งพ่อที่เป็นอัลฟ่า แม่ที่เป็นเบต้า และย่าที่เป็นเบต้า ที่สืบต้นตระกูลมาจากโหรหลวงในวัง ฟังดูดีใช่ไหม? แต่ตอนนี้ครอบครัวของเขาไม่มีใครประกอบอาชีพเกี่ยวกับโหรเลย แม้จะยังมีทักษะอยู่ก็เถอะ น่าเสียดายที่ตอนเด็กๆตัวเขานั้น ไม่ได้สนใจศาสตร์เรื่องโหรมากนัก ทำให้ตอนนี้มีทักษะเกี่ยวกับเรื่องนี้มากนัก ทำได้แค่ดูดวงเล็กๆน้อยๆ ให้เพื่อนๆได้เพียงเท่านั้น เขาคิดว่าหากเขาเอาดีด้านนี้อาจจะเป็นวิชาทำเงิน ทำให้เขาสบายไปเลยก็ได้ อินสลัดหัวเล็กน้อย ให้ตัวเองหลุดออกจากห่วงความคิดเพ้อเจ้อ และปล่อยให้ตัวเองกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

 

           

               เมื่อยามเช้ามาถึง อินลงข้างล่างเพื่อรับประทานอาหาร และไปช่วยกิจการขายส่งจำพวกต้นไม้ต่างๆ ระหว่างที่รอผลของการสมัครงานไปที่ต่างๆของตน

“อ่าวอิน มากินข้าวสิลูก”

“ครับย่า”

“เมื่อคืนฝันอะไรล่ะลูก ละเมอตะโกนออกมาเสียดัง”

“อ่อ ฝันเห็นใครก็ไม่รู้น่ะครับ เขามาบอกให้ช่วยใครก็ไม่รู้ แล้วก็หนีไป”


            หลังจากจบประโยคที่เขาพูด ย่าของเขากลับมีปฏิกิริยานิ่งเงียบ สีหน้าใช้ความคิด เขาได้แต่มอง รอว่าย่าจะพูดอะไรออกมา ปกติแล้วทุกครั้งที่เขาเล่าความฝันให้ฟัง ย่ามักจะต้องตีความออกมาให้เขาฟังเสมอ ตอนแรกเขาว่ามันก็คงไม่มีอะไรนะ คงต้องมีสักความฝันบ้างแหละที่เขาจะฝันเพราะกินข้าว หรือดูหนังมากกเกินไป แต่การที่ย่าเขาทำหน้าแบบนี้ ทำให้เขาเปลี่ยนความคิด

“มีอะไรหรือเปล่าครับย่า?

“ย่าแปลกใจน่ะลูก เพราะย่าก็ฝันบางอย่าง

บางอย่างหรอครับ? อะไรครับ?

“เอาไว้ย่าแน่ใจก่อนแล้วกัน ย่าจะบอกนะจ๊ะ”

            แน่ใจ? แน่ใจยังไง ย่าจะเอาอะไรมายืนยันให้ตัวเองแน่ใจ อินได้แต่ตั้งคำถามนี้ไว้ในความคิด แต่ไม่ได้ถามต่อ กลัวจะเป็นการเซ้าซี้จนมากเกินไป

 

“เออ ตามจริง เมื่อคืนผมฝันอีกเรื่องนะครับย่า”

“งั้นหรือ ฝันว่าอะไรล่ะ”

“ฝันว่ามีงู แต่งูอะไรไม่รู้นะครับ งูเหลือม หรือหลามก็ไม่รู้ พุ่งตรงมาชกผมครับ”

“หึ?? ว่าอะไรนะเจ้าอิน”


            สิ้นประโยคของผม สีหน้าเรียบเฉยของย่า กลับกลายเป็นสีหน้าสงสัยเสียอย่างนั้น ถึงกับเรียกให้พ่อ กับแม่มานั่งฟังผมอธิบายของตัวเอง ใช่ครับ ก่อนที่ผมจะฝันเห็นผู้หญิงคนนั้น ผมฝันเห็นอีกเรื่องหนึ่งก่อน ซึ่งเป็นปกติของคนช่างฝันอย่างผมอยู่แล้ว ผมถึงไม่อยากมีความสามารถนี้ไง เพราะมันทำให้ผมเป็นคนหลับไม่สนิทมาตั้งแต่เริ่มโต เริ่มจำความได้ และอาการฝันนี้มาเริ่มเยอะขึ้นในช่วงเริ่มเข้าวัย 16 ปี ช่วงวัยที่ลักษณะของโอเมก้าจะแสดงออกชัดเจนครบทุกด้าน แต่ช่างเถอะ เอาไว้ก่อน ความฝันก่อนหน้าของผมคือ ผมฝันเห็นงูเหลือม หรือหลามอันนี้ก็ไม่ทราบได้ ผมไม่สันทัดเรื่องสัตว์จริงๆ แต่มีขนาดใหญ่พอประมาณ เลื้อยอยู่ในบ้านสามตัว แต่ตัวอื่นไม่ได้สนใจผม มีเพียงตัวที่ผมเห็นเป็นตัวที่สาม เป็นตัวที่มีสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีเปลือกไม้ไล่ระดับสีจากเข้มจนลงมาเป็นน้ำตาลอมแดง จ้องมองและเลื้อยพุ่งตรงมาที่ผม ในตอนแรกผมไม่ได้คิดจะหนีมัน เพราะผมไม่มีความรู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย แต่สุดท้ายผมตัดสินใจลุกขึ้นเดินหนี แต่มันก็ตามมาได้ และชูคอขึ้นฉกเข้าที่สีข้างของผม แต่ผมไม่ได้เป็นอะไร ได้แต่มองหน้ามัน และมันก็หยุดมองหน้าเขาเช่นกัน


            ในตอนแรกนั้นอิน ไม่ได้คิดอะไรมากกับความฝันนี้ เพราะมันไม่สมเหตุสมผลเอาซะเลย งูเหลือมหรือหลามที่ไหนจะชูคอขึ้นมาสูงจนฉกสีข้างเขาได้...ตลกเสียไม่มี แต่ตอนนี้เขาชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าความฝันของเขาจะเป็นแค่เรื่องตลก เพราะพอ พ่อแม่ และย่าของเขาฟังเรื่องที่เขาเล่าจบ ทั้งสามคนก็หันมามองหน้ากัน แข่งกันเงียบ และเหมือนจะคุยกันผ่านสายตา จนพ่อผู้ที่ช่วยทำลายความเงียบ ด้วยการพูดออกมา

 

“ถึงเวลาแล้วสินะ เขาจะมาแล้ว….เรื่องพวกนี้คงหนียังไงก็หนีไม่พ้น”

 

 

จบตอนที่ 1 นิมิต

Preciousmalee

___________________________________________________________________________________

ช่วงไรท์ขอบอก!! (Talk):

ได้ฤกษ์มาลงฟิคที่เราหมักดองเอาไว้เสียนานสักที -__-

ลงรัวๆ 5 ตอนไปเลยจ้า

ปล.ไรท์มาลองอ่านเนื้อหาในมือถือ เพิ่งเห็นว่าการแบ่งวรรคมันเปลี่ยนไป ไม่เหมือนกับอ่านในคอม ใครมีปัญหาเหมือนกัน ก็ขออภัยด้วยนะคะ วรรคมันจะแหว่งๆหน่อย แต่อ่านในคอมปกติดีค่ะ

ถ้าชื่นชอบ หรืออยากติชมเพื่อการปรับปรุง สามารถคอมเมนต์อย่างสร้างสรรค์ได้นะคะ

และไปหวีดกันในทวิตเตอร์ โดยการติดแท็กชื่อฟิคด้วยได้นะคะ ถือเป็นการช่วยกันโปรโมทค่ะ 5555

 #นิมิตมาลย์ #เนียลอง #nielong #ฟิคเนียลอง

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 huuuuuu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 16:46
    สนุกมากค่ะคุนไร้ท์
    #1
    0