เพียงตะวันจันทร์เจ้าขา [สนพ.ปองรัก]

ตอนที่ 25 : ตอนที่ 13 ------ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 458
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    22 ก.พ. 61








“ขอโทษที่เสียมารยาทครับ แต่มันอดไม่ได้จริงๆ นิสัยผู้ชาย”


“แน่ใจเหรอคะว่าใช่”


ได้ยินอีกฝ่ายแขวะ ดาราหนุ่มก็นึกชอบใจ เพียงตะวันเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจจริงๆ


“ผมไม่ใช่เกย์”


“จะพยายามเชื่อค่ะ”


“พูดแบบนี้ผมให้พิสูจน์ก็ได้นะ”


“ไม่ดีกว่าค่ะ ฉันเป็นเลสเบี้ยน”


แทนที่จะโกรธเพียงตะวันกลับหยอกอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกสนุกเหมือนได้พูดคุยกับเคนเน็ธอย่างไรอย่างนั้น หมอนั่นเป็นผู้ชายทั้งแท่งแต่ก็ถูกกล่าวหาว่าเป็นเกย์อยู่บ่อยๆ


แทนคุณอาจจะไร้มารยาทไปบ้าง แต่ดูแล้วไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรเลย


“ผมจะพยายามเชื่อเหมือนกัน” ดาราหนุ่มตอบยิ้มๆ แล้วเลิกหยอก เอ่ยขึ้นอย่างจริงจัง “เย็นนี้ดินเนอร์กันนะครับ คราวนี้ไม่เบี้ยวแล้วจริงๆ เมื่อวานผมให้คุณฉัตรจองที่นั่งบนเรือให้ใหม่แล้ว สี่คนเหมือนเดิม”


“ฉัน...”


“นะครับ ให้เกียรติผมสักครั้ง กินข้าวคนเดียวเหงาออก นี่ผมว่าจะปรึกษาคุณฉัตรเรื่องเอางานประมูลภาพการกุศลมาลงที่นี่ พอดีคุณแม่ของผมกับคุณพ่อของวิมาดากำลังเตรียมงานกันอยู่ อันที่จริงก็มีสถานที่ประจำ แต่คราวนี้ผมอยากเสนอพวกท่านให้มาจัดที่นี่”


“งานประมูลภาพเหรอคะ” เพียงตะวันเริ่มสนใจ


“ครับ คุณอิทธิศักดิ์ คุณพ่อของวิมาดาเป็นนายแบงก์ใหญ่ ชอบสะสมภาพวาดสวยๆ ส่วนคุณแม่ของผมก็ชอบจัดงานการกุศลระดมทุนให้เด็กยากไร้ สองคนนี้เลยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย อ้อ...ได้ข่าวว่าคราวนี้จะมีผลงานของอาจารย์ทวีปมาร่วมประมูลด้วยหลายชิ้น ท่านเป็นศิลปินชื่อดังอันดับต้นๆ ของเมืองไทย คุณน่าจะเคยได้ยินชื่อมาบ้าง”


คุณพ่อ!


“เคยสิคะ ท่านออกจะดัง ฉันรู้จักผลงานของท่านเยอะทีเดียว” เพียงตะวันตอบด้วยความภาคภูมิใจ


“ดีเลยครับ เราจะได้คุยกันสนุก อีกอย่างมีคุณม้อยมาร่วมดินเนอร์ด้วย น้องฉายจะได้ไม่เหงา เป็นอันว่าตกลงนะครับ”


เพียงตะวันคิดชั่งใจ หล่อนอยากรู้รายละเอียดของงานนี้ เพราะถ้ามีการนำผลงานของบิดาหล่อนมาจัดแสดง เป็นไปได้ว่าเจ้าภาพอาจจะเชิญท่านมาร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย และนั่นจะต้องเป็นเรื่องใหญ่ทีเดียวเนื่องจากคนของชาวาลากำลังจะมาเหยียบที่นี่อย่างเป็นทางการ


ฉัตรจะยอมหรือ


แต่มันเป็นโอกาสอันดีที่เหมันตราริเวอร์ไซด์จะได้เป็นข่าว มีกระแสพูดถึงในวงกว้างเพราะงานลักษณะนี้จะมีแต่คนระดับสูงเท่านั้นที่มารวมตัวกัน และเมื่อได้มาสัมผัสบรรยากาศของโรงแรมห้าดาวแห่งนี้ด้วยตัวเองสักครั้งก็อาจติดใจอยากมาพักผ่อนหรือจัดงานอะไรต่อไปในภายภาคหน้า


เห็นทีคราวนี้ฉัตรคงคิดหนัก หล่อนเองก็เช่นกัน ถ้ายอมรับปากแทนคุณ หล่อนก็ต้องเผชิญหน้ากับฉัตรบนเรืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

“ตกลงค่ะ” หญิงสาวตอบรับคำเชิญหลังจากคิดใคร่ครวญดีแล้ว





จะว่าเพียงตะวันเป็นพวกปากว่าตาขยิบก็คงไม่ผิด ทั้งที่บอกว่าไม่อยากเจอฉัตรแต่กลับเลือกเดรสชีฟองเปิดไหล่สีเหลืองอ่อนเนื้อนิ่มมาสวมใส่เพื่องานนี้ โดยให้เหตุผลกับตัวเองว่าควรให้เกียรติผู้เชิญอย่างแทนคุณ ใช่ว่าหล่อนอยากแต่งอวดใครเสียเมื่อไร


ฉัตรหายหน้าหายตาไปทั้งวัน หรือเขาจะป่วยมากจริงๆ แล้วคืนนี้เขาจะมากินข้าวด้วยกันหรือเปล่า


เพียงตะวันนึกกังวล แต่เมื่อได้รับโทรศัพท์จากพนักงานแจ้งว่าฉัตรให้เชิญลงไปยังท่าเรือเนื่องจากทุกคนรออยู่ที่นั่นแล้ว ก็รีบตามลงไปทันที


หญิงสาวเห็นฉัตรแต่ไกลเพราะส่วนสูงและรูปร่างอันโดดเด่น เขาอยู่ในชุดสูทเนี้ยบสีเข้มเช่นเคย ดูดีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แต่พอมายืนอยู่ใกล้ๆ ถึงได้เห็นว่าใบหน้าคมสันนั้นซีดเซียวลงอย่างมาก กระนั้นดวงตาทั้งคู่ของเขาเหมือนมีประกายพร่างพราวแปลกๆ ขณะจับจ้องมายังหล่อน


“ขอโทษที่ให้รอค่ะ” เพียงตะวันเอ่ยกับทุกคน สบดวงตาคมกริบแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมายิ้มให้แทนคุณแล้วบอก “เราขึ้นเรือกันเถอะค่ะ”


“คุณฉัตรบอกว่าวันนี้เราเกือบจะเหมาเรือแล้วนะครับ ถ้าไม่มีแขกจากข้างนอกจองเข้ามาเมื่อครู่”


ผู้ตรวจสอบสาวไม่ได้ตอบอะไร ครั้นเห็นใบหน้ากังวลใจของฉายฉานก็รู้ว่าเจ้าตัวกำลังวิตกเรื่องสถานการณ์ของโรงแรมอยู่ แต่เอาเถอะ เดี๋ยวถ้าได้ฟังเรื่องที่แทนคุณจะปรึกษา ทั้งฉายฉานและฉัตรจะต้องดีใจแน่ๆ


ทั้งหมดทยอยลงเรือ แทนคุณยื่นแขนให้เพียงตะวันเกาะโดยไม่รู้ว่ากำลังถูกสายตาคมปลาบของคนที่เดินตามหลังมาจับจ้องอยู่


โต๊ะที่ฉัตรจองไว้อยู่ปีกขวา เยื้องมาด้านหลังของโต๊ะแขกอีกกลุ่มเพื่อไม่ให้อึดอัด


เพียงตะวันมองสำรวจภายในเรือด้วยความรวดเร็วดังติดเป็นนิสัย กระทั่งกวาดสายตามาถึงโต๊ะซึ่งมีเสียงหยอกล้อระหว่างหญิงชรากับเด็กชายอายุราวห้าขวบที่นั่งตรงข้ามกัน


ในมือของเด็กน้อยถือลูกเบสบอลสีขาว โยนเล่นเป็นระยะตามประสาเด็ก ผู้ที่นั่งอยู่ข้างหญิงชราคือชายร่างใหญ่หน้าตาดุดัน ลักษณะเหมือนแขกขาวจากประเทศทางตะวันออกกลาง ถ้าไม่เห็นว่าใส่เสื้อฮาวายแบบสบายๆ ละก็ หล่อนต้องนึกว่าเขาเป็นบอดี้การ์ดของท่านชีคคนสำคัญอย่างแน่นอน


ผู้ตรวจสอบสาวขำความคิดของตัวเอง แต่แล้วเมื่อเห็นหญิงสาวอีกคนซึ่งนั่งอยู่กับเด็กชายเงยหน้าขึ้นจากการหาของอะไรบางอย่างในกระเป๋าสะพายเพื่อส่งให้หญิงชรา ดวงตาของเพียงตะวันก็เบิกโตขึ้น


“นั่น...”


“มีอะไรเหรอครับ” แทนคุณถามขณะเลื่อนเก้าอี้ให้หญิงสาวนั่ง


เพียงตะวันสองจิตสองใจว่าจะพูดดีไหม แต่เมื่อดูจากสถานการณ์แล้วเห็นว่าควรเงียบไว้จะดีกว่า จึงส่ายศีรษะ


“ไม่มีอะไรค่ะ ขอบคุณนะคะ” หล่อนนั่งลงโดยไม่พูดอะไรอีกกระทั่งเรือออก


อาหารเริ่มทยอยถูกนำเข้ามาเสิร์ฟ ระหว่างนั้นหญิงสาวก็กินลมชมวิวทิวทัศน์ยามค่ำคืนเคล้าเสียงดนตรีเครื่องสายไทยซึ่งบรรเลงให้ฟังกันแบบสดๆ สลับกับชำเลืองมองไปยังโต๊ะของแขกสี่คนนั้นเป็นระยะอย่างเนียนๆ เพราะนั่งหันหน้าไปทางนั้นพอดี มั่นใจว่าฉายฉานซึ่งนั่งตรงข้ามกันจับพิรุธไม่ได้ แม้แต่ฉัตรซึ่งนั่งเยื้องหล่อนก็ตาม ส่วนแทนคุณที่นั่งติดกับหล่อนนั้นยิ่งแล้วใหญ่ เขาชวนทุกคนคุยอย่างออกรส และหลังจากกินอาหารจานแรกหมด เขาก็พูดเรื่องงานประมูลภาพให้ฉัตรฟัง


เพียงตะวันกลับมาสนใจแทนคุณอีกครั้ง แต่ก็อดจะปรายตามองผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ซึ่งเดินตามประกบเด็กน้อยที่อยากมาเดินเล่นด้านหลังเรือไม่ได้ จากนั้นเพียงไม่นานโต๊ะที่มีสองสาวต่างวัยนั่งอยู่ก็เกิดเสียงร้องโวยวายดังขึ้น


“ช่วยด้วยค่ะ อาหารติดคอคุณแม่ของฉัน!”


ฉัตรลุกพึ่บจากโต๊ะทันที แทนคุณก็ตามไปเช่นกัน แต่เนื่องจากหญิงชราอายุมากแล้ว เมื่ออาหารก้อนโตเข้าไปอุดทางเดินหายใจทำให้อาการทรุดหนัก หน้าเขียวตาเหลือก เริ่มชัก ทันใดนั้นเองชายร่างใหญ่ก็วิ่งพรวดพราดกลับมาแล้วช่วยชีวิตสตรีนางนั้นไว้ได้ทันการณ์


ระหว่างเกิดเหตุชุลมุน เพียงตะวันนึกสังหรณ์ใจบางอย่าง หญิงสาวเหลียวมองเบื้องหลัง เห็นเด็กน้อยโยนลูกบอลไปยังท้ายเรือ จึงเดินตามไปดูด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วร่างกายก็ต้องสั่นสะท้าน หนาวยะเยือกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้ากับภาพที่เห็น


วิญญาณน่าเกลียดน่ากลัวตนหนึ่งกำลังลอยวนอยู่เหนือร่างของเด็กชาย หน้าตาและเนื้อตัวบวมอืดจนปริแตก มันหันมามองเพียงตะวันแล้วหัวเราะอย่างน่าสยดสยอง ก่อนจะวาดมือปัดลูกบอลซึ่งเด้งกระดอนอยู่ให้ลอยตกเรือไป


เด็กชายร้องเรียกลูกบอลแล้วตะเกียกตะกายปีนเก้าอี้ขึ้นไปบนโต๊ะสำรองซึ่งตั้งเรียงรายติดกราบเรือ เห็นดังนั้นเพียงตะวันหมดสิ้นความหวาดกลัว พุ่งถลาเข้าหาเด็กชายอย่างไม่คิดชีวิต ทว่าช้าไปเพียงเสี้ยววินาทีเพราะเด็กน้อยผู้นั้นกระโจนลงน้ำไปต่อหน้าต่อตา


“ไม่!” เพียงตะวันกรีดร้องด้วยความตกใจสุดขีด





ฉัตรหันขวับมามองที่โต๊ะของตนเมื่อได้ยินเสียง หวังจะพบเพียงตะวันยืนอยู่ตรงนั้นแต่กลับเห็นฉายฉานยืนหน้าซีดเผือดอยู่เพียงลำพัง ชายหนุ่มพุ่งพรวดเดียวกลับมาหาน้องสาว


“เกิดอะไรขึ้น คุณม้อยหายไปไหน”


“ทะ...ท้ายเรือค่ะ พี่ฉัตรช่วยคุณม้อยด้วย เธอกระโดดน้ำลงไปช่วยเด็กคนนั้น” ฉายฉานบอกเสียงสั่นระริก


หัวใจของฉัตรกระตุกวูบ เขาวิ่งตรงดิ่งไปยังท้ายเรือ มองฝ่าความมืดไปยังท้องน้ำเบื้องล่างซึ่งไหวยวบยาบแต่ก็ไม่พบเพียงตะวัน


ชายหนุ่มพยายามมองหาไกลออกไป เพราะเรือกำลังแล่นอยู่ หล่อนคงถูกทิ้งห่างจากจุดที่กระโดดลงไปพอสมควร


ความห่วงใยแล่นจุกอก เขารู้สึกร้อนรนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แล้วทันใดนั้นก็เห็นชุดสีเหลืองของเพียงตะวันโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมา จากนั้นก็ผลุบหายลงไปอีกคราว


เพียงตะวันอยู่ตรงนั้น!


ฉัตรรีบถอดเสื้อนอกออกแล้วกระโจนลงน้ำไปทันที




**********************



ขอฝาก ebook เรื่อง ดวงใจในเปลวเทียน ด้วยนะคะ ตอนนี้ลดราคาพิเศษอยู่ เหลือ 199 บาทเท่านั้น สนุกแซบแน่นอนค่ะ กดลิงก์ด้านล่าง ลองโหลดตัวอย่างมาอ่านก่อนได้เลยจ้า














โหลด e-book อ่านจาก meb

 
 



อ่านเรื่องอื่นๆ ของดวงมาลย์ / แพรววนิด ในเด็กดี












 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

291 ความคิดเห็น