เพียงตะวันจันทร์เจ้าขา [สนพ.ปองรัก]

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 7 ------ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 469
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    3 ก.พ. 61








รถสปอร์ตคันหรูแล่นเข้ามาจอดเทียบหน้าประตูทางเข้าอันโอ่อ่าของเหมันตราริเวอร์ไซด์ตามกำหนดเวลา


พระเอกหนุ่มหน้าตาคมสันแบบไทยแท้วัยยี่สิบปลายๆ ลงจากรถด้วยท่วงท่าสง่างาม โดยมีสาวน้อยในชุดเสื้อชีฟองเปิดไหล่สีเหลืองมะนาวและกางเกงยีนส์เอวสูงรัดรูปควงแขนตามลงมาอย่างสนิทสนม


ภาพที่เห็นนั้นทำให้นิตยาซึ่งยืนรอต้อนรับอยู่ถึงกับหันขวับไปหารัชนี


“สงสัยจะตัวหลอก” รัชนีกระซิบบอก


นิตยาคลายสงสัย เริ่มทำงานด้วยการยกเครื่องดื่มไปต้อนรับแทนคุณ ซึ่งจะเป็นน้ำมะตูมหรือน้ำตะไคร้ธรรมดาไม่ได้ ต้องเป็นน้ำองุ่นไร้เมล็ดเย็นเฉียบสายพันธุ์พิเศษจากไร่ที่ปากช่อง ซึ่งฉายฉานแอบสืบรู้มาว่าเป็นเครื่องดื่มที่รุ่นพี่ของหล่อนโปรดปราน ดังนั้นฉัตรจึงจัดแจงหามาเตรียมไว้สำหรับแขกคนพิเศษล่วงหน้า


“ยินดีต้อนรับครับคุณแทนคุณ ผมฉัตร พี่ชายของฉายฉาน”


“ดีใจที่ได้พบกันสักที ตอนเรียนที่แอลเอ น้องฉายพูดถึงคุณอยู่บ่อยๆ เรียกผมว่าแทนก็ได้ครับ เราน่าจะรุ่นเดียวกัน” แทนคุณทักทายตอบด้วยการจับมือฉัตรอย่างมีไมตรี ครั้นไม่เห็นฉายฉานจึงเอ่ยถาม “น้องฉายล่ะครับ”


“ยายฉายติดธุระกับแขกอีกรายแต่ไม่นานก็คงมา คุณแทนจะให้ผมโทร.ตาม...”


“ไม่เป็นไรครับ ปล่อยให้น้องฉายทำงานไปเถอะ และต้องขอบคุณสำหรับน้ำองุ่นแก้วนี้ด้วยนะครับ ผมจำได้ มันมีรสชาติเฉพาะตัว บอกตรงๆ เลยว่าประทับใจมากที่คุณใส่ใจแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยแบบนี้”


ได้ยินคำชมจากปากแทนคุณ ฉัตรก็ยิ้มกว้างทีเดียว


“พี่แทนคะ”


เสียงหวานของหญิงสาวที่ถูกลืมเลือนดังขึ้น แทนคุณจึงต้องแนะนำให้เจ้าหล่อนรู้จักกับฉัตรทั้งที่ไม่จำเป็นเลยสักนิด


“นี่วิมาดา แขกของผมครับ ผมแวะไปรับน้องวิมาจิบชายามบ่ายด้วยกัน เผื่อจะติดใจกลายมาเป็นลูกค้าของคุณฉัตรอีกคน”


“ยินดีต้อนรับเป็นอย่างยิ่งเลยครับคุณวิมาดา”


ฉัตรส่งมือให้หญิงสาวจับตามมารยาทเช่นเดียวกับแทนคุณ ทว่าเจ้าหล่อนไม่ได้จับตอบด้วยท่าทีธรรมดาหากแต่ยังส่งสายตาแพรวพราวหวานฉ่ำแฝงมาในกิริยาสงวนท่าทีอีกด้วย


“เรียกวิเถอะค่ะคุณฉัตร แหม...ไม่ทราบมาก่อนเลยว่าเหมันตราริเวอร์ไซด์จะบรรยากาศดีแบบนี้ โชคดีจังที่พี่แทนชวนวิมา กลับไปวิคงต้องเล่าให้คุณพ่อฟังเสียแล้ว เอ...ไม่ทราบว่าคุณฉัตรรู้จักคุณอิทธิศักดิ์ เลิศรัตน์โยธา หรือเปล่าคะ ท่านเป็นคุณพ่อของวิเองค่ะ”


“ใครจะไม่รู้จักคุณอิทธิศักดิ์ล่ะครับ ท่านเป็นนายธนาคารใหญ่ ชอบทำบุญและสะสมภาพวาดของศิลปินชื่อดัง ผมติดตามข่าวสารจากหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์อยู่บ้าง ไม่นึกเลยว่าคุณจะเป็นลูกสาวของท่าน”


“วิเป็นแก้วตาดวงใจของท่านเลยละค่ะ”


ไม่บอกตรงๆ ฉัตรก็อ่านความนัยที่วิมาดาพยายามสื่อออกว่าหล่อนเป็นคนสำคัญแค่ไหน


ระดับลูกสาวของนายอิทธิศักดิ์สามารถเรียกลูกค้าให้เขาได้อย่างง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็นบิดาหรือเพื่อนฝูงของท่านซึ่งมีอยู่มากมาย ขอเพียงแค่เขาใส่ใจดูแลหล่อนเป็นพิเศษเท่านั้น


ทีแรกฉัตรนึกว่าวิมาดาเป็นคู่ควงของแทนคุณเสียอีก แต่หล่อนเล่นส่งสายตาหวานฉ่ำยั่วเย้ามาให้เขาแบบนี้ เห็นทีจะไม่ใช่เสียแล้ว


ทางด้านแทนคุณ ชายหนุ่มไม่ได้แสดงอาการหึงหวงวิมาดาเลยแม้แต่น้อย กลับโล่งใจที่หล่อนพุ่งเป้าหมายไปยังฉัตร เพราะถ้าจะให้พูดความจริงแล้ว เขาคงไม่รับหล่อนมาแน่ๆ หากไม่ถูกมารดาบังคับ


มารดาของเขานั้นสุดแสนจะเอ็นดูวิมาดา ท่านเป็นนักสังคมสงเคราะห์ตัวยง ชอบจัดงานระดมทุนเพื่อช่วยเหลือหน่วยงานต่างๆ ซึ่งระยะหลังมานี้ให้ความสนิทสนมกับอิทธิศักดิ์เป็นพิเศษ เพราะทั้งสองชอบออกงานประมูลภาพด้วยกันอยู่เสมอ และเมื่อมารดาของเขารู้ว่าอิทธิศักดิ์มีลูกสาวที่สวยเพียบพร้อม แถมกำลังจะก้าวเข้าสู่วงการบันเทิง ท่านจึงอยากให้เขาเป็นพี่เลี้ยงให้วิมาดาหากแต่เบื้องหลังนั้นก็คือการทำตัวเป็นแม่สื่อจับคู่ให้เขากับหล่อนนั่นเอง


“เดี๋ยววิอยู่คุยกับคุณฉัตรก่อนนะ พี่ขอขึ้นห้องไปล้างหน้าล้างตาสักครู่แล้วค่อยลงมาดื่มชา ระหว่างนี้ขอรบกวนคุณฉัตรช่วยพาน้องวิเดินชมรอบโรงแรมเป็นการฆ่าเวลาหน่อยได้ไหมครับ”


แทนคุณเอ่ยขอตัวและยกภาระให้ฉัตรเสียเลย ซึ่งวิมาดาได้ยินปุ๊บก็ยิ้มกริ่มทันที


“ได้ครับ เชิญคุณแทนตามสบาย เดี๋ยวผมจะให้คุณนี ผู้จัดการของที่นี่เป็นคนพาคุณไป”


เมื่อฉัตรเอ่ยปาก รัชนีซึ่งยืนถือคีย์การ์ดรออยู่แล้วก็ค้อมศีรษะให้แทนคุณ เนื่องจากดาราหนุ่มเป็นแขกรับเชิญพิเศษ จึงไม่ต้องลงทะเบียนเข้าพักเหมือนแขกคนอื่นๆ


“อ้อ...คุณนี เราเคยพบกันแล้ว”


“ค่ะคุณแทน เชิญตามดิฉันมาเลยค่ะ”


รัชนีบอกแล้วเดินนำเขาไปยังลิฟต์อย่างคล่องแคล่ว ปล่อยให้เจ้านายหนุ่มอยู่ต้อนรับวิมาดาเพียงลำพัง






หลังจากพาแขกคนสำคัญเดินชมสถานที่จนทั่ว กระทั่งแทนคุณกลับมาสมทบในเวลาต่อมา ฉัตรจึงหมดภาระกับแขกคู่นี้ ทีแรกแทนคุณเอ่ยปากชวนเขาอยู่ดื่มชาด้วยกัน แต่รัชนีมีเอกสารรอให้ตรวจเซ็นอีกหลายฉบับ ดังนั้นชายหนุ่มจึงมีข้ออ้างปลีกตัวได้อย่างไม่น่าเกลียดนัก


ตลอดเวลาที่อยู่กับวิมาดา เขาวางตัวสุภาพและเว้นระยะห่างพองาม อันที่จริงเขาปฏิบัติตัวเช่นนี้กับแขกสาวๆ ทุกคนเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง อย่างที่บอกว่าเขายังไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวกับใคร แค่ปัญหาของเหมันตราริเวอร์ไซด์ก็ทำให้เขาปวดหัวมากพออยู่แล้ว


โดยเฉพาะยิ่งกับวิมาดา ถึงหล่อนจะเป็นคนสวยแต่กลับไร้เสน่ห์สำหรับเขา แถมยังเป็นลูกสาวของคนใหญ่คนโต ถ้ามาติดพันเขาจริงๆ คงจะมีเรื่องราววุ่นวายตามมาเป็นขบวน คิดมาถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ไพล่นึกถึงใครอีกคน ใครคนนั้นเป็นเจ้าของเรือนร่างเล็กกะทัดรัด มีบุคลิกน่าค้นหา แถมรอยยิ้มยังหวานจับใจ ที่สำคัญเป็นคนที่ทำให้เขานึกถึงอยู่บ่อยครั้ง อาจเป็นเพราะรอยยิ้มซึ่งดูคุ้นตาอย่างประหลาดนั่นกระมัง แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ เขายังไม่อยากสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษทั้งนั้น


“พี่ฉัตรคะ”


เสียงเรียกอันคุ้นเคยทำให้ฉัตรหลุดออกจากภวังค์ ร่างสูงหันมามองฉายฉานซึ่งเดินตามมาด้วยสีหน้ากระวนกระวายใจ ชายหนุ่มจึงสั่งให้รัชนีล่วงหน้าไปก่อน แล้วยืนรอจนน้องสาวมาถึง


“ไง เสร็จเรื่องแล้วเหรอ”


“ค่ะ ฉายต้องขอโทษด้วยนะคะ พอดีคุยกับคุณเพียงตะวันเพลินไปหน่อย เลยลงมาต้อนรับพี่แทนไม่ทัน เขาว่าอะไรบ้างหรือเปล่า” หญิงสาวรีบซักไซ้


“ไม่ได้ว่าอะไร ทุกอย่างเรียบร้อยดี เดี๋ยวตอนมื้อค่ำก็ได้เจอกัน ว่าแต่ทางฉายเถอะ คุณเพียงตะวันชอบห้องหรือเปล่า”


“ชอบค่ะ” ฉายฉานตอบโดยไม่ต้องคิด


“ก็ดี หวังว่าเขาจะพอใจและกลับมาพักกับเราอีก ยังไงพี่ฝากด้วยนะ เป็นผู้หญิงด้วยกัน ฉายน่าจะดูแลได้ดีกว่าพี่”


“ได้ค่ะ”


เมื่อได้รับฟังคำตอบเป็นที่น่าพอใจ ฉัตรจึงยกมือขึ้นยีผมน้องสาวด้วยความเอ็นดูดังที่ชอบทำเป็นประจำ ก่อนจะโอบไหล่พาเดินเคียงข้างกันมุ่งหน้าสู่ห้องทำงาน แต่ระหว่างทางฉายฉานก็หยุดเดินเสียเฉยๆ


“พี่ฉัตรคะ”


“หือ?”


“ฉายเพิ่งนึกได้ว่าพี่ฉัตรเคยบอกจะปรึกษาปัญหาของโรงแรมเรากับเพื่อนของพี่ฉัตร ตกลงได้คุยกันหรือยังคะ”


“อ๋อ...คุยแล้ว เพื่อนพี่แนะนำให้เราตรวจสอบโรงแรม ตอนนี้ส่งคนมาเรียบร้อยแล้วละ พี่ลืมบอกฉายไป โทษทีนะ” ฉัตรตอบแล้วโคลงศีรษะให้กับความขี้หลงขี้ลืมของตัวเอง


“พี่ฉัตรเจอเขาแล้วเหรอคะ”


“ยังเลย พี่ไม่รู้ว่าเป็นใครน่ะสิ”


“อ้าว...”


“เขามาแบบไม่เปิดเผยตัวเพื่อจะได้ทำงานอย่างคล่องตัวไม่ต้องถูกจับตามองหรือแทรกแซงใดๆ ผลจะได้ออกมาตรงตามความเป็นจริง”


“แปลว่าพี่ฉัตรไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับคนคนนี้”


“ก็ไม่เชิง”


“ยังไงคะ” ฉายฉานรีบซัก


“เขาเป็นมือหนึ่งของบริษัท เราน่าจะได้เรื่องอะไรบ้าง”


คำตอบของพี่ชายทำให้ฉายฉานต้องลอบผ่อนลมหายใจเบาๆ


“เข้าใจแล้วค่ะ งั้นเราก็ต้องทำตัวตามปกติเหมือนว่าเขาไม่มีตัวตนใช่ไหมคะ”


“ใช่ ปล่อยให้เขาทำงานไปเงียบๆ เสร็จเรื่องเมื่อไรเพื่อนของพี่ก็คงติดต่อมาเอง”


ฉายฉานได้ฟังคำตอบนั้นแล้วก็ไม่มีอะไรจะซักถามพี่ชายอีก เพราะเท่าที่ฟังมาก็ค่อนข้างตรงกับที่เพียงตะวันบอก หล่อนแค่ต้องการตรวจสอบให้แน่ใจว่าทายาทตระกูลชาวาลาพูดความจริง


ตอนนี้สถานการณ์ของเหมันตราริเวอร์ไซด์นับวันยิ่งแย่ แม้เพียงตะวันจะเป็นศัตรู แต่ถ้าจะช่วยทำให้ปัญหาที่มีอยู่คลี่คลายลงได้ หล่อนก็ขอลองเสี่ยงดูสักตั้ง





หลังจากทดสอบสั่งอาหารด้วยเมนูอันสุดแสนจะน่าเวียนหัวขึ้นมารับประทานเป็นของว่างยามบ่ายในห้องพัก เพียงตะวันก็ค่อนข้างพอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะนอกจากการตกแต่งทุกจานจะสวยงามแล้ว รสชาติยังอร่อยถูกปาก แถมยังมาเสิร์ฟภายในเวลามาตรฐานที่หล่อนกำหนด นั่นคือสิบห้านาที


เพียงตะวันรีบสรุปผลลงในสมุดบันทึกส่วนตัว ก่อนจะมองไปรอบๆ มุมนั่งเล่นอันหรูหราอย่างพินิจพิเคราะห์


เอาไว้ก่อนเถอะ ยังมีเวลาอีกหลายวัน


หญิงสาวฆ่าเวลาด้วยการโทร.หาพ่อแม่ ท่านทั้งสองไม่ได้ว่าอะไรที่หล่อนรับงานในช่วงลาพักร้อนเนื่องจากเข้าใจถึงความจำเป็น และเมื่อได้รับคำยืนยันทั้งที่รู้ข่าวจากกุญชรมาก่อนแล้วว่าหล่อนจะเข้าไปหาในคืนคริสต์มาสอีฟก็วางสายไปด้วยความสบายใจ


เพียงตะวันโทร.หาเคนเน็ธเป็นลำดับถัดมา จึงรู้ว่าอาการของเขาดีขึ้นมาก แต่กลับเกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นที่บริษัท เพราะเจ้านายของหล่อนและหย่งฉีหายตัวไป ทั้งที่มีการประชุมสำคัญรออยู่ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีใครสามารถติดต่อได้เลย


เมื่อวางสายจากเพื่อนรักแล้ว ผู้ตรวจสอบสาวก็เดินออกมายืนใช้ความคิดที่ระเบียง


หลิวไท่หยาง หายตัวไปอย่างปุบปับเหมือนเมื่อปีก่อนไม่มีผิด มันจะต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นแน่ แต่หล่อนและพนักงานคนอื่นก็คงจะไม่ได้รับคำตอบหรือคำอธิบายใดๆ อีกตามเคย


หญิงสาวกวาดตามองความเป็นไปเบื้องล่างระเบียงแล้วถอนหายใจอย่างปลงตก แม้ในใจจะนึกเป็นห่วงเจ้านายตามประสาลูกน้องที่ให้ความเคารพนับถือ แต่เขามีหย่งฉีคอยอารักขาอยู่แล้วคงจะปลอดภัยดี


คนที่ตั้งใจจะเลิกคิดกังวลเรื่องของเจ้านายดูเวลาจึงเห็นว่าเกือบจะบ่ายสามโมงแล้ว ร่างบางเลยเดินกลับเข้าห้องไปคว้ากระเป๋าสานใบเก๋พร้อมสวมแว่นตากันแดดกรอบโตที่บดบังใบหน้าเล็กๆ ของตัวเองให้เหลือพื้นที่น้อยนิด ก่อนจะเดินนวยนาดออกจากห้องไปอย่างมีเป้าหมาย












โหลด e-book อ่านจาก meb

 
 



อ่านเรื่องอื่นๆ ของดวงมาลย์ / แพรววนิด ในเด็กดี












 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

291 ความคิดเห็น