[OS/SF] EXO BUS STOP

ตอนที่ 3 : When I was a man [DC]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 817
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    21 พ.ย. 60





Title :  When I was a man.

Pairing : DOCHEN (Do Kyung Soo X Jin Zhong Da)

Author : babyz_tigger

* เป็นเนื้อเรื่องต่อจาก When I lost my mine [BC]

** เรื่องนี้จงต้าของเราหยุดสูงอยู่ที่ 165 ซม. เพราะฉะนั้นโปรดจินตนาการจงต้าในแบบที่น่าเอ็นดูจนจงแดสู้ไม่ไหวด้วยค่ะ




1

บางทีคยองซูก็ไม่แน่ใจนักว่าเขาเริ่มดื่มหนักแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ บางทีอาจจะตั้งแต่จงแดยอมรับความรู้สึกของตัวเองว่าชอบแพคฮยอน หรือไม่ก็อาจจะเป็นตอนที่เห็นว่า แม้แต่พื้นที่ว่างข้างกายจงแด ที่คยองซูกันไว้ให้ตัวเองยืนอยู่ มันไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับจงแดอีกต่อไป ไม่จำเป็นต้องมีคนปลอบใจ ไม่จำเป็นต้องมีใครรับฟังคำถามที่มักจะหาคำตอบไม่ได้

ในเมื่อตอนนี้แพคฮยอนแย่งมันไปและค่อยๆเติมเต็มสิ่งที่คยองซูเคยทำ โดยที่จงแดอาจจะไม่รู้ตัว

 

น่าตลกดี..

ต่อหน้ายิ้มแย้ม ทำราวกับว่ากำลังยินดีกับเส้นทางความรักของจงแด แต่ภายในจิตใจกลับตรงกันข้าม

คยองซูน่ะ ไม่ใช่คนดีอย่างที่จงแดคิดหรอก...

ไม่ใช่..

 

จะเอาอะไร? สั่งสิเสียงของอินซองเรียกให้คยองซูหลุดจากภวังค์ความคิด ร่างของน้องเล็กของกลุ่มทำเพียงขยับตัวน้อยๆและปิดกั้นความรู้สึกต่างๆที่กำลังแสดงออกมาผ่านดวงตาของตัวเองเอาไว้หลีกหนีจากสายตาที่คล้ายกับรู้เท่าทันของอีกฝ่ายอย่างแนบเนียน

 

อเมริกาโน่เย็นครับ

กินแบบนั้นดึกขนาดนี้เดี๋ยวก็ตาค้างพอดี พรุ่งนี้ต้องไปถ่ายงานต่อไม่ใช่หรือไง?”เป็นอูบินที่แทรกขึ้นมาซ้ำยังทำสายตาดุๆใส่ ส่วนกวางซูก็พยักหน้าหงึกหงักคล้ายกับเห็นด้วย คยองซูเห็นท่าทางเข้าคู่กันของพี่ทั้งสองจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ

ก็ถ้าไม่อยากให้ผมสั่งแบบที่ชอบตั้งแต่ทีแรกแล้วจะถามกันทำไมครับ

แค่ไม่อยากให้นายมีเวลาเหม่อน่ะ..

“...”ประโยคที่ตอบคำถามของคยองซูออกมาจากปากของอินซอง รุ่นพี่ตัวสูงมองหน้าน้องชายที่แม้จะไม่ใช่ประเภทสดใสร่าเริงอะไรขนาดนั้น แต่คยองซูก็ไม่ได้เป็นประเภทอมทุกข์ขนาดนี้ หัวคิ้วของคนเป็นพี่ขมวดเข้าหากัน ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย

มันเกี่ยวกับเรื่องที่ช่วงนี้นายไม่เคยปฏิเสธที่พวกพี่ชวนออกมาดื่มทุกครั้งหรือเปล่า?”

“...

บรรยากาศเงียบลง เมื่อคยองซูปิดปากเงียบคล้ายกับไม่ตอบรับหรือปฏิเสธที่จะตอบคำถาม ในขณะที่อินซองก็จ้องมาอย่างคาดคั้นจนบรรยากาศรอบๆคล้ายจะอึดอัดขึ้นมาหน่อยๆ

เฮ้ย เอาน่าๆสุดท้ายกวางซูก็เป็นคนเอ่ยแทรกขึ้นท่ามกลางบรรยากาศเงียบงัน ยกมือตบไหล่อินซองเบาๆถ้าคยองซูอยากบอก เดี๋ยวน้องมันก็บอกเอง อย่าไปบังคับกันเลย

อูบินพยักหน้าเป็นลูกคู่

เอาเถอะ ตามใจแล้วกัน โตๆกันแล้วนี่นะ

ขอโทษนะครับคยองซูขอโทษเสียงเบา ก่อนจะได้ยินเสียงถอนหายใจจากอินซองงั้นเดี๋ยวผมสั่งเองครับ

รอยยิ้มถูกจุดบางเบาบนใบหน้า แม้จะดูฝืดเคืองในลำคอแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับนักแสดงอย่างเขาในการปั้นยิ้ม แผ่นออร์เดอร์ตรงหน้าถูกเขาฉุดมา ก่อนจะยกมือขึ้นเรียกพนักงานในร้าน และตอนนั้นเองดวงตากลมโตของคยองซูก็ปะทะเข้ากับร่างคุ้นตา

จงแด...

 

คยองซูขมวดคิ้วตากลมโตยังคงจับจ้องไปยังร่างที่คุ้นตา ไม่มีเสียงเล็ดรอดออกจากริมฝีปาก คิดว่าตัวเองอาจจะดื่มมาเยอะจนตาลาย เขาเห็นคิมจงแดที่ควรจะอยู่ที่หอพักยืนอยู่หน้าเคาเตอร์ร้าน...คยองซูกระพริบตาพร้อมกับสะบัดหัวและเพ่งมองอีกครั้ง

ทุกอย่างชัดขึ้น...ชัดพอจะทำให้คยองซูยิ้มเยาะตัวเอง เขาเป็นเอามากจริงๆ

นั่นไม่ใช่จงแด...

ก็แค่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งที่มีหน้าตาคล้ายเพื่อนสนิทของเขาเอามากๆก็แค่นั้นเอง

 

ร่างของพนักงานสาวในร้านเคลื่อนเข้ามาบดบังร่างเล็กนั่นจากสายตา พร้อมๆกับที่คยองซูละความสนใจออกาได้ เสียงของพี่ๆที่นั่งล้อมวงกันยังพูดคุยถึงเรื่องทั่วๆไปฆ่าเวลาเพื่อรอออร์เดอร์มาเสิร์ฟ เสียงหัวเราะของพี่กวางซูสลับกับเสียงบ่นจากพี่อินซองและเสียงห้ามปรามจากพี่อูบิน แต่ตอนนั้นทุกอย่างกลับได้ผ่านเข้ามาในหัว คยองซูแทบไม่รู้ตัวว่าเขากลับมาสนใจและจ้องมองร่างเล็กที่กำลังหัวเราะอยู่กับบาริสต้าตรงเคาเตอร์นั่นอีกครั้ง และนานจนผิดสังเกต จนกระทั่ง...

 

มองอะไรน่ะ?”

เปล่าครับคยองซูตอบรับอินซองพร้อมกับถอนสายตากลับมาอย่างแนบเนียน แต่มันก็ไม่ได้แนบเนียนพอ นั่นจึงได้รับสายตารู้ทันกลับมา

อ้อ ก็นึกว่ามองเด็กคนนั้น..

“...”

จะว่าไปก็คล้ายๆกับสมาชิกในวงของนายที่ร้องเพลงบนเวทีคราวนั้น..ชื่ออะไรนะ?”อีกฝ่ายทำท่านึก และนั่นทำให้คยองซูหวนนึกไปถึงวันนั้น เสียงของจงแดและร่างกายผอมบางในชุดสูทที่ยืนร้องเพลงอยู่บนเวที สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าของจงแดที่ยืนอยู่บนเวทีเลยแม้แต่น้อย

“...จงแด

คยองซูพึมพำชื่อของคนที่ติดอยู่ในหัว และแน่นอนว่าทุกคนสังเกตเห็นถึงอาการนั้น แม้มันจะเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดูยากเลย

มันคงจะดีถ้าน้องชายของพวกเขากลับมาเป็นโดคยองซูคนเดิม

แม้จะไม่ใช่คนที่สดใสร่าเริงจนถึงขั้นสร้างเสียงหัวเราะ แต่ก็คงจะดีกว่าแบบนี้..

 

นั่นไงน้องเขาก็เดินมาโน่นแล้ว

“....”

อเมริกาโน่แก้วนี้ของใครครับ

ของฉัน…..คยองซูตอบ ก่อนที่เด็กตัวเล็กนั่นจะเดินอ้อมโต๊ะมา ใบหน้าที่คล้ายคลึงกับจงแดนั่นฉีกยิ้มกว้าง

แม้แต่รอยยิ้มก็ยังสว่างสดใสไม่ต่างกัน...

แก้วกาแฟถูกวางลงตรงหน้า คยองซูหลุบตามองมือเล็กที่ค่อยๆคลายออกจากแก้ว เสียงใสๆ ที่ติดจะแหลมกว่าจงแดนิดหน่อยนั่นบอกประโยคทั่วไปที่ว่า หวังว่าจะชอบนะครับ

และในจังหวะที่เด็กตัวเล็กยืดตัวตรงและจะเดินจากไปเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

น้องจงต้าคะคุณแม่มาแล้วค่ะ

มันไม่แปลก หากเด็กคนนี้จะชื่ออะไร แต่คนที่แปลกคงเป็นเขามากกว่า ที่ถามอะไรไร้มารยาทแบบนั้น ทั้งๆที่ไม่ใช่นิสัย

ชื่อจงต้าหรอ?”

ครับ?”เจ้าของชื่อหันใบหน้ากลับมา พร้อมกับเอียงคอมองคยองซูอย่างมึนงง แต่ไม่เพียงแค่จงต้าเท่านั้นที่ดูมีทีท่าตกใจ แต่อีกสามหนุ่มที่อยู่ตรงนั้นก็จ้องมองน้องเล็กของกลุ่มด้วยท่าทางฉงน

ใช่หรือเปล่า? ฉันถามน้ำเสียงของคยองซูทุ้มและดูนุ่มนวลลง เมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวน้อยๆของเด็กตรงหน้า ภาพของจงแดซ้อนทับจงต้านั่นส่งผลให้รอยยิ้มของคยองซูผุดขึ้นจางๆ หัวใจจงต้าที่เต้นแรงเพราะความตกใจเมื่อครู่กระตุกก่อนจะเร่งจังหวะขึ้นอีกครั้งเมื่อเห็นรอยยิ้มจากอีกฝ่าย

ความเกร็งหายวับไปกับตา จงต้าฉีกยิ้มกว้างจนตาหยี

ผมจงต้าครับ..นาฬิกาที่ใหญ่และมีเสียงดังกังวานและนั่นความหมายของชื่อผม เผื่อคุณอยากรู้ด้วย..จงต้ายังคงยิ้มน้อยๆก่อนจะค้อมหัวให้ “..ผมไปนะครับ!

คยองซูมองตามร่างเล็กของเด็กหนุ่มที่แทบจะวิ่งไปจากไปเงียบๆ บรรยากาศโดยรอบตัวเองผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด

อเมริกาโน่ในแก้วถูกยกขึ้นจิบภายใต้สายตาสามคู่ที่ลอบมองหน้ากันเงียบๆ

คยองซูจมเข้าในความขึ้นตนเองอีกครั้ง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่เรื่องของจงแด

บางที ..มันอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่คิดว่าจะได้เจอคนที่หน้าเหมือนเพื่อนสนิทตัวเองขนาดนี้ เพราะแบบนั้นคยองซูก็เลยเก็บเอามาคิด...

นาฬิกาเรือนใหญ่และเสียงดังกังวาน จะว่าไปก็เหมาะกับเจ้าตัวดี

โดดเด่นดึงดูดสายตา...เสียงแหลมสดใสก้องกังวาน...

มุมปากของคยองซูยกขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มสดใสนั่นซึมซับเข้าไปในความทรงจำโดยไม่รู้ตัว...

 

 

2.

 

ยินดีต้อนรับครับ!

เสียงสดใสดังขึ้นทันทีที่เสียงกระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงเตือน และคยองซูก้าวเท้าเข้าไปเหมือนอย่างทุกวัน ตากลมโตกระชับหมวกกับผ้าปิดปากให้เข้าที่กวาดมองไปทั่วร้านคล้ายกับกำลังมองหาที่ว่าง ก่อนจะเห็นว่าร่างเล็กที่อยู่ในชุดพนักงานกำลังวิ่งวุ่น แต่ว่าเมื่อครู่ก็ยังอุตส่าห์ส่งเสียงต้อนรับลูกค้าไปด้วย

วันนี้นาฬิกาเรือนใหญ่ก็ทำหน้าที่ได้ดีอีกแล้ว...

 

คยองซูละสายตาและเดินตรงเข้าไปยังเคาเตอร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มและของทานเล่นอย่างเดิมๆ พนักงานในร้านอย่างคิมฮีจินจ้องเขาด้วยความตกใจเพียงชั่วครู่ แต่ก็ไม่ได้หลุดปากหรือแสดงท่าทีให้เป็นเรื่องใหญ่อะไรออกไป ถึงหญิงสาวจะเห็นว่าไอดอลหนุ่มมาที่นี่บ่อยๆ แต่การพบดาราในระยะประชิดของเธอก็ยังคงมีความรู้สึกตื่นเต้นเสมอ

 

เชิญคุณตรงมุมด้านในเหมือนเดิมนะคะ

คยองซูพยักหน้าและขยับตัวออกจากเค้าเตอร์เพื่อไปยังมุมส่วนตัว และเพียงก้าวไปได้ไม่ไกลหูของเขาก็ได้ยิน

น้องจงต้า เอาแบบเดิมไปที่โต๊ะด้านในสุดด้วยนะคะ!

มุมปากของคยองซูกระตุกยิ้มเมื่อได้ยินเสียงตอบรับที่แฝงไปด้วยความกระตือรือร้น

 

โต๊ะด้านในสุดของฉากกั้นถูกพนักงานในร้านเคลียร์อย่างรวดเร็วทันทีที่คยองซูเดินไปถึงก็สวนทางกับลูกค้าหลายๆคนในโซนนั้นที่ทยอยเดินออกไป คยองซูหย่อนตัวเองนั่งลงก่อนจะปลดหมวกและผ้าปิดปากออก เอนหลังพิงกับเบาะนุ่มๆของเก้าอี้และหลับตาผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของร่างกาย

เขาเพิ่งกลับจากถ่ายละครเสร็จ แต่แทนที่จะกลับไปพักผ่อนที่บ้านก็ยังขอให้ผู้จัดการขับรถมาส่งที่นี่

คยองซูไม่รู้ว่าจะอธิบายความรู้สึกผ่อนคลายของตัวเองเมื่อเหยียบย่างเข้ามาในสถานที่แห่งนี้ของตัวเองได้ยังไง

บางทีมันอาจจะเป็นเพราะกลิ่นกาแฟผสมกับกลิ่นหอมอ่อนๆของครีม หรือบางทีอาจจะเป็นเพราะรอยยิ้มและน้ำเสียงใสที่กระตือรือร้นของร่างเล็ก

จินจงต้าคนนั้น...ที่แม้แต่รอยยิ้มก็ยังไม่แตกต่างจากจงแดเลย

รอยยิ้มสดใสของจงแดเคยช่วยเยียวยาความเหนื่อยล้า...เพียงแต่ตอนนี้ทุกครั้งที่เขามองจงแดยิ้ม มันกลับเหมือนมีมีดกรีดลงที่หน้าอก ยิ่งเห็นว่าจงแดมีความสุขแค่ไหน เขาก็ยิ่งเจ็บ..

เจ็บทั้งๆที่เชื่อว่าตัวเองเตรียมใจรับมันมาตั้งแต่ต้นแล้ว แต่ก็ไม่คิดเลยว่าพิษของความรักมันจะเจ็บปวดและทรมานขนาดนี้

เพราะแบบนั้นการที่เขาได้พบรอยยิ้มที่เหมือนกัน...แต่ไม่ทำร้าย คยองซูจึงเดินเข้าหามันเพื่อใช้เยียวยาตัวเอง

มันอาจจะดูเห็นแก่ตัวถ้าเจ้านาฬิกาตัวเล็กรู้ รู้ว่าสำหรับคยองซูแล้วจงต้าเป็นเพียงตัวแทนของจงแดเท่านั้น

แต่คยองซูก็ยังหวัง หวังให้เขาหายดี ก่อนที่อีกฝ่ายจะรับรู้และผลักไส...

 

คุณ….มาที่นี่อีกแล้วหรอครับเสียงกังวานของนาฬิกา ปลุกคยองซูให้หลุดออกจากภวังค์ และทันทีที่คยองซูเปิดเปลือกตาสิ่งแรกที่เห็นก็คือรอยยิ้ม

คยองซูจ้องใบหน้าของคนที่เดินอ้อมตัวผ่านโต๊ะมายืนอยู่ตรงหน้า มือเล็กจับของในถาดสีน้ำตาลอ่อนวางลงบนโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว แพรขนตายาว และปลายจมูกรั้นนั่นทำให้คยองซูรู้สึกแปลกประหลาด

และพอจงต้าเงยหน้าขึ้นมาสบตา คยองซูก็หลุดประโยคหนึ่งออกไปเพื่อลดบรรยากาศอึมครึมอย่างที่ไม่เคยทำ

 

ทำไมล่ะหรือเป็นร้านที่ฉันไม่ควรมานั่ง?”

เปล่านะครับ!จงต้ายกมือโบกเป็นพัลวัน ก่อนจะตอบออกไปอย่างที่คิดอยู่ในหัว“..ผมแค่แปลกใจที่เห็นคุณทุกวัน

อ้อ...

แต่ดีซะอีกครับที่คุณมา พวกพี่สาวกระตือรือร้นทำงานกันใหญ่ พวกพี่เค้าดูตื่นเต้นที่ได้เจอคนดังตัวเป็นๆ ผมเองก็...

 

พี่..

ครับ?”จงต้าหยุดชะงักประโยคยาวเหยียดที่กำลังพูด เอียงคอ ทำตาแป๋วมองท่าทีของคนอายุมากกว่าอย่างรอคำตอบเมื่อเห็นท่าทางเหมือนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่เพราะคำเมื่อครู่ที่แทรกขัดขึ้นมามันเบาเกินกว่าที่เขาจะได้ยิน

คยองซูไม่รู้ว่าอาการคล้ายมีอะไรติดอยู่ในลำคอเกิดจากอะไร แต่เขากระแอมไอไล่มันออกไป จ้องมองใบหน้าอ่อนวัยกว่าด้วยแววตาจริงจังกว่าที่คิด

เรียกพี่ก็ได้ ดูแล้วเราไม่น่าห่างกันมากไหร่

 

จงต้ายิ้มสดใจเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากอีกฝ่าย เด็กนาฬิกาของคยองซูตอบกลับด้วยน้ำเสียงใสกังวานชวนฟัง

และครั้งนี้คยองซูกลับรู้สึกว่ามันชวนฟังมากกว่าครั้งไหนๆ

พี่คยองซู…พี่คยองซู

คยองซูนั่งมองคนที่ทวนชื่อจริงของเขาอยู่ 2-3 รอบ พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ บางทีอาจจะไม่ใช่แค่รอยยิ้มแล้ว แม้แต่เสียงของจินจงต้าก็ช่วยเยียวยาเขาได้เหมือนกัน...

 

งั้นเดี๋ยวผมกลับมานั่งคุยเป็นเพื่อนพี่นะ!จงต้าส่งเสียงเหมือนกับตื่นเต้น เฉกเช่นกับคนทั่วไปที่เหมือนจะได้ทำความรู้จักกับคนที่เป็นคนดัง คยองซูมองท่าทางตื่นเต้นนั่นก่อนจะพยักหน้าเบาๆ ใบหน้าเรียบเฉยยกแก้วในมือขึ้นจิบ และตอนนั้นเขารู้ตัวว่ามุมปากของตัวเองขยับยิ้ม จนกระทั่งลับร่างของเด็กชายริมฝีปากรูปหัวใจก็ประดับด้วยรอยยิ้ม

 

 

จงต้ากลับเข้ามาทิ้งตัวนั่งลงบนเก้าอี้ด้านตรงข้ามพร้อมกับสมุดกับหนังสือและถาดสีน้ำตาลที่มีเครื่องดื่มและเค้กส้มชิ้นเล็ก คยองซูมองคนที่วางของในอ้อมแขนลงอย่างทุลักทุเลแล้วก็เอื้อมมือไปช่วย จงต้ายิ้มรับก่อนจะเอ่ยประโยคแรกกับเขา

การบ้านช่วงปิดเทอมครับ

เด็กม.ปลายสมัยนี้การบ้านเยอะขนาดนี้เลยหรอ..

ครับ...ยิ่งปีสุดท้ายยิ่งเหนื่อยเจ้าตัวเล็กยู่ปาก ทำท่าทางน่าเอ็นดูโดยที่ไม่รู้ตัว คยองซูมองท่าทางเหล่านั้นอย่างเงียบๆ และเสียงเจื้อยแจ้วนั่นก็ยังดังต่อเนื่องแต่ผมว่าพี่คยองซูต้องเหนื่อยมากแน่ๆ

ยังไง?”คยองซูมองตากลมๆที่จ้องหน้าเขาด้วยท่าทางสนอกสนใจนั่นอย่างทำอะไรไม่ถูก

ก็ใต้ตาพี่คล้ำมากเลย แถมยังดูเหนื่อยๆ

“...”

ถ้าไม่โอเค พี่จะไปนอนก่อนก็ได้นะครับ ชั้นสองมีห้องที่ผมให้แอบงีบเป็นประจำด้วย

ช่างสังเกต และห่วงใยคนอื่น...คำพูดที่มาพร้อมกับน้ำเสียงห่วงใยทำให้คยองซูเผลอคิดไปถึงอีกคน

จงแดก็มักจะเป็นแบบนี้ เพียงแต่ตอนนี้คนตรงหน้าไม่ใช่จงแด...

แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเขารู้สึกดี....

 

พี่คยองซู...มือเรียวของคนอายุมากกว่าวางลงบนกลุ่มผมของจงต้าอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ารอยยิ้มที่ส่งมา

พี่ไม่เป็นไร ขอบใจนะ

รอยยิ้มกว้างที่เห็นอยู่ตรงหน้าเร่งให้อัตราการเต้นของหัวใจเต้นถี่ขึ้น จงต้ากระพริบตาปริบๆเมื่อรู้สึกได้ถึงอาการผิดปกติของตัวเอง ใบหน้าน่ารักเห่อร้อน พร้อมกับริมฝีปากบางที่พูดจ้อไม่หยุดนั้นเงียบลง

คยองซูละมือออกก่อนจะคว้าแก้วกาแฟขึ้นดูด ใบหน้าผ่อนคลายลง

จงต้าเหลือบมองใบหน้าของอีกฝ่าย พร้อมกับรอยยิ้มสดใสที่ผุดขึ้นเต็มใบหน้า

 

มือเล็กเปิดสมุดพร้อมกับจรดปากปาลงไป การทำการบ้านช่วงปิดเทอมครั้งนี้ไม่ได้น่าเบื่อเหมือนเมื่อครั้งก่อนๆ

และการนั่งอยู่เงียบๆ ฟังเสียงปากกาขีดเขียนสลับกับเสียงพึมพำแผ่วเบาจากฝั่งตรงข้ามของคยองซูก็ไม่ได้น่าเบื่อ

 

 

จงต้าออกมาส่งลูกค้าคนสำคัญถึงหน้าร้าน คยองซูมองคนที่เดินนำหน้าไม่วางตา วันนี้จงต้าก็ยังอยู่ในเครื่องแบบของร้าน เพียงแค่ไม่มีผ้ากันเปื้อนสีน้ำตาลผูกที่เอวตั้งแต่ตอนที่หอบหนังสือมานั่งคุยเป็นเพื่อนเขา คยองซูไม่ใช่ผู้ชายตัวใหญ่ ส่วนสูงก็ไม่ได้มีมากเหมือนเพื่อนสนิทอย่างชานยอล แต่พอมองจงต้าแล้วเขาก็ได้แต่คิดว่าตัวเองโชคดี

เด็กจงต้าตัวเล็กกว่าเขา แถมยังผอมบาง ส่วนสูงไม่น่าจะถึง 170 ด้วยซ้ำ

พี่ผู้จัดการจะมารับตรงนี้แน่นะครับ?”จงต้าหันกลับมาหาคนด้านหลัง คยองซูขยับหมวกให้ปิดบังใบหน้าของตัวเองมากขึ้นก่อนจะพยักหน้าตอบ เด็กตัวเล็กเลยมองซ้ายมองขวาแล้วมาคว้าข้อมือเขาให้เดินตามมานั่งแหมะลงบนม้านั่งหน้าร้าน

พี่รอคนเดียวได้ กลับเข้าไปข้างในเถอะ

ไม่เอาครับ ผมกลัวพี่โดนฉุดไป

พี่เป็นผู้ชาย

ผมก็เป็นผู้ชายครับ แต่คุณแม่ยังเป็นห่วงได้เลย เพราะฉะนั้นผมก็ห่วงพี่ได้

“...”

อ๊ะ นั่นหรือเปล่าครับจงต้าไม่หันไปมองใบหน้าของคนข้างกายเลยไม่ทันได้เห็นแววตาประหลาดที่มองมา เพราะหูได้ยินเสียงรถเสียก่อน คยองซูมองคนที่ผุดลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นก่อนจะจับข้อมือของเด็กตรงหน้าไว้ จงต้าถอนสายตากลับมาพร้อมกับรถแวนคันใหญ่ที่เคลื่อนเข้ามาใกล้

เสียงเครื่องยนต์ดังอยู่ใกล้ๆ แต่เสียงคยองซูก็ยังชัดเจนในความคิดของจงต้า

ช่วงนี้พี่ไม่ค่อยว่าง...

แต่ประโยคที่เอ่ยออกมานั่นน่ะสิ ที่ไม่เข้าใจครับ?”

เรามาแลกเบอร์กันดีมั๊ย?”

คยองซูเงยหน้ามองคนที่อ้าปากค้าง ทำตาปริบๆเหมือนไม่เข้าใจ แสงสีส้มจากพระอาทิตย์ยามเย็นส่องกระทบใบหน้าน่ารักจนแยกไม่ออกว่าเฉดสีที่ปรากฏบนแก้มขาวนั่นเป็นสีอะไร

ได้หรือเปล่า?”

ครับ..

 

รถที่รับคยองซูไปเคลื่อนที่ออกไปจนสุดสายตา จงต้ายกมือทั้งสองข้างขึ้นประกบข้างแก้มของตัวเอง อาการเห่อร้อนยังไม่ทันจางหายไปไหน มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่น จงต้าคว้ามันขึ้นมา ก่อนหัวใจจะเร่งจังหวะเร็วขึ้น

พี่คยองซู : ขอบคุณสำหรับวันนี้ และตั้งใจทำการบ้านนะ

ถ้าเป็นแบบนี้บ่อยๆ หัวใจของเขามันจะไม่แย่เอาใช่ไหมนะ….

 

 

3.

 

 

ถามจริงๆ ในมือถือนั่นมีอะไรน่าสนใจหรือไง?”เสียงทุ้มๆของชานยอลดังขึ้นเหนือหัว คยองซูทำเพียงคว่ำหน้าจอมือถือลงก่อนจะเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่มาทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ชานยอลมองท่าทางเหล่านั้นด้วยแววตาแปลกประหลาด ตากลมโตของคนตัวสูงที่สุดของวงมองไปยังมุมหนึ่งของห้องซ้อมที่มีร่างของคิมจงแดที่กำลังถูกเพื่อนร่วมปีเกิดอย่างเเพคฮยอนกลั่นแกล้ง แล้วหันกลับมาหาคยองซูอีกครั้ง ตอนนั้นเขาก็เห็นว่าเพื่อนสนิทตัวเล็กก็เพิ่งจะถอนสายตาออกมาจากจุดเดียวกัน

 

ดูนายเหมือนจะทำใจได้แล้ว?”ชานยอลเลิกคิ้ว ประโยคเมื่อครู่ถูกส่งมาด้วยท่าทางไม่มั่นใจเต็มร้อย แต่เมื่อเห็นท่าทางของเพื่อนสนิทมันก็มีความเป็นไปได้มากกว่าครึ่ง

อะไรทำให้นายคิดแบบนั้น..คยองซูมองสบตาชานยอล พร้อมกับถามคำถามที่ติดอยู่ในหัวด้วยความสงสัย เขาเหมือนจะทำใจเรื่องจงแดได้แล้วงั้นหรอ ปาร์ค ชานยอลเอาอะไรมาตัดสินเรื่องนี้กัน

ในเมื่อสิ่งที่เขารู้สึกตอนนี้มันก็เหมือนเดิมไม่ใช่หรือไง

ก็ยังเจ็บเหมือนเดิม...

 

ท่าทางนาย ไม่เหมือนคนอกหักมาสักพักแล้วคยองซู...ชานยอลหลับตาลงปล่อยให้เพื่อนขบคิดในหัว คยองซูไม่เข้าใจในสิ่งที่ชานยอลพูด แต่เมื่อมือถือในมือสั่น คยองซูก็แทบจะไม่เห็นคนอื่นอยู่ในสายตา

เปลือกตาของชานยอลเปิดขึ้น มองท่าทางไม่คุ้นเคยของเพื่อนสนิท ก่อนมุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อย

จะเป็นใครก็ช่างเถอะ ขอให้นายมีความสุขให้สมกับที่ทำตัวเป็นพระรองมาตั้งนานนั่นสักที...

 

ผมขอไปคุยโทรศัพท์ก่อนนะครับคยองซูกดมือถืออยู่ชั่วครู่ก่อนจะขออนุญาตจุนมยอนที่นั่งดื่มน้ำอยู่ไม่ไกล และเมื่อหัวหน้าวงพยักหน้าคนตาโตก็เดินออกไปจากห้องซ้อมพร้อมกับมือถือที่แนบกับหู จงแดละสายตาออกมาจากใบหน้าของคนที่ดึงดันล้มตัวนอนบนตักเขาอย่างดื้อดึงนั่น มองตาแผ่นหลังของเพื่อนสนิทอีกคนไป

อย่ามอง..

อะไรของนาย..จงแดก้มมองคนที่ลืมตาจ้องมองมาอย่างไม่พอใจ แต่พอเห็นประกายความปวดร้าวจากดวงตาของเพื่อนสนิทก็ต้องหันหน้าหนี หัวใจจงแดบีบรัดแน่นจนต้องเม้มริมฝีปากตัวเอง

จะมองมาด้วยสายตาแบบนั้นทำไมกัน...

 

นายก็รู้ฉันไม่อนุญาตให้มองคนอื่นหรอกนะจงแด

คำพูดของแพคฮยอนช่างเห็นแก่ตัว แต่นั่นมันก็บ้ามากที่จงแดรู้สึกดี…

คนตัวผอมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียง แต่ชิงพิงศีรษะเข้ากับกำแพงแล้วหลับตาลงหนีเสียดื้อๆ แต่นั่นก็ทำให้แพคฮยอนกระตุกยิ้ม

 

 

คยองซูวางสายจากจงต้า เขาก็ถูกเรียกให้ไปเก็บของเพื่อเตรียมตัวไปงานประกาศรางวัลประจำปีงานหนึ่ง คยองซูไม่ได้สงสัยอะไรมากนัก เขาแค่เดินเงียบๆ ตามหลังแพคฮยอนที่เกาะติดจงแดจนเป็นที่ชินตา มือถือในมือสั่นครืด พร้อมกับที่คยองซูพิมพ์ตอบกลับไปว่า จะไปทำงาน จงต้าส่งสติ๊กเกอร์เป็นรูปชูสองนิ้วก่อนที่ทุกอย่างจะเงียบลง

แต่นั่นก็เพียงพอที่จะทำให้รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้า…

 

 

งานประกาศรางวัลจบลงราวๆ สี่ทุ่ม พวกเราถูกเกณฑ์มารวมกันอยู่ในห้องฟิตติ้งเพื่อรอรถมารับกลับไปพักผ่อน สมาชิกแต่ละคนเริ่มที่จะพูดคุยกันเสียงดังขึ้นเมื่อบริเวณนี้ไร้กล้องและสายตาของแฟนคลับ เช่นเดียวกับที่ใครบางคนเริ่มทำตัวไม่เกรงใจคนอื่น

แพคฮยอน!คยองซูได้ยินเสียงของจงแดแหวลั่น และนั่นก็ดังพอที่จะเรียกให้เกือบทุกคนหันไปสนใจ จงแดก้มหน้างุดในขณะที่แพคฮยอนกลับยักไหล่แล้วกอดกระชับร่างของเพื่อนสนิทในอ้อมแขน ซุกใบหน้าลงบนบ่าของจงแดอย่างไม่หยี่ระต่อสายตาใคร

หน้าไม่อายจริงๆ

ชานยอลบ่นพึมพำทั้งๆที่ใบหน้ายังมองแพคฮยอนด้วยสายตาไม่ใคร่ชอบใจอยู่ชั่วครู่ ก่อนมือใหญ่นั่นจะตบลงบนบ่าของเขา ดวงตากลมโตนั่นมีแววห่วงใยจางๆ

ไม่เป็นไร..เขาตอบไปแค่นั้น แต่ชานยอลกลับเลิกคิ้ว เพราะแบบนั้นคยองซูจึงตัดสินใจอธิบายเหตุผลเพิ่มเติม แพคฮยอนมีสิทธิ์ในตัวจงแด

แต่ชานยอลกลับส่ายหน้า หมอนั่นก็ไม่ควรทำอะไรไม่ให้เกียรติจงแดแบบนี้ นี่ไม่ใช่ที่รโหฐาน

หึ..นายก็รู้ แพคฮยอนไม่แคร์หรอก

แล้วนายล่ะ ไม่แคร์หรือไง?”คยองซูจ้องหน้าชานยอลนิ่งตอนที่ได้ยินประโยคนั้น เขาถอนหายใจเมื่อรับรู้ความนัยที่สื่อออกมา ถ้าเพียงเป็นเมื่อก่อน ก่อนหน้านี้แน่นอนว่าแพคฮยอนจะไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้จงแดและกลั่นแกล้งจงแดได้แบบวันนี้

แต่นั่นมันเมื่อก่อนไงล่ะ..ก่อนที่จงแดจะยอมรับความรู้สึกตัวเอง

 

มันไม่ใช่หน้าที่ของฉันหรอก..เสียงมือถือสั่นครืด ทำให้เขาหยุดประโยคนั้นไว้ ข้อความที่ส่งมา ทำให้ริมฝีปากเผลอกระตุกยิ้ม จนต้องพยายามกลั้นไว้ฉันขอตัวก่อน ถ้ารถมาโทรตามด้วย

ประหลาดชานยอลพึมพำหัวคิ้วขมวดมุ่นมองตามแผ่นหลังของเพื่อนสนิทไปอย่างไม่วางตา

 

คยองซูเดินขึ้นมาบนรถเป็นคนสุดท้าย เสียงจากปลายสายยังคงได้ยินอยู่เป็นระยะ เขาปล่อยให้จงต้าพูดถึงเรื่องต่างๆที่เจ้าตัวอยากเล่าให้ฟังไปเรื่อยๆ ก่อนจะผลุบตัวเข้าไปนั่งเบาะด้านหน้าที่ว่างอยู่ ข้างๆกันคือมินซอก และด้านหลังคือจงแดกับแพคฮยอน มินซอกทำเพียงเหลือบมองหน้าน้องชายตาโตและทำท่าทางถามว่าคุยโทรศัพท์อยู่งั้นหรอ ก่อนจะหันมาสนใจมือถือในมือตัวเอง จงแดที่เหนื่อยกับการผลักหัวแพคฮยอนออกจากบ่าได้แต่ชะโงกหน้ามองเพื่อนสนิทอีกคนที่ช่วงนี้ดูติดมือถือด้วยแววตาใคร่รู้

ช่วงนี้คยองซูดูแปลกไป...แต่จงแดก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตรงไหนของเพื่อนที่แปลกไป

 

เสียงผ่อนลมหายใจของคนข้างกายพลันทำให้ท่อนแขนที่รัดช่วงเอวแน่นขึ้น จงแดหันกลับไปมองคนที่หลับตาซบไหล่แต่คิ้วกลับขมวดมุ่นด้วยแววตาที่อ่อนลง สุดท้ายคนตัวผอมก็เอนหัวซบกับอีกฝ่ายแล้วหลับตาลง

แพคฮยอนขยับยิ้ม หัวใจพองโต…

 

ตอนนี้ในรถเงียบเชียบพอที่ได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วในหูชัดเจนขึ้นกว่าเดิม คยองซูนึกภาพของเด็กตัวเล็กไปด้วยทุกครั้งที่อีกฝ่ายเปลี่ยนระดับเสียงในการเล่าเรื่องตางๆ

[พี่คยองซู ผมได้ดูตอนพี่ขึ้นรับรางวัลด้วยแหละ]

แล้วเป็นยังไง ไหนลองเล่าซิ

[อะไรอ่ะ พี่ก็ต้องหล่อมากๆอยู่แล้ว ยิ่งอยู่ในชุดสูทพี่ยิ่งหล่อจนผมตาพร่าเลย] คยองซูหัวเราะแผ่วเบาเพราะไม่อยากให้รบกวนมินซอกที่กำลังทำหน้าขมวดเหมือนกำลังจะองค์ลง เขากระแอมไอเล็กน้อย

แล้ววันนี้เฝ้าร้านดึกอีกรึเปล่า?”

[ครับ..]

งั้นเดี๋ยวพี่ไปหา..

[เอ๋ ไม่เหนื่อยหรอครับ ผมว่าพี่ควรกลับไปพักผ่อนให้มากๆนะครับ ผมไม่อยากให้พี่เป็นหมีแพนด้า]

น้ำเสียงเจือความห่วงใยนั่นทำให้คยองซูยิ้ม สายตาจับจ้องบนภาพสะท้อนในกระจกส่งหลัง แพคฮยอนกับจงแดนอนซบกันอยู่ แต่น่าแปลกที่เขากลับยังมีรอยยิ้มบางเบาแต่งแต้มบนใบหน้า แม้ความรู้สึกภายในจะวูบโหวง แต่มันกลับมีความอบอุ่นแทรกซึมเข้ามา

ดีจังที่จงต้าอยู่ตรงนี้

พี่อยากเจอเราน่ะ...

 

ปลายสายเงียบไปชั่วอึดใจ แม้แต่คยองซูเองก็ยังอึ้งในสิ่งที่ตัวเองหลุดปากออกไปโดยไม่รู้ตัว เขาเพียงแค่พูดตามที่คิด เขาได้ยินเสียงอะไรตกกระทบพื้นดัง ก๊องแก๊ง

[งะ..งั้นถ้าพี่มา ผมจะทำเค้กที่ลองทำวันนี้ให้กินดีไหมครับ?] เสียงของจงต้าสั่นและเบาหวิวแปลกๆ แต่นั่นก็ยังสดใสและกังวานไม่แพ้ตอนปกติ คยองซูเหมือนไม่ได้เอะใจอะไร

จะฆ่าพี่หรือไง?”

[พี่คยองซู!]ปลายสายเรียกชื่อเขาเสียงสูง แต่นั่นกลับทำให้คยองซูหลุดหัวเราะออกมา น้ำเสียงอบอุ่นทอดผ่านไปถึงปลายสาย

ไว้เจอกัน

 

รถมาจอดเทียบร้านคาเฟ่เล็กๆที่มีลูกค้าบางตา มินซอกเปิดเปลือกตาขึ้นเมื่อเห็นน้องชายข้างตัวขยับตัวและขอบคุณผู้จัดการ

ถึงแล้วหรอ?”

ครับคยองซูตอบก่อนจะมองไปเห็นร่างเล็กที่ยืนชะเง้อคอจดจ้องเข้ามาในรถของพวกเขา กระจกสีทึบคงทำให้เจ้าตัวเล็กอยากรู้อยากเห็นจนทำท่าทางประหลาดผมไปก่อนนะครับ ไปก่อนนะ

ทันทีที่คยองซูปิดประตูและเดินไปหาคนที่ยืนอยู่หน้าร้าน แพคฮยอนก็เอ่ยขึ้นมาทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากเด็กตัวเล็กคนนั้น

นายมีฝาแฝดเพิ่มอีกแล้วหรอจงแด?”

อย่ามากวนน่าจงแดบอกปัดเหมือนไม่สบอารมณ์แต่ตาก็ยังจับจ้องไปยังร่างเล็กของคนที่เพิ่งหันหลังให้และเดินเคียงคู่เข้าไปกับคยองซูอย่างไม่วางตา

เด็กนั่นเหมือนนายมาก แต่ตัวแคระกว่านายอีกคนข้างกายยังคงไม่เลิกก่อกวนจนสุดท้ายความคิดที่กำลังก่อตัวของจงแดก็ถูกแพคฮยอนทำลายลง คนตัวผอมหันมาตวัดสายตาโกรธขึงใส่

หุบปากนายซะแพคฮยอน!

จงแดก็น่าจะรู้ดีว่าแพคฮยอนน่ะไม่เคยกลัว..

ฉันว่านายน่าจะรู้วิธีที่ทำให้ฉันหุบปากนะ...แววตาของแพคฮยอนพราวระยับซ้ำยังฉกใบหน้าลงมาใกล้จนจงแดร้อนๆหนาวๆ มินซอกที่นั่งอยู่ด้านหน้าถึงกับเบือนหน้าหนีแล้วกรอกตาสองสามที

จะจีบกันก็ไปทำที่หอเถอะ

ฮยอง ผมไม่ได้! แพคฮยอน!จงแดถูกแขนของแพคฮยอนล็อคกอดจากด้านหลัง จะโวยวายก็โดนมือเรียวของอีกฝ่ายปิดปาก ได้แต่ถลึงตาใส่ มินซอกส่ายหน้า หันไปมองคยองซูกับเด็กน้อยคนที่หน้าตาเหมือนจงแดคนนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา

ความรัก ถ้าไม่ได้มีแค่สองยังไงมันก็ต้องมีฝ่ายเจ็บ

ก็แค่หวังว่าคยองซูจะไม่ได้โหดร้ายและเห็นแก่ตัวจนดึงคนที่ไม่เกี่ยวอย่างเด็กคนนั้นเข้ามาในวงจรนี้ก็พอ

เพราะถ้าเป็นแบบนั้นคยองซูในสายตาของเขาคงจะเป็นคนที่เลือดเย็น และเห็นแก่ตัวไม่แพ้แพคฮยอนเลย

 

 

4.

 

 

พี่คยองซูเสียงใสฉุดให้คยองซูหลุดออกจากภวังค์ เขาเพียงส่งยิ้มให้คนที่ยืนฉีกยิ้มอยู่ด้านข้างประตูคนขับก่อนจะส่งสายตาเชิงให้ขึ้นมาบนรถ จงต้าไม่ได้อิดออด เพียงแต่ส่งยิ้มจนสว่างจ้ามาให้ทีนึงแล้ววิ่งอ้อมรถ และเพียงสักพักเจ้านาฬิกาของคยองซูก็มานั่งแหมะอยู่บนเบาะด้านข้างคนขับพร้อมกับข้าวของเต็มไม้เต็มมือ

พี่จีอาบอกว่าเผื่อหิวน่ะครับตอบออกไปทันทีที่ได้รับสายตาแสดงถึงความสงสัย คยองซูแทบจะไม่รู้เลยว่าจินจงต้าสามารถอ่านท่าทางของเขาออกได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

จะว่าไปมันก็หลายครั้งที่คยองซูแทบจะไม่ต้องพูดอะไรออกมา แต่จงต้าก็เหมือนเข้าใจมันได้เอง

คยองซูพยักหน้าเล็กน้อยแล้วเอื้อมไปฉุดเอาถุงกระดาษและถุงพลาสติกในมือเล็กไปหย่อนไว้ตรงเบาะด้านหลัง จงต้ายิ้มขอบคุณมองท่าทางของอีกฝ่ายด้วยรอยยิ้มกว้าง

วันนี้คยองซูอยู่ในเสื้อยืดสีเทากับกางเกงตัวใหญ่แบบที่เห็นอยู่บ่อยๆเวลาเดินทางไปสนามบิน จงต้าเมมเอาไว้ในหัวว่านี่คงเป็นการแต่งตัวสไตล์ที่พี่คยองซูชอบ ผมสั้นไม่ได้เซ็ตมาและปล่อยให้มันลงมาปิดหน้าผากทำให้คยองซูดูเหมือนเด็กมัธยมปลาย

แต่ให้ตายเถอะ มันทำให้พี่คยองซูดูดีจนจงต้ามองจนตาโต

จงต้า...จงต้าคยองซูมองท่าทางเลื่อนลอยตากลมนั่นจับจ้องมาที่เขาอย่างไม่วางตา เรียกชื่อเด็กตัวเล็กอยู่ 2-3 ครั้งจินจงต้าก็ยังไม่ตอบรับ สุดท้ายคนอายุมากกว่าก็เลยโน้มตัวเข้าไปและเอื้อมไปดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาดให้ และตอนนั้นเองที่จงต้าเพิ่งรู้สึกตัว กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆแบบผู้ใหญ่ลอยมาแตะจมูก คนตัวเล็กตัวแข็งทื่อกระพริบตาปริบๆมองคนที่มาหยุดค้างใบหน้าไว้ในระยะประชิดด้วยหัวใจเต้นระรัว

เหม่ออะไรน่ะเรา

ผมเปล่าจงต้าจ้องหน้าคยองซูตาโต แต่แก้มขาวกลับแดงก่ำ ลมหายใจของคยองซูสะดุดลงชั่วครู่ เมื่อเห็นท่าทางเหล่านั้น เพราะไม่ใช่ว่าไม่เคยเจอกับท่าทางแบบนี้ แต่การที่จงต้าสามารถจ้องตาแข่งกับเขาได้ทั้งที่กำลังเขินก็ทำให้รู้สึกอยากแกล้งอีกฝ่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น

หน้าเราแดงๆน่ะ

ผม..อ๊ะ! พี่คยองซู!จงต้าร้องเสียงหลงเมื่อนิ้วชี้ของคนอายุมากกว่าจิ้มลงที่ข้างแก้ม

แก้มแดงไม่พอ ยังร้อนๆอีก

คราวนี้จงต้าพูดอะไรไม่ออกของจริง เด็กตัวเล็กก้มหน้าด้วยความขัดเขิน ฟังเสียงหัวเราะแผ่วเบาของคนอายุมากกว่า ที่ค่อยๆขยับห่างออกไปนั่งดีๆ ด้วยหัวใจเต้นกระหน่ำ

หลังจากพาเด็กตัวเล็กตะลอนไปทั้งวันสุดท้ายทั้งคยองซูกับจงต้าจึงมาหยุดพักกันที่ Pyeonghwa Park คยองซูนั่งมองเด็กตัวเล็กที่ใจจดใจจ่อจ้องมองมือถือในมือแล้วหัวเราะคิกคักอยู่พักใหญ่ จนสุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะชะเง้อคอเข้าไปดู ก่อนจะถอนหายใจออกมาเมื่อเห็นว่าอะไรที่ดึงดูดจินจงต้าได้ขนาดนั้น

 

เอ็มวีเพลง Power

 

พี่จงแดน่ารักจังเลยครับ

“...”คยองซูคิดว่าตัวเองหูฝาดตอนที่ได้ยินน้องเอ่ยถึงชื่อของเพื่อนสนิทตัวเอง แต่แล้วจงต้ากลับหันหน้ามาพร้อมกับยิ้มกว้าง ริมฝีปากบางนั้นขยับช้าๆ

เคยมีคนทักอยู่บ่อยๆว่าผมเหมือนฝาแฝดพี่เค้าเลย

“...”

แต่ผมจะไปเหมือนพี่จงแดได้ยังไง พี่จงแดน่ารักออกขนาดนั้น ฮะฮะ

คยองซูจับจ้องเสี้ยวหน้าของจงต้าไม่วางตา ริมฝีปากอิ่มพึมพำออกมาอย่างที่ใจคิด “...เหมือนสิ นายเหมือนจงแดมาก

“...”

“...เหมือนจนบางครั้ง...คยองซูหยุดประโยคต่อไปลงกระทัน เมื่อคิดว่าไม่ควรจะพูดมันออกไปแต่จงต้ากลับยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิม ซ้ำยังเป็นคนต่อประโยคนั้นให้จบราวกับนั่งอยู่กลางใจของเขา

ผมเหมือนพี่จงแดจนบางครั้งพี่ก็คิดว่าผมเป็นพี่จงแดสินะครับ

“..จงต้า เรารู้งั้นหรอ?

ผมรู้ครับจงต้ายิ้ม ทอดสายตาออกไปอย่างไร้จุดหมาย พี่คยองซูดูออกง่ายจะตาย

“...”

อีกอย่างถ้าผมไม่ได้บังเอิญเหมือนพี่จงแด ตอนนี้ผมกับพี่ก็คงไม่เป็นแบบวันนี้

มันเป็นเรื่องที่จงต้าเองก็คิดหาเหตุผลมาตลอดที่เพราะอะไรคนๆหนึ่งซึ่งเป็นถึงไอดอลดังขนาดนั้นจะมาสนใจ และอยากรู้จักกับเด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งซึ่งไม่มีอะไรเลยอย่างจงต้า

ถ้าไม่ใช่เพราะเขาเหมือนกับใครอีกคน

คิมจงแดคนนั้น

มือเล็กกำแน่นเข้าหากัน จงต้าคิดหาสาเหตุของความสัมพันธ์แปลกประหลาดระหว่างเราทั้งคู่จนกลายเป็นล่วงรู้ถึงเรื่องราวที่ไม่ควรรู้ แต่ถึงอย่างนั้นความอบอุ่นของคยองซูที่มีให้กับเขากลับมากมายเกินกว่าที่จะหันหลังกลับไปอยู่ในจุดเดิม

แต่ถึงอย่างนั้นเด็กตัวเล็กๆที่ถูกปลูกฝังมาให้เป็นคนที่ซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองอย่างจงต้าก็พร้อมที่จะลองเสี่ยงกับความเชื่อมั่นของตัวเอง

ทั้งๆที่ความจริงแล้ว หากจงต้าก้าวพลาดมันอาจจะเป็นบาดแผลติดอยู่ในหัวใจไปตลอดชีวิตก็ตาม

 

พี่คยองซู …

“...”

มันจะเป็นยังไงครับ ถ้าเราลองคุยกันแบบอื่น...

แบบไหน?”คยองซูไมไ่ด้ละสายตาไปจากใบหน้าของคนข้างกาย เพียงแต่จงต้าไม่ได้หันมาสบตา แต่ดวงตาของคนตัวเล็กกว่ายังคงจับจ้องไปเบื้องหน้าทั้งๆที่ใบหูแดงก่ำ และตอบคำถามของคยองซูด้วยน้ำเสียงปกติ

คยองซูรู้ดีว่าจงต้ากำลังรวบรวมความกล้ามากแค่ไหน

 

แบบที่ผู้ชายคนนึงจะรู้สึกกับคนๆนึงได้

“......”

แบบที่พ่อรู้สึกกับแม่

“.....”

และสุดท้ายจงต้าก็หันใบหน้าแดงก่ำเข้าหาคนเป็นพี่ ตากลมสุกใสสบเข้ากับดวงตาของคยองซูอย่างแน่วแน่ผมอยากรู้ว่าผมจะรู้สึกแบบนั้นกับพี่ได้มั้ย?”

 

กลับกลายเป็นคยองซูเสียเองที่หลบสายตา ก้อนเนื้อบริเวณหน้าอกด้านซ้ายโหมเต้นกระหน่ำอย่างไม่เป็นจังหวะ คยองซูไม่ใช่คนโง่ที่จะไม่รู้ว่าที่ตัวเองเอาตัวเข้าหาเด็กตรงหน้ามากเกินกว่าที่คาด ครั้งแรกอาจจะสนใจเพียงเพราะหน้าตาของจงต้าเหมือนกับจงแดมาก แต่หลายๆครั้งต่อมามันกลับไม่ใช่แค่นั้น หลายอย่างที่จงต้าให้ความรู้สึกเหมือนจงแด แต่หลายๆอย่างที่บอกไม่ได้ก็แตกต่างกัน แต่ถึงอย่างนั้นความรู้สึกไม่แน่ใจก็โถมเข้ามาทาบทับ

คยองซูไม่แน่ใจว่าตอนนี้เขาพร้อมที่จะมองคนอื่นนอกจากจงแดหรือเปล่า

ยิ่งเป็นจงต้า คนที่เหมือนจงแดมากขนาดนี้…

หากวันหนึ่งทุกอย่างมันลงเอยตรงที่ว่าเขาไม่สามารถมองน้องเป็นน้องได้ และเป็นเพียงตัวแทนของจงแด จงต้าจะเป็นยังไง

 

จะไม่เสียใจหรอ ถ้าหากว่าสุดท้ายมันกลายเป็นเรารู้สึกอยู่ฝ่ายเดียว...แววตาของคยองซูแฝงความไม่มั่นใจ แต่น้ำเสียงกลับเจือความห่วงใยอย่างไม่รู้ตัว จงต้าส่ายหน้าทั้งๆที่ลมหายใจสะดุดกับคำถามเมื่อครู่ จะเรียกว่าดื้อดึงก็ได้ เมื่อจงต้าเลือกที่จะกลืนความรู้สึกปวดหนึบลงไปในลำคอ และส่งยิ้มให้คยองซูแทน

แต่ตอนนี้ผมก็ยังไม่ได้เสียใจนี่ครับยิ่งได้ยินคำตอบจากจงต้าหัวใจของคยองซูก็ยิ่งเร่งจังหวะขึ้น คยองซูมองเข้าไปในดวงตาของเด็กตัวเล็กที่สะท้อนภาพของเขา คยองซูรู้ดีจงต้าไม่ใช่คนโง่ บางทีเด็กตรงหน้าอาจจะรู้เหตุผลที่แสนเห็นแก่ตัวของเขามาตั้งแต่ต้น

 

จงต้ารู้ใช่มั้ยว่าพี่มาอยู่ตรงนี้เพราะอะไร?”

อื้อ..ผมคิดว่าผมรู้

รู้แบบนี้แล้วเรายังจะ….

ผมจะไม่มีวันเสียใจแน่นอนครับ

“...”

และถ้าวันหนึ่งสิ่งที่ผมเลือกมันผิด ผมก็จะยอมรับมัน เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมเลือกแววตาของจงต้าเด็ดเดี่ยวและไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นอะไรออกมาให้เห็นแม้แต่น้อยผมแค่อยากซื่อสัตย์กับตัวเอง

“...”

ซื่อสัตย์กับหัวใจของผม และผมก็แค่หวังว่าในวันนึงพี่จะมองผมที่เป็นจงต้าจริงๆ

 

คยองซูหลุดยิ้มออกมาเมื่อได้ยินประโยคคล้ายกับคำสารภาพรักกลายๆ หัวใจของเขาอุ่นวาบจนสุดท้ายก็อดเอื้อมมือไปลูบผมของเด็กตัวเล็กกว่าไม่ได้

หากไม่นับจงแด นี่เป็นครั้งที่ 2 ที่คยองซูรู้สึกราวกับหัวใจของตัวเองกำลังจะหลุดลอยออกมานอกอก รอยยิ้มของจงต้าประทับอยู่ในหัว และนั่นทำให้คยองซูนึกอยากจะให้รอยยิ้มนี้เป็นของเขาเพียงคนเดียว

 

ถ้าคิดว่าเราสามารถทำให้พี่เป็นแบบนั้นได้ก็มาลองดูกันเถอะจงต้าดวงตาเป็นประกาย ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบเสียงเบา

เพราะผมไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วที่จะทำให้พี่รับรู้ความรู้สึกผมแล้วนี่ครับ พี่..อ๊ะจงต้าร้องเสียงหลงตอนที่คนเป็นพี่รวบตัวเข้าไปกอด คยองซูกอดรัดร่างเล็กไว้ในอ้อมแขน ฟังเสียงหัวใจที่เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกจากอกของทั้งตัวเองและจงต้าด้วยรอยยิ้มที่แต่งแต้มไปทั่วริมฝีปาก

 

ไม่ต้องพูดแล้ว พี่จะพูดเอง...

“...”

มาคบกันนะ จงต้าริมปากรูปหัวใจแตะลงบนกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อน “มาเป็นจงต้าของพี่นะ”

อาจจะยังไม่สามารถบอกรักน้องได้เต็มปาก แต่คยองซูสัญญากับตัวเองว่าจะไม่ทำให้จงต้าเสียใจ

และเขาจะไม่เอาจงต้าไปเทียบกับใครอีก...

 

 

5

 

 

คยองซูไม่คิดว่าตัวเองจะกลายเป็นคนที่ติดแฟน...

เมื่อก่อนหากไม่มีตารางงานคยองซูมักจะอยู่ติดบ้าน นอนดูหนังหรือทำอาหารเล่นๆกินเอง แต่ตอนนี้หลังจากที่เขาคบกันกับจงต้าแล้ว คยองซูก็เหมือนกลับจะย้ายตัวเองมาติดหนึบกับเด็กตัวเล็กแทนกิจกรรมพวกนั้นทั้งหมด

“การบ้านเสร็จแล้ว เราจะทำอะไรต่อครับ?”คยองซูเอ่ยถามคนที่กำลังกางแขนบิดขี้เกียจ จงต้าส่งเสียง อืมลากยาวในลำคออย่างใช้ความคิดก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงนอนแล้วกลิ้งไปมา

“อยากนอนครับ”

“หืม นึกว่าจะอ้อนพี่ให้พาไปเที่ยวซะอีก”

“ตอนนี้แดดยังร้อนอยู่เลยครับ”จงต้าผงกหัวขึ้นมาก่อนจะค่อยๆกลิ้งตัวมาคลอเคลียคนเป็นพี่ “เอาไว้เย็นๆค่อยอ้อนพี่คยองซูให้พาไปเดท”

“ที่แท้ตอนนี้เราก็ขี้เกียจ”จงต้ายู่ริมฝีปากทันทีที่ได้ยินคนอายุมากกว่ากล่าวหา

“ไม่ได้ขี้เกียจสักหน่อย แต่เพราะรู้ว่าถ้าออกไปตอนนี้ พี่คยองซูต้องถูกสาวๆมองตาเป็นมันแน่ๆ เลยเก็บไว้ในห้องดีกว่าต่างหาก”

คยองซูหัวเราะเมื่อได้ยินคำแก้ตัวแสนน่ารัก เขายิ้มก่อนจะขยับเลื่อนกองสมุดหนังสือไปไว้บนโต๊ะข้างเตียงปล่อยให้เด็กตัวเล็กขยับที่ขยับทางเพื่อให้นอนสบาย

“งีบสักหน่อยแล้วกัน ตื่นแล้วเราค่อยไปเดินเล่นกัน”

“อื้อ”คยองซูมองคนที่หลับตาพริ้มแล้วครางรับคำเขาในลำคอก่อนจะขยับเข้าไปแตะริมฝีปากลงบนหน้าผาก แต่พอผละใบหน้าออกห่าง มือของเจ้าเด็กตัวเล็กก็คว้าแขนของเขาไว้

“จงต้า..”

“นอนด้วยกัน...”คยองซูมองริมฝีปากบางๆที่ขยับขึ้นลงนั่นก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ ก็ไม่เคยชินเสียทีกับความขี้อ้อนของจงต้า “...นะครับพี่คยองซู”

สุดท้ายคยองซูก็พ่ายแพ้ ทิ้งตัวลงนอนเคียงข้างแฟนตัวเล็ก

ตากลมโตทอดมองจงต้าด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งขอบคุณที่ทำให้เขาสามารถยิ้มได้ และขอโทษที่แม้แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สามารถบอกรักจงต้าได้เต็มปาก

แต่นั่นไม่ใช่เพราะจงแดหรอก แต่เป็นเพราะตัวเขาเอง...

 

 

สุดท้ายหลังจากปลุกคนที่ทำท่าจะนอนยาวขึ้นมาได้ คยองซูก็พาจงต้าไปดูหนังรอบบ่ายที่แอบจองผ่านแอฟพลิเคชั่น ตอนที่เด็กตัวเล็กหลับ จงต้าทำตาโตตอนที่ได้มาดูหนังกับเขาเป็นครั้งแรก แม้ว่าเราจะต้องเข้าไปดูหลังจากที่หนังเรื่องนั้นฉายไปก่อนแล้วเกือบ 20 นาที แต่ถึงอย่างนั้นจงต้ากลับไม่งอแง และจนกระทั่งหนังจบลงใบหน้าของจงต้าก็ยังประดับด้วยรอยยิ้ม

เราทั้งคู่เดินทอดน่องไปตามเส้นทางเล็กๆใกล้กับคาเฟ่ของจงต้า เพราะข้อจำกัดหลายๆอย่างทำให้คยองซูไม่สามารถพาจงต้าไปเดทในที่ๆดีกว่านี้ แต่ดูท่าแล้วจงต้าก็ไม่ได้มีท่าทีไม่ชอบใจอะไร สิ่งที่คยองซูรับรู้ในช่วงที่คบกันคือจงต้าเป็นเด็กที่ติดบ้านพอสมควร ไม่ชอบความวุ่นวาย ทุกครั้งที่คยองซูให้น้องเลือกสถานที่จงต้ามักจะเอ่ยถึงสวนสาธารณะ สุดท้ายการเดทของเราจึงจบลงที่มาขลุกตัวถ่ายรูปและทานอาหารที่ทำมาเองที่สวนสาธารณะเป็นส่วนใหญ่

มันเป็นการเดทที่เรียบง่ายเมื่อเทียบกับประสบการณ์หลายๆครั้งที่คยองซูผ่านมา แต่มันกลับไมได้ทำให้รู้สึกเบื่อ

กลับกันคยองซูกลับเอาแต่คิดว่าจงต้าจะเบื่อบ้างหรือเปล่า?

สักวันหนึ่งหากจงต้าคิดปล่อยมือจากเขาจะเป็นยังไงนะ

 

มือเล็กๆที่คยองซูจับจูงอยู่ตอนนี้อุ่นจนร้อน แต่ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ไม่ได้มีความคิดที่อยากจะปล่อยมือไปไหน ซ้ำยังกระชับให้แน่นขึ้นจนจงต้าช้อนตาขึ้นมามองด้วยแววตางุนงง

หรือบางทีเขาควรจะต้องทำทุกอย่างให้ชัดเจน...

 

“จงต้า พี่..”

ครืด ครืด~~~

มือถือในกระเป๋ากางเกงสั่นครืดจนคนเป็นน้องหัวเราะคิกคัก ในขณะที่คยองซูกลับถอนหายใจเฮือกใหญ่ นึกโทษคนปลายสายที่โทรมาไม่ถูกจังหวะ แต่ถึงอย่างนั้นคยองซูกลับไม่มีท่าทีว่าจะสนใจมือถือของตัวเอง

“พี่คยองซู จะไม่รับโทรศัพท์หน่อยหรอครับ?”

“เรากำลังเดทกัน”เขาให้เหตุผลที่ไม่อยากรับโทรศัพท์เวลานี้ คล้ายกับมีลางสังหรณ์บางอย่างแต่จงต้ากลับส่ายหน้ายิ้มๆ

“รับเถอะครับ เผื่อมีงานด่วน” ไม่ว่าเปล่าคนตัวเล็กกว่ากลับเป็นฝ่ายแกะมือออกจากการเกาะกุม และย้ายตัวเองไปนั่งลงบนม้านั่งที่อยู่ไม่ไกล คยองซูจึงตัดสินใจหยิบมือถือขึ้นมา และตอนนั้นเองที่คยองซูนึกโทษตัวเองที่เชื่อจงต้ามากเกินไป

ชื่อจงแดโชว์หราอยู่บนหน้าจอ

คยองซูไม่รู้จะอธิบายความรู้สึกของตัวเองยังไง เขามองไปยังจงต้าก่อนจะกลับมาจ้องหน้าจอมือถือของตัวเองอยู่สักพัก

มันนานมากแล้วที่จงแดแทบจะไม่ได้โทรมาหาเขา จงแดในช่วงนี้กำลังมีความสุขอยู่ไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมจู่ๆถึงได้โทรมา...

หรือว่าจะมีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น

 

ปลายสายวางไปแล้ว และครั้งนี้กลาเป็นคยองซูที่กดโทรไปหา หัวใจของเขาเต้นรัวตอนที่ได้ยินเสียงรอสายเพียงแค่เสี้ยววินาที และทันทีที่ปลายสายตอบรับคยองซูกับรู้ได้ถึงความผิดปกติของเพื่อนสนิท

“จงแด”

[คยองซูนายว่างหรือเปล่า?]

ฉันอยู่ข้างนอกนายมีอะไร?”

[ฉัน..]ปลายสายเงียบไปสักพัก คยองซูเงียบฟังก่อนจะได้ยินเสียงสะอื้นแผ่วเบา [..ฉันไม่รู้ว่าจะเริ่มมันจากตรงไหน.อึก..ฉัน]

หัวคิ้วของคยองซูขมวดเข้าหากัน ปกติจงแดไม่ใช่คนที่ร้องไห้ง่าย หากไม่เหลืออดจริงๆเพื่อนสนิทของเขาแทบจะไม่เคยร้องไห้ออกมาด้วยซ้ำ แล้วทำไมอยู่ๆจงแดถึงได้มีอาการแบบนี้

 

จงต้ามองคนเป็นพี่ที่ขยับเดินเข้ามาใกล้ ตากลมฉายแววไม่สบายใจเมื่อเห็นท่าทางของคยองซู จนกระทั่งประโยคที่เอ่ยกับคนปลายสายดังขึ้นในระยะใกล้

จงแด นายอยู่ที่ไหน?”

ตอนนั้นจงต้าก็ได้แต่ยืนมองใบหน้าและฟังน้ำเสียงห่วงใยของคยองซูด้วยหัวใจที่ปวดแปลบ แววตาสุกใสถูกฉาบด้วยแววหม่นหมอง แต่ตอนนั้นคยองซูห่วงเพื่อนสนิทมากเกินไปจนมองไม่เห็นถึงความผิดปกติเพียงแค่ครู่เดียวก่อนที่จงต้าจะกระพริบตาให้มันหายวับไปอย่างรวดเร็ว

 

“จงแดใจเย็นๆ”คยองซูพร่ำบอกกับคนปลายสาย ในขณะที่จงต้าขยับเข้ามาแล้วจับมือคยองซูบีบให้กำลังใจเบาๆ คยองซูรอจนจงแดหายสะอื้นแล้วยอมบอกที่อยู่ตอนนี้ให้ฟัง

[ฉันอยู่ที่ปาร์คใกล้ๆหอพัก..ขอโทษนะคยองซ..แต่ฉันไม่รู้จะทำอะไรแล้ว]

คยองซูหัวใจหนักอึ้ง เขามองสบแววตาสุกใสของจงต้านิ่ง  ความรู้สึกผิดเอ่อล้นเมื่อในใจตอนนี้เป็นห่วงเพื่อนสนิท จนแทบจะไม่สามารถรั้งรออยู่กับแฟนตัวเล็กได้

แต่เขาไม่อยากทิ้งจงต้าไว้ที่นี่

แลเหมือนครั้งนี้จงต้าก็เข้ามานั่งในใจของเขาอีกครั้ง

 

“ไปเถอะครับ...”มือเล็กที่จับมือของคยองซูบีบเบาๆ ใบหน้าของจงต้าแต่งแต้มไปด้วยรอยยิ้มแต่ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงรู้สึกปวดหนึบที่หน้าอกข้างซ้าย

แต่สุดท้ายคยองซูก็บอกกลับไปยังปลายสาย

รอฉัน เดี๋ยวฉันจะไปให้เร็วที่สุด

พร้อมกับมือเล็กที่ผละออก..

 

พี่รีบไปหาพี่จงแดเถอะครับ เหมือนเขาจะต้องการใครสักคนมากๆ อย่าให้เขารอคยองซูเม้มริมฝีปากเมื่อได้ยินประโยคนั้น จงต้าไม่ได้มีท่าทีเหมือนประชดประชัน แต่ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมความรู้สึกของเขาตอนนี้ถึงรู้สึกว่าทุกอย่างมันแปลก

แล้วเราล่ะ?”จงต้าก้มหน้ามองพื้นเมื่อสบเข้ากับสายตาของอีกฝ่าย คนตัวเล็กกัดริมฝีปาก กั้นความรู้สึกบางอย่างที่แล่นริ้วขึ้นมาจู่โจมจนกระบอกตาร้อนผ่าวให้หายวับไป ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาส่งยิ้มสดใสให้

ผมก็จะรอพี่อยู่ตรงนี้

“...”

“พี่คยองซู คงไปไม่นานหรอกใช่มั๊ย?”

“จงต้า..”

ไม่สิ ไม่ว่าพี่จะไปนานแค่ไหน แต่ถ้าพี่กลับมาพี่ก็จะยังเห็นผมอยู่ตรงนี้ ผมจะรอพี่อยู่ตรงนี้เหมือนเดิม

จงต้ายิ้มในอีกคนอย่างสวยงามไม่รู้ว่าพี่คยองซูจะเข้าใจมันไหม แต่เขาแค่อยากบอกว่ายังไงเขาก็จะอยู่ตรงนี้ไม่ไปไหน ถึงเวลาแล้วที่ทุกอย่างจะชัดเจนได้สักที

ถ้านับจากวันนี้คยองซูยังไม่สามารถมองเขาเป็นเขาได้ จงต้าก็พร้อมที่จะก้าวออกมา

 

จงต้าก้มหน้า เขาได้ยินเสียงฝีเท้าของคยองซู คิดเอาเองว่าคยองซูคงเดินจากไปแล้ว แต่ทว่า สัมผัสที่มือกลับทำให้จงต้าต้องเงยหน้าขึ้นมา

มือเล็กถูกประสานแนบแน่น คยองซูกระชับมือน้องก่อนจะลูบหัวจงต้าเบาๆ

“พี่ไม่ให้เรารออยู่ตรงนี้หรอก ไปเถอะ พี่จะไปส่งเราก่อน”

 

 

6

 

วันนั้นทุกอย่างจบลงที่คยองซูมาส่งจงต้าจนถึงร้าน ซ้ำร้ายคนเป็นพี่ยังละล้าละลังทำสีหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกจนกลายเป็นจงต้าเสียเองที่เป็นฝ่ายบอกให้คยองซูรีบไปหาจงแด วันนั้นจงต้ายังสามารถยิ้มและบอกให้คยองซูเดินจากไปได้อย่างจริงใจ ทุกอย่างคล้ายจะกลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่จงต้ารู้ดีว่ามันไม่ได้เหมือนเดิม

พี่คยองซูเล่าให้ฟังว่าพี่จงแดกับพี่แพคฮยอนทะเลาะกัน และนั่นทำให้พี่คยองซูต้องกลับไปทำหน้าที่เพื่อนสนิทอีกครั้ง

จงแดพยายามเข้าใจมัน เขาไม่ใช่คนเข้าใจอะไรยาก ซ้ำยังเห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติ เพียงแต่มันไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง แต่ครั้งนี้มันเป็นครั้งที่ 5 แล้ว ครั้งที่ 5 ที่พี่คยองซูผิดนัดเขา หนำซ้ำครั้งนี้แม้แต่โทรมาเพื่อที่จะยกเลิกนัด หรือเลื่อนนัดยังไม่มีเลยด้วยซ้ำ

น้องจงต้า กลับบ้านดีกว่าไหมคะ นี่ดึกมากแล้วนะ”ฮีจินเป็นคนเดินเข้ามาหาลูกชายเจ้าของร้านที่นั่งเท้าคางจดจ้องไปยังบานประตูของร้านอย่างเหม่อลอย หญิงสาวมองท่าทางอย่างนั้นอย่างเป็นห่วงเมื่อจงต้าส่ายหน้าให้เบาๆทั้งๆที่ยังไม่ละสายตาไปจากจุดเดิม

พี่คยองซูบอกว่าจะเข้ามาครับ…”

แต่นี่ดึกมากแล้วนะคะ คุณคยองซูมีงานด่วนหรือเปล่า?”เธอนั่งลงข้างๆจับจ้องเสี้ยวหน้าหม่นหมองของลูกชายเจ้านาย จงต้าส่ายหน้าเบาๆแล้วพึมพำกับตัวเอง

พี่คยองซูไม่มีงาน”

“..”

แต่พี่คยองซูมีบางอย่างที่สำคัญกว่า…”คนที่สำคัญกว่าจินจงต้าคนนี้ แววตาที่เคยสดใสวูบไหว แต่ถึงอย่างนั้นจงต้ากลับพยายามไม่คิดมาก เขากัดริมฝีปากก่อนจะยิ้มให้กำลังใจตัวเองเบาๆ ก่อนรอยยิ้มนั้นจะค่อยๆขยายกว้างเมื่อมือถือตรงหน้าสั่น

 

Kyungsoo hyung is calling ~~~

 

พี่คยองซู!”จงต้าเรียกคนในสายด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น หัวใจดวงน้อยเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยความดีใจ แต่ทว่าเพียงแค่ครู่เดียว เสียงหัวใจของจงต้าก็ค่อยๆเต้นแผ่วลง

 

[พี่ไปหาเราไม่ได้แล้วนะ..]

ทะ ทำไมครับ?”จงต้าไม่รู้ว่าเสียงของตัวเองแผ่วเบาแค่ไหนตอนที่ถามประโยคสั้นๆนั่น เขารู้สึกเพียงแค่ว่าเสียงของคยองซูเหมือนค่อยๆเบาลง

[จงแดดื่มหนักมาก พี่ไม่อยากปล่อยไว้คนเดียว…]

ก็เลยเลือกที่จะปล่อยผมไว้คนเดียวแทนงั้นหรอครับพี่คยองซู

 

จงต้าไม่ได้เอ่ยออกไปอย่างที่ใจคิด เขาเพียงแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วพยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้สั่น

ไม่มีคนอื่นดูแลแทนหรอครับ..” จงต้ากัดริมฝีปากของตัวเองแน่น กระบอกตาเริ่มร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อต้องต่อสู้กับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังปะทุอยู่ในอก “…พี่บอกผมแล้วว่าพี่จะมา”

จงต้ารู้ว่าเขากำลังทำตัวงี่เง่า เรียกร้องจากคยองซูมากเกินไป แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมามันทำให้เขาเริ่มอยากเป็นฝ่ายเรียกร้องบ้างก็เท่านั้น

แค่สักครั้งให้คยองซูทำให้เห็นว่าที่ผ่านมาเขาก็มีความสำคัญ…

แค่เลือกเขาสักครั้ง มองเขาเป็นที่หนึ่งสักครั้ง…

 

พี่คยองซู…”

[อย่างอแงสิ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปหานะครับ] จงต้าได้ยินชัดเจนว่าคยองซูถอนหายใจคล้ายกับเหนื่อยใจ และเพราะแบบนั้นความเข้มแข็งทั้งหมดมันเลยแทบจะพังทลายลง น้ำตาหยดเล็กร่วงหล่น

ผมอยากเจอพี่ตอนนี้”

[จงต้า…]

เสียงจากปลายสายฟังดูเหนื่อยล้าขึ้นอีกระดับ จงต้าเริ่มกัดริมฝีปากของตัวเองแน่นขึ้น ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาหยดน้ำตาพรั่งพรูเพียงแต่ปลายสายไม่มีทางรับรู้ ฮีจินยกมือปิดริมฝีปาก มือของหญิงสาวบีบไหล่ที่สั่นไหวของจงต้าเบาๆ คล้ายกับไม่รู้จะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้า

พี่คยองซู…ผมเจอพี่ตอนนี้ไม่ได้หรอครับ?”

[…]ปลายสายนิ่งเงียบไปชั่วครู่ และตอนนั้นจงต้าก็แทบจะถอดใจ จนกระทั่งเสียงทุ้มดังขึ้นมาอีกรอบ [ถ้าอยากเจอก็มาหา]

 

คยองซูพ่นหายใจออกมาอย่างหนักใจ เอ่ยคำท้าทายนั้นออกไปก่อนจะตัดสายแล้วส่งโลเคชั่นผับให้กับน้อง คยองซูค่อนข้างมั่นใจว่าเด็กดีแบบจงต้าจะไม่ย่างกายเข้ามาในที่แบบนี้เป็นเด็ดขาด ไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้สึกผิดที่ผิดนัดจงต้า แต่ถ้าต้องปล่อยให้เพื่อนสนิทที่อยู่ในอารมณ์ไม่ปกติแบบนี้อยู่คนเดียวคยองซูก็คงเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เรื่องเหมือนกัน

เขาก็แค่หวังว่าจงต้าจะเข้าใจ

มือเรียวยกแก้วสีใสขึ้นจรดริมฝีปาก นั่งมองจงแดที่นั่งดื่มเงียบๆอย่างใช้ความคิด ก่อนจะตัดสินใจกดส่งข้อความไปหาคนที่เคยเป็นอดีตศัตรูหัวใจ

บางทีเรื่องมันก็ไม่ควรยืดเยื้อไปมากกว่านี้…

 

 

คยองซูคิดว่าเขาจะได้เห็นเพื่อนร่วมวงอย่างพยอนแพคฮยอนเพียงแค่คนเดียว ไม่ใช่ร่างเล็กของแฟนตัวเองที่เดินตรงมาทางเขาข้างๆกับแพคฮยอน

ดูเหมือนว่าเขาจะประเมินเด็กน้อยของเขาผิดไปมากโข

 

ฉันเจออยู่หน้าประตูเลยพาเข้ามา”แพคฮยอนพูดกับเพื่อนร่วมวงก่อนจะผละออกจากคนสองคนที่จ้องหน้ากันเงียบๆ ตรงดิ่งไปยังร่างผอมบางของเพื่อนสนิทที่ยังคงกระดกเหล้าเข้าปากไม่ยอมหยุด ในขณะที่คยองซูจ้องร่างเล็กของจงต้าเขม็ง แทบจะไม่ได้สนใจตอนที่ได้ยินเสียงจงแดตวาดใส่แพคฮยอน เขาเอาแต่จ้องมองจงต้าด้วยความรู้สึกไม่ชอบใจอย่างเห็นได้ชัด ตากลมโตปิดลงชั่วครู่เพื่อหวังช่วยให้อารมณ์หงุดหงิดของตัวเองไม่ฉายชัดไปมากกว่านี้

เพราะคำท้าทายของเขางั้นหรอ…

 

จงต้า ทำไมเรามาอยู่ที่นี่?”คยองซูพยายามบังคับเสียงของตัวเองไม่ให้ห้วนจนเกินไป เมื่อเห็นว่าน้องมองมาด้วยแววตาที่ไม่สดใสเหมือนเคย และยิ่งได้ยินคำตอบหัวใจของคยองซูก็ยิ่งสั่นไหว

เพราะผมคิดถึงพี่…”

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะไม่คิดมากเรื่องที่จงต้ามาอยู่ในที่แบบนี้ ถึงส่วนหนึ่งจะเป็นเพราะเขาเอง

 

มันไม่ใช่เหตุผลที่จะเอามาอ้าง”

มันคือเหตุผลของผม” จงต้าเม้มปาก มือเล็กกำแน่นเข้าหากัน ตากลมสบเข้ากับดวงตาของคยองซูอย่างไม่ยอมแพ้ “อีกอย่างพี่คยองซูก็บอกเองว่าถ้าอยากเจอให้มาหา..ตอนนี้ผมอยากเจอพี่ ผมถึงมาอยู่ที่นี่”

 

คยองซูเสยผมเพื่อลดอาการหงุดหงิด นี่ถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่คยองซูรู้สึกว่าจงต้าดื้อ ทั้งๆที่ที่ผ่านมาน้องว่าง่าย และเหมือนจะโอนอ่อนผ่อนตามเขาตลอด แต่วันนี้คยองซูก็เพิ่งรู้ เขายังรู้จักจงต้าไม่พอ…

 

โอ๊ย!”ยังไม่ทันจะได้ว่าอะไรต่อ เสียงร้องของน้องก็ฉุดความสนใจทุกอย่าง ร่างเล็กโดนกระแทกจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันตั้งตัว คยองซูเผลอสบถอย่างหัวเสียกว่าเดิม ตอนที่ขยับพุ่งไปรับร่างน้องไว้ในอ้อมแขนอย่างฉิวเฉียด แววตาครุกกรุ่นขึ้นเมื่อเห็นว่าสายตาของพวกนักท่องราตรีจับจ้องคนในอ้อมแขนของตัวเองไม่วางตา

ให้ตายเถอะ!

 

ตามพี่มานี่!”คยองซูจับข้อมือน้องแน่น แทบอยากจะพาจงต้าพุ่งออกไปจากสถานที่อโคจรแห่งนี้ให้เร็วที่สุด แพคฮยอนที่กำลังปลุกปล้ำกับคนเมาในอ้อมแขนอยู่ไม่ต่างกัน พยักหน้าให้บอกว่าไม่ต้องห่วงทางนี้ เดี๋ยวจะจัดการเอง

แต่ถึงจะน่าห่วงยังไงคยองซูก็ไม่มีอารมณ์มาห่วงเพื่อนสนิทอีกต่อไปแล้ว

 

คยองซูจับน้องขึ้นรถก่อนจะกระชากรถออกไปอย่าวรีบเร่ง เป้าหมายแรกที่คิดออกก็คือการส่งน้องให้ถึงบ้าน เขาพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะดับความไม่พอใจของตัวเองที่กำลังปะทุอยู่ในอก

ยอมรับว่าไม่พอใจที่เห็นน้องในที่แบบนี้แต่คยองซูก็รู้ดี ที่จงต้ามาก็เพราะเขา…

ซ้ำการที่จงต้าต้องมาเห็นอะไรแบบนี้ ต้องมาเจอกับเขาที่อยู่กับจงแด จนดวงตาที่แสนสดใสคู่นั้นหม่นแสง คยองซูก็แทบไม่มีสิทธิ์จะโกรธอะไรน้องอยู่แล้ว

กับคยองซูตอนนี้เขาเอาแต่นึกถึงสายตาของคนอื่นที่มองมายังแฟนของเขา ความรู้สึกหึงหวงที่กำลังปะทุในอกจึงเลือกที่จะเงียบ

แต่จงต้ากลับเอาแต่คิดถึงความสำคัญที่คยองซูมอบให้กับจงแด

 

เพราะแบบนั้นห้องโดยสารจึงเงียบเชียบ ทั้งๆที่ปกติจงต้าจะต้องพูดเจื้อยแจ้วอยู่เสมอ คนอายุน้อยกว่าเหลือบมองใบหน้าด้านข้างของคยองซูด้วยความรู้สึกเจ็บปวดที่ฉายชัดออกมา

 

จงต้าเป็นคนเปิดเผย แต่ทุกครั้งที่อยู่กับคยองซูเขาจำเป็นที่จะต้องเก็บความรู้สึกไม่พอใจ หรือน้อยใจของตัวเองไว้

หากเลือกที่จะรักษาแผลใจของใครสักคน จงต้าไม่คิดว่าการเรียกร้องความสนใจมันคือทางเลือกที่ดี เพราะแบบนั้นจงต้าที่แสนเปิดเผยจึงเลือกที่จะเผยในด้านที่คยองซูอยู่ด้วยแล้วสบายใจ

พยายามที่จะไม่เก็บทุกอย่างที่ทำร้ายความมั่นใจของตัวเองมาคิด

 

แต่วันนี้เหมือนกับว่าทุกอย่างที่พยายามเก็บไว้มันเริ่มเอ่อล้นและกำลังทยอยทะลักออกมา

 

หรือบางที สิ่งที่จงต้าเลือกมันอาจจะผิดจริงๆก็ได้…

 

รักมากไหมครับ..”

อะไร…”

พี่คยองซูน่ะ ยังรักพี่จงแดมากไหมครับ?”

จงต้า…”คยองซูครางชื่อของแฟนตัวเล็ก แต่ดูเหมือนว่าจงต้าจะไม่ได้ใส่ใจน้ำเสียงเว้าวอนซึ่งต่างไปจากเวลาปกติของคยองซูมากนัก

พี่เรียกชื่อผมกี่ครั้งแล้วครับ แค่ตอบคำถามผมมันยากมากขนาดนั้นเลยหรอครับ?”คยองซูหักรถเข้าจอดข้างทางทันทีที่ได้ยินประโยคยาวเหยียด แต่กับแฝงไปด้วยน้ำเสียงน้อยใจที่เอ่อทะลัก หัวใจของเขาบีบรัดแน่นเมื่อหันกลับมาจับจ้องเจ้าของร่างเล็กแล้วพบว่าจงต้าก้มหน้ามองมือที่กำแน่นอยู่บนตัก ไหล่บอบบางนั่นสั่นไหวอย่างน่าสงสาร

 

จงต้า ฟังพี่!”

พี่คยองซู ผมเหนื่อย..”เสียงของจงต้าขึ้นจมูก นั่นทำให้สายตาของคยองซูอ่อนลง แววตาเจือด้วยความรู้สึกหลากหลาย “ผมไม่ชอบเลยที่ตัวเองเป็นแบบนี้”

“…”

ผมไม่ชอบเลยที่ตัวเองทำตัวงี่เง่า แต่ทุกครั้งที่ผมนึกถึงพี่กับพี่จงแดผมก็รู้สึกอยากงี่เง่า ผม..”

จงต้า..”คยองซูจับไหล่แคบของอีกฝ่ายไว้ จับจ้องเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนของคนที่เอาแต่ก้มหน้า “ไหนว่าจะทำให้พี่มองเราเป็นเราไง แล้วทำไมตอนนี้ถึงท้อแล้วล่ะ”

คยองซูรู้ว่าเขาถามเหมือนกับเห็นแก่ตัว แต่เชื่อเถอะคยองซูก็อยากได้ยินคำยืนยันบางอย่างจากจงต้าเหมือนกัน

ผม..”

คิดจะเลิกแล้วงั้นหรอ? ไม่ใช่ว่าเรารักพี่หรือไง?”จงต้าเงยหน้าขึ้นมาเมื่อได้ยินประโยคนั้น ตากลมคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแต่ถึงอย่างนั้นเด็กตัวเล็กก็ยังบังคับไม่ให้มันไหลออกมา จงต้าสูดลมหายใจเข้าลึกๆ

ทำไมผมต้องทำมันอีก ในเมื่อก็เห็นอยู่แล้วว่ามันไม่มีอะไรดีขึ้นเลย”

“…”

ผมว่าเรา…หยุดเถอะ”จงต้าก้มลงมองมือที่กำแน่นอยู่บนตักตอนที่เอ่ยประโยคนั้นจึงไม่เห็นว่าคยองซูมีสีหน้ายังไง ในใจปวดหนึบได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นแผ่วเบาของตัวเองและเสียงขยับตัวของคนข้างกาย กว่าจะรู้ตัวก็ตอนที่ปลายคางถูกมือเรียวช้อนขึ้นและใบหน้าของคยองซูขยับเข้ามา…

ริมฝีปากบางถูกกดทับด้วยอวัยวะส่วนเดียวกัน

ดวงตาของจงต้าเบิกกว้าง วินาทีนั้นหยดน้ำใสๆก็พลันร่วงหล่น

 

คยองซูสอดมือเข้าไปยังท้ายทอยเล็กดันใบหน้าของจงต้าให้ไร้ระยะห่าง มืออีกข้างสอดประคองเอวเล็กขยับตัวเข้าแนบชิด ริมฝีปากอิ่มกดจูบไล่เล็มไปทั่ว แม้จะไม่ได้ล่วงเกินไปมากกว่านั้น แต่นั่นก็พอจะทำให้เด็กตัวเล็กที่ไม่เคยมีประสบการณ์หัวสมองขาวโพลน จงต้ารู้สึกเหมือนกับถ้อยคำที่อยู่ในหัวมันหายวับไปกับตา ลมหายใจขาดห้วงเมื่อริมฝีปากที่คลอเคลียอยู่ไม่มีท่าทีว่าจะผละออก

 

อื้อ พี่..”

สุดท้ายคยองซูก็ขยับใบหน้าถอยห่าง ดวงตาของจงต้าปรือปรอยคล้ายกับยังตกอยู่ในห้วงอารมณ์ที่ไม่คุ้นเคยทั้งยังผสมผสานไปกับความไม่เข้าใจ คยองซูมองหน้าน้องก่อนจะยกมือขึ้นแตะริมฝีปากของจงต้าเบาๆ

 

เหนื่อยมากใช่ไหมกับคนอย่างพี่น่ะ”

“…ผม”จงต้าหน้าตาแดงก่ำไม่กล้าสบสายตาจริงจังของคยองซู เขายังไม่สามารถดึงสติของตัวเองกลับมาได้ร้อยเปอร์เซ็น ทั้งยังไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆพี่คยองซูถึง..จูบเขา

พี่ก็เหนื่อย บางทีก็เบื่อตัวเองที่อยู่ๆก็กลายเป็นคนขี้ขลาด”คยองซูหัวเราะแผ่วเบาในลำคอเมื่อเห็นท่าทางงุนงงของน้อง จงต้ากระพริบตาปริบๆอย่างน่าเอ็นดู จนคยองซูอดไม่ได้ที่จะแตะแก้มของอีกฝ่ายเบาๆ

“…”

บางที มันไม่ใช่แค่แพคฮยอนกับจงแดหรอกที่ทำให้ความสัมพันธ์ง่ายๆกลายเป็นเรื่องที่เข้าใจยาก

คยองซูเองก็ไม่ต่างกัน… ไม่ชัดเจน ไม่เคยทำให้น้องมั่นใจอะไรได้สักอย่าง

ทั้งๆที่ ที่ผ่านมาก็เห็นอยู่แล้ว จงต้าทุ่มเทและพร้อมเสี่ยงกับหัวใจที่ลังเลของเขามามากขนาดไหน

น้องกล้าหาญ และซื่อสัตย์กับหัวใจของตัวเอง และกลายเป็นคยองซูเองที่ขี้ขลาด

ขี้ขลาดทั้งๆที่รู้คำตอบของหัวใจตัวเองมาสักพักแล้ว

 

จงต้าอาจจะหน้าตาเหมือนจงแด แต่ถึงจะเหมือนมากแค่ไหน แต่ก็แทนกันไม่ได้

จงต้าก็คือจงต้า เจ้านาฬิกาตัวเล็ก ขี้อ้อน ที่นอกจากหน้าตาแล้ว ไม่มีอะไรที่เหมือนคิมจงแดคนนั้นเลยด้วยซ้ำ

คนที่เขา…รัก

 

จงต้า พี่รักเรา”

ครับ?!”คำสารภาพรักสายฟ้าแลบ ทำให้จงต้าร้องเสียงหลง ใบหน้าน่ารักงงงวยซ้ำยังแดงก่ำ ตากลมเบิกกว้างจ้องมองคยองซูอย่างไม่เชื่อสายตา

เมื่อกี้พี่คยองซู…บอกว่ารักเขาหรอ…

 

พี่พูดค่อยไปหรอ?”คยองซูขยับยิ้มเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้น จงใจยื่นหน้าเข้ามาใกล้คนที่ยังทำหน้าตาเหรอหรา แววตาทอประกายวิบวับเคล้าคลอกับเอ็นดู “พี่รักเรา..”

ปลายนิ้วชี้จิ้มเข้าหาตัว อย่างไม่มั่นใจ “ระ..รักผม?”

“..อืม เรานั่นแหละ”

ผม…”จงต้าพึมพำกับตัวเองซ้ำไปซ้ำมา หัวใจของเขาเต้นรัว มือไม้เย็นเฉียบ แต่พอหันกลับไปจ้องหน้าของคนข้างกายก็เจอรอยยิ้มกว้าง ใบหน้าของจงต้าร้อนขึ้นอย่างฉุดไม่อยู่ คยองซูมองท่าทางเหล่านั้น ก่อนจะเอื้อมมือไปลูบผมของคนตัวเล็กกว่า สายตาทอดมองด้วยความรักจนจงต้าเป็นฝ่ายก้มใบหน้าหลบ แต่ถึงอย่างนั้นคยองซูก็ยังทำให้ใบหน้าของคนตัวเล็กกว่าร้อนขึ้นอีกระดับ

 

พี่รักเรานะจงต้า”

พอแล้วครับ…ผมได้ยินแล้ว..”

 

 

7.

 

 

คยองซูจ้องมองคนที่นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงข้างกายตัวเองด้วยรอยยิ้มที่แต่งแต้มอยู่บนริมฝีปาก หลังจากเมื่อคืนการสารภาพรักทำเอาเจ้าเด็กตัวเล็กกลายเป็นใบ้ชั่วคราว คยองซูจึงถือโอกาสลักพาตัวน้องมาซุกไว้ที่บ้านตัวเอง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังเป็นคนดีโทรไปขออนุญาตคุณแม่ของจงต้าอย่างมีมารยาท โชคดีที่คุณแม่ของจงต้าไม่ได้ว่าอะไร เพราะแบบนั้นเมื่อคืนเขาถึงได้ยึดเด็กตัวเล็กเป็นหมอนข้างตลอดทั้งคืน ซ้ำยังตื่นมาแต่เช้าเพื่อนอนจ้องหน้า

น่ารัก…

ริมฝีปากอิ่มแตะลงบนหน้าผากของอีกฝ่าย แต่แม้จะแผ่วเบาก็ทำให้เปลือกตาของเด็กตัวเล็กกระพริบปริบๆก่อนดวงตาใสแจ๋วจะเปิดขึ้นมาจ้องมองด้วยความเอียงอาย

 

อรุณสวัสดิ์”

พี่คยองซู..”จงต้าเอ่ยเพียงแค่นั้นก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดถึงจมูก ใบหน้าเห่อร้อนเมื่อนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืน หัวใจของจงต้ากระหน่ำเร่งจังหวะอย่างห้ามไม่อยู่ ยิ่งมองริมปากของคยองซูเขาก็ยิ่งอาย

เราจูบกันครั้งแรกในรถว่าตกใจแล้ว

แต่ก่อนจะนอนเมื่อคืน เราก็จูบกันอีกครั้ง…

 

คยองซูหัวเราะแผ่วเบาในลำคอเมื่อเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของอีกฝ่าย สุดท้ายจึงสอดแขนเข้าไปใต้แผ่นหลังบาง ดึงเจ้าก้อนผ้าห่มกลมๆนั่นขยับเข้ามาซุกในวงแขน และจงต้าที่น่าเอ็นดูก็เพียงแค่หลุดเสียงร้องตกใจออกมาเพียงครู่เดียวสุดท้ายหัวกลมๆนั่นก็ซุกลงมาที่ไหล่

เอาไว้เรียนมหาลัยเมื่อไหร่ พี่จะยึดเรามาไว้ที่บ้าน”พูดจบก็กดจมูกลงบนกลุ่มผมนุ่มกอดรัดร่างเล็กไว้อย่างหวงแหน จงต้าหัวเราะคิกคัก หัวใจพองโต

เรื่องนี้ ต้องไปขอคุณแม่ครับ”

พี่จะไปขอตั้งแต่วันนี้เลย…”คยองซูพูดอย่างหนักแน่น เขานอนคิดมาทั้งคืนแล้ว ในเมื่อจะคบกันก็ต้องแสดงให้เห็นถึงความจริงใจที่มี “จะไปบอกคุณแม่ด้วยว่าเราเป็นแฟนพี่”

จงต้าแทบจะงัดตัวเองออกจากอ้อมแขนเมื่อได้ยินน้ำเสียงไร้วี่แววล้อเล่น แต่ที่ทำได้กลับเป็นแค่ขยับใบหน้ามาจ้องอีกฝ่ายเท่านั้น

พี่คยองซูแน่ใจหรอครับ?”แววตาสุกใสจ้องมา แม้จะไม่ได้มีแววตาคาดหวัง แต่คยองซูรู้ดี จงต้าเองก็ยังไม่มั่นใจ “เป็นผมจริงๆหรอครับ?”

มือเรียวเลื่อนจากเอวบางขึ้นมาวางลงบนกลุ่มผมนุ่ม เลื่อนใบหน้าเข้าแนบชิดจนหน้าผากสัมผัสกัน ลมหายใจของจงต้าสะดุดไปชั่ววินาที แต่ตากลมกลับไม่ละสายตาไปจากดวงตาของคนเป็นพี่ คยองซูยิ้มขยับริมฝีปากแตะลงบนมุมปากน้องแผ่วเบา

 

เป็นจงต้า…”

“…”

และต่อจากนี้ก็จะมีแค่จงต้าที่เป็นความรักของพี่…”

ผมก็รักพี่ครับ!”จงต้ายิ้มเต็มหน้าจนดวงตายิบหยี ริมฝีปากแตะลงบนแก้มของคนเป็นพี่ที่กลั้นยิ้มไม่อยู่ หัวใจของคยองซูพองโตและเต้นรัวจนแทบจะกลบเสียงของทุกอย่างที่อยู่รอบกาย ใบหน้าของคยองซูขยับเคลื่อนเข้าหาใบหน้าน่ารักของแฟนตัวเล็กอีกครั้ง..

 

กริ๊ก!

คยองซู!”

ประตูห้องนอนถูกเปิดเข้ามาอย่างไม่บอกไม่กล่าว ก่อนคิมจงแดจะเบิกตากว้าง มองเพื่อนสนิทที่กอดกระชับร่างของใครสักคนในอ้อมแขนด้วยท่าทางกลืนไม่เข้าคายไม่ออก คยองซูทำเพียงเหลือบตามองเพื่อนสนิท กดใบหน้าของจงต้าให้ซบลงที่ไหล่เพื่อซุกซ่อนใบหน้าแดงก่ำของน้อง ส่วนพยอนแพคฮยอนที่เพิ่งเดินตามมา ขยับซ้อนหลังยื่นหน้ามาเกยคางบนไหล่ของจงแดที่ยืนค้างเติ่งแววตาไม่ได้ยินดียินร้าย แต่ใบหน้ามีรอยม่วงช้ำตรงโหนกแก้ม…

จงแดมองเพื่อนด้วยความรู้สึกผิด ก่อนจะจับจ้องไปยังร่างเล็กในอ้อมแขน คยองซูถึงได้กระซิบบอกให้จงต้าหันใบหน้าออกมาเผชิญหน้ากับเพื่อนสนิทตัวเอง

 

ขอโทษนะ แล้วก็ขอโทษแฟนนายด้วยที่ทำให้ลำบาก”จงแดไม่ได้พูดอ้อมค้อม เพราะยิ่งมองหน้าจงต้าก็ยิ่งรู้สึกผิด หลังจากที่เมื่อคืนทะเลาะกันกับแพคฮยอนและจบที่พูดสิ่งที่ไม่เข้าใจกันออกมาทุกอย่าง เขากับแพคฮยอนเข้าใจกันมากขึ้น และนั่นทำให้มาย้อนคิดถึงสิ่งที่ตัวเองได้สร้างความลำบากให้กับใครอีกคน ซ้ำพอแฟนตัวดีบอกว่าเมื่อคืนเกือบเป็นสาเหตุให้คยองซูทะเลาะกับแฟน จงแดก็แทบจะร้องไห้ แต่ใครจะไปรู้ว่าตอนเช้ารีบมาหาเพื่อนสนิทที่บ้านเพื่อจะขอโทษ แถมรหัสผ่านประตูบ้านคยองซูก็ไม่ได้เปลี่ยนเลยถือวิสาสะเข้ามาจะกลายเป็นว่า มาผิดจังหวะเอามากๆ

 

จงต้ามองพี่ชายตัวผอมที่ยืนทำหน้าตาสำนึกผิดอยู่ตรงหน้าอย่างทำอะไรไม่ถูก พอมองใกล้ๆแบบนี้แล้ว เขาเหมือนกำลังมองกระจก…

 

ผมไม่ได้โกรธอะไรหรอกครับ”จงต้าตัดสินใจพูดออกมาเพื่อให้อีกฝ่ายดีใจ จงแดยิ้มก่อนจะขยับเข้ามาใกล้ แต่จงต้าที่ไม่รู้จะทำตัวยังไงกลับขยับเกาะแขนคยองซูแน่น

คยองซู ทำไมน้องกลัวฉันล่ะ!”คนตัวผอมร้องเสียงแหลม ใบหน้างอง้ำ จนแพคฮยอนขยับเข้ามาดึงแก้มอย่างหมั่นเขี้ยว และนั่นก็ทำให้จงแดหันไปฟาดมือใส่อีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรง จนคยองซูได้แต่ถอนหายใจ

ทำไมเช้าวันดีๆแบบนี้ต้องเจอคู่รักแสนวุ่นวายและใช้แต่กำลังคู่นี้ด้วยนะ…

 

ฉันกลับล่ะ”แพคฮยอนเหมือนจะรวบมือแฟนตัวผอมไว้ได้เรียบร้อยแล้วจึงหันมาบอกเจ้าของบ้านเสียงห้วน จงต้ายิ้มให้แพคฮยอนอย่างขอบคุณเมื่อนึกไปถึงเมื่อคืนที่อีกฝ่ายเป็นคนพาเดินเข้าไปหาคยองซูในผับ แพคฮยอนมองคนในอ้อมแขนคยองซูด้วยแววตาเอ็นดูก่อนจะดึงรั้งเอาร่างผอมของจงแดติดมือออกไปจากห้อง ประตูยังไม่ทันจะปิดลงสนิทร่างของจงต้าก็ลอยหวือเข้าสู่อ้อมแขน แก้มขาวโดนกดทับด้วยจมูกโด่งๆของคนอายุมากกว่าซ้ำๆ

พี่คยองซู!”

ชอบทำให้หวงนักนะเรา”

ผมเปล่า”

ทำอยู่เห็นๆ”

แค่ผมยิ้มให้พี่แพคฮยอนเนี่ยนะครับ” คยองซูหรี่ตา อะไรคือการเรียกแพคฮยอนอย่างสนิทสนมแบบนั้น “นั่นน่ะ ขอบคุณที่พี่เค้าพาผมไปหาพี่คยองซูเมื่อคืนครับ”

จงต้าอธิบาย แขนเล็กโอบรอบลำคอของคนเป็นพี่ไว้หลวมๆ ก่อนจะกดจมูกลงบนแก้มของอีกฝ่ายเหมือนง้อกลายๆ และมันได้ผลมากทีเดียว

คยองซูรู้สึกชอบความตรงไปตรงมาของจงต้าขึ้นทุกที อยู่กับจงต้าแทบจะไม่มีอะไรที่ต้องเก็บมาคิดมาก ไม่มีอะไรที่ต้องค้างคาและคิดไม่ตก น้องเป็นคนปิดเผยและเพราะแบบนั้นคยองซูถึงอยากจะเปิดเผยความรู้สึกของตัวเองไม่ให้น้อยหน้าน้องเท่าที่ตัวเองจะทำได้ในตอนนี้

ถึงการเปิดตัวคบกันระหว่างเรามันจะยาก…

แต่ถ้าเปิดเผยความสัมพันธ์กับคนที่ควรรู้ที่สุดก็คงจะไม่เป็นไร ใบหน้าหล่อของไอดอลหนุ่มขยับชิดริมใบหู

จงต้าหัวเราะคิกคัก ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักให้กับความจริงจังของแฟนตัวเอง

 

ไปแต่งตัวดีกว่าครับ พี่จะไปขอเราจากคุณแม่ตอนนี้เลย…”

คยองซูต้องบ้าตายแน่ๆ ถ้ายังขืนปล่อยให้จงต้าหลุดมือไป…

 

 

END

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #19 Ducking _Chen (@devilonly) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:27
    ชอบบบบจัง ไรต์แต่งดีมากเลยค่ายามทั้งคู่น่ารักก็ทำให้เรายิ้มไม่หุบ พอตอนดราม่าก็ทำให้เราปวดหนึบหัวใจ ภาษาของไรต์ทำให้เรารู้สึกได้ถึงความรู้สึกของตัวละครได้จริงๆ ค่ะ เขียนดีอย่างนี้มาต่ออีกหลายๆ เรื่องนะคะ ^^
    #19
    0
  2. #15 Mochi. (@mmatchima) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 19:09
    น่ารักกกก นึกว่าจงแดจะมีแฝดจริงๆซะอีก5555556 แต่ยังไงจงต้าก็น่ารักอะ มีความมุ่งมั่นในตัวเยอะมากกก
    #15
    0
  3. #14 ทรายเฉิน (@saisai0021) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2560 / 10:34
    ฮื่อออ คยองซูย่าาา มีความติดแฟนเด็กงอมแงมเลยนะ อ่านเรื่องนี้แล้วแบบดีใจที่คยองซูทำใจเรื่องจงแดได้แล้วอ่ะ จงต้าก็แบบน่ารักมากน่าจับมาฟัดที่สุด TT ไรท์เขียนดีมากๆเลยค่ะ ติดตามผลงานอยู่นะคะ ตอนแจ้งเตือนขึ้นว่าอัพนี่ดีใจมากอ่ะ 5555555 มาอัพบ่อยๆน้าา ไรท์สู้ๆ เป็นกำลังใจให้นะคะ! ฮึ้บๆ!
    #14
    0
  4. #13 MeeLah07 (@MeeLah07) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2560 / 22:32
    แง่มๆๆ รักมากไหม รักมากค่ะ ชอบฟิคของไรต์ มันดีต่อจายยย 55 แล้วมาต่ออีกนะคะ ไฟต์ติ้ง!!
    #13
    0