[ SHINEE FIC ] Sexy Smile : Minho x Key

ตอนที่ 31 : Sexy Smile _30 : เพื่อนที่จบลง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 140
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    17 เม.ย. 58

Chapter 30

 

 

เพื่อนที่จบลง

 

 

 

-MINHO-

 

เก็บยาในห้องไว้ตรงไหน

 

ผมคว้าหยิบมือถือมาเปิดเช็คดูก็เห็นข้อความของคีย์ที่ส่งมา มันส่งมาหาผมตั้งแต่เก้าโมงเช้า แล้วตอนนี้ก็บ่ายโมงเข้าไปแล้ว ผมถอนหายใจออกมา รู้สึกสมองมันคิดอะไรไม่ทันใจเอาเสียเลย

 

คีย์ไม่สบายแน่ๆ แล้วต้องเป็นเอามากด้วย เพราะไม่มีทางที่คนอย่างมันจะร้องหายาเองแบบนี้

 

แล้วผมควรทำไงดี ?

ส่งข้อความตอบกลับ ?

เดินไปเคาะประตูเรียก ?

โทรเข้าเบอร์มัน ?

 

สถานการณ์ที่เป็นอยู่ระหว่างมันกับผมตอนนี้ทำเอาคิดหนักไปหมด มันไม่อยากเจอหน้าผม

 

            ผมตัดใจเลือกโทรหามันเป็นอันดับแรก ทั้งที่ใจผมอยากจะเดินไปเคาะประตูเรียกมันที่หน้าห้อง

 

            “คีย์” ผมกรอกเสียงเอ่ยชื่อมันออกไปหลังจากมันกดรับสาย

            (อือ)

            “กินยารึยัง”

            (เอายาไว้ตรงไหน) มันถามออกมาเสียงแห้งผาก

            “แล้วเป็นอะไร เดี๋ยวจะไปบอกให้ร้านจัดยาให้”

            (ไม่ต้องหรอก บอกมาว่ายาอยู่ไหน) น้ำเสียงมันเริ่มตวัดด้วยความไม่พอใจ ผมได้แต่ถอนหายใจออกมา

            “ในห้องมีแค่ยาแก้ปวดกล้ามเนื้อ”

            (งั้นเอายาที่ห้องมา อยู่ในลิ้นชักหน้าทีวี)

            “แล้วเป็นอะไรมากรึเปล่า”

            (ไม่เป็นไร)

            “งั้นลุกมาเปิดประตูให้ด้วย”

            (แขวนทิ้งไว้หน้าประตูนั่นแหละ)

 

            ...

 

            มันเป็นการจบบทสนทนาทั้งที่ผมยังไม่ได้ตอบรับ

 

            ผมหยิบถุงยาในลิ้นชักที่มันบอก แล้วก็เปิดประตูห้องทิ้งไว้นั่งรอมันอยู่หน้าประตูแบบนั้น ผมเป็นห่วงมัน แล้วอยากเช็คให้แน่ใจว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ผมนั่งคิดเรื่อยเปื่อยถึงเรื่องมันกับผมอยู่เกือบชั่วโมง มารู้สึกตัวอีกทีตอนที่ได้ยินเสียงดังกริ๊กจากลูกบิดของประตูที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ผมลุกขึ้นยืนแล้วปิดประตูห้องของตัวเอง ไม่กี่ชั่วอึดใจบานประตูก็แง้มออก

           

            “คีย์” ผมเอ่ยเรียกมันเมื่อประตูนั้นเปิดกว้างขึ้นจนทำให้เราทั้งคู่ต่างมองเห็นกันและกันชัดเจน ใบหน้าของมันซีดเซียวไปหมด ริมฝีปากที่เคยแดงเรื่อก็แห้งผาก มันไม่พูดอะไรออกมาสักคำ สีหน้าก็ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไร นอกจากมองหายาที่มันสั่งให้เอามาแขวนไว้ยังหน้าประตู และผมเองก็ไม่ได้แขวนยาไว้ตามมันบอก แต่เลือกที่จะถือยืนรอจนกว่ามันจะเปิดประตูออกมาเอา

            “ส่งมา” มันเอ่ยออกมาสั้นๆ พร้อมกับยื่นมือขอยาจากผมทั้งที่ไม่มองหน้ากัน ผมผลักประตูให้เปิดกว้างกว่าเดิมและดันตัวมันเข้าไปยังในห้องก่อนจะปิดประตูลง มันไม่ได้ขัดขืนโวยวายอะไรออกมา ผมเดาว่าไม่ใช่มันไม่อยากจะทำแบบนั้น แต่สภาพของมันตอนนี้ไร้เรี่ยวแรงเกินกว่าจะทำอะไรเกินไปกว่าทำสายตาไม่พอใจกับการกระทำของผม

            “เป็นอะไร” ผมถามมัน น้ำเสียงผมดูเครียดขึ้นเมื่ออยู่ใกล้กว่ามันมากกว่าในตอนแรก ผมเห็นตาของมันบวมช้ำ อดไม่ได้ที่จะยกมือแนบลงที่แก้มไร้เลือดฝาด มันเบี่ยงตัวหลบไม่ยอมให้ผมโดน แต่มืออีกข้างผมก็รั้งแขนมันเอาไว้ไม่ให้ถอยหนีได้ทัน ตัวมันร้อนแต่ก็ไม่ได้ร้อนมาก ผมเลื่อนมือแนบไปยังหน้าผากและลำคอเพื่อให้แน่ใจ

            “ปวดหัวนิดหน่อยเอายามา” เสียงมันเอ่ยแผ่ว ยื่นมือจะหยิบยาออกจากมือผม แต่ผมก็เบี่ยงมือหลบ

            “แล้วกินอะไรรองท้องรึยัง”

            “...”

            “เดี๋ยวยากัดกระเพาะ จะกินอะไรเดี๋ยวลงไปซื้อมาให้”

            “ไม่ต้องหรอก เมิงไปเหอะ”

            “ถ้าไม่แน่ใจว่าเมิงโอเคแล้วจริงๆ ไล่ยังไงกูก็ไม่ไปหรอก อีกอย่างคนที่ทำให้เมิงเป็นแบบนี้ก็กูไม่ใช่หรอ” ผมพูดออกไปเสียงอ่อน มันไม่มองหน้าผม ดูท่าแล้วมันจะดูเหนื่อยใจมากๆ

            “กูปวดหัว” เสียงมันเอ่ยตอบและยอมถอยตัวเองออกขวางหน้าประตู ผมเดินเข้าห้อง

            “ถ้าไม่ให้ลงไปซื้อข้าวให้ ก็เลือกมาระหว่างโจ๊กกับขนมปังว่าจะเอาอะไร”

            “กูไม่...”

            “กูให้เลือก” ผมเผลอเสียงแข็งออกไปอย่างลืมตัว มันประสานสายตากับผมครู่หนึ่งอย่างลังเล

            “ขนมปัง” ผมดึงแขนให้มันเดินตามมานั่งรอที่โซฟา มันเดินได้ช้ามาก แล้วตัวก็เซเดินไม่ตรงทางคงเป็นเพราะอาการปวดหัวที่มันว่าไว้นั่นแหละ

           

            พามันนั่งลงเรียบร้อยดีแล้วผมก็ไปหยิบเอาขนมปังที่เก็บไว้ในตู้ ก่อนจะหยิบแยมสตรอเบอร์รี่ออกมาแล้วไปวางที่โต๊ะหน้าโซฟา วกกลับไปรินน้ำอุ่นใส่แก้วพร้อมหยิบจานเปล่ามา 1 ใบ แล้วกลับมานั่งข้างมัน

            “จะเอาน้ำผึ้ง” มันเอ่ยบอกเมื่อผมหยิบกระปุ๊กแยมเพื่อจะเปิดฝา

            “น้ำผึ้งนะ” ผมลุกออกไปหยิบน้ำผึ้งแล้วกลับมาหามันใหม่ มันมองมือผมที่กำลังราดน้ำผึ้งลงยังแผ่นขนมปังด้วยหน้าซึมๆ หน้าตามันน่าสงสารจนผมเห็นใจ ผมยื่นขนมปังให้มัน มันกัดเข้าปากไป 1 คำ ผมก็หยิบขนมปังแผ่นใหม่เตรียมเทน้ำผึ้งลงใส่

            “พอแล้ว”

            “งั้นกินให้หมดแผ่น”

            “อือ”

            “เดี๋ยวสักพักค่อยกินยา” ผมเอ่ยบอกมัน บรรยากาศในห้องนั้นนิ่งเงียบ ผมมองมันกัดขนมปังเข้าปากทีละนิด ดูแล้วมันไม่อยากจะกินสักเท่าไหร่

            “กูรู้สึกแย่มากๆ”

            “...”

            “ต่อไปจะเป็นยังไง”

 

            เรื่องระหว่างผมกับมันที่เกิดขึ้นเมื่อคืนยังคงเป็นความจริง การที่ผมยังสามารถมานั่งข้างมัน ดูแลตอนที่มันป่วยได้แบบนี้ ไม่ต่างจากรู้สึกว่ากำลังฝันสักเท่าไหร่

 

            “กูไม่รู้”

            “กูไม่ได้อยากให้เป็นแบบนี้เลย เรื่องเมื่อคืนมันทำให้กูคิดมาก กูโมโหมึงมาก จนตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าโกรธ” มันพูดออกมาด้วยเสียงเรียบ ผมมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยพิษไข้ของมันอย่างไม่สบายใจ แววตาของมันสงบนิ่ง

            “...”

            “กูคิดว่ากูควรเกลียดมึงด้วยซ้ำที่มึงทำขนาดนี้ แต่มันก็ตลกชะมัด กูไม่เคยเกลียดมึงเลย แค่คิดก็ยังรู้สึกว่าไม่มีทางที่กูจะเกลียดมึงได้ เมิงเป็นเพื่อนที่ดีมากๆ สำหรับกู เมิงดีมากจริงๆ นะมินโฮ”

            “กูเข้าใจความต้องการของมึงนะคีย์ กูรู้ว่ามึงอยากให้กูขอโทษแล้วกลับไปเป็นเพื่อนแบบเดิม กูรู้ว่ามึงสามารถทำให้ทุกอย่าง กลับไปเป็นแบบนั้นแล้วลืมเรื่องบ้าบอที่ทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ลงได้ แต่คีย์ กูทำไม่ได้จริงๆ กูหลอกใจตัวเองที่เกินเลยไปถึงไหนๆ ได้ยังไงไว้ อีกอย่างมันไม่ใช่แค่ใจ ทุกอย่างคีย์ กูทำกับมึงเกินกว่าจะที่กูจะกลับไปเป็นเพื่อนที่ดีให้เมิงได้”

            “...”

 

            ทั้งผมทั้งมันต่างนิ่งเงียบ แววตาของมันเศร้าสร้อยน่าเป็นห่วง ผมดูนาฬิกาที่ได้เวลากินยาแล้วก็ส่งยืนให้กับมัน 

“กินยาได้แล้ว กินยาลดไข้เพิ่มด้วย กันไว้ก่อนเพราะตัวเมิงร้อนๆ” มันยื่นมือมารับ แล้วก็นิ่งอยู่แบบนั้น นอกจากเรื่องของผมแล้ว การกินยาก็คงไปทวีคูณความลำบากใจของมันมากกว่าเก่าอีก แล้วไหนจะร่างกายที่อ่อนเพลียเพราะเป็นไข้  

“ถ้าอยากให้กูรีบออกไป ก็รีบกินยา”

“...”

“แต่ถ้าอยากให้อยู่ด้วยก็จะไม่ไปไหน”

“ ฮึก ฮือ~

 

 

 

            -KEY-

 

ผมร้องไห้โฮออกมา มันไม่ถามสักคำว่าทำไมถึงร้อง มีเพียงรอยยิ้มอ่อน แววตาของมันเหนื่อยล้า แต่มือที่ลูบหัวปลอบผมนั้นอบอุ่น ผมยังคงสะอึกสะอื้นและปล่อยให้มันปลอบอยู่แบบนั้น

 

มินโฮรู้ว่าผมไม่ชอบอยู่คนเดียวในตอนที่ป่วย และมันคงรู้อีกว่ามันกำลังทำให้ผมรู้สึกอึดอัดใจ แต่ผมสิ ไม่รู้เลยว่าอยากให้มันอยู่ด้วยกันหรือเปล่า ผมไม่อยากเห็นหน้ามันเพราะมันเป็นต้นเหตุที่ทำให้ผมต้องกินยา เป็นต้นเหตุของเรื่องบ้าๆ ที่ทำให้เรากลายเป็นแบบนี้ แต่การที่มันนั่งอยู่ข้างๆ แบบตอนนี้มันก็ไม่ได้แย่อะไร จริงอยู่ว่าผมรู้สึกอึดอัด แต่การมีมันอยู่ด้วยผมสบายใจกว่าที่จะต้องอยู่คนเดียว บางทีอาจเพราะผมชินที่เวลาไม่สบายแล้วมีมันอยู่ด้วยทุกครั้ง มินโฮมันใจดีกับผมมาก เวลาผมไม่สบายมันตามใจซะทุกอย่าง บางทีก็อยากแกล้งป่วยไปหลายๆ วันให้มันคอยทำนู่นทำนี้ให้

 

            ผมไม่อยากให้ความรู้สึกดีๆ เหล่านี้หายไปเลย มันตอบผมอย่างชัดเจนว่าไม่มีทางกลับไปเป็นแบบเก่าได้อีกแล้ว ความเป็นเพื่อนของเรามันจบลงไปแล้ว ทุกอย่างสำหรับมันชัดเจนมาโดยตลอด แต่ผมนั้นมองเห็นแต่ความมืดบอด ผมก้าวไปต่อไม่ถูก

            “เมิงไม่คิดจะถามหน่อยหรอว่ากูร้องไห้ทำไม” ผมถามมันออกไป ใช้หลังมือเช็ดคราบน้ำตาที่เลอะแก้มออก น้ำตาผมหยุดลงแล้ว หัวสมองผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากกว่าเดิม

            “...”

            “กูร้องไห้เพราะกูได้เสียเพื่อนที่ดีสุดสำหรับกูไปแล้ว”

            “ถ้าวันไหนที่กูร้องไห้ต่อหน้าเมิง วันนั้นไม่ต้องถามนะว่ากูร้องไห้เพราะอะไร เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นนอกจากการที่กูไม่มีโอกาสได้เป็นคนที่เมิงรัก”

            “กูไม่ต้องปลอบมึงหรอกใช่มั้ย” ผมถามติดตลก คำพูดของมันทำให้ผมสะอึก ยิ่งใบหน้าตึงเครียดของมันที่มองมาอย่างจริงจัง

            “ไม่รู้สิ จริงๆ กูไม่ได้คิดไว้ด้วยซ้ำว่ากูต้องเสียใจกับเรื่องนี้ แต่เพราะเมื่อคืน ที่ผ่านมากูคงคิดอะไรง่ายๆ เกินไป”  ริมฝีปากมันแค่นยิ้มส่งกลับมา ดวงตาคู่โตที่ผมคุ้นชิ้นนั้นอ่านไม่ออกเลยสักนิด ผมเลี่ยงการเผชิญใบหน้ากับมันด้วยการหยิบยาขึ้นมากิน ผมเกลียดยามาก แต่เวลานี้รสชาติขมฝาดของยาแทบไม่สามารถทำให้ผมเบ้หน้าออกมาอย่างปกติที่เป็นได้

            “กูดีใจมากเลยรู้มั้ย ที่วันนี้กูยังนั่งข้างมึงได้แบบนี้ ได้พูดกับมึงแบบนี้” ผมซึมซับคำพูดของมันได้อย่างง่ายดาย เพราะความรู้สึกของเรานั้นไม่ต่างกัน

            “กูไม่อยากเสียเมิงไปเลย” เสียงของผมแทบจะเบาหวิว ผมยกขาขึ้นมาชันเข่าแล้วกอดเอาไว้แน่น ก้มหน้าซุกหลบซ่อนความหวาดกลัว

 

            ผมกลัวว่ามันจะเป็นเพียงแค่วันนี้

            วันนี้ที่เราได้นั่งข้างกัน พูดคุยกันแบบนี้

 

“ถ้าที่ผ่านมามึงคิดว่ากูเป็นเพื่อนที่ดีของมึง ถ้าให้โอกาสกู กูเป็นคนรักที่ดีให้มึงได้เหมือนกันคีย์”

 

            นี่คือทางเลือกเดียวที่ผมมีอย่างนั้นหรอ

 

มันกำลังขอโอกาสให้ตัวเองได้เป็นคนรัก ในขณะที่ผมไม่รู้ใจตัวเองดีพอว่าควรจะตัดสินอนาคตข้างหน้ายังไง

 

 

 

             

 

 

 

             

 

 

 -------------PPLight------------

โผล่มาเเล้วค่าาาาาาาาาาาา ห่างหายกันไประยะหนึ่ง คิดถึงกันมั้ย ?

โผล่มารอบนี้คงมาต่อจนจบ เเอร๊กกกก ไม่ยากให้จบเลย ดองไปเรื่อยๆ ดีมั้ย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,101 ความคิดเห็น

  1. #1086 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 11:59
    ไรเตอร์กลับมาแล้วหายไปนานมาก
    คีย์รู้ตัวสักทีเถอะว่าเป็นเพื่อนกันไม่ได้อีกแล้ว 
    เป็นแฟนกันไปเลย
    #1,086
    0
  2. #1085 ตู้เสื้อผ้าชายนี่ (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 เมษายน 2558 / 18:39
    เย้ๆๆ เอาใจช่วยมินโฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮฮ
    #1,085
    0
  3. #1084 psminel (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 14 เมษายน 2558 / 10:54
    กรี๊ดด หายนานจนต้องกลับไปอ่านแชปเตอร์เก่า โอ้ยยย คบเลย คบเลยยยย ตายๆๆๆๆ
    #1,084
    0
  4. #1083 berry-key (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 เมษายน 2558 / 01:24
    ฮรืออออ น้ำตาไหลเลยค่ะ อึดอัดแทนทั้งสองคน ฝ่ายมินโฮเองก็ชัดเจนละนะ เมื่อไหร่คีย์จะชัเจนมั้งล่ะ รีบๆลงเอยกีนสักทีน๊าาาา แม่ยกอยากอ่านฉากสวีทหวานแล้ววว ปล. ขอบคุณมากนะค่ะไรท์ ที่ยังไม่ทิ้งฟิคเรื่องนี้ รอตอนจบ นะคะ่
    #1,083
    0
  5. #1082 kyeon (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 23:56
    กลับมาต่อแล้วววววว ทำไมคีย์ใจแข็งขนาดนี้ รู้ใจตัวเองไวๆนะ สงสารมินโฮ่อ่ะ หวังว่าน้องแทมกะพี่จงจะมีแผนดีๆมาช่วยสองคนนี้ด้วยนะ
    #1,082
    0
  6. #1081 zuneoka (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 23:06
    แอร๊ยยยยยยยยยยยย มาต่อแล้ววววววว ไม่คิดถึงเลยแต่มาส่องตลอดดดดด แงงงงงงง ไม่อยากให้จบเลยยย แต่อย่าดองนะคะพลีสสสสสส ชอบอ่ะ ชอบความรู้สึกที่มันค้างคา เพราะอย่างเราเองมันก้อมีนะอารมณ์ที่ว่าไม่รู้จริงๆ มันจะแบบอึดอัดมากกกกกก อ่านกี่ทีก้อสนุกง่ะ พอเข้ามาอ่านก้ออยากจะกลับไปอ่านตอนก่อนหน้านี่หมดเลย ชอบบบบบบ รวมเล่มมั้ยยย ยังคงถามคำถามเดิมม อิอิ
    #1,081
    0
  7. #1080 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 23:04
    ง่า อย่าดองเลย พี่คิดเถิง อยากได้อะไรคลายเครียด 555 คีย์ก็ลองดูไม่มีไรเสียหายหรอก ถ้ามินโฮมันไม่ดีก็ค่อยจัดการ ยังไม่สาย
    #1,080
    0
  8. #1079 LazyNoona (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2558 / 21:50
    ขอบคุณมากนะคะ น้องคีย์น่าสงสารมากๆเลย คงสับสนไปหมด ขอให้มินโฮพยายามอีกนิดนะ
    #1,079
    0