[ SHINEE FIC ] Sexy Smile : Minho x Key

ตอนที่ 29 : Sexy Smile _28 : ?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    10 ธ.ค. 57

Chapter 28

 

?

 

 

-MINHO-

 

ตลอดเวลาเรียน จนถึงเวลาเลิกเรียน คีย์ไม่ได้คุยกับผมเลยสักคำ ตอนที่ผมเจอมันระหว่างทางเดินมันก็รีบเดินหนี อ่า ทำตาขวางซะผมแทบกลืนน้ำลายไม่ลงเลยด้วย ข้อความส่งไปเท่าไหร่ก็ไม่มีทีท่าจะตอบ น่าอึดอัดชะมัดให้ตายเถอะ ผมที่ไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงเลยได้แต่ยอมถอยออกมาและจับตามองอยู่ห่างๆ แล้วก็ได้เรื่องจนได้ โชคดีที่ผมสะกดรอยตามมันตั้งแต่เลิกเรียน ตั้งแต่ตอนกินข้าว จนมันไปหอของฮยอนซึงกับดงอุน จนกระทั่งฟ้าเริ่มมืดรถของฮยอนซึงก็ถูกขับออกจากหอ ผมให้ไอจงฮยอนขับตามจนมาโผล่ที่ไอหน้าผับบ้าๆ ผับเดิม

 

ผมกับจงฮยอนได้แต่มองหน้ากันเลิกลักว่าจะเอาไงต่อดี สุดท้ายก็จำต้องก้าวเข้ามาที่ผับนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 จนได้ ผมกวาดตามองหาทั้งมันและเพื่อนทันทีที่เข้าไปถึง เพราะดงอุนตัวสูง ก็เลยค่อนข้างหาตัวได้ง่าย เมื่อรู้พิกัดแล้ว ผมจึงเลือกที่นั่งเยื้องออกไปจากโต๊ะที่มันนั่งอยู่ มุมนี้ค่อนข้างโอเคเพราะแสงไฟไม่ตกกระทบเท่าไหร่ คิดว่าน่าจะพลางตัวได้ดีในระดับหนึ่ง

 

“กูรู้สึกว่ากูอยู่ไกลพอควรนะ แต่ทำไมไอคีย์มันดูสวยทิ่มแทงตากูจัง  นี่ปะที่เขาเรียกว่าแสงสีทำให้ผีกลายเป็นคน” จงฮยอนบ่นออกมา ตาก็เพ่งมองไปยังคนตัวขาวที่นั่งไกลออกไป

“สงสัย กูก็รู้สึกมันดูดีขึ้นมานิดนึง”

“แล้วผู้ชายคนนั้นใครวะ” มันบอกพร้อมกับชี้นิ้วให้ผมมองตาม ความจริงผมก็มองอยู่ก่อนแล้วแหละ

“ไม่รู้สิ กูก็นั่งอยู่กับเมิงถามมาได้”

“ดูเหมือนหมอนั่นจะสนิทกับเมียเมิงนะ” จริงอย่างที่มันบอก ดูจากที่ไอคีย์ไม่นั่งทำเอ๋อใส่แล้วมันยังทั้งยิ้มทั้งคุย

“แล้วทำไมกูไม่รู้จัก”

“ชู้หรือเปล่าเมิง อ๊ากกกกกกกก เชี่ย” ผมซัดหมัดลงหน้าขามันไปทีโทษฐานปากดี

“กวนตีน”

“เฮ้ยๆ ฮยอนซึงกับดงอุนมันทิ้งให้คีย์อยู่กับนายนั่นสองต่อสองด้วย” ผมหันไปตามมันที่มันบอกก็ชักหัวเสียเข้าไปใหญ่ มองไอผู้ชายที่อยู่กับมันแล้วคิดแล้วคิดอีก อย่างมันจะไปรู้จักกับใครเขาได้ แล้วไอที่มันรู้จักผมเองก็รู้จักหมด แล้วนี่มันเป็นใครเนี่ย

“ถ้าเพื่อนคีย์ทำไมกูไม่รู้จักว่ะ”

“เพื่อนเหี้ยที่ไหนจะมองกันแบบนี้ครับคุณมินโฮ” มันพูดพลางทำตาปริบๆ ส่งให้ผม นี่แม่งใช่เวลามั้ยคนยิ่งหงุดหงิดอยู่

“เมิงอย่าปั่น”

“กูพูดตามภาพที่เห็นดูดิๆ อย่างกับคนกำลังจีบกันเลอ”

“นี่อย่ากวนตีนได้มั้ยยิ่งเค...”

“โหยยยยยยยยย สั้นเสมอหูมาเลยเมิง” ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบมันก็ร้องโหยออกมาดัง แล้วตามด้วยชี้นิ้วไปยังโต๊ะที่คีย์นั่งอยู่ ผมตวัดสายตามองตามทันที พร้อมกับรู้สึกได้เลยว่าตามันเบิกกว้างจนกลัวว่าลูกตาจะหล่นลงมากลิ้งในแก้วเหล้า

 

“เหี้ย!

 

นั่นเป็นคำแรกที่หลุดออกจากปากทันทีที่ผมรวบรวบสติได้

 

“ข้างล่างไม่พอ เมิงดูหลังเสื้อมัน แม่ง ขาวชิบหาย” ตาผมที่จ้องไปยังกางเกงสั้นกุดนั้นเลื่อนมองตามคำที่จงฮยอนมันเอ่ยบอก มือมันนี่ตีขาผมรัวๆ

 

“...”

 

ผมได้แต่กลืนน้ำก้อนเหนียวหนืดลงคออย่างยากลำบาก นั่นคือแฟชั่นอะไร ทำไมถึงได้โหดบรรลัยแบบนั้น เสื้อที่ฉลุลายเป็นหน้าตัวอะไรสักอย่าง ผมรู้แต่ว่าเห็นอะไรคล้ายเชือกเส้นเล็กๆ เกี่ยวไขว้ไปไขว้มาบนเนื้อหนังขาวๆ ของมัน

 

“เมิงไม่คิดจะทำอะไรหน่อยหรอ” มันมองหน้าผมเหวอๆ มันคงงงที่เห็นผมเอาแต่นั่งนิ่งไม่ทำห่าไรเลยสักอย่าง - -

“สมองกูเบลอหมดแล้วเนี่ย”

 

แล้วนั่นเป็นความจริง หัวผมนี่ตื้อไปหมด เมาพอๆ กับที่เจอเหล้าเพรียวไป 3 แก้วติด

 

“เมิงดูคนมองมันดิ มินฮงมินโฮอะไรนี่งอกง่อยมาก ไปๆ โดนคาบไปแดกแน่ๆ”

“ตลกเหอะ หมาที่ไหนจะได้คาบ ผัวอยู่นี่ทั้งคน” ผมเถียงมันกลับทันที มันหัวเราะเสียงดังออกมาก่อนจะยกแก้วขึ้นดื่ม

 

“นั่นใครวะ สวยเฉี่ยวน่าแดกมาก กูไปกลางฟลอร์ดีกว่า”

“อย่าๆ คนนั้นกูเล็งตั้งแต่เข้าร้านมาแล้วเว้ย”

 

“กูว่าเขาน่าจะพูดถึงเมียเมิงอ่ะ อะ อ้าวไอมินโฮ รอกูด้วยดิ”

 

 

 

-KEY-

 

พี่แทคยอนดูอึ้งไปเลยเมื่อได้ยินในสิ่งที่ผมพูดออกไป อ่า นี่ผมพูดออกไปเหมือนเป็นเรื่องง่ายไปหรือเปล่า บางทีอาจจะทำให้พี่เขาเองรู้สึกลำบากใจ

 

เฮ้อออออ ก็ต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

ใครเขาจะมาจูบกันง่ายๆ ล่ะเนอะ

 

            Rrrrrrrrrrrrrrrrrr

 

“เดี๋ยวผมเอาโทรศัพท์ไปให้ฮยอนซึงก่อนนะ” ผมหยิบเอาโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ข้างตัวมาถือไว้แล้วบอกกับพี่แทคฮยอน ดีเหมือนกัน พี่แทคฮยอนจะได้ไม่รู้สึกอึดอัดมาก

 

ผมเดินเข้ามากลางฟลอร์อย่างอยากลำบาก ตอนมองมาทีแรกคนมันก็ไม่ได้หนาขนาดนี้นี่นา แล้วทำไมถึงเบียดผมขนาดนี้นะ มันอึดอัดนะโว้ย

 

“เหวออ~” ผมร้องเหวอด้วยความตกใจออกมา ก็ไม่รู้ว่ามีไอบ้าที่ไหนมันเอามือมาขย้ำก้นผมได้ แม่งงงง อย่าให้รู้นะ ที่นี่ไม่ปลอดภัยจริงๆ เลย ฮยอนซึงกับดงอุนมันกล้าออกมาดิ้นแด่วๆ ไม่กลัวบ้างหรือไง

“เฮ้ยย มาๆ เพลงกำลังมันเลยเมิง” มันลากผมมายืนอยู่ด้านหน้ามัน ผมมองซ้ายมองขวาอย่างไม่รู้จะทำไง ข้างตัวผมนี่ดิ้นดิกๆ ดุ๋ยๆ กันสนุกสนาน เสียงเพลงก็ดังมากจนใจสั่นตาม

“ไม่ๆ กูเอาโทรศัพท์มาให้อ่ะ เห็นเมิงเม็มไว้ว่าพ่อเลยคิดว่าน่าจะเรื่องด่วน” ผมยื่นโทรศัพท์ส่งให้ฮยอนซึง

“พ่อทูนหัวล่ะสิมันน่ะ อย่าสนใจ แด๊นซ์เมิงแด๊นซ์” ดงอุนเป็นคนที่คว้าโทรศัพท์ตัดหน้าไปพร้อมคำพูดที่ทำเอาผมต้องพยักหน้าตามแล้วหลุดหัวเราะออกมา

 

            ผมโบกมือลา ทำท่าจะขอตัวกลับไปที่โต๊ะตามเดิม แต่ฮยอนซึงก็กอดเอวผมไว้ไม่ให้เดินหนีไปไหนได้ พอผมมองหน้ามันก็ใช้สายตาแกมบังคับให้ทำตามที่มันบอก

           

            เอาวะ เต้นก็เต้น

 

“โอ๊ยยย นี่ท่าเต้นเมิงน่ารักไม่ได้เกรงใจเสื้อผ้าหน้าผมเมิงเลย” ดงอุนฟาดมือเต็มสะโพกผม มือมันหนักเสียจนผมต้องตามลูบก้นตัวเองป้อยๆ ก่อนจะยิ้มแหยให้มัน

“ก็จะให้กูเต้นไงอ่ะ”

“ฮยอนซึง โชว์สิ” ดงอุนสั่งออกไป แล้วฮยองซึงก็วาดท่าทางคล้ายพวกโคโยตี้ที่ไอจงฮยอนกับมินโฮมันชอบเปิดดู ผมนี่ตาลุกวาวอย่างคิดไม่ถึงว่ามันจะเซียนเท้าไฟขนาดนี้ นึกว่าจะเป็นแต่เต้นมั่วๆ ไปเรื่อย ดูเหมือนตอนนี้คนจะเริ่มตีออกเป็นวงกลางให้ฮยอนซึงได้โชว์ท่าทางแสนยั่วยวนได้อย่างไม่ติดขัด ทุกสายตาดูเหมือนจะจ้องมายังทีมันเป็นคนเดียว

“ว้าวววววว” ผมหลุดเสียงลากยาว ตบมือรัวให้มันเสียงดังด้วยความตื่นเต้น

“ไม่ต้องอ้าปากตาวาวเต้นตามกูนี่เมิง สนุกกกกก” มันลากผมให้มายืนอยู่ในอณาเขตของมัน

“ฮ่าๆ ไม่เอาดีกว่า”ผมหัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธ ผมจะไปเต้นแบบมันเป็นได้ไงล่ะ

“น้องคีย์”

            “เหวอออ” ผมร้องดังเมื่อรู้ถึงแรงโอบเกี่ยวเข้าที่เอวจากแขนแข็งแรง

“ตกใจหมดเลย” ผมเอ่ยออกมาเมื่อหันกลับไปเห็นว่านั่นคือพี่แทคยอน พี่เขายิ้มและมือยังคงประคองช่วงเอวผมไว้ทั้งสองข้าง มันก็แปลกๆ อยู่นะ ผมว่าเรากำลังใกล้ชิดกันเกินไป แล้วพื้นที่ตรงนี้ก็ยังถูกตีกรอบเป็นวงกลมกว้างไว้ด้วย

“พี่เองแหละ พี่อยากทำตามคำขอคีย์น่ะ”

“หืม อื้อออออ” ผมขมวดคิ้วงงไม่ทันไร ริมฝีปากอุ่นนั่นก็ประกบลงแนบชิดกับริมฝีปากของผม ตาผมเบิกกว้างด้วยความตกใจ ตัวก็แข็งทื่อไปหมด เสียงดนตรีดังๆ ที่เคยได้ยินอยู่ๆ มันก็เงียบหายไป

 

ผมรู้สึกถึงปลายลิ้นอุ่นหนาที่แตะชนกับลิ้นของผม

 

“ย่า!!!

 

ผัวะ!!!

 

“มินโฮ”  ภาพเลือนนั้นค่อยชัดขึ้นหลังจากที่ได้ยินเสียงเนื้อกระทบหมัดเป็นครั้งที่สอง มินโฮกำลังต่อยพี่แทคฮยอน

 

ทำไมมินโฮถึงมาอยู่ที่นี่ได้

“เออกูเอง ส่วนเมิง ไม่ต้องมายุ่งกับคีย์อีก!!” มันตอบรับชื่อที่ผมขานออกไป ก่อนจะหันไปพูดเสียงดังกับพี่แทคฮยอนที่กำลังพยุงตัวขึ้น

“หาเรื่องเพื่อนกูหรอวะ” ผมได้ยินเสียงเอ่ยแทรกมาจากฝูงคนที่กำลังมุงดู

“เมิงไปเลยกูเคลียร์เอง” เสียงคุ้นหูที่ดังไล่ตามมาทำให้ผมเห็นว่าจงฮยอนก็อยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน ยังไม่ทันที่ผมจะได้พูดอะไรไอมินโฮก็กระชากเข้าที่แขนแล้วลากผมผ่านผู้คนที่ยังไม่แตกตัวไปไหนออกจากบริเวณ มันลากผมจนออกมาถึงหน้าประตูร้าน และมันยังลากผมไปต่อเรื่อยๆ

“ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ เป็นบ้าอะไรของเมิงเนี่ย” ผมตะโกนเสียงดัง มือเองก็พยายามแงะมือของมันที่กำแขนผมไว้แน่นออก

“เมิงสิเป็นบ้าอะไร”

“กูบอกให้ปล่อยไง” ผมท้วงออกมาอีกครั้ง ผมมองมันด้วยสายตาไม่พอใจ แต่พอมันใช้สายตาคมโตของมันจ้องผมกลับก็ทำเอารู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก

“เมิงเงียบแล้วตามกูมา”

“ไม่” ผมไม่ยอมขยับตัวตามมันที่กำลังจะข้ามถนนไปอีกฝั่ง

“ปล่อยนะ กูบอกให้ปล่อยไง” มันลากผมให้เดินข้ามถนนตามเมื่อสัญญาณไฟเปลี่ยนเป็นสีแดง พอข้ามผ่านมาได้มันก็เปิดประตูรถแท็กซี่ที่จอดรอรับผู้โดยสารเปิดกว้างออกแล้วสั่งเสียงเย็น

“ขึ้นไปเดี๋ยวนี้คีย์” ผมก้าวขาขึ้นรถอย่างไม่มีทางขัดคำสั่ง ผมมองหน้ามันที่ดูหัวเสียมากก่อนจะต้องสะดุ้งเมื่อมันดันประตูปิดเสียงดัง

 

ปัง!!

 

ผมนั่งนิ่งเงียบไม่พูดอะไร มันเองก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลยหลังจากบอกจุดหมายปลายทางกับคนขับเสร็จ

 

ผมเคยบอกใช่มั้ยว่ามันเป็นคนโมโหแล้วน่ากลัว

แล้วผมเองก็กลัวมันมากด้วย

 

             ไม่กี่นาทีรถก็มาจอดยังหน้าหอ มันจอดรถแล้วเปิดประตูกระชากผมออกจากรถ ผมอดไม่ได้ที่จะโวยลั่นออกไปเพราะมันทำแขนผมร้าวไปทั้งแขน แต่มันก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด มันลากผมเข้ามาลิฟต์ บรรยากาศรอบตัวดูเป็นสีดำจนผมอยากจะอาเจียนให้รู้แล้วรู้รอด

 

ผมไม่เคยชินสักครั้งเวลาที่เกิดความรู้สึกน่าอึดอัดกับมัน

 

ผมกับมันมาหยุดยังกุญแจหน้าห้อง มันมองไปที่ห้องตัวเองที่ตอนนี้ผมยึดเป็นเจ้าของ และมองมาที่ห้องผม มันขมวดคิ้วนิดหน่อยก่อนจะคว้าหยิบเอากุญแจที่อยู่ยังกระเป๋าเสื้อด้านหน้าของผม

 

“ไม่ มินโฮ” ผมร้องออกมาเมื่อมันจะลากผมเข้าห้องไปกับมัน

“ก็ บอกว่าไม่ไง” ผมย้ำอีกครั้งพร้อมกับที่มันออกแรงเพิ่มมากขึ้นเผื่อผลักผมให้เข้าไปอยู่ในห้องมัน

 

“เมิงเป็นบ้าอะไรฮะ” มันถามผมด้วยสีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ แล้วไม่คิดบ้างหรือไงว่าอยู่ก็มาทำแบบนี้ใส่ ผมจะไม่โกรธไม่เคืองมันบ้าง

“กูไม่ได้เป็นบ้า” ผมเถียงมัน มันโกรธได้ผมก็โกรธได้

“ที่ไปให้ไอบ้านั่นจูบไม่ได้บ้าเลยใช่มั้ย” มันสวนกลับด้วยเสียงที่แข็งกว่าเดิม

“ปากของกู กูจะจูบกับใคร จำเป็นที่กูต้องเป็นบ้าด้วยหรอ” ผมพูดออกไปอย่างที่ใจคิด ถ้าจะโมโหจนเดือดเป็นไฟเพราะเรื่องนี้ผมว่ามันไม่ใช่ ผมไม่ได้ทำผิดอะไรเลยสักนิด

 

มันเงียบและถอนหายใจแรง ผมยังคงจ้องหน้ามันอย่างรอคำตอบ

 

“เออ เมิงไม่ได้บ้า กูเนี่ยแหละที่จะเป็นบ้า ทำไมไม่รู้จักคิดบ้างคีย์” เสียงของมันอ่อนลงมาก แต่แววตาที่จ้องมาที่ผมยังดูโมโหร้ายไม่ต่างจากเดิม

 

ผมว่าผมพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมมันถึงได้โกรธขนาดนี้

 

“กูต้องคิดด้วยหรอ ทีเมิงทำอะไรไม่เห็นจะคิดเลยมินโฮ” ผมย้อนถามมันในคำที่มันเอ่ยว่าผมไม่รู้จักคิด

“เมิงรู้ได้ไงว่ากูไม่คิด” มันสาวเท้าเข้ามาใกล้ ผมจะถอยหนีแต่แผ่นหลังก็ติดเรียบไปกับบานประตูอย่างไม่มีทางหนี มือของมันเท้าลงกับประตู นัยน์ตาดำขลับนั้นจ้องลึกมาที่ตาผม ผมไม่หลบสายตามัน มือของผมกำไว้แน่น

“เมิงมันเห็นแก่ตัว อือออออ” เสียงของผมไม่ได้เอ่ยออกไปดังมากนัก แต่ระยะห่างที่แทบไม่เหลือช่องวางนั้นไม่มีทางที่มันจะไม่ได้ยิน ปากของมันเบียดเข้าประกบปากผม ผมทุบมืออย่างไม่ยอมให้มันได้ทำตามใจตัวเอง แต่ก็ไม่เป็นผลเลยสักนิด ถึงจูบที่มันกำลังยัดเยียดให้ผมรับนั้นจะไม่ได้ถึงขั้นแลกลิ้น แต่รสฝาดจากแอลกอฮอล์ที่มันดื่มมาก็ชัดจนรู้ว่าเป็นเหล้ายี่ห้อประจำที่มันชอบสั่ง

“อย่าทำแบบนี้อีก” มันถอนจูบออกและสั่งออกมา

 

ยังกล้าที่จะสั่งผมอย่างนั้นหรอ

 

“เมิงไม่มีสิทธิมาสั่ง” ใช่ ผมพูดออกไปถูกต้องแล้ว มันไม่มีสิทธิอะไรเลยที่จะมาออกคำสั่งกับผม  

“เมิงเป็นของกู ทำไมกูไม่มีสิทธิจะสั่งเมิง” น้ำเสียงนั้นดุดัน ผมแค่นยิ้มออกมา ทำไมผมถึงได้ยินคำพูดแบบนี้ออกจากปากของมันได้

 

เห็นแก่ตัวจริงๆ ชเว มินโฮ

 

“ถ้าการที่เมิงได้กูไป แล้วคิดว่ากูเป็นของเมิงก็หยุดคิดซะ”

“หมายความว่าไง”

“กูไม่มีทางไปเป็นของเมิงเพราะเรื่องงี่เง่าแค่นั้นหรอกนะ เมิงจำเอาไว้ด้วย กูไม่ใช่ของเมิงมินโฮ” ผมย้ำคำพูดกับมันอีกครั้งด้วยถ้อยคำที่ชัดเจนมากขึ้น มันจ้องหน้าผมนิ่ง แววตาของมันไม่เหมือนคนที่กำลังโกรธจัดเหมือนเก่า แล้วก็ไม่ได้แสดงออกถึงความเข้าใจที่ผมบอกมัน

 

ผมอ่านสายตาของมันไม่ออก

 

“หยุ...” ไม่ทันได้ร้องท้วง มือใหญ่มันก็ผลักผมจนตัวติดไปกับกำแพง ใบหน้าของมันเคลื่อนเข้ามาใกล้อย่างรวดเร็ว และตำแหน่งที่มันพุ่งตรงมาคงไม่พ้นที่ปากผมเช่นเดิม ผมออกแรงผลักมันเต็มแรงให้ถอยห่างจากตัวผม

 

ผัวะ!!

 

“หยุดบ้าได้แล้ว!!” ผมชกมันก่อนจะเสียงดังเข้าใส่ มันยกมือขึ้นจับที่มุมปาก ตายังคงจ้องนิ่งมาที่ผม

“ถอยไป” ผมเอ่ยออกไปเมื่อมันสืบเท้าเข้ามาใกล้อีกหน

“ไม่”

“ขอร้องมินโฮ อย่าทำให้กูเกลียด” ผมหลับตาลงนิ่ง กำปั้นของผมนั้นกำไว้แน่น ผมไม่ได้อยากทำกับมันแบบเมื่อครู่อีก

“...”

“บอกว่าถอ...” ผมลืมตาขึ้นและเห็นว่ามันอยู่ห่างเพียงแค่คืบ

“ขอโทษ” มันเอ่ยออกมาและก้าวถอยให้ผมได้ยืนได้สะดวกมากขึ้น

“...”

 

ผมควรรับฟังคำขอโทษจากมันมั้ย

ผมโกรธ ผมโกรธมากๆ ด้วย

โกรธจนไม่อยากเห็นหน้ามันด้วยซ้ำ

 

“กูขอโทษ กูทนเห็นใครทำกับเมิงแบบนั้นไม่ได้ กูมันบ้าอย่างที่เมิงบอก” มันรวบตัวผมเข้าไปกอดไว้แน่นโดยที่ผมไม่ทั้นตั้งตัว กำปั้นที่กำไว้แน่นในตอนนี้มันคลายลงและสั่นเทา ผมเม้มปากเข้าหากันแน่น

 

ระหว่างผมกับมันเจอเรื่องแย่ๆ มาไม่น้อย

แต่ครั้งนี้...มันแย่กว่าทุกๆ ครั้งรวมไว้ด้วยกันเสียอีก

 

 

 

-MINHO-

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมมันถึงได้พูดคำว่าเกลียดออกมาด้วยน้ำเสียงและท่าทางเย็นชาแบบนั้น มันเกลียดผมจริงๆ แล้วใช่มั้ย เพราะผมทำเกินเลยไปอย่างนั้นหรอ ใช่ ผมคิดว่าผมทำเกินไปจริงๆ ผมไม่มีสติเลยสักนิด ผมรู้แต่ว่าผมทั้งโกรธและโมโห ยิ่งมันปฏิเสธคำพูดของผมทุกคำ ก็ยิ่งพาให้สติกระเจิดกระเจิงไปใหญ่

ผมบังคับมันโดยที่ผมไม่รู้ตัว แล้วกำปั้นหนักๆ ของมันก็ช่วยทำให้ผมดูมีสติมากขึ้น

 

“พอเถอะ กูเหนื่อยมินโฮ” มันแกะมือผมที่กอดตัวมันออกพร้อมคำพูดราบเรียบแต่ไม่น่าฟังเลยสักนิด ผมยอมถอยออกจากมันมาหนึ่งก้าว ผมยอมให้มันโวยวายตะโกนใส่หน้าดีกว่าทำตัวเฉยชาแบบนี้ใส่ผม เฮ้อออออ แต่ถ้ามันไม่ทำแบบนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะมีสติหรือเปล่า

“ฟังกูพูดก่อนได้มั้ย แล้วเดี๋ยวกูจะเป็นคนออกไปเอง”

“...”

            “ที่ทำลงไปยอมรับว่าเห็นแก่ตัว แต่กูตั้งใจ กูชอบเมิงมาก ไม่รู้ว่ามันมากจนขนาดที่ว่าควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...”

 

“คีย์ เมิงคงไม่เอาเรื่องผิดพลาดมาหักลบเรื่องดีๆ ที่เราเคยมีด้วยกันทิ้งไปจนหมดหรอกใช่มั้ย”

 

 

 

 

 




------------PPLIGHT-----------------

คือชื่อตอน ? นี่คืออะไร ไม่รู้ว่าจะตั้งชื่อว่าอะไรดี 

หายไปนานนนนนน คิดถึงกันบ้างมั้ย (โดนโบก) 

จริงๆ ก็ไม่อยากต่อเท่าไหร่ ฟิคมันใกล้จบเเล้วอย่างที่บอก ให้คนเขียนมันลีลาหน่อย 

สำหรับคนที่ยังตามอ่านอยู่ ขอบคุณมากจริงๆ ฮรือออออ 

ไม่มีอะไรเเล้วบายๆ ตอนหน้าคิดว่าไม่นานจะมาต่อ (เชื่อได้มั้ย - - *) 


อีกเรื่องสำหรับคนที่ติดตาม เเพรวอัพเดทที่ทวิตนี้เเทนเเล้วนะคะ @Px2LiGHT 
 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,101 ความคิดเห็น

  1. #1077 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2557 / 09:53
    ในที่สุดไรเตอร์ก็กลับมา
    คีย์หนูแต่งตัวเซ็กซี่มาก นึกภาพออกเลย คงสวยน่าดูอยากเป็นครในผับบ้างจังอยากเห็นคีย์
    มินโฮกับจงตามมา มินโฮเห็นคีย์แต่งตัวแบบนั้นแล้วถึงกับมึนเลยเหรอ 
    มินโฮฟิวส์ขาดแล้ว คีย์ไปขอให้เค้าจูบทำไม
    ดีกันเร็วๆนะสองคนคีย์ก็เข้าใจผิด มินโฮก็หึง
    #1,077
    0
  2. #1074 วอทเดอะ... (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2557 / 19:53
    เอาแล้วมินโฮก็หึงโหด คราวนี้คีย์ก็ไม่ยอมแบบครั้งก่อนๆ อย่าดราม่ากันเลยนะ คีย์รับรักมินโฮสักทีนะ จะได้กุ๊กกิ๊กกันซักทีรอฟินอยู่นะตัว
    #1,074
    0
  3. #1069 Nam Chonticha (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2557 / 22:46
    พี่แพรวหายไปไหนมาาาาาาา โฮวววววว~ คิดถึงสุดๆ อย่าหายอีกนะ555555555 บอกเลยเนี่ยอารมณ์ค้าง น้ำตาจะไหลล่ะอีกนิดเดียว...จบ5555555555555 พี่มาต่อด้วยนะ จุ้บๆ
    #1,069
    0
  4. #1068 zuneoka (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 21:48
    ฮรือออออออ คิดถึงงง คิดถึงมากกกกก น้องแพรววว นี่ไม่คิดไม่ฝันเลยว่าวันนี้เปิดเข้ามาแล้วจะเจอฟิคเรื่องเน้ น้ำตาไหลพรากก หัวใจเต้นตุ้บๆๆๆ ใกล้จะจบแล้วเหรอ แงงง ใจหายนะ ทำไมคีย์ทำแบบนี้อ่ะ โกรธแค่ไหนก้อไม่น่าให้ใครจุ้บนะ มานี่มาเด๋ยวเค้าจุ้บเองง 5555 ลุ้นมากเลย คีย์จะยอมอภัยให้มินโฮมั้ยเนี่ย นานไม่นานก็รอค่าาา
    #1,068
    0
  5. #1067 zominho (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2557 / 19:58
    หายไปนานมากเลย กลับมาแล้วมาต่อๆ คีย์อะไปพูดว่าเกลียดได้ยังไง ฟังเหตุผลมินโฮก่อนเนอะ
    #1,067
    0
  6. #1066 tao_omc (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 22:12
    ง่ะ ดราม่าซะแล้ว เรื่องใหญ่โตเลย ไม่รู้จะเข้าข้างใครดีอ่ะ คือต่างคนต่างก้อมีเหตุผลอ่ะ แต่คีย์จะเกลียดมินโฮจริงเหรอ มินโฮก้อโมโหร้ายอารมณ์ร้อน ใจเย็นหน่อยสิมินโฮ ให้เวลาคีย์ได้คิดบ้าง 
          คิดถึงสิกัฟไรท์ตอร์... ขอบคุณนะกัฟไรท์เตอร์ รอตอนต่อไปอยู่นะกัฟ สู้นะกัฟ
    #1,066
    0
  7. #1065 kyeon (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 21:18
    หายไปนานเลย กลับมาอีกทีไม่รู้จะสงสารใครดี ต่างคนต่างเหตุผล

    ฟังกันเยอะๆน้า มินคีย์
    #1,065
    0
  8. #1064 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2557 / 19:50
    ดราม่าเลยทีเดียว ไม่รู้จะเข้าข้างใคร มันก็มีเหตุผลกันทั้งคู่ แต่จงนี่เสี้ยมเก่งนะเรา แต่ก็รักเพื่อนแหละ จริงมะ? เอาใจช่วยทั้งสองคนเลย อย่าโกรธกันนานเลย น้องแพรวอย่าใจร้ายยยยย
    #1,064
    0
  9. #1063 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2557 / 20:34
     
    ดีที่มินโฮตามมา
    จงฮยอนเหมือนคนขับรถเลย555
    จงว่าคีย์อย่างนั้นได้ไงน้องคีย์สวยมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว
    มินโฮแกเพิ่งรู้เหรอว่าเมียแกดูดี
    งานเข้าคีย์แน่ รอตอนต่อไปค่ะ
    #1,063
    0
  10. #1061 วอทเดอะ... (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 20:19
    แหม่................ อย่ามาแค่ 10% สิ รีดเดอร์ใจจะขาดดดดดดดดดดดดดด อยากอ่านจะบ้าอยู่แล้วววววววววววววว
    มาต่อเร็วๆนะ ชอบเรื่องนี้
    #1,061
    0
  11. #1060 zuneoka (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 08:55
    อ๋อยยยยย งืออออ ค้างงงงค่าา อย่างน้อยตามมาก็อุ่นใจละ รีบมาต่อนะตัวว ใจจะขาดรอนๆๆ เแน 10% ทรมานเมิ้กกก
    #1,060
    0
  12. #1059 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:19
    กรำ ค้างอะ เป็น 10% ที่กระตุ้นต่อมสุดๆ
    #1,059
    0
  13. #1058 zominho (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2557 / 00:06
    มินโฮนี่เหมือนพวกสตอร์กเกอร์นะ ตามติดชีวิตคิมคีย์ 5555
    #1,058
    0
  14. #1057 kyeon (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 21:36
    เป็น10%ที่ทำให้ค้างคาได้ค่ะไรท์ กลับมาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,057
    0