[ SHINEE FIC ] Sexy Smile : Minho x Key

ตอนที่ 28 : Sexy Smile _27 : ปัญหาที่ใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 ก.ค. 57

Chapter 27

 

ปัญหาที่ใจ

 

 

-MINHO-

 

“เมิงพูดเรื่องจริงใช่มั้ย” จงฮยอนย้ำถามเมื่อผมเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับคีย์ ด้วยหน้าตาแตกตื่น

“เออ”

“จริงๆ นะ”

“เออ สิ เห็นหน้ากูมั้ยว่าเครียดขนาดไหนน่ะ”

“เฮ้ออออ เมิงก็ใจร้อนไป” มันถอนหายใจยาว พลางส่ายหน้าเหมือนไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมทำ

“ก็มันโง่จนน่าหงุดหงิด คราวนี้ก็ชัดๆ ไปเลยไง”

“ก็จริง แม่งก็ควรโดน”

“ใช่มั้ย กูไม่ได้ผิดสักหน่อย”

“เดี๋ยว กูไม่ได้เข้าข้างเมิงขนาดนั้นมินโฮ”

“อ้าว”

“กูเป็นคนกลางที่รู้เรื่องเมิงทั้งคู่ กูหนักใจนะเว้ย กูเข้าใจในความซื่อบื้อของมันที่น่าหงุดหงิด แต่กูก็สงสารที่เมิงไปเอาเปรียบมันแบบนั้น”

“กูผิดมากหรือไง ทีมันเอาใจกูไปทั้งใจแล้วมาทำบื้อขนาดนี้ ก็เอาเปรียบกูเหมือนกันแหละน่า ปล่อยให้กูรักอยู่ข้างเดียวแบบนี้มันแฟร์ตรงไหน” ผมเอ่ยสวนกลับไป แม้ในใจจะรู้ว่าผิดเต็มๆ ก็เถอะ

“นั่นเมิงหลงเมิงชอบมันเอง มันจะรับรู้หรือไม่รับรู้ความรู้สึกของเมิง คือมันไม่ผิด แต่การที่เมิงไปปล้ำมันแบบนั้น เมิงผิด”

“ก็ใช่ แต่กูก็พร้อมรับผิดชอบไง”

            “นี่เมิงก็ยัดเยียดความเป็นผัวให้มันเหลือเกิน” มันพูดออกมาด้วยสายตาจิกกัด ผมเองก็ได้แต่เลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยท่าทางกวนตีนกลับพร้อมตอบมันออกไปอย่างหน้าด้านๆ

            “ก็กูอยากเป็น”

           

            “คุยอะไรกันอยู่หรอฮะ ท่าทางซีเรียสเชียว” เสียงที่เอ่ยขัดขึ้นตรงหน้าทำให้ผมกับจงฮยอนเผลอทำหน้าเหลอหลาไปวูบหนึ่ง และเป็นจงฮยอนที่ตอบคำถามออกไปก่อน

 

            “ก็เรื่องทั่วไปนี่ ไม่มีอะไร”

            “หน้าตาไม่น่าเชื่อถือเลยนะพี่จงฮยอน” เจ้าของตากลมเบ้ปากก่อนจะนั่งยังที่นั่งข้างๆ จงฮยอน

            “เรื่องของพี่น่ะ ไม่เกี่ยวกับจงฮยอนหรอก”

            “เรื่องอะไรหรอฮะพี่มินโฮ”

            “หมาที่แม่เลี้ยงไว้ดันเกิดป่วยขึ้นมาเนี่ยสิ แล้วท่าทางจะไม่รอดซะด้วย พี่ก็เลยมาปรึกษาจงฮยอนว่าควรทำไงดี เพราะถ้ามันตายขึ้นมาจริงๆ แม่พี่ต้องเครียดมากแน่ๆ เลย” ผมแหลสดออกไป แทมินตั้งใจฟังพร้อมสีหน้าที่ดูสลดลง

            “อ่า น่าสงสารจังเลยนะฮะ”

            “ใช่มั้ยล่ะ พี่เองก็ไม่รู้จะช่วงหมาไอมินโฮมันยังไงดี”

            “อือออ แย่จัง แล้วพี่คีย์ยังไม่มาอีกหรอพี่มินโฮ อ้าวพูดถึงก็มาพอดีเลย พี่คี...ทำไมพี่เขาไปนั่งกับพี่ฮยอนซึงแล้วก็ดงอุนอีกแล้วล่ะ” ตากลมมองตามคีย์ที่เดินไปนั่งด้านหน้าพร้อมเอ่ยถามด้วยความสงสัย ผมเองก็มองตามคีย์เหมือนกับน้องเช่นกัน

            “...”

            “คงมีเรื่องคุยกันมั้ง ช่วงนี้เขาก็คุยกันบ่อยๆ ด้วย” จงฮยอนตอบแทมินเมื่อเห็นว่าผมไม่พูดอะไรออกไป

            “ก็จริง พี่รู้มั้ยฮะว่าเขาคุยไรกัน”

            “พี่จะไปรู้หรอ” ผมส่ายหน้าปฏิเสธ แทมินจึงหันไปหาคำตอบกับจงฮยอนแทน

            “พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน”

            “อ่า” คนตัวเล็กทำหน้าเสียดายก่อนจะหยิบหนังสือการ์ตูนขึ้นมาอ่าน ผมเองก็สงสัยเหมือนกันว่าคีย์จะคุยอะไรกับพวกนั้นรึเปล่า จงฮยอนเองก็ด้วย มันหันมามองหน้าผมอย่างรู้กันก่อนจะขยับปากออกมา

            “สงสัยว่าจะเรื่องไม่ดี”

            “ลางสังหรณ์กูก็ว่างั้น”

 

 

 

-KEY-

 

“ทะเลาะกับผัวอีกแล้วหรือไงคีย์”

 

นั่นคือเสียงทักทายแรกของดงอุนเมื่อผมหย่อนตูดลงยังเก้าอี้ข้างๆ ฮยอนซึง

“เงียบไป” ผมเอ่ยบอกมัน ไม่มีอารมณ์จะกวนตีนกลับสักเท่าไหร่

“มองด้วยหางตาอีก นิสัย แล้วเป็นอะไรเมื่อวานก็ไม่มาเรียน”

“ไม่สบายนิดหน่อย” ผมโกหกออกไป แต่จริงๆ ผมก็ไม่สบายนี่หว่า

“แล้วหายหรือยัง ถ้ายังก็ไปนั่งกับผัวเมิงเลย” ดงอุนเอ่ยก่อนจะปรายตาไปทางที่มินโฮนั่งอยู่ไกลออกไปทางด้านหลัง ผมไม่ได้มองตามมันไป เพราะไม่อยากจะสบตากับมินโฮสักเท่าไหร่

“เมื่อไหร่เมิงจะเลิกพูดว่ามินโฮเป็นผัวกูซะที” ผมเอ่ยเสียงเรียบพร้อมกับมองหน้ามัน

“แล้วมันผัวเมิงมั้ยล่ะ”

“...”

“นี่เมิงชอบมินโฮมากใช่มั้ย จิกกัดไอคีย์จริง คีย์ นี่ชีทเรียนเมื่อวานที่ฝากกูเก็บ” ฮยอนซึงหันไปแขวะดงอุนที่นั่งข้างๆ ผมพยักหน้ากวนตีนส่งให้มันอีกนิดหน่อยก่อนจะรับชีทมาจากมือฮยอนซึงมา

“ขอบใจมาก เมิงนี่สวยและน้ำใจงามจริงๆ”

“แน่นอน” มันยิ้มรับอย่างภาคภูมิใจ เห็นไอดงอุนทำน่าสยองนิดหน่อยเลยโดนมันฟาดมือใส่ไปหนึ่งที

“นี่วันนี้พากูไปผับนั้นด้วยดิ” ผมเอ่ยออกไป ฮยอนซึงทำตาโตก่อนจะแซว

“แหม ติดใจหรือไง”

“มีอะไรอยากลองนิดหน่อย”

“เดี๋ยวผัวก็ตามมาลากคออีกหรอก ไม่เข็ดหรอเมิง” ดงอุนชะเง้อคอข้ามฮยอนซึงมาว่า ผมยู่หน้าใส่มันก่อนจะพูดออกไปทีละคำอย่างชัดเจน

“กู-กับ-มัน-ไม่-ได้-เป็น-อะไร-กัน จะให้พูดกี่รอบว่ะ!

“หรอออออออ”

“เมิงก็ชอบแหย่มัน อาจารย์มาแล้ว” ฮยอนซึงบอก ทำให้ผมและดงอุนต้องหันหน้าไปยังกระดานพร้อมกับยิ้มส่งให้อาจารย์  

 

เสียงบรรยายดังขึ้น พร้อมกับปากกาหมึกสีเข้มที่ขีดเขียนลงยังกระดานสีขาว ผมพยายามมีสมาธิอยู่กับการเรียน แต่สุดท้ายเรื่องบ้าบอที่เกิดขึ้นก็แทรกเข้ามายังหัวตลอด ฮยอนซึงกับดงอุนหันมามองผมเป็นระยะ แต่ผมก็ไม่ได้หันไปสบตาหรือเอ่ยพูดอะไร ยังคงเอาแต่จ้องไปยังกระดานอยู่แบบนั้นจนถึงช่วงพักกลางวัน ก็ยังคงตามติดพวกมันทั้งคู่ไปกินข้าวด้วย

 

“ทะเลาะอะไรกันมาวะ” มันคงอดสงสัยไม่ได้จริงๆ ถึงได้ถามย้ำออกมาอีกครั้ง แต่ผมก็ไม่มีอะไรจะพูด เรียกง่ายๆ ว่าเล่าไม่ได้จะดีกว่า

“เปล่า”

“ตอแหล”

“เออ กูตอแหล!” ผมกระแทกเสียงตอบกลับไอดงอุนออกไป มันสะดุ้งตัวนิดหน่อยเพราะเสียงที่ดังของผม ก่อนจะมาทำหน้าสลอนตาระยับ

“เรื่อง”

“เสือก”

“...”

“กินข้าวก่อนมั้ย” ฮยอนซึงจบบทสนทนา ดงอุนทำปากอุบอิบ แล้วพวกเราก็เริ่มกินข้าว แล้วพูดเรื่องทั่วไปแทนเรื่องของผม

 

หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ ผมกับพวกมันก็เดินขึ้นไปยังชั้นเรียนเพื่อรอเรียนคาบบ่าย ระหว่างทางที่เดินไอมินโฮดันโผล่มาจากโรงอาหารอีกฝั่งพร้อมกับจงฮยอนและแทมิน มันเห็นผมแล้วทำหน้าทำตาไม่ถูก เหมือนจะเอ่ยทักแต่ก็ไม่ทัก หรือบางทีหน้าตาผมตอนที่มองมันอาจเป็นเหตุด้วยแหละมั้ง ผมหลบสายตามันที่ยังมองมาก่อนจะก้มหน้าหนีพร้อมเร่งฝีเท้าไปยังห้องเรียน ไอดงอุนกับฮยอนซึงเองก็ต้องรีบเดินตามผมไปด้วย ผมแอบเห็นว่ามันหันไปมองมินโฮด้วยสีหน้าลำบากใจเหมือนกัน

 

เฮ้ออออ ถ้ายังเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ คงไม่ดีแน่ๆ ไอมินโฮนะไอมินโฮ

 

พอมาถึงห้องเรียน ผมก็นั่งลงพร้อมกับถอนหายใจเสียงดังจนไอดงอุนสะดุ้ง นี่ก็อะไรนิดอะไรหน่อยสะดุ้งสะดิ้งตลอด สาวน้อยเหลือเกินนะมันเนี่ย ทำอะไรไม่ได้นึกถึงความทึกของร่างกายตัวเองเลย ผมเหนื่อยใจแทน

 

“มีปัญหากันนิดหน่อย”

“อ้อ อือ” ดงอุนมันเอ่ยออกมา แต่ก็พูดไม่อะไรต่อ

“เมิงคงไม่บอกใช่มั้ยว่าเรื่องอะไร” ฮยอนซึงถาม หน้าตาไม่ค่อยแสดงความอยากรู้อยากเห็นเท่าไอคนที่ตอบแค่อือ - -

“อืม คิดว่าไม่พูดน่าจะดีกว่า” ผมตอบฮยอนซึงออกไป มันพยักหน้าแล้วก็ยิ้มให้

“ดูมินโฮก็รู้สึกผิดอยู่นะ ถ้าเป็นเรื่องอะไรที่ทำให้เมิงโกรธ มันก็ยอมรับผิดทุกครั้งอยู่แล้วนี่  ไม่สงสารมันหรอ หน้าอย่างกับคนชะตาขาด”

“...”

“อืม มันรักเมิงจะตายไปคีย์ ถ้าเป็นกูได้ผัวน่ารักแบบนี้กูยอมหมดอ่ะ”

“เงียบเลยเมิงน่ะ” ผมแขวะมันออกไป มันทำตาโตแล้วยิ้มกว้างให้ ผมฟุบหน้าลงกับโต๊ะ รู้สึกหัวมันหนักอย่างบอกไม่ถูก

 

ผมควรจะทำยังไงต่อไปดีนะ

 

“ตอนนี้ยังไม่โอเคก็ไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวก็ผ่านมันไปแบบทุกครั้งแหละนะ” ฮยอนซึงมันโอบไหล่แล้วก็บีบเบาๆ น้ำตาผมแทบจะเอ่อล้นออกมา

“มันต้องผ่านไปได้เหมือนทุกครั้งใช่มั้ย” ผมเอ่ยคล้ายจะพูดกับตัวเอง ก่อนจะโดนฮยอนซึงจับให้เงยหน้าออกจากโตะ ผมกระพริบตามองมันปริบๆ แล้วมันก็ดึงผมเข้าไปกอด

“ใช่ มันจะผ่านไปด้วยดีเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ” 

 

-------------------------------SEXY SMILE-------------------------------

 

มันอาจจะดูโง่ไปหน่อยที่ผมอยากลองอะไรแบบนี้ ให้ตายเถอะ คิดไม่ถึงจริงๆ ว่าชีวิตคนหน้าตาดีสาวๆ ควรจะกรี๊ดแบบผมจะต้องมาเผชิญเรื่องแบบนี้ (อีกครั้ง) ได้ เฮ้อออออ

 

แล้วสาเหตุก็เพราะคนๆ เดิม

 

เอิ่มมม แล้วนี่จะมองอะไรกันนักกันหนา กูก้าวขาเดินไม่ออกแล้วเนี่ย

 

“กูบอกแล้วว่าไม่ต้องแต่งให้มันไงอีซึง เมิงเห็นมั้ยผู้ชายไม่ไม่แลกูเลย”

            “เมื่อไหร่เมิงจะยอมรับสักทีว่าพันธุ์แมนๆ แบบเมิงตลาดไม่นิยม”

“หุบปากเดี๋ยวนี้นะ นี่ก็รีบๆ เดินได้แล้ว จะยืนอ่อยอีกนานมั้ย” ผมฟังมันแขวะกันไปมาจนสุดท้ายมาลงที่ผมด้วยคำว่า ยืนอ่อย

“ห๊ะ กูอ่อยบ้าอะไร” ผมถามมันเสียงหลง ก่อนจะโดนแว๊ดเข้าให้ พร้อมกับมองผมจรดตีน

“แต่งเต็มขนาดนี้ไม่อ่อยเลยเมิงงงงงงง”

 

 = =”

 

 “เชี่ย เมิงด่าเพื่อนเมิงสิ กูอยากทำงี้หรอ” ผมย้อนมองตัวเองแล้วก็รู้สึกขนลุกซู่ไม่ได้ ไม่รู้คนอื่นมองมาจะรู้สึกยังไง เพราะตัวผมเองก็ไม่ชินกับสภาพที่ตัวเองกำลังเป็นอยู่เลยสักนิด  

“ด่าทำไม กูทำดีแล้ว ปะคีย์ คนสวยๆ ควรเดินด้วยกัน อีอุ่นเมิงไปเดินไกลๆ กูเลย เดี๋ยวเขาคิดกันว่ากูมีคู่ขาแล้ว”

“อีซึงงงง ฝากไว้ก่อนนะเมิง”

 

ผมเดินแทรกผ่านผู้คนเข้าไปภายในร้าน เวลาตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเวลาเด็ดสำหรับพวกเที่ยวกลางคืนละมั้งคนถึงได้เยอะแยะแบบนี้ คือ ที่จริงผมก็ไม่รู้อะไรเท่าไหร่หรอก ไม่ใช่คนเที่ยวกลางคืนด้วยซ้ำ จะมีก็กินเหล้าพอขำขันกับจงฮยอนแล้วก็มินโฮนั่นแหละ

 

“ฮยอนซึง อ้าวน้องคีย์มาด้วยหรอ” ผมมองตามเสียงทักทายที่เรียกชื่อผมกับฮยอนซึงก็ได้แต่ทำหน้าสงสัย ก่อนจะเห็นหน้าใกล้ๆ เป็นผู้ชายตัวสูงหน้าตาดี จะว่าไปก็หน้าตาคุ้นๆ นะ สงสัยว่าอาจจะเคยคุยกันแต่ผมคงจะลืมหน้าไป อะไรประมาณนั้นแหละ - -

 

นี่นอกจากผมจะโง่ แล้วความจำยังมีปัญหาด้วยใช่มั้ย

 

“พี่แทคยอน ผมก็มานะ” เสียงดังๆ จากไอดงอุนดังแทรกขึ้นมา ตะกี้มันพูดว่าพี่แทคยอน ห๊ะ พี่แทคยอนหรอ

“อ่า โทษทีๆ ดงอุน”

“พี่แทคยอน” ตอนที่เขาหันมายิ้มให้ผมเลยเอ่ยชื่อออกไปด้วยความมึนๆ   

“ครับ นึกว่าจะไม่มาที่นี่อีกแล้วซะอีก” พี่แทคยอนตอบรับพร้อมกับยิ้มกว้างให้ ไม่ต้องแปลกใจถ้าผมจะลืมๆ หน้าพี่เขาไปทั้งที่ก็แชทคุยกันบ่อยๆ หรอกนะ คือดิสพี่แกเป็นรูปแผงอกล่ำๆ ไม่ก็กล้ามแขนโตๆ ไม่ใช้รูปหน้าตัวเอง

 

นึกว่าจะไม่มาที่นี่อีก...

 

อ่า ใช่แล้วๆ ผมกับเขาเคยเจอกันที่นี่เมื่อครั้งตอนนู้นนนน รู้สึกฮยอนซึงหรือไม่ก็ดงอุนนี่แหละบอกด้วยว่าเรียนที่เดียวกับผมแล้วก็เป็นรุ่นพี่ด้วย แต่คณะอะไรนั้นผมจำไม่ได้หรอกนะ

“ฮ่าๆ จริงๆ ก็น่าจะเป็นแบบนั้น” ผมหัวเราะแบบฝืดๆ ออกไป ผมก็ไม่ควรมาที่นี้อีกจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็นะ ผมบอกแล้วไงว่าผมอยากลองอะไรบางอย่างน่ะ

“แต่งแบบนี้แล้วทรมานคนมองน่าดูเลย” พี่แทคยอนมองผมแล้วยิ้มให้ ผมเผลอทำหน้าแหยๆ ส่งกลับไป ก่อนจะถามออกไปตรงๆ

“เอาจริงๆ มันดูอุบาทว์มั้ย” คือผมมองเองแล้วรู้สึกว่า ไม่ควรใส่ แต่ฮยอนซึงมันบอกว่า แบบนี้เด็ดมาก แล้วบอกผมว่า ไม่ต้องเครียดเมิง มาเที่ยวใครๆ เขาก็ใส่กันแบบนี้แหละ ผมก็แต่ตอบไปว่า หรอวะ จริงๆ ไอเสื้อผ้าไม่เท่าไหร่หรอก ผมว่าไอที่ปัญหาใหญ่สำหรับผมคือบนหน้านี่แหละ แต่งเยอะซะแบบกลัวตัวเอง จากหน้าผมที่เคยหล่อๆ ดูสวยขึ้นมาจนทำเอาเบลอตอนที่ส่องกระจก

“ฮ่าๆ ไม่เลย สวยด้วยซ้ำ”

“...” ผมนิ่งไป ผมกำลังคิดว่าผมควรจะขอบคุณดีหรือเปล่าที่พี่เขาชมผมแบบนี้ แต่คำว่าสวยมันค้ำคออยู่ก็เลยแบบ นะ ต้องเข้าใจ แต่เพื่อเป็นมารยาทผมก็เลยแสยะยิ้มส่งกลับให้นิดหน่อย

            “ต้องขอบคุณเสื้อผ้าหน้าผมจากฮยอนซึงคนน่ารักคนนี้ด้วยนะ” ฮยอนซึงเบียดหน้าเข้ามาหาและกอดคอผมไว้ ผมมองมันยิ้มด้วยความภาคภูมิใจในผลงานที่มันว่าแล้วก็อยากจะเดินเข้าไปสำรวจดูตัวเองในห้องน้ำอีกสักครั้งเหลือเกิน

“โอ๊ยยย สวย น่ารักเหลือเกิน” ดงอุนจิปาก ก่อนจะหันมาแขวะทั้งผมและ ฮยอนซึงให้ข้อนสายตาใส่ไปตามกัน

“ฮ่าๆ แล้วนี่นั่งไหนกัน โต๊ะหน้าๆ มั้ย” เป็นพี่แทคฮยอนที่หยุดพวกเราเอาไว้ ก่อนจะชี้มือไปยังด้านหน้า

“ไม่ต้องหน้ามากก็ได้ เอาพอส่วนตัวนิดหน่อย” ฮยอนซึงตอบออกไป ผมเห็นพี่แทคฮยอนเดินไปบอกเด็กในเครื่องแบบสีขาวให้ แล้วก็หันมายิ้มให้กับพวกผม

            “เดี๋ยวพี่แวะไปนั่งด้วย แต่ขอไปคุยกับเพื่อนก่อน”

“เอาเพื่อนมาด้วยก็ได้นะพี่” ดงอุนเอ่ยพร้อมกับยิ้มส่งให้ พี่แทคยอนก็หัวเราะเบาๆ

“มองตามขนาดนั้นเมิงไม่ตามไปนั่งกับกลุ่มพี่เขาเลยล่ะ”

“เมิงอย่ายุอีซึง กูอยากไปใจจะขาด มีแต่กล้ามโตๆ น่ากินทั้งนั้นด้วย”

“เมิงนี่น่ากลัวจัง” ผมเอ่ยออกไป แล้วฮยอนซึงก็บ่นตามพร้อมทำหน้าเบ้ใส่

“หิวผู้ชายที่กูสยอง”

“แหม กูแค่พูดไม่เหมือนเมิงหรอก” ดงอุนจิกกัดด้วยสายตา ฮยอนซึงตีแขนเข้าให้ ผมได้แต่หัวเราะขำกับท่าทางของทั้งคู่ นี่มันเป็นเพื่อนกันประเภทไหนถึงได้กัดกันได้ตลอดเวลา

“นี่กูเห็นน้องคนนั้นมองเมิงตั้งแต่ก่อนเมิงจะนั่งแล้ว” ผมสะกิดบอกมัน มันทำตาลุกวาวก่อนจะหันตามไปมอง

“น้องคนไหน โนนนน กูไม่กินสปีชี่ส์เดียวกัน” พอรู้เป้าหมายว่าเป็นผู้ชายตัวผอมบางที่แต่งตัวเซ็กซี่ล้ำยุคสมัยมันก็ส่ายหน้ารัว

“ผู้ชายสมัยนี้หน้าหวานเนอะ ทำไมไม่ชอบอ่ะ น่ารักออก”

“มองหน้ากูคีย์ เมิงมองหน้ากู กูน่ารักกว่า โอเค เข้าใจตรงกันนะ” มันพูดชัดถ้อยคำ ผมมองหน้ามันตามที่มันบอก แต่ตอนที่มันบอกว่ามันน่ารักกว่าผมกลับส่ายหน้ารัวอย่างอัตโนมัติมันเลยแยกเขี้ยวใส่แล้วตีที่ต้นขาผมโทษฐานที่เราเข้าใจไม่ตรงกัน

 

ผมผิดตรงไหนเนี่ย

 

“คุณแทคฮยอนให้มาบริการครับ” พนักงานคนเดิมกับที่จัดโต๊ะให้เดินมาพร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

“ต้องการอะไรเพิ่มก็บอกนะ เดี๋ยววันนี้พี่เลี้ยง”

“ว้าวววว เพราะคีย์มาใช่มั้ยเนี่ย ออกตัวแรงจังนะฮะ” ฮยอนซึงเอ่ยออกมา พี่แทคฮยอนก็ยิ้มรับพร้อมมองมาที่ผม

“ก็นานๆ คีย์จะมาทีนี่นา”

“ผมว่าผมไปหน้าฟลอร์ดีกว่า ดูท่าจะหวานเลี่ยน”   

“ว่าไม่ใช่เพราะพี่แทคฮยอนแล้วแหละ ผมเองก็ไปดีกว่า” ดงอุนมองตามฮยอนซึงที่ลุกออกไปก่อนจะทำตาวาว แล้วหันมาพูดกับพี่แทคฮยอนจากนั้นก็ลุกออกจากโต๊ะไปเฉยเลย

“อ้าว” ผมได้แต่ร้องอ้าวตามเมื่อทั้งคู่ลุกหนีผมไปหมด พี่แทคฮยอนยิ้มขำก่อนจะเลื่อนแก้วที่มีมะนาวเสียบอยู่ให้ ตอนพนักงานเสิร์ฟรู้สึกว่ามันจะชื่อโมจิโตะ จิโต้อะไรสักอย่าง หน้าตาดูไม่ค่อยเป็นพิษเป็นภัยเท่าไหร่ ผมลองจิบไปนิดหน่อยรู้สึกได้ว่าจะลื่นคอกว่าพวกน้ำสีอัมพันเยอะ

“ที่ออกมาเที่ยวนี่เพราะเรื่องที่เคยคุยกันรึเปล่า”

“ฮะ ก็ไม่ได้อยากออกมาเท่าไหร่หรอก” ผมตอบออกไปตามตรง พลางมองสำรวจรอบตัวไปเรื่อยๆ ไม่อยากสบตากับพี่แทคยอนสักเท่าไหร่ เพราะสายตาเขาดูหวานเชื่อมชอบกล

“แต่ก็ดีจังนะ พี่คิดว่าจะไม่เห็นคีย์อีกซะแล้ว”

“ฮ่าๆ จริงๆ เราก็เรียนที่เดียวกันนะ มาหาผมที่คณะก็ได้นี่”

“พูดเหมือนมันใกล้กันมากเลย”

“ถ้าอยากเจอจริงๆ ระยะทางไม่ใช่ปัญหาหรอก แล้วนี่พี่มาเที่ยวทุกวันเลยหรอฮะ” คำพูดในประโยคแรกนั้นพี่แทคฮยอนหน้าเจื่อนไปนิดหน่อย เขาคงเข้าใจในสิ่งที่ผมสื่อออกไปแหละนะว่าระหว่างผมกับเขารู้จักกันผิวเผินเสียเหลือเกิน ที่คุยกันก็แค่คุยเล่นขำๆ

“จริงๆ ร้านนี้มันของเพื่อนพี่ ก็ช่วยมันดูร้านด้วยเลยมาบ่อยน่ะ”

“ผมนึกว่าพี่เป็นนักเที่ยวตัวยงซะอีก”

“จะว่าไงดีล่ะ มันก็เป็นแบบนั้นด้วยแหละมั้ง ก็มาแทบจะทุกวัน มีแค่ช่วงสอบเท่านั้นแหละที่จะหายไปนานๆ” ผมยิ้มให้กับคำพูดนั่น ผมรู้สึกดีที่เขาไม่หาข้อแก้ตัวให้ตัวเองดูดี

“พี่แทคยอน พี่รู้ใช่มั้ยว่าผมกำลังมีปัญหาน่ะ” ผมเอ่ยออกไปเสียงเบา

“อืม ความรักใช่มั้ย”

“ความรักเลยหรอ ไม่ใช่แบบนั้นมั้ง หรือว่าเรียกแบบนั้น ปัญหาของผมเรียกปัญหาความรักหรอ” ผมถามออกไปด้วยหน้าเหวอๆ ก้อนเนื้อในอกมันเต้นเร็วขึ้นตอนที่พี่แทคยอนพูดว่าความรัก

“ปัญหาหัวใจ ก็ปัญหาความรักนั่นแหละ”

“อ่า” ผมพยักหน้าหงึกๆ ตาม

“แล้วมีอะไรอยากให้พี่ช่วยหรอ ประสบการณ์พี่เยอะนะ น่าจะพอช่วยได้” พี่แทคยอนยิ้มบางส่งให้ ดวงตาที่เขามองมาที่ผมไม่ใช่ดวงตาหวานเชื่อมเหมือนในตอนแรก คงเพราะเข้าใจว่าผมกำลังมีปัญหาที่ไม่รู้จะแก้ยังไงอยู่แหละมั้ง

“พี่จะช่วยผมจริงๆ นะ”

“อืม ช่วยเต็มที่เลย”

 

ถ้าเป็นพี่แทคยอนยังไงก็ดีกว่าเป็นคนที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน

 

“อยากให้พี่ช่วยจูบผมหน่อย”

 

 

 





----------PPLight-----------
เเง๊ะ นี่ต้องมีปัญหายุ่งๆ ตามมาเเน่ๆ 
เเล้วก็ฟิคใกล้จะจบเเล้วน้า เฮ้~ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,101 ความคิดเห็น

  1. #1062 tao_omc (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2557 / 22:12
    ไม่รู้ว่าจะสงสารใครดีอ่ะ สงสารคีย์ก้อสงสารสงสารมินโฮก้อสงสารนะ นั่งหงอยเลยอ่ะดิแต่นายผิดนะมินโฮ ปล่อยให้คีย์อยู่คนเดียวก่อนเหอะแบบอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ....  เฮ้ย....คีย์จะพิสูจน์อะไรน่ะ ไม่ดีมั่งนะ ขอเหอะอย่าเลยล้มเลิกความคิดนั้นเหอะนะ ขอน้องล่ะ ขอบคุณนะกัฟไรท์เตอร์ สู้ๆนะกัฟ
    #1,062
    0
  2. #1056 zuneoka (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2557 / 13:42
    โฮววววว ไม่น้าาาาา ไม่ๆๆๆๆๆ ขอให้อ๊คแทคจุ้บทามมายยย เปรี้ยวมากลูกกกก แซ่บมากกกกกก งือออ จะจบแล้วเหรอออ แงงงงง เสียดายมะอยากให้จบเลยย รวมเล่มๆๆๆๆ ^^
    #1,056
    0
  3. #1055 วอทเดอะ... (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 19:18
    คีย์อยากมั่นใจสินะว่าตัวเองชอบมินโฮจริงๆหรือเปล่า
    แต่จริงๆไม่ต้องขอขนาดนั้นก็ได้นี่ - -;;;;;; 
    ถ้ามินโฮรู้จะทำไงงงงงห้ะ ยิ่งหึงแรงอยู่ = = ตายแน่ๆๆๆ
    มาต่อเร็วๆน้าาาาา รออ่านอยู่ววววววววววววววว
    #1,055
    0
  4. #1052 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 10:55
    คีย์ไปขออย่างนั้นทำไมห๊ะลูกเดี๋ยวถ้าเกิดมินโฮมาเจอต้องซวยแน่ๆ
    ชอบที่มินโฮบอกกูอยากเป็น...อ่ะเป็นผู้ชายที่ตรงดี
    อยากรู้จังคีย์ถูกจับแต่งตัวแต่งหน้าไปผับอย่างไง?
    จะจบแล้วเหรอ ฟิคสนุกค่ะ

    #1,052
    0
  5. #1051 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 08:18
    งือออ มันต้องมีปัญหาแน่ๆ น้องคีย์จะพิสูจน์อัลไลแบบนี้
    มินโฮมันยอมทุกอย่างอยู่แล้ว ไปจัดการมันเลย พี่สนับสนุน
    มีการบอกกว่า "ก็กูอยากเป็น"
    ปล น้องคีย์เป็นแมวนะไม่ใช่หมา 555
    ปล 2 เดี๋ยวมาแก้คำผิดให้นะ
    ปล 3 จะจบแระเหรอ อยากให้มีอีกเยอะๆ

    มาแก้คำผิดให้แล้วนะ 
    จะช่วงหมา --> จะช่วยหมา
    ทำน่าสยอง --> ทำหน้าสยอง
    กี่รอบว่ะ! --> กี่รอบวะ!
    ออกจากโตะ --> ออกจากโต๊ะ
    ไม่ไม่แล --> ไม่แล
    แว๊ด --> แว้ด
    สีอัมพัน --> สีอำพัน





    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กรกฎาคม 2557 / 21:25
    แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 24 กรกฎาคม 2557 / 09:19
    #1,051
    0
  6. #1050 zominho (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 17:08
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด หนูไปให้เค้าจูบทำไมลูก

    อยากพิสูจน์อะไรไปพิสูจน์กับมินโฮคนเดียวสิ

    แล้วถ้ามินโฮมารู้จำทำยังงายยยยยยย
    #1,050
    0
  7. #1049 zominho (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2557 / 17:08
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด หนูไปให้เค้าจูบทำไมลูก

    อยากพิสูจน์อะไรไปพิสูจน์กับมินโฮคนเดียวสิ

    แล้วถ้ามินโฮมารู้จำทำยังงายยยยยยย
    #1,049
    0