[ SHINEE FIC ] Sexy Smile : Minho x Key

ตอนที่ 27 : Sexy Smile _26 : ความรู้สึก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 212
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    2 ก.ค. 57

Chapter 26

 

ความรู้สึก

 

 

-KEY-

 

ภาพแรกที่เห็นตอนผมลืมตาในเช้าตรู่วันนี้คือมินโฮที่นอนอยู่ข้างๆ ผมจ้องใบหน้าได้รูปนั้นก่อนจะถอนหายใจออกมา ใช่ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่ฝัน ผมกับมันทำสิ่งที่เกินเลยความเป็นเพื่อนไปแล้วจริงๆ มันก็น่าตลกนะ ที่ผมยอมมันง่ายขนาดนั้น เฮ้ออออ ให้ตายสิ ทำไมผมถึงไม่ปฏิเสธให้ชัดเจนกว่านี้นะ ตอนนี้ผมยังนึกไม่ออกเลย ว่าถ้ามันเกิดลืมตาขึ้นมาตอนนี้ผมจะมองหน้ามันยังไงดี

 

ผมสับสนจัง T T

 

อ่า จริงสิ ผมควรโทรไปปรึกษาจงฮยอนดีมั้ยนะ แต่ว่า ฮืออออออ ผมไม่กล้าบอกมันหรอกนะว่าผมมีอะไรกับไอหมีควายนี่อ่ะ ผมว่า ผมอยากร้องไห้แล้วล่ะ ไม่ใช่เพราะรู้สึกแย่ที่เสียตัวให้กับมันหรอกนะ แต่เพราะความรู้สึกสับสนที่ปั่นอยู่ในหัวมากกว่า

 

ไอคนโกหก ไหนเมิงบอกว่ากูจะเข้าใจอะไรชัดเจนขึ้นไง นี่แม่งหลอกฟันกูชัดๆ เลย

 

แล้วทำไมผมต้องได้แต่พึมพำอยู่ในใจแบบนี้ด้วยเล่า จะแหกปากตะโกนด่าดังๆ ก็กลัวว่ามันจะตื่น ผมไม่พร้อมจะสู้หน้ามันจริงๆ ผมว่าผมควรรีบออกจากห้องมันดีกว่า ถ้ามันตื่นแล้วผมต้องเป็นบ้าแน่ๆ

 

ผมประคองตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งรู้สึกได้เลยว่าสะโพกมันร้าวไปหมด เจ็บแบบนี้นี่ต้องกินยาด้วยรึเปล่าเนี่ย ผมยิ่งเป็นคนประเภทเกลียดการกินยามากๆ ด้วย ผมคงได้แต่หวังว่าอาการปวดระบมจะให้ไปเร็วๆ T T วันนี้มันช่างเป็นว่าที่น่าเศร้าสำหรับผมเหลือเกิน

 

อ่า แล้วนี่เสื้อผ้าของผมอยู่ไหนเนี่ย เห็นเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นก็ทำเอาผมรู้สึกหน้ามืดเวียนหัวอย่างบอกไม่ถูก ผมว่าระหว่างผมกับมินโฮเมื่อคืนเราก็ไม่ได้พิสดารอะไรมากมายนะ แล้วทำไมเสื้อผมถึงได้ลอยไปอยู่บนโซฟาตั้งไกลได้

 

แล้วทำไมโซฟามันถึงได้เป็นสีเดียวกับห้องของผมนะ จะว่าไปรูปโพราลอยด์ที่หัวเตียงก็เหมือนกับห้องของผมเลย

 

ฮือออออออออออออ นี่แม่งห้องผมอ่ะ แล้วผมจะหนีไปยังไง ผมยังไม่อยากจะเจอหน้ามันหรอกนะ ผมอยากจะได้เวลาทำใจสักหน่อย จริงด้วย กุญแจ ผมต้องหากุญแจห้อง มันไม่แปลกใช่มั้ย ถ้าผมจะใช้ห้องมันระหว่างการพักฟื้นร่างกาย และเคลียร์เรื่องน่าปวดหัวที่เกิดขึ้น

 

ผมหยิบโทรศัพท์ กระเป๋าเงิน และหยิบของใช้อย่างอื่นที่ผมคิดว่าจำเป็นก่อนจะออกจากห้องตัวเอง แล้วเข้ายึดห้องของมัน ผมค่อยๆ เดินไปทิ้งตัวลงเตียงแต่ก็ต้องกระเด้งตัวลุกจากที่นอนออกมากอบโกยเอาของที่มันจำเป็นต้องใช้ลงกระเป๋าแล้วย่องกลับเข้าไปในห้องที่เพิ่งออกมา ผมก็แค่กลัวว่ามันจะหาเรื่องให้ผมต้องเปิดประตูห้องให้มัน แล้วถึงตอนนั้นผมคงจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับมันไม่ได้

 ผมวางของลงแล้วก็ยืนมองมันที่ยังคงหลับสนิท ไม่ทันจะถึง 5 วินาทีด้วยซ้ำ ภาพใบหน้าของมันตอนที่จูบผมก็ลอยเข้ามาทำเอาผมต้องรีบจ้ำเท้าออกมาจากห้อง หัวใจของผมเต้นโครมครามเสียงดังจนต้องเอามือกดไว้ ผมนี่มันอ่อนหัดจริงๆ เลย ถ้าผมเคยมีแฟนสักครั้งอาจจะเข้าใจไอเรื่องน่าสับสนในหัวมากขึ้นกว่านี้ล่ะมั้ง

 

จริงๆ ผมมีคำถามอยู่เต็มหัวไปหมดเลย ผมอยากรู้ว่ามันตั้งใจมีอะไรกับผมหรือเปล่า หรือเพราะเป็นสาเหตุอื่นทำให้มันหยุดลงแค่การจูบไม่ได้ เหมือนตัวผมเองที่ปล่อยให้อะไรมันเกินเลย

 

นั่นสิ...ถ้ามินโฮก็ไม่ได้ตั้งใจว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ล่ะ

 

แล้วถ้าเกิดว่ามันตั้งใจที่จะมีอะไรกับผมจริงๆ มันก็ต้องคิดถึงเรื่องหลังจากนี้ด้วยหรือเปล่า ถ้ามันตั้งใจให้เรื่องมันเกิดขึ้นแบบนี้...มันจะไม่เอาเปรียบผมไปหน่อยหรอ ผมกับมันไม่ได้ตกลงเป็นแฟนกันซะหน่อย ระหว่างผมกับมินโฮมันไม่ได้มีอะไรชัดเจนขนาดนั้น

 

ผมพยายามนั่งตอบคำถามให้ตัวเอง ก่อนจะนึกถึงประโยคที่ทำให้เกิดเรื่องงี่เง่าขึ้นมา

 

“เมิงคงคิดว่าที่ผ่านมากูแกล้งแหย่เมิงเล่น อาจจะคิดว่ากูแกล้งเอาสนุก บางทีนี่อาจทำให้เมิงเข้าใจความรู้สึกของกูจริงๆ ก็ได้”

“เอ่อ แล้ว มันไม่มีวิธีอื่นหรอ”

“กูว่าถ้าได้ใกล้ชิดกันมากที่สุด คำตอบมันก็น่าจะชัดเจนมากที่สุด เมิงไม่คิดเหมือนกูหรอ”

“จริงๆ กูเองก็สับสนกับตัวเองเหมือนกัน”

“ฮ่าๆ” ผมหัวเราะออกมาดังๆ ไม่คิดหรอกนะว่าน้ำตามันจะรื้นขึ้นเต็มขอบตาแบบนี้ ผมหัวเราะให้ความโง่ของตัวเอง รวมถึงเสียน้ำตาให้กับมันด้วย

 

ผมว่าผมเกลียดตัวเองที่ไม่รู้สึกรังเกียจมัน มากกว่าเกลียดการที่มันเอาเปรียบผมเสียอีก

 

 

-MINHO-

 

เรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับคีย์

 ผมขอให้มันไม่ใช่การเริ่มต้นที่ผิดพลาด

 

ผมไม่ได้คิดสักนิดเลยว่าตื่นขึ้นมาแล้วผมจะอยู่ในห้องนี้เพียงคนเดียว

 

            คีย์หายไปแล้ว

 

            ผมไม่รู้ว่าคีย์หายออกไปจากห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะตอนที่ผมตื่นก็เที่ยงวันเข้าไปแล้ว ผมไม่รู้ว่ามันออกไปไหน รู้แต่ว่ามันเอาโทรศัพท์กับกระเป๋าเงินออกไปด้วย เฮ้ออออ จะไปก็แทนที่จะบอกก่อนสักคำสิ

 

            ผมเดินเก็บเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ ก่อนจะหากุญแจห้องที่ว่างไว้หน้าโซฟาเมื่อคืน เพื่อจะได้ไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วหาอะไรกิน แต่กลายเป็นว่าผมเห็นเป้ที่นานๆ ทีจะหอบหิ้วไปเรียนด้วยวางอยู่แทนที่กุญแจห้องของผม

 

            ผมว่าสถานการณ์มันชักไม่ปกติ

            จากที่มันทำแบบนี้มันก็คงอยากหลบหน้าผมสินะ แต่ผมที่อยู่ในห้องของมัน เลยเป็นเหตุให้มันต้องหนีไปอยู่ห้องของผมแทน ผมทรุดตัวลงนั่งโซฟาด้วยสมองที่คิดหนัก ผมพยายามคิดในสิ่งที่คีย์มันจะคิดเกี่ยวกับผม เกี่ยวกับเรื่องเมื่อคืนที่เกิดขึ้น

            อย่างแรกเลย ความสัมพันธ์ของเรามันเกินเลยของคำว่าเพื่อน คีย์อาจจะคิดแบบนั้น แต่สำหรับผม ผมคิดเกินเลยกับมันมานานมากแล้ว แล้วสิ่งที่ผมทำลงไปผมก็ตั้งใจ ผมมีความสุขที่ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของผม ไม่ได้รู้สึกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นมีอะไรที่ผิดพลาดไป แต่ผมคงเผลอลืมความรู้สึกของคีย์ มันยอมผมก็จริง มันคงยอมด้วยความไม่เข้าใจตัวเอง ยอมด้วยความรู้สึกสับสนของตัวเอง ตอนนี้มันอาจนั่งเครียดอยู่ก็ได้ว่าทำไมถึงได้ยอมให้ผมทำอะไรเกินเลยจนไปถึงขั้นได้

 

            ยิ่งเห็นข้าวของในกระเป๋าที่มันใส่มาด้วยแล้วล่ะก็ สงสัยมันคงไม่อยากเจอหน้าผมในเร็วๆ นี้แน่ๆ ผมก็อยากจะอธิบายนะ แต่ไม่รู้ว่ามันจะอยากรับฟังแค่ไหน

แต่ว่า ผมยังไม่ได้คิดจะหาคำพูดดีๆ อะไรไว้เลยนี่สิ

 

 

            ตอนนี้...มันคงไม่ได้เกลียดผมอยู่ใช่มั้ย ?

 

 

            แต่ช่างเถอะ เรื่องนั้นผมจะทำเป็นไม่รู้เรื่องแล้วกัน  เพราะถึงมันจะเกลียดผมขึ้นมาจริงๆ ผมก็จะทำให้มันชอบ ทำให้มันยอมรับในตัวผมให้ได้ ผมไม่ยอมให้มันหนีผมไปไหนได้ง่ายๆ หรอก แล้วไอสิ่งที่ผมทำลงไปกับมัน นั่นก็ถือว่าผมยัดเยียดความเป็นสามีให้มันแล้ว ก็เหลือแค่ใจนี่แหละที่ผมต้องยัดเยียดให้มันรับไว้ให้ได้ ถึงมันจะว่าผมหน้าด้านแค่ไหนก็เถอะ

            ผมผ่อนคลายตัวเองด้วยการอาบน้ำอาบท่า ก่อนจะออกจากห้องมาหยุดยืนประตูห้องของตัวเองที่ตอนนี้โดนยึดสิทธิการเป็นเจ้าของชั่วคราว ผมถอนหายใจก่อนจะรัวมือเคาะประตูไป 2-3 ครั้ง

 

แน่นอนว่ามันไม่เปิด อ่า อย่าว่าแต่เปิดเลย เสียงขานรับสักคำยังไม่มีให้ได้ยินด้วยซ้ำ

 

            “เมิงไม่ได้ออกไปไหนใช่มั้ย”

            “...”

            “จะโกรธกูก็ได้ แต่ก็ต้องรีบๆ หายล่ะ”

            “...”

            “นี่ จะอะไรก็ช่าง ห้ามเกลียดกูนะ!” ผมเสียงดังขึ้นมาอีกนิด ถึงมันไม่ได้ตอบอะไรผมกลับ แต่ผมหวังว่ามันจะฟังทุกคำพูดของผม

 

            ผมเดินลงมาทานอาหารยังร้านหน้าตึก เจอไอตูบตัวเดิมที่ชอบมีปัญหากับผม แต่วันนี้มันกลับมองผมเพียงหางตาแล้วเมินจากไป จริงๆ ผมอยากจะด่ามันอยู่หรอกนะ แต่เอาเป็นว่าวันนี้ผมจะปล่อยวางแล้วกัน เพราะแค่ปัญหาผมกับคีย์ก็มากพอแล้ว

 

            “ป้าครับ วันนี้ป้าเห็นเพื่อนผมออกมาจากหอรึเปล่า” ผมถามป้าคนขายหน้าหอเพื่อความแน่ใจว่าคีย์ยังไม่ได้ออกไปไหน

            “เพื่อนเรา ตัวขาวๆ นะหรอ ป้าไม่เห็นนะ”

            “อ่าครับ งั้นเดี๋ยวผมขอคิมบับห่อไข่ แล้วก็ข้าวหน้าเนื้อใส่ถุงด้วยนะป้า แล้วเดี๋ยวผมมาเอาครับ” ผมสั่งอาหารเผื่อให้คีย์มัน สงสัยว่ามันยังไม่ได้กินอะไรแน่ๆ แต่ยังดีที่ว่างห้องผมมีของกินรองท้องอยู่พอสมควร เว้นแต่ว่ามันไม่อยากจะกินอะไรล่ะก็นะ 

 

            ผมเดินข้ามมายังถนนอีกฝั่งเพื่อซื้อยาให้มัน ผมว่ามันจะเกลียดผมอย่างจริงจังก็เพราะทำให้มันต้องมากินยาที่มันไม่ชอบนี่แหละ แต่ทำไงได้ล่ะ เฮ้ออออ นี่ผมต้องรอมันอีกกี่วันถึงจะยอมคุยกับผมดีๆ เนี่ย

 

ไม่รู้ว่าตั้งแต่ตื่นมานี่ผมถอนหายใจไปแล้วกี่ครั้ง อยากจะมีสามีอายุสั้นหรือไงคีย์ รู้มั้ยว่าถอนหายใจบ่อยๆ มันไม่ดีกับสุขภาพจิตน่ะ

 

            ผมเดินกลับมาจ่ายเงินค่ากับข้าวที่สั่งทิ้งไว้ ก่อนจะเดินไปใต้หอหาซื้อขนมอีกถุงใหญ่ ทั้งให้มัน แล้วก็ให้ตัวผมเอง ก่อนจะคิดเงินและกลับขึ้นตึก ก็ยังดีแหละนะที่คีย์มันเป็นประเภทงกของกิน จะโกรธหรือประชดอะไรแต่พอเป็นของกินมันก็ไม่มีทางทิ้งๆ ขว้างๆ แน่ อ่า ผมหวังว่าครั้งนี้เองก็จะเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมานะ ถึงเรื่องมันดูจะร้ายแรงไปหน่อยก็เถอะ

 

 

-KEY-

 

            ขนมและอาหารแขวนอยู่หน้าห้อง คิดว่าจะชอบมันทั้งหมดนะ ส่วนยา ขอโทษด้วยที่ทำให้ต้องกินยาแบบนี้ แล้วก็อย่าทิ้งล่ะ กินซะ จะได้หายไวๆ แต่เรื่องเมื่อคืนไม่ขอโทษหรอกนะ เข้าใจอยู่แล้วใช่มั้ยว่าเพราะอะไร แล้วก็ ถ้าพร้อมจะคุยกันเมื่อไหร่ก็โทรมานะ หรือไม่ก็พิมพ์ข้อความมาก็ได้ - มินโฮ

 

            ผมอ่านข้อความในกระดาษที่สอดเข้ามายังใต้ประตูห้อง อาจเป็นเพราะผมเอาแต่เงียบ ไม่พูดอะไรตอบกลับมันถึง 2 ครั้ง มันถึงได้ส่งกระดาษมาให้แบบนี้ ผมอ่านแล้วก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูแบบนั้น ที่มันบอกว่าไม่ขอโทษ แล้วบอกว่าผมเข้าใจว่าเป็นเพราะอะไร นั่นหมายความว่ามันเข้าใจความรู้สึกผมที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้ด้วยสินะ ผมล่ะอยากจะตะโกนใส่หน้ามันไว้ไอเลวดังๆ สักครั้ง ให้ตายเถอะ แม่งโคตรจะเห็นแก่ตัวเลย

 

            ผมบ่นอุบในใจก่อนจะเปิดประตูหยิบอาหารที่มันเอามาแขวนไว้เข้ามาในห้อง อ้อ ถึงผมจะโกรธมันอยู่ แต่นั่นไม่ได้เกี่ยวอะไรกับการที่ผมจะกินของที่มันหามาให้หรอกนะ มันเองก็รู้ดีว่าผมไม่ปฏิเสธหรอกถึงได้หาซื้อมาตั้งหลายอย่างแบบนี้

           

            ผมเก็บคิมบับห่อไข่แยกไว้กินมื้อหลัง ก่อนจะแกะข้าวหน้าเนื้อเทใส่จาน รู้สึกจะมีซุปหน้าโง่ให้มาด้วย เอาเถอะ กินเข้าไปก็ไม่โง่ไปกว่านี้แล้วแหละมั้ง ผมเทน้ำซุปใส่ถ้วยใบเล็กก่อนจะยกทั้งหมดมาวางไว้ที่หน้าโซฟา เดินไปก็ได้แต่ซี๊ดปากไป ทำไมมันปวดไม่หายสักที ยิ่งผมมองไปที่ถุงยาที่ตั้งอยู่หน้าโซฟาก็อยากจะร้องไห้ ไม่อยากจะแตะเลยสักนิดไอยาเนี่ย มึงนะไอมินโฮ ทำให้กูต้องมากินยาแบบนี้ได้ คอยดูเถอะ มีโอกาสดีๆ เมื่อไหร่จะชกให้ล่วงเลย 

 

//ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด//

 

เสียงร้องเตือนจากโทรศัพท์ทำให้ผมวางช้อนลง แล้วหยิบมาเปิดอ่าน จริงๆ แล้วผมคุยกับพี่แทคยอนค้างไว้อยู่แหละ ประมาณ 10 โมงกว่าๆ พี่แทคยอนส่งข้อความมาถามว่าวันนี้ผมทานอะไร ผมตอบไปว่ายังไม่ได้ทาน แล้วก็กำลังหิวอยู่ พี่เขาเลยส่งข้อความมาถามใหม่ตอนบ่ายๆ นี้ว่าได้ทานแล้วหรือยัง มันอาจจะดูพิลึกไปหน่อย แต่ผมกับพี่แทคยอนอะไรนี้ก็คุยกันมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ตอนนู้น ซึ่งช่วงแรกๆ จะเป็นการรัวสติ๊กเกอร์แข่งกันนั่นแหละ พอเริ่มชินก็มีข้อความปนมาบ้างประปราย หลังๆ นี่เริ่มมาเป็นประโยค เริ่มคุยกันปกติเหมือนมนุษย์ที่เขาคุยกัน จริงๆ ไอที่คุยกันส่วนใหญ่ก็จับประเด็นไม่ค่อยได้นักหรอก บางวันพี่แทคยอนก็เสี่ยวใส่ บางวันก็บ่นเรื่องเรียน หรือไม่ก็พูดเรื่องรอบตัวที่เขาไปเผชิญมาให้ฟัง มันก็โอเคดีนะ เวลาเซ็งๆ ก็ได้พี่เขาเป็นเพื่อนคุย อย่างเช่นตอนนี้ไง

 

ข้าวหน้าเนื้อ เจ๋งมั้ยล่ะ

อีกแล้วหรอ ไม่เบื่อหรือไง

ก็อร่อยดี คงไม่เบื่อง่ายๆ

 

จะว่าไปไอมินโฮมันก็รู้ว่าผมชอบกินข้าวหน้าเนื้อสินะ ถึงได้ซื้อมาให้แบบนี้ แต่ว่าถ้าไม่รู้ก็แปลกไปหน่อยแล้ว เพราะเรื่องของมันผมก็รู้ไปหมดทุกอย่างพอกัน

 

พี่เคยชอบใครมั้ย

เคยสิ ก็คีย์ไง

ไม่เอางั้นสิ เอาแบบที่ชอบจริงๆ รู้สึกดีๆ ด้วย

ทำไมหรอ

นั่นสิทำไม ผมจะถามพี่ทำไมนะ ฮ่าๆๆ

เป็นไรรึเปล่า

 

พอพี่แทคยอนถามมาแบบนั้นผมก็ได้แต่เงียบไม่พูดอะไรต่อ จากนั้นก็มีสติ๊กเกอร์ส่งมาอีกหลายอัน ก่อนจะเห็นการแจ้งเตือนใหม่ที่ไม่ใช่ของพี่แทคยอน แล้วนั่นก็ทำให้ผมต้องเบะปาก เมื่อเห็นข้อความที่ส่งมา

 

กินข้าวแล้วอย่าลืมกินยาด้วยล่ะ

 

ไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่าข้อความนี้เป็นใครส่งมาให้ผมน่ะ ผมวางโทรศัพท์ลง ก่อนจะจับช้อนแล้วเริ่มตักข้าวเข้าปากอีกครั้ง ระหว่างที่ตักข้าวเข้าปากก็ส่งสายตาอาฆาตให้กับถุงยาที่ว่างข้างๆ อย่าต่อเนื่อง อ้อ แล้วผมก็ทำการสาปแช่งไอคนที่ทำให้ผมต้องมากินยาบ้าๆ นี่ด้วย

 

เงียบเลย

ถ้ามีเรื่องไม่สบายใจ ออกมาเที่ยวก็ช่วยได้นะ

 

ผมมองข้อความที่เด้งขึ้นมาหน้าจอแล้วก็ปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่ได้ตอบอะไรพี่แทคยอน จริงๆ ก็อยากออกไปข้างนอกอยู่เหมือนกันแหละนะ ยิ่งมาอยู่ในห้องไอบ้านี่ด้วยยิ่งอยากเข้าไปใหญ่ แต่จะไปไหนได้ล่ะ สภาพร่างกายไม่อำนวยเลยสักนิด

 

 

 




------------PPLight----------

มินโฮนี่เเย่จริงๆ เลย มาเอาเปรียบคีย์เเบบนี้ :(

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,101 ความคิดเห็น

  1. #1054 วอทเดอะ... (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2557 / 19:07
    อิแทคมาจากไหนนนนนนนนนนนนน จะมาคาบน้องคีย์ล่ะสิ 
    คีย์รีบเข้าใจตัวเองว่าไม่ได้คิดกับเหี่ยวแค่เพื่อน แค่นั้นก็จบบบบแล้ว
    เหี่ยวจะได้มาดูแลลล ไม่ต้องคลุกอยู่แต่ในห้องคนเดียว
    น่าสงสาร เที่ยวไม่ได้ เจ็บอยู่ 55555555555555555
    #1,054
    0
  2. #1048 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2557 / 18:21
    หญิงคีย์เสร็จชายชเวไปแล้วแอบหนีเค้ามาด้วยนะหนู
    มีการจำห้องตัวเองไม่ได้อีกคิมคีย์
    สลับห้องกันอยู่ไปแล้วมีการเตรียมเสื้อผ้ามาให้มินโฮอีก
    หญิงคีย์เข้าใจได้แล้วนะว่ามินโฮเค้าทำไปเพราะรัก
    ชอบจังเลย เป็นสามีคีย์55555555
    มินโฮรีบง้อเข้านะดูแลศรีภรรยาดีๆด้วย
    ไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรคิมคีย์ก็ยังกินเก่งเหมือนเดิม
    #1,048
    0
  3. #1047 tao_omc (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2557 / 07:59
    อ่า...ตอนนี้เศร้าๆเนอะ สงสารคีย์อ่ะสับสนมากมายเลย เมื่อไหร่คีย์จะรู้ใจตัวเองสักทีอัดอัดแทนอ่ะ หายไวนะคีย์กลับมาเป็นคีย์ปากเก่งคนเดิมไวๆเหอะเป็นอย่างนี้เหมือนไม่ใช่คีย์เลยอ่ะ มินโฮแกคงต้องพิสูจน์ตัวเองให้มากกว่านี้ พยายามให้มากกว่านี้อีก ทำให้คีย์มั่นใจในตัวแกมากว่านี้อีกรู้ไหม ความผิดแกคนเดียวเลยนะที่ทำให้คีย์ต้องเป็นแบบนี้เนี้ย
    ขอบคุณนะกัฟไรท์เตอร์ ไฟท์ติ้งๆ นะกัฟไรเตอร์ รอลุ่นตอนต่อไปกัฟ
    #1,047
    0
  4. #1046 Nam Chonticha (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 23:23
    งื้ออ สนุกง่ะพี่แพรววว แต่งต่อไวๆน๊าาาา หนูติดตามตลอดๆเยย เอฟซีพี่แพรวค้ะ งิงิ
    #1,046
    0
  5. #1045 zuneoka (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 21:56
    หนีไปอยู่ห้องมินโฮเลยอ่ะ 555 พี่ชอบฟิคน้องแพรวอ่ะ อ่านแล้วพี่คล้อยตามมากเลย บีบหัวใจไปด้วย อยากรู้ว่าคีย์จะทำยังไง จะคิดแบบไหน มินโฮจะทำอะไรยังไง ขนาดรู้คฝามคิดจากทั้งสองฝั่งแล้วพี่ก็ยังลุ้นอยู่เลยอ่ะ พี่แพ้ทางฟิคของน้องแพรวจริงๆ ชอบมากทุกเรื่องเลย ยังไงก็จะติดตามนะคะ มินโฮต้องพิสูจน์ตัวเองมากกว่านี้นะ เอาเปรียบน้องคีย์ไปแล้วด้วยอ่ะ เลิ้บฟิคน้องแพรว สู้ๆ นะคะ
    #1,045
    0
  6. #1043 zominho (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2557 / 10:52
    แหม่ นึกว่าคีย์จะหลบไปไกลที่แท้ไปอยู่แค่ห้องมินโฮนั่นหรอ 5555 มินโฮนี่ก็อะไรเอาเปรียบคีย์ตอนคีย์สับสนอะ แต่ต่อไปคีย์คงรู้ใจตัวเองแล้ว(มั้ง) 555
    #1,043
    0
  7. #1042 { i M o O a U i } (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2557 / 19:24
    ตอนนี้รู้สึกเศร้าๆ แฮะ อารมณ์สับสนเป็นอะไรที่อึดอัดง่ะ
    น้องคีย์หายไวๆ นะ อย่าเมินกันนานเอาใจช่วย 
    ก็อยากจะสงสารมินโฮนะ ขนาดหมายังเมิน 
    รอลุ้นตอนต่อไปดีกว่า 
    มาแก้คำผิดแล้ววววว

    จะให้ไปเร็วๆ --> จะหายไปเร็วๆ
    เป็นว่าที่น่าเศร้า --> เป็นวันที่น่าเศร้า
    กุญแจห้องที่ว่างไว้ --> กุญแจห้องที่วางไว้
    ยังดีที่ว่าง --> ยังดีที่ว่า
    ตะโกนใส่หน้ามันไว้ --> ตะโกนใส่หน้ามันว่า
    ชกให้ล่วง --> ชกให้ร่วง
    แทคยอนอะไรนี้ --> แทคยอนอะไรนี่
    ถุงยาที่ว่างข้างๆ อย่าต่อเนื่อง --> ถุงยาที่วางข้างๆ อย่างต่อเนื่อง



    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กรกฎาคม 2557 / 18:44
    #1,042
    0