[ SHINEE FIC ] Bad Boy : HM & MK

ตอนที่ 77 : Last Chapter

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 769
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    7 เม.ย. 57

Last Chapter

 

 

 

ใบหน้าหวานฉีกยิ้มกว้างให้กับกระจกตรงหน้า พร้อมกับมือที่จับแจ็คเก็ตสีเข้มให้เข้าที่เข้าทาง ในที่สุดฝันร้ายยาวนานของเขาก็จบสิ้นลงเสียที

 

แทมินคนที่เคยสดใสกลับมาแล้วสินะ

 

เห็นดวงตากลมโตของตัวเองที่เป็นประกายสดใสแบบที่ไม่เห็นมาเนิ่นนาน  ก็อดทำเอาคนเป็นเจ้าของยืนเพ่งมองตัวเองผ่านกระจกเป็นเวลานานไม่ได้

 

“Rrrrrrrrrrrrrrrrr”

 

เสียงของโทรศัพท์ที่เจ้าตัวรอคอยนั้นดังขึ้น

 

(แทมินเสร็จหรือยัง) เสียงของยงฮวาที่เอ่ยทำให้คนตัวเล็กรีบตอบกลับออกไป

“เสร็จแล้วครับ จะลงไปเดี๋ยวนี้เลย” กดวางสาย ก่อนจะมองตัวเองยังกระจกอีกครั้งเพื่อเช็คความเรียบร้อย

 

รถคันหรูสีเงินเป็นมันวาวนั้นจอดรอรับอยู่ยังหน้าโรงแรม ยงฮวายิ้มให้เจ้าของใบหน้าหวานที่ดูหน้าตาสดใสกว่าทุกวัน ตัวเขาเองนั้นก็รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร แต่ก็อดจะถามออกไปไม่ได้

“มีเรื่องอะไรให้อารมณ์ดีหรอแทมิน” เอ่ยถามออกไปทันทีเมื่อเจ้าของกายบางนั้นเปิดประตูก้าวขึ้นมาในรถ

“ฮ่าๆ ก็ เอ่อ ผมจะบอกพี่ยังไงดีนะ” คนตัวเล็กลูบท้ายทอยตัวเองด้วยความเขินอาย

“โอเค พี่ไม่อยากรู้ก็ได้ เห็นหน้าตาเราสดใสแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะนะ”

“แล้ววันนี้คุณอาจะให้ผมไปพบที่ไหนหรอฮะ”

“ร้านอาหารญี่ปุ่นน่ะ”

“ดีจัง ผมกำลังอยากกินปลาดิบพอดีเลย” เสียงใสนั้นตอบออกไปอย่างปกติ ไม่ใช่ครั้งแรกที่ท่านประธานให้ยงฮวาพาเขาไปรับประทานอาหารด้วย คราวแรกก็รู้สึกอึดอัดทำตัวไม่ถูก แต่ท่านประธานที่พูดคุยกับเขาและบอกว่าเอ็นดูตัวเองเหมือนลูก จนให้เขานั้นเรียกท่านประธานว่าคุณอาก็ทำให้รู้สึกสนิทสนมและพูดคุยกันง่ายขึ้น แล้วคุณอาเองก็ชอบพูดถึงลูกชายให้เขาฟังบ่อยๆ อาจเป็นเพราะคงจะเหงาก็ได้ เพราะคุณอาบอกว่าลูกเขาไปเรียนต่างประเทศ

 

 

“ดูทำหน้าทำตาเข้าเจ้าจงฮยอน นี่แกหงุดหงิดไม่พอใจอะไรชั้น”

“ก็แทนที่ผมจะได้ไปทานมื้อกลางวันกับแทมินนี่ครับ”

“ตั้งแต่กลับมาก็เจอกันไปแล้วไม่ใช่หรือไง ยงฮวามันบอกว่าพอลงจากเครื่องเสร็จก็ตรงไปบ้านแทมินเลยนี่”

“ก็ ผมคิดถึงแทมินมากๆ เลยนี่ฮะ เราไม่ได้ติดต่อกันเลยนะครับ”

“ชั้นเข้าใจ แต่เสียเวลากินข้าวกับพ่อนิดหน่อยไม่ได้เลยหรือไง ชั้นไม่แยกแกออกจากหนูแทมินอีกแล้วล่ะน่า”

“สัญญาแล้วนะครับ ถ้าไม่รักษาสัญญาผมทิ้งบริษัทพ่อจริงๆ ด้วย”

“รวยแล้วสิ ไม่กินไม่เที่ยว เงินที่ให้ใช้คงเต็มบัญชี ไหนจะเงินจากงานพิเศษที่ทำอีก”

“เผื่อพ่อไม่รักษาสัญญาผมไง อย่างน้อยผมก็มีเงินเก็บที่ตั้งตัวได้”

“ชั้นดูเป็นคนไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้นเลยหรอเจ้าจงฮยอน”

“ป้องกันไว้ก่อนดีที่สุดฮะ แล้วนี่เมื่อไหร่จะสั่งอาหารครับ ผมเริ่มหิวแล้ว”

“นั่นเจ้ายงฮวาพาแขกมาส่งพอดีเลย” จงฮยอนมองตามสายตาคนเป็นพ่อ ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าคนที่เดินตามหลังยงฮวานั้นเป็นใคร

“แทมิน”

“พี่จงฮยอน อ่า สวัสดีครับคุณอา” แทมินเองก็ตกใจไม่แพ้กันที่เห็นว่า     จงฮยอนกำลังนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับประธานบริษัทที่เขาทำงานอยู่

“นั่งลงก่อนสิ แล้วก็ไม่ต้องตกใจหรอกนะหนูแทมิน นี่ลูกชายของชั้นที่บอกว่าอยากให้ทำความรู้จักกับหนูแทมินไง นี่เขาเรียนจบแล้ว”

“หมายความว่าไงครับพ่อ”

“ก็หมายความอย่างที่พูดไง ชั้นชวนแทมินมาเป็นลูกสะใภ้หลายครั้งแล้ว  แต่เขาก็เอาแต่ยิ้มแล้วปฏิเสธ ไม่รู้ว่าครั้งนี้หนูแทมินจะปฏิเสธลูกชายชั้นอีกหรือเปล่า”

“อ่า ผม ผมทำตัวไม่ถูกเลย ผมไม่รู้ว่าพี่จงฮยอนเป็นลูกชายของคุณอา”

“ที่แทมินมาทำงานที่โรงแรมเพราะพ่อหรอฮะ”

“ชั้นก็กลัวคนจะมาจีบเอาแฟนแกไป หนูแทมินยิ่งน่ารักๆ อยู่ ชั้นก็ดูแลให้เท่าที่จะดูแลได้แหละนะจงฮยอน”

“ผม ขอบคุณมากเลยนะฮะ ตอนที่อยู่นู่นผมเป็นห่วงแทมินมากจริงๆ”

“แทมิน เจ้าจงฮยอนอดทนเพื่อเรามากๆ เลยนะ จงฮยอนที่อยู่ตรงหน้าหนูในตอนนี้ เขาพร้อมทำทุกอย่างได้เพื่อหนู แล้วก็รักหนูมาก ไม่รู้ว่าหนูยังจะปฏิเสธลูกชายชั้นอีกมั้ย”

            “ไม่ครับ ไม่ ฮึก ผม ผมรักพี่จงฮยอนมากๆ รักมากๆ เลยนะครับ” แทมินตอบตกลงอย่างรวดเร็ว น้ำตาเองก็พาลไหลออกมาเพราะความรู้สึกยินดีอย่างกลั้นไม่อยู่

            “ถ้าเราไม่ปฏิเสธ ต่อจากนี้ก็เรียกอาว่าพ่อรู้มั้ย”

            “ครับ คุณพ่อ”

            “ที่ผ่านมาพ่อรู้ว่าทั้งจงฮยอนและแทมินต่างลำบากด้วยกันมามาก ต่อจากนี้ถ้าเกิดมีอะไรที่เข้าใจผิดกัน มีเรื่องอะไรที่ทำให้เรา 2 คนทะเลาะเบาะแว้งจนไม่อยากมองหน้ากัน นึกถึงวันเวลาที่กว่าทั้งจงฮยอนและแทมินจะมาถึงวันนี้ไว้เสมอรู้มั้ย”

            “ครับ ผมสัญญาว่าจะดูแลและถนอมความรักให้ดีที่สุด”

            “หนูก็อย่าทิ้งพี่เขาไปไหนรู้มั้ย ถ้าลูกชายพ่อเป็นบ้าขึ้นมาคงแย่แน่ๆ”

 

            อาหารมากมายทุกยกมาวางโดยพร้อมเพียง จงฮยอนเอ่ยแซวคนตัวเล็กแต่กินจุพร้อมกับเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นบนโต๊ะรับประทานอาหาร คนอายุมากกว่าได้แต่มองลูกชายตัวเองและแทมินที่มีใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มตามออกมา คนแก่อย่างเขาคงถึงเวลาได้พักจากงานแล้วสินะ ลูกชายที่ไม่ค่อยกินเส้นกันตอนนี้ก็ทำให้เขาไว้วางใจได้ว่าสามารถดูแลทุกสิ่งทุกอย่างได้ และยังเป็นหลักมั่นคงให้คนรักนั้นพึ่งพา แม้เส้นทางจะบิดเบี้ยวไม่ได้เป็นอย่างที่คิดไว้ในตอนแรก แต่จงฮยอนก็พิสูจน์ตัวเองให้เขาเห็นและยอมรับ สิ่งที่คาดหวังไว้ทุกอย่างนั้นสมบูรณ์แล้ว ในฐานะคนเป็นพ่ออย่างเขามาส่งลูกชายได้ถึงฝั่งแบบนี้ ตายไปก็คงหมดห่วง

            “คุณพ่อจะไปไหนหรอครับ”

            “ก็ปล่อยให้ทั้งคู่ได้คุยกันสะดวกๆ ไง เรื่องบางเรื่องผู้ใหญ่อย่างชั้นก็ไม่ควรอยู่ฟังหรอกมั้ง” หลังจากคำบอกกล่าวนั้นโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยอาหารมากมายนั้นก็ตกอยู่ในความรับผิดชอบของคน 2 คน

            ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดี เพราะตอนนี้ก็อิ่มเอมในใจมากอยู่แล้ว แค่มองตากันและกันก็พบเห็นแต่ใบหน้าเปื้อนยิ้มที่เต็มไปด้วยความสุข

 

 

*****

 

เสียงกังวานของระฆังที่แขวนประดับยังหน้าร้าน ทำให้มือเรียววางปากกาที่ขีดเขียนสูตรของขนมขึ้นใหม่ในยามที่ไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการภายในร้าน

“ทำไมวันนี้เราถึงได้มาแต่เช้าได้ล่ะ” เห็นนาฬิกาที่ยังไม่พ้นเที่ยงวันก็อดจะเอ่ยถามเจ้าของใบหน้าคมด้วยความสงสัยไม่ได้

“เช้านี้ไม่มีเรียนฮะ ส่วนงานก็มีอีกทีตอนบ่ายๆ ฮะ”

“แล้วเราอยากทานอะไรมั้ย”

“ผมทานมาแล้วครับ จะเข้ามาถามพี่คีย์ว่าคืนนี้ไปปาร์ตี้พี่จงฮยอนของ แทมินรึเปล่า”

“ก็คงไปอยู่แล้ว แทมินเอาขนมอร่อยๆ มาหลอกล่อพี่ให้ไปลองทานด้วยแหละ"

“นี่พี่คีย์กลายเป็นคนขี้งกเหมือนแทมินแล้วหรอฮะ” เอ่ยอ้างถึงคนขี้งกออกไปอย่างขำๆ

“อะ กะ ก็ ทำไมถึง...”

“โอเคๆ ผมแกล้งพี่เล่นผมไม่ได้หมายความอะไรแบบนั้น แค่แหย่เล่นเฉยๆ” เห็นหน้าตาอึกอักแบบไปไม่เป็น จงอินเลยรีบแก้คำพูดของตัวเอง

“อ่า อย่างนั้นหรอ”

“แล้วว่าแต่พี่มินโฮไปด้วยมั้ยครับ”

“พี่ก็ยังไม่รู้เลย จริงแล้วมินโฮเองดูไม่ค่อยจะชอบจงฮยอนเท่าไหร่”

“อ้าว มีงี้ด้วยแฮะ”

“แล้วเราไปหรือเปล่ามาถามพี่แบบนี้”

“ผมก็ไม่ได้รู้จักถึงขั้นสนิทสนมกับพี่จงฮยอนอะไรของเขาด้วยนี่สิ จริงๆ ผม ก็อยากไปเห็นหน้าพี่แทมินเวลามีความสุขนะ” บางทีก็แอบคิดเหมือนกันว่าเวลาที่ แทมินนั้นมีความสุขมากๆ คงจะดูสดใสจนคิดไม่ถึงแน่ๆ

“ไม่เห็นเป็นไรเลย จงอินเองก็สนิทกับแทมิน ช่วงที่จงฮยอนไม่อยู่ เราเองไม่ใช่หรอที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้แทมินคลายเศร้าได้บ้างน่ะ”

“ผมเนี่ยนะ”

“จงอินเป็นคนสำคัญของแทมินนะ” ได้ยินสิ่งที่คนอายุมากกว่าตอบกลับมาแบบนั้นก็ทำเอาหน้าแดงได้เหมือนกัน เขาอยากเป็นคนสำคัญของแทมิน เป็นคนที่ แทมินคุยด้วยแล้วสบายใจ โดยไม่จำเป็นที่ว่าต้องเป็นแฟนกัน ขอแค่คุยแล้วเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะก็พอ

“จะไปดีหรือไม่ไปดีนะ”

“แล้วสรุปว่า...”

“คิดว่าไม่ไปดีกว่าครับ แค่คิดภาพตอนพี่แทมินมีความสุขอยู่กับพี่จงฮยอนอะไรนั่นก็น่าหมั่นไส้แล้ว”

“ฮ่าๆ ไม่ใช่ว่าเราอิจฉาเขาหรอกนะ”

“จะอิจฉาทำไมฮะ ช่วงนี้ผมก็มีคนที่ผมสนใจอยู่แล้วด้วย”

            “เอ๋~ มีจริงๆ น่ะหรอ ก็ดีแล้วแหละนะ เพราะแทมินคงติดจงฮยอนน่าดูเลยไม่เจอกันตั้งหลายปี”

“แล้วนี่พี่จะออกไปกี่โมงหรอฮะ”

“ก็คงช่วงหัวค่ำนั่นแหละ นี่ก็ฝากคยองซูให้ช่วยปิดร้านด้วย”

“อ่า งั้นเดี๋ยวช่วงหัวค่ำผมมาอยู่เป็นเพื่อนคยองซูแล้วกัน”

“จงอินมาได้หรอ ดีจังพี่ก็ไม่อยากให้คยองซูอยู่ปิดร้านคนเดียว”

“ไม่มีปัญหาครับ เดี๋ยวผมจะช่วยดูให้” ยืนยันคำพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง คีย์ที่ได้ฟังคำพูดแบบนั้นก็รีบเอ่ยขอบคุณออกมาทันที

“พี่ขอบคุณมากเลยนะ แล้วเดี๋ยวตอนเย็นคยองซูเข้ามาทำงานพี่จะบอก  คยองซูให้ดูแลเรื่องอาหารให้จงอินนะ”

“โอเคครับ แต่คราวหลังพูดว่าขอบใจก็พอนะฮะ”

“เราต้องเป็นพี่น้องกับแทมินเหมือนที่มินโฮพูดไว้แน่เลย”

 

*****

 

พระอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า ผู้คนก็เริ่มทยอยกันเข้ามาในงานมากขึ้น ดนตรีคลาสสิคนั้นเปิดคลออยู่ภายในงาน ไม่ได้เป็นพิธีการอะไรมากนัก เพราะเจ้าของงานเองยังคงอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา เรียกว่าเป็นการพบปะพูดคุยหลังจากห่างหายไปยาวนานดูน่าจะถูกต้องกว่า

แทมินมองตามเจ้าของงานที่โดนอนยูกับกลุ่มสาวๆ ที่เขารู้จักบ้าง ไม่เคยเห็นหน้าบ้างนั่นลากออกไป ก่อนจะมองไปยังกลุ่มของพี่สาวตัวเองที่มาขอยืมตัว   มินโฮจากเขาไปถ่ายรูป พูดคุย จริงๆ ถ้าเขามีโอกาสได้พูดสักนิด ว่าคนที่จะอนุญาตไม่อนุญาตว่าให้ยืมตัวหรือเปล่าต้องเป็นคนตัวขาวที่นั่งอยู่ข้างๆ กันกับเขามากกว่า

“นี่พี่สาวของผมไม่ได้ทำให้พี่คีย์ลำบากใจใช่หรือเปล่าฮะ”

“ไม่หรอก มินโฮเขาเป็นคนดังนี่นา แค่ถ่ายรูปพูดคุยกันก็เรื่องปกติไม่ใช่หรอ”

“ผมถามไว้ก่อนเผื่อพี่คีย์เป็นคนขี้หึง”

“อ่า จริงๆ ก็ไม่ค่อยอยากให้มินโฮใกล้ชิดกับใครเท่าไหร่หรอก เห็นสายตาที่มองอย่างไม่วางตาก็แอบหวงอยู่เหมือนกัน แต่การที่ต้องพบปะกับผู้คนพี่ก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องปกตินะ”

“แล้วตกลงนี่พี่คีย์ขี้หึงรึเปล่า” แทมินยังคงถามย้ำออกไปด้วยรอยยิ้ม

“ไม่รู้เหมือนกัน แทมินว่าพี่หึงรึเปล่า”

“อืมมม บางทีอาจจะอยู่ที่สถานการณ์ด้วยก็ได้มั้งฮะ อย่างในกรณีที่พี่มินโฮเป็นคนดังแล้วโดนแฟนๆ ล้อมไว้แบบนั้น ฮ่าๆ ตลกจัง”

“อ่า”

“พี่คีย์ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรใช่มั้ยล่ะฮะ แล้วถ้าเป็นพวกที่เป็นนางแบบเข้ามาวุ่นวายกับพี่มินโฮล่ะ...ทำหน้าแบบนี้ก็คงจะเป็นแค่กรณีหลังมากกว่า ว่าแต่พี่มินโฮเขารู้มั้ยฮะว่าพี่หึงน่ะ”

“ไม่หรอก เพราะพี่ไม่เคยพูดอะไรทำนองนั้น”

“จริงๆ หรอฮะ”

“ก็ไม่เห็นมินโฮเขาสนใจใครเลยนี่นา แล้วทุกวันนี้พี่กับมินโฮก็มีความสุขดี”

“น่าอิจฉาจังเลย”

“ไม่ต้องพูดแบบนี้อีกแล้วนะ พี่จงฮยอนของเราก็มาอยู่ข้างๆ แล้วไง”

“ฮะ เหมือนตื่นจากฝันร้ายเลย จริงด้วยสิ รอก่อนนะ เดี๋ยวผมไปยกเอาขนมอร่อยๆ มาให้ทาน เชฟขนมที่นี่ท้าชนกับพี่คีย์ได้เลยรู้มั้ยฮะ”

“ฮ่าๆ พี่ไม่ได้ทำขนมอร่อยขนาดนั้นซะหน่อย”

 

“แทมิน มานี่หน่อยสิ”

“อ้าวพี่มินโฮ ทำไมถึงมาอยู่ตรงนี้ได้ล่ะฮะ”

“เอ่อ ก็มาหาอะไรจิบให้โล่งคอซะหน่อยนะ อืม พี่ฝากแก้วนี้ให้พี่จงฮยอนเราหน่อยสิ”

“อ่า ได้ครับ ผมจะเอาไปให้พี่จงฮยอนให้นะ” แทมินรับแก้วจากมินโฮก่อนจะเดินไปหาจงฮยอนที่กำลังพูดคุยอยู่

“พี่จงฮยอนดื่มนี่ด้วยนะฮะ มีคนฝากมาให้แหละ”

“ใครกันล่ะฝากมา หืมม นี่มันโคล่าผสมเหล้ารัมนี่ พี่กินเค้กอยู่ไม่ทานดีกว่า”

“พี่จงฮยอนทานเค้กครีมๆ แบบนี้ได้ด้วยหรอฮ่ะ”

“ก็ไปอยู่ที่นู่นเห็นไอครีมๆ นี่แล้วมันอดนึกถึงแทมินไม่ได้นี่นา กินบ่อยๆ เข้า จนเริ่มกลายเป็นของติดปากไปแล้ว”

“ฮ่าๆ ดีจังเลย เดี๋ยววันหลังเราไปกินเค้กที่ร้านพี่คีย์ด้วยกันนะฮะ ผมมีเพื่อนกินเค้กแล้ว พูดถึงพี่คีย์แล้วนึกขึ้นได้เลยว่าจะไปเอาขนมให้พี่คีย์ทาน งั้นผมไปก่อนนะฮะ” แทมินรีบเอ่ยออกไปอย่างนึกขึ้นได้ ก่อนจะเดินไปยังทิศทางของครัวพร้อมกับแก้วในมือที่จงฮยอนเอ่ยปฏิเสธเมื่อครู่

“อ้าวพี่คีย์ ลุกมาหาอะไรหรอฮะ”

“ว่าจะไปหามินโฮน่ะ”

 “พี่มินโฮเขาก็อยู่ข้างนอกไงฮะ ผมเพิ่งเจอพี่มินโฮ จริงด้วยพี่มินโฮฝากนี่ให้พี่จงฮยอนด้วยแหละ แต่ว่าพี่จงฮยอนทานเค้กเลยไม่ได้รับไว้ เอาไว้เรากินกันเองก็ได้เนอะ”

“แล้วมันคืออะไรหรอ”

“พี่จงฮยอนบอกมันคือโคล่าผสมกับเหล้ารัมนะฮะ คงไม่แรงมากหรอกกลิ่นโคล่าฟุ้งเลย”

“แทมินลองกินดูแล้วหรือยัง”

“ยังเลยฮะ ฝากพี่คีย์เอาไปที่โต๊ะด้วยนะฮะ เดี๋ยวผมไปยกขนม”

“อืม งั้นพี่กลับไปรอเราที่โต๊ะนะ”

 

คีย์เดินกลับมานั่งโต๊ะตามเดิม บรรยากาศรอบตัวนั้นไม่ได้วุ่นวายมากนัก แก้วที่ถือติดมานั้นถูกยกขึ้นดื่ม รสของแอลกอฮอล์ที่เจือจางเพราะโดนโคล่ากลบไปเสียหมด ทำให้กล้าที่จะกลืนน้ำสีเข้มนั้นลงคออึกใหญ่ๆ

“คีย์ ก็นึกว่าหายไปไหน” คีย์ยิ้มให้กับเจ้าของใบหน้าคมที่เดินมาหยุดยืนตรงหน้าตัวเอง

“ไม่ได้หายไปไหนสักหน่อย เราก็นั่งตรงนี้รอแทมินไปเอาขนมอยู่”

“แล้วนี่เอาอะไรมาดื่ม เหล้าหรือเปล่า ชั้นไม่ให้ดื่มนะ”

“แทมินบอกว่ามันเป็นโคล่าผสมเหล้ารัมน่ะ แต่เรากินดูแล้วเหมือนมีแต่    โคล่ามากกว่ามินโฮลองมั้ย”

“ว่าอะไรนะ เอามาจากแทมินหรอ” ใบหน้าตกใจนั้นแสดงออกชัดเจน คนตัวบางเองก็พลอยทำหน้างงเพราะไม่เข้าใจ

“อืม เราเอามาจากแทมิน”

“ให้ตายสิ ไป กลับเดี๋ยวนี้เลย แล้วนี่กินไปตั้งเยอะเนี่ยนะ”

“อ่า แต่เราจะรอกินขนมนี่” อยู่ๆ ก็โดนชวนให้กลับทันที คีย์เลยรีบบอกออกไปว่าตัวเองนั้นรอทานขนมอยู่

“บอกให้กลับก็กลับสิ ลุกได้แล้ว”

 

 

“แล้วพี่คีย์หายไปไหนอีกล่ะเนี่ย ไปห้องน้ำหรือเปล่านะ” แทมินมองไปรอบตัว ไม่เห็นว่าคีย์อยู่ในบริเวณที่สามารถมองเห็นได้ ก็สรุปเอาเองว่าอีกคนนั้นคงหายไปเข้าห้องน้ำ

จานขนมวางลงบนโต๊ะ เมื่อไม่เห็นอีกคนมาสักทีเลยลงมือกินก่อน ทั้งคัพเค้กและครัวซองนั้นเข้าปากไม่หยุด เครื่องดื่มเองก็ไม่พ้นแก้วเดิมที่ฝากคนอายุมากกว่ามาไว้ที่โต๊ะ

“แทมิน ทำไมถึงได้เอาเหล้ามากินกับขนมหวานๆ แบบนี้” จงฮยอนที่เดินมาหาอดจะถามไม่ได้

“อือ พี่จงฮยอน”

“นายเมาแล้วแน่ๆ เลย เขาไม่ให้กินเหล้ากับของหวานไม่รู้รึไง ไม่ต้องกินแล้วรู้มั้ย”

“พี่จงฮยอนฮะ ทานด้วยกันสิ” แทมินดึงจงฮยอนให้นั่งลงยังที่ข้างกันที่ก่อนหน้านั้นเป็นที่ของคีย์

“พี่บอกว่าไม่ต้องทานแล้วไงครับ เมาแล้วเราน่ะ”

“เก็บทำไม อร่อยออกฮะ ผมป้อนพี่ด้วยดีมั้ย” รอยยิ้มหวานนั้นวาดขึ้นพร้อมกับช้อนเล็กที่ตักขนมส่งเข้าปากจงฮยอน

“...” จงฮยอนเองก็ได้แต่นั่งนิ่งรับขนมมาเคี้ยวในปาก ตากลมนั้นหวานเชื่อมยามที่จ้องมองยังริมฝีปากของเขา

“รู้มั้ยว่าวันนี้พี่จงฮยอนของแทมินน่ารักที่สุดเลย” มือเรียวนั้นลูบเบายังโครงหน้าได้รูปพร้อมคำพูดหวานหู

“เอ่อ...”

“น่ารักมากๆ เลยรู้มั้ยฮะ” เอ่ยย้ำออกไป มือเองนั้นเปลี่ยนมาลูบเอายังต้นขาของจงฮยอนแทน

“นายแค่เมาใช่มั้ยแทมิน” จงฮยอนขยับปากถามด้วยตัวแข็งทื่อ

“ไม่ได้เมานะฮะ ผมรักพี่จงฮยอนนะ รักมากๆ เลยด้วย พี่ก็รักผมใช่มั้ยฮะ” มือนั้นยกทาบลงยังตำแหน่งหัวใจ ริมฝีปากเองก็พร่ำบอกคำรักออกมา อนยูที่แอบมองเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นนั้นรู้สึกว่ามันทะแม่งๆ ชอบกล

“ชั้นว่าไม่ดีแล้วมั้งจงฮยอน”

“เออ ก็ว่างั้นแหละ แล้วนี่ตัวการมันหายไปไหนแล้ว” จงฮยอนเอ่ยถามกับอนยู คนตัวเล็กเองก็ดึงตัวเขาเข้าไปออดอ้อนนัวเนีย

“พาคีย์กลับไปแล้ว”

“ฝากบนนี้ด้วยนะ” จงฮยอนเอ่ยบอกกับอนยู ก่อนจะลุกจากเก้าอี้แล้วดึง แทมินที่ติดหนึบให้ลุกตามมาด้วย

“อย่ารุนแรงมากนะเว้ย”

“เออ ชั้นรู้น่า”

“เราจูบกันได้มั้ยฮะ แทมินอยากจูบกับพี่จัง” เอ่ยถามออกไปในระหว่างที่กำลังยืนรอลิฟต์ จงฮยอนเองก็ได้แต่หายใจหายคอไม่โล่งปลอด

“พี่จงฮยอนร้อนมั้ย ผมน่ะร้อนมากเลยนะเหงื่อมันออกเต็มไปหมดเลย” มือเรียวนั้นเริ่มดึงเอาแจ็คเก็ตออก เดือดร้อนมือหนาที่ต้องรีบรั้งแจ็คเก็ตให้กลับมาอยู่ที่เดิม เพราะกลัวว่าถ้าได้หลุดชิ้นหนึ่งแล้ว จะลามไปยังชิ้นอื่นด้วย

“อย่าเพิ่งถอดสิ”

“ก็ร้อนนี่ฮะ ยิ่งมองหน้าพี่ผมยิ่งรู้สึกร้อนเข้าไปอีก”

“นายไม่ไหวแล้วนะแทมิน” ตอนนี้ไม่ใช่แค่แทมินหรอกที่ไม่ไหว คนโดนยั่วหนักแบบเขาเองก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

“ฮืออออ ไม่ไหวจริงๆ ฮะ พี่จงฮยอน พี่จงฮยอนช่วยแทมินหน่อยนะ” ยิ่งเข้ามาอยู่ในลิฟต์ด้วยกัน คนตัวเล็กนั้นก็เรียกร้องเขาหนักเข้าไปอีก

“...”

“พี่จะให้ผมทรมานแบบนี้หรอ” เมื่อเห็นว่าอีกคนยังเอาแต่เงียบ เสียงหวานก็เอ่ยอ้อนมากขึ้นอีก มือเรียวเองก็ลูบไล้ยังกล้ามแขนแข็งแรง

“ห้องนายหรือห้องพี่ล่ะ”

*****

 

หลังจากลงมาถึงยังด้านหน้าของโรงแรม ทั้งมินโฮและคีย์ต่างก็รอรถที่พนักงานนำมาให้ เสียงคีย์ยังคงบ่นด้วยความไม่พอใจที่อยู่ๆ มินโฮก็พาตัวเองออกจากงานทั้งที่ยังไม่ได้ทานขนมเลยสักชิ้น กับแทมินเองก็ยังไม่ทันได้บอกลา ถามหาเหตุผลคนตัวโตกว่าก็ไม่ยอมอธิบายอะไร จะพาเขากลับอย่างเดียว คีย์เองที่ทำอะไรไม่ได้เลยได้แต่ยอมนั่งรถกลับบ้านด้วยความไม่เต็มใจ 

 

พอมือแตะยังพวงมาลัย และขาได้เหยียบยังคันเร่ง มินโฮก็ภาวนาให้เขานั้นถึงคอนโดที่เป็นจุดมุ่งหมายโดยเร็วทีสุด เพราะรู้ดีว่าแก้วที่หยิบยื่นให้กับ    จงฮยอนเพื่อเอาคืนเล่นๆ นั้น ดันเป็นคนข้างตัวที่เป็นคนดื่ม

แต่ดูเหมือนว่าคำภาวนาเขาดูจะไม่เป็นผลเลยสักนิด เพียงแค่รถเคลื่อนมาถึงยังไฟแดงแรกคนที่นั่งเงียบคู่กันมา กับส่งเสียงเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่จำต้องกลืนน้ำลายอึกใหญ่ๆลงคอ

“มินโฮ เรา เรา...”

“เอ่อ อะ อะไรของนาย เป็นอะไรคีย์”

“อึดอัดน่ะ”

“หมายความว่าไง”

“ฮือออ ไม่รู้ มันอึดอัด”

“นายไปกินอะไรมารึเปล่า”

“ก็ของในงาน ฮืออออ มินโฮ ไม่ไหวแล้ว”

“เบาะหลังได้มั้ยล่ะ”

“ไม่เอา น่าเกลียด”

“โอเค งั้นกลับรถไปที่โรงแรม”

“มินโฮ เร็วๆ สิ งืออออ” มือเรียวที่ยื่นไปจับข้อแขนที่บังคับพวงมาลัยนั้นเรียกสายตาของมินโฮให้หันมองคนข้างตัว เม็ดเหงื่อใสนั้นซับพราวยังดวงหน้าขาว ตาเรียวรีที่จ้องลึกเข้ามายังดวงตาเขานั้นเชื้อเชิญอย่างเปิดเผย

แน่นอนว่าตั้งแต่เขารู้จักกับคีย์มา ไม่เคยมีครั้งไหนที่อีกฝ่ายจะให้ท่ามากมายแบบนี้

“นายทำชั้นสติกระเจิงด้วยเลยรู้มั้ยเนี่ย อย่ายั่วแบบนี้สิ” ดึงมือขาวออกจากตัวเอง แอบได้ยืนเสียงครางในลำคอที่ดูไม่พอใจของคีย์ แต่ก็ไม่กล้าหันไปมองเสี้ยวหน้าสวยซ้ำเป็นครั้งที่สอง เพราะมันคงเกินจะควบคุมตัวเองเหมือนกันเมื่อเจออีกฝ่ายเรียกร้องแบบนี้

 

            รถหยุดลงยังหน้าโรงแรมพนักงานบริการคนเดิมที่เพิ่งส่งรถให้กับเขาเพื่อเดินทางกลับเมื่อครู่รีบมารับกุญแจรถพร้อมสายตาไม่เข้าใจ เพราะยังจำได้ว่าเพิ่งขับออกไปจากโรงแรมได้ไม่นาน

            “อ้าว คุณมินโฮกับคุณคีย์นี่เอง” ยงฮวาเอ่ยทักออกไป สังเกตคนที่ดูมีสีหน้ารีบร้อน ก่อนจะมองยังคนตัวขาวข้างตัวที่กำลังส่งยิ้มหวานพร้อมสายตาที่ทำเอาตัวเขาเองแทบใจสั่น ถ้าไม่ติดว่ารู้เจ้าของใบหน้าสวยนั้นมีเจ้าของแล้ว คงได้คิดเข้าข้างตัวเองแน่ๆ ว่าอีกฝ่ายกำลังให้ท่า

            “คีย์บอม”

            “งือออ เจ็บนะมินโฮ”

            “ผมขอคีย์การ์ดอย่างไวเลยได้มั้ยครับ แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าผมจะเคลียร์เรื่องที่พัก”

            “ได้ครับไม่มีปัญหา คุณเป็นแขกคุณจงฮยอนโรงแรมเราบริการเต็มที่อยู่แล้ว”

 

            หลังจากพนักงานสาวส่งยื่นคีย์การ์ดห้องให้พร้อมกับรอยยิ้ม ยงฮวาก็เดินนำคีย์และมินโฮมาส่งยังหน้าลิฟต์โดยสาร พร้อมกับบอกราตรีสวัสดิ์คนทั้งคู่เมื่อประตูลิฟต์นั้นเปิดออก

            “นายกล้าดียังไง อ่อยผู้ชายคนอื่นต่อหน้าชั้นแบบนี้คีย์”

            “เปล่านะ มินโฮ กอดหน่อยสิ อยากให้มินโฮกอด”

            “กะ ก็ ไว้ถึงห้อ...”

            “โอเคๆ ชั้นว่าสตินายไม่เหลือแล้วแน่ๆ คีย์”

           

            บานประตูล็อคอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังบางนั้นกระแทกประตูให้ปิดลง        ริมฝีปากหนาย้ำลงกลีบปากนุ่มแดง ดวงตาเรียวนั้นหยาดเยิ้ม ยิ่งปลายนิ้วขาว     ลากเบายังแผ่นอกกว้างไล่ต่ำจนถึงหน้าท้องแข็งแรง มินโฮกลืนน้ำลายลงคอพร้อม สติที่เหลืออยู่น้อยนิดจะหายวับไปทั้งหมดเมื่อดวงตาคมสบกับตาเรียวรีอีกครั้ง      เขาไม่ได้คิดไปเองที่เห็นคีย์เพ่งสายตามายังปากของเขาแล้วฟันสวยของเจ้าตัวก็เม้มกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง

 

                        เช้าถัดมา

หลังจากอาบน้ำล้างตาเสร็จเรียบร้อย มินโฮก็เลือกจะไปกินเบรคฟาสต์ของโรงแรม จะปลุกคนตัวขาวให้ไปกินด้วย แต่ดูจากจังหวะการผ่อนลมหายใจเปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทแล้ว ปล่อยให้พักผ่อนคงน่าจะดีที่สุด

“ทำไมถึงได้อยู่ที่นี่ได้ล่ะ” จังหวะการเดินนั้นชะงักค้าง ก่อนจะหันไปตามเสียงทุ้มที่เอ่ยมาจากด้านหลัง

“ก็ไม่ได้อยากอยู่เท่าไหร่หรอก”

“มันก็น่าโกรธอยู่เหมือนกัน ครั้งแรกของแทมินมันควรโรแมนติกกว่านี้”   จงฮยอนเอ่ยออกมาพร้อมกับป้องปากหาวและเดินนำมินโฮเข้าไปยังห้องอาหาร    คนตัวสูงเลยเร่งฝีเท้าพร้อมกับเอ่ยแขวะออกมาบ้าง

“แล้วคิดว่าระหว่างชั้นกับคีย์ ครั้งแรกโรแมนติกมากนักสิ”

“อย่าบอกนะว่าตั้งแต่ตอนนั้นน่ะ” จงฮยอนหันมาเบิกตากว้างส่งให้ มินโฮนิ่งค้างไปครู่หนึ่งก่อนที่เสียงหัวเราะต่ำในลำคอจะหลุดออกมา

“หึ แต่ก็เอาเถอะ เพราะยาบ้าๆ นั่นมันทำให้ชั้นกับคีย์อยู่ด้วยกันจนถึงตอนนี้”

“ไม่ขอบคุณกันหน่อยรึไง” ยิ้มร้ายยกขึ้นประดับบนใบหน้า จากท่าทางง่วงๆ ในตอนแรกนั้นดูจะหายเป็นปลิดทิ้ง

“เมื่อคืนนี้ไม่พอใจอีกหรอ” เอ่ยถามกลับ ตาคมก็เพ่งสายตาไปยังคน     ผมบรอนด์ที่กำลังกลั้นหัวเราะ 

“ฮ่าๆ จะลืมหลายๆ เรื่องที่ไม่พอใจนายยังได้” จงฮยอนหลุดหัวเราะออกมา ก่อนจะตักเอาอาหารที่อยู่ตรงหน้ามาไว้บนจานตัวเอง ไม่ต่างจากคนตัวสูงเองที่เลือกของโปรดมาไว้บนจาน

การที่ปั้นหน้ายิ้มให้กันแบบนี้ได้ คงเพราะคนรักของทั้งสองคนที่ทำให้สุขล้นจนลืมไม่ลงเสียมากกว่า อาจจะเป็นการเริ่มต้นของความสัมพันธ์ที่ดีขึ้น แม้จะแปลกไปสักหน่อย แต่ก็ดีกว่ามากัดกัน เพราะทั้งคีย์และแทมินคงไม่สบายใจแน่ๆ ถ้าเขาทั้งคู่นั้นเจอหน้ากันแล้วเต็มไปด้วยความบาดหมาง ที่สำคัญก็โตเกินกว่าจะมานั่งทะเลาะกันเป็นเด็กๆ เหมือนเมื่อก่อน

 

*****

 

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาจากทิศทางของระเบียง ทำให้คนตัวบางขยับตัวถอยหนี

“โอ๊ย~” เสียงร้องหลุดจากปากแทบในทันทีเมื่อเคลื่นไหวตัว มือเรียวยกขึ้นขยี้ตาตัวเองที่ยังติดอยู่กับความง่วง ใบหน้าน่ารักนั้นเบ้ออกมา เมื่อรู้ว่าร่างกายของตัวเองนั้นเมื่อล้าไปเกือบทุกส่วน ยิ่งบริเวณสะโพกนั้นเจ็บเสียจนน้ำตาแทบจะไหลออกมาให้ได้

“ไม่ใช่ที่ห้องนี่นา” พอลืมตาได้เต็มสายตา ภายในที่ตกแต่งคล้ายกับห้องที่ตัวเองอยู่ในโรงแรม แต่มีการจัดสัดส่วนที่ลงตัวมากกว่า และข้าวของเครื่องใช้ที่ครบพร้อมทุกสิ่งนั้นทำให้คนที่ยังไม่หลุดจากอาการตื่นพอจะแยกแยะได้ ผ้าห่มสีขาวถูกตวัดออกจากตัว แทมินเพ่งมองยังเสื้อยืดที่ตัวเองสวมด้วยความรู้สึกคุ้นเคยว่าเพิ่งเคยเห็นไม่นานมานี้ แล้วก็อดจะเลิกเสื้อตัวเองขึ้นดูผิวเนื้อที่เต็มไปด้วยรอยจำแดงไม่ได้

“จริงๆ ด้วยสิ ของพี่จงฮยอน” พอรู้ว่าใครเป็นเจ้าของใบหน้าหวานก็แดงเรื่อขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ แล้วเหมือนหลายๆ คำพูดก็แล่นเข้ามาในหัว แยกไม่ออกด้วยซ้ำว่าอันไหนเรื่องจริง เรื่องไหนดูจะเป็นความฝัน แต่ความรู้สึกเจ็บที่สะโพกตอนนี้เองก็ยังสัมผัสได้ คงยืนยันกับเขาได้แน่นอนว่าเหมือนคืนระหว่างเขากับพี่จงฮยอนคงไม่ได้นอนกอดกันเหมือนปกติที่เคยอยู่ด้วยกัน

แทมินพรูลมหายใจตัวเองเข้าออกช้าๆ พยายามไม่ตื่นเต้นกับสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว ตากลมโตนั้นมองหาคนที่ควรอยู่บนเตียงด้วยกันแต่ทว่าทั้งห้องดูจะมีแค่เขาเท่านั้น จะเอ่ยเสียงเรียกหา หากแต่ตากลมนั้นสะดุดกับสมุดที่เขาจำได้ดีว่าเขาเคยเป็นเจ้าของมันมาก่อน จนกระทั่งอยู่ๆ ไดอารี่ที่หวงแหนก็หายไปพร้อมกับพี่จงฮยอน

“ทำไมถึงได้อยู่ที่นี่ได้ล่ะ” หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะเห็นว่ามีอีกเล่มที่ถูกซ้อนอยู่ด้านล่างซึ่งมีขนาดเท่ากัน ปลายนิ้วไล่เปิดหน้าดู มองผ่านตัวหนังสือที่เป็นลายมือของตัวเองที่เขียนบันทึกเรื่องราวต่างๆ ของเขาไว้ ก่อนจะหยุดมือลงยังหน้าที่ลายมือนั้นเปลี่ยนไป

“ลายมือของพี่จงฮยอนนี่” เมื่อพลิกดูหน้าต่อจากนั้น พื้นที่บนหน้ากระดาษที่เคยว่างกลับถูกทับทับถมด้วยลายมือของจงฮยอน

วันที่ถูกเขียนไว้และตามด้วยเนื้อความ ตัวหนังสือมากมายเหล่านี้ดูเหมือนพี่จงฮยอนกำลังบอกเล่าให้เขาฟัง ชื่อของเขาที่ถูกเน้นทับจนเด่นกับคำว่าคิดถึงที่มีอยู่ในแทบทุกวันที่ ที่มีการจดบันทึกนั้นทำเอารอยยิ้มกว้างวาดขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แก้วตากลมเองก็เอ่อคลอด้วยพราวน้ำที่เกิดจากความรู้สึก จนสุดท้ายก็ไหลอาบยังแก้มใส

เขาเองก็อดนึกถึงช่วงเวลายากลำบากที่ผ่านมาไม่ได้เหมือนกัน

ความรู้สึกคิดถึงโหยหาที่จงฮยอนเล่าผ่านตัวหนังสือนั้น เขาเข้าใจว่ามันทรมานมากแค่ไหน

“แทมินตื่นแล้วหรอ อะ ทะ แทมินร้องไห้ทำไม” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าคนตัวบางนั้นกำลังนั่งอยู่บนเตียง ก่อนจะถามออกไปด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าน่ารักที่เงยสบตาเขานั้นเต็มไปด้วยน้ำตา จงฮยอนลนลานรีบเดินเข้าไปหาพร้อมกับใช้หัวแม่มือบรรจงเช็ดให้อย่างเบามือ

“ฮือออ” คนตัวเล็กนั้นสะอื้นออกมา ก่อนจะโอบกอดจงฮยอนเอาไว้แน่น คนที่ไม่รู้จะทำยังไงดีเลยต้องกอดตอบพร้อมเอ่ยคำให้คนตัวเล็กนั้นสบายใจ

“ไม่ต้องร้องรู้มั้ย พี่รับผิดชอบเราอยู่แล้ว แทมินก็รู้ว่าพี่รักแทมินมากแค่ไหนไม่ใช่หรอ”

“ไม่ใช่เรื่องนั้นฮะ” คนตัวบางถอนมือออกก่อนจะก้มหน้านิ่ง จงฮยอนเองก็ได้แต่นิ่งตาม รออีกคนเงยหน้าขึ้นมาพูดคุยกันดีๆ

“...”

“แทมินดีใจที่พี่จงฮยอนก็คิดถึงแทมินมากๆ เหมือนกัน” แทมินเอ่ยบอก พร้อมกับยื่นไดอารี่ที่อยู่บนตักของตัวเองให้จงฮยอนเห็น พอรู้ว่าคนตัวเล็กเสียน้ำตาเพราะอะไร จงฮยอนก็อดจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกไม่ได้

“เด็กบ้า พี่ใจเสียหมดเลย นึกว่าทำให้เราโกรธ หรือกลัว” มือใหญ่นั้นลูบลงยังเส้นผม รอยยิ้มเองก็ยกขึ้นบนหน้าด้วยความเอ็นดู

“แล้วนี่เจ็บมากรึเปล่า”

“เอ่อ จะ จริงด้วยฮะ อืม คือ คือว่า เมื่อคืน ผม ผมเมาหรอ” แทมินเอ่ยถามเรื่องค้างคาใจออกไป ก่อนจะเห็นสีหน้าตกใจจากคนตรงหน้า

“จำไม่ได้เลยหรอ”

“ผมจำได้ว่าเราอยู่งานเลี้ยงด้วยกัน แล้ว ผมก็นึกไม่ค่อยออก มันเหมือนว่าฝันอะไรสักอย่าง”

“...”

“แต่ว่า ถ้าเป็นพี่จงฮยอนก็ไม่เป็นไร” แทมินรีบเอ่ยออกมา เพราะดูจากท่าทางแล้ว พี่จงฮยอนดูจะไม่พอใจเท่าไหร่ที่เขาจำอะไรแทบไม่ได้แบบนี้

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะแทมิน พี่สาบานได้ว่าเมื่อคืนแทมินเองก็พอใจแล้วเต็มใจ แม้ว่าตอนนี้แทมินจะจำไม่ได้ หรือนึกไม่ออกก็ตาม” คิดตามคำพูดของคนที่บอกกล่าว ก่อนรอยยิ้มเล็กๆ จะยกขึ้นบนหน้า

“ผมเชื่อฮะ เพราะผมรักพี่จงฮยอน”

“ขอโทษนะ ที่มันอาจไม่ดีอย่างที่นายหวัง” มือใหญ่นั้นดึงเอาแก้มป่อง พร้อมกับมองตอบแทมินด้วยรอยยิ้มเศร้า

“ไม่เป็นไรหรอกฮะพี่จงฮยอน ผมยังไงก็ได้”

“ได้ที่นี่กัน ทุกเรื่องกับแทมินพี่ให้ความสำคัญหมดรู้มั้ย”

“รักให้เท่ากับที่ผมรักก็พอ”

“ใครบอก พี่รักเรามากกว่าอีก” เถียงกลับออกไป ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะขำของแทมิน

“รักของผม นี่คือหมดทั้งหัวใจเลยนะครับ พี่จงฮยอนทำได้หรอ” คล้ายคำพูดท้าทาย อ้อมแขนแข็งแรงเลยอดจะคว้าเอาร่างเล็กนั้นมากอดแน่นพร้อมเอ่ยออกไปยังข้างใบหู ให้แทมินนั้นได้ยินสิ่งที่เขาบอกได้ชัดๆ

“พี่ให้ทั้งใจ ทั้งสมองเลย เนี่ย มีแต่แทมินๆ ๆ ๆ”

“ฮ่าๆ คนขี้โม้” ผลักเอาลำตัวหนาให้ออกห่างจากตัวเอง ถึงจะเอ่ยตอบกลับไปแบบนั้นแต่ใบหน้าที่ขึ้นสีจัดก็ฟ้องออกไปแล้วว่าเขินกับคำพูดของคนตรงหน้านั้นมากแค่ไหน

“โม้ที่ไหนพี่พูดความจริง”

“ก็ได้ฮะ ผมเชื่อก็ได้ แต่ว่าผมขอของผมคืนนะ แล้วก็ขอของพี่จงฮยอนด้วยนะฮะ” เอ่ยต่อรองออกไป พร้อมกับกอดเอาไดอารี่ทั้งสองเล่มไว้แนบอก

“ก็เอาไว้แลกกับไดอารี่ของเราตอนที่เราเขียนตอนพี่ไม่อยู่”

“ไม่แลกไม่ได้หรอฮะ ผมเขียนอะไรไม่น่ารักไว้เยอะเลย” พูดไปแล้วก็อดจะนึกถึงไดอารี่เล่มที่เต็มไปด้วยความเศร้าของเขาไม่ได้

“อะไรกันแทมินอา~

“ก็ผมนึกว่าพี่จะทิ้งผมไปนี่นา” เสียงน้อยใจนั้นปิดไม่มิด มือใหญ่บีบเอายังปลายจมูกพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างพอใจ

“ฮ่าๆ ถ้าพี่ได้อ่านไดอารี่ของนาย พี่ต้องรักแทมินจนไม่กล้าหนีหายไปไหนอีกแล้วแน่ๆ”

“พูดจริงนะฮะ”

“อืม จริงสิ แล้วเราก็ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวได้แล้ว”

“พี่พูดเหมือนว่าผมลุกไปไหนได้” ปากนั้นยู่ออกมาตามคำตอบ ก็เขาเจ็บอยู่นี่นา แค่ขยับก็แทบจะร้องไห้แล้ว

“ฮ่าๆ จริงด้วยสิ พี่รับผิดชอบทั้งหมดโดยการอาบน้ำให้ก็ได้”

“อาบอย่างเดียวนะครับ”

“ไม่ไว้ใจกันหรือไง”

“เห็นรอยบนตัวแบบนี้ แถมปากก็เจ่อขนาดนี้ แล้วก็...เจ็บมากด้วย ผมว่าเมื่อคืนพี่ต้องใจร้ายกับผมมากแน่ๆ” เอ่ยคล้ายกับบ่นออกมา ตากลมเองก็จ้องจับผิดเจ้าของใบหน้าคมว่าจะทำหน้ายังไง หรือแก้ตัวออกมาแบบไหน

“ใจร้ายที่ไหนกัน ให้พี่พิสูจน์ตัวเองก็ได้นะ”

“ยังไงฮะ”

“แบบนี้ไง” ลำตัวหนาที่กระโจนเข้าใส่ ทำให้มือเรียวทั้งสองข้างนั้นรีบยกยันแผ่นอกเอาไว้

“อ่า ไม่ไหวจริงๆ นะ ไว้พิสูจน์วันอื่นเถอะฮะ” ได้ยินเสียงที่ร้องขอออกมาแบบนั้นก็เรียกเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขออกมาอีกครั้งจนได้ 

 

*****

 

เสียงของโทรทัศน์ที่เปิดอยู่นั้น ทำให้รู้ว่าคนที่พักผ่อนอยู่บนเตียงนั้นคงตื่นแล้ว ตาคมมองเจ้าของกายเขาที่ห่อตัวเองไว้ใต้ฟูกนอนหนา อยู่ๆ ใบหน้าก็ร้อนวูบขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อนึกไปถึงคีย์คนเมื่อคืน ใบหน้าเซ็กซี่กับคำพูดท้าทาย แล้วไหนจะสิ่งที่คีย์ปรนเปรอให้เขา

“จ้องเราทำไมหรอ” ถามออกไปเมื่ออีกฝ่ายเอาแต่จ้องตัวเอง แถมไม่พูดไม่จาอะไร

“ก็ เปล่านี่ ไม่มีอะไรสักหน่อย” ปฏิเสธออกไป

“เจ็บ มินโฮทำเราเจ็บรู้บ้างมั้ย” เอ่ยตัดพ้อคนตรงหน้าออกไป นอกจาก    มินโฮจะทำหน้าไม่รู้เรื่องรู้ราวให้แล้วยังยิ้มขำออกมาอีก

“แกล้งเราใช่มั้ย” ถามออกไป พร้อมกับมินโฮที่ทิ้งตัวลงนั่งบนเตียง ใบหน้านั้นทำท่าทางครุ่นคิดก่อนจะเอ่ยออกมา

“แล้วเมื่อคืนใครบอก...”

“บอก บอกอะไร”

“หึ ก็บอกว่าให้แรงๆ ไง” ตอบออกไปชัดถ้อยคำ คนที่รอคำตอบแทบจะเบือนหน้าหนีทันทีพร้อมกับแก้มขาวที่สุกแดงไม่แพ้ผลแอปเปิ้ล

“เราไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย”

“ไม่ๆ คีย์พูด แรงอีกสิมินโฮ” ทำเสียงล้อเลียนออกไป คนตัวเล็กนิ่งเงียบพร้อมกับสองมือที่ยกขึ้นปิดหูตัวเองพร้อมส่ายหน้าปฏิเสธว่าสิ่งที่มินโฮเอ่ยนั้นไม่ใช่ความจริง

“...”

“อายทำไม ชั้นพูดยังไม่อายเลย”

“เราไม่ได้พูด มินโฮแกล้งเรา”

“จริงๆ นะ นายพูดเต็ม 2 หูชั้นเลย” มินโฮยังคงยืนยันคำพูดของตัวเอง แอบเห็นว่าคนตรงหน้าปากเริ่มเบะก็ยิ่งพอใจ

 “...” คีย์ไม่เถียงอะไรเป็นการตอบกลับ หากแต่มุดตัวหนีเข้าไปอยู่ภายใต้ผ้าห่ม เพราะทนกับการโดนแกล้งไม่ไหว

“อะไรนี่งอนจริงๆ หรอ” มือใหญ่นั้นดันเอาช่วงลำตัวพร้อมกับเอ่ยถาม ใบหน้าคมนั้นยังคงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“เราจะไปอยู่บ้านคุณแม่ ไม่อยู่กับมินโฮด้วยแล้ว”

“เดี๋ยวนี้ไม่พอใจอะไรจะหาคุณแม่ตลอด ใช่สิ ไม่ต้องสนใจชั้นแล้วนี่”

“ก็มินโฮชอบแกล้งเรา”

 “ก็ได้ๆ เดี๋ยวชั้นอาบน้ำให้ นี้ง้อมากๆ เลยรู้มั้ย”

“งือออ ไม่เอา เดี๋ยวก็แกล้งเราอีก”

“ทำไมก็จะอาบให้” เอ่ยพร้อมกับดึงเอาผ้าที่ปิดหน้าปิดตานั้นออก คีย์เองก็ขยับหนีจนสุดท้ายต้องเป็นฝ่ายออกจากใต้ผ้าที่มุดอยู่เสียเอง

“ไม่เอาๆ เราอาย เราอาบเองได้”

“นี่มันกี่ปีแล้ว อายอะไรของนายอีก” มินโฮส่ายหัวออกมา

“ก็อายนี่นา”

“ชั้นรู้หมดทุกจุดที่ไขมันเพิ่มขึ้นแหละน่า”

“งืออออออ น่าเกลียด มินโฮพูดจาน่าเกลียด” เอ่ยว่าออกไป มือเองก็ตีแขนอย่างรับคำพูดไม่ได้ แต่กลายเป็นว่าคนถูกตีนั้นกลับหัวเราะชอบใจ

“ฮ่าๆ ก็จริงนี่ เร็วอ้วนไปอาบน้ำกัน”

“ไม่ต้องมาพูดเลย เราจำได้นะว่าเมื่อคืนเราอดกินขนมเพราะมินโฮ” ถึงเรื่องอื่นจะมึนๆ เบลอๆ แต่เขาก็จำได้ว่าอยู่ๆ มินโฮก็พาออกมาจากโรงแรมหน้าตาเฉย จนถึงตอนนี้ก็ยังสงสัยอยู่ว่าแล้วเขากลับมาอยู่ที่โรงแรมอีกครั้งได้ยังไง

“หายใจเข้าออกนี่เป็นขนมหมดแล้วนะอ้วน” เอ่ยออกไปพร้อมกับนิ้วที่จิ้มบุ๋มลงไปยังแก้มขาวที่ตอนนี้ป่องไปตามน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นของคีย์

“มินโฮเป็นคนมีความผิดนะ ไม่รู้ตัวเลย” มือขาวนั้นดึงมือของมินโฮออกพร้อมกับเอ่ยว่า หน้าตาจะร้องไห้อยู่รอมร่อทำให้มินโฮยอมหยุดแกล้งอย่างจริงจัง

“โอเค ครับๆ ผมเป็นคนมีความผิด เดี๋ยวผมจะพาคีย์บอมไปกินขนมอร่อยๆ พาไปทานอาหารที่คีย์บอมชอบในร้านน่ารักๆ แล้วจะพาไปกินไอติมด้วย แต่ถ้าคีย์ยังโกรธอยู่ก็คงไม่ได้ไปกินแน่ๆ เลย” เพราะรู้ว่าอีกฝ่ายนั้นแพ้อะไร เรื่องง้อก็ไม่เคยยากเลยสักนิด คีย์น่ะน่าแกล้งจะตายไป แล้วก็หายโกรธง่ายมากๆ ด้วย บางทีเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมคีย์ถึงได้เป็นคนแบบนี้ แต่ก็ดีแล้วแหละนะ มันช่วยให้เขาหายเครียดจากงานได้เยอะเลย เวลาได้แกล้งหรือทำให้อีกคนไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไง

“เรา เราไม่โกรธมินโฮก็ได้”

“หึ งั้นไปอาบน้ำได้แล้ว”

“แต่ต้องสัญญาก่อน ว่าที่พูดเมื่อกี้ไม่คืนคำ” คนตัวเล็กกว่าพูดย้ำออกมา พร้อมกับนิ้วก้อยที่ชูขึ้นให้มินโฮยกขึ้นมาเกี่ยวเป็นการตอบรับว่าจะรักษาคำพูด

“ครับๆ จะพาไปกินตามที่สัญญาเลย”

“สัญญาแล้วไม่คืนคำ” คีย์เอ่ยย้ำออกมาพร้อมกับรอยยิ้มกว้าง เห็นสายตาจริงจังที่มองหน้า มินโฮเลยอดไม่ได้ที่จะจับคนตัวขาวนั้นมาหอมฟอดใหญ่

 

ไม่เคยจำเลยสักครั้ง

เรื่องที่บอกให้น่ารักน้อยลงกว่านี้

ความรักนั้นเหมือนดั่งขนมหวาน ที่ได้ลิ้มรสเสพติดเมื่อใดความสุขก็อิ่มล้นเต็มตื้นไปทั้งใจ

หรือความรักนั้นอาจเปรียบเช่นละครมายา ล่อลวงเหมือนตกอยู่ในห้วงแห่งความสุขที่ประพันธ์แต่ง ค้นพบชีวิตที่เหมือนได้จินตนาการและวาดฝันขึ้นเอง

และหากรักนั้นจะเปรียบดั่งเปลวเพลิง โชกโชนรุ่มร้อนไปด้วยเสน่ห์หาที่โอบล้อมกาย จนไม่สามารถแยกคนทั้งคู่ให้แยกห่างกันได้

บางที่อาจจะเหมือนสายฝนที่เริงระบำบนผืนหญ้าที่แห้งแล้ง ราวกับชีวิตนั้นเต็มไปด้วยความหวัง ลำตัวที่เบาหวิวเหมือนเดินบนอากาศ เสียงหัวเราะกังวานดังก้องไปในทุกจังหวะยามก้าวเดิน ความรู้สึกที่ดิ่งลึกอยู่ในห้วงแห่งความสุข

             

ผมมองความรักนั้นเป็นสิ่งที่สวยงาม นึกถึงแต่ความรักที่ไม่ต่างจากเทพนิยายบนหนังสือสำหรับเด็ก ผมปรารถนาความอ่อนโยน อ่อนหวาน หวังในความ   สุขสมแสนหวานที่จะได้สัมผัส มันก็น่าตลกเหลือเกินที่ผมคิดอะไรเอาไว้แบบนั้น     ไม่รู้ว่าคนอื่นเองจะวาดเรื่องราวความรักของตัวเองไว้แบบไหน ส่วนตัวผมเอง              ผมปรารถนาสิ่งเหล่านั้นจริงๆ บางทีที่เป็นอย่างนั้น คงเป็นเพราะผมยังไม่เจอคนที่อยากฝากหัวใจไว้ ก็คงไม่ผิดแปลกอะไรหากผมจะคาดหวังในสิ่งที่ไม่ต่างจากความฝัน

 

ผมเชื่อว่าใครๆ ต่างก็นิยามว่าความรักคือสิ่งสวยงาม

 

แต่พอมาถึงวันนี้ วันที่ผมมีมินโฮอยู่เคียงข้าง ผมรู้แล้วล่ะว่ารูปแบบความรักของผมนั้นเป็นเช่นไร

 

            ผมจะเรียกมันว่าฤดูกาลได้หรือเปล่านะ

            มินโฮไม่ได้เป็นคนโรแมนติกมากมายอาจไม่สนใจเรื่องแบบนั้นเลยด้วยซ้ำ  แค่ความใจดีที่หยิบยื่นให้ผมก็พอใจมากๆ แล้ว แต่ถ้าเวลาที่มินโฮโกรธ อ่า ไม่อยากจะนึกถึงเลย มินโฮเขาเป็นคนโมโหร้ายจริงๆ แต่ไม่ว่ายังไงมินโฮก็สัญญากับผมแล้ว ว่าเราจะอยู่ด้วยกันแบบนี้ตลอดไป ผมเองก็เชื่อใจมินโฮว่าเขาไม่มีทางทิ้งผมไปไหน

แล้วก็...ตอนนี้ผมสัญญากับตัวเองไว้แล้ว ถ้ามีเรื่องอะไรที่ค้างคาหรือไม่สบายใจ ผมจะพูดกับมินโฮตรงๆ ถึงจะกลัวอีกฝ่ายไม่พอใจแค่ไหน ผมก็จะไม่ร้องไห้งอแงแล้วเอาแต่นิ่งเงียบทำตัวไม่มีเหตุผลอีกแล้ว

 

ผมชอบทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้จัง

 

มีมินโฮที่คอยอยู่เคียงข้าง ครอบครัวของมินโฮที่ดีกับผมเหมือนผมเป็นคนสำคัญในครอบครัว แทมินเองก็กำลังมีความสุขอยู่กับคนรักที่ห่างหายกันไปเนิ่นนาน

 

ผมตกหลุมรักฤดูกาลนี้มากเหลือเกิน...ฤดูกาลแห่งความสุข

 

ในอนาคตข้างหน้านั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นฤดูแบบไหนที่หมุนเวียนเข้ามาในช่วงชีวิต ผมก็จะเชื่อเสมอฤดูกาลแห่งความสุขนั้นยังไม่ได้หนีหายจากผมไปไหน หากผมตั้งใจและอดทนกับเรื่องร้ายๆ ได้ ฤดูกาลแห่งความสุขนั้นก็จะวนกลับมาพบเจอผมอีกครั้ง และทุกครั้งที่ฤดูกาลแห่งความสุขนั้นวนกลับมา ผมจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ รู้จักเรียนรู้เข้าใจการใช้ชีวิตมากขึ้น เพื่อให้ฤดูกาลแห่งความสุขนั้นอยู่กับผมไปยาวนาน มากที่สุด ถ้าหากเป็นไปได้ผมก็อยากจะให้ฤดูกาลนี้อยู่กับผมนับตั้งแต่นี้จน   ตลอดไป

 

 

END

 









----------PPLiGHT-----------
ในที่สุดเราก็เดินทางมาถึงวันนี้ หลายปีมากมายยยยย T T เพลียกับตัวเอง 55555555 
คนอ่านคงไม่เพลียเท่าไหร่ เพราะรุ่นเเรกๆ ที่อ่านหายกันไปหมดเเล้ว T T ~ (ร้องไห้อีกรอบ)
ขอบ่นยาวๆ เลยเเล้วกันนะ นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่จะได้ทอล์คในฟิคเรื่องนี้เเล้ว งื้อออออ  เเพรวรักฟิคเรื่องนี้มากนะ เห็นหายๆ เลือนๆ ไปหลายรอบ เเต่ก็กลับมาทุกครั้ง เฮ้ ถึงฟิคเรื่องนี้จะดูไม่สมบูรณ์ พิการ บกพร่องไปเยอะ ก็อย่างที่บอกไว้ว่าเป็นฟิคที่เขียนครั้งเเรก อาการมึนเมาเลยมีให้เห็นกันอยู่เรื่อยๆ (เเก้ตัว -*- ) 

ยังไงก็ขอบคุณทุกเเรงพลักดันนะคะ ที่ทำให้ฟิคมาถึงตอนจบได้ คนอ่านที่เห็นๆ มีรุ่นพี่ๆ ที่โตกว่าเเพรวเยอะมาก คงเพราะเขียนฟิคสมัยอยู่ม.ปลาย ฮือออออ ยังไงก็ขอบคุณทุกความเอ็นดูมากนะคะ (ใครเขาเอ็นดูเเก) 
เเอบบ่นนิสสสสส จริงๆ ตอนที่เขียนก็เครียดอยู่เหมือนกันนะ ด้วยความที่ตั้งใจเขียนฟิค 2 คู่ เเต่คนอ่านส่วนใหญ่ก็จะรออ่านเเต่มินคีย์ ช่างเป็นอะไรที่ปวดร้าวเหลือเกิน คือมันเป็นความกดดันอย่างหนึ่ง T T (จัดน้ำตาไปอีกรอบ) 
อันที่จริงก็อยากจะทิ้งท้ายอะไรไว้เยอะเเยะเเหละ เเต่ เเต่ ทำไมพอได้มานั่งพิมพ์เเล้วหูอื้อตาลาย 55555555 กะจะมาบ่นยาวๆ เลยบ่นได้เเค่นี้ ทำมายยยยยย 


ใครอ่านมาถึงบรรทัดสุดท้ายที่เเพรวเขียนก็ขอบคุณมากๆ นะคะ ให้เเอบบ่นในใจได้ค่ะ ว่าไรเตอร์เรื่องนี้สรุปมันอะไรของมัน จ้าาา เต็มที่เลยจ้าาาา 


แล้วสุดท้ายนี้ ทำไมตัวหนังสือมัันถึงมาทั้งตัวเล็ก ตัวโต ตัวชิด ตัวห่าง ขอบคุณมากค่ะ  

ไปจริงๆ เเล้วเน้ออออ  รักทุกคนเหมือนเดิม ส่งจูบ -3333333333333- 


 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,666 ความคิดเห็น

  1. #6663 lee2jt8993sn5 (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2559 / 22:50
    เพิ่งกลับมาอ่านใหม่ มินคีย์ จงแทน่ารักมากกกกกกกก (ก.ไก่ล้านตัว)

    รักฟิคเรื่องนี้เลย อ่านกี่รอบก็สนุกเหมือนเดิม และจะติดตามเรื่องอื่นๆต่อไปด้วน ไรเตอร์สู้ๆนะคะ ♥
    #6,663
    0
  2. #6656 RK CYP (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2558 / 18:17
    ทุกคนดีกันแล้ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว เย่ๆๆๆๆ
    ฟิคเรื่องนี้สนุกมากๆเลยอ่า QwQ
    #6,656
    0
  3. #6553 Fiveneverend (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2557 / 21:08
    เราเพิ่งอ่านจบ เราอาจจะมาช้าไป อยากบอกว่าฟิคเรื่องนี้สนุกมากคะ ถึงบางทีจะหงุดหงิดคีย์บอมที่ไม่พูดอะไรไห้มินโฮเข้าใจเลยจนเข้าใจผิดกัน และอยากจะเตะจงฮยอนที่เอาแต่ทำไห้แทมินเสียใจแล้วก้ไม่ยอมบอกอีกด้วยว่าไปเมืองนอกหลายปี!

    เราขอโทดที่ไม่เคยเม้นในแต่ละตอนเพาะเราไม่รุ้จะพิมอะไรดี

    สุดท้ายขอบคุนสำหรับฟิคที่ไรเตอร์ตั้งใจเขียนไห้อ่านนะคะ
    #6,553
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  6. #6546 Apple (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 16 เมษายน 2557 / 13:49
    อ่านจบแล้วนะคะคุณแพรว อ่านทั้งในเด็กดีและก็เล่มด้วย

    เราชอบฟิคนี้ที่คุณแพรวเขียนมากเลยค่ะ ขอบคุณตัวเองด้วยที่ search เจอ และอยู่ในช่วงที่เพิ่งจะรวมเล่มด้วย

    หลายๆ เรื่องที่เพิ่งอ่าน writer ท่านอื่นก็แต่งจบกันไปนานแล้ว การหารวมเล่มเป็นอะไรที่ยากแสนยาก

    แต่เราก็มาทันเรื่องนี้ ดีใจมากค่ะ



    จริงๆ แล้วชอบจงคีย์นะคะ แต่ไม่รู้ทำไม มินคีย์ก็ชอบ ฟิครวมเล่มส่วนใหญ่ที่หาได้มินคีย์หมดเลย เมนคีย์ค่ะ

    อ่านหมด มาเจอมินคีย์คุณแพรวนี่แหวกสุดเลยค่ะ คาแรคเตอร์คีย์เรื่องนี้น่ารักใสๆ มาก รวมถึงน่าเป็นห่วงมากด้วย

    ไม่ทันอะไรใครเค้าเลย โชคดีที่เป็นมินโฮ มินโฮเรื่องนี้ไม่หวาน ไม่ใช่หนุ่มเอาใจ โรแมนติก แต่สิ่งที่เราชอบมาก

    และเชื่อในตัวละครที่คุณแพรวเขียนคือมินโฮจะดูแลปกป้องและเป็นที่พึ่งให้คีย์ได้ เรารู้สึกอย่างนั้นจริงๆ

    อาจจะเม้นคู่มินคีย์เยอะนิดนะคะ อีกคู่ก็ชอบค่ะ แต่ชอบคู่มินคีย์มากกว่า ไม่ได้หมายความว่าเราละเลย

    หรือมองข้ามตัวหนังสือที่คุณแพรวตั้งใจจินตนาการออกมานะคะ เรารักมันทุกตัวเลย แต่เราลำเอียงเอง แฮ่!



    เนื้อเรื่องดำเนินได้ต่อเนื่องดีค่ะ เหตุการณ์ของตัวละครมันเชื่อมโยงซีนอารมณ์กันหมดเลยค่ะ

    ตัดฉากสลับได้ลุ้นมาก ลุ้นทุกทางเลย บางคำพูดเหมือนธรรมดาแต่คนอ่านก็จุกเอาง่ายๆ

    แค่คีย์บอกมินโฮตอนไปที่ห้องว่า "ไม่มีแล้วล่ะ พ่อแม่เรา" เรานี่น้ำตาไหลเลย มันบิ้วมาจากพวกกระดาษต่อว่า

    ที่แปะอยู่หน้าห้องแล้วค่ะ เหมือนคีย์เค้าตัวคนเดียวจริงๆ



    ยิ่งฉากบรรยายที่บ้านขนมหวานนี่คุณแพรวฆ่าเราเหอะ ยิ้มทั้งน้ำตาเลยค่ะ มันเห็นภาพคีย์ร่าเริงอยู่ในนั้น

    ดีใจ เดินดูบ้านกับเด็กๆ แต่อีกใจนึงคนอ่านเศร้ามาก สงสารเค้า นี่ไม่เคยมีความสุขในวัยเด็กเลยเหรอ

    ฮือ... มันทั้งสุขทั้งเศร้า writer เล่นซีนอารมณ์รึเราอ่อนไหวไปเองก็ไม่รู้ 555



    ความรักของมินคีย์นี่ประหลาดดีค่ะ เรารักคีย์นะคะ แต่คงทนไม่เท่ามินโฮแน่ๆ เลย อดทนกับคีย์ได้ขนาดนี้

    ก็แบบมีไรไม่พูดกันอ่ะ คงเลิกไปแล้วค่ะ มันน่าหงุดหงิดไม่ทนอ่ะค่ะ แต่นี่คนใจร้อนแบบมินโฮกลับทนได้

    และพยายามปรับตัวเอง เรานะอ่านตอนซีวอนแล้วหงุดหงิดคีย์อ่ะ ยอมรับเลย (อินจัด) พูดไปดิ่ ไมไม่พูด

    ยัวะแทน และกลายเป็นมินโฮต้องมาง้อแทนเฉยเลย แล้วมินโฮก็ได้กำไรไป คนอ่านก็เลยหายยัวะ 555



    ตอนพิเศษที่แถมมาในเล่มถูกใจมากค่ะ มินโฮหวานบ้างแล้ว อ่านแล้วกรี๊ดๆ ในใจ ให้มันได้อย่างนี้เซร่!!!! มินโฮ

    คีย์ก็น่ารักเหลือเกิน ตามใจมินโฮหมดเลย เค้าว่าอะไรดีก็ดี มินโฮให้อะไรก็แบบไหนก็ไม่คิดมาก

    บอกรักมินโฮมากกว่ามินโฮรักตัวเองอีก โอย…หวานกลางอากาศ



    ฉากความรักของเค้าทั้งสองมันอบอุ่นมากค่ะ ชอบฉากนี้ทุกแบบในเรื่องเลย มันรู้ว่ามินโฮแคร์

    ขนาดตอนโดนยายังมีสติทำไปก็ขอโทษไป นี่เป็น ผช ที่ดีมากๆ เลยค่ะ คุณแพรวทำให้คำง่ายๆ

    แต่เหมือนทุกคนจะลืมมัน ไม่ค่อยพูด คือคำว่าขอโทษ คีย์ให้ความสำคัญกับคำนี้แบบน่ารักมาก

    "เราขอโทษแล้วทำไมมินโฮไม่ยกโทษให้เรา" "มินโฮขอโทษเราแล้ว มินโฮไม่ใช่คนไม่ดี"

    จำเป๊ะๆ ไม่ได้ค่ะแต่ประมาณนี้ ชอบมากเลยและประโยคให้คีย์เลือกว่าจะกินยาหรือจะถอดกางเกง

    ให้มินโฮทายาให้นี่ประโยคเด็ด ประโยคจำของฟิคนี้เลยค่ะ ฮาแทบตกเก้าอี้ มินโฮสุดยอด!



    คู่จงกับแทมินนี่ตอนปวดใจเราก็อ่านแล้วหนึบๆ ไปด้วย ผ่านอะไรกันมาเยอะเลยทั้งๆ ที่ดูน่าเข้ากันได้ง่ายกว่าอีกคู่แท้ๆ สุดท้ายก็หวานซ้า อิจฉาแทมล่ะเนี่ย พูดเลย^^



    คู่อนยูนี่เซอร์ไพร์สสุดค่ะ ถ้าอนยูไม่ปรับทุกข์กับจง สงสัยคนอ่านก็คงไม่รู้ความลับระหว่างอนกับพี่จุนนะเนี่ย

    ประหลาดใจมากนี่ถึงกลับไปพลิกหน้ากระดาษย้อนเลยนะคะ ชั้นอ่านพลาดไปตรงไหนรึเปล่า พี่จุนนะพี่จุน ร้ายมากค่า...



    ว่ากันถึงพระรองขโมยซีนบ้าง พี่ชางมินนี่พระเอกแท้ๆ เลย แสนดี เพอร์เฟค ฉลาดด้วยค่ะ เอาคืนดาร่าได้แสบดีค่ะ มาแบบนิ่มๆ เพราะๆ แต่แสบสุดอ่ะค่ะ ชอบตอนนี้มากเหมือนกัน ไม่เป็นไรเดี๋ยวเค้าปลอบใจพี่ชางมินเอง >< โถ คนดีที่คีย์ไม่รัก



    อืม...นึกไม่ออกแล้วค่ะจะเม้นอะไรต่อดี โถ...ฟิค writer ออกจะยาวแต่เราก็เม้นได้แค่นี้เอง มันบรรยายไม่หมดเท่าความรู้สึกที่ชอบจริงๆ อ่ะค่ะ ชอบมากๆ สนุกมากๆ ด้วย ขอบคุณนะคะที่ทำให้ เราได้อยู่ในฤดูกาลความสุขของคุณแพรวด้วย ขอบคุณมากค่ะ นี่ติดค้างฟิคคุณ shadow me ไว้ แอบอ่านของเค้ายังไม่ได้ไปเม้นให้เค้าเลยค่ะ ~*

    #6,546
    0
  7. #6545 ฮีฮี (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 22:36
    จบแล้วง่าาา ฟิคเรื่องนี้สนุกกมากก มีทั้งตื่นเต้นเร้าใจ แล้วก็สนุก ฮาก็มี จะติดตามอ่านฟิคเรื่องอื่นนะคะ ขอบคุนที่แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ จุ้บไรท์เตอร์ล้านที55555
    #6,545
    0
  8. #6544 ฮีฮี (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 15 เมษายน 2557 / 22:36
    จบแล้วง่าาา ฟิคเรื่องนี้สนุกกมากก มีทั้งตื่นเต้นเร้าใจ แล้วก็สนุก ฮาก็มี จะติดตามอ่านฟิคเรื่องอื่นนะคะ ขอบคุนที่แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้มาให้อ่านนะคะ จุ้บไรท์เตอร์ล้านที55555
    #6,544
    0
  9. #6541 TaemTaem (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 13 เมษายน 2557 / 04:02
    สนุกมากค่ะ เรื่องอื่นๆก็รอติดตามอยู่นะคะ เราชอบฮยอนมินมากเลย TT
    #6,541
    0
  10. #6540 Cream (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 10 เมษายน 2557 / 03:40
    จบและเศร้าอ่า อ่านมาเป็นปีแง่ไม่อยากให้จบ เค้าอยู่กะไรท์ตลอดน้า ขอให้ไรท์แต่งฟิคดีๆแบบนี้ยาวๆแบบนี้ต่อไปน้า มั่นใจว่าจะมีคนอ่านแน่นอน ยิ่งพูดยิ่งเศร้าง่าจบแล้วแง่ๆ รักฟิคและไรท์น้า คิคิ
    #6,540
    0
  11. #6538 SoulShinePinK (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 22:30
    งื้ออออออออออ จบแล้วอ่าาาาาาาา เศร้าาาาาาาาาาาาาาาาา ติดตามฟิคเรื่่องนี้มานานมากๆๆๆ เรื่องนี้มีหมดทุกอารมณ์อ่ะเหงา เศร้า สุข ทุกข์ มีหมด และเนื้อเรื่องที่สนุกทำให้เราชอบเรื่องนี้ได้ไม่ยาก เมื่อก่อนเราไม่ค่อยจิ้นฮยอนมินสักเท่าไหร่ แต่เราชอบคู่มินคีย์มากกกๆๆ ตอนนั้นเป็นเป็นตอนที่เราอับจนฟิคอ่านมาก เสิร์ชหาในเด็กดีไปเรื่อยๆก็มาจ๊ะเอ๋กับฟิคเรื่องแบดบอย เห็นชื่อเรื่องแล้วมันสะดุดตา เราเป็นพวกชอบแนวแบดๆโรแมนติก ตอนแรกก็คิดอยู่นานว่าจะอ่านดีไหม เพราะมันเป็นฮยอนมินหลัก เราก็กลัวว่าจะมีโมเม้นมินคีย์น้อย แต่สุดท้ายก็เปิดอ่านจนได้แต่ก็อ่่านพาทของฮยอนมินผ่านๆเน้นอ่านมินคีย์แต่มันก็งงๆเลยเริ่มต้นอ่านใหม่ทุกเม็ดทุกหยดก็สืบสาวราวเรื่องได้แล้ว ถึงเราจะไม่ค่อยเม้นก็ขอโทษด้วยนะ ฮยอนมินพาท ตอนแรกแทมินดูเป็นคนที่น่ารักมากดูเข้ากับคนง่าย แต่พอมาเจอจงฮยอนดูแข็งๆไปหน่อย แต่ก็พอน่ารัก สงสารแทมินตอนจงฮยอนไม่อยู่มากดูเศร้าๆซึมๆลงแปลก แต่ก็มีบ้างครั้งที่พยายามเก็บเอาไว้ในส่วนลึก อึ้ยยยยย ชอบจริงๆ มินคีย์พาท แรกๆแต่งมาให้คีย์ร้ายมากกกก ทั้งที่คีย์หงิมๆแท้ๆข่าวลือร้ายแรงมากแอบสงสาร มินโฮนี่ก็รุนแรงเกิน ความรักของสองคนนี้เกิดขึ้นโดยเพราะคีย์แปลกเลยอยากลองเป็นเรื่องน่าเศร้าTT แต่สุดท้ายมินโฮก็ดูแลคีย์ดีมาก แต่มินโฮกดคีย์บ่อยเกินไปปล่าวคีย์ยิ่งไม่ค่อยรู้เรื่องอยู่ อินโนเซนต์ได้คิ้วท์มากๆเรื่องก่อนๆที่เคยอ่านมีแต่คาเร็คเต้อคีย์แรงๆร้ายๆทั้งนั้น แต่เรื่องนี้คนละฟีลกันเลยแต่เราก็ชอบมากๆๆๆๆ ครอบครัวมินโฮก้อต้อนรับคีย์ดีมาก คีย์น่าสงสารตรงที่ไม่มีพ่อแม่นี่แหละ(เศร้าาTT) แต่แอบชอบตอนท้ายอ่ะคีย์ยั่วมากอ่ะ คิคิ ยังไงก็ชอบอ่ะ>< เราไม่เคยเม้นให้ใครยาวขนาดนี้มาก่อนนะ อิอิ ยังไงก็ติดตามไรเตอร์แพรว ต่อไปก็คงติดตามเรื่องsexy smileสินะ ฮุฮุ^๐^ เรื่องแบดบอยได้จบลงอย่างสวยงามขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆมาให้อ่านนะคะ เป็นกำลังใจให้ต่อไปค่ะ ---สู้สู้ค่ะ=)---
    #6,538
    0
  12. #6537 berry-key (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 20:17
    ขอบคุณมากค่ะไรท์เตอร์ คุณแพรววว จริงๆแล้วเราอ่านตั้งแต่ต้นเลยนะ แล้วก็มีช่วงหนึ่งที่คุณหายไปกะตัดใจแล้วว่าคงไม่มาต่ออีกแล้ว แต่พอวันหนึ่งกลับมา เราดีใจแทบบ้า เท่านั้นไม่พอคุณประกาศรวมเล่มซึ่งเราไม่พลาดนะ ซื้อแล้วอ่านจบแล้ว ไม่ผิดหวังค่ะ ไม่ได้พิการสักหน่อย โดยส่วนตัวแล้ว เราชอบคาเรคเตอของมินคีย์เรื่องนี้มากๆ อ่านไม่เคยเบื่อ หยิบมาอ่านซ้ำอยู่บ่อยๆเลย ขอบคุณอีกครั้งที่เขียนฟิคดีๆให้เราอ่าน เราไม่รู้ว่าคุณยังจะเขียนฟิคมินคีย์อีกมั้ยนะค่ะ แต่เราจะรอสนับสนุนผลงานมินคีย์ของคุณต่อไปค่ะ คิคิ ปล. ใจหายเหมือนกันที่ฟิคเรื่องนี้จบแล้วตามอ่านตั้งแต่สมัยเรียนจนตอนนี้ทำงานแล้วนะ ฮ่าาา เลิฟๆค่าาาา ^^
    #6,537
    0
  13. #6536 Keyoflove Fullinglove (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 16:38
    น่ารักมุุ้งมิ้งจริงๆมินคีย์ จงแทมก็น่ารัก เฮ้อ จบซะแล้ว
    #6,536
    0
  14. #6535 แฟนมินคีย์ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 13:01
    เย่ จบแล้ว!!! จุดพลุ

    คีย์น่ารัก ตั้งแต่ต้นจนจบ ยิ่งหลังๆ ยิ่งน่ารักเหอะ (พี่ไม่ใช่เมนคีย์นะ เชื่อมั้ยเนี่ย)

    ยิ่งตอนโดนยา นางยังมีอายนะ เจอ "เบาะหลังได้มั้ยล่ะ" ยังสงวนท่าทีได้อีก 555



    ฮยอนมินก็น่ารัก แต่พี่มองว่า คู่นี้ปัจจัยภายนอกมันน้อยไปหน่อย ไม่ค่อยลุ้น เป็นรักแบบหวาน เคล้าเศร้านิดๆ ด้วย

    เพราะจงมัน Bad Boy เข้ากับชื่อเรื่องสุดแล้ว



    มินคีย์ เดี๋ยวหวาน เดี๋ยวโหด เดี๋ยวเขิน แกล้งแต่ละอย่างเมียนได้เปรียบตลอด แถมอุปสรรคเยอะค่อด

    ไหนจะดาร่า ชีวอน ชางมิน ลุ้นแทบตาย



    ขอบคุณน้องแพรวที่แต่งเรื่องนี้ให้ทุกคนได้อ่าน ตั้งแต่มอปลาย เก่งมากๆ แล้ว *ยกนิ้ว*

    รอติดตามผลงานต่อๆ ไปนะคะ
    #6,535
    0
  15. #6534 แจจ๋า นางฟ้าน่าหวานTVXQ (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 10:50
    ในที่สุดก็จบแล้ว
    ทุกคู่สมหวัง
    คีย์ไม่รู้ตัวใช่มั้ยว่าโดนยาจำอะไรไม่ได้ด้วย
    มินโฮขอเบาะหลังแต่คีย์ไม่เอา 55อาย
    ชอบตอนที่เรียกว่าอ้วนอ่ะมันเข้ากับความเป็นจริง55
    ชอบฟิคเรื่องนี้จัง
    #6,534
    0
  16. #6532 LookKaew Moji (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 8 เมษายน 2557 / 00:06
    จบแล้วหรอ อ้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย มินคีย์ก็น่ารักตั้งแต่ต้นจบจนเลย ส่วนฮยอนมินกว่าจะหวานกันได้อุปสรรคเยอะจัง   ตอนจบแต่ละคู่น่ารักมาก อ้ายยเขิน ไม่ละฟินมาก ขอบคุณไรเตอร์มากที่แต่งนิยายน่ารัก สนุก ๆ แบบนี้มาให้อ่านนะคะ จะติตตามต่อไป  สู้ ๆ นะไรเตอร์
    #6,532
    0
  17. #6531 zominho (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 19:00
    จบแล้วหรอ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ คีย์ก็น่ารักจนตอนสุดท้ายจริงๆเลย ชอบตอนขับรถ เบาะหลังได้มั้ยล่ะ >\\\< คนบ้า พูดอะไรเนี่ย แกล้งคีย์ให้เขินอยู่เรื่อยเลย แถมตอนเช้ายังมาพูดจาแบบนั้นอีก ถ้าเราเป็นคีย์นี่ระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นไปแล้ว คู่ฮยอนมินก็น่ารักมาก โอ้ยไม่ไหวกะสองคู่นี้ ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรเตอร์สำหรับฟิคดีดีแบบนี้ ปล.ไรเตอร์ไม่ลงเอ็นซีจีจีหรอ ลงเถอะนะ ในเฟบทวิตก็ได้ พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    #6,531
    0
  18. #6530 zominho (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 7 เมษายน 2557 / 19:00
    จบแล้วหรอ ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    คีย์ก็น่ารักจนตอนสุดท้ายจริงๆเลย
    ชอบตอนขับรถ เบาะหลังได้มั้ยล่ะ >\\\< คนบ้า พูดอะไรเนี่ย
    แกล้งคีย์ให้เขินอยู่เรื่อยเลย แถมตอนเช้ายังมาพูดจาแบบนั้นอีก
    ถ้าเราเป็นคีย์นี่ระเบิดตู้มเป็นโกโก้ครั้นไปแล้ว
    คู่ฮยอนมินก็น่ารักมาก โอ้ยไม่ไหวกะสองคู่นี้

    ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรเตอร์สำหรับฟิคดีดีแบบนี้

    ปล.ไรเตอร์ไม่ลงเอ็นซีจีจีหรอ ลงเถอะนะ ในเฟบทวิตก็ได้
    พลีสสสสสสสสสสสสสสสสสสส
    #6,530
    0