[ SHINEE FIC ] Bad Boy : HM & MK

ตอนที่ 76 : Chapter 63

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 433
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 มี.ค. 57

Chapter 63

 

 

 

“เรามาช่วยพี่เกือบทุกวันพี่ก็เกรงใจเหมือนกันนะแทมิน” คีย์เอ่ยออกมาอย่างเกรงใจเมื่อเห็นแทมินช่วยยกอาหารไปเสิร์ฟให้กับลูกค้า แล้วนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่แทมินเข้ามาช่วยในยามที่ลูกค้าแน่นร้านแบบนี้ ถึงจะสนิทสนมเป็นคนคุ้นเคยกัน แต่คีย์เองก็ยังรู้สึกเกรงใจอยู่ดี

“เกรงใจทำไมฮะพี่คีย์ ผมมาเพราะของฟรีต่างหาก ผมบอกพี่หลายครั้งแล้วนะ” แทมินยิ้มกว้างพร้อมกับคำตอบที่เอ่ยบอก

“คนอะไรก็ไม่รู้เห็นแก่กินชะมัด” เป็นเสียงของจงอินที่เอ่ยแทรกเข้ามายังบทสนทนา ก่อนจะโดนเจ้าของใบหน้าน่ารักเอ่ยเสียงดุๆ ใส่

“เดี๋ยวเถอะจงอิน”

“2 คนนี้ชอบทะเลาะกันอยู่เรื่อยเลย” คีย์ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู จะว่าชินก็ชินอยู่หรอกนะ เพราะได้ยินอยู่แทบทุกวัน

“คุยอะไรกันอยู่หรอ” เสียงทุ้มที่เอ่ยถามขึ้น ทำให้ใบหน้าขาวหันไปหา ก่อนจะถามออกมาด้วยความแปลกใจที่มินโฮเข้ามาที่ร้านเวลานี้

“วันนี้เลิกงานไวจัง”

“เลื่อนวันถ่ายน่ะ แล้วว่าไงนายแบบดัง ได้ข่าวว่าเดี๋ยวนี้เล่นตัว” มินโฮตอบคำถามคีย์ออกไป ก่อนจะหันไปมองยังคนอายุน้อยสุดที่อยู่ในวงสนทนา

“เล่นตัวอะไรกันฮะ”

“เลือกรับแต่งานใหญ่ๆ นี่ไม่ได้เล่นตัวอะไรเลยใช่มั้ย” ถามซ้ำออกไป ทำเอาคนโดนถามปั้นหน้ายู่

“ไม่เกี่ยวสักหน่อย งานใหญ่มันปฏิเสธไม่ได้ต่างหาก”

“ฮ่าๆ พี่ว่านายลาออกแล้วมาสมัครงานที่ร้านพี่คีย์ดีกว่ามั้ย มาทุกวัน” แทมินหัวเราะขำพร้อมกับเสนองานใหม่ให้กับจงอิน

“หืม มาทุกวันเลยหรอ” มินโฮถามพร้อมกับมองไปยังจงอินที่กำลังทำหน้าไม่ถูก เพราะโดนทั้งมินโฮและแทมินรุม

“ฮะ ดูเหมือนว่าจะจีบใครแถวๆ นี้” แทมินเอ่ยตอบแทน พร้อมกับยิ้มกว้างยักคิ้วให้จงอินที่กำลังอ้าปากกว้างเหมือนจะเถียง แต่สุดท้ายก็เงียบเพราะคิดคำอะไรออกมาไม่ทัน

“อย่างนั้นเองหรอ งานน่ะถ้าคิดจะทำแล้วก็ต้องตั้งใจรู้มั้ย ถ้าทำได้ไม่เต็มที่ก็เสียตัวเราเองนะ” มินโฮเอ่ยออกไปอย่างคนที่มีประสบการณ์มากกว่า แต่คนโดนสอนนั้นกลับทำหน้าไม่พอใจและเอ่ยย้อน

“ไม่ต้องพูดเลยพี่มินโฮ พี่น่ะไม่รับงานมากกว่าผมอีก”

“พี่มีครอบครัวแล้ว ไม่เหมือนนายซะหน่อย” ไม่พูดเปล่ามือใหญ่เองก็ตวัดโอบรอบเอวคนข้างตัวเข้ามาใกล้

“มินโฮ คนเยอะนะ อายน้องบ้าง” คีย์เอ่ยว่าพร้อมกับแกะเอามือที่โอบตัวเองออก

“ดูสิแทมินคู่รักคู่นี้ไม่เกรงใจเราเลย” จงอินเอ่ยยิ้มๆ ออกไป เห็นพี่คีย์หน้าแดงก็อดจะแหย่ให้เขินกว่าเดิมไม่ได้

“จงอินก็หามาเย้ยพี่มินโฮสิ” แทมินเอ่ยออกมา จงอินทำสีหน้าอึกอักก่อนจะตอบ

“ไม่ดีมั้ง เพิ่งจะเริ่มดังเอง ไว้อิ่มเงินมากกว่านี้ก่อน ไม่ยอมน้อยหน้าหรอก”

“งกจริงๆ เลย” ได้ทีก็อดจะว่าออกไปไม่ได้

“ผมเปล่างก นี่มันช่วงกอบโกยต่างหากล่ะ” จงอินเถียงกลับออกไป

“ไม่ต้องมาเถียงเลย นายแหละขี้งกตัวจริง”

“เถียงกันอีกแล้ว แทมินฟ้าจะมืดแล้วนะ เราไม่ไปเตรียมตัวเข้างานหรอ” คีย์ส่ายหัวให้กับทั้งสองคน พร้อมกับเอ่ยเตือนว่าใกล้เวลาเข้างานของแทมินแล้ว

“อ๊า จริงๆ ด้วย จงอินไปส่งพี่ก่อน”

“งก เงินก็มีไม่เรียกแท็กซี่ไปส่ง” คนอายุน้อยเอ่ยสวนไปทันควันเมื่อโดนเรียกใช้

“ก็มันช้านี่ ไม่ได้งกสักหน่อยเร็วๆ เลยไม่อยากไปสาย”

“เดี๋ยวผมกลับมาใหม่นะฮะ ไปก่อนนะครับพี่มินโฮ พี่คีย์” จงอินถอนหายใจออกมาก่อนจะเอ่ยลาทั้งคีย์และมินโฮที่ยิ้มเอ็นดูส่งให้เขาและแทมิน

 

*****

 

ท่าอากาศสนามบินอินชอน

 

แว่นกันแดดสีดำถูกปลดออก ตาคมกวาดตามองขึ้นฟ้าพร้อมกับสูดอากาศเข้าปอดพร้อมรอยยิ้มกว้าง

 

ในที่สุดก็ผ่านพ้นไปเสียที

 

“คุณจงฮยอนดูไม่เปลี่ยนไปเลยนะครับ” ยงฮวาเอ่ยทักออกไปพร้อมกับช่วยเก็บกระเป๋าให้กับจงฮยอน

“ผมไปแค่ไม่กี่ปีพี่จะให้ผมแก่ขึ้นไวขนาดนั้นเลยหรอครับ” เสียงทุ้มนั้นเอ่ยตอบอย่างอารมณ์ดี

“ไม่กี่ปีอะไร 3 ปีกว่าเลยนะครับ”

“ผมคิดถึงเกาหลีแทบแย่”

“คิดถึงเกาหลี หรือคนที่อยู่ที่เกาหลีกันแน่”

“หึ ผมตื่นเต้นจัง ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ตั้งแต่ขึ้นเครื่องผมยังข่มตาหลับไม่ลงเลย”

“แล้วคุณจงฮยอนจะแวะเข้าบ้านก่อนหรือเปล่าครับ”

“ผมอยากแวะไปหาแทมินก่อน พาผมไปส่งที่บ้านแทมินด้วยนะครับ” ได้ยินคำตอบที่เดาไว้ไม่ผิดไปจากสิ่งที่คิด ยงฮวาก็ยิ้มอย่างเอ็นดูออกมา

 

ไม่รู้ว่าแทมินตอนนี้เป็นยังไงบ้าง จะโตขึ้นมากกว่าเก่าไปเท่าไหร่

รอยยิ้มที่เขาชอบนักชอบหนาตอนที่เจอหน้ากัน เขาจะได้เห็นมันรึเปล่า

เสียงหวานๆ ที่ไม่ได้ฟังยินมาเนิ่นนาน...

ขอแค่ได้ยินคำว่า พี่จงฮยอน กับได้เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าน่ารักนั่น

 เขาสาบานว่าจะยอมยกหมดทั้งชีวิตให้กับแทมิน

 

“อยากเจอไวๆ จัง”

 

*****

 

      “ค่าอาหารจะไม่แพงไปหน่อยหรอ พาพี่มากินในโรงแรมหรูๆ แบบนี้น่ะ จะว่าไปนี่ก็หลายครั้งแล้วนะ”

“ไม่หรอกครับ ผมได้ส่วนลดพิเศษน่ะ” เจ้ามือในการเลี้ยงอาหารเอ่ยบอกด้วยรอยยิ้ม มือเองก็ยังคงวุ่นวายกับการหั่นสเต็กไก่ในจาน

“เป็นหุ้นส่วนรึไงเรา พี่ว่าจะถามหลายครั้งแล้ว” อีจุนถามออกไปอีกด้วยความสงสัยที่ค้างคา

“จงฮยอนเป็นก็เหมือนผมเป็นแหละ พี่อยากสั่งอะไรเพิ่มอีกมั้ย” อนยูตอบออกไปอ้อมๆ คนที่รอฟังคำตอบเองก็พยักหน้าเข้าใจ

“เกรงใจเรา”

“นี่โอกาสทองของพี่นะ” ได้ยินแบบนั้นก็อดจะหัวเราะออกมาไม่ได้ และไม่ลืมจะถามถึงคนที่เพิ่งเอ่ยชื่อออกมา

“แล้วว่าแต่เมื่อไหร่จงฮยอนจะกลับมา นี่ก็ 3 ปีกว่าแล้วนะ”

“คงใกล้แล้วล่ะครับ ไม่ได้ติดต่อกันเลย นี่พี่ว่ามันจะลืมเรา 2 คนหรือยัง”

“พูดแบบนี้ได้ไงจินกิ” ได้ยินคนอายุน้อยกว่าพูดพร้อมกับชักสีหน้าไม่พอใจ ก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คนฟังเลยหน้าเบ้เข้าไปใหญ่

“ก็ในหัวคงจะมีแต่แทมิน...แทมิน แทมินมาอยู่ที่นี่ได้ไง” เอ่ยถึงชื่อคนรักของเพื่อนไปก็อดจะเบิกตากว้างไม่ได้เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นกลุ่มนักดนตรีที่สาวเท้าเข้ามาในชุดสูทเรียบหรู ท่าทางและบุคลิกที่เขาจำได้ติดตานั้นทำให้รู้ว่าเขามองคนไม่ผิดแน่ๆ

“หืมม แทมินจริงด้วยสิ ทำงานที่นี่หรอ” อีจุนมองตามสายตาของอนยู สังเกตอยู่หลายนาทีเพราะไม่ใช่คนรู้จักมักคุ้นเสียเท่าไหร่ ก่อนจะสรุปได้ว่าเด็กหนุ่มตัวผอมบางนั้นคือแทมินอย่างที่อนยูว่าไว้

“คนๆ นั้นคือแทมินแน่นอน แต่ว่าไม่แปลกไปหน่อยหรอที่จะมาทำงานที่นี่น่ะ”

“แล้วแปลกยังไง” อีจุนเอ่ยถามออกไป ใบหน้าของอนยูนั้นเต็มไปด้วยความคิด ยิ่งคิ้วเรียวที่ขมวดชิดกันนั้นยิ่งยืนยันได้ชัดเจน

“เรียกแทมินมาคุยด้วยน่าจะดีกว่า”

“แต่ตอนนี้น้องกำลังเตรียมงาน ไว้ทำงานเสร็จค่อยคุยจะดีกว่า เดี๋ยวเสียงานเอา” อีจุนเอ่ยบอกคนใจร้อนที่ทำท่าจะลุกไปยังเวทีที่อยู่ด้านหน้า

“จริงด้วยสิ ผมคาใจมากไปหน่อยนะ เอาไว้รอหลังทำงานเสร็จอย่างที่พี่บอกก็แล้วกัน”

 

*****

 

เสียงของออดหน้าบ้านที่ร้องเรียกให้คนด้านในนั้นออกมาพบเจอกับแขกที่มาเยือน ดูเหมือนจะขัดใจเจ้าของบ้านอย่างเจสสิก้าที่กำลังติดละครภาคค่ำเสียเหลือเกิน

ปลายเท้าเล็กนั้นก้าวออกจากประตูบ้านโดยไว สายตาเองก็มองไปยังรั้วประตูเหล็ก

“มาหาใครหรอ น่ะ นาย นายจงฮยอน นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย” เอ่ยถามออกไปในคราวแรก พอแว่นกันแดดที่สวมใส่นั้นปลดลงจนเห็นใบหน้าคมชัดเจน ตาสวยก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ พร้อมกับรัวคำถามใส่ทันที

“เพิ่งลงจากเครื่องเมื่อประมาณ 3 ชั่วโมงที่แล้ว” จงฮยอนเอ่ยตอบออกไปพร้อมกับรอยยิ้ม หญิงสาวคำนวณเวลาก่อนจะทำหน้าตกใจ

“แล้วก็มานี่เลยนี่นะ”

“ผมอยากเจอแทมิน ผมเข้าไปหาแทมินได้มั้ย”

“แทมินไม่ค่อยได้มานอนที่บ้านแล้ว เขานอนที่ทำงานน่ะ จะแวะเข้ามาส่วนใหญ่ก็ตอนช่วงเช้า” ตอบคำถามออกไป ตาคมนั้นมองตอบอย่างสงสัยก่อนจะซักถามกลับ

“นอนที่ทำงานหรอฮะ แล้วแทมินเขาทำที่ไหน”

“อ่า อ่า...ชั้นก็จำชื่อโรงแรมไม่ค่อยได้ โรงแรมที่อยู่ติดกับแม่น้ำฮัน เดี๋ยวรอแป๊บ แทมินเขาเคยวาดไว้ให้น่ะ” เจสสิก้าตอบก่อนจะหายกลับเข้าไปในบ้าน        จงฮยอนเองที่ยืนรอก็อดคิดไม่ได้ว่าแทมินนั้นจะไปทำงานที่ไหน ทำงานอะไร เพียงไม่นานเจสสิก้าก็กลับมาพร้อมแผ่นกระดาษที่พับไว้ จงฮยอนรับมาก่อนจะใส่กระเป๋าเสื้อตัวเอง แล้วไม่ลืมจะถามออกไป

“แทมินทำงานอะไรหรอครับ”

“เห็นบอกเล่นเปียโนที่ห้องอาหารน่ะ แล้วก็ถ้ามีพวกอีเว้นท์ของโรงแรมบางทีก็ทำด้วย”

“อ่า งั้นผมไปก่อนนะครับ” จงฮยอนพยักหน้าส่งให้แล้วเอ่ยลา แต่ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูบ้านเสียงเอ่ยเรียกก็ต้องทำให้หยุดเดินและหันไปมองยังเจ้าของเสียง

“นี่ เดี๋ยวสิ”

“อะไรฮะ”

“อย่าทำให้แทมินเสียใจอีก รู้มั้ยว่าที่ผ่านมา...เฮ้อออ ไว้ก่อนก็ได้ นายคง อยากเจอแทมิน แทมินเองก็คงไม่ต่างกัน โชคดีนะ” เจสสิก้าเอ่ยออกมาพร้อมกับบอกลาและหายเข้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว จงฮยอนยังยืนนิ่งค้างอยู่ยังหน้าประตูบ้าน ก่อนจะหัวเราะกับตัวเองเบาๆ เมื่อสรุปได้ว่าสิ่งที่เจสสิก้าอยากจะเอ่ยนั้นคืออะไร

“ทำให้แทมินเสียใจมากๆ เลยสินะเรา”

 

จงฮยอนเดินออกมายังหน้าปากซอยเพื่อเรียกรถแท็กซี่ให้ไปส่งยังที่หมาย ระหว่างทางเองก็หยิบแผนที่ขึ้นมาดู อ่านชื่อโรงแรมซ้ำอยู่หลายครั้งด้วยความสงสัย

            “บังเอิญจริง” กระดาษถูกเก็บลงในกระเป๋าเมื่อขึ้นไปนั่งโดยสารบนรถ เอ่ยบอกเส้นทางออกไป พร้อมกับหัวที่เอนลงพิงเบาะ ถ้าให้พูดตามจริงร่างกายเขาไม่ไหวเอาซะเลย อยากจะพักผ่อนเสียมากกว่า แต่การที่ได้เจอแทมินทันทีที่เหยียบประเทศบ้านเกิดของตัวเองนั้นคือความตั้งใจของเขาที่ย้ำอยู่ในหัวตลอดเวลา

 

            รถจอดยังหน้าโรงแรมที่เขารู้จักเป็นอย่างดี ทันที่ก้าวเท้าเข้ามาด้านในดูเหมือนจะเรียกความสนใจจากพนักงานหลายฝ่าย และทันทีที่เขาเผยรอยยิ้มออกมา ใบหน้าที่ดูอ้ำอึงของทุกคนก็แปรเปลี่ยนเป็นการยิ้มตอบกลับ พร้อมคำทักทายไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบถึงหลายปีที่เขาหายไป กว่าจะตอบคำถามไม่ให้เสียมารยาทกับผู้ใหญ่ที่อายุมากกว่าก็เสียเวลาอยู่มากพอดู

            ลิฟต์เคลื่อนตัวไปยังชั้นห้องอาหารด้านบนด้วยความรวดเร็วนั้นทำเอา   จงฮยอนอดใจเต้นไม่ได้ คราวแรกก็คิดอยากจะเห็นใบหน้าน่ารักส่งยิ้มกว้างๆ ให้กับเขา แต่หลังจากได้ยินสิ่งที่พี่สาวคนตัวเล็กนั้นเอ่ยออกมา คงต้องทำใจยอมรับความจริง เพราะแทมินเองก็คงโกรธเขามากน่าดู

 

            “แค่ได้เห็นหน้าก็ดีใจมากแล้วแหละนะ”

 

            ปลายเท้านั้นก้าวเร็วเมื่อถึงยังชั้นของห้องอาหาร พนักงานยิ้มตอบรับทำท่าจะพูดคุยด้วยแต่จงฮยอนก็ทำได้แต่ยิ้มทักทายก่อนจะเร่งจังหวะการเดินต่อ

 

            //พลัก//

 

            “เอ่อ ขอโทษครับ เฮ้ยย จงฮยอน” เป็นเสียงของคนที่ดูท่าจะรีบร้อนนั้นเอ่ยออกมา เจ้าของชื่อเองก็ได้แต่มองใบหน้าขาวพร้อมกับยิ้มกว้างและรั้งตัวเข้ามากอด

            “ชั้นคิดถึงแกมากเลยไออนยู”

            “ชั้นก็คิดถึงแกเหมือนกัน นี่ชั้นเพิ่งบ่นหาแกไปเมื่อช่วงหัวคำเองรู้มั้ย”

            “นี่แกอ้วนขึ้นรู้ตัวรึเปล่า พี่อีจุนคงจะเลี้ยงดีมากสินะ”

            “อือ คนผิดเลย ตามใจอยู่เรื่อย เออ จริงสิ นี่แทมินทำงานอยู่ที่นี่ ชั้นกำลังจะตามแทมินออกไปแกก็สวนเข้ามาพอดีเลย”

            “ชั้นเองก็มาหาแทมิน อยากเจอจะแย่”

            “เจ้าตัวออกไปโซนเอาท์ดอร์ด้านนอกนู่นน่ะ ชั้นคงไม่ต้องไปหาแทมินแล้วแหละมั้ง รายนั้นคงอยากเจอนายมากกว่า”

            “เอาไว้เรา 2 คนคุยกันทีหลังแล้วกัน”

            “แฟนนี่สำคัญกว่าเพื่อนตลอด”

            “อย่ามาประชดชั้นน่า” จงฮยอนเอ่ยออกมา อนยูเองก็ยิ้มขำพร้อมบอกเขาให้โชคดี

 

           

            อุณหภูมิที่ต่ำลงของอากาศยามค่ำคืนนั้น ถ้าไม่คุ้นชินคงต้องหาผ้าพันคออุ่นๆ สักผืนมาคลุมไว้แน่ แต่คงไม่ใช่กับแทมินที่ชอบยืนเหม่อลอยให้อากาศเย็นๆ นั้นตีเข้าปะทะกับผิวหน้า

            บนตึกสูงที่สามารถเห็นวิวได้รอบด้านแบบนี้ใช่ว่าจะหาได้ง่ายๆ มันเป็นที่ปรารถนาของบรรดาคู่รักที่ใช้เป็นสถานที่ดินเนอร์สุดพิเศษ ยิ่งขับกล่อมด้วยเพลงที่ฟังดูคลาสสิคด้วยแล้ว ใครต่างก็บอกว่ามันช่างโรแมนติกเสียเหลือเกิน เขาเองก็อยากจะมีช่วงเวลาดีๆ แบบนี้กับคนรักบ้าง

“เรายังไม่เคยได้ฉลองคบรอบวันที่คบกันเลย ปีนี้ก็คงเหมือนเดิม” เสียงเบานั้นเอ่ยตัดพ้อออกไป

“พี่อาจลืมมันไปแล้วก็ได้นี่นา” กระดาษใบเดิมที่เป็นสิ่งยืนยันการบอกลานั้นถูกหยิบขึ้นมากางออก ไม่รู้ว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาเป็นจำนวนกี่ครั้งแล้วที่เขาอ่านข้อความนี่ซ้ำไปซ้ำมา

 

พี่ไม่อยู่ด้วยแล้ว แทมินอยู่ได้ใช่มั้ย

            จากนี้ต้องดูแลตัวเองให้ดีรู้มั้ย ทานอาหารให้ครบทุกมื้อ

            พี่อยากให้แทมินยิ้มเยอะๆ พี่ชอบรอยยิ้มของแทมิน

รักษารอยยิ้มที่สดใสของแทมินไว้นะ

ขอโทษที่ทุกอย่างมันเป็นแบบนี้

 

...จงฮยอน...

 

 

เสี้ยงหน้าด้านข้างที่เชิดขึ้นสูดอากาศเย็นๆ นั้นทำเอาจงฮยอนหัวใจเต้นรัว ปลายเท้าสาวเดินเข้าไปหาลำตัวบอบบางมากขึ้น ฝ่ามือหนาสัมผัสเบายังไหล่     ลาดเล็ก ดวงตากลมนั้นจ้องมาที่เขาเขม็ง ก่อนจะถอยหลังออกหาและแค่นยิ้ม ออกมา

“ต้องคิดถึงพี่มากอีกแล้วแน่ๆ” เสียงแผ่นนั้นกล่าวออกไป ก่อนจะถอยหลังออกมาจากภาพตรงหน้าที่เข้าเห็นอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าเจ้าของใบหน้าคุ้นตาที่  โหยหามาตลอดนั้นเดินใกล้เข้ามาจนระยะทางที่เข้าเว้นว่างหายนั้นหายลับไป ก้อนเหนียวหนืดที่คอถูกกลืนลง เมื่อภาพตรงหน้ายังคงชัดเจนไม่มีความลางเลือนลงแม่แต่น้อย

“ขอโทษนะ ที่หายไปนาน” เป็นคำกล่าวแรกที่เอ่ยออกไป แทมินนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนมองตามสายตาของจงฮยอนที่เคลื่อนมาหยุดยังกระดาษที่เขาถือ

“พี่ไม่ทำให้เราเหงามากใช่มั้ย” จงฮยอนเอ่ยถามออกไป แทมินเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น มือเรียวนั้นขยำกระดาษเข้าหากันก่อนจะปากระทบแผ่นอกกว้างของคนที่เคยเป็นเจ้าของที่ยืนอยู่ตรงหน้า

“ไม่มีพี่จงฮยอนอยู่ข้างๆ มีแค่พี่จงฮยอนที่อยู่ในความทรงจำ แทมินอยู่ได้ แทมินก็ยังยืนอยู่ได้” น้ำเสียงเย็นชาที่คนตัวบางเอ่ยบอก ทำจงฮยอนต้องละสายตาจากก้อนกระดาษกลมที่อยู่ยังปลายเท้า ดวงตาคู่สวยทอประกายแข็งกร้าว หากแต่พราวน้ำที่เคลือบบางแสดงความอ่อนแอของคนเป็นเจ้าของฉายชัดความจริงจากคนตรงหน้า

“ผมดูมีความสุขดีใช่มั้ยครับ” เสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหวนั้นดูจะยากต่อการบังคับเต็มที ท่าทางที่ตัดพ้อนั้นดูชัดเจนทำให้มือหนาไม่ลังเลแม้แต่น้อยที่จะคว้าคนตรงหน้าเข้ากอด ร่างเล็กบางยืนตัวแข็งทื่อ ก่อนจะรับรู้ถึงความอุ่นจาก   ริมฝีปากคนตัวสูงกว่าที่แนบยังขมับ เพียงแค่นั้นธารน้ำใสที่อดกลั้นอยู่นานก็กลิ้งผ่านสองแก้ม ใบหน้าหวานก้มหน้าหลบซ่อนน้ำตา มือเล็กที่สั่นเทายกขึ้นโอบกอดตอบอีกคนพร้อมกับเสียงสะอื้นที่พาลำตัวบอบบางสั่นคลอนตาม

 

กลิ่นกายที่คุ้นเคย...อ้อมกอดอบอุ่นที่ห่างหายไปเนิ่นนาน

 

 “แล้วนายรู้อะไรมั้ยแทมิน...” เสียงทุ้มกระซิบเอ่ยยังข้างหู มือขวาลูบปลอบประโลมยังเรือนผมนุ่มของคนในอ้อมกอด

 

 

“ไม่มีนาย พี่อยู่ไม่ได้”

 

 

            ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ทั้งสองนั้นมองสำรวจใบหน้าของกันและกัน ดวงตาของแทมินนั้นยังกลมโตน่ามองแม้จะมีรอยเศร้ามากแค่ไหนก็ตาม

 

            พี่จะปัดเป่าล่องรอยเศร้าหมองนี้ แทมินของพี่ต่อจากนี้ต้องมีแต่ความสุข

 

            มือหนานั้นลูบเบายังเปลือกตาสีอ่อน ก่อนจะคลึงเอาแก้มนวลที่ตอนนี้ดูตอบลงจนเห็นโครงหน้าของแทมินได้ชัด เลื่อนสัมผัสยังกลีบปากสีชมพูอ่อนนุ่มรอยยิ้มนั้นถูกวาดขึ้นยังใบหน้าคม พร้อมกับที่ระยะห่างระหว่างใบหน้าของคนทั้งสองขยับเข้าใกล้กันมากขึ้น ผิวหน้านั้นสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิอุ่นร้อนที่รินรดกันและกัน จนกระทั่งช่องว่างที่เหลือนั้นหายไปเหลือแต่เพียงความแนบชิดของเรียวปากคนทั้งคู่ที่ประกบเข้าหา

           

            แผ่วเบา อ่อนโยน แต่ก็สามารถเรียกช่วงเวลาดีๆ ของเมื่อหลายปีก่อนนั้นกลับเข้ามาเติมเต็มชัดอยู่ในสัมผัส จนใบหน้าของคนทั้งคู่นั้นต่างเห่อร้อนจนขึ้นสีไปตามกัน

 

มั่นใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้านั้นได้พาร่างที่ไร้วิญญาณ จิตใจที่โดดเดี่ยวอ้างว้าง ความรู้สึกที่ขาดหายมาตลอดเวลา ออกไปแล้วในวันนี้

 

            คนเพียงคนเดียวที่สามารถเติมเต็มได้ทุกสิ่งอย่างที่เขารู้สึกว่าขาดหาย

 

            ในที่สุดพี่ก็กลับมา...พี่จงฮยอน

 

              


 

 

-----------PPLight--------
ตอนหน้าจบเเล้ว เฮ้ เเต่คือสงสัยว่าจะลงยังไงดี * * ?   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,666 ความคิดเห็น

  1. #6655 RK CYP (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2558 / 21:12
    กลับมาแล้วววววววววววววววววววววววววววว เย่ๆ
    #6,655
    0
  2. #6529 LookKaew Moji (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 1 เมษายน 2557 / 23:34
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด จุดพลุๆๆๆๆๆ จงฮยอนกลับมาแล้ว รอตั้งนานกลับมาสักที คิดถึงที่สุด ต่อไปนี้ฮยอนมินคงจะหวานแล้วสินะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 เมษายน 2557 / 23:35
    #6,529
    0
  3. #6528 Keyoflove Fullinglove (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 22:09
    ในที่สุดก็ได้กลับมาอยู่ด้วยกันซะที สมหวังซะทีนะคู่นี้ ปล่อยให้มินคีย์หวานล่วงหน้าไปซะเยอะละ
    #6,528
    0
  4. #6527 zominho (จากตอนที่ 76)
    วันที่ 30 มีนาคม 2557 / 17:22
    ในที่สุดพี่จงก็กลับมา
    ขอให้แทมินมีความสุขสักที
    ตอนหน้าก็จบแล้วอ่า เศร้าเลย
    ขอบคุณไรเตอร์สำหรับฟิคดีดีนะคะ
    #6,527
    0