[ SHINEE FIC ] Bad Boy : HM & MK

ตอนที่ 67 : Chapter 56

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 637
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 ธ.ค. 56

Chapter 56

 

 

 

รถถูกเคลื่อนจอดรถยังหน้าบ้าน มือหนาปัดปรอยผมที่ปิดใบหน้าขาวไว้เกือบครึ่งพร้อมกับเอ่ยเรียกเสียงเบา กลัวว่าคนที่กำลังหลับสนิทนั้นจะตกใจจากการตื่นแล้วจะทำให้ปวดหัวเอาได้

“ถึงแล้วหรอ” เสียงงัวเงียเอ่ยถามออกมา ข้อนิ้วยกขึ้นขยี้ตาตัวเองที่ยังลืมได้ไม่เต็มที่

“อืม ถึงแล้ว ปะเขาไปหาแม่ชั้นกัน” เสียงทุ้มเอ่ยบอกพร้อมกับมือที่ยืนมาปลดล็อคสายเบลท์ที่คาดตัวคีย์ให้

“มินโฮ เรา เรากลัว” คนตัวเล็กเอ่ยออกมา พร้อมกับความกังวลใจที่ตีขึ้นมาในหัวอีกรอบ

“อะไรกัน มาถึงแล้วยังจะมากลัวอีก ไหนว่าอยากเจอไม่ใช่หรอ”

“อยากเจอ แต่กลัวโดนดุ”

“คิดมาก คีย์ไม่ทำอะไรผิดแม่ชั้นจะดุคีย์ทำไม” มินโฮส่ายหัวให้กับคนคิดเยอะ ก่อนจะบีบปลายจมูกเล็กเบาๆ

“จริงนะ”

“ไปลงรถได้แล้ว”

 

“กว่าจะมากันได้นะ นี่แม่ทำทั้งขนมและอาหารจะเต็มโต๊ะอยู่แล้ว” พอเดินเข้ามาถึงในตัวบ้าน เสียงใสของคนเป็นพี่สาวก็เอ่ยออกมา คีย์ก้มหัวให้เป็นการทักทายก่อนจะได้รับรอยยิ้มตอบกลับ ความไม่สบายใจที่ค้างคาในอกว่ากลัวคนที่เป็นพี่สาวของมินโฮนั้นดุเพราะไม่ชอบตัวเอง ค่อยลดลงมาบ้าง เพราะอย่างน้อยก็ได้รับรอยยิ้มจากคนตรงหน้า

“ฮ่าๆ แล้วแม่จะทำอะไรเยอะแยะ” มินโฮหัวเราะออกมา ก่อนจะพาคีย์ไปนั่งลงยังโซฟา ส่วนตัวเองก็ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ

“สงสัยจะเห่อลูกสะใภ้มั้ง นั่นไงออกมาแล้ว” อึนจองว่าพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางคีย์ที่นั่งทำตัวลีบเล็ก หญิงสาวแอบสำรวจเสื้อผ้าที่อีกคนสวมอยู่ก็อดจะเอ็นดูไม่ได้

 

คีย์ดูเด็กมากกว่าน้องชายเข้าเสียอีกทั้งที่อายุนั้นก็เท่ากัน

 

“มินโฮมาพอดีเลย แม่เพิ่งทำกับข้าวเสร็จ แล้วไหน...อ้อ” คนเป็นแม่เอ่ยทักลูกชายตัวเอง และไม่ลืมที่จะถามหาอีกคน

“สวัสดีครับคุณแม่ของมินโฮ” คีย์เอ่ยทักทายออกไป พร้อมกับส่งยิ้มให้หญิงสาวที่ดูมีอายุมากแล้ว หากแต่ท่าทางที่ดูสง่านั่นก็ทำให้มีเสน่ห์ พอได้เจอกับคุณแม่ของมินโฮ คนตัวบางก็อดจะมองไปยังมินโฮไม่ได้ แล้วก็เลยไปถึงคนเป็นพี่สาวด้วย แล้วก็ต้องพยักหน้าเออออกับตัวเองว่าคนในครอบครัวของมินโฮนั้นทุกคนดูมีเสน่ห์ตรงที่มีบุคลิกที่สง่างาม ไม่แปลกใจเลยที่มินโฮจะมาเป็นนายแบบ

“ชื่ออะไรนะเราน่ะ” คนอายุมากสุดเอ่ยถามออกไป ดวงตาคมสวยเองก็ลอบสังเกตบุคลิกรูปลักษณ์ภายนอกคนข้างที่ยืนอยู่ข้างตัวลูกชาย

“คีย์ครับ ผมชื่อคีย์” คีย์รีบเอ่ยแนะนำตัวเองออกไป

“ไหนมาหาแม่ใกล้ๆสิ” คีย์มองตาปริบๆ ก่อนจะหันหน้าไปหามินโฮ แล้วคนตัวสูงก็พยักหน้าให้คนตัวบางเข้าไปหาแม่เขา

“ครับ”

“ตามินโฮนี่แกได้ไปคว้าเอาพวกที่ทำงานด้วยกันมาทำแฟนหรือเปล่า” เห็นร่างกายผอมบางกับหน้าตาที่เหมาะจะอยู่หน้ากล้อง ไหนจะผิวพรรณชวนมองก็อดจะซักถามไม่ได้

“ใช่ที่ไหนล่ะครับ”

“ว่าไงล่ะเรา ไม่ได้ไปทำงานอยู่หน้ากล้องเหมือนเจ้ามินโฮใช่มั้ย”

“เปล่าครับ ผมไม่ได้ทำ”

“ดีแล้วแหละ เห็นงานตามินโฮแต่ละทีแม่ปวดหัว อีกหน่อยก็คงได้แก้ผ้าถ่าย”

“ฮ่าๆ คงไม่ขนาดนั้นหรอกครับ” คีย์หัวเราะขำออกมาเมื่อได้ยินคำเอ่ยจากแม่ของมินโฮ

“แม่ก็พูดเกินไป ลูกชายแม่ถ่ายแบบนะครับ ไม่ใช่ถ่ายหนังโป๊” คนตัวสูงบ่นอุบ ใบหน้าคมนั้นมองคนเป็นแม่ด้วยสายตาไม่พอใจ

“ไม่รู้แหละ เห็นบางงานชั้นนี่แทบจะเป็นลม หนูคีย์แต่งตัวเรียบร้อยๆแบบนี้แหละดีแล้ว เห็นวัยรุ่นเดี๋ยวนี้แต่งตัวกันแม่ล่ะปวดหัว”

“ดูท่าแม่จะถูกใจลูกสะใภ้นะคะ” อึนจองเข้าไปสวมกอดที่เอวคนเป็นแม่พร้อมกับจ้องไปยังคีย์ที่กำลังยกยิ้มบางๆให้

“ได้ยินว่าทำอาหารอร่อยแค่นี้ชั้นก็ปลื้มใจแล้ว แม่ก็กลัวว่าอยู่คอนโดคนเดียวจะอดมื้อกินมื้อ หรือไม่ก็กินแต่พวกอาหารขยะ แต่พอรู้ว่าหนูคีย์ดูแลเรื่องอาหารให้ดิบดีแม่ก็พอใจมากแล้ว”

“ห่วงแต่อีตาลูกชายนะคะแม่” อึนจองว่าคนหวงลูกชาย ก่อนจะยักคิ้วส่งให้คนตัวสูงว่า เขาน่ะช่วยพูดถึงคนตัวขาวนี่ในเรื่องดีๆ ให้คนเป็นแม่นั้นรู้บ้างแล้ว ไม่ใช่คอยขวางเหมือนคนที่จะมาเป็นแฟนมินโฮเหมือนเมื่อก่อน

“ก็ดูมันสิ น่าห่วงน้อยซะที่ไหน ทำอะไรก็เอาแต่ใจตัวเอง ว่าแต่ตามินโฮมันรังแกอะไรเรารึเปล่า”

“...” คีย์ได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนจะมองไปยังคนตัวสูงที่ทำหน้าไม่พอใจอยู่

“แม่พูดให้ร้ายผมได้ไง”

“จะไปรู้หรอ แม่ก็ถามไว้ก่อนเห็นแฟนแกตัวแค่นี้แล้วชั้นยิ่งเป็นห่วง นี่ถ้าทนไม่ได้เลิกๆ กับมันไปแม่ก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ”

 “แม่!!” มินโฮโวยเสียงดังออกมา ทั้งคีย์และอึนจองต่างก็สะดุ้งไปตามกัน

“ตามินโฮ แกจะเสียงดังทำไม ชั้นอยู่ใกล้แค่นี้”

“มานี่เลยคีย์ไม่ต้องไปคุยกับแม่ชั้นแล้ว” มือหนาดึงเอาคนตัวบางกลับมายืนข้างตัวตามเดิม คีย์เองก็แต่กลั้นยิ้มกับท่าทางหัวเสียของมินโฮที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

“แม่แกเขาแหย่เล่น ก็จริงจังไปได้มินโฮ” อึนจองเอ่ยบอกน้องชายด้วยท่าทีไม่ทุกข์ร้อนอะไร

“ก็ดูแม่พี่พูดสิ”

“ก็แม่นายเหมือนกันนั่นแหละน่า”

“ชั้นก็แม่แกทั้ง 2 คนนั้นแหละ อ้อ สงสัยจะต้องมีลูกเพิ่มอีกคนแล้ว” พูดแล้วก็เอ่ยมองไปยังคนตัวขาวที่ได้ชื่อว่าเป็นลูกชาย อึนจองมองหน้ามินโฮก่อนจะยกยิ้มส่งให้

“อะไรหรอครับ” คีย์เองก็ได้แต่ถามกลับเมื่อแม่ของมินโฮมองมาที่ตัวเองวางตา พอมองไปที่มินโฮก็เห็นว่าคนตัวสูงนั้นมีรอยยิ้มแต้มยังมุมปาก

“สนใจมาเป็นลูกแม่มั้ยหนูคีย์” เอ่ยถามออกไป คีย์ที่ได้ยินแบบนั้นก็เหมือนตัวจะชาวาบไปหมด ยิ่งรอยยิ้มสวยที่มองตัวเองอย่างเอ็นดูก็ตื้นตันใจจนรู้สึกขอบตาร้อนผ่าวไปหมด

“ตาแดงแล้ว” มินโฮเอ่ยบอกเมื่อเห็นว่าคีย์น้ำตาจะไหลอยู่รอมร่อ

“ฮึก ผมเป็นได้หรอฮะ” คนตัวเล็กย้อนถามอย่างไม่เชื่อที่ได้ยิน น้ำใสเองก็ไหลเปื้อนซึมหางตา

“เป็นได้สิ ก็คีย์เป็นแฟนของมินโฮ ก็ต้องมาเป็นลูกของแม่ไม่ใช่หรือไง” แม่ของมินโฮนั้นยิ้มอย่างเอ็นดูให้ ไม่คิดว่าคนตรงหน้าจะดีใจที่เขาเอ่ยชวนให้มาเป็นลูกตัวเองได้ขนาดนี้

“มาร้องงอแงอะไรเล่า เช็ดน้ำตาเลย” มินโฮเอ่ยบ่นก่อนจะดึงเสื้อที่คีย์ใส่อยู่เช็ดรอยน้ำตาที่เปื้อนสองข้างแก้มให้ ผิวขาวใต้เสื้อที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำแดงทำให้    อึนจองนั้นรีบเบือนหน้าหนี ส่วนคนเป็นแม่เองก็คาดโทษลูกชายไว้แล้ว

“คุณแม่ของมินโฮใจดีกับเรามากเลย ขอบคุณคุณแม่มินโฮมากนะครับ ผมดีใจมากเลย”

“คราวหลังเรียกว่าแม่รู้มั้ย เอ่อ จริงด้วยอาหารอยู่ในครัวเดี๋ยวจะเย็นหมด อึนจองกับหนูคีย์ช่วยไปยกอาหารตั้งโต๊ะทีจะได้ทานข้าวกัน” อึนจองเอ่ยพยักหน้าก่อนจะเดินนำคีย์ไปในส่วนที่เป็นห้องครัว คล้อยหลังคนทั้งคู่คนเป็นแม่ก็ไม่ลังเลที่จะเอ่ยบอกลูกชายตัวเอง

“แฟนแกตัวแค่นั้นก็อย่ารังแกบ่อยนักเลย”

“อะไรฮะ รังแกอะไร” มินโฮไม่เข้าใจในสิ่งที่เป็นแม่บอก ก็ได้แต่มองตากลับ จนคนเป็นแม่ต้องถอนหายใจออกมา

“ตอนยกเสื้อขึ้น รอยเต็มตัวแบบนั้นคิดว่าชั้นไม่รู้หรือไง”

“โถ่แม่ ก็นิดๆหน่อย” คนตัวสูงตอบออกไป

“ชั้นเห็นหนูคีย์ก็รู้แล้วว่าสเป็คเรื่องบนเตียงแกชัดๆ ตามินโฮ”

“แม่พูดซะผมกลัวตัวเอง”

“แกมันน่ากลัว รู้ตัวไว้บ้างก็ดี ระวังจะเผลอไปทำหนูคีย์เขากลัวเข้าล่ะ”

“ไม่ทันแล้วครับ แม่ครับ แม่ชอบคีย์รึเปล่า”  

“ตอนเห็นหน้าหยิ่งๆ ชั้นก็เฉยๆ อยู่หรอก แต่พอเห็นเวลายิ้มแล้วดูเป็นคนหัวอ่อนชั้นก็เอ็นดูหนูคีย์มากอยู่ เออ แล้วนี่พ่อแม่หนูคีย์เขาว่าไงบ้างล่ะ เราไปพบพ่อแม่เขาบ้างหรือยัง” ตอบคำถามลูกชายออกไป ก่อนจะถามถึงพ่อแม่ของอีกฝ่าย

“คีย์เขาอยู่คนเดียวครับ พ่อแม่เขาเสียแต่เด็กแล้ว”

“ตายจริง” คนเป็นแม่อุทานออกมาพร้อมกับแววตาที่รับไม่ได้เท่าไหร่

“ตอนที่แม่บอกให้เขาเป็นลูกถึงได้ดีใจขนาดนั้นไงครับ”

“แล้วนี่แกดูแลเขาดีหรือเปล่าตามินโฮ” พอรู้ว่าอีกคนไม่มีคนคอยดูแลก็อดจะท้วงถามลูกชายไม่ได้

“ผมก็พยายาม โอ๊ยแม่ผมเจ็บนะ” มินโฮร้องออกมาเมื่อโดนมือเรียวนั้นหยิกเข้าที่แขน

“ชั้นไม่ไว้ใจแกเลย ดูแลตัวเองยังไม่ได้ แล้วแกจะดูแลคนอื่นได้ยังไง”

“โถ่แม่ครับ คีย์เขาก็โตแล้วนะไม่ใช่เด็กซะหน่อย” มินโฮอธิบายออกไป เมื่อเห็นว่าแม่ตัวเองนั้นดูจะเป็นห่วงคีย์เกินไป

“อย่างน้อยเขาก็เอาตัวเองมาฝากไว้ที่แกแล้ว ก็ควรจะทำตัวให้พึ่งพาได้สิ    มินโฮ”

 

“กับข้าวที่คุณแม่ของมินโฮทำน่ากินทั้งนั้นเลยนะฮะ” คีย์เอ่ยชมไลน์อาหารหน้าตาน่าทานที่วางอยู่ พร้อมกับหยิบออกไปวางยังโต๊ะอาหาร

“ชั้นเองก็ช่วยทำด้วยเหมือนกัน” อึนจองบอกออกไป พร้อมกับหาจานมาเตรียมตักข้าวใส่

“พี่อึนจองก็ทำอาหารเป็นด้วยหรอครับดีจัง” คีย์เอ่ยชมออกมาพร้อมกับยิ้มกว้าง

“ถ้าทำไม่เป็นอยู่คนเดียวก็ได้อดพอดี”

“ถ้างั้นมินโฮก็ต้องทำอาหารเป็นสิครับ”

“ก็พอเป็นอยู่หรอก แต่คงเลือกซื้อกินมากกว่าถ้าไม่มีใครทำให้กินน่ะ” หญิงสาวตอบออกไปเพราะรู้นิสัยขี้รำคาญความยุ่งยากของมินโฮดี

“นี่ อะไรที่ชั้นเคยพูดหรือทำไม่ดีด้วยก็ขอโทษด้วยนะ” กล่าวออกไปพร้อมกับมองใบหน้าของคนอายุน้อยกว่า

“อ่า ครับ ไม่เป็นไรหรอก” คีย์ส่ายหน้ายืนยันว่าไม่ได้โกรธอะไร พร้อมกับยิ้มส่งให้อึนจอง

“ชั้นเข้าใจนายผิดไป”

“ผมดีใจมากเลยนะฮะตอนที่พี่อึนจองยิ้มให้ผม” เขายังจำคราวแรกที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้แล้วได้รับรอยยิ้มจากอึนจองที่ไม่คาดคิดว่าจะมีทางได้เห็น แค่นั้นก็ทำให้เขาใจชื้นได้มากแล้ว

“...”

“ผมมีแค่มินโฮ ถ้าพี่สาวของมินโฮ หรือคุณแม่ของมินโฮไม่ชอบผม ผมคงรู้สึกไม่ดีมากๆ แน่ แต่คุณแม่ของมินโฮใจดีกับผมมาก ไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไงดี” คีย์เอ่ยบอกความในใจของตนเองออกไป แก้วตาใสนั่นบอกความดีใจที่ได้รับความเอ็นดูจากคนอายุมากสุดอย่างชัดเจน อึนจองเองก็ยิ้มให้กับความน่าเอ็นดูของแฟนน้องชาย

คีย์คงเป็นอย่างที่มินโฮได้คุยโทรศัพท์กับเขาหลังจากไปหาที่คอนโดนั่นจริงๆ ไม่ใช่นิสัยร้ายกาจเหมือนที่เธอเข้าใจ เพราะถ้าขืนเป็นแบบนั้นเข้าจริงๆ คนอย่าง    มินโฮก็คงไม่เลือกมาคบเป็นแฟนจริงจัง และถึงกับขั้นออกปากให้เขาช่วยพูดกับคนเป็นแม่ให้

“จริงๆ แม่ชั้นก็ไม่ได้ชอบใครง่ายๆ หรอกนะ แต่พอเขาเห็นหน้าคีย์กับนิสัยด้วยแล้ว ก็คงเข้าใจเจ้ามินโฮแหละ”

“เอ่อ...”

“ตั้งโต๊ะเสร็จพอดีเลย” อึนจองเอ่ยออกไป เมื่อเห็นร่างสูงของคนเป็นน้องเดินมาหยุดยังหน้าโต๊ะอาหาร

“เห็นแล้วหิวขึ้นมาทันที” มินโฮกวาดตามองอาหารมากมายที่แม่เขาเตรียมไว้ให้

“นายก็หิวตลอดแหละมินโฮ แล้วแม่ว่ายังบ้างโอเคมั้ย” อึนจองเอ่ยแขวะ พร้อมกับถามที่คนตัวสูงเข้าใจดีว่าหมายถึงเรื่องของคีย์

“อืม ก็ไม่อะไร ขอบคุณพี่ด้วยนะ” มินโฮตอบพร้อมกับขอบคุณออกไป คนเป็นพี่เองก็ส่ายหัวเบาๆ ก่อนจะทวงถามสิ่งที่เคยต่อลองไว้เป็นข้อแลกเปลี่ยนให้ตัวเองนั้นช่วยเหลือเรื่องของคนตัวขาวที่ตอนนี้กำลังยืนรินน้ำลงแก้วโดยไม่ได้สนใจอะไร

“คำขอบคุณชั้นไม่สนหรอก วีไอพีการ์ดชั้นอย่าลืมเป็นพอ”

“ขอให้เรียบร้อยแล้วล่ะน่า” มินโฮตอบออกไปถึงเรื่องวีไอพีการ์ดที่คนเป็นพี่สาวอยากได้ ในงานโชว์เครื่องประดับที่ใกล้จะถึงนี้ 

 

 

มื้ออาหารของวันนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ หากแต่เจ้าของเรื่องขบขันต่างๆที่ถูกยกขึ้นมาเป็นหัวข้อในการสนทนาอย่างมินโฮก็คงจะขำไม่ค่อยออก ถึงจะไม่ชอบใจเท่าไหร่ แต่เห็นคีย์ท่าทางมีความสุขไม่ดูอึดอัดใจ กับได้เห็นแม่ของตัวเองที่เอ็นดูคีย์มากกว่าเขาที่เป็นลูกก็ช่วยทำให้อุ่นใจได้บ้าง เขาเองก็อยากให้คีย์รู้สึกถึงความอบอุ่นจากครอบครัวของเขา

“น่าเสียดายที่วันนี้พ่อเขาไม่อยู่ กว่าจะกลับจากงานก็คงอีกหลายวันเลยไม่ได้เจอหนูคีย์เลย”

“เอาไว้คราวหน้าก็ได้ครับ”

“ตามินโฮทีหลังก็กลับบ้านบ่อยๆ ล่ะรู้มั้ย ไม่ใช่ปีนึงโผล่มาครั้ง”

“กลับมาก็เหมือนมีคนอยู่ล่ะครับ แม่ก็หยุดงานแค่วันอาทิตย์ พ่อก็ไม่รู้จะหยุดวันไหน”

“ก็มาทุกวันอาทิตย์ก็ได้ แม่จะได้เจอหนูคีย์บ่อยๆ”

“สงสัยว่าเราจะหมาหัวเน่าแล้วมินโฮ ดูท่าแม่จะถูกใจลูกสะใภ้เข้าจริงๆ”  อึนจองเอ่ยออกมาพร้อมหัวเราะขำ พอได้พูดคุยจริงจังเลยได้เห็นความน่ารักและเดียงสาของคีย์ เลยไม่แปลกใจสักนิดเลยที่คนเป็นน้องชายอยากจะปกป้องดูแล แม่เขาเองก็หลงไปกับความน่ารักน่าเอ็นดูจนถอนตัวยากเหมือนกัน

“ตามินโฮไปแย่งหนูคีย์แบบนั้นได้ไง” ไม่ว่าเปล่ามือเรียวยังตีมือของลูกชายที่ขโมยเนื้อที่เขาเป็นคนตักให้คีย์ได้ลองทาน

“ก็เห็นมัวแต่คุย นึกว่าไม่กิน” มินโฮตอบหน้าตาเฉยก่อนจะใช้ตะเกียบคีบเอาอาหารจากจานคนเป็นแม่มากินด้วย

“ไม่มีมารยาทเลย”

“เวลามินโฮอยู่บ้านไม่เหมือนตอนอยู่ข้างนอกเลยนะฮะ”

“ก็เป็นแบบนี้แหละ กับคนไม่สนิทก็ดูขี้เก๊กน่าหมั่นไส้ขึ้นมาเชียว แต่พอสนิทแล้วก็นิสัยกวนโอ๊ย ชอบแย่ชอบแกล้งแบบนี้แหละ” อึนจองว่าออกไป ก่อนจะใช้ตะเกียบขวางไม่ให้มินโฮได้ตักอาหาร จนคนเป็นแม่ต้องปรายตาดุส่งมาให้เพราะไม่รักษามารยาท

“จ้องชั้นทำไม กินเข้าไปเยอะๆ เดี๋ยวแม่จะว่าชั้นได้” มินโฮตักกับข้าวลงบนจานคีย์พร้อมกับบอกเสียงแข็งให้คนตัวขาวทานอาหารที่เขาตักให้

“นี่ใช้น้ำเสียงกับคีย์แบบนี้ได้ยังไงมินโฮ นั่นแฟนเราไม่ใช่รึไง” คนเป็นแม่เอ่ยดุเมื่อได้ยินเสียงของคนเป็นลูกใช้เสียงไม่น่าฟัง

“ไม่เป็นไรหรอกฮะ” คีย์ยิ้มตอบออกไป เพราะเขาเองก็ชินกับน้ำเสียงแกมบังคับของมินโฮอยู่แล้ว

“ไม่เป็นไรได้ไงทีหลังมินโฮทำอะไรไม่ดีฟ้องแม่ได้เลยนะ เดี๋ยวแม่จัดการให้”

“ทานครับแม่ครับ ทำหน้าเคร่งเครียดมากแก่ไวนะครับ” มือหนาตักอาหารวางลงจานคนเป็นแม่ที่บ่นเขาให้คีย์ฟังไปแล้วหลายรอบ ให้หันมาทานอาหารมากมายตรงหน้านี่บ้าง

“เด็กนี่ มาแช่งให้ชั้นแก่หรอ” เอ่ยดุออกไป คนโดนว่าก็รีบปฏิเสธก่อนจะหันไปฟ้องคนเป็นพี่

“ผมเปล่าซะหน่อย ดูแม่ดิพี่อึนจอง”

“ดูทำไมแม่แก แกดูเองสิ” เอ่ยตอบออกไปก่อนจะหันมาชวนคีย์คุยเรื่องรสชาติอาหารที่ทำให้เขาต้องตักข้าวเพิ่ม คนตัวบางเองก็เอ่ยชมอาหารที่อึนจองเป็นคนทำว่าอร่อยแค่ไหน   

  

กว่ามืออาหารจะจบลงก็เล่นเอาต่างอิ่มท้องไปตามกัน พอถึงคราวที่มินโฮต้องขอตัวกลับ แม่ก็ย้ำบอกเขาให้มาหาในวันหยุดบ่อยๆ เขาก็คงจะดีใจมากกว่านี้อยู่หรอกถ้าคนเป็นแม่ไม่บอกว่า พาคีย์มาส่งไว้ที่นี่ส่วนตัวเขาจะไปไหนนั้นก็ตามใจ ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาควรจะดีใจรึเปล่าที่ดูเหมือนแม่ตัวเองจะเห่อลูกชายคนใหม่ถึงขนาดนี้  คีย์เองก็ดูจะถูกอกถูกใจเวลาได้อยู่ร่วมกับครอบครัวเขา แต่หลายครั้งที่เห็นความเศร้าสะท้อนออกมาในดวงตาก็พอจะเดาความรู้สึกของคนตัวบางนี่ได้ว่า คงจะแอบคิดถึงครอบครัวของตัวเองอยู่บ้างเหมือนกัน

ถึงคราวที่ต้องเดินทางกลับบ้าน อาหารจำนวนหนึ่งก็ถูกแพ็คลงยังกล่องถนอมอาหาร พร้อมกับเสียงกำชับของคนเป็นแม่ว่าให้ดูแลคีย์ดีๆ ให้ทานอาหารเยอะๆ เจอกันคราวหน้าแม่ไม่อยากเห็นคีย์ตัวผอมแบบนี้ มินโฮเองก็ได้แต่พยักหน้าเออออ ใช่ว่าที่ผ่านมาเขาจะไม่ห่วงเรื่องนี้เสียทีไหน เห็นทีว่ากลับไปคราวนี้คงต้องบังคับเรื่องการกินของอีกคนให้เป็นเรื่องเป็นราว

กว่าจะได้ขึ้นรถ แม่กับลูกชายคนใหม่ก็เอ่ยลากันจนเสียเวลาไปอยู่นาน ตัวเขาเองทีไม่ได้รีบเร่งอะไรก็ได้แต่นั่งมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของคนทั้งคู่ผ่านกระจก จนกระทั่งคีย์นั้นเดินมาขึ้นรถ จึงได้ฤกษ์ขับรถกลับไปยังคอนโด

 

“ครอบครัวของมินโฮอบอุ่นมากเลยนะ” คนตัวเล็กเอ่ยบอกพร้อมกับยิ้มบางให้

“บางทีก็อบอุ่นเกินไป” พูดแล้วก็อดจะขำออกมาไม่ได้ ถึงแม้ครอบครัวไม่ได้ใหญ่มากนัก แต่เวลาที่ได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มและความสุขอยู่เสมอ คีย์เองก็คงสัมผัสความรู้สึกนี้ได้เหมือนกัน

“เวลาคุยกับคุณแม่ของมินโฮแล้วทำให้เราแอบคิดถึงแม่ของเรา” น้ำเสียงเศร้านั้นถูกเจือปนอยู่ในคำพูด

“ไม่เป็นไรนะคีย์ ยังไงตอนนี้คีย์ก็เป็นลูกของแม่ชั้นด้วยแล้วนะ อย่าลืมสิ” มินโฮเอ่ยย้ำออกไปให้รู้ว่าครอบครัวเขานั้นเปิดรับคีย์เข้ามาอยู่ด้วยแล้ว

“คุณแม่ใจดีกับเรามากๆเลย เราคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะได้รับความเอ็นดูมากขนาดนี้ พี่อึนจองก็คุยกับเราดี จนเรารู้สึกเหมือนได้เป็นคนในครอบครัวมินโฮจริงๆ” คนตัวเล็กพูดออกมา หางตาเองก็พลอยเปื้อนน้ำใสจนคนตัวเล็กต้องใช้หลังมือขึ้นปาด มินโฮยิ้มเอ็นดูให้กับความช่างอ่อนไหวของคีย์ ก่อนจะหยิบทิชชู่ยังหน้ารถส่งให้ซับน้ำตา

 

*****

 

            อาทิตย์สุดท้ายของการสอบนั้นจบลงแล้ว ตั้งแต่เรียนมานี่คงเป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าได้อ่านหนังสือเต็มที่มากที่สุด ที่ตั้งใจขนาดนั้นก็เพื่อจะได้ลืมใครบางคนในช่วงระยะเวลาหนึ่ง และหนังสือก็ดูเหมือนจะช่วยลดความฟุ้งซ่านในหัวตัวเองได้พอดู

            “เป็นไงบ้างล่ะเรา”

            “พี่ถามถึงอะไรล่ะฮะ” คนตัวเล็กล่ะสายตาจากหน้าจอทีวีพร้อมกับหันไปถามพี่สาวที่กลับเข้ามาถึงบ้าน 

            “เอ่อ ก็ไม่ได้เจาะจงอะไรสักหน่อย”

            “ถ้าพี่จงฮยอนล่ะก็ สงสัยผมต้องความจำเสื่อมซะแล้วล่ะถึงจะหายเจ็บได้” รอยยิ้มเศร้านั้นเผลอวาดขึ้นบนใบหน้าอย่างไม่รู้ตัว คนเป็นพี่เองเห็นน้องชายอาการไม่ได้ดีขึ้นก็ได้แต่แอบสงสารอยู่ในใจ

            “แล้วว่าแต่เราจะออกไปไหนหรอ ถึงได้เอากระเป๋ามาเตรียมพร้อมแบบนี้”

            “ผมสมัครงานไว้ฮะ สักพักคงออกไป” เสียงใสตอบออกมา เรียกดวงตาสวยให้เบิกกว้าง

            “อะไรกัน เพิ่งปิดเทอมเองไม่ใช่หรอแทมิน”

            “ถ้าผมไม่ได้ทำอะไร ต้องฟุ้งซ่านกว่านี้แน่ๆฮะพี่เจส”

            “ตามใจเราแล้วกัน ถ้าทำแล้วสบายใจขึ้นน่ะ” หญิงสาวบอกทิ้งท้ายก่อนจะขึ้นไปอีกชั้นของบ้าน แทมินมองนาฬิกาข้อมือตัวเองที่อีกไม่นานจะใกล้เวลาเข้างาน ก็คว้ากระเป๋าขึ้นสะพายก่อนจะเดินออกจากบ้าน

 

            ระหว่างทางเดินที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายระหว่างเขากับจงฮยอน หลายครั้งที่ขามันหยุดชะงักลงไปเองพร้อมกับภาพเก่าๆที่ลอยขึ้นมาในหัว ความรู้สึก ณ ช่วงเวลานั้นเองก็เช่นกัน มันเป็นความทรงจำที่ดี เขาจำได้ว่าในตอนนั้นมันมีความสุขมากแค่ไหน แต่พอรู้สึกตัวว่าในเวลานี้มีเพียงแค่ตัวเขาคนเดียวเท่านั้นหลายครั้งมันก็ห้ามน้ำตาให้ไม่ไหลออกมาไม่ได้

            “แทมินอา” เสียงเอ่ยเรียกทำให้คนตัวเล็กหลุดออกมาจากความคิด ตากลมโตมองใบหน้าขาวที่ประดับรอยยิ้มส่งมาให้ก่อนจะมอบรอยยิ้มทักทายเป็นการตอบกลับ

            “พี่คีย์มาทำอะไรฮะ”

            “เอางานมาส่งน่ะ แล้วแทมินกำลังจะไปไหนหรอ”

            “ผมกำลังจะไปทำงาน”

            “แทมินทำงานด้วยหรอ” คีย์ถามออกมาด้วยความแปลกใจ

            “ฮ่ะ ทำงานพิเศษน่ะ ร้านเบเกอรี่หลังมอไงฮะ” แทมินตอบกลับออกไป พร้อมบอกร้านที่ตัวเองจะไปทำ

            “อ่า ดีจังเลยทำงานที่ร้านขนม”

            “ถ้าไม่รีบไปไหว แวะไปที่ร้านด้วยกันมั้ยฮะ ขนมที่ร้านมีเข้ามาใหม่อร่อยมากเลย” พอคนตัวเล็กบอกว่ามีขนมอร่อย คนตัวขาวก็รีบพยักหน้าตกลงก่อนจะเดินตามไป เสียงเจื้อยแจ้วของแทมินเอ่ยถามไม่หยุด จนเขาไม่รู้ว่าควรจะตอบคำถามไหนก่อนดี

 

            เสียงกรุ๊งกริ๊งจากกระดิ่งดังขึ้นเมื่อบานประตูถูกผลักให้เปิดออก คีย์มองร้านที่ตกแต่งใหม่จากครั้งก่อนที่เขาเคยมาเมื่อนานมาแล้ว พร้อมกับเอ่ยชมและใช้ตาสำรวจไปรอบๆถึงการเปลี่ยนแปลง แทมินพาคีย์ไปนั่งยังมุมที่อยู่ด้านใน ก่อนจะขอตัวไปเปลี่ยนชุดเป็นยูนิฟอร์มของร้านพร้อมกลับออกมาพร้อมเสิร์ฟวนิลาพานาคอตต้าราดซอสสตรอเบอรี่เมนูใหม่ที่เพิ่งเข้ามาไม่นานให้คนที่นั่งดูเมนูรอนั้นได้ลิ้มรส

            “น่ากินจัง”

            “ระวังจะติดใจนะฮะ” คนตัวเล็กเอ่ยเตือนพร้อมรอยยิ้มที่ยกขึ้นจนตาหยีเล็ก คีย์เองก็ไม่ลังเลที่จะรีบใช้ช้อนตักเพื่อชิมความอร่อย

            “แทมินพี่อยากลองทำงานบ้าง” คนตัวขาวบอกออกไป เพราะระหว่างที่รอแทมินนั้นเขาก็แอบคิด ถ้าได้ทำงานในร้านเบเกอรี่แบบนี้ปิดเทอมนี้เขาคงได้มีประสบการณ์เพิ่มขึ้น แล้วตัวเขาเองก็ชอบขนมด้วย

            “จริงหรอฮะ ถ้าพี่คีย์มาทำด้วยผมคงสนุกกว่านี้แน่เลย”

            “แล้วเราต้องทำยังไงบ้างหรอ”

            “ไว้ผมเข้าไปถามกับพี่ผู้จัดการให้นะฮะ ว่ายังรับคนเพิ่มอยู่รึเปล่า” แทมินยิ้มกว้างก่อนจะเดินหายเข้าไปหลังร้านคีย์มองตามแผ่นหลังเล็กๆนั่นก่อนจะตักขนมเข้าปาก

“Rrrrrrrrrrrrrrrrr”

 

            เสียงแผดดังจากโทรศัพท์มือถือ ร้องเรียกให้คนเป็นเจ้าของหันมาสนใจ มือขาวหยิบออกมาก่อนจะเห็นว่าใครเป็นคนโทรเข้ามา

            (นี่คีย์อยู่ไหน)

            “เราอยู่ร้านขนมหลังมอน่ะ”

            (ชั้นให้ 10 นาที จะรอที่ลานจอดรถเร็วๆด้วย)

            “พี่คีย์ถ้าพี่อยากทำงานที่นี่ ก็เอานี่มาส่งพรุ่งนี้นะฮะ พี่ผู้จัดการเขาใจดี”

            “ขอบคุณแทมินมากนะ พี่ต้องไปก่อนแล้ว มินโฮรออยู่นะ” คีย์รับเอกสารมาไว้ในมือ ก่อนจะเอ่ยลาออกไปด้วย

            “อ่า อย่างนั้นหรอฮะ เอาไว้เจอกันอีกตอนพี่มาทำงานนะฮะ” แทมินทำหน้าเสียดายก่อนจะมายกยิ้มกว้างพร้อมเอ่ยบอกออกไป

แอบหวังว่าพี่คีย์จะมาทำงานในช่วงวันปิดเรียน

            “อืม ไว้เจอกันนะ” คีย์ยกมือโบกลาพร้อมกับยิ้มให้ก่อนจะเดินรีบเดินออกจากร้านไป

“นั่นพี่คีย์ไม่ใช่หรอ” เสียงใสเอ่ยถามออกมา แทมินหันไปเห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมเซคที่มาทำงานด้วยกันก็ตอบออกไป

“ใช่แล้วซอลลี่ ไม่แน่อาจมาทำงานกับเราที่นี่ด้วย”

“งี้คงลูกค้าเต็มร้านแน่เลย” หญิงสาวยิ้มกว้างตอบกลับไป ก่อนจะหันหน้าไปทางต้นเสียงที่ทำให้กระดิ่งดัง

            “อ้าวแทมิน ซอลลี่”

            “ทำไมทำหน้างั้นล่ะดงโฮ” แทมินยิ้มกว้างกับตาเรียวที่เบิกกว้างของเพื่อน ก่อนจะได้ยินคำเอ่ยเหมือนครั้งแรกที่หลุดจากปากของดงโฮอีกครั้งเมื่อเสียง           กรุ๊งกริ๊งของกระดิ่งดังขึ้นเป็นคราวที่สอง

“อ้าวแทมิน ซอลลี่”

“ฮ่าๆ เหมือนเดจาวูเลยแทมิน” ซอลลี่เอ่ยขำออกมาเมื่อเห็นตาสวยนั้นเบิกกว้างเมื่อมองมาที่ตนและคนข้างตัว

“คริสตัลกับดงโฮนั่งก่อนแล้วกัน” เป็นแทมินที่จัดแจงที่นั่งให้กับเพื่อน ซอลลี่เองก็หยิบเมนูมาให้

            “ก็เห็นทั้ง 2 คนมาอยู่ที่นี่ด้วยกันก็ต้องแปลกใจน่ะสิ แล้วนี่มาทำกันตั้งแต่เมื่อไหร่” คริสตัลเอ่ยถามออกมา

            “ตั้งแต่ปิดก็สักพักแล้วแหละ แล้วนี่เข้าไปที่มอมาหรอ” แทมินถามกลับออกไป ส่วนซอลลี่นั้นรับเมนูจากทั้งคู่แล้วหายเข้าไปในครัวเป็นที่เรียบร้อย

            “อือ ก็เรื่องกำหนดการค่ายติวน้องน่ะ” ดงโฮตอบพร้อมกับชูแผ่นกระดาษขนาด A4 ที่ถืออยู่ในมือให้แทมินดู

            “อ้อ จริงด้วยแล้วเป็นไงบ้าง”

            “ก็เหมือนทุกปีนั่นแหละ เออ แทมินไปด้วยกันสิ” ตอบออกไปพร้อมกับเอ่ยชวนออกไปด้วย

“จะไปไหนกันหรอ” ซอลลี่กลับออกมา พร้อมกับเค้กสองชิ้นที่วางลงตรงหน้าคริสตัลและดงโฮ

“ก็ค่ายติวน่ะ ซอลลี่เอาด้วยมั้ย” คริสตัลเอ่ยถามออกไป ก่อนจะเห็นสีหน้าลังเล

“แล้วมีเพื่อนเราเยอะมั้ย”

“ก็เยอะอยู่นะเท่าที่มาวันนี้ แล้วก็คงจะไลน์ถามในกลุ่มเพิ่มอีกนั่นแหละ” คริสตัลเอ่ยตอบ

“อ่า ถ้างั้นใกล้วันแล้วจะให้คำตอบอีกทีแล้วกันนะ”

“แล้วแทมินล่ะว่าไง” เป็นดงโฮบ้างที่เอ่ยถามแทมินออกไป เจ้าของชื่อก็ได้แต่ยิ้มออกมา

“ชั้นได้อยู่แล้ว ก็ไม่มีอะไรทำนี่นา”

“เยี่ยมมาก มากันเยอะๆ น้องๆ จะได้อบอุ่น” ว่าแล้วก็แท็คมือกับแทมิน ก่อนจะมาตักเอาเค้กชิ้นโตเข้าปากต่อ

“ซอลลี่ก็ไม่ต้องคิดให้เยอะหรอก ไปกันเยอะๆ สนุกจะตาย นี่แค่พวกเราก็ 4 คนแล้วนะ” ดงโฮหันไปชักชวนซอลลี่ต่อ แต่สีหน้าลังเลก็ยังคงไม่เปลี่ยน

“ไม่รู้นี่ว่าถึงตอนนั้นจะว่างหรือเปล่า”

“งั้นเอาไว้ใกล้วันค่อยว่ากัน” คริสตัลเอ่ยออกไป ซอลลี่เองก็พยักหน้าตอบ

            “อือ ได้อยู่แล้วก็ไม่มีอะไรทำนี่นา”

“ชั้นว่าแทมินดูทำตัวยุ่งๆ ตลอดเวลาเลยนะมีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า หน้าตานายก็ดูไม่ค่อยสดใสเลย” คริสตัลที่ไม่รู้อะไรนั้นถามออกไป ก่อนจะโดนคนที่นั่งกินเค้กอยู่ข้างๆ ดุเข้าให้

“กินเข้าไปเค้กน่ะ”

“กินช้ามันก็ไม่ได้ละลายซะหน่อย” หญิงสวนกลับก่อนจะหันไปมองใบหน้าหวานของแทมินที่กำลังยิ้มจางๆ ส่งมาให้

ตัวเขาเองก็เหมือนกับที่คริสตัลบอก พยายามทำตัวยุ่งๆ หาอะไรทำตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ตัวเองได้มีเวลาอยู่คนเดียว เพราะกลัวจะพาลคิดถึงคนที่หายไปจนต้องร้องไห้ขึ้นมาอีก หน้าตาที่สะท้อนจากกระจกดูไม่สดใสเอาซะเลย แถมน้ำหนักก็ลดลงจนทำให้ดูโทรมเข้าไปอีก

 

 

 




 

 

 

----------PPLight----------

เข้ามาคงเห็นตัวแดงใหญ่โตประดับฟิค สวยงามเจรงงงง

เด็กดีนี่เขาทำงานได้ไวมากเลยนะ แพรวแค่อยากลองๆ ดูคิดว่าไม่น่ามีไร ยังไม่ทันข้ามวันเลย

-        ใครเห็นคำผิด ขาด เกิน บอกกันด้วยเน้อออ

-        คนที่สนใจจับจองฟิค อัพปกให้ดูในหน้ารายละเอียดแล้วนะ  ^ ^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,666 ความคิดเห็น

  1. #6648 RK CYP (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2558 / 20:16
    คุณแม่น่าร้ากกก ฝากออมม่าหนูด้วยนะคะ
    แตมิอ่าาา อดทนเข้าไว้นะ
    #6,648
    0
  2. #6570 kaeo (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2557 / 00:21
    แม่ของมินโฮใจดีมากเลย



    มินโฮจะเป็นหมาหัวเน่าแน่ๆ



    ก้อนะ คิมคีย์น่ารักออก^^
    #6,570
    0
  3. #6486 Choip (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2557 / 17:48
    แม่ชเวใจดีมากกกกกกก เราเป็นคีย์ก็อดดีใจไม่ได้หรอก 

    แล้วชเวหวงขนาดนั้น จะยอมให้คีย์มาทำงานเหรอนั่น
    #6,486
    0
  4. #6384 praiper (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2556 / 09:53
    คีย์น่ารักมากกกกกกกก
    #6,384
    0
  5. #6379 TAO_OMC (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 23:14
    ว้าวววว ดีใจจังขอบคุณนะกัฟไรเตอร์ ^_^ หนูคีย์ของแม่ ปลื้มลูกสะใภ้ใหญ่เลยนะ ส่งสัยจะเป็นหมาหัวเน่าจริงๆแล้วล่ะมินโฮเอ้ยย ถึงจะดีใจที่เห็นมินคีย์มีความสุข แต่ก้ออดสงสารฮยอนมินไม่ได้อ่ะ เมื่อรายเฮียจงจะกลับมาสักทีเนาะ สงสารแทมินอ่ะ ปล.ไรเตอร์ ตรงที่มินโฮตอบว่า "อืม ถึงแล้ว ปะเข้าไปหาแม่ชั้นกัน" ไม้โทหายไปกัฟไรเตอร์
    #6,379
    0
  6. #6378 แฟนมินคีย์ (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2556 / 23:00
    สนุกมากๆๆๆ ค่ะ ชอบมินโฮ กับคีย์มากกกกกก

    ขี้โวยวาย ขี้หวง ทุกอย่าง แต่คีย์ก็น่าหวงซะขนาดนี้อ่ะนะ
    #6,378
    0