ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 8 : บทที่ 7 ตัวอ่อน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 635
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    10 ก.ย. 62

-7-

ตัวอ่อน

 

เป็นหนึ่งนิ่งค้าง

อีกฝ่ายพูดต่อไปว่า

“เวลาที่ผู้หญิงคนนึงท้องไม่พร้อม หนึ่งรู้มั้ยว่าสิ่งที่เธอคลอดออกมา มันไม่ได้มีแค่เด็กคนนึงเท่านั้นหรอกนะ มันมีปัญหาอีกมหาศาล มีคนพยายามจะแก้ต้นตอของปัญหานี้มาตลอด แล้วขนาดทุกวันนี้เรามีคลินิกของสวท.[1]อยู่เยอะมาก แต่มันก็ยังไม่เคยพอ”

“นั่นก็เพราะมันยังอยู่ในโซนสีเทาเข้ม ถ้าทุกอย่างถูกต้องก็คงมีคนยินดีทำแบบพี่อีกเยอะมั้งคะ” หางเสียงติดประชด

เพราะสัมผัสได้ถึงสำเนียงดังกล่าวของตัวเอง เป็นหนึ่งถอนหายใจเพื่อทุเลาอารมณ์ลง กล่าวต่อด้วยน้ำเสียงมั่นคงขึ้น

“ทุกวันนี้ที่เราทำงานยังเสี่ยงไม่พอเหรอ แค่ผ่าตัดแล้วญาติคนไข้ไม่พอใจก็ไม่รู้จะถูกฟ้องเมื่อไหร่ นี่ยังจะเอาตัวเองมาเสี่ยงด้วยเรื่องแบบนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้น พี่จะโดนยึดใบอนุญาต[2]เอาง่ายๆ นะคะ”

“ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายหรอกหนึ่ง” เสียงตอบเยือกเย็นลง “กฎหมายมันพอจะมีช่องให้ตีความได้ แต่ทัศนคติคนเราทึบตันกว่า ลองเชื่อลงไปแล้วก็ยากจะง้างออก”

“พี่ว่าหนึ่ง?

“เปล่า พี่พูดถึงเคสทั่วๆ ไป หมอส่วนนึงไม่รับทำเรื่องพวกนี้ เพราะเขาไม่อยากเอามือตัวเองไปเปื้อนบาป แล้วก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องเวรกรรมของตัวคนท้องเอง ที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว ไม่รู้จักทำตัวให้ถูกต้องตามจารีตประเพณี”

“แล้วไม่ถูก?

“อะไรคือถูก”

“ก็...”

“ใบอนุญาตที่หนึ่งว่าเมื่อกี้ เขาอนุญาตให้เราบริการการรักษา นี่ละคือสิ่งที่ถูก รักษา ไม่ใช่ตัดสิน”

“นี่ไง รักษา แล้วทำไมพี่เลือกที่จะฆ่าเด็กในท้อง”

“ถ้าจะพูดอย่างนั้น เราก็คงต้องมาดูนิยามกันก่อน ว่าสิ่งที่อยู่ในท้องมันคืออะไร แล้วควรจะเรียกว่ายังไงแน่”

เป็นหนึ่งหน้าบึ้งทันที เธอรู้ ในทางการแพทย์จำแนกระยะการเจริญเติบโตของตัวอ่อนในครรภ์ไว้อย่างละเอียด โดยเริ่มนับอายุตั้งแต่วันสุดท้ายที่หมดประจำเดือน

ช่วงสัปดาห์ที่ 3 เซลล์ไข่จะผสมกับอสุจิในท่อรังไข่หรือปีกมดลูกเรียกว่าไซโกต (zygote) แล้วเดินทางสู่มดลูกโดยเริ่มแบ่งตัวกลายเป็นเซลล์เกาะกันก้อนกลมๆ คล้ายลูกราสเบอรี่เล็กๆ เรียกว่ามอรูลา (morula) ครั้นถึงมดลูกในช่วงสัปดาห์ที่ 4 การแบ่งตัวของเซลล์จะเริ่มเว้นพื้นที่ตรงกลางเป็นรูกลวง เรียกตัวอ่อนช่วงนี้ว่าบลาสตูลา (blastula) มีลักษณะคล้ายผลน้อยหน่า เข้ายึดเกาะผนังมดลูกเป็นที่ฟูมฟัก จากนั้นช่วงสัปดาห์ที่ 5 เซลล์จะแบ่งตัวเคลื่อนเข้าข้างในเห็นเป็นรูปถ้วยเรียกว่าแกสตรูลา (gastrula) แล้วเจริญต่อไปเป็นอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ

ระยะตัวอ่อน (embyo) นี้จะสิ้นสุดในสัปดาห์ที่ 8 หลังจากนั้นจึงจะเรียกว่า ทารกในครรภ์(fetus)

แน่นอน เป็นหนึ่งตระหนักว่ารุ่นพี่จงใจใช้คำเรียกเพื่อสร้างความหมายในเชิงการเมืองกับเธอ เพราะถ้าเด็กในครรภ์ถูกกำจัดไปตั้งแต่ก่อนสัปดาห์ที่ 8 ชื่อเรียกก็จะกลายเป็นคำตอบอันไม่อาจโต้แย้งได้ว่า สิ่งนั้นเป็นเพียงเซลล์ ตัวอ่อน ยังไม่ใช่ ทารก

ผู้นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเสริมว่า “แล้วในทางกฎหมาย ประเด็นการทำแท้งก็จะเกี่ยวโยงกับสิทธิ ในกรณีการกระทำที่ละเมิดต่อทารกในครรภ์ แล้วก็การกระทำผิดอาญาต่อทารกในครรภ์ด้วย สิทธิของทารกในครรภ์นี่น่ะ เขาพิจารณาจากจุดที่ทารกในครรภ์เจริญจนถึงระดับ เวียเบิ้ล ฟีตัส

 Viable Fetus คือทารกที่เติบโตจนสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้นอกครรภ์มารดา โดยพึ่งความช่วยเหลือทางการแพทย์ สภาพ เวียเบิ้ล ฟีตัส จึงขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีทางการแพทย์ ปัจจุบันอยู่ที่อายุครรภ์ 28 สัปดาห์

“ประเทศที่อนุญาตให้ทำแท้งได้ ส่วนใหญ่อนุญาตให้ทำแท้งเสรีจนถึงอายุครรภ์ครบ 24 สัปดาห์ ยกเว้นกรณีจำเป็นพวกตั้งครรภ์ต่อไปแล้วจะเป็นอันตรายต่อตัวแม่

“หนึ่งรู้มั้ย พอการทำแท้งกลายเป็นของต้องห้าม มันทำให้เทคโนโลยีแล้วก็ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้พลอยถูกฟรีซไปหมดเลย คนส่วนใหญ่ยังติดภาพว่าการทำแท้งคือเอาเหล็กแหลมขูดมดลูก ทั้งที่จริงเดี๋ยวนี้มันมีวิธีการอีกตั้งหลายอย่าง ประเทศเราก็พยายามยุติการขูดมดลูกแล้วมาใช้กระบอกดูดสุญญากาศตั้งนานแล้วด้วย เรื่องพวกนี้มันทำให้ผู้หญิงไม่รู้กี่คนต่อกี่คนไม่มีทางเลือก ต้องไปเสี่ยงใช้วิธีอันตราย แล้วสุดท้ายก็ต้องวนกลับมาให้หมอคอยแก้ไขกันอยู่ดี ในเมื่อมีทางป้องกัน ทำไมเราไม่ทำล่ะ”

อย่างอับจนทางสู้ ประสาทศัลยแพทย์สาวหลุดกระแทกเสียง “ไม่รู้ละคะ! สำหรับหนึ่ง การทำลายชีวิตก็คือบาปทั้งนั้น จะมาบอกว่ายังเป็นตัวอ่อนไม่ใช่ทารก แล้วตัวอ่อนไม่มีชีวิตรึไง!

“โอเค” อีกฝ่ายพยัก ตอนนี้ฟ้าฟื้นวางแขนเท้าโต๊ะทั้งสองข้าง ประสานมือใต้คาง “ถ้าจะพูดเรื่องบาป เราก็ต้องวิเคราะห์ต่อไปว่า การปล่อยให้เด็กโตขึ้นมาจากความไม่พร้อมน่ะ เขาอาจเบียดเบียนชีวิตอื่นได้ยังไงบ้าง ในทางสถิติมีบันทึกการก่ออาชญากรรม--”

“พอแล้วค่ะ!” คนขัดคว้าข้อมือของเจ้าตัวไว้ จนศีรษะที่วางอยู่บนมือนั้นแทบร่วงตามมา

คนถูกคว้าร้อง “โอ๊ะโอ!” แล้วอมยิ้มมีเลศนัยให้กับมือเธอที่จับมือเขา

หญิงสาวรีบดึงมือตัวเองออก มองมือเขาด้วยความโทโสแกมหมั่นไส้

แต่ก่อน เพราะริษยาความสามารถ กอปรกับเกลียดการก่อกวนของเจ้าตัว เป็นหนึ่งเคยนึกอยากให้มือข้างขวาของเขามีอันประสบอุบัติเหตุจนใช้การไม่ได้ ถ้าเพียงแต่ไม่มีอวัยวะงดงามเล็กๆ นั่น เธอก็จะอยู่เหนือกว่าเขา เอาชนะเขาได้ซะที

มือข้างที่จรดปลายมีดตรงมุมขากรรไกรไล่ไปถึงใต้ลูกกระเดือกของคนไข้ เพื่อเปิดเส้นเลือดคาโรติดที่คอเลาะสิ่งอุดตันออก

มือข้างที่เปิดกะโหลกเพื่อตัดเนื้องอก ผ่าเจาะโพรงสมองเพื่อระบายน้ำคั่ง

ฯลฯ...

แต่เพราะเธอรู้ดี ถึงรุ่นพี่ไม่มีมือคู่นั้น แต่เขาก็จะยังมีภูมิปัญญา และมีปากที่ถ่ายทอดสลับกับทับถมเธอได้เหมือนเก่า การขอให้มือของเขาพังพินาศไปจึงไม่ได้ทำให้เธอได้รับชัยชนะอย่างแท้จริง

โอกาสตรงหน้านี่ต่างหาก!

เธอ-- ก็ได้...เธอเป็นห่วงเขา! --นิดหน่อย!

ได้เตือนเขาในฐานะรุ่นน้องที่ดีแล้ว ช่วยไม่ได้ถ้าเขาไม่เชื่อ การที่เขาจะพาตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยงต่อการถูกยึดใบอนุญาตฯ ย่อมเป็นเรื่องดี คราวนี้ เขาจะเหลือโอกาสแม้แต่จะได้ชะโงกหน้ามาดูผลซีทีสแกนของเธอแล้วพูดโพล่งทำนองแนะนำอะไรอีกเลย!

“ก็แล้วแต่พี่ หนึ่งรู้ว่าไม่เคยเถียงชนะพี่อยู่แล้ว!

พูดอย่างนั้น แต่รอยยิ้มของอีกฝ่ายกลับเหมือนมีดผ่าตัดที่ถูกหยั่งเข้ามาในใจเธอ เจ้าของคมมีดรับรู้และเท่าทันทั้งหมดว่าเธอกำลังรู้สึกหรือกำลังคิดอะไร และสิ่งที่คิดกับรู้สึกอย่างแท้จริง ก็อาจไม่ใช่สิ่งที่เธอเพียรบอกตัวเองอยู่ด้วยซ้ำ!

เป็นหนึ่งร้อนผ่าว ยุบยิบเหมือนมีเปลวไฟติดปะทุอยู่บนผิวหน้า อยากจะลุกเดินสะบัดกลับไปเสียตอนนี้ แต่รู้ดีว่านั่นจะยิ่งทำให้ตัวเองดูแพ้

คิดหาทางชนะ แต่สมองไม่สามารถรวบรวมกำลังได้เลย ในเมื่อยังมีคนตรงหน้ายิ้มจ้องตาใส่คล้ายจะบอก ว่ามาสิ จะมาไม้ไหนกับพี่อีก!

อย่างไม่ทันรู้ตัว – หมายถึงรู้ตัวว่าติดกับดักที่มัวแต่หาทางเอาชนะเขา ประสาทศัลยแพทย์สาวได้ยินเสียงตัวเองโพล่งดังขึ้นว่า

“ว่าแต่วันเกิดเรื่องน่ะ หมอนัตมีอะไรต้องรีบกลับไปล่ะคะ นี่เขารู้ตัวรึยังว่าทำให้พี่เดือดร้อน!

ริมฝีปากของอีกฝ่ายค่อยๆ เผยอยิ้มจนเห็นฟันขาวตัดกับสีผิวหน้า ทั้งร่องรอยละมุนปรากฏในดวงตาคมจัดของเขา ร่องรอยอันแฝงด้วยความรู้ลึกลึกลับอย่างอื่น

เป็นหนึ่งตระหนักทันทีว่าตัวเองพลาด แพ้เขาอีกตา!

เจ้าตัวตอกย้ำโดยตอบว่า “นั่นมันเรื่องของเขานะ!

บ้าชะมัด! เธออยากยกมือขึ้นปิดหน้าตัวเอง เราเป็นหมอ มีวุฒิภาวะ แต่จู่ๆ กลับทำตัวเหมือนเด็กสาวเพิ่งเริ่มมอปลาย

เกร็งผิวหน้า พยายามสงบใจเพื่อซักต่อ ระหว่างที่ต่างฝ่ายกำลังเงียบ เสียงจากโทรทัศน์ด้านหลังก็ดังแทรก

“—จากกรณีที่พบศพนางสาว มิลาน อ่ำอมร เป็นศพแขวนคออยู่ในห้องพักคอนโดหรูแห่งหนึ่งย่านใจกลางเมืองตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 29 พฤษภาคมที่ผ่านมา วันนี้ทางทีมตำรวจได้ออกมาแถลงแล้วว่าเหตุการณ์นี้น่าจะเป็นฆาตกรรมอำพรางนะคะ คนร้ายจัดฉากให้เหมือนผู้ตายฆ่าตัวตายเอง และยังได้ภาพผู้ต้องสงสัยจากกล้องวงจรปิดที่คอนโดของผู้ตายมาแล้วด้วย ไปฟังเสียงทีมตำรวจกันค่ะ--”

. . . . . . . . . . .

 

ชายผู้นั้นมีลักษณะค่อนข้างฉุจากนิสัยรักการดื่ม โชคดีที่รูปร่างสูงช่วยพรางให้ดูไม่ถึงกับอ้วน ใบหน้าโดยรวมชวนมอง ต่อเมื่อพินิจทีละส่วนจะพบว่าไม่มีส่วนใดสมบูรณ์แบบอย่างแท้จริง แนวสันจมูกค่อนข้างเฉ ปากกว้าง ทว่าริมฝีปากเล็กบางเกินไป ยิ่งในเวลาที่หลับตาเช่นนี้ พลังจากดวงตาคมคายที่เคยเกลื่อนความไม่สมบูรณ์ส่วนอื่นก็ยิ่งน้อยลง

เนิ่นนานที่จ้องนิ่งอยู่อย่างนั้น ในที่สุดประสาทศัลยแพทย์สาวค่อยดึงมือตัวเองขึ้นมากอดอก ราวกับเริ่มหงุดหงิดที่คนบนเตียงผู้ป่วยไม่เปิดตาขึ้นมาเสียที

เจ็ดวันแล้ว... เป็นหนึ่งรู้ว่านี่คือเหตุการณ์ปกติของผู้ป่วยที่ประสบอุบัติเหตุรถชน จนถึงกับต้องผ่าสมอง ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังใจร้อน อยากเขย่าตัวธโนทัยให้ตื่นขึ้นมาไวๆ

มีแค่นายคนเดียว นายคนเดียวที่จะบอกได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับมิลค์กันแน่!

จากกล้องวงจรปิดของคอนโด เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าช่วงเวลาราวหกโมงเย็น มิลานเดินขึ้นลิฟต์มาพร้อมกับใครคนหนึ่ง เจ้าตัวสวมเสื้อแขนยาวยกฮู้ดคลุมหัว สวมแว่นตาดำและหน้ากากอนามัย ทำให้ยากจะแยกแยะแม้กระทั่งว่าเป็นชายหรือหญิง แต่พอคะเนความสูงได้ราวๆ 175 เซนติเมตร คอนโดไม่มีกล้องจับบริเวณทางเดินหน้าห้องพักมากพอ จึงแทบไม่ติดภาพมุมอื่นให้เห็นชัดๆ อีก

พนักงานในคอนโดทั้งที่ล็อบบี้และรปภ.ให้การตรงกัน ไม่มีใครเคยเห็นบุคคลปริศนารายนั้น คาดว่าเพราะเจ้าตัวนั่งติดรถที่มิลานขับเข้ามา ฟิล์มค่อนข้างมืดยากจะเพ่งเห็นถนัด นอกจากนั้น การจอดรถบนชั้นสูงไม่ไกลจากชั้นที่พัก ยังทำให้มิลานกับใครคนดังกล่าวสามารถเดินออกมาขึ้นลิฟต์ได้เลย ไม่ต้องผ่านหน้าล็อบบี้

ภาพจากกล้องในลิฟต์ตัวเดียวกันยังแสดงให้เห็นว่า คนผู้นั้นกลับออกมาเวลาทุ่มครึ่ง แล้วขับรถของมิลานออกจากคอนโดหายไป จนถึงวันนี้มีข่าวว่าตำรวจพบรถคันดังกล่าวแล้ว มันถูกจอดทิ้งอยู่ในป่ารกร้างแถบชานเมืองอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพ จากลักษณาการรวมกับข้อมูลเวลาที่มิลานเสียชีวิต มีความเป็นไปได้สูงมากที่บุคคลผู้นี้จะมีส่วนรู้เห็นหรือแม้แต่เป็นฆาตกร!

เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังพยายามพลิกแผ่นดินตามหา ทว่าใครอีกคนที่อาจจะรู้เรื่องกลับนอนแน่นิ่งอยู่ตรงนี้

ขณะนี้ ชายคนรักของมิลานยังต้องอาศัยเครื่องช่วยหายใจ แต่สายน้ำเกลือในช่วงสามวันแรกถูกปลดออกแล้ว เปลี่ยนเป็นการให้อาหารผ่านสายทางจมูกแทน ไม่มีอวัยวะภายในส่วนไหนฉีกขาด ร่องรอยการถูกกระแทกและแผลถลอกตามร่างกายก็มีไม่มาก ล้วนแต่กำลังดีวันดีคืนตามลักษณะของชายแข็งแรง นางพยาบาลจะเข้ามาทำแผลที่ผ่าตัดวันละครั้ง และช่วยพลิกตัวตามเวลาเพื่อป้องกันแผลกดทับ ส่วนแพทย์คอยตรวจเลือดดูเกลือแร่ที่อาจผิดปกติ เฝ้าระวังการติดเชื้อ

เสียงเปิดประตูดังขึ้นข้างหลัง เรียกความรู้สึกตัวของแพทย์สาวกลับมา เมื่อหันหาจึงพบว่านายแพทย์เป็นเอกกำลังก้าวเข้ามาพร้อมนางพยาบาล

“อ้าว หมอหนึ่ง” เมื่ออยู่ในที่ทำงาน บิดาเรียกเธอเหมือนที่เรียกแพทย์ส่วนใหญ่ มีคำว่าหมอนำหน้าชื่อ  “มาเยี่ยมคนไข้เหรอ”

พ่อรู้ว่าธโนทัยมีความสำคัญอย่างไรกับเพื่อนเธอ – คดีของเพื่อนเธอ! เป็นหนึ่งจึงไม่จำเป็นต้องตอบ หญิงสาวถอยหลังเพื่อเปิดทางให้บิดาก้าวเข้าไปตรวจดูคนไข้ ถามว่า “ตัดไหมเหรอคะ”

“อื้ม” อีกฝ่ายตอบโดยยังก้มสนใจแผลบนศีรษะของธโนทัย “เดี๋ยวจะรีบกลับรึเปล่า”

“คะ?

“ถ้าไม่รีบ เสร็จตรงนี้อยากขอคุยด้วย”

. . . . . . . . . .

 

ห้องทำงานของผู้อำนวยการแผนกประสาทศัลยกรรมไม่ถึงกับกว้างขวาง หากด้วยนิสัยของผู้เป็นเจ้าของห้อง การจัดเก็บข้าวของทุกอย่างล้วนเป็นระเบียบ จึงช่วยให้ห้องเล็กดูโปร่งตา

ผู้ถูกนัดเข้ามากำลังนั่งหลังตรงอยู่ที่เก้าอี้ด้านหน้าโต๊ะทำงาน ส่วนคนนัดนั่งด้านใน หมิ่นเหม่บนขอบโต๊ะ

“สมองเขายังบวม กว่าจะยุบก็อาจเป็นอาทิตย์” นายแพทย์เป็นเอกคาดการณ์ “แต่สมองส่วนที่ได้รับบาดเจ็บไม่ใช่ส่วนการสื่อสารหรือความจำ พ่อว่าหนึ่งอย่าเพิ่งกังวลอะไรไปมาก รอจนกว่าเขาจะตื่นนั่นละ”

“หวังว่าเขาจะช่วยให้คดีของมิลค์คืบหน้า” ลูกสาวปรารภ

ผู้ได้ยินทำเหมือนไม่ได้ยิน เสไปที่เรื่องใหม่ว่า “เรากำลังจะมีเคสใหม่รีเฟอร์มา”

“จากไหนคะ”

“เชียงใหม่”

“อ้อ” เสียงตอบคล้ายแค่บอกความรับรู้ ปกติเคสรีเฟอร์หรือคนไข้ที่ถูกส่งต่อมาจากโรงพยาบาลอื่น มักเป็นกรณีรักษาผู้ป่วยระหว่างตั้งครรภ์ อันเป็นชื่อเสียงของเลิศวิชาญเวช และความรับผิดชอบจะตกอยู่กับฟ้าฟื้นร่วมกับชนัตตรา เป็นหนึ่งแทบไม่เคยมีส่วนเกี่ยวข้อง

ผู้เป็นทั้งบิดาและหัวหน้างานคงรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไร จึงขยายความว่า “เคสนี้เป็นของหนึ่งนะ”

คราวนี้ ไม่มีเสียงถาม คนที่กำลังจะกลายเป็นเจ้าของเคสช้อนตาขึ้นพร้อมอ้าปากค้างคล้ายงุนงง

ปกติเป็นหนึ่งมักมีหน้ากาก แว่นตา และอาภรณ์กำบังความรู้สึกภายใน บุคคลข้างนอกจะเห็นเธอด้วยภาพอันงามเยี่ยมเยี่ยง นางฟ้านิวโรศัลย์ อย่างไรก็ตาม คำของหัวหน้างาน – ของพ่อ – คำที่เธอแทบไม่เคยได้ยิน กลับทำให้เป็นหนึ่งรู้สึกคล้ายสะเก็ดไฟค่อยๆ ปะทุเรื่อเรืองขึ้นในอก เป็นความสว่างอันชุ่มฉ่ำ ซาบน้ำหนักลงบนความเบาโหวงในโพลงอก

“หนึ่งคงได้ยินข่าวคุณตาธารมาบ้างใช่มั้ย”

คุณตาธาร?

ชื่อคุ้น แล้วแค่ในพลันเธอก็นึกขึ้นได้ ข่าวที่ได้ยินเมื่อวันก่อน “แกนนำกลุ่มประท้วงหมู่บ้านป่าโหว่?

“ใช่” เป็นเอกดีดนิ้วพึงใจ การเคลื่อนไหวดูมีจังหวะจะโคนอันสร้างเสน่ห์เสมอ “คุณเด่นชัยแกรู้จักกับแวดวงคุณแก้วชิงดวง ทางนั้นกำลังหาทางช่วยผู้ชายคนนั้นเพื่อกู้ชื่อ ชื่อของพวกเขาแขวนอยู่ในมือของหนึ่งนะ”

“คะ...ค่ะ”

“มีเอกสารแล้วก็คอนแทคท์คนที่หนูจะต้องติดต่อ เดี๋ยวพ่อจะส่งเมลให้” คนพูดลุกขึ้น ก้มลงเลื่อนเม้าส์พลางจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะ

“พ่อคะ”

ผู้ถูกเรียกยังเพ่งหน้าจอคอมพ์ เพียงเลิกคิ้วจนหน้าผากย่น “หืม?

เป็นหนึ่งนิ่งลงเล็กน้อย กลืนน้ำลายยากเย็น “เคสนี้พ่อเป็นคนเลือกหนู?

เป็นเอกพยักหน้า “ใช่สิ”

ก่อนจะดีใจ เธอยังคงสูดลมหายใจละม้ายรวบรวมความกล้า

ประโยคต่อมา เสียงดัง น้ำเสียงชัดถ้อยชัดคำขึ้น “เรื่องนี้เกี่ยวกับที่พี่ฟืนทำผิดรึเปล่าคะ?

ถ้อยดังกล่าวเรียกให้ผู้เป็นพ่อหันมาสบตา เพื่อพบกับแววตาที่พุ่งตรงเป็นประกายจริงจัง

นายแพทย์เป็นเอกเผยยิ้มขำ “นี่หนูคิดว่าโรงพยาบาลวางแผนจะไล่เขาออก?

ไม่มีคำตอบ เจ้าของคำถามยังสบตานิ่ง

“เอาเป็นว่า มันเป็นการตัดสินใจของพ่อ” ปลายนิ้วเลื่อนมากดปุ่มเอนเทอร์

อย่างเชื่องช้า รอยยิ้มค่อยๆ ระบายขึ้นในดวงตาหลังแว่นใสของผู้เป็นลูก ความแวววาวนั้นดูจะเกิดจากละอองน้ำที่จู่ๆ ก็ฉ่ำขึ้นมา ริมฝีปากแต้มสีส้มอ่อนขยับพูดโดยแทบไม่มีเสียง ขอบคุณค่ะพร้อมๆ กับเสียงดังเตือนจากโทรศัพท์ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายส่งมาได้เดินทางมาถึงแล้วจริงๆ

ร่างเพรียวลุกขึ้น กำลังจะหมุนก้าวออกจากห้อง ทว่าเสียงถามกลับดังรั้ง “ช่วงนี้หนูเป็นยังไงบ้าง”

ไม่ใช่แค่ปลายเท้า แม้แต่ลมหายใจ เป็นหนึ่งก็รู้สึกว่ามันสะดุด

เธอค่อยๆ หันกลับมา เหมือนไม่แน่ใจ “คะ?

นายแพทย์เป็นเอกทรุดกายลงบนเก้าอี้แล้ว ถอดแว่น กำลังหลับตาพลางใช้ปลายนิ้วนวดสันจมูกหว่างคิ้ว “เพื่อนสนิทเพิ่งเสียไป หนูโอเครึเปล่า”

ความฉ่ำวาวในดวงตาค่อยๆ แล้งลง เป็นหนึ่งกลืนน้ำลาย “หนูแฮนเดิลงานได้ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ”

อีกฝ่ายรีดริมฝีปากเป็นเส้นตรง จากนั้นลืมตา สวมแว่นคืน สายตาสนใจเฉพาะสิ่งในจอคอมพิวเตอร์ มีอาการถอนหายใจก่อนถามต่อ “แล้วแม่ล่ะ”

“พ่อถามตามมารยาทหรืออยากรู้จริงๆ คะ”

เหลือเพียงเสียงต๊อกแต๊กเมื่อปลายนิ้วของเจ้าของห้องพรมลงบนแป้นคีย์บอร์ด เพียงอึดใจ แต่กลับรู้สึกเหมือนยาวนานเกินอึดใจ

ผู้เป็นพ่อยังไม่หันมา น้ำเสียงตอบหวนกลับไปเรียบสนิท “บางทีพ่อก็รำคาญที่หนูรับอะไรจากแม่เขามาเยอะเกินพอดีนะ”

 “แม่สบายดีเหมือนเดิมแหละค่ะ ถ้าพ่ออยากรู้จริงๆ” อาการรีดริมฝีปากของลูกสาวนั้นถ่ายทอดมาจากพ่อแท้ๆ “ไม่มีอะไรแล้วหนูขอตัวก่อนนะคะ”

หญิงสาวก้าวตรงไปดึงบานประตูเปิดออก ไม่เหลียวหลังกลับมาอีกเลย

. . . . . . . . . . .

 

ห้องพักแห่งนี้มีขนาดเล็กและซอมซ่อ ตรงข้ามกับลักษณะและฐานะของผู้เช่าโดยสิ้นเชิง ตอนที่ญาณิก์ก้าวเข้ามาถึงครั้งแรก เด็กสาวนิ่วหน้า ไม่ใช่เพราะรู้สึกว่าอึดอัดขยะแขยง แต่ไม่เข้าใจว่าเพื่อนคิดอะไรจึงเลือกมาซ่อนตัวอยู่ในที่อย่างนี้

หอพักเก่าโทรมแถบชานเมืองมีความสูงแค่ไม่กี่ชั้น เทียบกันไม่ได้กับคอนโดมิเนียมหรูหราที่พ่อซื้อไว้ให้ภาพวาด ญาณิก์ชอบไปที่นั่น อาศัยสิทธิความเป็นเพื่อนของมัน ห้องพักตกแต่งเรียบหรูน่าอยู่ ติดแอร์คอนดิชั่น แถมไม่ต้องผจญยุงกัดเหมือนบ้านข้างน้ำครำของเธอ หันออกไปนอกหน้าต่างจะมองเห็นขอบฟ้า ครั้นราตรีโรย แสงไฟข้างล่างจะพราวระยับราวกับทะเลดาว ญาณิก์ชอบก้าวออกไปชะโงกหน้าดูที่ระเบียงแคบ ดูรถคันเล็กๆ และมนุษย์ตัวจิ๋วๆ จะมีโอกาสไหนอีกที่คนอย่างเธอจะเป็นฝ่ายก้มมองคนอื่น เห็นว่าคนอื่นตัวเล็กเท่าเศษฝุ่น

แต่ที่นี่ หอพักบนชั้นสองมองออกไปเห็นแต่ราวตากผ้า ที่จอดรถข้างล่างก็แคบจนญาณิก์เกือบไม่กล้าขับรถเข้าจอด รถที่ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจซื้อ

ใช่ ฮอนด้า แจ๊ส เอส เอ็มที ปี 2017 สีดำคริสตัล นั่นไง ต้องเก็บเงินแค่ไหนกว่าจะซื้อได้ เธอไม่อยากให้มันมีรอยแผลเป็นเพราะที่เน่าๆ นี่

แล้วดูสิ ทางเดินระหว่างห้องก็มืดเพื่อประหยัดไฟ เปิดเข้ามา ขนาดห้องยังแคบเท่ารูหนู ญาณิก์นึกไม่ออกว่าเพื่อนที่เคยอยู่แต่ที่สวยสูงสามารถพักที่นี่เข้าไปได้อย่างไร แต่ก็นั่นละ ในความเป็นจริง ภาพวาดอาจไม่ได้พัก

ตั้งแต่วันก่อนที่เข้ามาพบ เพื่อนยังนอนนิ่งๆ อยู่บนเตียงแข็งกลางห้อง ปิดม่าน ดับไฟ ปิดประตูหน้าต่างจนน่าจะหายใจไม่ออก ญาณิก์รู้ว่าไม่มีอะไรลงท้องมันมานาน อย่างมากก็คงแค่น้ำ แต่ไอ้ภาพก็คงไม่แยแส มันทำคล้ายจะค่อยๆ ดึงองคาพยพของตัวเองหดหายเข้าไปในฝัน ทั้งที่เธอเชื่อว่าสำหรับมัน สิ่งนั้นคือฝันร้าย

วันนี้ คนที่ก้าวออกมาเปิดประตูให้ดูดีขึ้นหน่อย ไม่ถึงกับเผือดซีดไร้ความรู้สึกเหมือนเมื่อวาน ถึงกระนั้นใต้ตาก็ยังเป็นวงดำ ผมยาวยุ่งเป็นกระเซิง

“เพิ่งลุกจากเตียงเลยรึไงวะ” ญาณิก์ไม่ทันรู้ตัวว่าเผลอยิ้มด้วยความคลายใจ

อันที่จริงเพื่อนสนิทไม่ถึงกับเป็นคนสวยจัด ทว่าหน้าตาหมวยอินเทรนด์ ผิวขาว ผมยาวดำขลับ ช่วยทำให้ดูน่ามอง มีความละมุนละไมผสมกับความแคล่วคล่องผาดโผนอย่างพอดิบพอดี โดยเฉพาะรูปร่างสูงโปร่งถึงร้อยเจ็ดสิบกว่าเซนติเมตรนั้นยิ่งเพิ่มความโดดเด่น

เจ้าตัวพยักเล็กๆ เสียงพูดยังอู้อี้ “หิ้วไรมาวะ”

ญาณิก์ไม่ตอบ ก้าวตัดเข้ามาให้ห้องพลางเล่า “ได้ดูคลิปที่มิกไปถ่ายงานที่ญี่ปุ่นยัง ใส่สูทนะมึง แต่โคตร น้อง อะ อีพวกแม่ๆ กรี๊ดกันซะปอดระเบิดเลย”

“พวกแม่ๆ...”

“แม่ที่อายุน้อยกว่าลูกก็มีนะ ฮะฮ่า”

ในวงการ ติ่ง ดาราชายวัยละอ่อนที่มีหน้าตาท่าทางน่ารักมักถูกเรียกว่า น้อง หรือหากได้รับความเอ็นดูมากๆ เข้าก็อาจถึงขั้น ลูก คนเป็นแม่จะอายุเท่าไหร่ก็ได้ สำคัญที่ใจรัก และมีความสามารถในการอุปถัมภ์เลี้ยงดูลูกให้โดดเด่นที่สุด มีความสุขที่สุด

เสียงหัวเราะของญาณิก์แห้งไปเมื่อหันมาแล้วพบว่า เพื่อนสาวยังยืนทื่ออยู่อย่างเก่า คนหัวเราะจึงเปลี่ยนเป็นถอนหายใจ เบี่ยงมาจับไหล่ “ไปล้างหน้าล้างตาซะบ้าง อีห่า”

ไม่ว่าจะด้วยความรู้สึกใด ภาพวาดครางรับแค่ลำคอ หลบหายไปในห้องน้ำเล็กๆ ข้างประตูระเบียง เดินไปก็ไม่ยอมปิดประตูห้อง ญาณิก์จึงต้องก้าวมาดึงประตูปิดเอง

หลังจากนำถุงอาหารมาลงบนเคาน์เตอร์ไม้ปลายเตียง ญาณิก์ทุบแขนตัวเองด้วยความเมื่อยขบ ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งขนโฟโต้บุ๊กที่เหล่าแฟนคลับคมิกสั่งซื้อไปส่งทางไปรษณีย์ จำนวนข้าวของนั้นหนักหนาจนต้องขนด้วยกระสอบ จ้างหนุ่มกระทงแถวบ้านช่วยกันหามมา รอคิว กว่าจะถึงกว่าจะเสร็จก็เป็นเวลาเกือบสองชั่วโมง เธอควรจะกลับบ้านไปนอนพัก เพราะพรุ่งนี้ยังมีเรียนเช้า แต่อาจเพราะ--ถ้าเป็นทุกที เธอจะแสร้งไปเยี่ยมภาพวาดที่คอนโดเพื่ออาศัยเตียงนุ่มๆ กับแอร์เย็นๆ หนนี้ อยู่ดีๆ จึงเผลอนึกเพื่อน ทั้งที่ปกติญาณิก์ไม่เคยนึกถึงใครก่อนตัวเอง

แม้จะไม่ชอบหอพักนี้ แต่ญาณิก์รู้สึกว่า ต่อให้กลับบ้าน เธอก็คงหลับไม่สบายตัวอยู่ดี มาดูไอ้ภาพมันหน่อยแล้วกัน เธอบอกตัวเองอย่างนั้น แล้วระหว่างทาง พอเห็นผัดไทของโปรดของมัน ญาณิก์ก็ยังอุตส่าห์ลงจากรถไปซื้อให้ มันซึมๆ คงยังไม่ได้กินอะไรแน่ๆ...

ตอนนี้ กลิ่นก๋วยเตี๋ยวผัดโชยชายทั่วห้อง เด็กสาวแกะห่อเทใส่จานแล้วยังเตรียมช้อนส้อมไว้ให้เพื่อน โชคดีที่ติดคัตเตอร์มาด้วย แม่ค้ามัดหนังยางแกะยากแกะเย็น ถ้าให้เธอแกะด้วยมือ ป่านนี้คงยังไม่ออก

เสียงน้ำดังโครกครากจากในห้องน้ำ ระหว่างรอ ญาณิก์ถอยมาทรุดกายลงตรงปลายเตียง ห้องนี้มีเก้าอี้ตัวเดียว เดี๋ยวให้ไอ้ภาพมันนั่งกินข้าว

พอหย่อนก้น รู้สึกว่านั่งทับอะไรแข็งๆ ญาณิก์หันหา เพิ่งเห็นว่าเพื่อนลืมทิ้งโทรศัพท์ไว้

มันขี้เกียจกระทั่งจะกดปิดหน้าจอ!

บ่นในใจแล้วไม่วายลอบชะเง้อ แอปปลิเคชั่นแชทแสดงอยู่ว่ามีคนตอบมา จากหัวชื่อทำให้พอเดาได้ อะไรทำให้ภาพวาดดีขึ้นไวขนาดนี้

พี่ปลื้ม...

ก็เพราะตามกันไปหวีดคมิกนั่นละ ภาพวาดจึงพบที่หมายรายใหม่ ส่วนไอ้เฮงซวยรายเก่านั่นสลัดมันไปซะได้ก็ดี

ญาณิก์ไม่ได้เลื่อนหน้าจอขึ้น เห็นเฉพาะข้อความช่วงล่าสุดที่สองคนคุยกัน

--มีอะไรที่เราจะรับเทอไม่ได้หรา แชทบนสุดของปลาบปลื้มห้อยลงมาเห็นแค่นี้

เพื่อนคงเงียบ อีกฝ่ายจึงถามกลับมาอีก ว่าไง

ข้อความสุดท้ายเป็นของภาพวาด

เราฆ่าคน

ความเย็นบางชนิดไต่เยือกขึ้นมาตามสันหลัง ญาณิก์ตัวแข็งค้าง โดยเฉพาะเมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกจ้องอยู่

ครั้นเงยขึ้น ปรากฏว่าเจ้าของโทรศัพท์กำลังยืนชะโงกมาจากอีกมุมเตียง ดวงตาเฉยชาเปล่าว่างพุ่งตรงมา “แอบอ่านโทรศัพท์เหรอ”

“กู...”

เจ้าของคำถามไม่รอคำตอบ หมุนตัวก้าวไปยังเคาน์เตอร์ใกล้ๆ กัน คว้าคัตเตอร์ขึ้น

ญาณิก์เสียงสูง “มึงจะทำอะไร ไอ้ภาพ--!

. . . . . . . . .



[1] สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เป็นองค์กรการกุศลที่ดำเนินงานเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาท้องไม่พร้อม และป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี ภายใต้ข้อกำหนดของแพทยสภา

[2] ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม หรือใบประกอบโรคศิลปะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #16 juthamardsan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 10:48

    อย่าว่าแต่คุณพ่อรำคาญที่หนึ่งเยอะเลยค่ะ หนูก็รำคาญนาง

    #16
    1
    • #16-1 ปราปต์(จากตอนที่ 8)
      13 กันยายน 2562 / 16:33
      นางแอบมีเหตุผลซ่อนอยู่ เดี๋ยวเรื่องจะค่อยๆ เฉลยครับ ^^
      #16-1
  2. #14 Ciel En Rose (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 18:19
    ภาพใจเย็นนนนน
    #14
    1
    • #14-1 ปราปต์(จากตอนที่ 8)
      10 กันยายน 2562 / 21:37
      นางจะทำอะไรน้อ
      #14-1
  3. #13 bhaiapple (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 11:45
    กำลังไลน์สั่งซื้อเล่มเลยคะ ไรต์
    #13
    1
    • #13-1 ปราปต์(จากตอนที่ 8)
      10 กันยายน 2562 / 13:28
      ขอบคุณมากครับ ^^
      #13-1