ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 7 : บทที่ 6 มืดดำประดุจถ่าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 646
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    3 ก.ย. 62

-6-

มืดดำประดุจถ่าน

 

หลังจากวันที่ได้รับหนังสือเก่าเล่มนั้น -- ดอนกิโฆเต้ของเซร์บันเตส -- มันก็กลายเป็นของติดกระเป๋าที่นักศึกษาแพทย์สาวตั้งใจว่า ถ้ามีโอกาสได้เจอเจ้าของเดิม เธอจะคืนมันให้เขา

เราไม่ชอบเป็นหนี้ใคร!

เพื่อจะปลดหนี้ เป็นหนึ่งเริ่มไล่เลียงเพื่อค้นหาว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใคร พี่สาวเจ้าของร้านหนังสือไม่ยอมบอกเธอ ครั้นเธอบอกจะรอเขาอยู่ที่นั่น เจ้าตัวก็ส่ายหน้า

ได้ให้หนังสือกับคนที่คู่ควรแล้ว ฟืนมันคงไม่มาหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ที่นี่อีกแล้วละน้อง

เป็นอันว่าเธอต้องถอยกลับมา จากนั้นปะติดปะต่อเองว่า ถ้าชายชื่อฟืนรู้ว่าเธอใช้ล็อกเกอร์ไหน นั่นก็หมายความว่า เจ้าตัวน่าจะเป็นคนไม่ใกล้ไม่ไกลนี้เอง...

เขาเรียนหมอเหมือนกันเหรอ?

เป็นหนึ่งออกตามหาจากเพื่อนใกล้ตัว ครั้นไม่ได้คำตอบก็เริ่มกระจายวงออกไป จนไม่ช้าคนใกล้ตัวก็เริ่มสงสัยเริ่มสนใจและช่วยตามหาเช่นกัน

ไม่ใช่เพราะแกจะคืนหนังสือหรอก คนช่วยเคยเอียงคอหรี่ตาให้ครั้งหนึ่งในคาบเรียน ผู้ชายชื่อฟืนนั่นต้องหล่อมากแน่ๆ ใช่มั้ย!’

บ้า!’ คนตามหาอุบอิบ ค้อนใส่เหมือนนั่นเป็นเรื่องไร้สาระ อย่างไรก็ดี ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาพของผู้ชายคนนั้นลอยขึ้นมาหลังม่านตาเธออีก

ไม่รู้ทำไม ทั้งที่ได้พบกันแค่หนเดียว แถมเป็นช่วงเวลาสั้นๆ เธอกลับยังจำเขาแม่นยำ

ถามว่าหล่อมั้ย ก็ไม่เชิง -- แค่มีเค้าว่าจะหล่อมากกว่า เป็นหนึ่งจำโครงหน้าคมคายนั้นได้ เสียแต่ว่าเจ้าตัวค่อนข้างผอมจนดูแห้งกะหร่อง ผิวเผือดซีดและหน้าเป็นสิว ผมยาวหลุดทรง เฉพาะอย่างยิ่ง ที่ไม่น่าประทับใจที่สุดสำหรับคนพิถีพิถันและใส่ใจภาพลักษณ์อย่างเป็นหนึ่ง ได้แก่เสื้อขาวเก่ามอกับกางเกงหลวมโพรก

น่าเสียดาย ใต้แนวคิ้วสวยและสันจมูกโดดเด่นคือตาคมเป็นประกายแท้ๆ นั่นดูจะเป็นสิ่งที่ความไม่สมบูรณ์แบบภายนอกล้วนไม่อาจกลบเกลื่อนได้

ใช่แล้ว ตาคู่นั้นเหมือนดวงตาเด็กน้อยที่เห็นโลกทั้งใบเป็นสวนสนุกหรือแดนหรรษา เธอสัมผัสความเริงร่ากระตือรือร้นอันบริสุทธิ์แผ่ออกมาราวจะจับต้องได้ ช่างเป็นคนน่าประหลาดซะเหลือเกิน! คิดอย่างนี้แล้วเธอก็อดสงสัยแกมกระดากใจไม่ได้ บางทีรายนั้นก็คงคิดว่าเธอช่างน่าประหลาดเช่นกัน เรียบจืด เคร่งเครียด เหมือนทั้งโลกมีแต่สีขาวดำ และไม่มีวันเห็นอะไรมากไปกว่านั้น!

ความคิดของเธอสะดุดเพราะเสียงเพื่อนอีกรายที่นั่งขนาบอีกข้างกระซิบต่อ เขาไม่หล่อ งั้นก็แสดงว่าต้องฉลาดมากๆ

แกเป็นพวกซาปิโอเซ็กช่วล[1]เหรอหนึ่ง!’

จะเรียน!’ เธอทำเสียงดุ ดึงสายตากลับไปที่ไวท์บอร์ดหน้าห้อง เสียงเอี๊ยดอ๊าดจากปากกาเคมีในมืออาจารย์เป็นเสียงที่ดังที่สุดตอนนี้

เพื่อนรายที่สองไม่ฟัง ชะโงกหน้าถามข้ามตัวเธอไป ว่าแต่เขาฉลาดยังไง

แก คิดดูสิ หนึ่งมันมีผู้ชายเท่ๆ หน้าตาดีๆ มาจีบตั้งเยอะ แต่ไม่เคยสนใจใครเลย แต่หมอนี่ไม่หล่อด้วยซ้ำ แต่มีปัญญาทำให้หนึ่งมันเที่ยวตามหาไปทั่วมหาลัยได้

เออแฮะ

พร้อมกันกับเสียงเพื่อน จู่ๆ เด็กเรียนรู้สึกตัวชา

หนึ่ง แกหลงกลหมอนั่นเปล่าวะ

เป็นอันว่าเธอเรียนไม่รู้เรื่องอีกเลยเกือบตลอดคาบ!

สิ่งที่เป็นหนึ่งเกลียดที่สุดก็คือการถูกมองเป็นคนโง่ ถ้านายฟืนอะไรนั่นตั้งใจอย่างนั้นจริง ก็แสดงว่าเขาเห็นว่าเธอโง่ โง่มากๆ แล้วก็ยังไม่รู้เท่า เดินตามรอยทางที่เขาขุดไว้ง่ายๆ

จริงๆ เราอาจเป็นแค่คนโง่ๆ!

เฮ่ย หนึ่ง เป็นอะไรรึเปล่า!’

คนข้างๆ เสียงดังขึ้นมา ทำเอาทั้งอาจารย์และเพื่อนร่วมห้องหันมาพร้อมเพรียง

เป็นหนึ่งเพิ่งรู้สึกตัว พบว่าในมือกำปากกาแน่น รู้สึกเย็นโหวงไปทั้งร่าง ไม่ใช่เย็นจากเครื่องปรับอากาศ ทว่ามันเยือกๆ อยู่ข้างใน ถึงกระนั้นกลับมีเม็ดเหงื่อผุดพร่าง

อาการของเธอดูจะทำให้คนทั้งห้องโกลาหล แต่ภาพตรงหน้าเริ่มเคลื่อนช้าๆ เสียงทุกเสียงรวมกันเป็นก้อนใหญ่ฟังไม่รู้เรื่อง เสียงเดียวที่จับความได้คือคำของตัวเอง

เราถูกหลอก เราเป็นคนโง่!

. . . . . . . . . .

 

เราต้องรู้ความจริงให้ได้!

ประสาทศัลยแพทย์สาวหมุนพวงมาลัยเลี้ยวรถเข้าไปในซอง ลานจอดรถแห่งนี้คิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง แต่เธอคิดว่าตัวเองไม่น่าจะต้องใช้เวลานานขนาดนั้น

สำรวจตัวเองอีกที ชุดที่แอบเข้าไปเปลี่ยนในห้างสรรพสินค้าระหว่างทางดูไม่เข้าที แต่มันเข้ากับสถานที่ที่กำลังจะไป เป็นหนึ่งจึงต้องพ่นลมระงับความขัดใจ ดังยางรัดผมออกปล่อยสยาย จากนั้นถอดแว่นสายตา ใส่คอนแทคเลนส์สีๆ แทน

ทั้งที่บอกตัวเองว่า ทุกอย่างเรียบร้อย แต่กับคนที่ไม่เคยทำอะไรผิดแบบแผน ประสาทศัลยแพทย์สาวก็อดรู้สึกประหม่าไม่ได้อยู่นั่นเอง

เอาละ ในทางหนึ่ง ปฏิเสธไม่ได้ว่าลึกๆ แล้วเธอก็แอบรู้สึกสนุกตื่นเต้นอยู่เหมือนกัน ชีวิตที่ทุกวันหมุนวนอยู่แต่เรื่องเดิมๆ กับคนเดิมๆ ในสถานที่เดิมๆ แม้แต่เคสการรักษาที่เจอก็เดิมๆ แทบจะทำให้เป็นหนึ่งกลายเป็นหุ่นยนต์อยู่แล้ว เธอเคยคิดว่าชีวิตน่าจะมีสีสันกว่า -- และแน่นอน เหนื่อยกว่า -- ถ้าตัวเองเลือกทำงานอยู่ในโรงพยาบาลรัฐ คงได้เจอเคสแปลกๆ คนแปลกๆ อันจะช่วยทำให้เธอรู้มากขึ้น เก่ง และได้รับการยอมรับมากขึ้น ไม่ใช่ทำได้แค่รอลงเวิร์กช้อปเพื่อแสวงความรู้ใหม่ๆ เป็นครั้งคราวอย่างที่ทำอยู่ทุกวันนี้

หญิงสาวสลัดศีรษะ บอกให้ตัวเลิกฟุ้งซ่านแล้วทบทวนสิ่งที่ตั้งใจ

เมื่อครู่ก่อนออกจากเลิศวิชาญเวช เธอเห็นฟ้าฟื้นเข้างานมาแล้ว แม้นายแพทย์เป็นเอกจะสั่งให้การเข้าเวรนอกเวลางานต่อจากนี้เป็นแบบออนคอลทั้งหมด ซึ่งหมายความว่าตัวหมอไม่จำเป็นต้องมารออยู่ที่โรงพยาบาลก็ได้ แต่ดูเหมือนวันนี้ฟ้าฟื้นจะเข้ามาอาศัยฟิตเนสอันเป็นสิทธิประโยชน์ หญิงสาวได้ยินเจ้าตัวทักนางพยาบาลแล้วเดินหายไป นี่เอง เธอจึงตัดสินใจขับรถมาที่นี่

เลี้ยวซ้าย ถัดจากที่ให้บริการจอดรถคือศูนย์รถจักรยานยนต์ คลินิกวางแผนครอบครัว ร้านกาแฟ และโชว์รูมชุดวิวาห์...

ภาพเหตุการณ์เมื่อสองวันก่อนย้อนกลับมา ราวเป็นภาพสามมิติสวมซ้อนบนบาทวิถีตรงหน้า ฟ้าฟื้นก้าวออกมาจากที่จอดรถ จากนั้นเดินเข้าไปในร้านกาแฟเพื่อพบกับคนที่รออยู่ ตอนนั้น เป็นหนึ่งมุ่นคิ้วฉงาย

เขามาหาชนัตตรา มาทำไม?

การที่ฟ้าฟื้นมาหาหญิงผู้นี้มิใช่เรื่องแปลก สองคนนี้สนิทกัน ทว่า มาหาด้วยเรื่องอะไรต่างหาก

รุ่นพี่ปฏิเสธไม่ไปร่วมงานศพมิลาน แสดงว่าต้องมีเรื่องสำคัญกว่า และเรื่องนั้นน่าจะยึดติดกับสถานที่ เขากับชนัตตราอาจต้องไปทำอะไรแถวนี้ (หรือจำเป็นต้องเป็นร้านกาแฟนี้) มิฉะนั้น อาจเป็นไปได้ว่าเรื่องที่สองคนกำลังจะคุยกันควรเก็บไว้ห่างตาคนเลิศวิชาญเวช!

ถนนแถวนี้จอดนานไม่ได้ และถึงจอดได้ก็ไม่ควร อุตส่าห์แอบตามมาตั้งไกล ไม่อยากให้เขารู้ตัว อย่างไรก็ดี เพราะอยากรู้เหตุผลของรุ่นพี่ เป็นหนึ่งตัดสินใจเคลื่อนรถห่างออกมาด้านหน้าอีกนิด

จังหวะที่รถเริ่มเคลื่อน คนทั้งคู่ก็ลุกยืน

ดูเหมือนว่าฟ้าฟื้นจะไม่ต้องการเครื่องดื่มหรือของว่าง พอชนัตตราวางแก้วของตัวเอง ทั้งสองจึงลุกออกจากร้าน

หวั่นใจ โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายหญิงทำท่าจะหันมามองอะไรสักอย่าง อันอาจทำให้รถของเป็นหนึ่งตกเป็นเป้าสายตา เธอคิดว่าสูตินรีแพทย์สาวไม่น่าจะรู้ว่านี่คือรถของเธอ แต่ฟ้าฟื้นรู้ และพอดีพอร้ายเขาอาจจะหันตามเพื่อนมาก็ได้

กำลังชั่งใจ รู้ว่าหลบไม่ได้ และถ้าฟ้าฟื้นเห็น เจ้าตัวจะต้องเดินตามมาเคาะกระจกรถแน่ เป็นหนึ่งรีบคิดหาข้ออ้างที่มาปรากฏตัวที่นี่

โชคดี แทนที่รุ่นพี่จะหันตามเพื่อน เจ้าตัวกลับชี้ไปทางด้านหน้าแล้วบอกอะไรสักอย่าง ชนัตตราหันตามไปดู ทั้งคู่คุยกันระหว่างเดินเข้าไปในตึกแถวคูหาใกล้ๆ กันนั้น

คลินิกวางแผนครอบครัว เสรีเวชคลินิก

พูดตามตรง ตอนที่เห็น เป็นหนึ่งรู้สึกละม้ายหัวใจพลัดโหวง การที่หญิงชายคู่หนึ่งจูงมือกันเข้าไปในสถานที่แบบนี้น่าจะมีเหตุผลเดียว

อย่างไรก็ดี เพียงเสี้ยววินาที สติก็ฉุดรั้งความคิดกลับมา ประสาทศัลยแพทย์สาวมุ่นคิ้ว

ชั้นต้น หงุดหงิดตัวเอง สองคนนี้จะทำอะไรก็ไม่เห็นเกี่ยวกับเรา ทำไมจู่ๆ จะต้องใจหาย!

อีกประการที่เพิ่มรอยกดบนหัวคิ้วสวย เป็นหนึ่งพบว่ามันน่าแปลก ชนัตตราเป็นสูตินรีแพทย์อยู่แล้ว แล้วต่อให้ต้องการที่ปรึกษาก็ย่อมสามารถคุยกับเพื่อนร่วมแผนกที่เลิศวิชาญเวชได้ หรือในกรณีที่ต้องการปิดลับป้องกันคนรู้จักพูดมาก เจ้าตัวก็น่าจะเลือกเข้าพบแพทย์ที่โรงพยาบาลอื่น ไม่ใช่คลินิกเล็กๆ แบบนี้

คำตอบแสดงขึ้นในอึดใจถัดมา ทั้งชนัตตราและฟ้าฟื้นยกมือไหว้พลางยิ้มตอบรับคนข้างใน แสดงว่าน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี

อันที่จริง ดูจะมากกว่าแค่คำว่ารู้จัก

ก็ไม่แปลกอีก ชนัตตราอาจเป็นเจ้าของคลินิกนี้ และฟ้าฟื้นเพื่อนซี้อาจเข้ามาเยี่ยมบ่อย

แต่ถ้าแค่เยี่ยม แล้ววันนี้รุ่นพี่มาทำอะไร เรื่องอะไรที่สำคัญกว่างานศพของหลานสาวผู้อำนวยการโรงพยาบาล?

ระหว่างที่ยังไม่เห็นคำตอบ ประตูกระจกบานเก่าถูกผลักเปิดอีก ผู้ที่ก้าวออกมาเพียงลำพังคือชนัตตรา ในมือมีถุงใบโตที่เจ้าตัวน่าจะแค่แวะเข้ามาเอา

รอยกดที่หัวคิ้วผู้ลอบมองยิ่งลึกลง

นี่คือคลินิกวางแผนครอบครัว คนที่เข้าไปควรจะเป็นชนัตตรา และคนที่ออกมาควรจะเป็นฟ้าฟื้นมิใช่หรือ แล้วทำไม...

อีกหลายนาทีถัดจากนั้น ยังไม่มีวี่แววว่ารุ่นพี่ของเธอจะก้าวออกมา คำตอบน่าจะเป็นอย่างเดียว...

และเพื่อยืนยันคำตอบนั้น เป็นหนึ่งจึงตัดสินใจดั้นด้นมาที่นี่วันนี้!

ยกมือผลักบานประตูกระจกของเสรีเวชคลินิกเข้าไป ไอเย็นจากอากาศข้างในเป่ารดจนรู้สึกหนาวเยือก

ภายในไม่ต่างจากคลินิกทั่วไปริมถนน พื้นที่สว่างไสว ส่วนหน้าเรียงรายด้วยเก้าอี้คอย ตั้งเผชิญหน้ากับเคาน์เตอร์รีเซปชั่นอันเป็นทั้งเคาน์เตอร์จ่ายยา ด้านข้างมีทางเดินแคบทอดสู่ห้องตรวจด้านหลัง ขณะนี้ที่นั่งด้านหน้ามีเด็กสาวรายหนึ่ง เจ้าตัวเงยขึ้นมาสบตาแล้วรีบหลุบลงราวกำลังซ่อนความผิด

เป็นหนึ่งไม่สนใจ สืบปลายเท้าตรงไปยังนางพยาบาลที่เคาน์เตอร์ เจ้าหล่อนเป็นหญิงวัยราวสี่สิบ ร่างท้วมท่าทางใจดี เห็นเธอเข้าก็ยิ้มให้อบอุ่น

“สวัสดีค่ะ” เป็นหนึ่งทัก คำพูดต่อไปค่อนข้างเอ่ยลำบากเพราะเป็นสิ่งที่เธอไม่เคยทำ “คุณ...” หญิงสาวกระแอมแล้วรีบต่อ “คุณหมอฟ้าฟื้นอยู่มั้ยคะ”

คนหลังเคาน์เตอร์มีสีหน้าสนเท่ห์เล็กน้อย แค่เล็กน้อย แสดงว่านั่นไม่ใช่การปฏิเสธว่าฟ้าฟื้นไม่ได้ทำงานอยู่ที่นี่ เพียงแต่สงสัยเพราะปกติคงไม่มีใครถามเช่นนี้

เป็นไปตามคาด อีกฝ่ายตอบทั้งยังยิ้มน้อยๆ และมีรอยคำถามในดวงตา “วันนี้คุณหมอไม่เข้าค่ะ มีอะไรรึเปล่าคะ”

“เอ่อ...”

คงเพราะเห็นท่าทางลำบากใจของเธอ นางพยาบาลยื่นมือมาแตะข้อแขนแผ่วเบาราวจะปลอบประโลม สายตาที่จดจ้องมาจริงจัง เปี่ยมเมตตา “มีอะไรให้ช่วยคุยกันก่อนก็ได้นะคะ วันนี้มีคุณหมอท่านอื่น”

เป็นหนึ่งกระตุกยิ้มฝืนให้ความเข้าใจผิดนั้น ตัดสินใจ...ไหนๆ ก็มาถึงนี่แล้ว

“คือ...เมื่อคืนวันอังคารที่แล้ว--” วันที่มิลานตาย และธโนทัยแฟนหนุ่มประสบอุบัติเหตุต้องผ่าตัดสมอง ทว่าฟ้าฟื้นกลับไม่อยู่ ครั้นถูกตามตัวก็ไม่รับโทรศัพท์ “--ถ้าไม่ได้คุณหมอฟ้าฟื้น เพื่อนคงแย่ อยากจะมาขอบคุณค่ะ”

“อ้อ” คราวนี้รอยยิ้มกว้างขึ้น “ที่จริงวันนั้นไม่ใช่เวรหมอฟืน แต่เป็นเหตุฉุกเฉิน คุณหมอก็เลยรีบมาช่วยโดยเฉพาะค่ะ โชคดีของน้องเขาจริงๆ ไม่งั้นแย่แน่ๆ ยาตามอินเทอร์เน็ตน่ะ อย่าไปไว้ใจเชียว เป็นแบบนี้มาหลายคนแล้ว”

“แบบ...?

“ก็เสียเลือดมากจนเกือบช๊อกน่ะซีคะ เสียเงินแล้วยังอันตรายอีก มีอะไรมาหาหมอดีกว่า ถ้าไม่สะดวกก็โทรสายด่วนปรึกษาก่อนได้”

คงเพราะเห็นสายตาตั้งคำถามอีก เจ้าตัวจึงขยายความ “1663 น่ะค่ะ”

1663 สายด่วนสำหรับปรึกษาเรื่องเอดส์และท้องไม่พร้อม?

นั่นแทบจะเป็นคำตอบชัดเจน

เมื่อคืนวันอังคาร พี่ฟืนหลบเวรมาที่นี่ เพื่อช่วยทำแท้งให้เด็ก!

งั้นคลินิกนี่ก็คงจะเป็น...

ประสาทศัลยแพทย์สาวกลืนน้ำลายอย่างฝืดคอ พอดีกับที่อีกเสียงดังขึ้นข้างๆ เสียงฝีเท้าจากหน้าประตู

เป็นหนึ่งหันกลับไป ดวงตาเรียวเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนในความคิดกำลังก้าวตรงมา นิ้วชี้ของเขาแตะที่ริมปาก เหมือนกำลังส่งสัญญาณให้นางพยาบาลหลังเคาน์เตอร์รู้ว่า อย่าบอกเธอ ครั้นผิดแผน เป็นหนึ่งหันมาพบเข้าเสียก่อน เจ้าตัวจึงหัวเราะขำ

“ว่าไงหนึ่ง รู้ความจริงแล้วสินะ”

“ความจริง...?” นางพยาบาลหลังเคาน์เตอร์เสียงยานคางด้วยความงงงวย

รุ่นพี่หันมาหาเธอแทน “เราไปคุยกันข้างนอกดีกว่ามั้ย”

. . . . . . . . .

 

ถึงจะเป็นเพียงอาคารพาณิชย์คูหาเดียว แต่ร้านกาแฟข้างเสรีเวชคลินิกก็ตกแต่งไว้เก๋ไก๋ ด้านหน้าเป็นผนังกระจกทั้งหมดช่วยให้ดูโล่งกระจ่าง ด้านในตกแต่งสไตล์ลอฟต์ บนผนังปูนเปลือยมีกรอบรูปสี่เหลี่ยมเล็กใหญ่เรียงราย เน้นจังหวะและที่ว่าง ด้านบนโคมก้านยาวทรงกระบอกส่องแสงนวลลออ สลับกับพัดลมโบราณที่ดูจะมีไว้เพื่อสร้างบรรยากาศเท่านั้น แม้แต่ด้านในสุด โทรทัศน์จอแบนเครื่องเบ้อเริ่มก็วางอยู่ในกรอบโครงเหล็ก

โต๊ะไม้กลมเวลานี้มีคนจับจองอยู่แค่สองที่ เมื่อฟ้าฟื้นก้าวนำเข้ามาด้านในจึงได้ความเป็นส่วนตัว

“ร้านนี้เขามีเมนูเพื่อสุขภาพด้วย ไม่ต้องห่วงนะ”

เป็นหนึ่งหย่อนสะโพกลงบนเก้าอี้ หน้ายังเรียบตึงเพราะรับรู้ว่าถูกล้อ กำลังจะใช้ยางรวบผม แต่อีกฝ่ายก็ร้อง “อื้ม” มือขาวงามจึงมีอันสะดุดกึก

“ปล่อยผมแบบนี้ไม่เหมาะกับหนึ่งเลย”

ฟังอย่างนั้น คนเป็นรุ่นน้องจึงมีอันพ่นลมหายใจ และแล้วลดมือลงทั้งๆ ที่ผมยังสยาย

ฟ้าฟื้นยกมือแตกปากหัวเราะ “นี่ไง ถ้าอยากให้หนึ่งปล่อยผมต่อ ก็ต้องบอกแบบนั้นละ”

หัวคิ้วของประสาทศัลยแพทย์สาวมีอันกดเป็นร่องอีกครั้ง มือชะงักอย่างลังเลว่าจะรวบหรือจะปล่อยผมต่อไปดี ซึ่งมีแต่จะทำให้อีกฝ่ายยิ่งขัน

เห็นแต่ทางแพ้ เธอแสร้งเสมองไปทางอื่นแล้วรวบผมอย่างดื้อๆ จากนั้นถอดคอนแทคเลนส์แล้วสวมแว่นคืนเป็นคนเดิม

“ไม่น่าเชื่อว่าจะมีทักษะแบบนี้กะเขาด้วย” รุ่นพี่พูดอย่างพยายามกลั้นขำ เวลาขำใบหน้าของฟ้าฟื้นมักยับย่น ยิ่งขำก็ยิ่งเหยเก ทำให้คู่สนทนาหรือคนมองเห็นพลอยขำตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวรู้ดีว่าจะใช้วิธีนี้เรียกรอยยิ้มจากเป็นหนึ่งไม่ได้ เธอจ้องรอยตรงหางตาของเขาด้วยความหมั่นไส้มากกว่า ฟ้าฟื้นแทบไม่ได้ดูแลตัวเอง แต่ริ้วรอยของประสบการณ์กลับทำให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์น่าค้นหามากกว่าผู้ชายอายุเท่ากันแต่ยังหน้าเรียบ

เมื่อบริกรสาวก้าวมาข้างโต๊ะ เจ้าตัวบอก “ของผมเหมือนเดิม” จากนั้นเอียงคอให้เธอ

เป็นหนึ่งพลิกรายการเครื่องดื่มแล้วเลือก “น้ำมะเขือเทศปั่นค่ะ ขอไม่หวาน”

“ซื้อหวยทำไมไม่ถูก!” รุ่นพี่กำหมัดเคาะโต๊ะเบาๆ

ประสาทศัลยแพทย์สาวพูดลอยๆ “ได้ซื้อเหรอคะ”

“อุ่ย!

เห็นเขาโดนสวนบ้าง บริกรที่ดูท่าจะสนิทกันก็แอบหัวเราะ เป็นหนึ่งพลอยกระตุกมุมปากได้บ้าง

“รอสักครู่นะคะ” คนพูดเก็บเมนูไปในอ้อมกอด

ฟ้าฟื้นแสร้งหน้ามู่ทู่ใส่ “ไม่ต้องแล้ว จะไปร้านอื่น”

“แหม...”

เป็นหนึ่งรีบบอก “ขอบคุณค่ะ”

รอจนรายนั้นจากไป จึงหันมาสบตาคนตรงหน้าที่จ้องรออยู่อย่างรู้ตัว “พี่เห็นหนึ่งตั้งแต่วันนั้นสินะ?

เย็นวันเสาร์ที่เธอขับรถตามมา ความทรงจำของหญิงสาวหวนย้อนไปตอนนั้น จำได้ว่าระหว่างที่ร่างสูงของรุ่นพี่ก้าวออกมาจากที่เช่าจอดรถ เจ้าตัวไม่หันมาทางนี้ ทว่ามีอึดใจหนึ่งริมฝีปากหยักปรากฏรอยขำขึ้นนิดหนึ่ง ยิ้มเหมือนที่เขาชอบยิ้มใส่เธอ!

นั่นเพราะเขารู้ว่าเราตามมาตั้งแต่ต้น!

“ก็เล่นขับตามมาตลอดทาง แล้วในรถพี่ก็มีกระจกมองหลังเหมือนกันมั้ย”

“แล้ววันนี้พี่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่!

“ก็ตั้งแต่วันเสาร์นั่นละ”

“วันเสาร์?!

“หนึ่งไม่ยอมถามพี่ตรงๆ แต่กลับทำลับๆ ล่อๆ จะมาดูเอง นั่นก็หมายความว่า หนึ่งคงไม่อยากให้พี่รู้ว่าตัวเองกำลังสงสัยอะไรบางอย่าง แล้วทางเดียวที่จะเข้าไปในคลินิกให้รอดพ้นสายตาพี่ได้ชัวร์ๆ ก็คือวันที่พี่ติดเวรที่โรงพยาบาล”

วันนี้พี่ก็เลยแกล้งไปโผล่ที่เลิศวิชาญเวชให้หนึ่งตายใจ!

“ร้ายจริงๆ เนอะ”

เจ้าตัวพูดเหมือนรู้ว่าเธอคิดอะไร

“เปล่า พี่หมายถึงเรานั่นแหละ ร้าย”

หืม?

เจ้าตัวก็ขำอีก “ทำไมชอบทำหน้าแบบนี้ใส่พี่ หนึ่งไม่อยากให้ดูเองดูเอ๋อๆ ไม่ใช่เหรอ”

เกลียดพี่ชะมัด!

เจ้าตัววางมือลงบนโต๊ะ เคาะนิ้วไล่จากนิ้วชี้ถึงนิ้วก้อยอย่างเป็นจังหวะ มันเป็นภาพที่น่ามอง เพราะมือและนิ้วของฟ้าฟื้นสวยเหมือนผู้หญิงทีเดียว

“สรุปว่าสงสัยอะไร ทำไมไม่ถามกันตรงๆ”

“ก็พี่ไม่ยอมบอกหนึ่งตรงๆ”

คน ไม่ยอมบอกตรงๆ มุ่นคิ้วบ้าง ทั้งที่ริมปากยังโค้งอย่างคนอารมณ์ดีตลอดกาล

“แต่ตอนนี้หนึ่งพอจะเข้าใจแล้ว” เธอไม่สนใจคนแสร้งไขสือเพื่อก่อกวน “วันที่โน่ – หนึ่งหมายถึงเมื่อวันอังคารก่อน--”

“วันที่เกิดเรื่อง” ฟ้าฟื้นพยักเข้าใจ

“นั่นละ พี่ไม่ได้รับสายฉุกเฉินจากโรงพยาบาลเพราะมัว--” ถ้อยชะงักเล็กน้อย ราวกับว่าคำต่อไปนั้นน่าสะอิดสะเอียนจนไม่อยากพูดถึง “--ทำแท้งเด็กคนนึงอยู่ที่นี่ แล้วมันก็ไม่ใช่แค่นั้น พี่เป็นหมอประจำอยู่ที่นี่!

“พี่ไม่มีสิทธิ์?

คำสั้น แสดงความไม่เป็นเดือดเป็นร้อน แต่กลับทำให้คนร้อนนิ่งอั้นเสียเอง

ใช่ เขามีสิทธิ์

แต่ทำไมฟ้าฟื้นต้องมายุ่งกับเรื่องพวกนี้ ต่อให้ไม่ใช่คลินิกเถื่อน การทำแท้งก็เป็นเรื่องผิดบาปอยู่ดี!

มีเสียงกรุ๋งกริ๋งดังขึ้นเนื่องจากแก้วกระทบกัน บริกรก้าวกลับมาพร้อมเครื่องดื่มสองแก้ว

“น้ำมะเขือเทศปั่นของคุณผู้หญิง แล้วก็มอคค่ามะเขือเทศของคุณหมอค่ะ”

คุณผู้หญิง เป็นฝ่ายเอียงคอให้เขาบ้าง

“ก็เห็นหนึ่งชอบกินน้ำมะเขือเทศ เลยอยากลองบ้าง แต่เพียวๆ ไม่ไหวๆ ลองมั้ย ที่นี่เขาทำอร่อยนะ” เจ้าตัวเลื่อนถ้วยกาแฟมีควันกรุ่นมาให้

หญิงสาวไม่ตอบ ระหว่างรอพนักงานร้านก้าวจากไป เธอแสร้งเสสายตาไปสนใจภาพในจอโทรทัศน์ด้านในร้าน

ขณะนี้รายการข่าวช่วงเย็นกำลังนำเสนอบทสัมภาษณ์ของแก้วชิงดวง ทายาททีอาร์ดีกรุ๊ป องค์กรหมื่นล้านซึ่งมีชื่อเข้าไปพัวพันกับกรณี หมู่บ้านป่าโหว่ ที่เชียงใหม่ ผู้ชุมนุมประท้วงต่างตั้งข้อสงสัยว่าทีอาร์ดีมีส่วนรู้เห็นเกี่ยวกับเหตุลอบทำร้ายนายตาธาร หนึ่งในผู้นำกลุ่มต่อต้าน ซึ่งบัดนี้นอนโคม่ามาสองเดือนกว่าแล้ว

ทางทีอาร์ดีกรุ๊ปขอยืนยันว่าเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ใดๆ ทั้งสิ้นนะคะ ตอนนี้ภารกิจของเราคือทำงานให้สำเร็จ ส่วนการช่วยเหลือคุณตาธารนี่เป็นเหตุผลด้านมนุษยธรรม ดิฉันได้ติดต่อแพทย์ที่กรุงเทพแล้วพบว่ายังพอมีทางรักษาเขา การเคลื่อนย้ายตัวคุณตาธารลงมาจากเชียงใหม่ก็น่าจะทำได้เร็วๆ นี้--”

บริกรก้าวกลับไปแล้ว เป็นหนึ่งจึงหันกลับมา ส่ายหน้า

“ฟังดูก็ไม่น่าเชื่อเนอะ” ฟ้าฟื้นพยักเพยิดไปที่คนในจอ

“หนึ่งส่ายหน้าให้พี่นั่นละค่ะ อย่าเปลี่ยนเรื่อง!

คู่สนทนาหลุดขำหึ ยกนิ้วโป้ง “สติดีสมเป็นนิวโรศัลย์!

“ทำไม ประสาทศัลยแพทย์ ถึงมาทำงานอยู่ในคลินิกวางแผนครอบครัวได้คะ” เธอจงใจเลียนคำเขา

รุ่นพี่ยังคงลีลา หยิบช้อนชาจุ่มคนกาแฟดังกรุ๋งกริ๋ง สายควันลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ช่วยให้ผ่อนคลาย แต่เพราะรู้สึกแบบนั้น เป็นหนึ่งจึงรีบดึงตัวเองกลับมา

เขาไม่ได้ชอบกาแฟประหลาดนี่หรอก แต่คงรู้ว่ากลิ่นมันเหมือนอโรม่าสยบเราได้—

“คลินิกนี่เป็นของพี่กับนัต แล้วก็หุ้นส่วนอีกคน” เขาตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว “เราเปิดวันจันทร์ถึงศุกร์ สิบโมงถึงสองทุ่ม แล้วก็เสาร์อาทิตย์เก้าโมงถึงห้าโมงเย็น วันที่เกิดเรื่องน่ะ เป็นเวรของนัตเขา เขาอยู่ถึงเกือบๆ สองทุ่ม ไม่มีคนไข้เข้ามาก็เลยขอตัวกลับก่อน แต่ปรากฏว่าตอนที่เจ้าหน้าที่กำลังจะปิดประตู จู่ๆ มีคนเข้ามาเรียก--”

ผู้ที่กระหืดกระหอบเข้ามาคือเด็กสาวรายหนึ่ง เจ้าตัวขอให้เจ้าหน้าที่คลินิกช่วยเพื่อนของตนซึ่งกำลังนอนปวดท้องอยู่ในรถข้างริมฟุตบาทด้านหน้า ครั้นเข้าไปดู ปรากฏว่าที่หน้าขาของเด็กสาวรายนั้นนองไปด้วยของเหลวแดงฉาน ถามไถ่ได้ความว่าเป็นผลจากการใช้ยาเหน็บซึ่งสั่งซื้อทางอินเทอร์เน็ต

“—เจ้าหน้าที่คลินิกรีบโทรหานัต คิดว่านัตน่าจะยังไปไม่ไกล แต่ปรากฏว่ารายนั้นดันลืมโทรศัพท์ไว้ที่นี่ ดูท่าทางฉุกเฉินมากเขาเลยโทรหาพี่แทน ตอนนั้นที่โรงพยาบาลไม่มีเคส แล้วเห็นว่าใช้เวลาเดินทางไม่นาน พี่ก็เลยรับปาก รีบบึ่งมาช่วยเขาก่อน” 

เป็นหนึ่งนิ่วหน้า นึกถึงว่าหลังจากนั้นรุ่นพี่จะต้องทำอะไร คนไข้สาวคงถูกให้ขึ้นขาหยั่ง จากนั้นอุปกรณ์ละม้ายช้อนถูกสอดเข้าทางช่องคลอด ขูดเอาซากทารกที่ติดอยู่ภายในออกมาจนสิ้น ขูดออกมา...ไม่ว่าหนูน้อยรายนั้นจะยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ตาม!

“พี่ฟืนไม่ควรยุ่งกับเรื่องพวกนี้”

“ทำไม” คนถามพิงหลังกับพนัก เอียงคอมองอย่างตั้งใจรอฟัง

“นี่ไม่ใช่กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่พี่ควรจะเสี่ยงเล่น”

รอยยิ้มชนิดหนึ่งจุดสว่างตรงมุมปากคนชอบเสี่ยง เป็นชนิดที่ปราศรอยขำ แต่น่าแปลกที่ความละมุนนั้นกลับก่อกวนความรู้สึกของเป็นหนึ่งได้ไม่แพ้กัน ความรู้สึกอีกอย่าง...

หญิงสาวพยายามลบความรู้สึกนั้น “หนึ่งไม่ได้เป็นห่วงแค่พี่! แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นมา มันส่งผลกระทบกับชื่อเสียงของแผนกเรา แล้วยังโรงพยาบาลของเราด้วย ที่ผ่านมาเลิศวิชาญเวชก็เสียชื่อไปไม่รู้เท่าไหร่” ทั้งจากการบริหารของอานนท์ กับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นในแผนกนิติเวชของหมอคลาริ “พี่ก็รู้ไม่ใช่เหรอว่านั่นมันผิดกฎหมาย”

คนนิ่งฟังส่ายหน้า

เป็นหนึ่งมุ่นคิ้วค้อน เข้าใจว่าเขาเย้าอีก เจ้าตัวคงรู้ทันจึงรีบอธิบายต่อ

“การทำแท้งในประเทศไทยไม่ได้ถือว่าผิดกฎหมายทั้งหมดนี่ มันมีข้อยกเว้นสำคัญอยู่นะ”

“อะไรคะ” คนถามกอดอก กระแทกแผ่นหลังกับพนักบ้าง เสียงถามขุ่นเหมือนหาเรื่องมากกว่าจะอยากรู้ เพราะปกติเธอเองก็ไม่เคยคิดจะอยากรู้

“ก็เช่น ถ้าการตั้งครรภ์มันส่งผลเสียต่อสุขภาพทางกายหรือทางใจของผู้หญิงคนนั้น ถ้าเขาถูกข่มขืน ถูกล่อลวงมา หรือต่อให้เต็มใจแต่เพิ่งอายุไม่ถึงสิบห้าก็ทำได้ แล้วถ้าตัวอ่อนมีความพิการรุนแรงก็ทำได้เหมือนกัน”

“แล้วเคสที่มาทำนี่ส่วนใหญ่เข้าเกณฑ์ไหนคะ” สายตาใต้แว่นบางใสดูด้านชา

“สุขภาพทางใจ”

“มีการตรวจรับรองจากจิตแพทย์?

ผู้ถูกยิงคำถามยักไหล่

“แล้วเคสที่ว่าถูกข่มขืน ถูกล่อลวง ใช้หลักฐานการแจ้งความหรืออะไร”

ไหล่กว้างยักลอยอีกรอบ และจากนั้นก็ยังยกกาแฟขึ้นจิบได้อย่างสบายใจ

ช่างเป็นภาพที่น่าขัดใจเหลือเกิน!

ทั้งที่ยังสนใจกาแฟในถ้วยมากกว่า ฟ้าฟื้นถามเรียบๆ “เวลาที่ผู้หญิงคนนึงจะท้อง เธอต้องมีเซอร์ติฟิเคทอะไรบ้างเหรอ”

“คะ?

“แล้วเวลาที่ผู้หญิงคนนึงจะคลอดล่ะ เธอต้องมีเซอร์ติฟิเคทอะไรอีกรึเปล่า”

“ไม่มี”

“นั่นซี” คนถามวางถ้วยลงบนจานรองกระเบื้องดังกลิ๊ก แววตาเป็นประกายคล้ายคาเฟอีนเล็กน้อยนั่นช่วยกระตุ้นความตื่นรู้ยิ่งใหญ่ “ก็ในเมื่อการจะมีลูกสักคน หรือการจะเลี้ยงมนุษย์สักคนให้โตขึ้นได้ อย่างดีต้องใช้ความอดทนแล้วก็พยายามมากกว่าการทำแท้งซะอีก แล้วทำไมเราถึงเรียกร้องจากผู้หญิงที่จะทำแท้งมากเหลือเกิน ในขณะที่อีกด้านของเหรียญ ผู้หญิงที่กำลังจะแบกความรับผิดชอบไปทั้งชีวิตกลับไม่เคยต้องพิสูจน์อะไรตัวเองเลย ว่าเธอมีความสามารถหรือมีความพร้อมมากพอรึเปล่า?

. . . . . . . . .



[1] Sapiosexual บุคคลที่มีรสนิยมว่าความฉลาดเป็นเครื่องดึงดูดทางเพศ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #15 juthamardsan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 10:16

    ทีมพี่ฟืนค่ะ

    #15
    1
    • #15-1 ปราปต์(จากตอนที่ 7)
      13 กันยายน 2562 / 16:33
      พี่ฟืนปลื้ม ^^
      #15-1
  2. #12 Ciel En Rose (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2562 / 11:44
    เง้อ!!!
    #12
    1
    • #12-1 ปราปต์(จากตอนที่ 7)
      10 กันยายน 2562 / 13:28
      อย่าเพิ่งเง้อ มาต่อแล้วงับ ^^
      #12-1