ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 6 : บทที่ 5 แม่และลูก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 749
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 42 ครั้ง
    27 ส.ค. 62

-5-

แม่และลูก

 

ทั้งๆ ที่วันนี้สวมแค่เสื้อแจ็คเก็ตขาวตัวโคร่งกับกางเกงขายาวสีดำ แถมผมดำขลับเส้นละเอียดก็ไม่ได้แต่งทรงด้วยซ้ำ คมิกก็ยังหล่อ – หล่อมาก – หล่อที่สุดในสายตาของพยาบาลสาว!

ดูรูปร่างโปร่งยังกับพระเอกมังงะนั่นซี ดูเส้นผมที่ปรกลงมาบนหน้าผากเรี่ยเปลือกตา ไหนจะดวงตากลมโตสวยหวานอันมีขนตายาวตามธรรมชาติ จมูกโด่งคม และริมฝีปากบอบบางรูปปีกนก แล้วดูผิวละเอียดขาวจัดราวจะเปล่งแสง จงกลตัวเกร็ง ปากคางก็เกร็งเพื่อเก็บเสียงกรีดร้องเอาไว้ ปล่อยให้มันระเบิดตูมตามติดๆ กันอยู่แค่ในใจอันพองโต

ทั้งที่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ได้พบดาราหนุ่มในดวงใจ และเหตุการณ์นี้ก็น่าตื่นเต้นน้อยกว่าเห็นร่างคนโชกเลือดมีแผลเหวอะวะถูกเข็นเข้ามาในห้องอีอาร์เสียอีก กระนั้นพยาบาลสาวกลับสั่นเทาไปทั้งร่าง กว่าจะบังคับมือให้หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาได้ ก็ปรากฏว่าคนที่ตัวเองตั้งใจจะถ่ายรูปถูกใครบางคนยืนบังไปเสียแล้ว

“โธ่ ผอ.!” พยาบาลสาวห้าวหลุดหน้าผิดหวัง ปากร้องเสียงดัง พอรู้สึกตัวจึงคอย่นหน้าแหย เพราะแขกในงานศพที่นั่งอยู่รอบข้างต่างหันมามอง “ขะ...ขอโทษค่ะ”

ครั้นคนเหล่านั้นหันคืน จงกลยังไม่วายหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด

ปกติเธอเป็น ติ่ง เกาหลี ละครไทยไม่เข้าตาจงกลมาเกือบสิบปีเพราะมีแต่เรื่องซ้ำๆ แถมวิธีการเล่าก็ซ้ำๆ คู่จิ้นเป็นไปในแนวบังคับจิ้น ทั้งที่เนื้อหาฟินไม่ขึ้น เพิ่งจะราวสามปีที่แล้ว ซีรี่ส์วัยรุ่นเรื่องหนึ่งถูกพูดถึงเกรียวกราวในทวิตเตอร์ จงกลสะดุดตานักแสดงหนุ่มรายหนึ่ง เจ้าตัวไม่ได้แสดงเป็นพระเอก ทว่ากลับเป็นตัวละครแวดล้อมที่ถูกพูดถึงยิ่งกว่าคู่เอก นั่นทำให้เธอตัดสินใจลองกดเข้าไปชม

เนื้อหาของซีรีส์ไม่ได้ฉีกล้ำโลดโผน แต่คมิกคือนักแสดงที่มีมนต์ ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมใครได้ดูครั้งแรกก็ต้องตามต่อเพราะหลงรักเขา บทที่เจ้าตัวแสดงคือหนุ่มน้อยที่ถูกรุ่นพี่หล่อเหลาตามติด แต่แล้วก็เลิกราไป ซีรีส์ช่วงท้ายต้องเพิ่มตอนใหม่เพื่อให้เจ้าตัวมีคู่เพราะแฟนๆ เรียกร้อง และผู้ที่ได้บททองคำนั้นไปก็คือนักร้องหน้าใหม่นามว่ามิติ

คู่จิ้นเจ้าของแฮชแท็ก #มิมิก คงโด่งดังอีกยาว หากมิติไม่เสียชีวิตไปเสียก่อนระหว่างถ่ายทำเอ็มวีของตัวเอง แต่นั่นก็ยิ่งทำให้คมิกได้รับความเห็นใจจากแม่ยกอีกโขยงใหญ่

จงกลคือหนึ่งในโขยงนั้น อันที่จริงตั้งแต่เป็นติ่งดารา พยาบาลสาวยังไม่เคยเพ้อและ เปย์ ใครเท่ากับน้องมิก เธอรู้สึกว่าตัวเองเป็นยิ่งกว่าแม่ที่คลอดดาราหนุ่มออกมาจากอุทร สามารถอดนอนและรับเวรยาวขึ้นอีกสามวันเพื่อนำเงินมาโหวตให้ดาราขวัญใจได้รางวัลป๊อปปูล่าร์ หรือแม้แต่สมทบกับแฟนคลับรายอื่นเพื่อส่งของขวัญกล่องมหึมาไปถึงบ้านเขา ของขวัญที่เธออยากได้มาทั้งชีวิตแต่ไม่มีโอกาสได้ด้วยซ้ำ

ด้วยเหตุนี้ จงกลจึงชื่นชมและเห็นคุณมิลานหลานสาวผอ.เป็นแบบอย่าง ใครก็อยากมีชีวิตแบบนี้ รวยและมีอำนาจจนจะผลักจะดัน ลูก อย่างไรก็ได้ การที่คุณมิลานเลือกผลักดันน้องมิกนั่นแสดงให้เห็นว่าเธอมีรสนิยมดี แถมการเลือกผลักดันโดยให้เขาเข้ามาเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์ของเลิศวิชาญเวชนี่ยิ่งถือเป็นสิ่งที่ถูกที่ควรสุดๆ!

จงกลตีสนิทคุณมิลานผ่านหมอหนึ่ง ด้วยท่าทีที่ยอมเป็นไก่รองบ่อน คุณมิลานจึงยอมรับเธอ จงกลไม่เห็นว่าการก้มหัวให้คนที่น่าชื่นชมขนาดจะเป็นปัญหา โดยเฉพาะการสนิทสนมกับคุณมิลานช่วยให้เธอได้เข้าใกล้น้องมิกไปอีกก้าว เห็นในจอหล่อแค่ไหน ตัวจริงยิ่งหล่อกว่า หล่อจนรู้สึกสงสารว่ากล้องรักเขาน้อยเกินไป

คมิกสุภาพอ่อนน้อม ทั้งยังใส่ใจผู้ร่วมงานและแฟนคลับทุกคน ไม่ใช่แค่คนที่มีอำนาจเปย์สูงกว่า หลายๆ ครั้งเธอเห็นกับตาว่าเขาปฏิเสธของขวัญ หรือต่อให้รับก็ต้องยื้อยุดกันอยู่นาน ค่าที่ผู้รับรู้สึกว่าของเหล่านั้นมีราคาสูงเกินไป และ – อันนี้จงกลคิดเองว่า -- มันใช้งานได้น้อยเกินไป

เพราะจงกลสืบประวัติน้องมิกจากอินเทอร์เน็ตมาหมดแล้ว ทั้งข่าวสั้น สกู๊ปยาว หรือแม้แต่บทสัมภาษณ์ที่ยาวมากๆ ทั้งหมดพูดตรงกันว่า น้องมิกเติบโตมาจากครอบครัวระดับกลาง พ่อแม่ของเขาสอนให้ดิ้นรนขวนขวาย ไม่มีอะไรในชีวิตของเขาได้มาง่ายๆ แม้แต่การเป็นดารา กว่าจะได้รับโอกาสก็ต้องไปแคสท์งานอยู่หลายปี นี่ถ้าเป็นคนอื่นคงเลิกล้มความตั้งใจไปแล้ว แต่น้องมิกรักการแสดงจริงๆ แล้วเจ้าตัวก็มีมุมมองที่เป็นบวกจริงๆ ในบทสัมภาษณ์หนหนึ่งเขาบอกว่า —การที่เราได้อะไรมายากๆ มันทำให้เราเห็นค่าและพยายามรักษามันไว้ เพื่อจะได้อยู่กับมันนานที่สุด นี่เอง ทำให้ความสามารถทางการแสดงของน้องมิกก้าวกระโดดในแต่ละบทที่เล่น เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้เป็นแค่นักแสดงซีรี่ส์วาย แต่กำลังเติบโตไปสู่บทบาทที่ซับซ้อนขึ้น ซีรี่ส์สืบสวนสอบสวนเรื่องล่าสุดเขากลายเป็นที่จับตาในหมู่นักแสดงหนุ่มวัยใส และเรื่องถัดไปที่กำลังถ่ายทำ บทพิการทางสมองก็จะทำให้ก้าวไปอีกขึ้น —การมีโอกาสเข้ามาร่วมงานกับเลิศวิชาญเวชทำให้ผมได้พบเห็นผู้ป่วยหลายๆ แบบ รวมถึงคนรอบๆ ตัวผู้ป่วยด้วย ถ้าเป็นไปได้ ผมก็อยากเป็นหนึ่งในทีมงานที่ได้สะท้อนภาพชีวิตของพวกเขาออกมาให้ดีที่สุด จริงที่สุดครับ

ครั้งหนึ่ง เธอครอปภาพบทสัมภาษณ์ช่วงนั้นของน้องมิกส่งไปในไลน์กรุ๊ป แก๊งอสรพิษ แต่แทนที่จะได้รับคำชื่นชม กลับกลายเป็นว่า

 

Boom Valentine อ้วก!

Jongkol กรี๊ด

Jongkol พี่บุ๋มอย่ามาอ้วกใส่น้องมิกนะ!

Kaekiki รู้แล้วย่ะว่ารักมากกก!

Kaekiki แกมัวแต่ตามผู้อยู่อย่างนี้แหละ เลยตามข่าวใครเขาไม่ทันซะที!

Jongkol ก็หนูไม่ได้อยากรู้นี่ เรื่องผัวเขาเมียใครน่ะ

เอาไว้ให้อีเจ๊บุ๋มส่องเหอะ

 

เหตุการณ์ในห้องแชทมักเป็นอย่างนี้ เจ๊บุ๋มเป็นคนเปิด พี่เก๋เป็นคนซัก หากด้วยนิสัยที่ติดมาจากการทำงานเวชระเบียน ทำให้คำถามมักจุกจิกยากจะตอบ คนเปิดจึงมักเบื้อใบ้ ในที่สุดทั้งสองก็ต้องคาดคั้นเอากับยายจ๋อม น้องเล็กคนสุดท้ายในกลุ่มผู้อยู่แผนกศัลยกรรมทั่วไปควบศัลยกรรมกระดูก ยายคนนี้มักมีเหตุให้เข้าไปร่วมชั่วโมงสำคัญเสมอราวกับชาติก่อนเกิดเป็นตำรวจปราบจลาจล รอจนยายจ๋อมเล่าจบ และเจ๊บุ๋มกำลังเริ่มประเด็นใหม่นั่นละ จงกลจึงจะตามเข้ามาเอออ๋อด้วยหัวข้อเก่าให้ทั้งสามค่อนแคะทับถม

 

Boom Valentine เห็นใจไอ้จงมันหน่อยดิพี่เก๋

มันอยู่กลางคืน นอนเช้า กว่าจะตื่น เรื่องก็จบแล้ว

Boom Valentine เออนี่ ว่าแต่ได้ยินเรื่องหมอนัตกับหมอฟืนบ้างมั้ย

 

แล้วอีกสามรายในห้องก็จะเข้าไปจ้องเรื่องใหม่ ไม่สนใจน้องมิกของเธอ

วันนี้ พอเพื่อนในแก๊งได้รู้ว่าจงกลถึงกับขอแลกเวรเพื่อมาร่วมงานศพคุณมิลาน เนื่องจากได้ยินว่าน้องมิกจะมาร่วมด้วย สามสาวก็ถึงกับบ่นไม่รู้แล้ว ว่ากระทั่งเรื่องความเป็นความตายก็ยังไม่วาย

จงกลได้แต่ยักไหล่ให้คนเหล่านั้น แล้วก็เรื่องเหล่านั้นด้วย เธอชื่นชมคุณมิลาน นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะมาไหว้ศพ ยิ่งการมาไหว้มีผลพลอยได้คือได้เจอน้องมิก ก็ยิ่งเป็นเหตุสนับสนุนให้เธอเลือกมาวันนี้

แล้วดูซี น้องมิกอยู่ในองศาที่กำลังเห็นถนัด อานนท์ดันเดินมาบังเสียได้!

“น่าเบื่อผอ.จริงๆ เลยนะหมอ!” เพราะนิสัยตรงๆ ติดจะโผงผาง จงกลจึงไม่เคยคิดระวังปากตัวเอง ครั้งนี้เธอรู้สึกว่าหมอคลาริหรือแพทย์หญิงไอยวริญญ์เชื่อใจได้ แถมยังไม่ใช่คนชอบเปิดปากด้วยซ้ำ คงไม่เอาเรื่องที่เธอพูดไปบอกใคร จงกลคิดแบบนี้ทั้งที่รอบตัวเต็มไปด้วยแขกนับร้อย แล้วตัวเองก็ไม่ได้พูดเสียงค่อยซะด้วย

ไอยวริญญ์กำลังนั่งก้มหน้าคุยแชทกับร.ต.อ.อรรถพล หน้าเรียบหม่นเหมือนมีเงาดำระบายเป็นฝ้ากั้นอยู่ในอากาศ บัดนี้กลับสว่างไสวด้วยประกายของหญิงผู้มีความรัก ครั้นเงยขึ้นมาตามคำเรียกของคนข้างๆ ดวงตากลมโตก็ตั้งคำถามแทนปาก

“ก็ดูเขาซี!” จงกลพยักเพยิดไปทางอานนท์ รายนั้นกำลังยืนคุยต้อนรับคมิก

“ฮื่อ” ไอยวริญญ์พยัก หากทว่ายังถามต่อ “น่าเบื่อยังไง”

พยาบาลสาวไม่ใช่แค่ถอนหายใจ แต่น่าจะเรียกว่าทุ่มลมหายใจแรงๆ ออกมามากกว่า หน้าเรียวหงิกงอ “หมอมัวแต่คุยอยู่กะศพจนไม่รู้ที่คนเขาพูดกันเลยสินะ ผอ.อานนท์น่ะ แก่ขนาดนี้แล้วยังไม่มีลูกมีเมีย มันไม่น่าแปลกใจเหรอ”

“หึ” คู่สนทนาส่ายหน้า “ถ้าแกแปลก หมออีกเกินครึ่งโรงพยาบาลก็แปลกแล้วละ”

จงกลขัดใจ แต่ต้องยอมรับในใจว่า เออ ก็จริง!

เพราะพวกแพทย์ต้องเรียนยาวนานกว่ามนุษย์ปกติ ไหนจะต้องแยกสาย ไหนจะต้องใช้ทุน กว่าจะจบ บางคนก็แก่แล้ว จงกลเคยเห็นแพทย์หญิงบางรายที่รอทุกอย่างเรียบร้อยแล้วค่อยแต่งงาน แต่งไปไม่กี่ปียังน่าสงสัยว่าจะเริ่มไม่มีประจำเดือน

ด้วยเหตุนี้ แพทย์จำนวนมากจึงครองตัวเป็นโสด หลายคนที่ไม่เคยมีเพศตรงข้ามผ่านเข้ามาในชีวิตเลยก็มักถูกจับตาว่าน่าจะสนใจเพศเดียวกัน การที่คนทำงานโรงพยาบาลมีชีวิตส่วนใหญ่ติดอยู่ในโรงพยาบาล – คือติดอยู่กับที่ทำงานมากกว่าคนอาชีพอื่น – ทำให้เรื่องผ่อนคลายความเบื่อกลายเป็นการสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนในโรงพยาบาลเหมือนกัน จากนั้นก็จับกลุ่มเม้าท์อย่างที่จงกลมีกรุ๊ปไลน์แก๊งอสรพิษเอาไว้เป็นฐานทัพนี่ละ

“แต่ว่า--” ให้ถึงอย่างไรเธอก็ไม่ยอมแพ้ “ผอ.อานนท์น่ะแปลกกว่าคนอื่นนะคะ ดูสิ อะไรน่ะ! มีจับไม้จับมือน้องมิกด้วย! เขาก็เดินของเขาเองได้ป้ะ!

พยาบาลสาวส่ายตัวไปมาเหมือนภาพที่เห็นทำให้สะบัดร้อนสะบัดหนาว จากจุดที่นั่ง มองออกไปก็ยังเห็นเหล่าสาวๆ แฟนคลับน้องมิกที่เดินตามมาแต่ต้น หยุดเว้นระยะจากดาราขวัญใจออกไป แต่ละคนมองอานนท์ด้วยสายตาแปลกๆ คงเพราะรู้สึกได้ไม่ต่างจากเธอ

“ดู๊! ขนาดแม่คุณมิลานกับหมอหนึ่งเดินเข้าไปหาแล้วยังไม่ปล่อย โฮ่ย!

ในที่สุดคนข้างๆ ก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วก้มลงไปสนทนากับคู่รักต่อ จงกลยังบูดบึ้ง ยกโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจใหม่ กดถ่ายรูปรัวๆ แล้วส่งให้เพื่อนในกลุ่มไลน์

 

Jongkol ผอ.อานนท์แม่งเอาอีกแล้ววว

 

จากห้องสนทนาที่เงียบเชียบอยู่แต่ต้น พี่เก๋กับเจ๊บุ๋มรีบเข้ามาตอบทันควัน อีกสักพักยายจ๋อมจึงตามเข้ามา

จงกลรัวนิ้วอีกพัก กระทั่งพระสงฆ์เดินเรียงแถวเข้ามาในศาลา เป็นหนึ่งจึงจะแยกจากคุณอัมรีมานั่งที่เก้าอี้ข้างเธอ เห็นสายตาของเธอที่ยังจับจ้องไปทางน้องมิกไม่วางตา ประสาทศัลยแพทย์สาวก็เย้าว่า

“แน่ะ อย่าบอกนะว่าเหตุผลที่มาวันนี้ก็คือ...”

“หมอน่ะ!” พยาบาลกระเง้ากระงอด

หมอหนึ่งผู้รักภาพลักษณ์รีบเตือนให้เธอรักษามารยาทโดยการแตะนิ้วชี้ที่ริมปาก

คนบ่นลดระดับเสียงลงมาหน่อย “ก็ดูสิ ผอ.อานนท์เกาะน้องไม่ปล่อยเลย!

“แหม ก็เขาปลุกปั้นกันมา”

“คุณมิลานต่างหากคะที่ปลุกปั้น ที่น้องมิกมางานวันนี้ก็เพราะคุณมิลานเป็นหลัก น้องเป็นคนรู้คุณคนนะหมอ!

ท่าทีเป็นเดือดเป็นร้อนของจงกลทำให้เป็นหนึ่งขำ แต่ขำได้แค่อึดใจ ประสาทศัลยแพทย์สาวก็ไม่วายคิดถึงเพื่อน ยายมิลค์ก็เอาจริงเอาจังกับเรื่องดาราคนนั้นไม่แพ้กันเลย “เมื่อกี้น้องมิกของพี่ก็บอกอยู่ค่ะ”

“เห็นมั้ยล่ะหมอ!

“ชู่ว์!

ต้องยอมรับว่าดาราหนุ่ม มีดีจริงตามที่เพื่อนและพยาบาลรุ่นพี่เคยโฆษณาไว้ นี่น่าจะเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เป็นหนึ่งได้พูดคุยใกล้ชิดกับเจ้าตัวโดยไม่ผ่านคนอื่น

หนุ่มวัยยังไม่พ้นยี่สิบรายนั้นดูเป็นผู้ใหญ่มากกว่านั้น ขณะเดียวกันก็ไม่ใช่พยายามวางตัวโตเกิน หญิงสาวยอมรับว่าเธอเป็นคนให้ความสำคัญกับเรื่องพรรค์นี้ และสำหรับการพบกันครั้งนี้ คมิกผ่านฉลุย

เด็กนี่ไม่ใช่ดาราที่สักแต่หน้าตาดี แล้วก็มีหัวคิดมากพอจะเก็บความฉลาดของตัวเองไว้ใต้ความนอบน้อม

เจ้าตัวบอกกับเธอและอัมรีอย่างสัมผัสได้ถึงความเศร้าจากใจจริง ผมเสียใจด้วยจริงๆ นะครับคุณป้า นี่รู้ข่าวแล้วผมตกใจมากๆ ไม่นึกว่าพี่มิลค์จะ... พูดแค่นั้น เจ้าตัวก็แลบลิ้นสีชมพูเลียรอบริมฝีปาก ราวจะล้างคำพูดที่ซึมจวนจะหลุดออกมา พี่เขาช่วยผมไว้เยอะมากจริงๆ นี่พอว่างผมก็รีบมาเลย กลัวจะไม่ทัน เพราะเดี๋ยวต้องบินไปถ่ายรายการที่ญี่ปุ่นอีกแล้ว

“เออหมอ” ประโยคใหม่ของจงกลกระซิบเบาลง “แล้วพวกแฟนคลับที่ตามมานั่น เขาก็ขึ้นมาไหว้คุณมิลานกันด้วยเหรอ”

“ใช่ค่ะ ทำไมเหรอ”

“ก็พวกนั้น ถึงเป็นแฟนคลับน้องมิกเหมือนกัน แต่มันไม่ค่อยจะถูกกับคุณมิลานนักหรอก”

เห็นเป็นหนึ่งแสดงสีหน้าไม่เข้าใจ คนตอบจึงเล่าต่อ “คุณมิลานคงไม่เคยเล่าให้หมอฟัง แกไม่สนใจเด็กๆ พวกนั้น แต่ก็เพราะไม่สนใจนี่แหละ มันเลยยิ่งหมั่นไส้ ก็แหม ถึงน้องมิกเขาจะทรีททุกคนเท่าเทียมกัน แต่คุณมิลานเธอไม่ยอม เธอถือว่าตัวเองเปย์หนักกว่า ก็ต้องได้ใกล้ชิดกว่า น้องมิกน่ะวางตัวดีนะคะ อธิบายให้พวกเด็กนี่ฟังตลอดแหละว่ามันเป็นเรื่องงาน เพราะคุณมิลานใช้คอนเน็คชั่นของตัวเองช่วย แต่ก็เหมือนผู้หญิงหวงผู้ชายน่ะหมอ ใครมันจะไปเข้าใจกันง่ายๆ หมอเห็นนั่นมั้ย”

คนพูดพยักเพยิดไปที่เด็กสาวรายหนึ่งซึ่งดูจะเป็นศูนย์กลางของทุกคนในกลุ่มนั้น หน้าตาท่าทางดูไม่โดดเด่น ไม่สวย ไม่ขี้เหร่ ไม่อ้วน แต่ก็ไม่ผอม เรียกว่าถ้าเดินผ่านครั้งหนึ่งก็คงจำกันไม่ได้ หรือถ้าจะให้อธิบายก็เป็นคนจำพวกที่อธิบายรูปร่างหน้าตาได้ยาก เพราะแทบไม่มีลักษณะเฉพาะเลย

“ยายนั่นคือญาณิก์ พวกนั้นเขาเรียกกันณิๆ คุณมิลานน่ะดูถูกมันมาก เพราะมาตามน้องมิกแบบมีจุดประสงค์”

“จุดประสงค์?” เป็นหนึ่งออกปากถาม แม้แต่ไอยวริญญ์ที่นั่งอยู่อีกข้างก็ยังเงยหน้าขึ้นมาสนใจ

พร้อมๆ กันนั้น พระสงฆ์เริ่มสวดมนตร์ พวกเธอจึงยกมือขึ้นประณมพร้อมๆ กับแขกเหรื่อรายอื่น

จงกลยังพูดต่อด้วยเสียงเบาลง “ก็ยายณิมาตามเพื่อจะทำของขายหรือหาเงินกับพวกแฟนคลับรอบนอก ที่จริงมันมีเพื่อนอีกคนด้วยนะ คนนั้นน่ะแสบกว่า ชื่อภาพวาด นี่ก็สร้างภาพสมชื่อเลยละ คุณมิลานเคยเม้าท์ให้พี่ฟังว่าที่จริงยายนั่นเป็นลูกสาวไฮโซบ้านนอก แต่มาเที่ยววิ่งตามดารายังกะสก๊อย ไม่รู้จักอายพ่ออายแม่บ้าง

“ทีนี้ พอคุณมิลานเข้ามาเป็นแฟนคลับน้องมิกเหมือนกัน แล้วช่วยน้องมิกโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนเลย ไอ้พวกแฟนคลับเก่าๆ ที่วางตัวเป็นเจ๊ใหญ่เดิมก็เริ่มรู้สึกเหมือนถูกท้าทายอำนาจสิ ผลประโยชน์ที่เคยตอดได้จากน้องมิกก็พลอยหายไป เฮ่อ ที่มาเนี่ย จะมาขออโหสิกันจริงเร้อ บริสุทธิ์ใจกันจริงๆ รึเปล่า...”

. . . . . . . . . . .

 

กว่าจะได้แท็กซี่ก็ยืนเรียกจนเมื่อยขา วัดอันเป็นที่จัดงานศพของมิลานตั้งอยู่กลางกรุง ในที่แบบนี้แท็กซี่ล้วนรอรับแต่ชาวต่างชาติทั้งนั้น

มันก็เป็นเรื่องเคล็ดลับการหาเงินนั่นแหละ!

อายุแค่สิบแปด แต่ญาณิก์เข้าใจเรื่องพวกนี้ดี เด็กสาวผู้ไร้ความโดดเด่นเกิดมาในครอบครัวระดับโคนหญ้า พอมีกินไปวันๆ ไม่มากพอจะเก็บ และอนาคตเป็นเพียงแสงริบหรี่ซึ่งไม่มีจริงแม้ในจินตนาการ

เมื่อมองย้อนสู่อดีต เธอพบว่าความพินาศส่วนใหญ่อุบัติจากพ่อ เขาทำให้แม่ของเธอเดินไม่ได้แล้วหายลับ ยายต้องมาดูแลลูกตอนแก่อีกครั้ง พี่ๆ น้องๆ ของแม่มีทั้งเอาเงินมาให้และมาไถยาย ส่วนใหญ่เป็นอย่างหลัง นี่คือวงจรอุบาทว์ที่ญาณิก์เกลียดชังจนทะเลาะกับยายใหญ่โต เธอไม่เข้าใจ ทำไมน้ำพักน้ำแรงที่ตัวเองช่วยยายขายกับข้าวจำต้องแบ่งเอาให้คนอื่น หนักเข้า ญาณิก์ก็เลิกช่วยยาย เธอหาลู่ทางของตัวเองได้ ทางที่ได้เงินดี มีความสุขกว่า

ญาณิก์ก็เหมือนวัยรุ่นส่วนใหญ่ที่มีดาราเป็นขวัญใจ อาจต่างนิดหน่อยตรงที่คนอื่น จ่าย แล้วอิ่มใจ แล้วจบ แต่เธอจ่ายเพื่ออิ่มใจ แล้วได้คืนอีกมากโข

ธุรกิจย่อมๆ ของญาณิก์เริ่มขึ้นในงานคอนเสิร์ตครั้งหนึ่งของวงไอดอลจากเกาหลี เธอเป็นติ่ง แต่ไม่มีสตางค์มากพอจะตามไปรอรับถึงสนามบิน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงค่าตั๋วคอนเสิร์ต เท่าที่ทำได้คือสวมหมวกติดไฟพร้อมรูปใบหน้าของ เมน หรือสมาชิกในวงที่เธอชอบที่สุด โดยตัดเย็บมันด้วยมือตัวเอง เพื่อใส่ยืนเชียร์อยู่หน้าทางเข้างานคอนเสิร์ต

ท่ามกลางเสียงเฮฮา นั่นเป็นช่วงเวลาที่เด็กสาวลืมความอดสู ไม่ว่าใครก็มาเพราะว่ารักไอดอลคนเดียวกัน ป้ายใหญ่ป้ายเล็กก็ทำด้วยใจทั้งนั้น

ความสุขสะดุดเมื่อจู่ๆ มีผู้หญิงคนหนึ่งสะกิดถาม ตัวเอง หมวกสวยมาก ซื้อจากไหนเหรอ

ปกติญาณิก์ไม่ค่อยยิ้ม แต่วันนั้นเธอยิ้มภูมิใจ เราทำเอง

ขายมั้ย

เด็กสาวเลิกคิ้วงง

มีขายอีกมั้ย อยากได้ จะใส่เข้าฮอล

ลงท้ายเธอได้เงินมากว่าสามร้อยจากหมวกใบนั้น พร้อมกันกับดวงตาติดประกาย

ยังจะมีคอนเสิร์ตต่อไปอีกรอบในวันพรุ่ง ถ้าเราทำหมวกทัน อย่างน้อยเอามาขายอีกสักสิบใบก็จะได้เงินเท่ากับ...

ใช่ ญาณิก์ได้กำไรหลักหมื่นจากงานครั้งนั้น เด็กสาวเริ่มมองหาความเป็นไปได้ในการขุดทองจากตลาดนี้ ไม่คิดเลยว่าทักษะแม่ค้าที่ยายพร่ำบ่นพร่ำด่ามาตลอดจะถูกนำมาใช้ประโยชน์

ช่วงแรก เธอเกาะกระแสดาราเกาหลีพวกที่ตัวเองคุ้นเคยไปก่อน เริ่มเรียนรู้ว่าควรขายอะไร ที่ไหน และอย่างไร จากนั้นลองขยับขยายไปยังดารากลุ่มอื่นๆ เพื่อกอบกำไรเพิ่มขึ้น

ทวิตเตอร์เป็นเหมือนศูนย์สรรพสินค้า ชื่อบัญชีหนึ่งก็เหมือนหน้าร้านหนึ่ง เมื่อคุณใช้ร้านนึงเจาะตลาดกลุ่มศิลปินเอ คุณไม่สามารถนำร้านเดียวกันมาจับศิลปินบีได้ เพราะจะกลายเป็นพวกไร้ความจงรักภักดี ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจนี้ จงจำไว้ว่าติ่งทั้งหลายซื้อของแพงได้ แต่เกลียดการนำดาราในดวงใจของตนมาค้ากำไรเป็นที่สุด แม้แต่บาทเดียวก็ไม่ยอม!

ข้อดีคือ แจ๊ค ดอร์ซีย์ ใจกว้างกว่า มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ทวิตเตอร์เปิดโอกาสให้คุณมีหลายชื่อบัญชีได้ ไม่เหมือนเฟซบุ๊ก แถมยังไม่ต้องระบุตัวตนแท้จริง ฉะนั้น แต่ละร้าน คุณสามารถสร้างตัวตนและประวัติได้ตามใจปรารถนา เท่าที่ญาณิก์ทดลองมา เธอพบว่าเพื่อความแนบเนียน – หมายถึงดูจงรักภักดีต่อศิลปินอย่างแนบเนียน – แรกเริ่มคุณควรจะเข้าไปรีทวิตหวีดร้อง หรืออาศัยอีเว้นท์ใหญ่ๆ สร้างเครดิตก่อน เป็นต้นว่า ถ้ากำลังมีการโหวตศิลปินรายนั้นโดยนับจากจำนวนแท็ก/ทวิต คุณสามารถสร้างเครดิตได้ด้วยการประกาศว่า จะสุ่มแจกรางวัลให้คนที่โหวต/ปั่นทวิตให้ศิลปินที่ฉันรัก ของที่แจกค่อยๆ ไต่จากเล็กๆ เป็นชิ้นใหญ่ขึ้น พอคนใน ด้อม[1] คุ้นตาว่าคุณคือแฟนตัวยง จากนั้นเริ่มทำของเล็กๆ ราคาเบาๆ มาจำหน่าย เป็นต้นว่าโฟโต้บุ๊กที่ตัวเองถ่ายมาได้แล้วอยากแบ่งปัน เชื่อเถอะว่าติ่งด้อมเดียวกันจะมาอุดหนุนคุณแน่ๆ ทีนี้คุณก็เริ่มขยับทำของชิ้นใหญ่ขึ้น ราคาหนักขึ้น โดยไม่ลืมคีพแคแรกเตอร์แฟนคลับสายเปย์ไปด้วย และอย่าเปิดเผยตัวจริงให้ใครรู้ เพียงเท่านี้ ด้อมนั้นก็จะเป็นตลาดที่คุณหากินได้อีกยาว

ญาณิก์หาเงินด้วยวิธีนี้ หรือจะพูดอีกที เธอ สร้างตัว ด้วยวิธีนี้ เธอใช้เงินซื้อการศึกษา วางแผนสำหรับอนาคตทั้งของตัวเองและครอบครัว ถึงตอนนี้แม่ผู้พิการได้รับมอบหมายให้เป็นแอดมินดูแลสองชื่อบัญชี ถ้าอินกับดาราพวกนี้ มันก็ไม่ยาก แค่ระวังอย่าลืมสลับแอคเคานท์แล้วกัน

ไอ้วิธีใช้แอปนี่น่ะ แม่เข้าใจ การที่แม่ขยับไปไหนลำบาก ฝากชีวิตไว้กับสมาร์ทโฟนเช่นกัน ทำให้แม่แคล่วคล่องกับการใช้ของพรรค์นี้ไปโดยปริยาย

แล้วแม่มีปัญหาอะไร ญาณิก์เดาจากหน้าเซ็งของมารดา

ก็ดาราที่แกให้แม่ตามน่ะ หน้าไม่ชวนอินเลยนะ ยังกะเต้าหู้!’

แหมแม่!’ เธอเสียงสูง ราวกับว่าตัวเองเป็นนายจ้างที่กำลังดุเด็ก เงินน่ะจะเอามั้ย แล้วถ้าหน้าแบบนี้เป็นเต้าหู้ หน้าแบบพ่อล่ะเป็นอะไร ขุดอินเนอร์วิ่งตามผู้ชายมาใช้ประโยชน์เถอะน่า!’

แม่ได้แต่กระปอดกระแปด คงสำเหนียกว่าที่เธอพูดนั้นเป็นเรื่องจริง และความจริงนั้นหล่อเลี้ยงครอบครัวให้สุขสบายขึ้นมา

ใครๆ มันก็ต้องมีเคล็ดลับหาเงินทั้งนั้นละ!

เพราะอย่างนี้ ต่อให้โกรธแท็กซี่พวกนั้น แต่ก็เป็นความโกรธบนความเข้าใจ ความเข้าใจนั้นยังลากยาวไปถึงสิ่งที่ค้างคาใจมาพักใหญ่

หลังๆ การจราจรในกรุงเทพแพงขึ้นทุกที ไม่ต้องนับรถไฟฟ้าที่เหมือนพาหนะชาวสวรรค์ ขนาดรถเมล์เน่าๆ ก็ยังกล้าโขกราคา รวมๆ แล้วค่าเดินทางแต่ละเดือนแทบไม่ต่ำกว่าค่าผ่อนรถ ญาณิก์คิดว่า นี่อาจเป็นมาตรการกระตุ้นยอดขายรถภายใต้ฉากหน้าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดค่าฝุ่น PM 2.5 ก็ได้  

ด้วยเหตุนี้ หลังจากบอกจุดหมายปลายทางให้สารถี เด็กสาวจึงหยิบสมาร์ทโฟนออกจากกระเป๋าถือ เปิดเบราเซอร์ขึ้นดูเก๋งรุ่นที่เคยหมายตา ฮอนด้า แจ๊ส เอส เอ็มที ปี 2017 สีดำคริสตัล ถึงอย่างนั้นก็ยังลังเล บ้านยังเน่าๆ ถ้าเอารถก่อนจะดีมั้ยวะ – แต่ว่ามันก็สำคัญกว่า ถ้านึกถึงเรื่องหาเงิน...

ในที่สุด ญาณิก์ถอนหายใจ นิ้วปัดเรียกหน้าแอปปลิเคชั่นไลน์ หลังจากเห็นว่าไม่มีข้อความใหม่จากเพื่อน จึงพิมพ์ทัก

 

Yaniภาพ วันนี้เงียบเลยนะมึง

 

เงียบ

Yani อย่าเพิ่งตายนะอีสัส กูมีข่าวดีจะบอก

 

อีกฝ่ายจึงตอบกลับมา

 

Paapwaad กูยังอยู่ ข่าวดีไร

Yani มิกถามหามึงด้วย

 

ญาณิก์นึกว่าอีกฝ่ายจะรีบพิมพ์ตอบ หรืออย่างน้อยลนลานส่งสติ๊กเกอร์กลับมา – อันที่จริงน่าจะวีดีโอคอลมาเลยมากกว่า! ฉะนั้น เมื่อปรากฏว่าเจ้าตัวกลับสู่ความเงียบตามเก่า เด็กสาวจึงอดสนเท่ห์มิได้

ภาพวาดเป็นมากกว่าเพื่อน เป็นการลงทุนอีกอย่างในชีวิต! ญาณิก์สอบติดมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ ของประเทศ มีที่แบบนี้ไม่กี่แห่งหรอก ที่ทำให้คนระดับเธอกับคนระดับภาพวาดมาพบกันได้

ครอบครัวของเพื่อนเป็นครอบครัวใหญ่ชาวจีนฮากกาที่ต่างจังหวัด ประกอบธุรกิจนำเข้าส่งออกซึ่งคุณจะนึกภาพความล่มสลายไม่เห็น ต่อให้เป็นเพียงลูกสาวจากอนุภรรยาของพี่ชายใหญ่ในตระกูล ภาพวาดจึงยังได้รับการยกย่อง และมีศฤงคารล้นเหลือ นอกจากสมบัตินอกกาย เจ้าตัวยังมีสมบัติในกายเพียบพร้อม เป็นผู้หญิงชนิดที่ไม่ต้องแต่งอะไรผู้ชายก็ชายตา เป็นนักศึกษาที่ไม่ต้องตั้งใจเรียนอะไรก็สอบได้เอ

ญาณิก์ชื่นชมกึ่งอิจฉาเพื่อนอยู่ลึกๆ ปกติเธอไม่อยู่ใกล้คนแบบนี้เพราะรังแต่จะชี้ให้ตัวเองด้อยลง ใครจะไปคิดว่าจู่ๆ เจ้าหล่อนจะเป็นฝ่ายเดินมาหาเอง ทักเอง เฮ่ย ชอบวงนี้เหมือนกันเหรอณิ

ญาณิก์ชอบศิลปินเกาหลีวงนั้น แต่ในแง่ตลาดใหญ่ที่ทำรายได้ให้เธออักโข เด็กสาวเห็นลู่ทางอีกหลายอย่างจากภาพวาด เธอจึงทำทีสนิทสนมด้วย ยอมเป็นลูกไล่เพื่อจะได้คืนมา ก็เหมือนกับที่เราเป็นติ่งดาราตั้งหลายวงทั้งที่ไม่ได้ชอบ! อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่าภาพวาดมีดีกว่านั้น มิตรภาพค่อยๆ ปลดกำบังจากจิตใจ ญาณิก์ค่อยๆ เห็นเจ้าตัวเป็นเพื่อนได้...ในบางเวลา

เด็กสาวมารู้ภายหลัง ภาพวาดอึดอัดกับการต้องอยู่ในตระกูลใหญ่ แสร้งทำเฉิดฉาย ทั้งที่จริงถูกว่าร้ายเป็นแค่ลูกเมียน้อย เจ้าตัวไม่อยากสร้างภาพในเวลาที่อยู่ห่างบ้าน การสนิทสนมกับญาณิก์ทำให้รายนั้นรู้สึกเป็นตัวของตัวเอง ไม่ต้องคอยอวดรวย อวดสวย หรือแม้แต่พยายามอวดฉลาด

วันหนึ่ง เพื่อนสาวกระดี๊กระด๊าชวนญาณิก์ดูทีวีซีรีส์เรื่องหนึ่ง บอกว่ามีนักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ที่ใครๆ ก็จับตา ใช่แล้ว คมิกนั่นเอง! ญาณิก์ยิ้มเจิดจ้า ตาเป็นประกาย ถึงเขาจะเป็นดาราไทย แต่จากรูปลักษณ์แล้วโดดเด่นไม่แพ้ไอดอลเกาหลี ด้วยสายตาของคนใน วงการ ญาณิก์ประเมินได้ว่าอีกไม่นานเขาจะกลายเป็นพลุ ช่างน่าเสียดาย เขาไม่ใช่สเป็กเธอ!

เพราะเห็นเพื่อนชอบ และเห็นว่าตัวเองจะทำเงินจากคมิกได้ เมื่อภาพวาดชวนไปตามกรี๊ดตามถือป้ายไฟ ญาณิก์จึงไม่ปฏิเสธ

แล้วดาราหนุ่มก็เป็นเหมือนภาพวาด เป็นคนที่ทำให้หัวใจตายด้านของเธออ่อนโยนลง สมัยนั้นคมิกยังมีคนตามไม่มาก เมื่อมีเธอกับภาพวาดเจ้ากี้เจ้าการดูแลบ้านแฟนคลับในโลกโซเชียลให้ เธอจึงมีโอกาสได้ปฏิสัมพันธ์กับเขาบ่อย เด็กสาวรู้ คมิกเองก็ถีบตัวเองมามากไม่ต่างจากเธอ และเขาก็ฉลาดพอจะมองเธอปรุโปร่งว่าเข้ามาเพราะอะไร ถึงกระนั้น ตลอดระยะยาวนาน เจ้าตัวไม่เคยแสดงแง่มุมแหลมคมให้เห็น ยังคงอ่อนน้อมและมีมิตรจิตมิตรใจ จะว่าเพราะพวกเธอสร้างประโยชน์ให้เขา...ก็ใช่ แต่ไม่ทั้งหมด คมิกใส่ใจแฟนคลับทุกคนด้วยใจจริง ทุ่มเททำงานทุกชิ้นอย่างตั้งใจ แม้แต่เธอที่ไม่ได้รักใคร่ชอบพอเขาเป็นพิเศษก็ยังต้องยอมรับ สถานะทุกวันนี้คือสิ่งที่เขาคู่ควร!

ขนาดญาณิก์ยังรู้สึกดีด้วย จึงไม่ต้องพูดถึงว่าภาพวาดปลื้มดาราหนุ่มขนาดไหน ถ้าเป็นทุกที ได้ยินว่าคมิกพูดถึง เจ้าตัวคงลิงโลด เขย่าให้เธอรีบเล่าต่อไม่รู้แล้วว่าคมิกถามถึงว่าอย่างไร

สัมผัสถึงความผิดปกติ ญาณิก์ตัดสินใจต่อสายไปหาเพื่อน

ปฏิเสธไม่ได้ว่าเธอโล่งใจเมื่อปลายทางรับสาย

“เฮ่ย เป็นอะไรวะ”

“กู...รู้สึกผิด”

“รู้สึกผิดที่มิกถามถึงมึงเนี่ยนะ” ญาณิก์พยายามกลั้วขำ

แต่อีกฝ่ายขำไม่ออก

ในที่สุด ญาณิก์ถอนหายใจ “ภาพ มึงเป็นห่าอะไรกันแน่ นี่มึงบอกอยากอยู่คนเดียว กูก็นึกว่ามึงจะโอเคแล้ว ถ้ารู้อย่างนี้กูไม่ปล่อยมึงไว้อย่างนั้นหรอกนะเว่ย”

“...”

“วันนี้มิกมันถามถึงมึง บอกว่ามึงหายหน้าไปตั้งหลายวัน สบายดีรึเปล่า ถ้าเป็นกู ป่านนี้กรี๊ดลั่นบ้านแล้วนะ”

“...”

“มึงอยู่คอนโดใช่มั้ย เดี๋ยวกูไปหา”

“ปละ...เปล่า”

“อ้าว แล้วมึงอยู่ไหน” เพราะอารมณ์เข้มข้น เสียงจึงเริ่มดังขึ้น เงาสะท้อนบนกระจกมองหลังแสดงให้เห็นว่าสารถีกำลังเหลือบมาด้วยความสนใจ เด็กสาวจึงหันหลบ รำคาญฉิบหาย คงถึงเวลาต้องซื้อรถเองจริงๆ!

เด็กสาวพูดเสียงเบาลง “อยู่ไหน บอกมา เดี๋ยวกูไปหา”

“กูไม่อยาก--”

“ภาพ!” เสียงห้วนขึ้นอีก ด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มจะทนไม่ไหว “มึงทำอะไรผิด ไหน มึงคิดดีๆ แล้วบอกกูมาซิว่ามึงทำอะไรผิด!

. . . . . . . . . . .

 

โลกทั้งใบคล้ายถูกย้อมด้วยสีเหลือง เป็นสีเหลืองซึ่งมีเฉดมืดและสว่าง หากแต่ความมืดนั้นกินบริเวณมากกว่า ราวกับว่ามีใครพลั้งมือทำหมึกดำหกราดผ้าใบเก่ามอ

บ้านกว้างใหญ่ในสายตาของเด็กหญิงวัยสิบสามถูกพรางอยู่ด้วยแดดสุดท้ายปลายเดือนกุมภา มันมีเค้ารางของหายนะ ถึงกระนั้นเด็กหญิงก็ยังเยาว์เกินกว่าจะสำเหนียก

บ้านไม่ถึงกับเงียบ แต่มีความวังเวงกรายปีกว่อนอยู่ในอากาศ ฆานประสาทของเด็กหญิงสัมผัสกลิ่นละม้ายละมุด มันฉุนจัดจนคนได้กลิ่นน่าจะเบ้หน้า ทว่าเธอกลับไม่ อาจเพราะมันเป็นกลิ่นคุ้นชินประจำบ้านมาตั้งแต่เธอจำความได้

ร่างของพ่อทอดอยู่บนตั่ง ข้างๆ คือขวดเหล้าเรียงรายคล้ายพิพิธภัณฑ์จัดแสดง เด็กหญิงไม่สนใจ วางกระเป๋านักเรียนลงบนโต๊ะไม้ กระเป๋าบอบบางมีหนังสือและสมุดอยู่ไม่กี่เล่ม เพราะเกือบทุกเล่มถูกเพื่อนยืมไปลอกการบ้าน

ทุกวัน เด็กหญิงจัดการการบ้านเสร็จตั้งแต่อยู่ที่โรงเรียน ไม่รู้จะเรียกว่าเธอเป็นเด็กมีวินัยได้รึเปล่า มันเริ่มจากความสนุกมากกว่า เธอรู้สึกว่าการแก้โจทย์ต่างๆ เป็นเรื่องสนุก มันยิ่งสนุกเมื่อเวลาอันจำกัดกลายเป็นโจทย์เพิ่มอีกข้อ เธอรู้สึกถึงชัยชนะที่สามารถแอบทำการบ้านจนเสร็จก่อนกลับบ้านทุกวัน ความท้าทายนี้ติดพันจนกลายเป็นกิจวัตร เป็นนิสัย ใครๆ ก็ชมว่าเธอเป็นเด็กขยัน เป็นเด็กเรียนดี แทบไม่มีเทอมไหนตกไปจากเกรดสี่

เมื่อกลับถึงบ้าน เด็กหญิงจึงมักสาละวนหาอย่างอื่นมาทำฆ่าเวลาระหว่างรอแม่กลับจากทำงาน ในกิจกรรมเหล่านั้น เธอชอบทำอาหารมากที่สุด โดยเฉพาะเมื่อแม่มักชมว่าเธอฝีมือดี

วันนี้ในตู้เย็นมีไข่ไก่ หมูสับ กับผักอีกจำนวนหนึ่ง แล้วก็มีข้าวสวยที่หุงไว้ตั้งแต่เมื่อเช้า ดมดูยังกลิ่นดี ในที่สุดเธอตัดสินใจนำวัตถุดิบทั้งหลายมาทำข้าวผัดซอสมะเขือเทศหมูสับ

เริ่มจากตั้งกระทะ รินน้ำมันลงเล็กน้อย ระหว่างรอให้ร้อนก็ผละมาหั่นมะเขือเทศกับคะน้า

ไม่ช้าเมื่อกระทะส่งเสียงฉี่ฉ่า เธอก็ใส่หมูสับลงผัด ตามด้วยไข่ไก่ แล้วจึงใส่ผักที่เตรียมไว้ ผัดพอสุก เอาข้าวลงคลุก ปรุงด้วยเครื่องปรุงต่างๆ น้ำตาล ซีอิ๊วขาว ตามด้วยซอสมะเขือเทศ

ซอสก้นขวดเป็นปัญหาเสมอ เธอเขย่าพลางคิดว่ารู้งี้น่าจะเตรียมเทใส่ถ้วยไว้แต่แรก ไม่ทันคิดจบ แรงเขย่าสุดท้ายก็ทำของเหลวแดงข้นทะลักสะบัดสาดเธอครึ่งตัว จากอกถึงหัว เด็กหญิงร้องว้าย รีบวิ่งเข้าห้องน้ำ

เธอล้างหัวล้างตัวพักใหญ่ เสื้อขาวทำความสะอาดยากเหลือเกิน พอล้างเสร็จก็นึกได้ ไม่รู้ว่าข้าวจะเป็นอย่างไรบ้าง รีบออกจากห้องน้ำ

ควันโขมงทำเอาตกใจ ครั้นวิ่งไปถึงครัวก็พบว่าพ่อยืนงงอยู่ตรงนั้น ควันและกลิ่นคลุ้งกระจายคงปลุกพ่อขึ้นมา เธอรีบวิ่งไปคว้ากระทะขึ้นจากเตา ลองเอาตะหลิวคลุก เกรียมแค่ก้นๆ

เพราะมัวแต่สนใจข้าว จึงไม่รู้เลยว่าตัวเองก็กำลังตกเป็นเป้าความสนใจเช่นกัน

นมใหญ่ชิบหาย

เสียงอ้อแอ้ของพ่อเรียกเธอหันไป พบว่าพ่อกำลังมองลงมาที่อกเสื้อเปียกแฉะแนบเนื้อ

พ่อไปนั่งรอก่อน เดี๋ยวตักข้าวไปให้

ใครจะกินข้าววะ กูจะกินอย่างอื่น...

ร่างน้อยถูกฉุดกระชากจนตะหลิวปลิวจากมือ มีเสียงกรีดร้อง และแล้วสีแดงที่เพิ่งถูกล้างไปก็กลับหวนมา ทว่าแดงเข้มกว่า โชกฉาน คาวคลุ้ง และก่อรูปเป็นมนุษย์ตัวเล็กๆ!

“ไม่!

เสียงร้องดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงสะดุ้งผวา ทันใดนั้นภาพตรงหน้าไม่ใช่บ้านอันถูกย้อมด้วยโทนเหลือง ทว่ากลายเป็นห้องนอนกว้างอันมีเพียงเส้นแสงพาดเข้ามาตามช่องหว่างผ้าม่าน อากาศเย็นฉ่ำด้วยเครื่องปรับอากาศ แต่ชนัตตรารู้สึกว่าทั้งตัวเปียกชื้น

“เป็นอะไรหืม?

คงเพราะแรงสะเทือนจากเธอ บุรุษคนข้างๆ จึงพลอยเปิดตาตื่น ความเคยชินจากหน้าที่การงานทำให้เขาตื่นง่าย

“ฝันร้ายน่ะ” รู้ว่าเขาจะกังวลใจ สูตินรีแพทย์สาวรีบอธิบายต่อ “คงฟังเรื่องคนไข้จนเครียดติดมา”

ผู้ได้รับคำตอบไม่พูดต่อ เจ้าตัวทำเหมือนทุกครั้ง ค่อยๆ พลิกร่างแล้วไต่มือเรียวสวยเหมือนผู้หญิงแตะต้นแขนเธอไว้ จากนั้นจับเธอกอดกระชับในวงแขนแข็งแรง วงแขนที่อบอุ่นที่สุด จนบางครั้งเธออดกลัวไม่ได้ เพียงแค่จินตนาการว่าสักวันหากต้องสูญเสียมันไป

เจ้าของวงแขนกระซิบอู้อี้ “มันเป็นเรื่องของคนอื่นแล้วนะ ของคนอื่น...”

. . . . . . . . .



[1] มาจากคำว่า fandom คือกลุ่มคนที่ชอบในสิ่งเดียวกัน ในที่นี้คือศิลปินคนเดียวกัน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 42 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #11 Ciel En Rose (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2562 / 21:57
    เงื่อนงำเยอะมากเลยค่ะ
    #11
    1
    • #11-1 ปราปต์(จากตอนที่ 6)
      28 สิงหาคม 2562 / 10:59
      เดี๋ยวเรื่องจะค่อยๆ เฉลยครับ ^^
      #11-1