ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 2 : บทที่ 1 ความผิด -​ พลาด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,944
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 63 ครั้ง
    23 ส.ค. 62

-1-

ความผิด -​พลาด

 

แม้บานกระจกใสด้านหน้าจะอนุญาตให้แสงสายสาดเข้ามาจนภายในร้านกาแฟเรืองสว่าง ทว่าเหนือเพดานอันจัดต้นไม้ปลอมไว้เพื่อให้บรรยากาศสวน โคมไฟรูปกาน้ำที่ห้อยระย้าลงมาก็ยังเปิดไฟนวลไว้ทั่วบริเวณ ผนังไม้โอ๊กกอปรกับการจัดแต่งร้าน เพลงสไตล์บอสซาโนว่าเบาแผ่ว และกลิ่นกรุ่นของเบเกอรี่โฮมเม้ดช่วยให้บรรยากาศดูผ่อนคลาย ถึงกระนั้นหญิงสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเด่นชัยกลับดูกระวนกระวายเคร่งเครียด

นายแพทย์หนุ่มใหญ่วัยเจ็ดสิบสะบัดปลายเท้าข้างที่ไขว่ห้างอยู่ ผิวรองเท้าหนังสีดำขัดมันซึ่งมีลายฉลุแบบโบรกชูส์ล้อแสงไปตามจังหวะเพลง ตาดำที่ช่วงขอบเริ่มกลายเป็นสีฟ้าตามวัย จดจ้องคู่สนทนาเพียงคนเดียวตรงหน้าพร้อมรอยยิ้มมุมปาก ไม่ใช่ชื่นชม ทว่าเป็นการมองและยิ้มอย่างรับรู้ถึงชัยชนะในอีกไม่กี่นาทีที่กำลังจะมาถึง

ชายผู้ที่กำลังจะเข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการคนใหม่แห่งโรงพยาบาลเลิศวิชาญเวชยกหูถ้วยกาแฟขึ้นละเลียดอีกครั้งอย่างรื่นรมย์ ผ่านมาหลายเดือนตั้งแต่ได้รับโจทย์มหาหิน ต้องทำให้ผลประกอบการของโรงพยาบาลกลายเป็นสีเขียวให้ได้ -- ไม่ใช่เขียวธรรมดา ทว่าเขียวสว่างไสว! -- ความยากลำบากค่อยๆ ถูกคลายไปทีละเปลาะ จากจุดเล็กๆ ที่หนึ่ง สู่จุดเล็กๆ ที่สอง สู่จุดเล็กๆ ที่สาม เมื่อสาเหตุที่ได้รับการวิเคราะห์ว่าเป็นรากฐานของปัญหาได้รับการแก้ไข จุดเล็กๆ ไม่กี่จุดก็ทำให้ปัญหาใหญ่อีกหลายปัญหาปลาสนาการ หรือไม่ก็อาการทุเลาลง ยังมีเวลาเหลืออีกหลายเดือนกว่ากำหนดการของเขาจะสิ้นสุด แต่ก็เช่นเดียวกัน ยังเหลืออีกหลายปัญหาที่ดูจะไม่มีทางจบสิ้น แต่ดวงตาของเด่นชัยก็ยังเปล่งประกายสบใจเสมอ มันแทบจะเป็นเอกลักษณ์ของคนมองโลกในแง่ดีที่เห็นแต่ทางได้ ไม่เคยเห็นทางเสีย

เหมือนๆ กันกับหนนี้

ในมือขาวของหญิงสาวตรงข้ามโต๊ะ คือแฟ้มเอกสารแสดงข้อมูลในรูปกราฟและแผนภาพที่ซ้อนกันอยู่หลายมิติ เพื่อแสดงให้เห็นปัญหาหลายอย่างอันโยงใย สายตาของเธอประกาศความเข้าใจในเรื่องราวเหล่านั้น และสิ่งที่จะตามมาหากเรื่องราวเหล่านั้นยังดำเนินต่อไป

“ผมเห็นว่ามีแค่คุณ ที่จะช่วยได้” ในที่สุด เขาสรุป

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาสบตา ในสายตายังตั้งคำถาม

“นับว่านิวโรศัลย์ยังไม่ถึงกับวิกฤตเหมือนอีกหลายๆ แผนก คุณเป็นเอกเป็นคนมีฝีมือ” เขาหมายถึงแผนกประสาทศัลยแพทย์ หรือ Neurosurgery ซึ่งอยู่ภายใต้การอำนวยการของนายแพทย์ เป็นเอก ภักดีสุรกิจ เป็นที่รู้กันดีว่านอกจากฝีมือการผ่าตัดอันเฉียบคมไม่ผิดปลายมีดของเจ้าตัว เป็นเอกยังเป็นคนมีวิสัยทัศน์และอุดมการณ์แก่กล้าน่ายกย่อง

“แต่นั่นละ” เขาเพยิดปลายคางแทนการชี้ “ปัญหาที่เด่นชัดที่สุดตอนนี้คือตัวเลขโอทีของหมอบางรายในแผนกที่สูงจนน่าตกใจ มันเด่นจนไม่มีทางที่คุณเป็นเอกจะไม่เห็น ผมคิดว่าคงจะดีกับเราทุกคนถ้าสามารถแก้ไขมันได้”

อย่างเชื่องช้า สายตาของเธอค่อยๆ ลดลงไปยังข้อมูลต่างๆ บนหน้ากระดาษอีกครั้ง ในดวงตาหาได้สะท้อนภาพเหล่านั้น สิ่งที่เขาโน้มน้าวใจต่อเนื่องมาโดยตลอดต่างหาก

หัวคิ้วของหญิงสาวยังมีร่องกดเล็กน้อย ริมฝีปากขยับบอก “เข้าใจค่ะ”

การจดจ้องของเขาคงทำให้เธอรู้สึกตัว สายตาบนแผ่นกระดาษจึงขยับเลื่อนขึ้นมาสบฝ่ายตรงข้ามอีกครั้ง

“ตกลง จะช่วยคุณหมอค่ะ”

“ขอบคุณมาก” เขายิ้มกว้างขึ้น ไม่ถึงกับแสดงความดีใจออกนอกหน้า ก็อย่างที่บอก เด่นชัยรู้อยู่แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร “โรงพยาบาลจะได้ประโยชน์มากๆ จากการตัดสินใจของคุณในครั้งนี้”

ใช่ มันจะเป็นการตัดสินใจที่ทำให้มีผู้ต้องเสียผลประโยชน์เช่นกัน!

. . . . . . . . .

 

สมาร์ทโฟนจอใหญ่กำลังเปิดแอปปลิเคชั่นทวิตเตอร์แสดงภาพข่าวดาราหนุ่มสุดหล่อ มันถูกวางลงตรงเก้าอี้ตัวข้างๆ เจ้าของสมาร์ทโฟนที่อยู่ในชุดขาวประสานมือทั้งสองข้าง เหยียดแขนจนได้ยินเสียงข้อลั่น จากนั้นหมุนศีรษะเพื่อขับไล่ความเหนื่อยล้าที่เผชิญมาตลอดทั้งคืน

จงกลเพิ่งออกเวร ปกติเวลาเช่นนี้เธอกลับถึงห้องพักแล้ว พยาบาลอีอาร์หรือพยาบาลห้องฉุกเฉินเข้าเวรกลางคืนตั้งแต่หนึ่งทุ่มถึงเจ็ดโมงเช้า แม้จะดูมีชั่วโมงทำงานยาวนาน ทว่าที่จริงไม่ถึงกับเหนื่อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ป่วยในห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลเอกชนมักเป็นประเภทเข้ามาขอใบรับรองแพทย์เพื่ออู้งานวันพรุ่ง หรือเรื่องขี้หมูราขี้หมาแห้งอย่างคันง่ามเท้าตอนตีสาม นอนไม่หลับจึงมาขอยาตอนตีสี่ ฯลฯ ซึ่งดูห่างไกลจากคำว่าฉุกเฉิน และยิ่งห่างไกลจากภาพห้องฉุกเฉินที่แสดงอยู่ตามละครทีวี บางคืนจงกลมีเวลาดูซีรีส์ได้เป็นเรื่องๆ แต่ละเรื่องล้วนมีดาราหนุ่มขวัญใจแสดงนำ สร้างความกระชุ่มกระชวยให้คืนอันยาวนาน

แต่คืนที่ผ่านนั้นตรงกันข้าม

มันคือคืนฉุกเฉินอย่างแท้จริง แล้วบัดนี้ เรื่องฉุกเฉินที่ว่าก็กำลังลุกลามเหมือนเปลวไฟไล่กินเนื้อไม้ พยาบาลสาวรู้สึกกดดัน จะว่าไป ความอ่อนเพลียจากชั่วโมงทำงานอันหนักหน่วง ยังไม่เท่าอารามกังวลจากสิ่งที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้เลย

จงกลพ่นลมออกจมูกแรงๆ อีกครั้งอย่างจะระงับความตื่นใจ ทั้งที่พยาบาลในห้องฉุกเฉินอย่างเธอถูกเพื่อนๆ ใน แก๊งอสรพิษ กล่าวขวัญถึงความใจหิน ยากจะหวั่นไหว

ลดแขนลงมาเกาะขอบเบาะเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง มันตั้งอยู่ในห้องประชุมขนาดกลาง บัดนี้ทั้งห้องเปล่าว่าง ใบหน้าของเธอผู้นั่งอยู่ลำพังเบนไปยังประตูทางเข้ารอบเป็นที่ร้อย กระวนกระวายคอยผู้นัดหมาย...

จังหวะนั้นเองโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างกายสั่นขึ้น มือเรียวทว่าแข็งแรงตะปบข้างกางเกงว่องไวคล้ายเป็นสัญชาตญาณมากกว่า เพราะที่จริง ไม่ต้องเปิดดูก็พอรู้ว่าใครติดต่อมา

แก๊งอสรพิษ

ชื่อแก๊งร้ายกาจ ค่าที่ทุกคนในแก๊งล้วนแซ่บสาด สมาชิกทั้งสี่ทำงานอยู่ในโรงพยาบาลเดียวกัน ทว่าต่างแผนก ถึงกระนั้นก็ยังกลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้ โทรศัพท์แทบจะสั่นทั้งวันเพราะแชทของคนในกลุ่ม จงกลมักตามไม่ค่อยทันเพราะบางคราวทำงานกลางคืน นอนกลางวัน ตรงข้ามกับคนอื่นๆ

รู้ว่าคงมีแต่เรื่องไร้สาระ แต่เนื่องจากรู้สึกว่าวันนี้ตัวเองจะได้รู้เรื่องพร้อมกับใครๆ บ้างแล้ว จงกลจึงรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูทั้งที่กำลังปิดปากหาวด้วยมืออีกข้าง

ดวงตาพลันกระจ่างเมื่ออ่านข้อความล่าสุดจบ

 

Jom Angelเฮ่ย! มีคนตาย!’

 

แม้ในโรงพยาบาลจะมีข่าวประเภทนี้ทุกบ่อย แต่การที่มันโผล่ขึ้นในไลน์กลุ่ม แสดงว่าคงเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ตอนนี้เพิ่งมีคนเห็นข้อความดังกล่าวแค่เธอคนเดียว ให้ตื่นเต้นอย่างไร จงกลจึงกระหยิ่มใจ รีบขยับปลายนิ้วพิมพ์ ใค—

ไม่ทันเต็มคำ ไม่ทันกดส่ง เสียงเปิดประตูห้องประชุมกลับดังขัด

เมื่อพบว่าผู้ก้าวเข้ามาใหม่คือผู้นัดหมาย พยาบาลสาวอีอาร์รีบเก็บโทรศัพท์แล้วยืนต้อนรับ

“นั่งเถอะ” ผู้อำนวยการแผนกประสาทศัลยแพทย์วัยห้าสิบเก้า ก้าวเข้ามากระฉับกระเฉงทั้งที่น่าจะเหนื่อยไม่แพ้เธอ

นั่นแทบจะเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของนายแพทย์ เป็นเอก ภักดีสุรกิจ คุณจะพบว่าชายร่างเล็กผิวคล้ำผู้นี้ตาแดงก่ำเพราะนอนน้อย ทว่าดวงตาจะยังเปล่งประกายร่าเริง เจ้าตัวไม่ใช่คนหล่อเหลา ทว่ามีเสน่ห์ร้ายกาจ นายแพทย์เป็นเอกตบบ่าเล่นหัวได้กับทุกคน แต่ขณะเดียวกัน กับเรื่องงานชายร่างเล็กผู้นี้จะแผ่รัศมียิ่งใหญ่ กลายเป็นอีกคนที่ขึงขัง และพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อกระชากชะตาชีวิตคนไข้บนเตียงผ่าตัดกลับมาจากอุ้งมือมัจจุราช

จังหวะก้าวของเป็นเอกละม้ายเต้นตามเพลงร๊อกแอนด์โรว์ยุค 70 หลังจากจงกลนั่งลง เจ้าตัวหยุดวางมือลงบนพนักเก้าอี้ที่ฝั่งตรงข้าม ถามต่อพร้อมรอยยิ้ม “ได้พักบ้างรึยัง”

“จะพักตอนไหนล่ะคุณหมอ”

“ประชุมไม่นาน” เจ้าตัวยกมือให้ น้ำเสียงปลอบขวัญ

ยังมีผู้ตามเข้ามาอีกราย จงกลหันไปทัก “หวัดดีค่ะหมอหนึ่ง” 

เป็นหนึ่ง ภักดีสุรกิจ คือลูกสาวของนายแพทย์เป็นเอกนั่นเอง หญิงสาววัยสามสิบสามทำงานเป็นประสาทศัลยแพทย์อยู่ในการดูแลของพ่อ

“สวัสดีค่ะพี่จง”

ตรงข้ามกับบิดา เป็นหนึ่งแทบไม่เคยยิ้มเฉิดฉายเห็นฟันสามสิบสองซี่ รอยยิ้มของเธอแตะมุมน้อยๆ น้อยครั้งจะเผยไรฟัน รูปร่างของหมอหนึ่งก็สูงโปร่ง มีรัศมีความงามสะอ้านอันเรืองรองยิ่งกว่าผิวสีน้ำนมสดของเธอ ผมยาวดำขลับมักถูกรวบเป็นหางม้า เน้นใบหน้าเรียวได้รูป หน่วยตาหลังแว่นกลมบางใสค่อนข้างเรียวและเฉียงขึ้นอย่างตาหงส์ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนฉายแววจริงจังตลอดกาล ปลายจมูกแหลมรั้น ริมฝีปากบางเคลือบสีโอลด์โรสก็ติดจะเม้มเป็นเส้นบางลงไปอีก คางมนยกขึ้นแต่น้อยเป็นนิจ ด้วยท่าทางอย่างนี้ สมาชิกในแก๊งอสรพิษรายอื่นๆ จึงขนานนามว่าหมอหนึ่งคือความงามอันยากแตะต้อง เหมือนนางฟ้าอะไรทำนองนั้น จงกลฟังทีไรได้แต่ส่ายหน้า

แพทย์สาวก้าวมาลดกายลงนั่งข้างๆ ตรงข้ามกับพ่อของตัวเองเช่นเดียวกับจงกล คงรับรู้แล้วว่าจะเกิดเหตุการณ์อะไรในที่แห่งนี้

ถึงอย่างนั้น การเคลื่อนไหวของหมอหนึ่งก็ยังแช่มช้อยอยู่ดี ความแช่มช้อยนี้เองทำให้ดูคล้ายเชื่องช้า ทั้งที่จริงเจ้าตัวไม่ได้คล่องแคล่วน้อยกว่าหมอผ่าตัดคนอื่นๆ เลย ในฐานะคนที่ทำงานด้วยกัน จงกลรู้ว่าหมอหนึ่งไม่ใช่คนเย่อหยิ่ง แม้จะค่อนข้างไว้ตัว แต่ไม่เคยกดหัวคนอื่น ขณะเดียวกัน หากสนิทสนมมากพอก็สามารถพูดคุยเล่นได้ นี่อาจเพราะจงกลเองไม่ใช่คนคิดมากด้วย ไม่ชอบจับผิดเล็กๆ น้อยๆ แบบพี่เก๋ และไม่ช่างวิจารณ์แบบอีเจ๊บุ๋ม

“กินเช้าแล้วเหรอหมอ” นางพยาบาลหันถามคนข้างๆ เมื่อคืนไม่ได้เป็นเวรหมอหนึ่ง อันที่จริงถ้าเป็นเวรหมอหนึ่ง อาจไม่เกิดเหตุการณ์นี้ จงกลเดาว่าผู้เป็นพ่อคงตามเจ้าตัวมาที่นี่แต่เช้า

“กาแฟค่ะ”

“โถหมอ จะแข่งลดความอ้วนกับพี่เหรอ”

แทรกเสียงขำของสาวๆ ผู้อาวุโสฝั่งตรงข้ามถามขึ้น “นี่เจ้าของเรื่องยังไม่มาเราะ เมื่อคืนนอนที่นี่นี่--”

ไม่ทันจบประโยค เสียงประตูเปิดก็ดังขึ้นใหม่พร้อมเสียง “ก๊อกๆ” เจ้าของเสียงคงเปิดมาทันได้ยินคำพูดคนข้างใน จึงลงท้ายด้วยคำตอบ “มาแล้วคร้าบ”

ทั้งที่กังวลแทนเจ้าตัวมาตั้งนาน เจอหน้าปุ๊บ รายนี้ก็ทำให้จงกลขำจนได้

“รีบนั่งเถอะ เกรงใจจงกลเขานะหมอ” หมอเอกเร่งเสียงขรึม อย่างจะให้รู้ว่าตัดเข้าสู่โหมดทำงานแล้ว

คนมาช้าจึงรีบสาวเท้ามายังโต๊ะประชุมตัวยาว ถึงกระนั้นก็เห็นชัดว่าท่าเงอะงะจะนั่งไม่นั่งดีตรงเก้าอี้ข้างๆ เป็นหนึ่งนั้นคือการแสดงมากกว่า ในที่สุดเจ้าตัวเสแสร้งตัดสินใจก้าวต่อมายังเก้าอี้ตัวที่ติดกับจงกลอีกฝั่ง “นั่งตรงนู้นกลัวโดนดุ”

ตรงข้ามกับแพทย์สาวที่อีกนิดก็จะทำท่ากลอกตา พยาบาลสาวต้องพยายามกลั้นขำและหุบยิ้ม นี่ถ้าอยู่ในสถานการณ์ปกติ จงกลคงไม่พ้นแซวว่า อยู่ตรงนี้ก็โดนดุได้

นายแพทย์ ฟ้าฟื้น ผดุงด้าว เป็นหนุ่มช่างเจรจา เปี่ยมอารมณ์ขันชนิดควรไปเปิดคณะตลกมากกว่า แล้วก็ยิ่งหล่อจัดๆ จนน่าจะไปเป็นนายแบบหรือพระเอกหนังมากกว่าจะมาเป็นประสาทศัลยแพทย์ ตอนนี้ทั้งที่ใบหน้ายังอิดโรยละม้ายนอนไม่พอ ผมยุ่งไม่ได้เซ็ตคงเพราะรีบร้อนมาที่นี่ หมอฟืนก็กลับดูดีไปอีกแบบ

ด้วยรูปโฉมที่พอเหมาะพอเจาะ ทั้งยังทำงานในแผนกเดียวกัน ใครต่อใครในโรงพยาบาลจึงจับตาลุ้นความสัมพันธ์ระหว่างหมอฟืนกับหมอหนึ่งเหมือนเป็นคู่จิ้น ฝ่ายชายนั้นสนุกสนานกับ เซอร์วิส กระตุ้นความเกรียวกราว ขณะที่ฝ่ายหญิงซึ่งค่อนข้างวางตัวในภาวะปกติ จะยิ่งไว้ตัวและนิ่งเหมือนหุ่น ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นกับเรื่องพวกนี้ ไม่เขิน ไม่ขัน ไม่ใดๆ ทั้งนั้นจนการ จิ้น จำเป็นต้องจำกัดกันอยู่เงียบๆ

ยิ่งเห็นหมอหนึ่งทำตัวเหินห่าง หมอฟืนก็เหมือนยิ่งคัน คอยเย้านั่นแหย่นี่ ดูอย่างตอนนี้ ขนาดเป็นสถานการณ์กดดันที่ตัวเองจะโดนลงดาบอยู่รอมร่อก็ยังไม่วาย

“เหนื่อยเลยดิครับ” เจ้าตัวทรุดกายลงนั่งเก้าอี้ ยักคิ้วให้จงกลพร้อยรอยยิ้มสดใส

พยาบาลสาวหน้าหดนิดหนึ่ง หมอฟืนรู้เรื่องแล้ว เจ้าตัวน่าจะเดาได้แล้วด้วยว่าเธอกำลังจะนำความเดือดร้อนมาให้ แต่ก็เช่นกัน รอยยิ้มปราศจากความนัยนั้นแสดงถึงความใจกว้าง มีเหตุผลเกินกว่าจะโกรธอาฆาต

จะว่าไป ก็เพราะนิสัยอย่างหลังนี่เองทำให้จงกลหนักใจ หมอฟืนเป็นกันเอง และน่ารักเกินกว่าที่เธออยากจะให้เขาประสบเรื่องร้าย โดยเฉพาะเรื่องร้ายที่เกี่ยวข้องและมีที่มาจากตัวเธอเอง แต่ก็นั่นละ ต้องยอมรับว่าความน่ารักเป็นกันเอง บางครั้งก็ทำให้เจ้าตัวละเลยเรื่องสำคัญจนหย่อนยาน...และทำให้เกิดเรื่อง

หมอฟืนทำมันเองนะ 

“เอาละ” นายแพทย์เป็นเอกทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามบ้าง สองมือประสานกับบนโต๊ะไม้สีบีชเคลือบเมลามีน “เริ่มเลยนะ เดี๋ยวจะได้แยกย้ายไปทำงาน

คนพูดกวาดสายตาดูสัญญาณตอบรับจากผู้ร่วมประชุมทั้งสาม จากนั้นจึงพยักมาทางพยาบาลสาว “จงกล คุณช่วยเล่าทีว่าเกิดอะไรขึ้น”

คนถูกขอเตรียมใจไว้อยู่แล้วว่าจะต้องรับหน้าที่นี้ เธอจึงเพียงสูดลมหายใจเข้าเล็กน้อยก่อนเริ่มเรื่อง

“เมื่อคืน ประมาณสองทุ่มสี่สิบนาที มีคนไข้รถชนถูกส่งตัวเข้ามาในห้องอีอาร์ค่ะ--”

ชายหนุ่มผู้โชคร้ายรายนั้นถูกหามเข้ามาด้วยอาการหมดสติ หมออีอาร์ประเมินสัญญาณชีพ เอ๊กซ์เรย์ และทำซีทีแสกนแล้วพบว่ากระดูกซี่โครงหักหนึ่งท่อน แต่ที่น่าห่วงคืออาการบาดเจ็บที่ศีรษะ

“--นอกจากกะโหลกร้าว สมองช้ำ แล้วยังมีเบรนคอนทูชั่น[1] ต้องผ่าตัดด่วน--”

โดยทั่วไป เคสอีอาร์จะรอผลการตรวจเบื้องต้นก่อน จากนั้นจึงตามตัวแพทย์คอนซัลท์หรือแพทย์ที่ปรึกษาแต่ละแผนกที่เกี่ยวข้องให้มาร่วมรักษา ทว่าเคสอุบัติเหตุหนักนั้นต่างไป ทันทีที่ผู้ป่วยถูกเข็นเข้ามา จะใช้วิธีฟาสท์ แทร็ก ตามลงมาดูพร้อมกันทั้งแพทย์เฉพาะทางฉุกเฉิน แพทย์แผนกอุบัติเหตุ และประสาทศัลยแพทย์

“—เมื่อคืนเป็นเวรคอนซัลท์ของหมอฟืน จงพยายามโทรหา--” ประโยคนั้นถูกแทรกด้วยเสียงของผู้อาวุโสสุด

“ซึ่งที่จริง...”

“ค่ะ” จงกลสบสายตาคมกริบของเป็นเอกแล้วพยักรับ ถึงอย่างนั้นถ้อยถัดมาก็ยังเอ่ยได้ยากเย็น “ที่จริง หมอฟืนไม่ได้ลงแบบออนคอลไว้ด้วยซ้ำ--”

แพทย์เวรคอนซัลท์มีทั้งประเภทที่ต้องอยู่โยงในโรงพยาบาลตลอดเวลา กับประเภท On Call คือสามารถออกไปใช้ชีวิตส่วนตัวได้ เพียงแต่ต้องคอยสแตนด์บายรับโทรศัพท์ และต้องสามารถเดินทางมาถึงโรงพยาบาลได้ว่องไวกรณีที่มีเหตุด่วนบังเกิด

ทางลายลักษณ์อักษรเป็นเช่นนั้น ทว่าการปฏิบัติจริงเป็นอีกอย่าง

เนื่องจากประเภทออนคอลนั้นจะไม่ได้รับเงินในกรณีที่ไม่ถูกตามตัวมารักษา แพทย์ส่วนหนึ่งจึงเล่นแร่แปรธาตุด้วยการลงเวรแบบอยู่โรงพยาบาล ทว่าในทางปฏิบัติกลับแอบแว่บออกไปข้างนอกบ้าง แล้วอาศัยความสนิทสนมกับนางพยาบาลให้คอยโทรตามเมื่อเกิดเรื่อง

“--แต่ว่าหมอฟืนไม่รับสาย จงเปลี่ยนไปติดต่อหมอหนึ่งแทนก็ยังไม่ได้--”

เพราะแต่ละนาทีคือชีวิตผู้ป่วย ตามระเบียบจึงกำหนดว่าถ้าสัญญาณดังกี่ครั้งแล้วแพทย์ไม่รับสาย ผู้ตามจะต้องรีบเปลี่ยนหาแพทย์รายใหม่ที่ลงชื่อไว้เป็นตัวแทนทันที

“แต่ว่าเมื่อคืน...” เป็นหนึ่งพูดขึ้น ใบหน้าอันกอปรด้วยปลายคางเชิดหันมาจ้องจงกลสลับกับแพทย์หนุ่มที่นั่งข้าง

นางพยาบาลสาวรีบตอบ “ค่ะ เมื่อคืนหมอหนึ่งไม่ได้ลงชื่อไว้ แต่คือ...ปกติหมอฟืนจะให้ชื่อหมอหนึ่งไว้น่ะค่ะ จงเลยลองโทรหาหมอหนึ่งเพราะนึกว่าฝากกันไว้แล้ว” คนเล่าเว้นวรรคนิดหน่อย จึงเกิดสุญญากาศอันอาจถมด้วยถ้อย แต่ปรากฏว่าท่าจะไม่ได้ฝากกัน หมอหนึ่งเลยไม่รับสาย “โชคดีจริงๆ ที่สุดท้ายติดต่อหมอเอกได้ แล้วหมอเอกก็พักอยู่ในคอนโดใกล้ๆ โรงพยาบาลนี่เอง ไม่งั้น...”

“ไม่อย่างนั้นคนไข้ก็คงไม่รอด” ผู้อำนวยการฝ่ายประสาทศัลยแพทย์เป็นผู้สรุป ข้อสรุปนั้นบ่งชี้ถึงความสุ่มเสี่ยงร้ายแรง อันเป็นเหตุให้ต้องตามตัวเพื่อสืบสาวราวเรื่องผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดอย่างเร่งด่วนในตอนนี้

การประเมินความเสี่ยงของสาธารณสุขจะแบ่งเป็นระดับต่างๆ ตั้งแต่คลาส A ถึง F แต่ละระดับมีความร้ายแรงและแผนรับมือต่างกัน คลาส A คือกรณีความเสี่ยงระดับสูงสุด มีอันตรายต่อชีวิตของผู้ป่วย หากมีความเสี่ยงชนิดนี้มากถึงระดับหนึ่ง โรงพยาบาลอาจถูกปรับตกการประเมินมาตรฐานโรงพยาบาลหรือ Hospital Accreditation (HA) ได้ อันเป็นผลต่อไปถึงชื่อเสียง ภาพลักษณ์ ระดับและปริมาณคนไข้ที่จะเข้ามาใช้บริการ

“ผมอยากได้คำอธิบายว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น” ผู้อาวุโสสุดเบนสายตาไปยังต้นเรื่อง

ฟ้าฟื้นดูเคร่งเครียดขึ้น เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน “เมื่อคืนผมไม่ได้ฝากเรื่องให้หมอหนึ่งครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเธอ”

“คุณรู้ใช่มั้ย แม้แต่การฝากหรือทำตัวออนคอลแบบที่คุณทำอยู่เป็นกิจวัตรนั่นก็ไม่ถูกต้อง”

ประโยคของเป็นเอกเรียกสายตาหญิงทั้งสองเบนมายังจุดเดียวกัน ที่ฟ้าฟื้น

ประสาทศัลยแพทย์หนุ่มไม่ได้หันสบตาเธอ ยังจ้องผู้อยู่ฝั่งตรงข้ามแน่วแน่ น้ำเสียงก็มั่นคงเมื่อตอบ “ผมยินดีรับผิดชอบเรื่องนี้คนเดียว แต่ขอคุยกับผอ.เป็นการส่วนตัวก่อนได้มั้ยครับ”

ในที่สุด นายแพทย์เป็นเอกจึงถอนหายใจ

“จงกล หมอหนึ่ง ออกไปก่อน”

. . . . . . . . . .

 

ดึงประตูปิดตามหลังเบาแผ่ว จนแน่ใจว่าสนิทแล้วนั่นละ คนเป็นนางพยาบาลจึงจะทำหน้าเหย “ห่วงหมอฟืนจัง ไม่รู้จะโดนอะไรบ้าง”

ร่างระหงในชุดสีนวลสะอ้านซึ่งเดินนำออกมาก่อนชะงัก จงกลสังเกตเห็นว่าช่วงบ่าของเป็นหนึ่งยกตัวขึ้น-ลงเล็กน้อย โดยไม่ได้หันมา เจ้าตัวพูดว่า “เขาเป็นลูกรักออกจะตาย”

เสียงนั้นเรียบเฉยจนยากจะจับความรู้สึกหรือความคิด แต่เพราะคุ้นเคยกัน จงกลจึงร้อง “แหม หมอหนึ่งก็...”

สิ่งที่หญิงสาวตรงหน้าพูดมานั้นไม่ห่างจากความจริง ฟ้าฟื้นสนิทสนมกับนายแพทย์เป็นเอกมาแต่ไหน สนิทกันมากกว่าที่คุณหมอเอกสนิทกับลูกสาว! แพทย์หนุ่มต่างวัยมีนิสัยและแนวคิดใกล้เคียงกัน ฝีมือในทางการแพทย์ก็เท่าทันกัน พนักงานที่เข้ามาทำงานในโรงพยาบาลใหม่ๆ แล้วได้ยินว่า แผนกประสาทศัลยแพทย์มีผู้อำนวยการและลูกทำงานด้วยกัน ต่างก็มักเข้าใจว่าฟ้าฟื้นคือลูกเป็นเอกทั้งนั้น

นี่เป็นอีกเหตุผลที่ใครต่อใครยิ่ง จิ้นให้ลูกสาวแท้ๆ ของเป็นเอกลงเอยกับฟ้าฟื้น แต่ถึงอย่างนั้น เป็นหนึ่งก็แทบไม่เคยแสดงท่าทีอันล่วงไปถึงขีดที่ทำให้ชาวจิ้นชื่นใจเลย

 “หมอฟืนเก่ง เป็นที่พึ่ง แม้แต่กับหมอหนึ่งก็เถอะ เขาก็ช่วยหมอออกบ่อยไป ไม่ใจอ่อนเลยเหรอ” พยาบาลสาวถามตรงๆ

ผู้ถูกถามยังงำคำพูดขณะก้าวต่อมา เฉพาะตัวเองเท่านั้นจึงจะรู้ดีว่า ถ้อยดังกล่าวของจงกล ได้ปลดสลักให้ก้อนถ่านแห่งความทรงจำค่อยๆ ผุดเปลวสว่างอยู่ในสมองเชื่องช้า

สำหรับเป็นหนึ่ง ฟ้าฟื้นเป็นมากกว่ารุ่นพี่ที่ทำงานแผนกเดียวกัน เธอไม่ค่อยบอกใคร (นั่นทำให้เขาให้เกียรติด้วยการไม่บอกใครเช่นกัน) ว่าเธอกับเขาเคยสนิทกันมาก่อนตั้งแต่ตอนเรียนมหาวิทยาลัย แม้จะห่างกันไปจนมาพบกันอีกครั้งที่นี่ ฟ้าฟื้นก็ยังวางตัวเหมือนเดิม เขาชอบฝากเคสในมือ หรือไม่ก็คอยแกล้ง คอยเย้า คอยทำให้เธอรู้สึกว่าตัวเองยังเขลา ยังไกลห่างจากการเป็นประสาทศัลยแพทย์ที่น่านับถือ

ที่จำได้ดีคือเมื่อสองปีก่อน คนไข้วัยรุ่นชายประสบอุบัติเหตุล้มหัวฟาดถูกส่งตัวเข้ามา หลังจากทำซีทีสแกน[2] ปรากฏว่าเลือดออกเหนือเยื่อหุ้มสมองชั้นนอก อันนับว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้เนื่องจากกะโหลกศีรษะแตก หญิงสาวรีบผ่าเอาเลือดออก กรณีเช่นนี้หากแพทย์สามารถผ่าตัดได้ไว คนไข้ที่อาการยังดีอยู่มักจะมีอาการดีขึ้นจนถึงหายสนิท ทุกอย่างควรเป็นเช่นนั้น เธอกำลังจะปิดกะโหลก อย่างไรก็ดี จู่ๆ ฟ้าฟื้นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกลับเดินเข้าห้องผ่าตัดมาด้อมๆ มองๆ แถวจอเครื่องซีทีสแกน

เจ้าตัวมักทำอย่างนี้ และเป็นหนึ่งจะตำหนิในใจว่า มารยาทไม่ดี แต่ครั้งนี้ นอกจากดู คนมารยาทไม่ดียังถึงกับพูดลอยๆ จะปิดแล้วจริงเหรอ

คำนั้นคล้ายแรงกระชาก มือเธอชะงักทันควัน

เป็นหนึ่งเกลียดการพูดลอยๆ แบบนั้น เพราะแต่ไรมา การพูดลอยๆ ของฟ้าฟื้นมักตามมาพร้อมการชี้ความผิดพลาดของเธอแม่นยำ

คะหมอฟืน?’ คนถามกลับคือนางพยาบาลที่กำลังเป็นลูกมือเธออยู่ในฟิลด์ผ่าตัด[3]

ฟ้าฟื้นตอบด้วยเสียงละม้ายเล่านิทานให้เด็กฟัง ดูรา[4]ดูตึงๆ

เท่านั้นเอง ศีรษะของเป็นหนึ่งซึ่งสวมหมวกคลุมอยู่คล้ายถูกเปิดโล่ง

เยื่อหุ้มสมองตึง เป็นไปได้ว่ามีเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองด้วย!

. . . . . . . . . .

 

แล้วมันก็ถูกอีกแล้ว?!’

ตอนนั้น มิลานถามหลังจากผู้ป่วยรายดังกล่าวแข็งแรงขึ้นจนสามารถกลับบ้านได้

เป็นหนึ่งจำได้ว่าเธอนั่งอยู่ในร้านกาแฟไม่ไกลจากโรงพยาบาล ผนังด้านหน้าของร้านเป็นกระจกใสเกือบทั้งบาน ส่วนด้านในตกแต่งเพดานด้วยต้นไม้และหญ้าเทียมให้ความรู้สึกของสวนร่มรื่น แขวนโคมรูปกาน้ำอ้วนๆ ส่องแสงนวลละออตา

ทั้งที่มิลานเป็นสาวไฮเปอร์เบื่อง่าย ทว่ากลับติดใจร้านนี้ นัดพบคนที่โรงพยาบาลเมื่อไหร่มักไม่พ้นเลือกร้านกาแฟนี่ เจ้าตัวให้เหตุผลว่า อยู่ใกล้ แต่ไม่พลุกพล่าน แถมร้านสวย เพลงเพราะ อาหารก็อร่อย

อื้ม ลองเปิดดูราดูแล้วเห็นเลือดอยู่ข้างในจริงๆ เลยต้องเอาออกเป็นหนึ่งตอบอ้อมแอ้มเหมือนไม่อยากตอบ แสร้งก้มคนกาแฟในถ้วยของตัวเองอยู่ด้วยซ้ำ แต่แค่นั้นก็ทำให้เพื่อนสนิทหูตาตื่น

มือของเป็นหนึ่งถูกมือของเพื่อนฉวยหมับ ครั้นเงยขึ้นงงงวย ก็พบกับดวงตาที่หรี่ลงจนแผงขนตาปลอมงอนยาวแทบประกบกันบนล่าง มันชักจะยังไงๆ!’

ยังไงอะไร เธอดึงมือกลับ ยกกาแฟจิบ ถึงจะทำเหมือนไม่มีอะไรน่าตื่นใจ แต่กลับไม่รู้รสหรือได้กลิ่นใดๆ ของกาแฟถ้วยนั้น

มิลานทำเสียงจิ๊จ๊ะด้วยริมปากอวบอิ่มเคลือบสีโทนส้มปะการังฉ่ำวาว ก็คุณหมอฟืนสุดหล่อมาช่วยชีวิตคนไข้แกทันเป็นครั้งที่สามแล้วนะ!’

เบาๆ หน่อย เป็นหนึ่งยกนิ้วชี้แตะปาก

อย่าโยกโย้!’ อีกฝ่ายรู้ทัน จ้องเขม็ง

คนถูกจ้องถอนหายใจ ไม่ได้ช่วยชีวิต แค่ทำให้ลดความเสี่ยงลง

นั่นแหละจ้า ลดความเสี่ยงลง มิลานทวนคำ ขณะเดียวกันก็ส่ายหน้าไปมาพลางกลอกตาอย่างมีจริตจะก้าน ครั้นหยุดส่าย หน้าม้าที่ดีดตัวไปมาก็คืนทรงเดิมทันทีด้วยเทคนิคมหัศจรรย์ส่วนตัวของเจ้าหล่อน เสียงสร้อยคอดังกลิ๊กๆ

ท่าทางของมิลานไม่ได้ทำให้เป็นหนึ่งหงุดหงิดเท่าสิ่งที่เจ้าตัวพูด ทั้งที่มันเป็นสิ่งเดียวกับที่เธอพูดเองนั่นละ

เพราะมันเป็นเรื่องจริง แต่เป็นเรื่องจริงที่เป็นหนึ่งไม่สะดวกใจจะยอมรับนัก!

ใช่แล้ว ถ้าไม่นับเรื่องเล็กน้อยอื่นๆ นี่เป็นครั้งที่สามที่ฟ้าฟื้นสอดจมูกมาช่วยเธอ

กรณีก่อนหน้า หนหนึ่งคนไข้ชายวัยหกสิบเข้ามารักษาด้วยปัญหาร่างกายซีกขวาอ่อนแรง หลังจากทำซีทีสแกน พบว่าด้านซ้ายของสมองมีลักษณะคล้ายหนองจากฝี ซึ่งเกิดจากการอักเสบติดเชื้อ ทำให้มีโพรงหนองขึ้นในเนื้อสมอง เป็นหนึ่งตั้งใจจะผ่าตัดโดยการเจาะดูด ระหว่างนั้นเอง รุ่นพี่จมูกยาวเข้ามาส่องผลซีทีสแกนของคนไข้เธอ พูดลอยๆ ว่า น่าจะทำเอ็มอาร์ไอดูนะ

คะ?’

MRI หรือ Magnetic Resonance Imaging คือเครื่องตรวจร่างกายโดยการสร้างภาพเสมือนจริง ด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าความเข้มสูงและคลื่นความถี่ในย่านความถี่วิทยุ ตัวเครื่องจะส่งคลื่นเข้าสู่ร่างกายแล้วรับคลื่นสะท้อนกลับมาประมวลผลและสร้างภาพ ปกติใช้ตรวจรอยโรคหรือหาภาวะจำพวกเนื้องอก เส้นเลือดสมองตีบ ไขสันหลังที่ถูกทำลาย สุขภาพหัวใจ หรือแม้แต่ความผิดปกติเกี่ยวกับตา หูชั้นใน และข้อกระดูก แต่เห็นชัดว่าเป็นฝี มีใครจะต้องมานั่งตรวจอีก?

ด้วยทิฐิมานะ เป็นหนึ่งไม่ได้ปริปากถามสาเหตุเจ้าตัว คิดแต่ว่าถ้าผลเอ็มอาร์ไอออกมาแล้วไม่มีอะไรใหม่ เธอจะแสร้ง พูดลอยๆ ให้รุ่นพี่ได้ยินบ้าง

อย่างไรก็ตาม ผลจากเอ็มอาร์ไอกลับทำให้กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ฟ้าฟื้นคงเดาได้ จึงแวะมาพูดลอยๆ อีกครั้ง เมื่อกี้ ผลซีทีตรงหนองมันมีเหมือนเนื้อๆ ด้วยน่ะ

แต่ก็ดูท่าจะเป็นเนื้องอกจริงๆ ด้วย เสียงของตัวเองที่เธอได้ยิน ฟังดูช่างพ่ายแพ้

แทนที่จะขำ รุ่นพี่พูดคล้ายปลอบ ซีทีมันแยกหนองกับจีบีเอ็ม[5]ลำบาก เห็นขอบบางๆ กลมๆ นึกว่าเป็นหนอง แต่ของคนไข้รายนี้ขอบมันไม่ค่อยเรียบ ถ้าสังเกตเห็นเงาเหมือนมีเนื้อด้วย มันอาจจะเป็นก้อนเนื้อก็ได้

อีกคราว คนไข้เมาล้ม ทำซีทีสแกนแล้วพบเลือดออกใต้เยื่อหุ้มสมองชั้นกลาง เป็นหนึ่งเข้าใจว่ามันเกิดจากอุบัติเหตุ กระทั่งฟ้าฟื้น พูดลอยๆ เช่นเคยว่า น่าจะทำซีทีเอนะ

CTA หรือ Computed Tomographic Angiography คือการเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดโดยการฉีดสี ใช้เพื่อดูรูปร่างของเส้นเลือดและการไหลเวียนของเลือด แต่แค่เกิดอุบัติเหตุไม่น่าต้องทำขนาดนั้น?

เช่นเดียวกับหนที่แล้ว เป็นหนึ่งไม่เปิดปาก หากทว่ายอมตามทั้งที่ยังขัดใจ ผลที่ได้ยังคงทำให้เธอชะงักค้าง

เห็นตำแหน่งเลือดในซีทีมันแปลกๆ น่ะ ว่าแล้วเชียว เส้นเลือดสมองโป่งพองแตกจริงๆ ด้วย

การวินิจฉัยครั้งนั้นยังย้อนกลับไปอธิบายสาเหตุของเรื่องทั้งหมด ที่แท้เส้นเลือดในสมองแตกทำให้คนไข้หมดสติตอนขับรถจนรถชน ไม่ใช่รถชนแล้วจึงเกิดเลือดออกในสมอง!

สาเหตุที่แตกต่าง ย่อมนำไปสู่การรักษาที่แตกต่าง หากวิเคราะห์สาเหตุคลาดเคลื่อน โอกาสที่จะหายก็คง...

ตอนนั้น ประสาทศัลยแพทย์สาวถูกดึงกลับมาในร้านกาแฟอันอบอวลด้วยกลิ่นหอมของเบเกอรี่ เมื่อเพื่อนสาวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง แกคิดจริงๆ เหรอ ว่าเขาแค่ตั้งใจจะคุยทับว่าเก่งกว่าแกเฉยๆ

แล้วจะให้คิดอะไรมากกว่านั้น

อีกฝ่ายโน้มตัวข้ามโต๊ะมาใกล้ กระแทกเสียง เขาอาจจะรักแก!’

เป็นหนึ่งรีบตะครุบสร้อยคอเจ้าตัวไว้ไม่ให้หย่อนลงถ้วยกาแฟ ระวังหน่อย!’

รู้ว่าเพื่อนสนิทเป็นพวกคิดอะไรแล้วยากจะเปลี่ยนใจ แพทย์สาวจึงได้แต่พยักพรื่ด ฮื่อ!’

มิลานยิ้มกริ่ม มั่นใจในตัวเองจนไม่เคยรู้ตัวว่าถูกใครประชด นิ้วอันกอปรด้วยเล็บยาวยกชี้กรีดกราย ดวงตาหรี่ลง สายตาทอดไปไกลนอกผนังกระจกข้างตัวร้าน ซึ่งนั่นก็หมายความว่าเขายังรักแกอยู่ เพราะจริงๆ ความเกลียดก็อยู่บนเส้นรู้สึกเดียวกันกับความรักอยู่ดี แกน่ะ สวยแซ่บเสน่ห์แรงจะตายนี่ยะ

อย่าพูดอะไรที่ไม่ได้คิดจริง จะให้ช่วยลงท้ายว่าไม่ได้เป็นอย่างแกก็บอก

อ๊ะคนถูกรู้ทันกลั้วหัวเราะ มันก็แน่อยู่แล้ว ว่าพลางเอียงไหล่แอ๊กท่าส่องเงารางๆ ในกระจกใสข้างตัว

วันนั้น ร่างสูงโปร่งของมิลานอยู่ในชุดเสื้อคอปีนแขนกุดพิมพ์ลายแอ๊บสแทร็ก กับกางเกงอัดพลีทพลิ้วบางสีพื้น เพิ่มความหรูหราของวันธรรมดาด้วยส้นสูงอันระยิบระยับด้วยเพชรคริสตัล เข้ากันกับสร้อยที่ห้อยคออยู่

เป็นหนึ่งรู้ว่าผมสั้นที่ไม่น่าจะใช้เวลาแต่งนานนั้นกลับทำเพื่อนนั่งหน้ากระจกอยู่เกือบชั่วโมง มิลานมีเทคนิคมหัศจรรย์อันทำให้หน้าม้าไม่เคยแตก ขณะเดียวก็กันก็สามารถส่ายไปมาได้ตามธรรมชาติ ไม่ใช่แข็งโป๊กเหมือนยกผมปลอมสวมหัว เบ็ดเสร็จแล้วกว่าจะออกจากบ้านได้ เจ้าตัวต้องเสียเวลาไปสองชั่วโมงเป็นอย่างต่ำเพื่อจะสวยพริ้งได้ทุกยาม แต่เชื่อเถอะ นั่นไม่ใช่ปัญหาถ้าคุณคาบช้อนทองมาเกิด ตั้งแต่เรียนจบมา งานหนักที่สุดที่มิลานทำก็คือค้นหาชุดคอลเลคชั่นใหม่เพื่อแต่งไปออกงานกับคุณอัมรีผู้เป็นแม่

แต่นี่เพื่อนชี้นิ้ว แสงสะท้อนจากแอเมทิสต์หัวแหวนวับใส่ตาจนเป็นหนึ่งรู้สึกพร่าพราย แกควรจะคิดดูดีๆ นะ หมอฟืนก็ไม่ได้เสียหายอะไรนี่นา ถ้าแกจะรับพิจารณาเขาไว้

แพทย์สาวหันมองไปทางกระจกใสบ้าง อาศัยจังหวะนั้นหลบแสงสะท้อน เช่นเดียวกับความคิดที่อาจจะวาบขึ้นในดวงตา อันจะทำให้อีกฝ่ายสังเกตเห็น

ใช่ เธอรู้ว่านั่นเป็นเรื่องจริง จริง แต่ไม่ง่าย

จังหวะนั้นเอง เงาสะท้อนรางๆ บนกระจกใสทำให้ประสาทศัลยแพทย์สาวมองเห็นใครบางคนก้าวเข้ามาจากหน้าร้าน นึกว่าตัวเองตาฝาดเพราะกำลังคิดถึงเขา ก็พอดีเสียงหงุดหงิดของมิลานดังขึ้น แทนคำยืนยันว่าไม่ใช่

หลบมาถึงนี่ยังเจอยายนั่น แล้วมันยังไม่เลิกยุ่งกับเขาอีกเหรอ

ป้องกันการถูกเข้าใจว่าเธอสนใจผู้ถูกกล่าวถึง เป็นหนึ่งค่อยๆ เบนหน้าตามอย่างให้ดูเป็นธรรมชาติ

การวางตัวชนิดนี้คือสิ่งที่เธอได้รับถ่ายทอดจากมารดายิ่งกว่าการฝึก มันน่าจะสืบทางสายเลือดนั่นเทียว

ภาพที่เห็นคือร่างสูงของฟ้าฟื้นก้าวเข้ามาพร้อมใครอีกคน หญิงสาวรายนั้นน่าจะอายุเท่าๆ กันกับฟ้าฟื้น – นั่นหมายความว่าแก่กว่าเป็นหนึ่งประมาณสองปี ชนัตตราสูตินรีแพทย์ร่วมโรงพยาบาลมีเรียวขายาวเด่น กอปรกับจังหวะการก้าวและบุคลิก เจ้าตัวดูระเหิดระหงโดยไม่จำเป็นต้องประเคนแต่งองค์เหมือนมิลานเลย เป็นหนึ่งรู้ว่านี่เป็นอย่างที่ทำให้มิลานไม่ชอบขี้หน้า จนอาจเลยถึงขั้นริษยา...

เพื่อระงับความรู้สึกที่กำลังสะท้อนชัดบนใบหน้าเพื่อน เป็นหนึ่งพูดดึงความคิดของเจ้าตัวกลับมา แล้วทำไมเขาจะต้องเลิกยุ่ง

เพราะหมอฟืนเขาชอบแก!’ คนตรงข้ามโต๊ะสะบัดหน้ากลับรุนแรง ถึงแกจะยังไม่คิดอะไรกับเขาตอนนี้ ก็ไม่ควรจะมีใครเจ๋อไปรับบัตรคิวก่อน’ 

นี่เป็นหนึ่งคว้าข้อมือเพื่อน เราไม่ใช่คนชอบกั๊กแบบนั้น

แต่เราชอบ!’ มิลานลอยหน้า ดึงมือออกจากการเกาะกุม ถ้าแกไม่ยอมเก็บ เราจะเก็บไว้ให้แกเอง

ยังไง!’ ได้กลิ่นไม่ดี และยิ่งรู้ว่าเพื่อนไม่ใช่พวกที่กัดแล้วจะยอมปล่อยง่ายๆ น้ำเสียงของเป็นหนึ่งจึงเริ่มห้วนด้วยความเฉลียวใจกึ่งปราม

อย่างไรก็ตาม ไม่มีอะไรหยุดยั้งคนอย่างมิลาน เจ้าหล่อนหยิบโทรศัพท์มือถือในเคสแพรวพราวขึ้นมา ท่านั่งโน้มตัวมาข้างหน้า ทำให้เป็นหนึ่งเห็นชัดว่าเจ้าตัวกำลังเปิดเข้าแอปปลิเคชั่นไลน์

จะทำอะไร!’ ทั้งที่เสียงเบา แต่แพทย์สาวเริ่มเสียงสูง

เพื่อนไม่ตอบ จวบพรมนิ้วเสร็จไปครู่หนึ่ง คิ้วอันเขียนไว้งามเพรียวของมิลานจึงมุ่นลง ไม่ยอมรับ

แกมีไลน์พี่ฟืนด้วยเหรอ!’

มากกว่าไลน์ก็มี!’ ว่าพลางปลายนิ้วกดเรียกสมุดโทรศัพท์ เลื่อนนิ้ว 2-3 ทีก็เจอชื่อเป้าหมาย มิลานกดโทรไป

ไปมีเบอร์เขาตั้งแต่เมื่อไหร่!’

มิลานไม่สนใจเธอเลย ปลายทางคงรับสายแล้ว เจ้าตัวจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หมอฟืน หันหลังมาหน่อยซีค้า

นั่นละ เจ้าของแผ่นหลังกว้างในชุดเชิ้ตฟ้าลายพร้อยจึงหมุนกลับมา มิลานโบกมือไหวๆ มาทางนี้แป๊บนึงได้มั้ยเอ่ย คนเดียวนะ

ด้วยตำแหน่งที่นั่งอยู่ เป็นหนึ่งหันหลังให้รายนั้น เธอไม่อยากจะหันไป ขัดใจนักที่พบว่าตัวเองค่อยๆ แอบเหลียว

ฟ้าฟื้นพยักเพยิดกับคนที่มาด้วยกัน ชนัตตราหันมาทางนี้ ในระยะค่อนข้างไกลและโดยไม่สวมแว่น เป็นหนึ่งไม่มีทางเห็นว่ารอยยิ้มของรายนั้นมีแววตาลึกซึ้งเช่นไรแน่ เจ้าหล่อนรอจนฟ้าฟื้นเริ่มก้าวแยกมาทางนี้ อึดใจหนึ่งจึงหมุนตัวจากไปยังโต๊ะที่ตัวเองหมายตา – ซึ่งเป็นจุดที่คนโต๊ะนี้ไม่มีทางแม้แต่จะชะโงกเห็น

เลื่อนสายตาพบว่าประสาทศัลยแพทย์หนุ่มยิ้มกว้างมาแต่ไกล เป็นหนึ่งรีบหันหนี ไม่นานจึงได้ยินเสียง ว่าไงครับคุณมิลค์ ดังขึ้นข้างตัว พร้อมกับความรู้สึกถึงน้ำหนักที่กดลงบนพนักด้านหลังตัวเอง

มีคนคิดถึงค่ะ มิลานทำเล่นหูเล่นตา

เป็นหนึ่งผ่าวร้อนขึ้นทันที จะบ้าเหรอ!’

อ้าว!’ ฟ้าฟื้นหันมา ทำตาโตอย่างจงใจให้รู้ว่าเสแสร้ง หนึ่งก็อยู่ตรงนี้ด้วย ไม่เห็นเลย

มิลานหัวเราะขำ แต่เป็นหนึ่งเริ่มหน้าคว่ำ

นั่น ผู้มาใหม่ยกนิ้ว ก้มเอียงไหล่ลงมา อะไรติดหน้าน่ะหนึ่ง

อย่างอัตโนมัติ หญิงสาวรีบยกมือแตะมุมปาก ฉุกใจว่าเมื่อครู่ยกกาแฟจิบอาจทำให้เปรอะ กำลังจะค้อนใส่เพื่อนที่ไม่เตือนกัน ฟ้าฟืนก็พูดต่อ

อ้อ! รอยย่นคิ้ว แหม นึกว่าอะไรติดหน้า

หมอฟืนเนี่ยฮาจัง คนตรงข้ามยิ่งหัวเราะ ส่วนเป็นหนึ่งก็ยิ่งหน้าคว่ำหนักขึ้นไปอีก

ฟ้าฟื้นชอบทำอย่างนี้ ทำให้เราหน้าแตก! ไม่ว่าเรื่องงาน หรือเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเจ้าตัวมักมักจะเดินเข้ามาเห็นหรือได้ยินพอดีตอนที่เธอสะอึก สำลักน้ำ หรือชายกระโปรงติดอยู่ในร่องเก้าอี้ทำให้ลุกไม่ขึ้น ครั้งหนึ่งเป็นหนึ่งย่ำไปบนบล็อกปูฟุตบาทแล้วมีน้ำเน่าข้างใต้กระเซ็นขึ้นมา ครั้นเธอหลุดจากบท นางฟ้า สะดุ้งตกใจ พลันได้ยินเสียงหลุดหัวเราะดังจากจุดไม่ใกล้ไม่ไกลกัน และเช่นเคย ฟ้าฟื้นปรากฏตัวออกมาพร้อมใบหน้ากลั้นขำอย่างพยายามยวดยิ่ง แต่นั่นก็ยิ่งทำให้เธอหน้าร้อนยวดยิ่งเช่นกัน เหตุการณ์คราวนั้นจบลงโดยเธอคว้าทิชชู่เปียกจากมือเขามาเช็ดปลีน่องแล้วรีบเดินจากมาทั้งลมออกหู

. . . . . . . . .

 

เนี่ย!

ฟ้าฟื้นเป็นเสียอย่างนี้ แล้วเหตุการณ์สอบสวนในห้องประชุมวันนี้ก็เป็นเพราะเขาทำตัวเอง เธอจะสงสารเขายังไงไหว

ว่าที่จริง หากนายแพทย์รุ่นพี่ต้องกระเด็นไปจากโรงพยาบาลนี้จริงๆ เธอก็จะกลายเป็นหมอมือทองขึ้นมาแทนที่เขา เป็นรองเพียงพ่อคนเดียวด้วยซ้ำ!

“หมอหนึ่ง!” เสียงดังข้างตัวฉุดหญิงสาวกลับมาหาจงกล พยาบาลสาวอีอาร์ยังคงหยุดอยู่ข้างหลังเธอ น้ำเสียงร้อนใจในตอนต้นกลับถึงขั้นลุกลนอย่างน่าประหลาด “หมอยังไม่เห็นข่าวนี้ใช่มั้ย”

แพทย์สาวเลิกคิ้วแล้วหันมา สิ่งที่พบคือหน้าจอกรุ๊ปไลน์ที่มีบทสนทนาเริ่มขึ้นว่า เฮ่ย! มีคนตาย!’ ข้างใต้คือภาพที่ถูกแคปจากหนังสือพิมพ์ออนไลน์ฉบับหนึ่ง โปรยหัวว่า ลูกสาวนักธุรกิจใหญ่ดับสยอง ล่างลงมาได้แก่ภาพห้องพักคุ้นตา กลางห้องคงเป็นศพที่ว่าจึงมีการเบลอภาพไว้ มุมล่างปรากฏภาพหน้าตรงของผู้ตาย

คนในภาพคือมิลาน

. . . . . . . . . .

โปรดติดตามตอนต่อไป



[1] Brain Contusion เลือดออกในสมอง

[2] CT Scan ย่อมาจาก Computerized Tomography Scan หมายถึงเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์ หลักการทำงานคล้ายเครื่องเอ็กซ์เรย์ ยิงรังสีเอ็กซ์ผ่านร่างกาย ความหนาแน่นที่แตกต่างกันในแต่ละส่วนของร่างกายจะทำให้เกิดภาพ แต่ซีทีสแกนจะยิงรังสีไปหลายๆ ทิศทาง จากนั้นจึงนำภาพที่ได้รับมาประกอบสร้างใหม่ด้วยคอมพิวเตอร์ ทำให้ได้ภาพที่มีความละเอียดสูงกว่าเอ็กซ์เรย์แบบธรรมดา

[3] หมายถึง ส่วน Sterile หรือพื้นที่ปลอดเชื้อ

[4] เยื่อหุ้มสมอง

[5] Glioblastoma multiforme หรือ Glioblastoma มีต้นกำเนิดจากเนื้อสมอง เป็นมะเร็งที่อาจกล่าวได้ว่ามีความรุนแรงสูงสุด อัตรารอดชีวิต 6เดือนถึง 2 ปี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 63 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #10 iamthesunne (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 14:18
    ติดตามค่ะ
    #10
    1
    • #10-1 ปราปต์(จากตอนที่ 2)
      24 สิงหาคม 2562 / 21:39
      ขอบคุณครับ ^^
      #10-1
  2. #6 Alis In Novel Land (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:23

    ตามมาจากเพจแพทย์สาวค่ะ ตามๆๆ ตามต่อต่อไป แล้วจะไปหาอ่นเรื่องอื่นๆ ด้วยค่า

    #6
    1
    • #6-1 ปราปต์(จากตอนที่ 2)
      5 สิงหาคม 2562 / 16:36
      ขอบคุณครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาลงตอนใหม่นะครับ ^^
      #6-1
  3. #5 Ciel En Rose (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 17:45
    สนุกค่ะ อ่านจบแล้วร้อง เอ้ย! เลย
    #5
    1
    • #5-1 ปราปต์(จากตอนที่ 2)
      5 สิงหาคม 2562 / 10:56
      ขอบคุณครับ
      เดี๋ยวพรุ่งนี้มาต่อตอนใหม่นะ ^^
      #5-1
  4. #4 Raatty (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2562 / 12:24
    ดำเนินเรื่องได้น่าติดตาม ปูพื้นตัวละครได้น่าสนใจดีค่ะ แล้วก็ตัดจบตอนได้เหมาะมาก^^
    #4
    1
    • #4-1 ปราปต์(จากตอนที่ 2)
      30 กรกฎาคม 2562 / 13:25
      ขอบคุณครับ ดีใจ ^^
      ฝากติดตามต่อๆ ไปนะครับ เรื่องจะเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
      #4-1
  5. #2 darkeye2229 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2562 / 16:33
    รอนิยายการแพทย์แบบนี้มานานแล้วค่ะ พออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย....อ้าว!!! เลยทันที
    #2
    1
    • #2-1 ปราปต์(จากตอนที่ 2)
      30 กรกฎาคม 2562 / 09:52
      ฝากติดตามต่อไปด้วยนะครับ ^^
      เนื้อเรื่องจะพี้กขึ้นไปอีกเรื่อยๆ ครับ
      #2-1