ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 เป้าหมาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 620
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

-16-

เป้าหมาย

 

จงกลยังอยู่ในห้องผ่าตัด ความวุ่นวายอุบัติทั่วเลิศวิชาญเวช แม้ผู้บริหารจะพยายามกำชับให้ทุกคนรักษาความสงบเพื่อไม่ให้ผู้มาใช้บริการพลอยเสียขวัญ ทว่าเสียงซุบซิบคาดการณ์ยังอึงคะนึง ไลน์กลุ่มของสมาชิกแก๊งอสรพิษเด้งถี่

 

Boom Valentine ไม่คิดเลยว่าจะถึงวันที่ไอ้จงมันต้องเข้าไปโดนผ่าซะเอง

Kaekiki ไอ้เรารึก็บอกให้มันทำบุญซะบ้าง

Kaekiki อีนี่มันงกเอาเงินไปให้แต่ไอ้น้องม้งน้องมิกอะไรของมัน

Jom Angel คนเจ็บอยู่ ยังจะบ่นเขาอีก พี่เก๋

 

ขณะเดียวกัน ที่ห้องประชุมในส่วนผู้บริหารแน่นขนัดไปด้วยนักข่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงฟ้าฟื้นและเป็นหนึ่ง

ตอนเกิดเหตุ สติและความกลัวสั่งให้เป็นหนึ่งทิ้งตัวราบรอคนร้ายหนีลับ เธอแทบไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นอะไรหรือโดนอะไรบ้าง มัวตกใจกับสภาพของจงกลมากกว่า ร่างของพยาบาลสาวห้องฉุกเฉินเต็มไปด้วยเลือด ตอนที่เป็นหนึ่งโงหัวขึ้นสำรวจ คนใกล้หมดสติไปแล้ว ประสาทศัลยแพทย์สาวร้องเรียกให้คนช่วย ใช้เวลาไม่นานคนในโรงพยาบาลก็รุมเข้ามา หนึ่งในนั้นเตือนว่าแผลของเธอก็เหวะเช่นกัน นั่นเองเป็นหนึ่งจึงเพิ่งรู้สึกตัว

กระสุนแค่ถากต้นแขน แต่แผลใหญ่ แถมเลือดไหลเยอะเพราะเธอไม่ได้กดห้ามเลือดตัวเองเลย มันเป็นผลให้ความดันตก แพทย์ผู้รักษาเตือนว่าต้องให้เลือดและน้ำเกลือแล้วนอนพัก แต่เป็นหนึ่งก็ยังดื้อรั้นด้วยความเป็นห่วงจงกลและสถานการณ์ข้างนอก เย็บแผลเสร็จในครึ่งชั่วโมง เธอก็รีบออกมารับหน้าตำรวจกับนักข่าว

ขณะนี้ประสาทศัลยแพทย์สาวนั่งอยู่ที่โต๊ะแถลงข่าวตัวยาวหน้าห้อง ข้างกันคืออานนท์ผู้อำนวยการคนปัจจุบันของโรงพยาบาล

“--เท่าที่รู้จักกันมา พี่จงไม่เคยมีเรื่องพิพาทกับใคร ดิฉันคงตอบได้เท่านี้นะคะ

คุณหมอไม่คิดว่าเป็นคู่อริของนางพยาบาลจงกล?” นักข่าวคนหนึ่งถาม

ดิฉันไม่ทราบค่ะ

ได้ยินว่าตอนแรกคุณจงกลตามหมอเพื่อจะไปพูดด้วยเรื่องบางอย่าง?” นักข่าวอีกคนยกมือ

พี่จงยังไม่ได้บอก แต่ก็เกิดเรื่องซะก่อนค่ะ

เป็นไปได้มั้ยครับ ที่จะเกี่ยวกับเรื่องนั้น

ดิฉันไม่ทราบ

คุณหมอคิดมั้ยคะว่านี่อาจเป็นการยิงผิดตัว

หมายความว่ายังไง!”

ถ้าเป็นปกติ เป็นหนึ่งคงสามารถรับมือสถานการณ์ได้ดีกว่านี้ แต่นี่ทั้งเหนื่อย หงุดหงิด ทั้งยังเริ่มหวิวๆ เพราะสภาพความดัน ประสาทศัลยแพทย์สาวจึงเริ่มมุ่นคิ้ว

หนึ่งในที่สุดฟ้าฟื้นที่ยืนดูใกล้ๆ มาแต่ต้นรีบพุ่งประชิด วอนนักข่าว ขอหมอหนึ่งพักก่อนดีกว่าครับ

หนึ่งยังไหว!

คนข้างๆ ก้มกระซิบข้างหู ตาเฒ่ากีฆาโน่!

เพราะสติยังมี คนได้ยินจึงตีความได้ทันควัน คนที่ดันทุรังอย่างวิกลจริต!

วินาทีนั้น เป็นหนึ่งอยากจะสะบัดหน้าใส่เขาเสียหนึ่งพรืด อารมณ์ขุ่นมัวเพราะสุขภาพตัวเองก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่ทำให้เธอไม่อยากยอมตามเขาง่ายๆ เพราะเดี๋ยวนี้ฟ้าฟื้นเองนั่นละที่ทำท่าคล้ายสร้างกำแพงใส่เธอ

พูดด้วยก็ไม่ค่อยอยากจะพูดด้วย แม้แต่เรื่องงานถามคำยังตอบครึ่งคำ เดินผ่านก็ไม่ทักเหมือนทุกที ยิ่งไม่ต้องพูดถึงรอยยิ้มอันกระจ่าง...

ว่ากันว่าโทสะคือไฟ แต่ถ้าทั้งหมดนี่เป็นเพราะเขาโกรธ ความโกรธของรุ่นพี่กลับเสมือนน้ำเย็นเฉียบอันทำให้เธอชา แล้วค่อยๆ ปวดเป็นตะคริว งอก่องอขิงด้วยฤทธิ์ทรมาน เขาเองก็ควรรู้สิว่ามันหนักหน่วง แต่ทำไมยังกลับมองเมิน วางปึ่ง และทำเสมือนความรู้สึกที่เคยมีให้นั้นเหือดไปหมดสิ้น

ถ้าหมดสิ้นแล้วก็ไม่ต้องมายุ่งกันหรอก!

คงเห็นท่าไม่ดี เด่นชัยที่ยืนสังเกตการณ์อยู่ด้านหลังอานนท์เช่นกัน จึงก้าวเข้ามานิ่งขรึม ตาดำอันมีขอบสีฟ้าพุ่งสายตาจ้องมาที่เธอ มีนัยลึกล้ำอันคาดเดาลำบาก ไปพักเถอะหมอหนึ่ง ตรงนี้มีคนจัดการอยู่แล้วปลายประโยคใช้สายตาชี้ไปที่คนหน้ากล้องอีกราย

อานนท์ปรายตามาแล้วพยักเพยิดเป็นเชิงไล่แพทย์สาว จากนั้นหันไปตอบนักข่าว เรายังตอบอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนะครับ แต่เดี๋ยวคงรู้อะไรมากขึ้น โชคดีผมพอจะรู้จักคนในกองปราบอยู่ นี่เขาช่วยเร่งดำเนินการให้เป็นพิเศษแล้ว เรื่องการตรวจสอบความปลอดภัยในโรงพยาบาลก็--

ด้วยเหตุนี้ ประสาทศัลยแพทย์สาวจึงจำลุกโค้งให้คนทั้งหมดเพื่อขอตัว ก้าวตามร่างสูงของรุ่นพี่ที่หันมาคอยระวังระหว่างเดินออกจากห้อง ยังรับรู้ถึงสายตาของผู้อำนวยการคนใหม่ที่จับตามจนลับหลัง

อันที่จริง วันนี้ฟ้าฟื้นไม่ต้องเข้าโรงพยาบาล แต่หลังจากทราบข่าว ได้ยินว่าเขารีบโทรหาพ่อของเธอแล้วรีบตรงมาที่นี่ เป็นหนึ่งไม่อยากยินดีล่วงหน้าว่าเขาเป็นห่วง ก็ดูท่าทางระยะหลังๆ ของเขาสิ!

นายแพทย์เป็นเอกยืนรออยู่วงนอกแต่ต้น ครั้นเห็นลูกสาวกับฟ้าฟื้นก้าวออกจากห้องก็ตามมาสมทบ บอกเธอขณะดันประตูปิดตามหลังว่า ออกมาพักก่อนดีแล้วนะลูก

แต่เรายังพูดกันไม่จบ นักข่าวคนนั้นถามว่า...

ปลายเสียงของผู้เป็นลูกจางไป หลังจากเห็นสัญญาณบางอย่างในสายตาระหว่างกันของพ่อและพี่

หมายความว่ายังไงคะ!” เสียงเปลี่ยน เธอคาดคั้นหลังจากตามเข้ามาในลิฟต์พร้อมคนทั้งคู่ นี่พ่อกับพี่ฟืนก็คิดเหมือนกันเหรอว่าคนที่คนร้ายตั้งใจจะยิงคือหนึ่ง!”

หนึ่งเดินไหวใช่มั้ย หนูหน้าซีดมาก ความดันตกเดี๋ยวจะหน้ามืด

หนึ่งไปทำอะไรให้ใครตั้งแต่เมื่อไหร่!” เธอกระชากเสียงห้วน

นายแพทย์เป็นเอกสบตาฟ้าฟื้น สีหน้าที่มักฉาบด้วยรอยยิ้มกลับดูจริงจัง

ปกติการที่พ่อเห็นรุ่นพี่มาก่อนเธอ ก็นับเป็นเรื่องที่สร้างความขุ่นใจให้เป็นหนึ่งมากพออยู่แล้ว ในนาทีนี้เธอยิ่งขัดเคือง

ในที่สุด บิดาถอนหายใจ หนูจำได้มั้ยว่าตอนนี้กำลังรักษาใครอยู่

ใคร? คำถามผุดมา แล้วความคิดก็ไล่ควาน

ไม่เห็นใครเป็นสำคัญ นอกจากที่พอเค้าเข้า คนผู้ถูกส่งเข้ามาด้วยอาการเจ็บป่วยจากการถูกทำร้าย

คุณตาธารเหรอคะ?”

สายตาของพ่อและพี่บ่งบอกว่านั่นคือคำตอบ

แต่คนร้ายในคดีของคุณตาธารถูกจับได้แล้วนี่ คุณแสน?

หลักฐานที่มีชัดเป็นแค่หลักฐานคดีวางยาเด็กหนุ่มข้างบ้าน รุ่นพี่เป็นผู้อธิบายด้วยท่าทีจริงจัง -- เหมือนฟ้าฟื้นคนเก่าเวลาจริงจัง ไม่ใช่คนที่เพิกเฉยกับเธอมาตลอดหลายวันนี้ คุณแสนบอกว่าเขาวางแผนฆ่าเหยื่อเพราะกลัวจะถูกเปิดโปงเรื่องที่ตัวเองเคยทำร้ายคุณตาธาร แต่คำพูดของเขาขัดแย้งกับเรื่องที่เกิดขึ้น--

สัญญาณลิฟต์ดังพอดี ประตูเปิด หน้าลิฟต์มีคนยืนไม่มาก หากทว่าคงเพื่อความปลอดภัย ฟ้าฟื้นจึงยังไม่พูดต่อ

ระหว่างนั้น เป็นหนึ่งพยายามทบทวน เท่าที่สติอันเริ่มวิงเวียนพอจะทำได้

เธอจำได้ สำนวนเก่าของเจ้าหน้าที่ตำรวจสรุปว่า คนร้ายใช้แจกันแก้วเปล่าใบใหญ่ภายในบ้านพักของตาธารฟาดหัวเขาจนสลบ จากนั้นขับรถพาร่างของตาธารไปทิ้งไว้ในป่าหญ้าแถวอ่างทอง ห่างจากที่เกิดเหตุกว่าหกร้อยกิโลเมตร

คนคิดหรี่ตา เริ่มมองเห็นเค้าลาง

คุณตาธารถูกพาไปทิ้งตั้งไกล แต่เวลาเดียวกัน คุณแสนกลับมีพยานหลายคนบอกชัดว่าตอนนั้นเขาอยู่ที่บ้านพักในเชียงใหม่?

อย่าเพิ่งพูดอะไรเลย ถึงห้องค่อยคุยชายหนุ่มรุ่นพี่เตือนเสียงเบา เป็นหนึ่งได้แต่มุ่นคิ้วไม่เข้าใจ ต่อเมื่อบิดาของเธอเออออกับรายนั้น จึงจำยอมตาม

เนื่องจากฟ้าฟื้นโทรมาแจ้งไว้ก่อนแล้ว เห็นเป็นหนึ่งมาถึง นางพยาบาลประจำห้องไอซียู 4-5 คนจึงพาเธอนอนวัดความดัน จับชีพจร รายหนึ่งหันถามประสาทศัลยแพทย์หนุ่ม เอาแล็ปอะไรมั้ยคะหมอ

ฟ้าฟื้นกำลังเพ่งมองผลความดัน ตอนนี้ความดันของเป็นหนึ่งค่อนข้างต่ำ ตอนทำแผลหมอหนึ่งมัวรีบๆ เลยไม่ได้เจาะแล็ป ผมขอชุดใหญ่ ซีบีซี พีที พีพีที ไอเอ็นอาร์ อิเล็คโตรไลท์ แล้วก็โหลดนอร์มอลเซอร์ไลน์ห้าร้อยเอ็มแอล ด่วนนะครับ

กระบวนการดังกล่าวใช้เวลาเพียงไม่เกินสามนาที เสียงแจ้งดังใหม่ หมอคะ เลือดเอเนกาทีฟตอนนี้ที่โรงพยาบาลไม่มีเลย อาจต้องรอ--

เป็นหนึ่งยกมือปัด น้ำเกลือก็พอค่--

มาเมื่อไหร่รีบให้ด่วน!” นายแพทย์หนุ่มแทรกทับ

โอเคค่ะผู้รับคำสั่งลอบยิ้ม แล้วส่งสายตาเป็นนัยให้เป็นหนึ่ง นี่ก็อีกรายที่พยายามจับคู่เธอกับหมอฟืนมาแต่ไหนแต่ไร!

หนึ่งพูดจริงๆ” คนป่วยเป็นฝ่ายเรียกร้อง “เก็บเลือดไว้ให้คนไข้ดีกว่า

เรายังคุยกันเรื่องคุณแสนไม่จบใช่มั้ยครับ รุ่นพี่กลับแสร้งเสกลับไปที่หัวข้อนั้นกับบิดาของเธอ

นายแพทย์เป็นเอกลอบยิ้มมุมปากบอก น่าจะใช่

เป็นหนึ่งจึงได้แต่หน้านิ่ว ถอนหายใจ 

ฟ้าฟื้นเริ่มอธิบายว่า คุณแสนจะบอกตำรวจว่าเขาว่าจ้างคนให้ขับพาคุณตาธารไปทิ้ง แต่มันแปลก เรื่องระหว่างคุณแสนกับคุณตาธารดูจะเป็นเพราะอารมณ์หุนหันพลันแล่น คุณแสนจะเอาเวลาไหนไปจ้างคน เขาไม่ใช่มาเฟีย จะได้รู้จักคนที่พร้อมจะจัดการเรื่องพวกนี้ง่ายๆ

แล้วมันเกี่ยวกันยังไงกับเรื่องที่มีคนมาทำร้ายหนึ่ง

หนึ่งจำได้มั้ย ที่คุณตาธารถูกรีเฟอร์มาเลิศวิชาญเวชก็เพราะพวกทีอาร์ดีพยายามจะบอกว่าตัวเองบริสุทธิ์

เดี๋ยวนะคะคนฟังเริ่มเอะใจ นี่พ่อกับพี่ฟืนกำลังคิดว่าพวกเขามีเจตนาไม่บริสุทธิ์?

ผู้เป็นพ่อยังมองนิ่ง แต่แค่การนิ่งก็แสดงถึงคำตอบ

นั่นเองทำให้หญิงสาวเริ่มโดดจมสู่ห้วงมหรรณพแห่งข้อมูล แหวกว่ายสู่สายธารของเรื่องราวอันวกวนเชี่ยวกราก ซ้ำถูกกล่าวหาว่ากำลังจะเป็นตัวการให้เธอได้รับอันตรายถึงกับชีวิต...

ในที่สุด จุดสว่างเรืองขึ้นในดวงตาสีน้ำตาลอ่อนราวถ่านที่เริ่มเริงไฟ “เสี้ยนนั่น?!

“ใช่!” ฟ้าฟื้นพยักรับ “เสี้ยนที่หนึ่งดูดออกมาพร้อมหนองในสมองของคุณตาธาร!

เป็นหนึ่งจำได้ เธอเองก็เคลือบแคลงประเด็นนั้น ตั้งแต่วันที่ไปหาเด่นชัยแล้วได้พบอานนท์กับสรวงสุรางค์ โดยเลขาฯ สาวบอกว่า

คุณแสนกลัวว่าจะถูกเปิดโปงเรื่องที่ตัวเองเป็นคนทำร้ายคุณตาธาร เลยจัดการฆ่าปิดปากเหยื่อค่ะ แกสารภาพกับตำรวจแล้วว่าเป็นคนใช้แจกันเปล่าใบใหญ่ในบ้านพักของคุณตาธาร ฟาดหัวจนคุณตาธารมีสภาพเป็นอย่างนี้

ตอนนั้นเอง ทวนตามแล้วเป็นหนึ่งเริ่มสะดุดใจ แต่เดี๋ยวนะคะ...คุณแสนบอกว่าใช้แจกัน เปล่า’ ?’

ในข่าวว่าอย่างนั้นค่ะ

มีอะไรเหรอคะหมอหนึ่ง เลขาเด่นชัยเป็นผู้ถาม และเธอตอบ

มันฟังดู...แปลกๆ น่ะค่ะ

ใช่! เพราะถ้าตาธารถูกคนร้ายฟาดศีรษะด้วยแจกัน เปล่า ในหัวของเขา – ลึกถึงในเนื้อสมองของเขา! – ไม่ควรปรากฏสิ่งแปลกปลอมแบบที่เธอเจอในกลุ่มหนองที่ดูดออกมามิใช่หรือ

เพราะแจกัน เปล่า ใบใหญ่ไม่น่ามีเสี้ยนไม้อยู่!

เสียงของฟ้าฟื้นปลุกจากคำนึง “วันนั้น หนึ่งบอกพี่เรื่องเสี้ยนนี่จำได้มั้ย--”

ทำไมจะจำไม่ได้ เธอพยายามจะบอกเขา – อันที่จริง หาเรื่องชวนเขามาคุยกันเหมือนเดิม แต่เขากลับตัดขาดไม่ไยดีทันทีที่ชนัตตรามาถึง!

“—พอมาได้ยินข่าวคุณแสนทำร้ายคุณตาธาร พี่ว่ามันแปลกๆ แกบอกว่าจ้างคนเอารถกับร่างคุณตาธารไปทิ้ง ทั้งที่จากเส้นเวลาแล้วไม่น่าทำได้ จุดนี้มันลักลั่นแบบเดียวกับที่แกบอกว่าใช้แจกันเปล่าฟาดหัวคุณตาธาร แต่กลับมีเสี้ยนไม้อยู่ในแผลของคุณตาธาร พี่ลองไปค้นข่าวเก่าๆ แล้ว ไม่เจอเลยว่าไม้นี่ถูกพูดถึงว่าตกอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย จะมีก็แต่ซากแจกัน ซากที่มองเห็นอยู่ทนโท่!

“นั่นแสดงว่า...” เสียงของเธอแหบแห้ง หวิวโหวงลงลึกถึงในอก “อาจมีใครอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้อีกคน!

ใช่แล้ว!

ไม้นั้นมาจากไหน ทำไมคนร้ายเลือกจะทิ้งไม้ แต่ไม่ทิ้งแจกัน

ทำไมใช้แจกันทำร้ายตาธารแล้ว ยังต้องซ้ำด้วยไม้อีกครั้ง ไม้ที่มีเสี้ยนหลุดฝังลึกเข้าไปถึงเนื้อในสมอง!

คิดถึงตรงนี้ ห้องไอซียูอันสว่างไสวกลับหรี่มืดและหนาวเหน็บ ในความมืดนั้นคล้ายมีสายตาลี้ลับซุ่มมองมาจนเป็นหนึ่งรู้สึกเสียวต้นคอ

สายตาของคนร้ายที่ตำรวจอาจยังไม่ทันคาดไปถึง!

แน่แล้ว! ที่แจกันไม่ถูกทิ้งไป เพราะคนร้ายรายแรกไม่ได้ตั้งใจกลบเกลื่อนคดี มัน – คุณแสน? -- ฟาดตาธารล้มลงแล้วก็หนีหาย คงไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขายังไม่สลบ หรือสลบ แต่ไม่ช้าก็ฟื้นขึ้นมาอีกที

เมื่อนั้นเอง ใครอีกคนที่อยากให้เขาตายปรากฏตัวขึ้นพร้อมไม้ท่อนใหญ่ มันฟาดลงบนศีรษะที่เกิดแผลเปิดของเขา แรงกระแทกกดลึกเข้าไปจนเสี้ยนหลุดฝังถึงในเนื้อสมอง จากนั้นมันก็นำตัวเขาไปทิ้งป่าหญ้า ห่างไกลหลายร้อยกิโลเมตร หวังว่าเขาจะตาย แต่ตาธารกลับไม่ตาย ยังคงหายใจ เพียงแต่ไร้สติแน่นิ่ง

สองเดือนผ่าน มันวางใจว่าเหยื่อคงไม่ลุกขึ้นมา จวบกระทั่งตาธารถูกส่งมาที่นี่...

“คนร้ายแอบซุ่มอยู่ใกล้ๆ คุณตาธารตลอดเวลา” ฟ้าฟื้นอนุมาน “มันไม่วางใจ ต่อให้คุณตาธารจะอาการหนัก มันก็คงคอยระวังว่าหมอรายใหม่อาจช่วยเขาได้ ตอนที่หนึ่งรู้วิธีช่วยคุณตาธาร มันคงนั่งไม่ติดเก้าอี้ แต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับการที่คุณแสนไปสารภาพผิด คำสารภาพของเขาทิ้งช่องโหว่เบ้อเริ่มไว้ แทนที่คนร้ายจะได้แพะรับบาป กลับเป็นฝ่ายตำรวจได้เบาะแสสำคัญว่าอาจมีเงื่อนงำมากกว่าเก่า แล้วถ้าเอามารวมกับเสี้ยนที่หนึ่งเจอ ทุกอย่างก็จะยิ่งชัด!--”

“แล้วก็เป็นหนึ่งเองที่โชว์เสี้ยนนั่นให้มันเห็นกับตา!

“อะไรนะลูก?!

“พ่อคะ พี่ฟืน” เสียงของเธอลนลาน “วันที่ผ่าตัดคุณตาธาร หนึ่งถ่ายรูปเสี้ยนนั้นไว้ด้วยค่ะ ตอนออกมาเจอคุณแสนกับเมียเขา แล้วก็คุณแก้วชิงดวง หนึ่งเอาให้พวกเขาดู”

“แก้วชิงดวง!” นายแพทย์เป็นเอกกัดกราม

ฟ้าฟื้นหันบอกผู้บังคับบัญชา “ชัดขนาดนี้ ผมว่าไม่ผิดจากที่เราคิดไว้หรอกครับ หนึ่งกับคุณตาธารกำลังตกอยู่ในอันตราย!

ดวงตาของหญิงสาวกวาดลานในช่องตา พยายามทวนหาทางออก

“หนึ่ง” บิดาเรียกเสียงหนัก แววตาจริงจังตัดสินใจ “ระหว่างนี้ พ่ออยากให้หนึ่งหลบออกไปให้พ้นจากเรื่องนี้ก่อน”

“หลบออกไปให้พ้น? แต่งานของหนึ่งอยู่ที่นี่นะคะ แล้วตอนนี้ตำรวจก็เข้ามาดูแลในโรงพยาบาลแล้ว ไหนจะรปภ. ที่ผอ. อานนท์สั่งมาเพิ่มอีก”

“ก็เพราะว่าเป็นในเลิศวิชาญเวชนั่นละ” บิดายังมุ่นคิ้วแน่น

“หมายความว่ายังไงคะ”

“คุณตาธารรีเฟอร์เข้ามาที่นี่ได้ยังไงล่ะลูก”

“คุณตาธาร...” หญิงสาวควานหาเส้นสายอันโยงใย ตาธารถูกทำร้ายและรักษาไม่หายมาสองเดือน พวกทีอาร์ดีจึงแสร้งเอาหน้า พยายามแสดงความบริสุทธิ์โดยส่งเขามารักษาตัวที่นี่แทน ผ่าน... ใช่แล้ว เส้นสายของ—“ผอ.เด่นชัย?! 

ผู้เป็นพ่อพยักรับ “ถ้าเป้าหมายของคนร้ายคือหนูจริงๆ แล้วสิ่งที่เราคาดการณ์มานี่ถูกต้อง แสดงว่าพวกมันพยายามปิดปากหนูเรื่องเสี้ยนนั่น นี่บอกเราว่า พวกมันรู้! ว่าหนูยังไม่ได้ปริปากบอกใครที่มีอำนาจพอจะเปลี่ยนแปลงทิศทางของคดีได้ โดยเฉพาะยังไม่ได้บอกตำรวจ--”

“งั้นหนูจะรีบบอกตำรวจ--!

“ไม่ได้!

เป็นหนึ่งมุ่นคิ้ว เขม้นมองอย่างต้องการคำอธิบาย

“ทีอาร์ดีมีอิทธิพลมากขนาดไหน เราวางใจไม่ได้ว่าคนพวกนี้จะไม่แทรกซึมเข้าไปในหมู่ตำรวจ”

“ก็จริง” หญิงสาวปรอยตา เสียงเจื่อนลง “หนูน่าจะแจ้งเรื่องเสี้ยนนั่นผ่านไปทางนิติเวชโรงพยาบาลตั้งแต่แรก...”

ถ้าเป็นพ่อคนอื่นคงปลอบลูกสาวว่า ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอกลูก แต่นายแพทย์เป็นเอกกลับนิ่งเฉย อันทำให้ผู้เป็นลูกยิ่งโทษตัวเองว่านั่นคือความผิดของเธอจริงๆ

ตอนนี้ บอกตำรวจไปก็ไว้ใจไม่ได้อยู่ดี ครั้นจะไปบอกนิติเวชโรงพยาบาลก็อาจไม่ทันการแล้ว ถึงเธอจะเชื่อใจหมอคลาริหรือไอยวริญญ์ นิติเวชสาวประจำเลิศวิชาญเวช ทว่าการที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลคือหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเสียเอง ว่าอาจมีส่วนรู้เห็นในการลอบทำร้ายเธอ เป็นหนึ่งก็ย่อมไม่อาจวางใจเชื่อกระบวนการของโรงพยาบาลอีกต่อไป

มองตาพ่อกับฟ้าฟื้น ความลังเลอัดอั้นที่แสดงอยู่นั้นบ่งบอกว่าต่างฝ่ายน่าจะกำลังคิดไปในทางเดียวกัน

ถ้าเพียงแต่สามารถแจ้งนักข่าวที่มาพร้อมกันวันนี้ได้ ภัยร้ายก็อาจล่วงพ้น!

อย่างไรก็ดี ต่อให้นี่เป็นทางรอดเดียวของชีวิต แต่เป็นหนึ่งรู้ดีว่าเธอไม่มีสิทธิ์ทำ

ด้วยจรรยาบรรณ แพทย์ไม่สามารถเปิดเผยความลับผู้ป่วย ตราบเท่าที่ยังไม่ได้รับความยินยอม หรือศาลให้เบิกแจ้ง

ตลกดี แพทย์ที่รักษาชีวิต รักษาความลับคนไข้ บางครั้งกลับไม่มีสิทธิ์รักษาชีวิตของตัวเอง!

ในที่สุด นายแพทย์เป็นเอกพูดเป็นคำแรกหลังจากเงียบไปพักใหญ่ “พ่อ...ขอโทษ พ่อไม่ควรให้หนูรับผิดชอบเคสนี้เลย”

“ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหรอกค่ะ” เป็นหนึ่งกลับเป็นฝ่ายประโลมด้วยคำนั้น และถ้าจะผิด พ่อผิดกับหนูมากกว่าที่คิดว่าหนูจะไม่มีทางรักษาเขา!

ประสาทศัลยแพทย์สาวเลี่ยงไปว่า “อีกอย่าง มันก็ยังไม่ชัวร์ ยังมีความเป็นไปได้ที่เป้าหมายของคนร้ายคือพี่จง”

“เรื่องที่เขาจะบอกอะไรลูกน่ะเหรอ”

“ค่ะ”

“แต่ต่อให้เป็นอย่างนั้น คนร้ายก็อาจตามหนูอยู่ดี เพราะเข้าใจว่าจงกลบอกหนูแล้ว หรือต่อให้ยังไม่บอก แต่สักวันหนูอาจจะนึกออกขึ้นมาก่อนก็ได้ ถูกมั้ย”

“ก็...ใช่ค่ะ” หญิงสาวรับเสียงแผ่ว

ท่ามกลางความลังเลสับสน ฟ้าฟื้นโพล่งขึ้น “ผมนึกออกแล้วครับว่าหนึ่งควรจะหลบไปที่ไหน ตัวเลือกนี้ไว้ใจได้ แล้วก็ไม่มีใครรู้จักหรือคิดถึงแน่นอน”

“ใครคะ”

ฟ้าฟื้นสบตาเธอ แวบแรกราวกับเขาจะขอโทษและปลอบขวัญ

“บ้านเกิดของหมอนัต!

. . . . . . . . .

 

ระยะหลัง ห้องพักบนชั้นสูงของคอนโดมิเนียมเกรดเอแห่งนี้ดูมืดครึ้มตลอดเวลา ผัวคนใหม่ของเธอต้องการอย่างนั้น คิดย้อนกลับไปภาพวาดก็เกิดคำถามในใจ นี่มันห้องเรา แล้วปกติเราก็เป็นตัวของตัวเองมากกว่าจะยอมตามใครง่ายๆ ไม่ใช่เหรอวะ!

ดวงตาที่เปิดขึ้นในความมืดสลัวดูเลื่อนลอย เนิ่นนานกว่าจะเกิดจุดโฟกัสชัดขึ้น และเริ่มสำเหนียกว่า สีดำที่เธอเห็นส่วนหนึ่งบนบานหน้าต่าง ที่แท้คือสีดำจากฟ้าครึ้มฝนข้างนอก ไม่ใช่เงาจากม่านที่บดบังอยู่เช่นทุกที

ม่านที่ถูกปลาบปลื้มสั่งปิด คงเกิดรอยแง้มตอนที่เจ้าตัวจับเธอเหวี่ยงกระแทกหน้าต่างเมื่อช่วงบ่าย...

ถึงตอนนี้ ความเจ็บปวดของส่วนที่ถูกกระแทกนั้นลดลงแล้ว แต่รอยช้ำตามร่างกายยังอยู่ ในเวลาดีๆ ปลาบปลื้มจะชี้ชมว่า นี่คือศิลปะที่มันมอบให้เธอด้วยความรัก

ที่จริง รักมันคืออะไรกันแน่

ตลอดชีวิตภาพวาด ความรักของอาปักกับแม่แจ่มชัดในตาเธอ คนทั้งคู่หวานแหววเหมือนหยุดเวลาไว้เมื่อวันแรกๆ ที่เป็นคู่ควง ขณะเดียวกัน เพื่อแลกกับสิ่งนั้น ภาพวาดก็พบว่า แม่ต้องแอบทำไม่รู้ไม่เห็นกับเสียงนินทาของญาติๆ

เมียน้อย! กับลูกเมียน้อย!

โดยไม่รู้ตัว การที่แม่ยิ้มรับ ทำเสมือนไม่รู้เห็น กลับเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กน้อยซึมซับการยอมรับและอดทน ลดเกียรติ เพื่อแลกมาซึ่งความสุขจากรักแท้ 

ภาพวาดเกลียดมัน เธอคิดว่าตัวเองมีค่ากว่านั้น ไม่ปักใจใคร และพร้อมจะสละความรักง่ายๆ แต่วันนี้ ฟ้ามืดหลังช่องแหวกแคบๆ กลับทำให้เธอประจักษ์ นั่นไม่ใช่การยืนยันเพื่อประกาศความรักหรือคุณค่าของตัวเอง มันอาจเป็นแค่ความสับสน ความสับสนนี่เองทำให้เธอพลาดท่าตั้งท้อง แม้โชคดีมีหมอช่วยเอา ตัวอ่อน ออก – มีโอกาสอีกครั้ง หากไม่ช้า เธอก็กลับถอยสู่อีกหล่ม ความรักอีกแบบ ที่แทบไม่ต่างจากแม่ แม่ของเธอซึ่งทำลายเกียรติตัวเอง ความต่างดูจะมีเพียง นอกจากเกียรติ ภาพวาดยังปล่อยให้ปลาบปลื้มทำลายร่างกายและจิตวิญญาณของเธออีกด้วย!

มันเริ่มตั้งแต่ตอนไหน ตอนไหนกันนะ!

มีเสียงขยับตัวของคนข้างๆ -- ดูเอาเถอะ แค่มันขยับตัว เธอยังถึงกับสะดุ้งผวา

นึกออกละ ดวงตาอันซ่อนรอยช้ำอยู่ในความมืดกะพริบเบาๆ หลังม่านตาเห็นภาพวันแรกๆ ที่ปลาบปลื้มยังไม่ออกลาย และภาพวาดคิดว่าความเข้มแข็งของเธอจะสยบไฮยีน่าตัวนี้ลงได้

อย่าด่ามิกให้ได้ยินอีก!’

นั่นคือเสียงของเธอ เสียงที่เธอคิดว่าตัวเองสั่งสอนมัน ค่าที่ปลาบปลื้มบังอาจด่าลูกรักและกำลังใจของเธอ – น้องมิก ใช่แล้ว เธอให้ค่าคมิกมากกว่าผัวซะอีก ยิ่งรายปลาบปลื้มนี่ยิ่งชัด

เป็นเรื่องลับๆ ที่บรรดา แม่ ระดับเอ็กซ์คลูซีฟของคมิกรู้กันดี ลูกชายมีแฟนเป็นตัวเป็นตนอยู่แล้ว ผู้หญิงที่ทั้งโลกควรริษยาผู้นั้นมีนามว่าโปรดปราน หล่อนเป็นลูกสาวมาเฟียใหญ่ เสี่ยเปรมปรีดิ์ไม่หวงลูกสาวเท่ารายเจ้าน้องชาย ปลาบปลื้มพยายามขัดขวางความรักของพี่กับหนุ่มต่างชนชั้นทุกวิถีทาง แม้เมื่อคมิกมีชื่อเสียงแล้ว ตกลงเป็นแฟนกับพี่สาวแล้ว ก็ยังไม่วาย มันถึงกับตามมาคอยคุมผัวพี่ทุกทีที่มีงานอีเว้นท์ จับผิดว่าคมิกก้อร่อก้อติกกับสาวอื่นหรือไม่ นี่เองทำให้ภาพวาดมีโอกาสได้พบมัน

พอเจอสาวถูกใจ ปลาบปลื้มก็ลืมความตั้งใจเดิมเสียสนิท กลายเป็นฝ่ายมาก้อร่อก้อติกเธอแทน ช่วงแรกภาพวาดไม่สน รำคาญมันด้วยซ้ำในข้อหามาคอยขัดใจลูกชายสุดที่รัก อย่างไรก็ตาม เพราะเหตุการณ์นั้น – การพลาดตั้งท้องและต้องทำแท้งได้สร้างอารมณ์หดหู่ลึกซึ้ง ญาณิก์เพื่อนสนิทพยายามช่วยเหลือ แนะนำว่าเธอน่าจะลองเปิดใจกับปลาบปลื้มดู เผื่อว่ารักครั้งใหม่จะช่วยทำให้โลกสดใสขึ้น

มันได้ครอบครองเธอเพราะตามก้นคมิกมาแต่แรกแหละเห็นมั้ย!

ฉะนั้น ภาพวาดจึงยอมไม่ได้เวลามันว่าลูกของเธอ

อย่าด่ามิกให้ได้ยินอีก!’

วันนั้น เธอน่าจะเอะใจ ทันทีที่โดนตวาด ปลาบปลื้มก็คำรามสบถแล้วกวาดของลงพื้นแตกกระจาย มันกล้า ทั้งที่อยู่กลางผับและมีคนมหาศาล

ถ้าภาพวาดเอะใจตั้งแต่วันนั้น เธอคงไม่ปล่อยให้มันเข้าใกล้อีก คงไม่ปล่อยให้มันบีบคอเมื่อร่วมรัก ฟาดหน้าเมื่อเธอปฏิเสธและบอกว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์ จิกหัวแล้วจับกดคว่ำทั้งที่เธอไม่ยอมทำท่าหมา...

ความเจ็บปวดค่อยๆ ก่อร่างความกลัวในใจ แต่บัดนี้ ภาพวาดเพิ่งตระหนักว่า ลึกลงไปยิ่งกว่าความเจ็บปวด และความกลัว คือเธอกำลังกลายเป็นคนที่แม่พยายามสอนให้เธอเป็นมาตลอดชีวิต

อาปักรักเรา อากุงอาโผ่ อาแหมะก็รักเรา ภาพยังจะเอาอะไรอีกล่ะลูก

เธอกลายเป็นคนที่...แค่เพื่อจะถูกรัก กลับยอมทุกอย่างกระทั่งเสียเกียรติ และถูกทำร้าย!

นั่นคือวินาทีที่มือบอบบางใต้ผ้าห่มค่อยๆ กำจิกผ้าปูที่นอน...

ธาตุแท้ของภาพวาดเป็นคนแคล่วคล่อง แต่เพราะเนื้อตัวที่บอบช้ำ เธอจึงเคลื่อนไหวได้ช้าลง เด็กสาวเอื้อมไปเปิดโทรศัพท์มือถือ ดูสิ่งที่บันทึกไว้ปฏิทิน ครั้นได้รับคำยืนยันว่าตัวเองจำไม่ผิดจึงรีบลุกขึ้นแต่งตัว

จนแต่งเสร็จแล้ว เสียงจากคนบนเตียงจึงดังขึ้น “ทำอะไรน่ะ”

ต่อเมื่อเธอเงียบ ตอบมันด้วยเสียงฉีดน้ำหอม ปลาบปลื้มก็เริ่มตะคอก “กูถามว่าทำอะไร!

“อีเว้นท์น้องมิกใกล้จะจบแล้ว”

“แล้ว?

เช่นเดิม ภาพวาดไม่ตอบ ร่างระหงคว้ากระเป๋าก้าวฉับๆ ออกจากห้อง กำลังจะไปถึงประตูห้องพักแล้วตอนที่ปลาบปลื้มถลันมาจิกปลายผมไว้

“ปล่อย!

“ไอ้มิกเป็นผัวมึงรึไง ถึงจะต้องแรดตามมันไป-- โอ๊ย!

ปลายเสียงร้องดัง พร้อมๆ กับแสงวับปรากฏขึ้นเพราะการสะท้อนของอะไรบางอย่างกับแสงไฟนอกหน้าต่าง

เส้นผมของภาพวาดเป็นอิสระแล้ว มืออีกข้างของเธอเอื้อมกดสวิตช์ไฟ ทันทีที่โคมอินไดเรกต์ไลท์ส่องกระจ่าง ดวงตาของปลาบปลื้มเบิกโพลงเพราะได้เห็นสิ่งที่พุ่งจ่อตรงหน้า

“มะ...มึงจะทำอะไร” ทั้งที่เสียงเริ่มตะกุกตะกัก ปลาบปลื้มยังคงติดวางอำนาจในน้ำเสียง มือข้างหนึ่งกุมลำแขนที่ถูกมีดตวัดใส่เมื่อครู่

“เก็บของออกไป ต่อไปนี้ไม่ต้องเสือกกะโหลกมาอีก” คำของฝ่ายหญิงกลับเยือกเย็น

“ว่าไงนะ!

“ภาษาอังกฤษไม่ได้ ภาษาไทยยังไม่เข้าใจ จะให้พูดภาษาอะไรด้วย”

ดวงตาของปลาบปลื้มคล้ายถ่านติดไฟที่ถูกวีแรง มันโชนฉานขึ้นทันควัน กัดกรามจนขึ้นรอยบดที่ข้างแก้ม

“มึงรู้มั้ย คนที่กล้าลองดีกับกู แม้แต่อีญาณิก์เพื่อนมึงน่ะ มันโดนกูสั่งสอนยังไงบ้าง!

. . . . . . . . .

 

สี่ชั่วโมงกว่าๆ ระหว่างรอเลือด เป็นหนึ่งถูกกันไม่ให้ออกไปทำงาน ฟ้าฟื้นรับหน้าที่แทนเธอ ถึงกระนั้น เมื่อไม่มีคนไข้ เขาก็กระวีกระวาดมาหาเธอในห้องพักแพทย์ของแผนกประสาทศัลยแพทย์อยู่ดี เป็นหนึ่งแอบคิดในใจว่า คงกลัวเราอาละวาดใส่เพื่อนสนิทตัวเองอีกละสิ!

เป็นการตกลงใจกันระหว่างเจ้าตัวกับพ่อของเธอเสียมากกว่า ชายทั้งสองเห็นตรงกันว่า ไม่มีที่ไหนจะให้เป็นหนึ่งหลบไป พักร้อน ได้ดีกว่าบ้านเกิดของชนัตตราที่อยุธยา อดีตอันมืดมนนั้นทำให้สูตินรีแพทย์สาวแทบไม่เคยเอ่ยปากกับใคร ชนัตตราจะหาบ้านพักที่ปลอดภัยให้เธอได้ และอาจลาพักร้อนไปอยู่เป็นเพื่อนเธอด้วย

“ไม่จำเป็นค่ะ” ให้ถึงอย่างไรเสียงของเป็นหนึ่งก็ยังค่อนข้างห้วน เธอไม่เคยชอบพอกับแพทย์หญิงรายนี้ ยิ่งทราบความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหล่อนกับพ่อ ต่อให้เข้าใจเหตุผลทั้งหมด ก็ยังยากจะทำใจสนิทสนม

ชนัตตราเองก็ถูกตามตัวมาหารือด้วย สูตินรีแพทย์สาวมองตาเธอด้วยสายตาอันยากจะประเมินว่าที่แท้กำลังรู้สึกเช่นไร ความสวยหวานของเจ้าหล่อนบดบังทุกอย่างสิ้น เหมือนๆ กับที่จะไม่มีใครดูออกว่า จริงๆ แล้วผู้หญิงคนนี้เคยผ่านอะไรมาบ้าง

ในที่สุด ชนัตตรายิ้มบาง พยักหน้า

ฟ้าฟื้นยืนกอดอกมองท่าทีของเธอทั้งคู่แล้วถอนหายใจ หันไปถามผู้บังคับบัญชา “เราจะพอหาหมอมาดูแผนกแทนชั่วคราวได้มั้ยครับ ผมจะไปดูหนึ่งเอง”

“พี่ฟืนก็ไม่ต้อง!” เธอเสียงกร้าวกว่าเดิม “หนึ่งไม่ใช่เด็กๆ”

“เข้าใจว่าหมอหนึ่งดูแลตัวเองได้” ชนัตตรายิ้มและพูดด้วยเสียงหวานเย็นอันน่าหงุดหงิดใจอีกครั้ง “แต่นัตพอจะหาคนที่ไว้ใจได้มาช่วยดูแลหมอหนึ่งได้ค่ะ”

“งั้นก็ดี” ฟ้าฟื้นพูดโดยไม่ฟังคำเธอ “เดี๋ยวค่ำๆ นี้ ผมจะขับรถพานัตกับหนึ่งไปที่บ้านพักเลยแล้วกัน...หลังจากที่หนึ่งได้เลือดแล้วก็สังเกตอาการแล้ว”

เป็นหนึ่งทำเสียงจึ๊กจั๊ก คร้านจะย้ำแล้วว่าประหยัดเลือดไว้ให้คนไข้ดีกว่า โดยเฉพาะถ้าเธอไม่ต้องลุกไปผ่าคนไข้ การดูแลตัวเองในสภาวะแบบนี้ถือว่าสบายมาก

อย่างไรก็ตาม ไม่กี่นาทีก่อนที่เลือดกรุ๊ปเอลบจะเดินทางมาถึงคลังโรงพยาบาล ข่าวใหญ่ทำให้ทุกแผนการผันทิศ เกิดเหตุเพลิงไหม้ในพื้นที่ศูนย์การค้าไม่ไกลจากเลิศวิชาญเวช มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวนมาก หลายรายโดดหนีเปลวเพลิงออกมาจากหน้าต่างชั้นสอง ศีรษะกระแทกอาการสาหัสต้องผ่าตัดด่วน

“หนึ่งไม่เอาเลือดแล้ว!” เป็นหนึ่งประกาศ “มันอาจสำคัญกับคนไข้ แล้วพ่อกับพี่ฟืนก็ไม่ต้องไปส่งหนึ่ง สแตนด์บายที่นี่แหละ หนึ่ง...” หญิงสาวกวาดสายตามาหยุดที่ใบหน้าของชนัตตรา “หนึ่งไปกับหมอนัตได้!

ด้วยเหตุนี้ ราวทุ่มกว่า คณะเดินทางจึงเหลือเพียงแพทย์สาวสองราย ชนัตตราไม่ยอมให้เป็นหนึ่งขับรถตามไปอีกคัน เพราะสภาพร่างกายของเธอยังไม่สมบูรณ์ ประสาทศัลยแพทย์สาวจำต้องยอมตาม กระนั้น เมื่ออีกฝ่ายบอกให้รอหน้าอาคารโรงพยาบาลแล้วเดี๋ยววนรถมารับ เธอก็ส่ายหน้า ยืนยันว่าสามารถเดินไปขึ้นรถด้วยได้

“หมอหนึ่งนี่ดื้อกว่าที่คิดนะคะ” หลังจากลับหลังคนทั้งหมดมา ชนัตตราที่ก้าวนำไปออกปากทัก

เนื่องจากคนทักไม่ได้หันมองมา เป็นหนึ่งจึงไม่เห็นสีหน้า หรือจับสังเกตความรู้สึกของเจ้าตัวได้ถนัด

“หมอนัตเองก็ ใจดี กว่าที่คิดนะคะ”

คงเพราะสัมผัสได้ถึงการลงน้ำเสียง คนข้างหน้าจึงหัวเราะนิดหนึ่ง เป็นหัวเราะตามมารยาทมากกว่าอารมณ์ขัน “หมอหนึ่งคงรู้เรื่องของนัตหมดแล้ว ขอพูดตามตรงนะคะ ประสบการณ์เลวร้ายมันไม่ได้กำหนดให้เรากลายเป็นคนใจร้ายหรือแข็งกระด้าง ตัวเราต่างหากค่ะที่เลือกกำหนดเอง”

คนฟังไม่ตอบ ระหว่างอยู่ด้วยกันเพียงสองคน รอลิฟต์เลื่อนสู่ชั้นที่จอดรถอย่างเชื่องช้า จึงเป็นช่วงเวลาที่ความเงียบลอยแน่นหนาจนน่าอึดอัด เป็นหนึ่งแทบจะรู้สึกว่า ถ้าต้องอยู่ในนี้นานอีกแค่นาที เธออาจตายเพราะขาดอากาศหายใจได้

ตรงข้ามกับคนที่ก้าวนำออกจากลิฟต์มาทีหลัง ชนัตตรายังยิ้มละไมคล้ายสวมหน้ากาก เป็นใบหน้าที่ยากจะคาดเดาความคิด แต่ที่แน่ๆ มันทำให้เป็นหนึ่งรู้สึกยิ่งหมั่นไส้

อาคารจอดรถเปิดไฟสลับดวงกันเพื่อประหยัดพลังงาน บริเวณลานจอดรถที่ชั้นสี่จึงไม่ถึงกับสว่าง แต่ก็ไม่มืด บนชั้นนี้ดูจะไม่มีพนักงานรักษาความปลอดภัยอยู่เลย เสียงรองเท้าส้นสูงของแพทย์สาวทั้งสองก้องกังวาน ไกลออกไปฟ้าค่ำมืดกว่าที่ควรเป็น อาจเพราะเมฆฝนคลี่คลุมเหนือมหานครกรุงเทพตั้งแต่บ่ายแก่ เสียงครืนครานแว่วมา ไม่ดัง หากทว่ารู้สึกถึงแรงสะเทือนใต้ฝ่าเท้า

กำลังจะข้ามบริเวณพื้นหน้าทางลาดไปสู่จุดที่รถจอด ชนัตตรากลับหยุดก้าว เป็นหนึ่งหยุดตาม แต่ไม่ถาม พบว่าผู้นำล้วงโทรศัพท์ออกมา ชนัตตราคงปิดเสียงไว้เพราะเป็นหนึ่งไม่ได้ยินเสียงเลย อันที่จริงไม่ได้ยินกระทั่งจังหวะสั่นของมันด้วยซ้ำ ครั้นผู้เป็นเจ้าของเห็นหน้าจอ หัวคิ้วก็กดเป็นร่องเล็กน้อย

เรื่องอะไรนะจะทำให้คนแบบนี้ขมวดคิ้วได้!

เป็นหนึ่งประชดประชันในใจ ขณะที่อีกฝ่ายกดรับโทรศัพท์

“ภาพ--” คำพูดหยุดลงแค่นั้น อะไรที่ได้ยินทำให้ใบหน้าของชนัตตราแสดงความร้อนใจกังวลขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดร้องออกมาว่า “อย่าเพิ่งเป็นอะไรนะ! เดี๋ยวหมอจะรีบไปหา จะรีบพามาโรงพยาบาล!

เป็นหนึ่งพลอยตกใจ อีกฝ่ายยกโทรศัพท์ห่างหู หันมาพูดกับเธอ “มีเรื่องนิดหน่อยค่ะ หมอกลับเข้าไปรอข้างในอีกแป๊บนึงได้มั้ยคะ เดี๋ยวนัตจะออกไปรับคนไข้เข้ามาแล้วเราค่อยไปกัน”

เป็นหนึ่งเออออ อาจเพราะเป็นแพทย์จึงพอจะเข้าใจ ไม่รู้สึกไม่พอใจ ถึงอย่างนั้นก็ไม่วายพูด “คนร้ายคงยังไม่มายิงฉันตอนนี้หรอกค่ะ หมอไปเถอะ”

ดวงตาของผู้ฟังวับขึ้นนิดหนึ่ง ตอบเสียงหวาน “ขอบคุณนะคะ”

ชนัตตรากำลังจะก้าวจากไป วินาทีนั้นเองเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้นเหนือศีรษะ แพทย์สาวทั้งสองแหงนขึ้นมองพร้อมเพรียง

เสียงยางบดพื้นดังลั่น แสดงถึงความเร็วที่สารถีบังคับรถอยู่ เพียงอึดใจก็มีเสียงดังโครม!

ร่างหนึ่งลอยจากชั้นบน ปลิวข้ามทางลาดลงมาถึงพื้นชั้นที่เป็นหนึ่งและชนัตตรายืนอยู่ ทั้งคู่เบิกตา สติหล่นไปยึดอยู่แทบพื้นจนยืนแข็งทื่อ เฉพาะเป็นหนึ่งถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นถนัดว่าร่างที่กลิ้งกระเด็นออกไปไกลคือ “โน่?!

ร่างโชกเลือดของธโนทัยยังอยู่ในชุดผู้ป่วยด้วยซ้ำ! ทำไมเขาถึง--?!

คิดได้แค่นั้น เสียงล้อรถดังต่อมา คราวนี้ จากตำแหน่งด้านบน มันไล่เลี้ยวมาตามทางลาดสู่ชั้นที่พวกเธอหยุดอยู่ ความรวดเร็วนั้นมากเกินกว่าคนตกใจจะตั้งตัวติด เช่นเดียวกับผู้บังคับรถ มีเสียงเอี๊ยดลากยาวสนั่น ควบคู่กันกับเสียงแตร ในที่สุด ครั้นรู้สึกถึงแสงไฟหน้าสาดเข้ามาทางด้านข้าง เป็นหนึ่งเอี้ยวหัน ยกมือกำบังก่อนเหตุร้ายจะอุบัติ

จังหวะนั้นเอง มือของคนข้างๆ ยื่นเข้ามา

กว่าจะรู้สึกตัวอีกครั้ง เป็นหนึ่งก็ถูกเมียใหม่ของพ่อผลักเข้าเต็มแรง!

. . . . . . . . .

แจ้งข่าว
ตอนนี้เป็นตอนสุดท้ายที่ลงในเด็กดีแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไปในรูปแบบรูปเล่มและอีบุ๊กนะครับ
ขอบคุณครับ ^^

สั่งซื้อรูปแบบเล่ม

เว็บไซต์สำนักพิมพ์: http://bit.ly/2NJFtPa
ร้านนายอินทร์: http://bit.ly/2nPkLUz
ซีเอ็ด: http://bit.ly/34ENrA2

ช่องทางสำหรับผู้สนใจอ่านในรูปแบบ eBook

MEB: http://bit.ly/2ntZY9D
Hytext: http://bit.ly/2otyFwb
Naiin: http://bit.ly/2mUS7kY

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #33 Ciel En Rose (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 11:08
    วันก่อนแอบไปหาที่งานนิยาย หาไม่เจอเลยค่ะT^T ตื่นเต้นขึ้นทุกที
    #33
    1
    • #33-1 ปราปต์(จากตอนที่ 17)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 19:41
      อ่านจบแล้วมาคุยกันบ้างนะครับ ^^
      #33-1