ถ่านไฟเดียว

ตอนที่ 12 : บทที่ 11 ฆาตกร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 516
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    7 ต.ค. 62

-11-

ฆาตกร

 

เด็กคนนั้นรู้สึกว่าตัวเองคือฆาตกร นั่นไม่แปลก

ชนัตตราคลุกคลีกับคนที่ทำเรื่องอย่างนี้มามาก หลังจากทุกอย่างจบสิ้น ความรู้สึกแรกที่เกิดขึ้นในใจคนส่วนใหญ่คือโล่งใจ ไม่ใช่โล่งอย่างดีใจ แต่เป็นโล่งอันกลัดหนองแห่งตราบาปและความเศร้าไว้ลึกซึ้ง ชนัตตราในฐานะผู้ร่วมก่อการจะปลอบว่าอย่าคิดมาก ปัญหาทุกอย่างจบสิ้นลงแล้ว และพูดคำนั้น คุณมีอนาคตรออยู่นะ บทสนทนามักลงท้ายด้วยการแนะนำให้คนเหล่านั้นไปทำบุญ มากเท่าไหร่ก็ได้ เพื่อความสบายใจของตัวพวกเขาเอง

แต่นั่นละ บางครั้ง น้ำก็ล้างคราบฝังลึกได้ไม่จางนักหรอก

รายนี้ ภายนอกเป็นคนเข้มแข็ง แต่จิตใจภายในไม่ได้แกร่งกร้าวอย่างที่เจ้าตัวพยายามแสดงออก เสียงจากปลายสายคือสะอื้นอันเงียบงัน ซึ่งแน่นอน เจ้าของเสียงคงไม่มีวันอนุญาตให้ใครได้ยิน

สูตินรีแพทย์สาวปล่อยให้คนปลายสายปลดตะกอนในใจออกมา เธอเชื่อว่าน้ำตาชะล้างใจคนได้ดีกว่าคำปลอบโยนใดๆ และหากผู้ฟังไม่พร้อม คำปลอบไหนๆ ก็ไม่มีทางเล็ดลอดเข้าไปถึงใจของเขา

รอจนเสียงนั้นค่อยๆ จางไป ชนัตตราจึงพูดด้วยเสียงนุ่มนวลแผ่วเบา “จำได้มั้ย ที่หมอเคยอธิบายให้ฟัง เรื่องการเจริญเติบโตของ ตัวอ่อน

การเลือกคำเรียกสิ่งที่อยู่ในครรภ์ถือเป็นการสร้างความรู้สึกทั้งในแง่บวกและลบสำหรับผู้ทำแท้ง มันแทบจะเป็นจุดเริ่มแรกของการเมืองระหว่างสองฝ่าย ฝ่ายที่สนับสนุนการยุติท้องไม่พร้อม กับฝ่ายต่อต้าน

คำว่า ตัวอ่อน จะช่วยลดผลกระทบด้านความรู้สึกลงมากกว่าการใช้คำว่า เด็ก’ ‘ทารก หรือโดยเฉพาะ ลูกของคุณ ชนัตตรารู้ว่าอีกฝ่ายจะยังจำได้ เธอเคยอธิบายว่าในภาษาอังกฤษนั้นจำแนกชื่อเรียกตัวอ่อนแต่ละระยะชัดเจนขึ้นไปอีก อาทิ ไซโกต มอรูลา บลาสตูลา ฯลฯ

ไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายขานรับ แพทย์สาวก็กล่าวต่อ “ช่วงสองเดือนอย่างในกรณีของคุณ ตัวอ่อนยังไม่เจริญเติบโตเป็นทารกเลยด้วยซ้ำ--”

“แต่มันก็คือชีวิต!” เสียงค้านแข็งห้วนทั้งยังติดสะอื้น “ยังไงหนูก็ฆ่า...!

หางเสียงแผ่วหายไปเฉยๆ เหมือนเจ้าตัวมีแรงมากพอจะพูดได้เท่านั้น

ชนัตตราปล่อยให้ความเงียบกินเวลาต่อไปชั่วอึดใจ จนมั่นใจว่าอีกฝ่ายเริ่มสงบลงและพร้อมมากพอที่จะฟังต่อ จึงพูด

“หมอถามได้มั้ย ทำไมเรื่องนี้ถึงวนกลับมาอีกคะ ก่อนหน้านี้ดูเหมือนคุณจะรู้สึกโอเคขึ้นกว่านี้ไม่ใช่เหรอ”

“หนะ...หนู” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความลังเล คงเพราะคนพูดเองก็รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องไม่เข้าท่านัก “หนูดูทีวีค่ะ แม่ใจยักษ์มัน...”

เช่นเดิม รอจนแน่ใจว่าอีกฝ่ายจะไม่พูดต่อแล้ว ชนัตตราจึงกล่าว

“อย่าปล่อยให้เสียงของคนอื่นมามีผลกับความรู้สึก กับชีวิตของเรามากเกินไป ถ้าคุณยังรู้สึกหวั่นไหว คุณควรหลีกเลี่ยงกับสื่อที่ชอบตัดสินใจแทนคนอื่นแบบนั้น หมอจะถามอย่างนี้ ถ้าวันนี้คุณมีความพร้อมมากกว่านี้ มีการงานที่ดี ดูแลตัวเองได้แล้ว คุณจะทำแบบนี้มั้ยคะ”

“กะ...ก็คงจะไม่ค่ะ”

“การที่คนเราตัดสินใจเลือกทางที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง ให้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง และแม้แต่กับคนรอบข้างและสังคมรอบข้าง อย่างนี้ยังถือว่าเราใจยักษ์อยู่รึเปล่า”

ไม่มีคำตอบจากปลายสาย

ชนัตตราสูดลมหายใจเชื่องช้า “ฟังหมอนะคะ มองไปข้างหน้า อะไรที่ผ่านมาและเราตัดสินใจไปแล้ว มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ถ้าเกิดสับสนในใจขึ้นมาอีก ลองถามตัวเองว่า ตอนที่ตัดสินใจ คุณได้ไตร่ตรองดีแล้วใช่มั้ย ถ้าใช่ ก็จบ โอเคมั้ยคะ”

เสียงตอบรับยังคงเครือ “ค่ะหมอ”

ผู้เป็นหมอจินตนาการเห็นภาพเด็กสาวปลายสาย เด็กที่กำลังเจริญวัย มีรูปโฉมและความสามารถอันสมบูรณ์พร้อม ทว่าภายในกลับเหมือนแก้วแตกที่แง่งคมบาดตำตัวเองตลอดเวลา

เราไม่มีทางเข้าใจหรอกว่าใครอื่นๆ กำลังแบกอะไรอยู่บ้าง และทำไมเขาจึงต้องตัดสินใจทำอย่างที่ได้ทำลงไป

เราจะยิ่งไม่เข้าใจ ถ้าเราเลือกตัดสินเขาไปแต่ต้น

ชนัตตรารู้จักคนปลายสายผ่านการแนะนำของญาณิก์ เด็กสาวรายหลังอยู่ในกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามคมิกเข้ามา ตอนที่ดาราหนุ่มมาถ่ายสกู๊ปสัมภาษณ์ชนัตตรากับฟ้าฟื้น กรณีผู้ตั้งครรภ์ซึ่งมีเหตุต้องผ่าตัดสมอง อันถือเป็นการรักษาที่เลิศวิชาญเวชได้รับการยอมรับอย่างสูง

ชนัตตราสะดุดตาญาณิก์ด้วยเหตุที่เด็กสาวไม่เหมือนแฟนคลับรายอื่นๆ หลังแววตานิยมคมิกนั้นมีบางอย่างซ่อนอยู่ เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ก็เพราะแววตานั้น เธอกลับจำเจ้าตัวได้ คราวที่พบกันอีกครั้งในร้านกาแฟข้างๆ คลินิกวางแผนครอบครัวแถวดินแดง

สูตินรีแพทย์สาวแวะมาสั่งแฟลตไวท์ก่อนเข้าคลินิกเหมือนทุกที ดับเบิ้ลชอตช่วยให้กระปรี้กระเปร่า และเธอชอบสัมผัสนุ่มๆ ของฟองนมที่แทรกอยู่ในนั้น จังหวะที่พนักงานร้านรับคำสั่ง ชนัตตราเผอิญได้ยินเสียงกรี๊ดกร๊าดจากด้านในจึงหันไปดู ปรากฏว่าญาณิก์กำลังนั่งคุยกับเด็กสาวอีกคน รายหลังกำลังแกะถุงพลาสติกที่คงรับมาจากอีกฝ่าย เห็นถ้วยเก็บความร้อนข้างในก็ร้องถูกใจโดยไม่สนลูกค้าอื่น

ราวกับรู้สึกได้ว่าถูกจับตา ญาณิก์เสมาสบเธอ วี่แววจดจำได้น่าจะปรากฏขึ้นในแววตาของแต่ละฝ่ายพร้อมๆ กัน ชนัตตราจึงก้าวไปทัก

รูปของน้องมิ--

ตัวสะกดกอไก่สะดุดแค่ปลายลิ้น ภาพดาราที่อยู่ข้างถ้วยเก็บความร้อนไม่ใช่คมิก แต่เป็นไอดอลเกาหลีอีกราย ชนัตตราเลิกคิ้ว กำลังจะยิ้มขำด้วยความขวย ถ้าไม่เพราะแววตกใจเลิ่กลั่กของญาณิก์

แฟนคลับสาวของคมิกจ้องกลับมาพร้อมร่องรอยขอร้อง ระหว่างนั้น เด็กสาวที่ถือถ้วยมัวหันมาหาชนัตตรา จึงไม่ทันเห็น

สูตินรีแพทย์สาวรีบบอก ขอโทษค่ะ จำคนผิด

ว่าแล้วก็ก้าวห่างมา เด็กถือถ้วยหันกลับไปบ่นอุบอิบ ก่อนบอกขอบคุณญาณิก์แล้วหอบข้าวของก้าวออกจากร้านไปก่อน

เห็นได้ชัดว่าญาณิก์แสร้งอ้อยอิ่งรอจนอีกฝ่ายลับตา แล้วจึงก้าวมาหยุดข้างหลังชนัตตรา พูดเบา ขอบคุณนะคะ

เมื่อเธอหันหา ยังไม่ทันกระทั่งใช้สายตาตั้งคำถาม เด็กสาวตอบเอง หนูขายของพวกนั้นค่ะ ให้แฟนคลับ

ไม่ต้องทอนนะคะ ผู้เป็นแพทย์รับกาแฟแล้วบอกพนักงาน

เพราะพอจะเข้าใจญาณิก์ เธอจึงก้าวนำออกมาสำรวจบริเวณทางเท้าหน้าร้านก่อน ต่อเมื่อไม่พบเด็กสาวรายเดิมจึงพยักให้คู่สนทนาเดินตามสู่คลินิกวางแผนครอบครัว หลบเข้าไปคุยในห้องด้านใน

สิ่งที่ญาณิก์เล่าให้ฟังนั้นค่อนข้างน่าแปลก ชนัตตราเพิ่งรู้ว่าวงการแฟนคลับก็มีเรื่องลึกลับซับซ้อนชนิดนี้ —ถ้าเขารู้ว่าเราไม่ได้ชอบไอดอลคนนี้จริงๆ แต่ติ่งคนอื่นอยู่ เขาอาจจะไม่อยากซื้อของจากหนูต่อ-- แพทย์สาวพยักรับ ปรากฏการณ์ของเด็กรุ่นใหม่เป็นสิ่งที่เธอสนใจเสมอ ชนัตตราเชื่อว่าทุกสิ่งล้วนเชื่อมโยงเหมือนเด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว พฤติกรรมของสาวๆ จะส่งผลต่องานที่เธอทำอยู่เช่นกัน 

บทสนทนาต่อจากนั้นพูดถึงความดีและน่ารักของคมิก จนผู้ฟังต้องหันมามองดาราหนุ่มใหม่ พลังของความชื่นชมอันบริสุทธิ์นั้นส่งต่อกันได้จริงๆ

ก่อนลากลับ เจ้าบ้านบอกให้แขกมั่นใจ —ไม่ต้องห่วงนะ หมอไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครแน่ ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเอง หมอเข้าใจ

ขอบคุณค่ะ คำพูดพร้อมรอยยิ้ม แต่ไม่ใช่รอยยิ้มโล่งอกหรือดีใจ

ญาณิก์มีลักษณะของหญิงร้ายที่ไม่ยอมแพ้ ชนัตตราประเมิน

หญิงร้าย พูดต่อไปว่า หนูไม่กลัวหรอกค่ะ เพราะตอนนี้หนูว่าหนูก็มีข้อแลกเปลี่ยนกับหมอแล้วเหมือนกัน

ข้อแลกเปลี่ยน?’

ความลับของหมอ แสงตาของเด็กสาวคมวาวดุจใบมีด หนูมองออกนะ คลินิกแบบนี้น่ะ รับทำแท้งใช่มั้ยล่ะคะ เดี๋ยวนี้ทำแท้งยังไม่ใช่เรื่องถูกกฎหมาย หมอเองก็คงไม่อยากให้ใครรู้เรื่องนี้เหมือนกัน

ชนัตตรารู้สึกว่าตัวเองอึ้งเหวอไปเช่นกัน

นั่นไง เป็นอย่างที่คิดจริงๆ ด้วย คนพูดลุกขึ้น ปากบอก หมอเองก็ไม่ต้องกังวลนะคะ ไม่มีประโยชน์ที่หนูจะพูดเรื่องนี้ออกไปเหมือนกันแหละ สวัสดีค่ะ

ชนัตตราได้แต่มองตามจนลับหลังเจ้าตัว และแล้วส่ายหน้า ยอมรับว่าต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะขจัดมันพ้นไปจากหัวได้

ไม่คิดเลย จู่ๆ วันหนึ่งจะมีสายต่อเข้ามา นางพยาบาลประจำคลินิกบอกว่า เขายืนยันว่าอยากคุยกับหมอนัตเท่านั้นค่ะ ผู้หญิงเสียงเด็กๆ ชื่อญาณิก์

ญาณิก์?’

ใช่ ถึงเวลาผ่านไปนาน แต่มีหรือเธอจะจำรายนั้นไม่ได้

รีบโอนสายมาเลย

แทนที่เธอจะเป็นฝ่ายทัก ปรากฏว่าอีกฝ่ายคงตั้งท่ารออยู่ก่อน ทันทีที่สัมผัสได้ว่าสายถูกโอนมา ญาณิก์ก็จู่โจม หมอนัตใช่มั้ยคะ หนูอยากปรึกษาเรื่องนั้น

นั่นย่อมเป็นเครื่องกระตุ้นให้เธอเป็นฝ่ายตาม เรื่อง...?’

ทำแท้งค่ะ!’

คนปลายสายบอกว่า เพื่อนถูกผู้ชายมอมเหล้าแล้วข่มขืนราวสองเดือนก่อน เจ้าตัวเป็นคนค่อนข้างมีชื่อเสียง จึงไม่กล้าบอกใคร ทั้งตำรวจ แม้กระทั่งคนใกล้ตัว หลังจากหาทางถอยห่างจากการคุกคามของฝ่ายชายมาได้ ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ จะมีข่าวร้ายว่ากำลังตั้งครรภ์

—มันกำลังคิดว่าจะซื้อยาจากเน็ตมากินเอง แต่หนูว่า--

ญาณิก์ หลังจากเรื่องราวยืดยาวฟูมฟาย เป็นครั้งแรกที่ชนัตตราขัด หมอไม่ว่าอะไรหรอกนะ ถ้าที่คุณพูดมาทั้งหมดนั่นเป็นเรื่องโกหก แต่ถ้าคุณพูดเรื่องจริง หมอจะให้คำแนะนำที่ดีและเหมาะสมได้ โดยที่คุณยังมั่นใจได้ว่าทุกอย่างจะยังเป็นความลับ

เท่านั้น เสียงถอนหายใจก็ดังขึ้นช้าๆ ที่ปลายสาย ในที่สุดอีกฝ่ายตัดสินใจ ขอโทษค่ะ หนูยอมรับว่าหนูโกหก

เหมือนทุกครั้งที่ฟังปัญหาจากคนไข้ หลังจากเจ้าตัวเปิดใจ ชนัตตราจะรอให้อีกฝ่ายพูดเอง จนจบ แล้วจึงพูดบ้าง ครั้งนี้เธอรอให้ญาณิก์เริ่ม

เด็กสาวปลายสายเปิดเผยว่า เพื่อนสนิทมีวันไนท์แสตนด์บ่อย ทุกครั้งป้องกันเรียบร้อย แต่กลับเกิดเหตุผิดพลาด เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครคือพ่อของเด็กในท้อง และบอกใครไม่ได้ เพราะพ่อแม่ล้วนคาดหวัง ทั้งครอบครัวเป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม ถ้ารู้เข้าคงเสียใจมาก และเพื่อนของญาณิก์ก็จะยิ่งเสียใจมาก

มันอยากเอาออก แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง มันเซิร์ชหาเจอว่ามียาขายในเน็ต แต่หนูไม่แน่ใจว่าจะโอเค

เอาอย่างนี้นะ บอกเขาว่าอย่าเพิ่งซื้อยามาใช้ มาหาหมอก่อน ถ้าไม่สะดวก เรานัดกันที่อื่นก็ได้ คุณก็รู้ว่าหมอเองก็เปิดเผยเรื่องนี้ไม่ได้เหมือนกัน

ประสบการณ์การรับมือกับคนไข้และญาติมานับร้อยนับพัน ชนัตตรารู้ว่าเธอควรจัดการกับความคาดหวังของฝ่ายตรงข้ามอย่างไร

โอเคค่ะ หนูจะพยายามเกลี้ยกล่อมมัน

รีบหน่อยนะคะ เรื่องแบบนี้เราแข่งกับเวลา ยิ่งไวยิ่งดี มันปลอดภัยกับสุขภาพของตัวเขาเองด้วย

ทั้งที่ผู้ฟังรับคำ หากเจ้าตัวกลับเงียบหาย ไม่รู้ทำไมชนัตตราจดใจเรื่องนี้ ราวสัปดาห์ต่อมาเธอจึงเป็นฝ่ายโทรไปหาเอง

คำตอบเป็นไปตามคาด มันไม่ยอม มันไม่อยากออกไปเจอใคร นี่มันยังโกรธหนูด้วยซ้ำที่เอาเรื่องไปบอกคนอื่น หนูต้องบอกมันแทบตายว่ายังไม่ได้พูดชื่อ

เอาอย่างนี้ หนูให้เขาโทรหาหมอ เราจะคุยกันผ่านโทรศัพท์โดยไม่ต้องบอกชื่อด้วยซ้ำ ตกลงมั้ยคะ

ญาณิก์ตกลง

ตรงข้ามกับเจ้าของเรื่อง —เหมือนเดิมค่ะ เพื่อนหนูมันไม่อยากให้ใครรู้ทั้งนั้น มันยืนยันว่าจะซื้อยามากินเอง ไอ้นี่มันดื้อมากใช่มั้ยหมอ

ยิ่งเขาถูกคาดหวังมาก ก็ไม่แปลกที่เขาจะยิ่งกลัวมาก ไม่เป็นไรค่ะ หมอเข้าใจ

หมอพอจะช่วยมันได้บ้างมั้ยคะ หนูไม่เชื่อยาพวกนั้นเลย เคยอ่านเจอในเน็ต บางคนกินแล้วก็...

ปลายเสียงเงียบหายเหมือนไม่อยากจะพูดถึง

ใช่ การที่สังคมจ้องจะตัดสิน ท้ายที่สุดก็นำไปสู่การหลบๆ ซ่อนๆ แบบนี้แหละ 

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าภาวะท้องไม่พร้อมนั้นมักเกิดกับเด็กสาวใจแตก ทว่าแท้จริงมีหลายกรณี ทั้งการถูกข่มขืน ล่อลวง การมีเพศสัมพันธ์ด้วยความเต็มใจ ป้องกันแล้ว แต่กลับเกิดเหตุผิดพลาด หญิงท้องไม่พร้อมพบตั้งแต่เด็กวัยแรกมีประจำเดือน จนถึงวัยผู้ใหญ่ที่รู้โลก มีหน้าที่การงาน และดูแลตัวเองได้ เหตุผลแต่ละคนแตกต่างกันไป ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือ สิ่งที่อุบัติท่ามกลางความไม่พร้อม มักจะก่อความกังวล อึดอัด และทุกข์ใจ เป็นสิ่งที่ยากจะเปิดเผยแก่ใครได้

หลายรายที่เคยคุยกับชนัตตราบอกว่า อยากให้มันเป็นเพียงความฝัน ตื่นมาอีกครั้งแล้วหายไป หญิงที่ตั้งครรภ์ไม่พร้อมส่วนใหญ่ต้องแบกความรู้สึกเหล่านี้ไว้ลำพัง ไม่อาจบอกเรื่องสำคัญที่สุดแม้กับคนที่ตัวเองรักและรักตัวเองมากที่สุด ความหวาดกลัวจะถูกตราหน้าและตัดสิน ทำให้ยากจะติดต่อเข้าไปกระทั่ง 1663 ฮอทไลน์ที่ปรึกษาเรื่องพวกนี้โดยตรง ยากจะบากหน้าเข้าไปปรึกษาแพทย์ในโรงพยาบาลที่ดูน่าเชื่อถือ

ที่โชคร้ายกว่านั้นคือ แพทย์บางส่วนกลับสั่งสอนหรือว่ากล่าวในเชิงประณามซ้ำอีก บางรายยอมรับทำ แต่ขู่ถึงความเจ็บ และจงใจ มือหนัก เพื่อให้เป็นบทเรียน บางรายเกลี้ยกล่อมให้คนไข้เปลี่ยนใจ ด้วยบาปบุญคุณโทษ ด้วยสำนึกของความเป็นแม่ ฯลฯ แถมรู้สึกว่าการที่ผู้ฟังยอมรับแล้วเดินกลับไปโดยดีคือ ชัยชนะ ลืมตั้งคำถามไปว่า ชัยชนะนั้นคือชนะอะไร และท้ายที่สุด คนไข้ล้มเลิกความตั้งใจจริงหรือไม่ หรือเพียงหันไปเลือกใช้วิธีอื่นที่อันตรายยิ่งกว่า ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาว่าหน้าที่ของแพทย์คือการรักษาสุขภาพของคนไข้ สิ่งที่ทำลงไปย่อมถือว่าล้มเหลวในการปฏิบัติการมิใช่หรือ ยังไม่นับรวมถึงคนไข้ที่ยอมเปลี่ยนใจจริงๆ แต่สภาพไม่พร้อมนั้นกลับส่งผลต่อการเลี้ยงดูบุตรและประคับประคองชีวิตของตัวเอง ของครอบครัวตัวเอง และท้ายสุด กลายเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับสังคมในระยะยาวไปโดยปริยาย

การต้องหลบซ่อน หรือถูกปฏิเสธจากการรักษาในสถานพยาบาลที่น่าเชื่อถือ ทำให้หญิงที่ท้องไม่พร้อมต้องหันไปพึ่งยาจากอินเทอร์เน็ตเอง อันนำไปสู่ปัญหาหลายชนิดต่อมา ทั้งการใช้ปริมาณยาที่ไม่ถูกต้อง ระยะห่างของการใช้ยาไม่ถูกต้อง ทำให้โอกาสแท้งมีน้อย เสียเวลาและโอกาสปลอดภัยไปโดยเปล่าประโยชน์ ในเมื่อการยุติการตั้งครรภ์นั้น ยิ่งช้าเท่าไหร่ก็ยิ่งส่งผลอันตรายต่อผู้ตั้งครรภ์เท่านั้น การทำแท้งเมื่อตั้งท้อง 3-4 เดือนมีโอกาสเสียชีวิตสูงถึง 7.7 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงที่อายุครรภ์น้อยกว่านี้ นอกจากนั้น การซื้อยากินเองยังมีความเสี่ยงต่อการได้ยาปลอม ยาที่ไม่มีประสิทธิภาพมากพอ หรือแม้แต่การปฏิบัติตัวไม่ถูกต้องหลังกินยาแล้ว ซึ่งอาจเจ็บปวดทรมาน และเผชิญความเสี่ยงต่ออันตรายต่างๆ อาทิ มดลูกบีบรกออกมาไม่พ้นปากมดลูก เป็นผลให้เกิดการติดเชื้อในมดลูกได้

ด้วยความคิดที่จะช่วยเหลือ ชนัตตราจึงนัดญาณิก์มาพบเพื่อสอบถามอาการและให้รับยาแทนเพื่อน อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้าวันนัดหมายแค่สองวัน เพื่อนของเจ้าตัวกลับฉวยกินยาที่ซื้อจากอินเทอร์เน็ตเสียก่อน ยานั้นออกฤทธิ์ในเวลาต่อมา 24 ชั่วโมง เด็กสาวเริ่มมีอาการคล้ายจับไข้ หนาวสั่น และคลื่นไส้อาเจียน แต่ละชั่วโมงที่ผ่าน อาการปวดท้องน้อยก็ยิ่งทวี ปวดหนักมากกว่าปวดประจำเดือนจนสู้ไม่ไหว

ตอนที่ญาณิก์ถูกโทรตามแล้วเข้าไปพบ เพื่อนสาวกำลังสลึมสลือจวนเป็นลมอยู่หน้าห้องน้ำ เลือดแดงสดไหลผสมกับน้ำคร่ำใสคล้ายปัสสาวะ ญาณิก์รีบพยุงเพื่อนขึ้นรถแล้วขับมาที่คลินิก นับว่าโชคดีที่เจ้าตัวพอจะขับรถได้ เพราะสภาพแบบนี้แท็กซี่อาจไม่ยอมรับง่ายๆ

ค่ำนั้นชนัตตราลืมโทรศัพท์ไว้ที่คลินิก ไม่ว่าญาณิก์ติดต่อเท่าไรจึงไม่มีคนรับสาย เด็กสาวมาถึงที่หมายหลังจากชนัตตรารีบร้อนออกไปแค่ไม่นาน พยาบาลบอกความจำเป็นที่จะต้องให้คนไข้ไปโรงพยาบาล แต่คนไข้ยังยืนกรานว่าไม่! กลัวเรื่องเล็ดลอดไปถึงหูพ่อแม่ ถึงหูนักข่าว ถ้าจะมีเรื่องใดหลุดออกไป ก็ขอให้เป็นความตายของตัวเองเลยดีกว่า

แพทย์ประจำคลินิกอีกรายไปต่างจังหวัด พยาบาลจึงต้องโทรตามฟ้าฟื้น ตอนนั้นชายหนุ่มอยู่เวรที่เลิศวิชาญเวช แต่ก็ยังกระวีกระวาดมาเพื่อช่วยรักษาชีวิตคนไข้ ชนัตตราได้รู้เรื่องนี้ในดึกนั้น เธอโทรไปขอโทษฟ้าฟื้น แต่เขาก็ยังเป็นเขา กบฏ พยศ และไม่เห็นว่าการมานั่งเสียใจหรือเสียดายสิ่งที่ได้ตัดสินใจทำลงไปแล้วจะมีประโยชน์ตรงไหน ชนัตตราเองต่างหากที่เป็นฝ่ายหวั่นใจ นโยบายของคุณเด่นชัยผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนใหม่พร้อมกำจัดความไม่โปร่งใสทุกรูปแบบ เธอจึงพยายามวิ่งเต้นเพื่อช่วยเหลือเขาทุกรูปแบบ...

โชคดีเป็นของฟ้าฟื้น -- และแน่นอน เป็นของเลิศวิชาญเวชด้วยเช่นกัน – ชนัตตราโล่งใจที่ได้รับทราบว่าเขาไม่ถูกทำโทษหนัก จากนั้นเธอหันไปสนใจความคืบหน้าทางญาณิก์ต่อ

เพื่อนหมอคงบอกแล้วใช่มั้ยว่าเพื่อนหนูเป็นใคร เด็กสาวเริ่มคำถามแรกอย่างนั้น ชนัตตราอยากจะค้านว่าแพทย์มีจรรยาบันที่จะไม่เปิดเผยความลับของคนไข้ แต่อีกฝ่ายไม่วรรครอ

ก็อย่างบอก เพื่อนหนูต้องแบกหน้าตาของครอบครัวมัน ไม่อยากให้ใครรู้ ไอ้ภาพมันถึงตัดสินใจแบบนั้น

แล้วตอนนี้เพื่อนคุณเป็นยังไงบ้างคะ

ร่างกายมันก็ดูจะโอเคขึ้นแล้วนะ ดีที่ครอบครัวมันอยู่ต่างจังหวัด นี่หนูเองก็คอยมาเยี่ยมมัน แต่มันยังดู...หม่นๆ

ผู้ฟังพอจะเข้าใจความหมายของคนพูด

ยังอยู่ในช่วงทำใจ ตอนนี้เขาไม่มีใคร ถ้าคุณอยู่ใกล้ๆ คอยให้กำลังใจ ก็น่าจะช่วยเขาได้มาก

หนูก็อยากจะทำอย่างนั้น แต่หนูต้องไปเรียน อยู่กับมันไม่ได้ทั้งวันแล้วก็ทุกวัน หนูอยากให้มันแข็งแรงเร็วๆ จะได้ออกจากห้องเสียที เห็นมันอย่างนี้ บางทีก็ใจไม่ดีเหมือนกัน

อืม... ชนัตตราใคร่ครวญแล้วตัดสินใจ เอาอย่างนี้ดีไหมคะ ไหนๆ ตอนนี้หมอก็รู้แล้วว่าเขาเป็นใคร แล้วพวกคุณก็วางใจได้อยู่แล้วว่าหมอไม่มีทางเอาความลับนี้ไปบอกใครแน่ คุณลองให้คุณภาพคุยกับหมอโดยตรงดูมั้ย เผื่อมีเรื่องอะไรที่เขาสงสัยเกี่ยวกับสภาพตัวเอง หรือมีเรื่องไม่สบายใจอื่นๆ หมอจะแนะนำเขาได้ว่าคนไข้อื่นๆ ที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้มาแล้วเขาเป็นยังไง ทำยังไงกันบ้าง

มันก็ฟังดูดีนะ แต่เพื่อนหนูมัน--

นะคะ เสียงของเธอหนักแน่นขึ้น ถือว่าคุณทำเพื่อเขา เราไม่รู้เลยว่าสักวันที่คุณออกไปเรียน คุณภาพเขาจะตัดสินใจทำอะไร

นั่นดูจะผลักดันให้ญาณิก์ตัดสินใจได้ ในที่สุด การคุยกันทางโทรศัพท์ครั้งถัดมา สายจึงถูกเปลี่ยนมือไปยังภาพวาดด้วย

สูตินรีแพทย์สาวพบว่าภาพของบุคคลเป้าหมายที่เธอวาดไว้นั้นใกล้เคียงกับภาพวาดพอสมควร เจ้าตัวโดดเดี่ยว พยายามเด็ดเดี่ยว แต่ที่แท้ภายในยังเต็มไปด้วยใยรยางค์อันตรึงมัดความรู้สึกเต็มไปหมด เสียงคุยในช่วงต้นๆ ห้วนตึงอย่างมีกำแพง เจ้าตัวหงุดหงิดใจ ไม่เห็นประโยชน์ หลายถ้อยจงใจเสียดสีทำลายผู้ฟังให้ถอยห่าง แต่ก็เพราะประสบการณ์ที่ผ่านมา ชนัตตราพอจะรู้ว่าทั้งหมดนั้นเกิดจากอะไร เธอค่อยๆ ตะล่อมด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน คำพูดอันแสดงถึงความเข้าใจและการยอมรับ ครั้นอีกฝ่ายรู้สึกถึงการยอมรับ และสบายใจมากขึ้น ย่อมพร้อมจะเปิดบาดแผลในใจให้เธอได้รักษา

—หนูเลวใช่มั้ยหมอ หนูเป็นลูกที่เลว หลานที่เลว ทุกคนเขาเลี้ยงดูหนูมาดีๆ แต่หนูกลับไม่รักดีจนเกิดเรื่องแบบนี้ หนูพูดจริงๆ ว่าไม่ได้ห่วงใครจะมาด่าตัวเองหรอกนะ แต่พ่อแม่ แม่ใหญ่ แล้วก็ปู่ย่าหนูไม่ได้ทำผิด เขาไม่ควรจะต้องมาแบกรับเรื่องอัปยศนี่ด้วย พวกที่หนูเกลียดมัน ที่ทำให้หนูกลายเป็นคนแบบนี้ต่างหาก พวกมันจะยิ่งได้ใจ แล้วก็ไม่รู้สึกผิดอะไรเลย หนูเป็นลูกเลว แล้วพอมีลูกเป็นของตัวเอง หนูก็เป็นแม่เลวอีกที แม่ที่ฆ่าลูกตัวเอง!’

ภาพ... ชนัตตราเรียกความรู้เนื้อรู้ตัวของอีกฝ่ายคืนมาด้วยน้ำเสียงปลอบประโลม ฟังหมอนะคะ สิ่งที่อยู่ในท้องคุณน่ะ ในทางการแพทย์ยังไม่เรียกว่า ทารก ด้วยซ้ำ--

ช่วงแรกๆ เธออาศัยเวลาว่างโทรคุยกับภาพวาดวันละหลายชั่วโมง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของญาณิก์ที่ต้องไปมหาวิทยาลัย แม้จนแล้วจนรอดจะไม่เคยเห็นหน้าคร่าตา ทว่าภาพวาดก็เหมือนอีกหลายรายๆ ที่เธอเคยช่วยบรรเทา เคยช่วยรักษา วันหนึ่งชนัตตราได้ยินเสียงห้วนนั้นกลับแผ่วเครือลง

หมอ...มันแปลกๆ หน่อยนะ หนูอยากจะ...อยากจะ...ขอบคุณหมอน่ะ เมื่อคำพูดตอนท้ายหลุดล่วงออกมา เสียงต่อๆ ไปเริ่มติดสะอื้น แต่น่าแปลกที่แจ่มใสขึ้นคล้ายโล่งอก หมอไม่รู้จักหนูเลย หนูเองก็ไม่ให้เกียรติไปเจอหมอด้วยซ้ำ แต่หมอก็ยังคอยเป็นห่วง แล้วก็...ช่วยดูแลหนูตลอด หมอกับหมอฟืนเพื่อนของหมอคนนั้น หนุ...หนูไม่รู้จะตอบแทนยังไง...

ชนัตตรายิ้ม ในชีวิตของหมอคนหนึ่ง อะไรจะดีไปกว่านี้

ถ้าอยากตอบแทนหมอ สัญญาได้มั้ย

ความเงียบจากอีกฝ่ายแสดงว่ากำลังตั้งใจฟัง

คุณต้องใช้ชีวิตให้ดีที่สุด และมีความสุขที่สุด โอเคมั้ย ไม่มีอะไรที่หมออยากจะเห็นจากคนไข้มากไปกว่านี้

วันนั้น ภาพวาดรับคำ ทั้งที่ปล่อยโฮออกมา ทว่าเจ้าตัวก็รับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ การต่อสายหากันค่อยๆ ห่างไป แต่ชนัตตรามั่นใจแล้วว่าเจ้าตัวดูแลตัวเองได้ดีขึ้น และญาณิก์ก็จะคอยช่วยสังเกตการณ์เพื่อนของตน

คนแกร่งขึ้น ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนแกร่งแล้ว และใช่จะเป็นคนแกร่งตลอดไป โดยเฉพาะเมื่อแวดล้อมด้วยสิ่งที่คอยพิพากษาบั่นทอนจิตใจเสมอ

“หนูขอโทษนะ ที่โทรมากวนหมออีกจนได้ ช่วงนี้มัน...ยังไงๆ ก็ไม่รู้ หนูพยายามกลับไปมีความสุข กลับไปตามดาราเหมือนเดิมแบบที่หมอแนะนำ แต่บางทีหนูก็อดรู้สึกไม่ได้ หนูเปย์ผู้ชายตัวโตๆ บางทีก็แก่กว่าหนูด้วยซ้ำ เรียกเขาเป็นลูก แต่กับลูกของตัวเองหนูกลับ...”

“คุณทำถูกแล้วนะคะ” ชนัตตรากลับเสริม “คนเราเลือกได้ คุณเลือกที่จะมีความสุขในแบบของตัวเองได้ วันนี้ความสุขของคุณเป็นแบบนี้เพราะคุณพร้อมเท่านี้ แต่ในอนาคต คุณจะพร้อมมากกว่านี้”

มีผู้หญิงมากมายที่ก้าวผ่านวิกฤตไปได้ จนในที่สุดก็มีครอบครัว มีลูกคนใหม่ที่พวกเธอให้ความรักและการดูแลได้สมบูรณ์ยิ่งกว่า สมการรอคอยเพื่อให้ถึงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เวลาที่พวกเธอพร้อมที่สุด

มีอีกเรื่องที่สงสัย ชนัตตราตัดสินใจ “หมอถามได้มั้ย ตอนนี้ความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับแฟนใหม่เป็นยังไงบ้าง”

ภาพวาดเคยเล่าว่า มีชายหนุ่มฐานะหน้าตาดีมาป้วนเปี้ยนระยะหนึ่งแล้ว คิดว่าเขาโอเค ติดเพียงเรื่องเก่าซึ่งยังไม่เรียบร้อย หลังจากยุติการตั้งครรภ์ รายนั้นยังสาละวนแชทมา เด็กสาวจึงแสร้งหยั่งเชิงว่าเจ้าตัวจะรับได้เหรอ ถ้าเธอเคยทำความผิดใหญ่หลวง

—มีอะไรที่เราจะรับเทอไม่ได้หรา ว่าไง

เราฆ่าคน

อีกหลายครั้งที่เด็กสาวขัดแย้งกับเขา ลึกๆ มักรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิด เพราะเคยทำผิด ความผิดนั้นคอยหลอนเป็นคำพูดย้ำ อันทำให้อีกฝ่ายรำคาญ และใช้มันประชดประชันทำนองเห็นเป็นเรื่องไร้สาระ

‘--มองอย่างนี้มีปัญหาอะไร จะฆ่าเราแบบที่เธอเคยฆ่าใครมานั่นน่ะเราะ

เวลาเหล่านั้น ภาพวาดทั้งโกรธ ทั้งเจ็บปวด ถ้าเป็นเมื่อก่อนเธออาจอาละวาด เด็กสาวไม่เคยแคร์ใครนอกจากคนที่บ้าน และเพื่อนสนิท ผู้ชายไม่ใช่สาระสำคัญ! แต่เดี๋ยวนี้ แทนที่จะโกรธเขา ความโกรธนั้นกลับถูกดูดซับลงในหัวใจ ความรู้สึกแปลบปลาบแต่ละครั้งเรียกสติคืนมาได้ เธอใช้วิธีเผชิญหน้ากับมัน เพื่อยอมรับ และเคยชินกับมัน ใช่ เรามีความลับ และเพื่อปกป้องความลับจากไอ้พวกไม่รู้จักกาลเทศะ เราก็เลยฆ่ามันทิ้ง!’

ชนัตตราไม่เห็นด้วยกับการกระทำเหล่านั้น ไม่เห็นด้วยกระทั่งการที่ภาพวาดเปิดทางให้ผู้ชายคนนั้นเข้ามาในชีวิต สูตินรีแพทย์มีประสบการณ์มากพอจะมองออกว่าสุดท้ายทุกอย่างมีแนวโน้มจะจบลงที่ใด คนรักที่ภาพวาดเคยคิดจะใช้ช่วยเยียวยาความรู้สึก ช่วยให้หายเหงาและฟุ้งซ่าน ดูจะไม่ใช่คนที่พึ่งพาได้ แม้แต่จะช่วยให้แผลของคนไข้หายดีขึ้น

“ก็ดีบ้างไม่ดีบ้าง” คนตอบตอบอย่างนั้น แต่จากน้ำเสียง คนฟังพอจะรู้ ไม่ดีเป็นส่วนใหญ่ “แต่หนูตั้งใจว่าจะลองอดทนดู ช่วงก่อนหน้าโกรธๆ กันก็เลยขอแยกกันเงียบๆ สักพัก วันนี้ดีขึ้นแล้ว หนูจะลองโทรหาเขาดูอีกที”

ชนัตตราเม้มปากด้วยความรู้สึกบางอย่าง ก่อนจะตอบราบเรียบ “หวังว่าเขาจะรับสายคุณนะ”

อีกฝ่ายคงไม่ทันสัมผัสนัยในน้ำเสียง จึงพูดต่อไปว่า “หนูอยากมีอะไรดีๆ แบบคนอื่นเขาบ้าง อย่างน้อยตอนนี้ก็น่าจะเริ่มจากมีความสัมพันธ์ที่ดี นี่ถ้าพี่ปลื้มเป็นแบบหมอหรือไอ้ณิก็ดีสินะ” เสียงหัวเราะของเจ้าตัวฟังขื่นๆ “ช่วงนี้ไม่รู้เพื่อนหนูมันก็ทำอะไรเหมือนกัน หายไปเลย”

“อาจจะยุ่งมั้งคะ”

“นั่นสิ อาจจะยุ่งกับมิก ต่างคนก็ต่างยุ่งเรื่องผู้”

“เอาอย่างนี้สิ” ชนัตตราเริ่มโน้มน้าวด้วยถ้อยคำประจำตัว “ระหว่างที่พวกเขายังยุ่งๆ คุณก็ดูคมิกไปก่อน เปย์ไอดอลนี่ก็เหมือนทำบุญให้เด็กตาดำๆ เหมือนกันนะ”

“แหม หมอก็...” คราวนี้เสียงหัวเราะแจ่มใสขึ้นได้ “นี่กวนหมอนานแล้ว ขอบคุณนะคะ ที่ช่วยให้หนูรู้สึกดีขึ้นมากเลย”

“หมอยินดีค่ะ”

หลังวางสาย ภาพดาราหนุ่มรายนั้นยังติดในดวงความคิด พอดีเสียงโทรศัพท์กลับดังขึ้นอีกครั้ง

ก้มมองหน้าจอ เห็นว่าเป็นใคร สีหน้าของหมอสาวก็อ่อนโยนลง รอยยิ้มค่อยๆ คลี่ออก

แค่กดรับสาย เสียงอีกฝ่ายก็ออดอ้อนมา ชนัตตราตอบว่า “หวานไปละ เพิ่งจะเจอกันเมื่อคืน แล้วเดี๋ยวก็จะเจอกันอีก คิดถึงอะไร”

เมื่อปลายสายตอบกลับมา เธอลุกจากเก้าอี้ในห้องพักแพทย์ ชะเง้อไปยังประตูกระจกติดฟิล์มฝ้าด้านหน้า “เดี๋ยวนะ อยู่ตรงไหน”

ร่างระหงในชุดขาวก้าวมาผลักบานประตู ไม่มีใครอยู่ตรงนี้ ต่อเมื่อหันไปทางซ้ายจึงพบร่างสูงกำลังก้าวตรงมาพร้อมรอยยิ้มสดใสเช่นทุกที

“ฟืน--” เสียงเรียกกลับสะดุดเพราะสังเกตได้ว่า สายตาของผู้มาใหม่แลเลยไปด้านหลัง สูตินรีแพทย์สาวเหลียวไปตามกัน

จากระยะห่างออกไป เป็นหนึ่งสาวเท้าตรงมาว่องไว สายตาโชนด้วยความมุ่งหมาย โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าฟ้าฟื้นกำลังยืนอยู่ตรงนี้เช่นกัน

“พี่ฟืน อยู่นี่ก็ดีแล้วค่ะ” รายนั้นพูดเสียงดังทั้งที่ปกติไม่เคยใช้ระดับเสียงขนาดนี้ ไม่สนใจว่านางพยาบาลและคนอื่นๆ จะหันมองมาด้วยซ้ำ

ฟ้าฟื้นเป็นฝ่ายเลิกคิ้วถาม “มีอะไรรึเปล่า”

ลูกสาวของนายแพทย์เป็นเอกหยุดลงข้างๆ ชนัตตรา แม้ตอบรุ่นพี่ในแผนก ทว่าสายตาหันมาจ้องเธอโดยตรง

“หนึ่งอยากรู้ คืนเกิดเหตุ หมอนัตเพื่อนสนิทของพี่หายตัวไปไหนมาคะ!

. . . . . . . . . .

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

36 ความคิดเห็น

  1. #27 Ciel En Rose (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 16:32
    อ้าว! มิใช่อย่างที่คิดเลย555
    #27
    1
    • #27-1 ปราปต์(จากตอนที่ 12)
      9 ตุลาคม 2562 / 18:19
      ตอนหน้าจะเริ่มเฉลยเรื่องสำคัญแล้วครับ ^^
      #27-1