พยนต์

ตอนที่ 8 : บทที่ ๘

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 150
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

-๘-

 

เมื่อครั้งที่พระราชเทวีสิริกัลยาณีแห่งพระเจ้าปราสาททองทรงมีพระประสูติกาลเจ้าฟ้านารายณ์นั้น เป็นเพลาเดียวกันกับที่เจ้าครอกบัวคลอดบุตรชื่อนายเหล็ก แลนางเปรมมีลูกชายคนใหญ่ชื่อนายทองคำ

นางเปรมผู้นี้สืบเชื้อสายในวงศ์วานใต้เศวตฉัตร ได้ครองคู่กับขุนนางผู้มีพื้นเพจากบ้านพลูหลวง หากคงคลุกคลีรับใช้ฝ่ายในสืบมา วาระนั้นนางเปรมได้รับแต่งตั้งเป็นพระนมชั้นโท ช่วยแบ่งเบาภาระเจ้าครอกบัวผู้เป็นพระนมชั้นเอกในการอภิบาลเจ้าฟ้าชายพระองค์น้อย หน้าที่ดังกล่าวล่วงมาถึงองค์ขนิษฐา - เจ้าฟ้าหญิงศรีสุพรรณผู้แสนอาภัพ ด้วยว่าหลังจากประสูติได้เพียงเก้าวันพระมารดาก็สวรรคต เจ้าฟ้าทั้งสองพระองค์จึ่งตกอยู่ในการอภิบาลของพระนมทั้งคู่ ท่ามกลางปากเหยี่ยวปากกาผู้จ้องคอยอำนาจแลพระราชบัลลังก์อย่างหิวกระหาย 

กาลต่อมา มหาบุรุษผู้ร่วมสหทินชาติทั้งสามต่างเป็นสหายสนิทกัน นายเหล็กเป็นเสมียนยอดนักรบคู่พระทัยเรียกกันทั่วไปว่าขุนเหล็ก ส่วนนายทองคำรับราชการในกรมคชบาล กินตำแหน่งออกพระพิพิธราชาเรียกกันให้เพี้ยนไปว่าพระเพทราชา แลเจ้าฟ้านารายณ์ยังมีพระทัยปฏิพัทธ์ในนางแจ่ม ธิดาของพระนมเปรมอีกด้วย

เหตุนี้ พระนมเปรมจึ่งเป็นที่สนิทสนมไว้วางพระทัยของทั้งสองพระองค์ ครั้นฝั่งพระเชษฐาจำต้องเสด็จออกไปประทับที่พระราชวังบวรสถานมงคลในฐานะพระมหาอุปราช เจ้าฟ้าหญิงศรีสุพรรณก็ยิ่งผูกพันรักใคร่ ได้พระนมผู้นี้เป็นที่ปรึกษาแลปรับทุกข์ โดยจำเพาะทุกข์ใหญ่ที่กำลังไล่ตามพระองค์อยู่ทุกวันนี้!

พระนมเปรมมีนิสัยนอนน้อยเป็นปรกติ ทว่าวันนี้ที่น้อยอยู่แล้วถึงแทบนอนไม่หลับ ในที่สุดจึ่งลุกขึ้นมาทำสมาธิรำงับจิตใจแทน กระนั้น เพียงไม่นานความสงบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงตึงตังแต่ตรู่ เจ้าของฝีเท้าผู้ถลันเข้ามาถึงประตูพับเพียบลงรายงานกระหืดกระหอบ “ข...ขุนหลวงเสด็จเจ้าค่ะ!

ผู้ฟังเบิกตา คำตำหนินางทาสีสะดุดที่ริมปาก สูดลมก่อนตัดสินใจ “ข้าจักลงไปรับเสด็จเอง!

ร่างอวบกลมรีบลุกออกก้าว ใจใสที่รักษาไว้ได้ครู่ใหญ่กลับขุ่นคล้ายตะกอนถูกเขย่า นอกจากเรื่องที่เจ้าของพระตำหนักกำลังทรงประหวั่น พระนมผู้อยู่ท่ามกลางวังวนมานานย่อมตระหนัก นี่จักเป็นเพียงระลอกแรกแห่งความยุ่งยาก!

การเสด็จมาขององค์เหนือหัวถึงพระตำหนักย่อมเป็นที่จับตาอยู่แล้ว แต่นี่เสด็จมาตั้งแต่ตีนฟ้ายังไม่ทันเปิด! ทั้งเสด็จมาในช่วงเพลาที่ไม่ควรเบนพระทัยไปยังเรื่องอื่นนอกจากเหตุร้ายในราชสำนัก!

เพราะเดือนกว่านับจากศึกกลางนครคราก่อน มาตรว่าชัยชำนะจักปรากฏแก่สมเด็จพระศรีสุธรรมราชา จนได้เสด็จเถลิงถวัลย์ขึ้นเป็นพ่ออยู่หัวพระองค์ใหม่ ทว่าปัญหาต่างๆ กลับยังไม่จบสิ้น คลื่นใต้น้ำคงรอวันกระเพื่อม

กุศโลบายการปกครองแต่ครั้งสมเด็จพระเจ้าปราสาททองช่วยขจัดเสี้ยนหนามแก่ราชบัลลังก์ หากการดึงไท้ต่างด้าวท้าวต่างแดนเข้าคานอำนาจพวกขุนนาง การเปลี่ยนตัวขุนนางศักดิ์สูงบ่อยๆ ตลอดกระทั่งการสั่งห้ามขุนนางพบปะกันในที่ลับ ทำให้คนกลุ่มนี้ขาดความมั่นคงและ สร้างทางเลือกใหม่’ โดยหันไปจับขั้วกับเชื้อพระวงศ์ที่มีอำนาจแทน จากนั้นการเมืองก็แตกเป็นฝั่งฝ่ายเรื่อยมา เฉพาะตอนนี้ ขุนนางต่างด้าวที่เคยสนับสนุนสมเด็จพระศรีสุธรรมราชาตามการนำของเจ้าฟ้านารายณ์ในศึกคราก่อน ก็เริ่มผิดหวังจากการปกครองของพระองค์มากขึ้นเรื่อยๆ อีกไม่ช้าจักถึงช่วงพิธีตะเซยัต[1]ของพวกแขกใหญ่เจ้าเซ็น[2] คนพวกนี้จักเข้าเฝ้าเพื่อทูลขอพระบรมราชานุญาตในการจัดกระบวนแห่ยิ่งใหญ่เป็นปรกติ ครั้งนี้หากพวกมันฉวยท้วงถามถึงผลประโยชน์ที่พระองค์เป็นเหตุให้ต้องสูญไป คำตอบเยี่ยงไรจึ่งจักบรรเทาภัยร้ายยังไม่รู้

ใช่เพียงนั้น ไม่กี่วันก่อน ข่าวด่วนร้ายอีกเรื่องเพิ่งสะพัด ขบวนเดินทางของพระราชครูปุโรหิตถูกปล้นฆ่าระหว่างกลับเยี่ยมบ้าน พระราชครูหาใช่คนสามัญ ผู้ลงมือสังหารย่อมไม่ธรรมดา ทางการยังจับคนร้ายไม่ได้ แต่พ่อเมืองกลับทำทีคลับคล้ายไม่ทรงเดือดร้อน!

นี่เล่า เหล่านี้จักกระพือความบกพร่องของพระองค์เองให้กำจาย มันจักปลุกปั่นกำลังคลื่นใต้น้ำให้ลอยสูงขึ้นได้ชะงัดนัก!

แลสำหรับเจ้าฟ้าหญิงพระองค์น้อยของพระนม ไม่ช้าพวกหวังพึ่งพระบารมีจักเสนอหน้า ทูลกระหม่อมจักต้องทรงเดือดร้อนพระทัยอีกเท่าไหร่ ร้ายที่สุด ขั้วอำนาจอีกฝ่ายจักอ้างได้ว่าพระองค์เป็นเหตุให้พ่ออยู่หัวไม่สนพระทัยงานเมือง และแล้วหายนภัยจักรออยู่เพียงปลายตา!

แสงประทีปจากขบวนเสด็จเลื่อนลอยใกล้เข้ามา จังหวะที่พระนมเปรมก้าวลงถึงพื้นปูอิฐเรียงแบบก้างปลาหน้าบันไดพระตำหนักแล้วยอบกายลง แทบแยกมิได้ว่านั่นคือความตั้งใจหรือเข่าอ่อนลงไปเอง

เสียงฝีเท้าคนในกระบวนหนักแน่น แต่เสียงในอกนางก้องกึกกว่า เปลวคบตามรายทางส่องให้เห็นเงาเหล่าข้าหมอบกรานลงกับพื้น

พระราชยานเคลื่อนมาหยุดเบื้องหน้า ประกายทองคำแลอัญมณีที่ประดับตัวเสลี่ยงสะท้อนจับถึงผิวถนน สุรเสียงจากผู้อยู่เบื้องบนดังเจาะจงมาที่พระนม “ศรีสุพรรณยังไม่ตื่นอีกรึ”

“พ...เพคะ เมื่อคืนทรงประชวรด้วยพิษไข้--”

“เป็นไข้?!” สุรเสียงตื่นพระทัย “เป็นอันใดมากหรือหาไม่ มีใครมาดูอาการบ้างรึยัง” นอกจากเนื้อ     สุรเสียง เสียงกุกกักขยับองค์ยังสำแดงว่าคงกำลังหงุดหงิดพระทัยเป็นกำลัง “พุทโธ่เว้ย! อ้ายพวกนี้ วางกูลงเสียที! กูจักเข้าไปหาหลานกู!

“ฝ่...ฝ่าบาทเพคะ!” เป็นครั้งแรกที่ผู้กราบทูลกล้าออกเสียงขัด ทั้งยังเงยหน้าสบพระเนตร

เมื่อนั้น ไม่รู้เพราะแสงเงาหรือไร วงพระพักตร์ที่แม้เริ่มเหี่ยวย่นแต่ก็เคยผ่องใสจึ่งกลับดูหมองคล้ำ ดวงพระเนตรแดงก่ำเหมือนคนอดหลับแรมเดือน มุมโอษฐ์คล้ำหนามีเขฬะฟูมขาว แม้พระเกศาหงอกเทาก็บางลงจนดูประหนึ่งพ่ออยู่หัวทรงชราภาพไปหลายปีชั่วเพียงไม่กี่วัน!

องค์ปิตุลาแท้ๆ ของเจ้าของพระตำหนักขมวดขนงรอฟัง พระนมเปรมได้สติรีบก้มลงตามเดิม รวบรวมความกล้า “อยะ...อย่าเสด็จเลยเพคะ เป็นเรื่องของ...ผู้หญิง”

“หา!” สุรเสียงแผดดัง หากเสี้ยวอึดใจก็คล้ายทรงนึกขึ้นได้ “เข้าใจแล้ว เข้าใจแล้ว...”

กระแสสำรวลนั้นกลับกวนความรู้สึกตะครั่นตะครอของคนหมอบบนพื้น

“เอาเป็นว่าเราจักยอมคิดถึงศรีสุพรรณต่อไป กราบทูลเจ้านายของเอ็งว่าเราอำนวยพรขอให้หลานรักหายไวๆ แลต่อไปศรีสุพรรณจักต้องเป็นฝ่ายไปหาเราบ้าง”

หลังจบพระราชโองการให้คนเชิญข้าวของที่เตรียมมาพระราชทานขึ้นไว้บนพระตำหนัก เจ้าของพระราชโองการก็เสด็จกลับ

ท่ามกลางเสียงอึกทึกของฝีเท้า ยังมีเสียงเป่าพระโอษฐ์สราญหทัยคล้ายชายหนุ่มในห้วงรักลอยมา กระนั้นมันคือบทเพลงแสนรันทดจนพระนมน้ำตาคลอ

บางทีการตัดสินพระทัยของทูลกระหม่อมแก้วอาจถูกต้องแล้ว

. . . . . . . . . . .


[1] พิธีตะเซยัตหรือพิธีมะหะหร่ำซึ่งเพี้ยนเสียงมาจากมุฮัรรอม มีการจัดขบวนแห่จำลองขบวนทัพสงครามของอิหม่าม ฮุสเซน

[2] ชาวเปอร์เซีย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น