พยนต์

ตอนที่ 7 : บทที่ ๗

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 175
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

-๗-

 

ฟ้าใกล้สางตกกลางเมฆมืด ตาวันยังไม่ตื่น แต่นางเยซาตื่นเพราะเสียงกุกกักข้างกาย

ไม่ใช่นางเอื้อง แขกของบ้านยังหลับสนิทอยู่อีกด้านหนึ่งของกระท่อม ความทรงจำคนเพิ่งตื่นจึ่งวิบไหว หัวใจคล้ายถูกกระตุก ลูก!

เสียงย่ำห่างไป คนได้ยินรีบลุก ลูกไม่ควรห่างตา

อ้ายกองหม่องยังไม่หายป่วยดี ปกตินางเยซาเลี้ยงมันอย่างทะนุถนอมดุจไข่ในหิน ลิ้นไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ลูกใคร่ได้อันใดแทบไม่เคยผิดหวัง ทั้งนี้ ก่อนหน้านางกับผัวรอมาแสนนานกว่าหมื่อคาเขล่อ[๑]จักส่งมันมาเกิด จวบอีจี่คว้างและคนรุ่นเดียวกันมีลูกโตไปหลาย นางเยซาจึ่งได้อ้ายหนูของตนมาเชยชม

หน้าที่แห่งความรักเริ่มตั้งแต่ลูกน้อยยังอยู่ในท้อง นางต้องคอยระวัง ไม่กินอาหารที่ไม่คุ้น ไม่กินขนุนเพราะลูกจักเป็นโรคผิวหนัง ไม่กินเนื้อหมูป่าหรือสัตว์ที่ถูกเสือฆ่าตาย ไม่นอนหลับหรือทำงานหนักเกินไป

ครั้นครบกำหนด นางมีจี่คว้างเป็นทั้งเพื่อนและหมอตำแยช่วยทำคลอดในเรือนตน ต้องโหนผ้า นั่งชันเข่า หลังจากทารกออกมา ห่อรกจักถูกเก็บลงกระบอกไผ่ ม่องตะลู้ผู้เป็นพา[๒]จักนำมันไปแขวนบนต้นไม้กลางป่าเพื่อเก็บขวัญ ไม้ต้นนั้นจักถูกตัดมิได้ หาไม่เด็กอาจป่วยหรือถึงตาย จากนั้นมูต้องนั่งอยู่ไฟสามวันก่อนออกจากบ้าน ห้ามนอนราบเพราะเลือดจักขึ้นหัว นางเยซาเองนั่งกอดห่อผ้าบรรจุหินเผาไฟแนบท้อง กินได้แต่ข้าวต้มกับน้ำ นางยังจำรสเฝื่อนตอนเคี้ยวข้าวคลุกเกลือกับน้ำป้อนลูกน้อยได้แม่นยำ จำได้แม้แต่พิธีตั้งชื่อ นางกับม่องตะลู้ผูกข้อมืออ้ายกองหม่อง เจาะหูเพื่อสำแดงว่าเด็กนี้มิใช่วานร แล้วมูเป็นผู้ประกาศ บัดนี้เอ็งเป็นคนแล้ว

อย่างไรก็ดี อ้ายกองหม่องไม่แข็งแรงนัก ทุกครั้งที่ถูกขัดใจลูกมักล้มป่วย พาและมูจักพามันไปที่เก็บรกแล้วเรียกขวัญคืนร่าง บางครั้งป่วยหนักก็ต้องซื้อวิญญาณกลับมาด้วยไก่เซ่นผี

ป่วยครานี้ล่อและเรียกขวัญก็แล้ว ทำพิธีผูกข้อมือรับขวัญก็แล้ว ลูกรักยังไม่หาย หลายวันก่อนมันวิ่งเล่นในป่าได้ แต่พอกลับมาก็จับไข้ซ้ำ นางต้องล่อลูกด้วยก้อนดินเหนียว แปะปั้นเป็นรูปนั้นรูปนี้ พอเด็กน้อยสนใจจึ่งให้ยามันง่ายขึ้น เป็นสมุนไพรที่ได้จากอีจี่คว้าง หมู่บ้านนี้เคยโชคดีที่มีเซอะหระแกเลาะต่า[๓]เก่งๆ อย่างมัน น่าเสียดาย อีจี่คว้างช่วยชีวิตใครมากหลายแต่กลับช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องตายตั้งแต่ยังสาว

คืนนี้อ้ายม่องตะลู้ไม่อยู่เรือนก็เพราะไปงานศพของมัน ผัวของนางเป็นผู้ช่วยคนสำคัญของหมอผีประจำหมู่บ้าน เยซาอยู่เหย้าคราวนี้จึ่งต้องยิ่งระวังลูกน้อยจอมซนให้ดี

มูวัยสามสิบห้าไต่กระไดตามลูกลงมา เดือนสิบเอ็ดย่างเข้าเชอหงุงค่า[๔]แต่แสงฟ้ายังวูบวาบเหมือนฝนใกล้ตก นางเห็นเงาหลังไวๆ หายไปในสุมทุมจึ่งร้องเรียก

“กองหม่อง กลับมานี่หนา ฝนตกเดี๋ยวเอ็งจักจับไข้!

. . . . . . . . . . .

 

ลมปริศนาเป่าใส่ริมหู เสียงวู่ว! กระตุกบางภาพวาบขึ้นหลังเปลือกตา เป็นภาพท่อนไม้ในมือถูกเหวี่ยงตัดอากาศ เสียงวู่ว! แบบเดียวกัน จากนั้นคือ โพละ! เหมือนไม้ทุบกะลา ทว่าสิ่งที่แตกคือศีรษะมนุษย์!

เฮือก!

อุษาสะดุ้งสุดตัว แต่เพราะถูกพันธนาการติดไว้กับต้นไม้ เด็กสาวจึ่งขยับไม่ได้เท่าที่ควร ที่ปากก็ถูกปิด เปลือกตาที่เพิ่งเปิดไม่ช่วยให้เห็นสิ่งใด รอบกายตกในความสลัวหม่น มีเสียงฝนตก รูปเงาคล้ายเสาต้นยักษ์นับสิบนับร้อยเรียงรายทำให้ใจประหวัดถึงคำบอกเล่า เสาไม้สักทองสูงใหญ่ มีลวดลายจำหลักวิจิตรตระการ หนึ่งในนั้นคือรอยสลักชื่อนาครผู้ส่งไม้ดังกล่าวมาเป็นบรรณาการแด่องค์เหนือหัว...!

ความกลัวแล่นกุมใจ แต่นางยังมีสติมากพอจักรู้ได้ว่านั่นเป็นเพียงจินตภาพ อุษาสะบัดหัว สลัดความยุ่งเหยิงขลาดกลัวทั้งมวลทิ้ง สายตาเริ่มชินกับสภาพตรงหน้า รับรู้ว่าตนกำลังถูกมัดอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ ฟ้าดำวูบกะพริบเพราะเปลวหงิกงอกลางหาว จังหวะนั้นเองเด็กสาวเห็นขอบฟ้าถูกตัดด้วยเขาสูง ยอดไม้ และบางอย่างคลับคล้าย...ทิวหลังคา!

เบิกตากว้าง ลำดับความได้ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกตัว ตนยังอยู่ในกระท่อมของใจสิงห์ กับพี่จัน ครั้นหลับแล้วตื่นกลับมาอยู่ที่นี่ในสภาพเช่นนี้ มีสาเหตุเดียว...ฝีมือของ มัน !

นี่เราจักไม่มีวันหนีพ้นชาตากรรมไปได้ละหรือ!

ใจหาย เหลียวหัน มันไม่อยู่แถวนี้ มีแต่ม้าที่ถูกผูกไว้ แล้วเอื้องเล่า

อุษาไม่ยอม พยายามดึงมือออกแต่ทำไม่ได้ จิตใจร้อนรน ไม่รู้มันจักกลับมาเมื่อไหร่ และหรือถึงมันไม่มา นางก็รู้ว่าตนไม่ควรอยู่ที่นี่นานเกินไป

เงาดำแวบๆ ที่ปรายตา อุษาเหลียวตาม ปรากฏว่าเป็นเงาเล็กละม้ายเด็ก อาจเป็นเจ้านี่ที่เป่าลมใส่หูเรา

ในที่สุด คนถูกมัดตัดสินใจ ไม่มีเวลาอีกแล้ว เรามาไกลเกินกว่าจักแก้ตัวใหม่ ร่างบางพยายามโก่งคอ ร้องทั้งที่ร้องไม่ได้ “อื้ออื้อ! อื้ออื้อ!

นางยอมทำ ทุกอย่าง เพียงเพื่อไม่ต้องกลับไปกับมัน!

. . . . . . . . . . . .




[๑] เทพแห่งการเกิด เป็นเทพสตรีที่สิงสถิตอยู่บนต้นไม้ใหญ่

[๒] พ่อ

[๓] ผู้มีความรู้ความสามารถด้านการรักษาคนไข้

[๔] ฤดูหนาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น