พยนต์

ตอนที่ 4 : บทที่ ๔

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 183
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

--

 

จวนเพ็ญอีกไม่กี่เพลา แหงนหน้ากลับเห็นเพียงริ้วแสงสอดม่านเมฆามารำไร

ใต้คืนขมุกขมัว สถานหนึ่งยังสว่างไสวด้วยคบไฟแลปลายเทียน ภายในแนวกำแพงหนา ๔ ศอก สูง ๑๐ ศอก และยาวกว่า ๙๕ เส้น สิ่งปลูกสร้างงดงามดุจแดนสรวงเสียดยอดสู่ฟ้า บ้างมีหน้าเป็นรูปพรหมพักตร์ บ้างประดับฉัตร บ้างวาววามเพราะหลังคาทำจากกระเบื้องดีบุกสีเงิน ต่ำลงไปมีเงาคนขึงขังยืนเวรยามทั่วสารทิศ

ลัดไล่มาเบื้องทักษิณา หมู่พระตำหนักไม้งดงามในเขตพระราชฐานชั้นในทอดตัวยาวตามแนวกำแพงใหญ่ ในหมู่นั้น ห้องหนึ่งหับบานประตูแน่นหนา ราวกับผู้เป็นเจ้าของทรงเกรงจักมีผู้ใดล่วงล้ำเข้ามายามวิกาล

เบื้องพระพักตร์ พระพุทธรูปปางสมาธิสถิตอยู่เหนือรัตนบัลลังก์ สองข้างในแจกันคือดอกบัวพับกลีบซ้อนสลับ เปลวเทียนตั้งตรงไม่วอกแวก กระทั่งควันจากธูปหอมก็ลอยสูงขึ้นเป็นสาย มีเพียงหฤทัยของผู้ประทับพับเพียบอยู่ลำพังเท่านั้น ที่ไหวหวัดสั่นคลอนด้วยลมแห่งความเกรงกริ่งเป็นกำลัง

วรร่างแน่งน้อยทรงภูษาจีบแลผ้าแถบ เผยพระฉวีเกลี้ยงเกลาผ่องใสคลับคล้ายทองคำปลั่ง ทั้งพระกร พระอังสา เนินพระอุระ เรื่อยมาถึงพระศอระหงแลวงพักตร์อันมีเกศดำขลับสยายยาวอยู่เป็นกรอบ เครื่องพักตร์นั้นพริ้มเพราเหมาะเจาะ ขนงโก่งดั่งคันศร มีเนตรกลมดำงามใหญ่ หวานพิสุทธิ์ดุจตามฤคี นาสิกรับกับรูปโอษฐ์อิ่มสีลิ้นจี่ กอปรกับพระสิริกิริยาเปี่ยมสง่าบารมี เจ้าฟ้าศรีสุพรรณจึ่งเป็นที่กล่าวขวัญ ยากนักจักหาโฉมงามใดทันเทียม

อย่างไรก็ตาม ความงามนี้เองกำลังก่อพิษ หากเลือกได้ จักทรงขอให้พระโฉมอัปลักษณ์เยี่ยงนางอสุรี!

พระหัตถ์และพระหนุเริ่มสั่น ความประหวั่นกลั่นเป็นหยดน้ำพระเนตรคลอคลอง องค์ขนิษฐาแห่งเจ้าฟ้านารายณ์ทรงก้มกราบลงบนพระเขนยรองกราบ พระอาการสั่นกำจายจนจำใช้ท่อนพระกรยันวรกายมิให้ล้มไปด้วยแรงสะอื้น

เสียงแง้มทวารไม้จากเบื้องปฤษฎางค์ดังขึ้น ผู้ประทับลำพังแทบทรงสะดุ้ง

“ยังไม่บรรทมอีกหรือเพคะ”

ครั้นทรงสำเหนียกว่าผู้เข้ามาใหม่เป็นใคร วรร่างบางก็ทรงหันหาทั้งอัสสุชลนองสองปราง “นม!

“ทูลกระหม่อม!” พระนมรีบตุ้บตั้บคลานเข่าเข้าถวายตระกอง “ทรงเป็นกระไรไปเพคะ”

“ข้าจักหลับได้เยี่ยงไร จักหลับได้เยี่ยงใดอีกเล่า!

“โถ ทูลกระหม่อมแก้ว...” ถ้อยของผู้อาวุโสกว่ามิอาจเอื้อนเอ่ยต่อไปอีก การถวายงานชิดใกล้ทำให้เข้าใจความคับข้องพระทัยเป็นอย่างดี จึ่งประจงลูบพระขนองอย่างทำนุถนอมแทนถ้อยประโลม ราวจักถ่ายทอดกำลังใจ ทั้งที่รู้ว่าถึงอย่างไรก็ไม่มีวัน ไม่มีวันบรรเทาความหนักหน่วงในห้วงหฤทัยของอีกฝ่ายได้

นาทีนั้นเอง เจ้าฟ้าศรีสุพรรณทรงเริ่มคิดถึงทางออก ทางออกที่ไม่ทรงหาญกล้า หากวันเวลาที่งวดเข้าก็ทำให้ทรงเห็นว่าดูจักเป็นหนทางเดียว

เราต้องหนี!

“เอ๊ะ”

“เพคะ” พระนมคลายวงตระกอง จ้องพระพักตร์

“เมื่อกี้เหมือนมีเด็กอยู่ตรงนั้น” ทรงชี้ไปยังปากทวาร ครั้นทอดพระเนตรถนัดว่ามันถูกหับสนิท สุรเสียงก็อ่อยลง “...แล้วจู่ๆ ก็หายไป...”

“พระเนตรฝาดน่ะเพคะ บานทวารปิดออกเยี่ยงนั้น แล้วในพระราชวังแห่งนี้ก็เป็นสถานศักดิ์สิทธิ์ จักมีภูติผีเป็นไปมิได้...”

ตามพระอัชฌาศัย เจ้าฟ้าหญิงทรงพยักรับทั้งที่ยังแน่พระทัยว่าทอดพระเนตรไม่ผิด พระทัยครุ่นคิด

แล้วหากภูติพรายนั้นอยู่ใต้อาคมของคนในเขตสถานศักดิ์สิทธิ์นี้เองเล่า...

. . . . . . . . . .
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น