พยนต์

ตอนที่ 12 : บทที่ ๑๒

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    25 ก.พ. 62

-๑๒-

 

ถึงอย่างไรก็ไม่อาจทิ้งคนเจ็บไว้ ในที่สุดทั้งหมดจึ่งตกลงให้แยกกัน จันกับม่องตะลู้ออกเดินทางต่อเพื่อตามหาอุษาและนางเยซา ส่วนใจสิงห์รับหน้าที่แบกชายชื่อเมืองกลับไปรับการรักษาที่หมู่บ้านพร้อมด้วยอ้ายโจโหว่

เดิมทีเด็กหนุ่มชาวยางคงมีนิสัยเริงร่ามุทะลุ ถึงสูญเสียพ่อไปตั้งแต่ยังจำความไม่ได้ กับทั้งแม่ต้องคอยวุ่นวายรักษาคนในหมู่บ้านตลอด กระนั้นอ้ายโจโหว่ก็ไม่เคยรู้สึกพร่อง มันมีพี่ๆ อีกห้าคนคอยดูแล เมื่อพี่คนใหญ่ๆ ทยอยออกเรือนไปมันก็ยังมีพี่คนถัดๆ มา ในจำนวนนี้อ้ายโจโหว่สนิทกับนางเว่อพี่สาวคนสุดท้องมากที่สุด  นางเว่อแก่กว่าน้องแค่สองปีแต่มีหัวคิดเป็นผู้ใหญ่ ตอนเด็กๆ ชอบเล่นแม่ลูก พอเริ่มรู้ความก็ชอบคลุกคลีอยู่กับแม่คอยช่วยพยาบาลคนไข้ นางเว่อจึ่งกลายเป็นลูกคนเดียวที่สืบทอดภูมิวิชาของเซอะหระแกเลาะต่าไว้ถ้วน ตรงข้ามกับน้องชาย ในวันที่เสียงเริ่มแหบแลนมเริ่มแตกพาน อ้ายโจโหว่ยังไม่วายเที่ยวเล่นเป็นหัวหน้าเด็กในหมู่บ้าน ลางทีอ้ายกองหม่องลูกของนางเยซาก็มาร่วมด้วย แต่ไม่นานมักทะเลาะเพราะอ้ายกองหม่องชอบเอาแต่ใจ เด็กต่างวัยทั้งสองเป็นทั้งคู่ปรับและเพื่อนสนิทเพราะรายหนึ่งแก่แดดเกินวัยกับอีกรายไม่รู้จักโต ข้อดีของรายหลังคืออ้ายโจโหว่ยังเป็นที่รักของคนในหมู่บ้าน มันเข้ากับคนง่าย แม้แต่กับคนนอกเช่นใจสิงห์

อ้ายโจโหว่มองชายบ้านป่าเป็นแบบอย่างของความเด็ดเดี่ยวหาญกล้า เวลาใจสิงห์เข้าหมู่บ้านมันจักวิ่งมาหาคอยเจรจาด้วยเสมอ เด็กหนุ่มรู้ว่าเขามีเพื่อนเป็น อ้ายแมวป่า ถึงกระนั้นก็ไม่รู้รายละเอียดชีวิตของน้าสิงห์ของมันมากนัก ไม่รู้ว่าเขามาจากไหน ญาติพี่น้องเป็นใคร

เมื่อไม่ได้ความเรื่องของตน ใจสิงห์จึ่งหันไปสนใจเรื่องคนอื่นต่อ

“เอ็งใจกล้านักหนา อ้ายโจโหว่”

“หือ”

“บ้านยางทั้งกลัวทั้งเคารพพ่อหมอ ดูจักมีเอ็งที่กล้าคิดกับแกในทางอื่น”

อ้ายหนุ่มยักไหล่ “ข้าใจกล้าไม่เท่าอ้ายกองหม่องด้วยซ้ำ แต่หนนี้พ่อหมอทำกับมูเกินไป”

“ทำไมเอ็งจึ่งคิดว่าพ่อหมอพยายามหาทางเลี่ยงไม่ไปงานศพพี่จี่คว้างเล่า”

“น้าก็รู้ว่าพ่อหมอไม่ชอบมูข้ามาแต่ไหน” มันหน้ามุ่ยลงทันทีเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ “แกเด็ดขาด แต่ก็ผสมอยู่ด้วย...” หางเสียงแผ่วลงคล้ายคนพยายามกล้าแต่ว่ายังกลัว “ความดึงดันอารมณ์ร้าย แกใจดีกับคนที่ตัวเองเมตตา แต่พอขัดใจก็วู่วามจนทำได้ทุกอย่าง...”

เสียงมันเบาลงอีก “พ่อหมอเคยจับอ้ายกองหม่องตีขาแทบหักเพราะมันวิ่งขึ้นไปบนเรือนทั้งที่ปักเฉลวอยู่ข้างหน้า”

เป็นอีกคราวที่ใจสิงห์รู้ว่าเฉลวคือไม้ไผ่หรือหวายที่ขัดเป็นรูปดาวสำหรับสำแดงอาณาเขตหวงห้าม เสมือนยันต์ศักดิ์สิทธิ์ป้องกันเสนียดจัญไรแลสิ่งร้ายกล้ำกราย ใช้ปักลงบนหม้อยาหรือพื้นที่ที่กำลังประกอบพิธีสำคัญ ชายหนุ่มรู้ว่าพวกยางแดงปิดเฉลวไว้กับซุ้มประตูที่หน้าและท้ายหมู่บ้านเพื่อห้ามคนต่างถิ่นเข้าออกระหว่างเลี้ยงผีน้อย รู้ว่าคนไทยใช้ในพิธีทำขวัญแม่โพสพ ส่วนพวกลาวเมืองเหนือเรียกมันว่าตาเหลวหรือตาแหลว มีตำนานขุนตึงแห่งเมืองหิรัญปักตาแหลวไล่ลิง นอกจากนั้นใจสิงห์ยังรู้ว่าคนพวกนี้ใช้ในพิธีเกี่ยวกับการเกษตร พิธีสืบชาตาบ้านชาตาเมือง เซ่นผีริมทางแลกระทั่งพิธีศพ

“แล้วพ่อของมันไม่ห้ามปรามดอกรึ” เขาถาม

“ห้ามไปก็เท่านั้น อ้ายกองหม่องมันถูกป้าเยซาตามใจจนเคยตัว แกมีลูกแค่คนเดียว กว่าจักมีก็รอมานานมาก”

พวกยางออกเรือนกันตั้งแต่อายุได้สิบกว่า นางเยซาน่าจักอายุต่างจากผัวมันไม่เท่าไหร่ อย่างต่ำคงสักสามสิบเท่าๆ กับใจสิงห์ นี่อ้ายโจโหว่เล่าว่ากองหม่องมันเพิ่งหกขวบ สำแดงว่านางเยซารอลูกนานมากจริงๆ

“ก็อย่างที่น้ารู้ ในหมู่บ้านนี้ไม่มีใครชอบสองแม่ลูกนี่เลย ผัวก็คอยแต่ทะเลาะกับเมียเรื่องลูก ที่ลุงม่องตะลู้ต้องคอยรับใช้เอาใจพ่อหมอก็เพราะหวังพึ่งบารมีของแกเรื่องนี้ด้วย เวลาอ้ายกองหม่องกับเมียก่อเรื่องจักได้ไม่มีใครกล้าเอาความ

“อ้ายกองหม่องเล็กแกร็นแต่เที่ยวระรานคนไปทั่วหมู่บ้าน มันเคยวิ่งไล่ไก่เพื่อนบ้านเพื่อขโมยไข่มาปาเล่น ครั้นถูกเจ้าของเอาไม้ฟาด อ้ายกองหม่องถึงแก่วางไฟหมายเผาเรือน พอถูกจับได้ป้าเยซากลับตั้งหน้าทะเลาะกับเจ้าของไก่โดยไม่สนใจความจริง ลางทีเมื่อมันมีเรื่องกับเด็กด้วยกัน ถ้ามูมันไม่ทันคว้าไม้ไล่ตีอีกฝ่ายจนพอใจ อ้ายกองหม่องจักจองเวรแล้วหาโอกาสลอบทำร้ายอีกฝ่ายลับหลังเสมอ”

“ที่พี่ม่องตะลู้มายุ่งเกี่ยวกับบ้านของเอ็งนี่เป็นฝีมือพ่อหมอด้วยหรือไม่”

อ้ายโจโหว่ไม่ตอบ แค่ยกมุมปากหยันที่ใจสิงห์ตีความได้ว่า ไม่ใช่

“ตั้งแต่พาเอ็งตาย มูเอ็งคงได้พี่ม่องตะลู้ช่วยไว้มากล่ะซี”

มูเองก็ช่วยลุงม่องตะลู้มากหลาย ลุงไม่มีปัญญาเลี้ยงดูลูกเมียให้ดีจึ่งต้องไหว้วานให้มูช่วยตักเตือนเพื่อนเก่าอย่างป้าเยซากับอ้ายกองหม่อง”

“พี่เยซากับมูของเอ็งสนิทสนมกันรึ”

“แค่เคย” คำสั้น มันดึงคอเสื้อ การดึงคอเสื้อเป็นวิธีระบายความอึดอัดใจ

ใจสิงห์ขมวดคิ้วแทนคำถาม จับข้อมือชายสักขาที่ตนแบกอยู่บนหลังให้กระชับเข้า

อ้ายโจโหว่ตอบว่า “สองคนนั้นเคยสนิทกัน ก่อนที่ป้าเยซาจักออกเรือนไปกับลุงม่องตะลู้นั่นล่ะน้า”

“เช่นนั้น พ่อหมอน่าจักชอบใจที่มูเอ็งคอยช่วยเหลือม่องตะลู้มากกว่า”

มูต่างหากที่เป็นฝ่ายเคารพพ่อหมอ ข้าเองก็ยังถูกห้ามไม่ให้พูดจาว่าร้ายแก!” เสียงมันดังขึ้นอีก

“ฟังดูไม่มีอันใดให้พ่อหมอไม่ชอบมูเอ็งเลยนี่”

“มีสิน้า” คำตอบแข็งขัน แต่คำอธิบายเบาลงทันควันเหมือนกลัวใครได้ฟัง “วิธีการรักษาคนไข้ของพ่อหมอไม่เหมือนมู แกจึ่งพลอยต่อต้านมูไปทุกเรื่อง”

ใจสิงห์นิ่งคิด

แต่อ้ายโจโหว่สนใจอีกอย่าง “น้านึกออกรึยังว่าทำไมเมื่อคืนนี้พ่อหมอจึ่งไปหยุดในดงหมากพร้าว”

ผู้ถูกถามมองออกไปไกล เสียงคล้ายเลื่อนลอย “ในดงหมากพร้าวมีกระไร”

“มีหมากพร้าว”

“ในลูกหมากพร้าวมีกระไร”

“ก็เนื้อกับน้ำของมันน่ะซีน้า”

เท้าเดินโดยไม่มีคำใดต่อจากใจสิงห์

. . . . . . . . . .

 

ฝนหยุด แต่ฟ้ายังมืดเพราะเมฆทะมึนแผ่ทั่ว เสียงครืนครานเป็นระยะขณะที่ใจสิงห์และอ้ายโจโหว่ก้าวใกล้เขตบ้านยางเข้าทุกที อย่างไรก็ดี ใจสิงห์หาได้ใฝ่ใจสรรพสิ่งรอบตัวเพราะมัวคิดทบทวนเหตุที่เกิดขึ้น

ด้วยสังหรณ์ สัญชาตญาณ หรืออันใดก็ตามแต่ ชายหนุ่มบอกได้ว่าภายใต้คลื่นเล็กๆ วุ่นวายในฉากหน้า แท้จริงยังมีคลื่นลูกใหญ่ข้างใต้รอเวลาเผยตัวอยู่ ผิว่าอุษา อ้ายจัน รวมถึงท่าทางลับๆ ล่อๆ ของม่องตะลู้ดูจักมีกลิ่นแรง ทว่านั่นยังไม่สำแดงผลชัด ตรงข้ามกับการตายของนางจี่คว้างซึ่งเป็นเรื่องร้ายแรงกว่าแต่กลับดูเหมือนไม่มีกระไรน่าสะดุดใจเลย

 เซอะหระแกเลาะต่าแห่งบ้านยางออกไปเก็บสมุนไพรเช่นทุกวัน โอกาสที่นางจักเผลอลื่นและร่วงลงไปกระแทกหินตายใช่ว่าไม่มี ปริศนาที่ดูไม่เข้าเค้ามีเพียงพุ่มขี้หมาแห้งซึ่งอยู่ห่างจากตลิ่งเข้ามาและหักยุบผิดปกติ แต่เพียงเท่านี้คงไม่อาจใช้เป็นหลักฐาน ที่เกิดเหตุนั้นมิใช่ที่ปิด มันอาจเป็นฝีมือของสัตว์ป่าก็ได้ สุดท้ายคำถามเก่าๆ จึ่งเวียนกลับมาใหม่ เรื่องทั้งหมดเกี่ยวข้องกันหรือไม่ กระไรเชื่อมอยู่ตรงกลาง...

“พี่เอื้อง!

เสียงอ้ายโจโหว่เรียกความคิดของใจสิงห์คืนมา ตอนนี้เขากับมันกำลังพ้นชายป่า มองเห็นหลังคาบ้านยางรำไร ที่โคนไม้ไม่ไกลหญิงในชุดเสื้อแขนกระบอกและโจงทะมัดทะแมงกำลังเทของจากก่อแหล่[๑]ทิ้ง

นางเอื้องกระวีกระวาดเข้ามา “โจโหว่ ทำไมเอ็งกลับมาไวนัก”

ที่แท้อ้ายโจโหว่ตามไปถูกเพราะนางนี่เป็นคนบอกมัน?

“ข้าเจออ้ายคนนี้ระหว่างทาง” เด็กหนุ่มพยักไปยังคนบนหลังของใจสิงห์ “น้าสิงห์บอกว่ามันน่าจักเป็นอ้ายเมืองเพื่อนของพี่”

“ช่...ใช่!!” นางเบิกตา ตกใจจริงๆ “มันไปโดนอันใดมา!

“ท่าจักถูกฟาดหัว” ใจสิงห์สาวเท้าต่อ ตอบอย่างไม่ยินดียินร้าย

แต่คนได้ฟังยกมือแตะปาก ตาเหมือนเห็นภาพอีกอย่าง “อุษา!

อ้ายโจโหว่อธิบาย “เรายังไม่พบตัว ลุงม่องตะลู้กับน้าจันกำลังออกตามหาต่อไป” 

จากคำของม่องตะลู้ นางเอื้องเพิ่งเคยผ่านมาบ้านยางเป็นครั้งแรก ลางทีเพราะแค่ครั้งแรกก็เจอเหตุระทึกขวัญ มันจึ่งสนิทกับคนในหมู่บ้านเร็วนักก็เป็นได้

“ท่าทางอุษาจักร้ายไม่หย่อนที่เอ็งว่า” ใจสิงห์หันจ้องตานางเอื้อง “เอ็งเล่า ไม่ได้อยู่กับพ่อหมอ ออกมาทำอันใดที่นี่”

“เห็นพ่อหมอไม่ค่อยสบาย ข้าจึ่งอาสาทำความสะอาดเรือนให้ก่อนแกจักบ่นมนต์อันใดของแกต่อ นี่เพิ่งเอาของที่ถูกแมลงกัดแทะเสียหายไปทิ้งในพงหญ้านู่น”

ใจสิงห์หยุดฝีเท้า ก้าวมาถึง พงหญ้านู่นพอดี

ใต้โคนไม้ใหญ่มีเศษใบไม้แลสมุนไพรแห้งเก่าสุมอยู่ เกือบสรุปว่าไม่มีสิ่งผิดปกติก็พอดีสายตาสะดุดเข้ากับกลุ่มลูกไม้ป่าสีน้ำตาลอ่อน ขนาดของมันเท่าปลายดัชนี แก่และแห้งจัดจนบางส่วนผลัดจากช่อ

ใจสิงห์หรี่ตา หมากหลอด!

สมุนไพรชนิดนี้มีสรรพคุณมากหลาย ใบแก้ตะมอย[๒] ดอกแก้กลากแลคุดทะราด[๓] รากรักษาเรื้อน ลาวเมืองเหนือใช้เนื้อในเมล็ดผสมเหง้าสับปะรด ๗ แว่นแลสารส้มต้มดื่มแก้นิ่ว ถึงกระนั้นมันก็มีฤทธิ์ร้าย ร้ายถึงชีวิต!

ผลแก่แห้งยิ่งสำแดงสัณฐานชัด หน้าตัดของมันเป็นรูปสามเหลี่ยมมุมมน แห้งจนผิวเริ่มปริ เผยให้เห็นเมล็ดรูปรีสีน้ำตาลอ่อน ใส่ปากจักมีรสเร่าร้อนเผ็ดมัน นี่เองแหล่งสะสมพิษร้าย หนึ่งในยาถ่ายชนิดรุนแรงที่สุด! ผู้กินเข้าไปจักคลื่นเหียน ปวดมวนท้องไส้และถ่ายอย่างหนัก หาก...ใช่...สมุนไพรอีกชนิดที่บรรเทาฤทธิ์ของมันได้คือน้ำหมากพร้าว!

--คนแก่ที่ป่วยหนักขนาดลุงว่า ไม่น่ามีแรงลุกวิ่งออกมากลางดึกดอก จริงหรือหาไม่!--

พลันนั้นเอง ชายหนุ่มเบิกตา

หลังจากเมื่อเช้า ในที่สุดเขาก็ได้เงื่อนงำอีกข้อ!

โดยไม่พูดอันใด ใจสิงห์แบกอ้ายเมืองก้าวต่อไปในหมู่บ้าน นอกจากเสียงคระครืนของผืนฟ้า บ้านยางขณะนี้คงเงียบสงัดราวหมู่บ้านร้าง

เมื่อถึงเรือนพ่อหมอ ปรากฏว่าที่เสาไม้ข้างกระไดมีเฉลวปักอยู่

“เรายังขึ้นไปไม่ได้” อ้ายโจโหว่บอก มันเดินตามมาพร้อมนางเอื้อง “ช่วงสายของทุกวันพ่อหมอจักเก็บตัวบ่นบริกรรมของแกอยู่ในเรือนไม่ออกไปไหน ปกติลุงม่องตะลู้จักคอยเฝ้าหัวกระไดไม่ให้ใครขึ้นไปกวน ถ้าลุงไม่อยู่หรือถูกเรียกให้ไปช่วยข้างบน พ่อหมอก็ใช้วิธีปักเฉลวเช่นนี้แทน”

คนฟังปะติดปะต่อทันควันโดยแทบไม่ต้องคิด นั่นหมายความว่า ช่วงเกิดเหตุเมื่อวาน ม่องตะลู้แลพ่อหมอต่างอยู่ด้วยกันตลอดกระทั่งมีคนมาตามให้ไปดูศพนางจี่คว้างที่ตลิ่ง

“นอกจากพ่อหมอแล้วยังมีคนอื่นรักษาได้อีกหรือไม่”

“หมดมูไปก็เหลือแต่อีเว่อพี่สาวข้า มันคอยช่วยมูจนปีหลังๆ รักษาเองได้แล้ว”

“แต่มันทำพิธีให้มูของเอ็งอยู่?

“พี่ข้ามีหลายคน แล้วพวกมันก็เชื่อฟังมูเสมอมา มูบอกว่าไม่มีภาระใดสำคัญไปกว่าความปลอดภัยของคนไข้ ถ้าไปเรียก อีเว่อคงยอมมา”

“งั้นเอ็งไปตามมัน”

. . . . . . . . . .




[๑] กระด้ง

[๒] ฝีพิษชนิดหนึ่งขึ้นที่ปลายนิ้ว

[๓] โรคติดต่อ มีอาการเป็นแผลเรื้อรังจนเนื้อเน่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น