ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ (ละครช่อง 3)

ตอนที่ 2 : Chapter 2 - The Three of Swords: สามดาบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    25 ส.ค. 60

-๒-

The Three of Swords: สามดาบ



คนตรงหน้าคือชายร่างชะลูดในเชิ้ตนุ่มอุ่นสีฟ้า กางเกงผ้าเดนิมแต่งรอยถาก หุ่นขี้ก้างดูแกร่งขึ้นอย่างผู้ออกกำลังกาย อกดันเสื้อขึ้นไรๆ ให้ตราปักอะไรบางอย่างดูนูนเด่น ชายแขนที่พับขึ้นก็คับคาไบเซ็ปส์ ต้นคอหนา ขณะคิ้วคางคมคายขึ้นด้วยวัย

แต่นั่นละ ถึงจะเปลี่ยนไปในด้าน...ดี...มากเพียงไหน โชคบ่ดีก็ยังเป็นไอ้โชคบ่ดี! สังหรณ์บางอย่างกระตุกหนังตาขวาของน้องกี้เต้นเป็นจังหวะเพลง คิดฮอด ของบอดี้สแลมปะทะศิริพร ท่อน

...และยังคิดถึงเธอ นะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ!...  

สายตาคมพิลึกใต้แว่นกรอบเหลี่ยมจ้องมาอย่างไร้ความแปลกใจที่เห็นเธอ มันสลับเป็นขำและแวววามดุจมันเขี้ยวด้วยแผนการร้าย

คำพี่หมูยิ่งกระพือไฟ “พี่รู้มาว่าคุณโชคบดีเคยรู้จักกับน้องกี้มาก่อน”

โลกนี้ช่างดูโหดร้าย อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ!

พี่หมูพูดอย่างนี้ เดี๋ยวกี้ก็หาว่าผมพูดมาก” หนุ่มตรงหน้าเม้มปากกึ่งยิ้ม ริมปากและลูกคางมีเคราชวนระคาย เจ้าตัวยืดกายทิ้งน้ำหนักพิงพนักอย่างจะเย้าว่าสบายใจเสียจริง!

หญิงสาวชันคอขึ้นโดยไม่ตั้งใจ น้องกี้รู้จักค่ะ เรียกว่าเคยรู้จักดีกว่า แบบว่าเคยรู้จักชื่อ!

โชคบ่ดีหรี่ตานิดหน่อย หมุนเก้าอี้กลับไปเผชิญหน้าพี่หมูโดยไม่พูดอะไร ฝ่ายน้องกี้ขยับนั่งลงที่เก้าอี้อีกตัวข้างๆ พยายามวางท่าไม่มีอะไร แต่คราวนี้หัวใจแทบหยุดกึกเพราะความรู้สึกตรงฆานประสาท

โปโลสปอร์ต!

หมอนี่ใช้น้ำหอมกลิ่นโปรดของน้องกี้ แปลกที่มันผสมอายสรีระของไอ้โชคบ่ดีออกมาได้เซ็กซี่สุดๆ!

อย่างหมายสำรวมใจ มือของเธอเผลอยกลูบจี้นำโชคเหนืออกอีกครั้ง พี่หมูคงเข้าใจว่าลูกน้องปลุกเรียกของขลัง เจ้าตัวจึงแสร้งขยับสร้อยองค์จตุคามรามเทพมาประจันหน้านัยว่าหาพรั่นไม่ พริ้มตาเป็นประกาย

“ง่า...งานคงราบรื่นนะ รู้จักชื่อกันมาก่อนก็ดี”

มันจะไม่ดีก็ตรงที่พี่หมูมีสีหน้าไม่ไว้ใจ แกมมาดหมายจะต้องรู้ให้ได้ว่าอะไรเป็นยังไงนี่แหละ น้องกี้สบคมตา แค่ปราดเดียวก็รู้ว่าหล่อนมีแผน เป็นได้ว่าทันทีที่ออกจากห้อง พี่หมูจะต้องปลอมตัวเป็นคุณป้าเทอะทะแบบ เมลิสสา แมคคาร์ธี ในหนังเรื่องสปาย พกปืนสั้น ยันสกูตเตอร์ ไล่ล่าหาความจริงแบบกัดไม่ปล่อย

เหมือนรู้ว่าน้องกี้เท่าทัน พี่หมูซ่อนอาการโดยยกมือเต่งแต่งผมตัวเองด้วยแท่งปากกาแลนเซอร์ หัวเหอกะรุงกะรังสะพรั่งด้วยสีขาวราวเจ้าของไม่เคยรู้จักจาเป่า ออด๊าซ หรือบีเง็นมาชั่วชีวิต ดีกรีความไม่รักสวยไม่รักงามยังแสดงเป็นจำนวนนับได้ตามรอยกระบนหน้าเหี่ยว

พี่กำลังเล่าโพรเจกต์ใหม่ของแผนกเราให้คุณโชคฟัง สายตาลอดแว่นหันไปยังเจ้าของชื่อเนี่ยนะคะ อย่างที่บอกว่าบริษัทของเรากำลังขยายตัว ตอนนี้จะใช้แต่ระบบแมนนวลแล้วเก็บเอกสารใส่แฟ้มแบบเดิมก็คงไม่ได้...”

ตลอดเวลานั้นความสนใจของน้องกี้ลุกลี้ประดุจลิง มันคอยแต่จะวิ่งไปยังคนที่นั่งแหวกเข่ามาแตะข้างขาของเธอเบาๆ

ไม่น่าเชื่อเลยว่าหมอนี่โตขึ้นแล้วจะดูดี ขนาดผมสั้นเกือบเกรียนยังไม่อาจทำร้าย มีแนวขากรรไกรแข็งแรง ผสมกับเคราเขียวๆ แล้วดูจั๊กจี้ นี่ไม่รู้ว่าไปทำอะไรหรืออาบแดดที่ไหน น้องกี้ไม่เคยเห็นชายไทยผิวแทนแล้วจะดูดีอย่างนี้ ส่วนมากถ้าไม่กระดำกระด่างก็มักดำเป็นเหนี่ยง แต่ไอ้โชคบ่ดีกลับผิวแทนสุขภาพดี ดีถึงขั้นเปล่งประกายเชียวละ!

ระหว่างฟังเจ้าตัวคอยพยักหน้า ทำปากจู๋เหมือนกำลังให้ความสนใจ แต่ที่จริงน้องกี้แอบเห็นหรอกว่าข้างใต้ มือใหญ่กำลังหมุนปากกาเล่นติ้วๆ คงรำคาญการพล่ามน้ำมันมวยตรงหน้าเหมือนกัน...

ความสนใจของหญิงสาวสะดุดเพราะพี่หมูประสานมือ โน้มตัวมาข้างหน้า ไหนๆ ตอนนี้ก็มีรักเร่มาช่วยงานเอกสารทั่วไปแล้ว พี่เลยอยากให้น้องกี้มาโฟกัสที่โพรเจกต์นี้แทน...

อารามเพลินทำให้เกือบพยักหน้า ยังดีที่น้องกี้นึกได้  ดะ...เดี๋ยวนะคะ โฟกัสโพรเจกต์นี้ หมายความว่ายังไง”

พี่หมูถอนหน้ากลับไปพร้อมถอนหายใจนิดหนึ่ง จงใจส่งสัญญาณว่าเธอรู้ดีว่าน้องกี้มัวแต่ใจลอย

โชคบ่ดีเสริมแทนว่าช่วงต้นก่อนการเขียนระบบ ผมคงต้องขอสัมภาษณ์ถึงกระบวนการทำงานทั้งหมดอย่างละเอียดก่อน ระหว่างนั้นก็อาจเอางานมาให้เช็กและคอนเฟิร์มเป็นระยะ เสร็จแล้วถึงจะขอให้ช่วยเทสต์ไปด้วยกันว่ามีบั๊กมีเออเรอร์ตรงไหนอีกมั้ย จะได้แก้ไขให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนลอนช์จริง...

แต่ว่าพี่หมูคะ...” น้องกี้แทรกโดยไม่รอให้คนข้างกายอธิบายจบ สำเหนียกว่าเรื่องนี้ยุ่งยากเหมือนเพิ่มงานให้ตัวเองชัดๆ คนฉลาดจึงต้องหาทางเลี่ยง “ปกติน้องกี้ถนัดงานสร้างสรรค์นโยบาย งานเน้นรายละเอียดแบบนี้น่าจะเหมาะกับคุณฐิตามากกว่า อีกอย่างตอนนี้คุณฐิตาก็น่าจะใกล้ว่างเพราะกำลังจะเรียนโทจบแล้ว”

แต่ฐิตาเขาก็อาสาทำอีกโพรเจกต์หนึ่งแล้วเหมือนกัน”

โพรเจกต์เล็กกระจิ๋วสิคะ!

ต่อสายตาตั้งคำถามของน้องกี้ พี่หมูเล่าว่าตอนนี้ เฟม เมทัล เวิร์ก  บริษัทคู่แข่งของแอ๊กซ์น่ะค่ะ เธออธิบายให้คุณโชคเขาเพิ่งได้รางวัลรักษาสิ่งแวดล้อมมาหมาดๆ ท่านประธานบริษัท เลยอยากให้เรากับทางโรงงานโพรโมตเรื่องซีเอสอาร์ขึ้นมาสู้...

เนื่องจากคุณสมบัติประการหนึ่งของ นักเอาหน้าคือต้องมีสายตากว้างไกล คอยหาเรื่องมาพูดโยงเพื่อให้ตัวเองดูดีขึ้นได้ น้องกี้จึงไม่พลาดการเซิร์ชอ่านคร่าวๆ จนรู้มาบ้างว่าหลักการซีเอสอาร์ หรือธรรมาภิบาลนั้นไม่ใช่งานเฉพาะของการตลาดหรือประชาสัมพันธ์ ทว่าต้องเริ่มปลูกฝังตั้งแต่หน่วยย่อยสุดอย่างพนักงานแต่ละรายเสียก่อน ด้วยเหตุนี้ อีกผู้ที่มีบทบาทสำคัญในองค์กรย่อมคือนักทรัพยากรมนุษย์

แต่...อย่างแอ๊กซ์เนี่ยนะ!

พนักงานระดับล่างยังขโมยของกินคนอื่นในตู้เย็นบ่อยๆ ผู้บริหารก็อนุมัติเงินเดือนลูกน้องขึ้นทีละน้อยๆ ทั้งที่โบ้ยงานลงมาเป็นคันรถ ซึ่งคนรับมาก็จะขนไปโบ้ยต่อกันไปอีกที...

ทุกคนที่นี่ถูกหลอมด้วยสังคมที่ไม่เคยคิดถึงใครนอกจากตัวเอง!

อย่างไรก็ดี น้องกี้ตระหนักว่าคนพูดตรงคือคนคิดสั้น การบิดเรื่องพอประมาณจะให้ผลดีมากกว่า

“พี่หมูขา ความรับผิดชอบต่อสังคมมีหลายอย่าง ทางเฟมเขาจับกระแส กรีนไปแล้ว ถ้าเราจะทำก็ควรเลี่ยงไม่ให้ดูเหมือนเลียนแบบ แถมคนทำทีหลัง ยังไงลูกค้าก็ไม่จำเท่ารายแรกนะคะ หญิงสาวเว้นจังหวะ นิ้วชี้ตีคางวางท่าคิด ซึ่งไอ้โชคบ่ดีดูจะรู้ว่าเป็นการแสดง แต่น้องกี้ไม่สน

“อันที่จริงสำหรับการเริ่มต้นน่าจะยังหวังผลเต็มร้อยไม่ได้ แค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ด้านพีอาร์ก่อนดูจะเหมาะกว่า น้องกี้ว่าเอชอาร์อย่างเราคงต้องค่อยๆ ก้าวตามไป หนแรกๆ แค่พาพนักงานไปถ่ายรูปลงเฟซบุ๊กกับเด็กกำพร้า หรือบริจาคเงินให้มูลนิธิออกข่าวแล้วเอามาหักภาษีก็น่าจะพอ อย่างคุณตันไงคะ บริจาคทีก็กระพือกระแสดราม่า ถ้าเมืองไทยเป็นกอธแธมแกก็กลายเป็นซูเปอร์แมนแล้ว

แบทแมน โชคบ่ดีแก้ให้ทั้งหน้านิ่ง

มันก็จริง พี่หมูพยักหน้า

น้องกี้เริ่มวางท่าเป็นต่อ เห็นมั้ยคะ

พี่หมายถึงแบทแมน”

พี่คะ!

โชคบ่ดีฉวยจังหวะแทรก จากที่ฟังมา ซีเอสอาร์น่าจะเป็นเรื่องใหญ่กว่าระบบของเรามากเลยนะครับ บางทีคุณกี้อาจจะอยากแสดงฝีมือทางนั้นมากกว่า...

หางเสียงลากยาว และราวกับปรารภนั่นเป็นคำเตือน น้องกี้รู้สึกเหมือนไฟสว่างกลางหัว

จริงสิ! ถ้าเทียบระหว่างสองโพรเจกต์นี้ ระบบไอทีเอชอาร์ก็กลายเป็นเรื่องเล็กในพลัน อย่างมากน้องกี้จะมีหน้าที่แค่ประสานงานกับไอ้โชคบ่ดี มิใช่ระดมความคิดยิ่งใหญ่ แถมต้องหาทางลากพนักงานมากเรื่องทั้งหลายให้มีส่วนร่วมอีกด้วย

ถ้าผละงานนี้ มีหวังพี่หมูคงยัดซีเอสอาร์มาให้น้องกี้แทนแหง!

“ไม่ใช่อย่างนั้นค่ะคนคิดจงใจลงเสียงใส่ชายข้างๆ ประหนึ่งขัดใจที่ถูกสบประมาทงานไหนๆ ก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะมันทำให้แผนกและบริษัทขับเคลื่อนไปได้

งั้นหมายความว่าเธอจะรับทำคลาวด์แมเนจเมนต์”

ใช่ค่ะ น้องกี้จะรับทำคลาวด์แ...อะไรนะคะ!

นอกจากคำพูดสะดุดใจ ท่านั่งของคนข้างกายที่หันมาประจันหน้า ยังทำให้สายตาของน้องกี้ปะทะอกนูนของเขา...หมายถึง ปะทะลายปักบนอกนูนของเขาซึ่งเป็นรูปเลข ๖ เหนือชื่อบริษัท ซิกซ์ คอมพ์ ได้ชัดแจ้ง

คลาวด์แมเนจเมนต์” โชคบ่ดีพูดใหม่ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่น้องกี้ได้ยิน

เลข ๖ และ มากับเมฆ’!

...ในสองสามวันนี้จะมีทูตสวรรค์ผ่านเข้ามา เขาจะให้คำแนะนำ หกข้อ!...

ปากไหว ใจเต้นถี่ น้องกี้แทบทะเทิ้มตาถลนขณะละล่ำละลัก “คะ...คุณโชคช่วยแนะนำหน่อยสิคะว่า เดี๋ยวเราจะต้องทำอะ...อะไรกันบ้าง

โชคบ่ดีมีสีหน้าฉงน แต่ก็ยอมตอบโดยดี “งานซอฟต์แวร์ดีเวลลอปเมนต์ก็เริ่มจากวิเคราะห์ ดีไซน์ระบบ จากนั้นเขียนโปรแกรม เทสติ้ง ต่อด้วยคอนเวอร์ชัน แล้วก็เมนทีแนนซ์

จบประโยคนั้นน้องกี้ตัวสั่นเหมือนถูกสลาตันโถม

หรือนี่จะเป็นประสงค์สวรรค์! น้องกี้นับกระบวนของหมอนั่นได้หกข้อพอดีเป๊ะ

ถ้าน้องกี้ตกลงใจแล้วก็โอเค พี่หมูตัดบท ถอดแว่นกรอบกระจกออก สายสร้อยที่คล้องคอดังกรุ๋งกริ๋ง ลุกยืนพี่ขอให้เราปรึกษากันดูนะว่าจะต้องดำเนินการยังไงบ้าง คุณโชคมีอะไรอยากให้ทางเราซัพพอร์ตก็บอกน้องกี้เขาได้เลย...”

หัวหน้างานสาธยายอะไรต่ออีกครู่ ทว่าระหว่างนั้นหญิงสาวแทบไม่รู้สึกตัวใดๆ ในอกพล่านฟ่องด้วยพรายฟองแห่งความหวัง หลากใจ ตื่นใจ ขณะเดียวกันก็กังวลใจ เพราะคนที่ถูกส่งให้มาเป็น ตัวช่วย ดูไม่น่าจะเอาใจช่วยเธอเสียเลย!

เสียงประตูกระจกฝ้างับปิดตามหลังพี่หมูในนาทีถัดไป คำใหม่ของชายข้างกายก็ดังขึ้นดูเธอจะเป็นลูกน้องที่มีอำนาจต่อรอง...”

หญิงสาวยังครองสติได้ หมุนตัวมายกนิ้วชี้แตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบก่อน

โชคบ่ดีก็ยอมนิ่งทั้งที่หัวคิ้วยังมุ่น สายตาคมกริบใต้แว่นกรอบเหลี่ยมหันตามเธอไปยังบานประตูห้องประชุม นอกจากกระจกซึ่งเป็นฝ้า หน้าห้องที่ปิดไฟสลัวยังทำให้มองไม่เห็นเงาอะไร

น้องกี้ฉวยโทรศัพท์มือถือขึ้น พรมนิ้วส่งข้อความในแอปพลิเคชันไลน์

รักเร่ พี่วานเปิดไฟหน้าห้องประชุมทีค่ะ

สายตาของเธอยังจ้องประตู ปากพูดโดยไม่หันมาดูคนข้าง ใช่ค่ะคุณโชค สโคปงานที่เราจะทำก็น่าจะเป็นเรื่องการลงเวลาเข้า-ออกงาน เรื่องการแจ้งลา แล้วก็เบิกค่าสวัสดิการต่างๆ คุณโชคคิดว่าเราควรเริ่มจากวิเคราะห์ส่วนไหนก่อนคะ”

โชคบ่ดีหรี่ตา ยังไม่ทันถามอะไรแสงไฟหน้าห้องก็สว่างโพลง ทีนี้เห็นชัดว่ามีเงาคนทะมึนแอบยืนฟังอยู่ไม่ไกลออกไป

“แหก!” เสียงอุทานของพี่หมู ก่อนเงานั้นจะรีบซอยเท้าหนีหาย

น้องกี้ถอนใจ ลูบจี้นำโชคประจำกายอย่างหมายเป็นที่พึ่งที่ระลึก ส่ายหน้าพึมพำ “เป็นไปตามคาด”

ทำไมต้องลูบสร้อยนั่นบ่อยๆอีกฝ่ายสนใจที่อีกอย่าง

สร้อยประจำวันเดือนปีเกิดของน้องกี้ นำโชคดีมาให้ค่ะ

รอจนมั่นใจว่าคนหน้าห้องก้าวไปไกลจนไม่มีทางได้ยินแล้ว โชคบ่ดีจึงหวนกลับมาถาม “พี่หมูสงสัยเรื่องเธอกับฉัน?

“หัวหน้าของน้องกี้ร้ายกว่าที่คุณโชคเห็นนะคะ

เขาลุกยืน ยกแขนยืดกายอย่างจะขจัดความเมื่อยขบ ใบหน้าอมยิ้ม “แต่จากอำนาจการต่อรองเท่าที่เห็น ก็แสดงว่าเขายังไม่น่าจะร้ายไปกว่าเธอ”

“แต่จากอำนาจการต่อรองเท่าที่เห็น ก็แสดงว่าน้องกี้หาวิธีบริหารหัวหน้างานได้ดีต่างหากล่ะคะ” น้องกี้แก้ให้ใหม่โดยใช้จังหวะพูดเลียนแบบเขา

“ยังไง” คนถามลดกายนั่งบนโต๊ะ ถอดแว่นออกมาก้มเช็ดอกเสื้อ

“พี่หมูทั้งโบ้ยงาน หลอกใช้...”

“ฉันหมายถึงเธอสร้างฐานอำนาจมาต่อรองยังไงเขาไม่ได้เงยหน้ามามอง

น้องกี้ทำเสียงจึ๊กจั๊ก ยังคงเล่าต่อตามที่เปิดหัวเรื่องไว้แล้ว...

. . . . . . . . . . .


สองปีก่อน หลังจากน้องกี้เริ่มทำงานที่ แอ๊กซ์ อิเล็กทรอนิกส์ มาได้เจียนครบปีที่สาม...

มันเป็นเช้าต้นฤดูหนาวที่พร่างพราวด้วยม่านฝน น้องกี้กระหืดกระหอบตัวโยนมาถึงโต๊ะทำงาน สมัยนั้นยังไม่มีรักเร่ และที่แผนกก็ไร้เงาคุณฐิตวรรณ ทว่าที่ทะมึนหยัดอยู่ข้างเก้าอี้ของน้องกี้คือพี่หมู มุททา

แทนการรับสวัสดีจากน้องกี้ เจ้าของร่างท้วมตันกะพริบตาช้าๆ ทิ้งมืออวบทั้งสองข้างลงในกระเป๋าเสื้อสูทข้างหน้าท้อง สูดลมหายใจยาวเหมือนวัวกระทิง อันเป็นสัญญาณของการกล่าวโทษ พร้อมๆ กับปรายตาไปยังหน้าปัดนาฬิกาบนฝาห้อง

แปดโมงยี่สิบเก้า เหลืออีกหนึ่งนาทีจะเข้างาน ยังไม่สาย

น้องกี้ยิ้มกริ่มอย่างผู้กุมชัยชนะ วันนี้ฝนตกรถติดมากเลย ตอนแรกน้องกี้นึกว่าจะมาไม่ทันซะแล้วค่ะ

หัวหน้ากระเถิบร่างให้ลูกน้องนั่งลง น้องกี้วางกระเป๋ากับถุงข้าวแกงมื้อเช้าบนโต๊ะ ซึ่งนับว่าค่อนข้างหาที่ว่างลำบากเนื่องจากทั้งโต๊ะคับคั่งไปด้วยเครื่องรางนานาชนิด ตั้งแต่รูปถ่ายเกจิ เหรียญกษาปณ์ ตุ๊กตานางกวัก หินมงคล ไผ่กวนอิม รูปหล่อมังกร โมเดลสำเภา ฯลฯ

 จริงๆ เวลาแปดโมงครึ่งตามกฎบริษัทน่ะ... พี่หมูเริ่มพูด วางน้ำหนักมือลงบนข้อมือของน้องกี้ ก่อนเลื่อนมันไปหยุดเคาะโต๊ะข้างถุงข้าว หมายถึงทุกคนต้องจัดการตัวเองเรียบร้อยและพร้อมเริ่มงานแล้วจ้ะ

น้องกี้จะรีบกิน...’

พี่มีเรื่องสงสัย หัวหน้าไม่ให้โอกาส มือหนาคว้าพนักเก้าอี้ของคุณฐิตามานั่งลงข้างๆ น้องกี้จึงจำวางกระดาษทิชชูที่หมายจะเช็ดผมชื้น ขยับตัวตรงเป็นการเป็นงานหันไป หากเสียงท้องร้องกลับดังครืด...

หญิงสาวรักษาสีหน้า ขณะที่พี่หมูทำเป็นไม่ได้ยิน นิ้วใหญ่ลากไปเขี่ยแฟ้มพลาสติกที่วางอยู่บนโต๊ะแต่ต้นให้เคลื่อนมาในสายตา ข้างในมีเอกสารกระดาษสามแผ่น

ทำไมน้องกี้เลือกพรินต์ใบสมัครของคนพวกนี้ให้พี่ด้วย

น้องกี้ดึงกระดาษออกมา สองในสามเขียนขึ้นด้วยภาษาไทย ขณะที่แผ่นสุดท้ายใช้รูปถ่ายติดมุมในลักษณะไม่เป็นทางการ

คนนี้ส่งมาสมัครทางอีเมลของบริษัท ส่วนสองคนนั้นผ่านเว็บไซต์ที่เราฝากตำแหน่งงานไว้ค่ะ

พี่หมูเลิกคิ้วนิ่งแทนคำบอก...พี่ไม่อยากจะเชื่อ! แต่เป็นขั้นเหนือของการแสดง คือเป็นการแสดงที่ผสานวิธีสะกดจิตให้คนดูรู้สึกผิดไปในคราวเดียว

หมายความว่าน้องกี้ไม่ได้กรองก่อน

พี่หมูไม่ได้บอกให้น้องกี้กรองก่อนฝีมือแสดงละครของน้องกี้ย่อมดีกว่า ถ้าไม่ได้ทำงานร่วมกันมาเกือบสามปี พี่หมูต้องเชื่อว่าเธอซื่อใส ไม่ได้ตั้งใจย้อน

แต่เพราะไม่ใช่ พี่หมูจึงเข้าใจนัยของคำ ทว่ายังทำไม่รู้ไม่ชี้

คนเป็นหัวหน้ายังคงทำไม่รู้ไม่ชี้แม้ตอนที่เสียงครืด...ดังจากท้องของน้องกี้อีกรอบ รูปพวกนี้เหมือนถ่ายมาจากตู้สติกเกอร์ เธอเคาะนิ้วลงกึกๆ แล้วพวกที่เขียนภาษาไทยมา เราก็ควรจัดเป็นไพรออริตีท้ายๆ

แม้ได้รับการอบรมให้หัวอ่อนมาตลอดวัยเด็ก กระนั้นน้องกี้ก็เริ่มกรุ่นๆ เพราะแรงปุดในท้อง หญิงสาวเพียรสูดลมรำงับโทสะ ทว่าไม่วายแสร้งเมินไปกดเปิดคอมพิวเตอร์แทน ตอบโดยพยายามไม่ให้เสียงแข็ง

แต่ว่าคุณสมบัติกับงานที่พวกนี้เขียนบรรยายมาดูมีอะไรมากกว่าบางคนที่ใช้ภาษาอังกฤษแล้วก็รูปเป็นทางการนะคะ อีกอย่างบริษัทเราไม่มีคนต่างชาติ...’

สักวันเราอาจติดต่อลูกค้าต่างชาติ พี่หมูยิ้มจองเวร ต้องคิดและมองไกลๆ หน่อยจ้ะ

ค่ะ

คงสัมผัสได้ในอารมณ์ของคู่สนทนา หัวหน้าพยายามเย็นลง วางมือลงบนต้นแขนน้องกี้

น้องกี้ น้องกี้อยู่ตรงนี้ยังมีอนาคตอีกไกล แผนกเราก็ไม่มีใคร ฐิตาตอนนี้โฟกัสเขาก็เริ่มหายเพราะไปสมัครเรียนโท จบโทก็อาจจะออกไปอยู่ที่อื่น อีกอย่าง เขาไม่เหมาะจะเป็นระดับหัวหน้าในแผนก เราปกครองดูแลคน น้องกี้ว่าคนเห็นฐิตาแล้วจะรู้สึกว่านั่นคือตัวอย่างที่ดีรึเปล่าเธอวรรค ยักคอไปยังทางเดินอีกฝั่ง

ฐิตวรรณกำลังวุ่นวายตามขอลายเซ็นจากท่านประธาน ที่นานๆ จะเข้ามาที่สำนักงานขาย และไม่ต่างจากทุกวัน เพื่อนสาวรายนั้นนุ่งสั้นเสมอหูทั้งที่หนูไม่ใช่ใบเตย

น้องกี้กลอกตาอย่างลืมตัว

พี่หมูรู้จังหวะ กับน้องกี้พี่พูดตรงๆ เพราะอยากให้เราเข้าใจกันนะ งานหลายชิ้นเป็นเรื่องของการเช็กความสามารถและการพัฒนา

ค่ะลูกน้องเสียงอ่อนลง

คัดเอกสารพวกนี้กับที่แคนดิเดตส่งมาใหม่ เอาให้พี่ตอนเก้าโมงนะจ๊ะ แต่ก่อนทำอันนี้ น้องกี้ร่างประกาศให้พี่ฉบับหนึ่งก่อน

น้องกี้กระวีกระวาดหยิบเศษกระดาษรียูสและปากกาขึ้นมาเตรียมจด

ประตูห้องน้ำเสีย

เสียงพี่หมูหยุดลง น้องกี้จึงเงยหน้ารอ แต่หัวหน้าก็กลับเอียงคอฉงน

แค่นี้เหรอคะ

พี่ก็ยังว่าทำไมน้องกี้ไม่พิมพ์ซะเลย

เกิดความเงียบจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศดังหึ่ง

ในที่สุดพี่หมูลุกจากไป ไม่ลืมทิ้งท้าย ฝากพรินต์งานในอีเมลที่พี่เพิ่งส่งให้ด้วยนะจ๊ะ เอาไปให้พี่พร้อมกันเลย

น้องกี้เบนสายตาไปยังเครื่องพิมพ์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากหน้าประตูห้องเจ้าของคำสั่งเอง และแน่นอน มันอยู่ห่างจากโต๊ะน้องกี้เสียยิ่งกว่า

จะว่าไป ในห้องทำงานพี่หมูก็มีเครื่องพิมพ์ส่วนตัวอยู่แล้ว แต่เธอมักออกมาใช้รวมกับลูกน้องเพื่อลดจำนวนพิมพ์ในเครื่องของตัวเองให้เหลือตามโควตา 

น้องกี้สูดลมลึก กดคำสั่งพิมพ์งานแล้วเดินหยิบไปส่งในห้องเจ้านาย

ขอบใจจ้ะ หัวหน้าตอบ แล้วเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ มือใหญ่รีบตะครุบเมาส์ กดย่อหน้าต่างโปรแกรมเอกซ์เซลในหน้าจอคอมพิวเตอร์ลดลงแค่แถบเมนู

ด้วยตำแหน่งหน้าจอที่ตั้งเฉียงๆ ก่อนน้องกี้จะปั้นยิ้มหมุนตัวจากมา เธอจึงยังทันเห็นชื่อไฟล์นั้นว่า

Performance Evaluation


. . . . . . . . . . .

ฝากติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เพจ ปราปต์ ด้วยครับ
ขอบคุณครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น