ดวงแบบนี้ไม่มีจู๋ (ละครช่อง 3)

ตอนที่ 10 : Chapter 5 - The Ace of Swords: หนึ่งดาบ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 344
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    15 ก.ย. 60

 

คืนนั้นน้องกี้มัวกลิ้งมากลิ้งไปจนนอนไม่หลับ ไม่อยากยอมรับว่าเพราะตื่นเต้นที่จะได้เจอคุณโชคในวันถัดไป และแล้วเธอตื่นสาย แต่ก็ยังไม่วายเลือกเสื้อผ้าอยู่อีกสองนาน พยายามสร้างความมั่นใจในเสื้อเหลืองกับกระโปรงน้ำเงินแก่ก๊อปเกรดเอจากเอชแอนด์เอ็มตัวละร้อยเก้าสิบเก้า

          ดูไม่รู้หรอกน่าถ้าไม่ใช่กูรูตัวจริง อีกอย่าง ก๊อปเกรดเอน่ะมันคือ ของจริงสำหรับสาวออฟฟิศ สวมออกมาสวยกว่าของแท้ตั้งหลายเท่า!

หญิงสาวพบว่าตัวเองใจสั่นเมื่อมาถึงที่ทำงาน นึกขึ้นได้ว่าตอนออกจากบ้านลืมกำหนดก้าวเท้าขวานำเพื่อเพิ่มความเป็นสิริมงคลเช่นทุกครั้ง ขณะละล้าละลังรำลึกว่าตกลงใช้ขาข้างไหนก้าวก่อนแน่ สองขาก็พามาเกือบถึงโต๊ะทำงาน สติหวนมาเมื่อพบว่าร่างของพี่หมูทะมึนอยู่ที่โต๊ะของเธอ ข้างกันคุณฐิตากำลังชวนหัวหน้าคุยน้ำไหลไฟดับราวกับไม่เจอกันมาหนึ่งกัป ทั้งที่ร้อยวันพันปีไม่เคยเชิญพี่หมูมาคุยตรงนี้

น้องกี้ยกมือกุมท้อง เดินลากขา ทำหน้าป่วย

“อ้าวน้องกี้” พี่หมูทัก ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเลื่อนให้ลูกน้อง “หน้าตาดูไม่ดี ไม่สบายเหรอ มาสายเชียว”

วรรคสุดท้ายมาพร้อมสายตารู้ทัน น้องกี้จึงยิ่งต้องเพิ่มเสียงครางตอนตอบว่า “วันนั้นของเดือนค่ะ”

“เอ๋ พี่จำได้ว่าเดือนนี้น้องกี้มาไปแล้วเมื่อ... หล่อนนับนิ้ว “สองอาทิตย์ก่อนนี่”

คุณฐิตายิ้มขัน น้องกี้จึงยิ่งมั่นใจว่านี่คงเป็นแผนของเธอ จงใจรั้งพี่หมูไว้ให้เห็นว่าน้องกี้มาสายอีกแล้ว!

ด้วยดีกรีนักแสดงเจ้าบทบาท น้องกี้สามารถรักษาสีหน้าเรียบร้อยบ้องแบ๊วในระดับเดียวกับ เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ “ค่ะ น้องกี้เคยเซิร์ชข้อมูลในอินเทอร์เน็ต เขาว่าเลือดออกสองครั้งห่างกันราวสองสัปดาห์อย่างนี้ ครั้งที่เลือดออกน้อยกว่าอาจเกิดจากการตกไข่ จากนั้นช่วงที่เยื่อบุมดลูกลอกก็จะมีเลือดออกมาอีกตามปกติค่ะ จริงๆ ควรไปหาหมอ แต่น้องกี้ยังพอทนได้ ไม่อยากรบกวนพี่หมูขอใช้วันลา

“อ๋อ” หัวหน้าพยัก ดึงมือกลับ ระหว่างนั้นน้องกี้เชื่อว่าหล่อนจงใจลดนิ้วชี้เหลือแต่นิ้วกลาง

น้องกี้นั่งลง

หัวหน้ายังคงไม่วาย “ตอนเซิร์ชหาข้อมูลนี่อยู่ในเวลางานรึเปล่าจ๊ะ”

พอน้องกี้ผงะ หล่อนก็ทำหน้าสาแก่ใจ

“แหมพี่ล้อเล่น” พี่หมูวางมือใหญ่ลงบนบ่าของน้องกี้อย่างแสนเสแสร้ง “ตามไปคุยกับพี่ในห้องเดี๋ยวนึงนะ”

“แต่ว่า... น้องกี้ลากเสียง ใช้สายตาชี้ไปทางห้องประชุมที่แน่นอนว่าคุณโชคกำลังรอเธออยู่

“รักเร่ซัพพอร์ตเขาอยู่ เธอไม่ต้องห่วง” คุณฐิตาให้คำตอบแทน

พี่หมูจึงเลิกคิ้ว ยกริมปาก จากนั้นก็หันหลังก้าวนำน้องกี้เข้าห้องทำงานที่อยู่ห่างออกไป

น้องกี้ตามมาด้วยอาการเซ็ง อุตส่าห์จินตนาการว่าจะได้พบคุณโชคแต่เช้า กลับถูกเรียกเข้าห้องเชือด หลังจากปิดประตูกระจกและนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้าพี่หมู คนเป็นหัวหน้าก็เริ่มพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนอันไม่เป็นธรรมชาติ

“น้องกี้มีปัญหาอะไรรึเปล่า

“ปัญหา?

“มีอะไรก็บอกพี่ได้ เราไม่ใช่คนอื่นคนไกล น้องกี้เป็นลูกน้องของพี่ ส่วนน้องเก่งแฟนของเราก็เป็นลูกชายของผู้ใหญ่ที่พี่สนิทสนม”

สัก เต็ง รัง พี่หมูกำลังจะมาไม้ไหนคะ

เห็นน้องกี้ไม่พูดอะไร อีกฝ่ายจึงดึงมือสองข้างมาประสานใต้คาง ศอกวางเท้าโต๊ะ สายตาพริ้มอุ่น “เมื่อคืนน้องเก่งโทร. หาพี่ ฝากบอกให้น้องกี้โทร. หาเขาด้วย”

อย่างนี้นี่เอง!

ไม่คิดว่าพี่เก่งจะใช้วิธีนี้ ถึงคราวที่น้องกี้เป็นต่อเขาก็ยังไม่ยอมแสดงมานะ กลับโทร. สั่งม้าใช้ที่มีอิทธิพลกว่ามาบังคับเธอแทน

แต่ก็เพราะคือพี่เก่ง อย่างน้อยนี่ยังยืนยันว่าเจ้าตัวกำลังนั่งไม่ติดที่ อำนาจของน้องกี้กำลังหวนมา!

พี่หมูได้รับคำสั่งนี้ก็คงเท่าทันในข้อนั้นด้วยเช่นกัน ดูจากการวางก้าม กางปีก หวังข่มขวัญให้น้องกี้เข้าใจผิดไปอีกทางอย่างนี้!

น้องกี้ยังทำตาซื่อใสเมื่อเอ่ยคำใหม่พี่หมูได้ถามพี่เก่งมั้ยคะ ว่าถ้าน้องกี้ยังไม่ว่างจะโทร.กลับไปล่ะ”

พี่หมูสะดุดหน้าเผือด ก่อนเลือดค่อยสูบฉีดจนแดงก่ำเพราะรู้ว่ากำลังถูกย้อนเกล็ด

คนย้อนเกล็ดพูดต่อ “แหมน้องกี้ล้อเล่นค่ะ” เธอจงใจใช้คำเดียวกับที่หัวหน้าใช้เมื่อครู่ “คนรักกันก็ต้องมีเวลาง้องอนเพื่อจะได้จู๋จี๋กันเป็นธรรมดา ถ้าน้องกี้ว่างเมื่อไหร่จะโทร. กลับไปนะคะ”

“น้องกี้ยุ่งอะไรเหรอจ๊ะ” เสียงพี่หมูยังหวาน แต่ตาเริ่มแข็ง

“อืม” หญิงสาวทำแก้มป่อง ยกนิ้วชี้แตะแก้มเบาๆ “สกิลดีเวลลอปเมนต์น่ะค่ะ 

น้องกี้หมายถึงการจัดเตรียมเอกสารประกอบการฝึกอบรมพนักงาน ซึ่งจำเป็นต้องยื่นส่งกรมพัฒนาฝีมือแรงงานให้ทันภายใน ๖๐ วันหลังการจัดฝึกตามกฎหมาย

“ตอนนี้น้องกี้มีโพรเจกต์กับคุณโชคเพิ่มเข้ามา น้องกี้กลัวว่าจะทำไม่ทัน”

คนฟังนั่งตัวพองเป็นอึ่งอ่างอัดลม ก่อนค่อยๆ ปล่อยลมออกมาเสียงดังฟืดจนปีกจมูกบาน “โทร. หาพี่เก่งเขาซะนะจ๊ะ ส่วนเรื่องสกิลฯ ไม่ต้องห่วง พี่จะหาคนจัดการแทนให้”

 

รักเร่ไม่ใช่คนหน้าตาไม่ดี

         หญิงสาวรายนี้มีดวงตากลมโตหวานเศร้า คิ้วคางปากจมูกรับกันพอเหมาะ เสียแต่ตามใจปากจนไขมันส่วนเกินถามหา การเคลื่อนไหวเชื่องช้า ความคิดก็ยิ่งช้าจนคู่สนทนาใจร้อนมักจะรำคาญ

         จากชุดลายจุดแก่ประหลาดที่ทำให้เจ้าตัวยิ่งบวม วันที่สองที่โชคบดีมาเยือน ชายหนุ่มพบว่าเธอเปลี่ยนลุคใหม่จนดูสวยสมวัย ทั้งยังพรางสายตาให้ดูรับหุ่นมากขึ้น หญิงสาวเลื่อนเก้าอี้มาใกล้เขาขณะแนะว่าบริษัทมีความต้องการเกี่ยวกับระบบไอทีของแผนกเอชอาร์อย่างไรบ้าง

“คุณโชคพิมพ์ไวมาก” เธอชม ตาเป็นประกาย ริมฝีปากอิ่มย้อยก็เป็นประกายเพราะลิปสีชมพูอ่อน “เหมือนพี่แอ๊บเลย ทำอะไรเร้วเร็ว แป๊บเดียวก็เสร็จ”

ครู่ก่อนเขาสงสัยว่าทำไมคนส่วนใหญ่ที่นี่เรียกน้องกี้ว่าแอ๊บ รักเร่ให้คำตอบว่า

มารยาทพี่แอ๊บงามเหมือนนางเอกช่องสามค่ะ

ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่วายหัวเราะ

คุณโชคกับพี่แอ๊บเคยเรียนพิมพ์ดีดด้วยกันมาก่อนเหรอคะ”

ชายหนุ่มยกมุมปากสูง “ทำไมคิดงั้นล่ะครับ”

แค่เขาหันสบตาแวบเดียว สาวร่างหนาก็ทำท่าเหมือนจะเสียวสะท้านก็พี่หมูบอกว่าคุณโชคกับพี่แอ๊บเคยรู้จักกันมาก่อน”

“เราเคยเรียนห้องเดียวกันสมัยมัธยมปลายน่ะครับ”

“คงสนิทกันมาก?

คราวนี้คู่สนทนาแค่เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แต่เพราะไม่หันผละจากหน้าจอ รักเร่จึงไม่มีทางเห็นหรือเดาได้ว่าชายหนุ่มกำลังคิดหรือรู้สึกอย่างไร

“เร่เห็นเมื่อวานเย็นพี่แอ๊บเรียกแท็กซี่ออกไปกับคุณโชคน่ะค่ะ ปกติพี่แอ๊บจะออกงานไวไปไหว้พระ แต่เมื่อวานรอจนคุณโชคทำงานเสร็จแล้วถึงออกไปต่อด้วยกัน”

ชายหนุ่มนิ่งลง ไม่ทันตอบก็มีเสียงสอดจากคนที่เพิ่งเปิดประตูเข้ามา “บ้านเราอยู่ละแวกเดียวกันน่ะค่ะ”

 “พี่แอ๊บ!” แม้แต่เสียงอุทานของรักเร่ก็ยังฟังดูไม่เหมือนคนตกใจ “มาแล้วเหรอคะ เร่กำลังคุยงานกับคุณโชคถึงหัวข้อ...”

“เดี๋ยวคุณโชคจะบอกพี่เองค่ะ” น้องกี้ก้าวกระฉับกระเฉงผิดมาดนางเอกตรงมาที่รุ่นน้อง เป็นสัญญาณให้รักเร่ลุกขึ้นซะที “เร่รีบออกไปดีกว่า พี่หมูรออยู่ที่ห้อง”

ทั้งยังงงวย รักเร่จำหุบปาก พยักแล้วกวาดข้าวของของตัวเองออกไป ถึงกระนั้นเมื่อเดินไปเปิดประตูแล้วก็ยังไม่วาย “จำได้ว่าบ้านพี่แอ๊บอยู่แถวเจริญกรุง บ้านเร่ก็อยู่แถวถนนตกค่ะคุณโชค เลยไปนิดเดียวเอง ทีหลังเร่ขอกลับบ้าน...”

คำพูดสะดุดเพราะน้องกี้จ้องตา

รักเร่จำพยักหน้า “ค่ะพี่แอ๊บ”

รอจนประตูงับสนิท น้องกี้ส่ายหัว “เด็กคนนี้!

“น่าสงสารนะ” คุณโชคยังคงรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์ สายตาจ้องจอ “เขาเล่าว่ากำพร้าแต่เด็ก อยู่กับป้า กว่าจะเรียนจบก็ต้องช่วยป้าทำงานแลกค่ากินอยู่เล่าเรียน”

ต้องพยายามมากกว่าปกติเพื่อน้องกี้จะไม่เบ้ปาก “น่าสงสารป้าเขามากจริงๆ ค่ะ หลานกินซะอ้วน”

“ถ้าคนเรากินแรงแล้วอ้วน เธออาจจะยิ่งกว่าเขา”

คราวนี้น้องกี้ยิ้ม “คนเราล้อกันเล่นเพราะชอบพอกันค่ะ น้องกี้เข้าใจ”

ชายหนุ่มพยัก “เป็นคนมองโลกในแง่ดีมาก เธอคงอารมณ์ดีเพราะว่าหมอนั่น...”

. . . . . . . . . . .

ฝากติดตามความเคลื่อนไหวอื่นๆ ที่เพจ ปราปต์ ด้วยครับ
ขอบคุณครับ ^^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

20 ความคิดเห็น