คัดลอกลิงก์เเล้ว

จดหมายถึงโรทัน

เรื่องสั้นตอนพิเศษต่อจากนวนิยาย "ห่มแดน" จากแดนเลฑฑุ์ถึงโรทัน

ยอดวิวรวม

732

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


732

ความคิดเห็น


3

คนติดตาม


8
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  14 ส.ค. 60 / 10:53 น.
นิยาย ¶֧÷ѹ จดหมายถึงโรทัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

อบอุ่นกว่าแสงดาว
เยือกหนาวกว่าลมดึก
ลึก...
และไร้ตรรกะยิ่งกว่ารัก


...คือความคิดถึง...


เรื่องสั้นชิ้นนี้เป็นตอนพิเศษต่อจากนวนิยาย "ห่มแดน" นะครับ



เนื้อเรื่อง อัปเดต 14 ส.ค. 60 / 10:53


บ้านใหญ่

บนโลกใบเดิม

 

วันที่ 5,856 ที่มึงไม่อยู่

สวัสดี มึง

ไม่ได้คุยกันนานมาก รู้สึกว่ายากจัง ไม่รู้จะเริ่มยังไง

ที่ผ่านมามีอะไรมากมาย มากจนไม่รู้จะเลือกหยิบตรงไหนขึ้นมา มากจนรู้สึกว่าถ้าไม่ระวัง มันก็จะติดของที่ไม่ต้องการขึ้นมาด้วย เหมือนๆ กับตอนที่กูจุ่มมือลงในท้องร่องท้ายสวนของเจ็กไชโย แล้วพยายามควานหาขวดสีน้ำที่เผลอทำตกลงไปกลับขึ้นมาน่ะ

ใช่ ตอนปิดเทอมมอสามที่เราได้ลงนครไปด้วยกัน มึงสเก๊ตช์รูปต้นมะพร้าว ส่วนกูกำลังจะลงสีรูปดอกต้อยติ่ง แต่จู่ๆ คนงานเสีอกปล่อยหมาวิ่งเข้ามาชนข้าวของล้ม ขวดสีของมึงกับกูกลิ้งตกไปในท้องร่องตั้งหลายขวด จะควานหาก็ลำบาก เพราะน้ำในท้องร่องมันไม่ใส แล้วในนั้นก็มีแต่แหน กูไม่กล้าควานมือลงไปเพราะกลัวจะเจอตัวอะไรก็ไม่รู้ กลัวอะไรที่น่าจะมีอยู่ใต้นั้นเต็มไปหมด

กูกำลังรู้สึกแบบนั้น ตั้งแต่วันที่สัญญาว่าจะเลิกงี่เง่า และจะไม่มัวเสียเวลาเขียนจดหมายถึงมึงอีก กูก็ได้เจออะไรหลายอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิต หลายอย่างที่ไม่อยากควานกลับไปเจอซ้ำ แต่ก็มีบางอย่างที่อยากหยิบกลับขึ้นมา

มึงเป็นคนสอนกูเอง ว่าถ้าไม่กล้า สุดท้ายกูก็จะต้องทิ้งของรักทั้งหมดให้เน่าไปพร้อมกับพวกแหนและสวะ พอกูยังละล้าละลัง มึงก็เป็นคนนำกูเหมือนทุกที ส่ายหัวยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วถลกแขนเสื้อจุ่มมือลงไปควานก่อน

จากนั้นกูก็เลยพลอยกล้าขึ้นมา

ตอนนี้กูเรียนจบนานแล้วนะ มึงไม่มีทางจินตนาการถูกหรอกว่าพวกผู้ใหญ่เขามีชีวิตเส็งเคร็งยังไงกันบ้าง บางทีเราต่างก็ไม่ผิดกับแหนในท้องร่อง วนเวียนในสีมืดคล้ำ แล้วแต่กระแสอะไรสักอย่างจะเหนี่ยวนำให้ลอยละล่องไปตามๆ กันด้วยความอึดอัด กูเองยังนับว่าโชคดีที่มีเป้าหมาย กูได้เกียรตินิยม จบมาแรกๆ ไปทำโรงแรมกับเพื่อน ผลงานก็เข้าตาพวกเวียงอวัศย์ ถึงตอนนั้นพวกเขาเลยช้อนกูขึ้นมา กูคิดว่าการงัดข้อกับปะป๊าจะยากกว่านี้ มันอาจจะดีถ้ายากกว่าและปะป๊าวางกูเป็นศัตรูของเขามากกว่านี้ เพราะอย่างน้อยนั่นยังหมายความว่าเขายังให้เกียรติความสามารถของกู และกูยังอยู่ในสายตาของเขาไม่ใช่เหรอ

แต่นั่นก็ผ่านมาแล้ว กูแก้แค้นให้มึงได้เกือบสำเร็จแล้ว ตอนนี้ปะป๊ากลายเป็นแค่หุ่นให้คนเอามาพูดเรียกคะแนนเสียง ไม่ได้สลักสำคัญอะไรอีกในอาณาจักรนี้ คนที่กูต้องคอยระวังมากกว่าคือคนอื่น โลกเรามันคงเป็นแบบนี้ พออยู่จุดที่สูงก็มีคนจ้องจะโค่นเราลงไปตลอด และโลกมันก็จะค่อยๆ เป่าให้น้ำในท้องร่องเริ่มวนพาเราไปอยู่ตรงจุดที่อึดอัดกว่าเดิมมากขึ้นทุกที

ตั้งแต่วันที่ 1 ที่มึงไม่อยู่ ปะป๊าให้คนบ้านใหญ่โกยเก็บของของมึงทุกอย่างส่งคืนบ้านของมึงที่แพร่ กว่ารถตู้จะกลับจากดอยหล่อมาส่งพวกเราถึงกรุงเทพฯ กูก็ไม่เหลืออะไรให้ได้เก็บได้ระลึกถึงมึงอีก นอกจากภาพในความจำ แล้วก็เรื่องโหดร้ายในความฝัน

กูสงสัยว่าคนในฝันพวกนั้นใช่มึงจริงๆ รึเปล่า ผู้ชายตัวเท่าๆ กันกับมึง แต่ตัวดำไหม้เกรียม มีประกายแดงปะทุของสะเก็ดไฟ พวกเขาทุกข์ทรมานจนกูสะดุ้งตื่นขึ้นมาร้องไห้ และได้แต่ภาวนาว่าพวกเขาจะไม่ใช่มึง ไอ้ทัน

กระทั่งฝันครั้งที่ 4,974

เมื่อคืนนี้คงเป็นครั้งแรกที่กูยอมทำใจเชื่อว่าเป็นมึง ถึงจะอยู่ในสูทสามชิ้นหางยาวแบบที่โคตรไม่เข้ากับมึงเลย แต่มันก็ดูรับได้อย่างน่าอัศจรรย์กับผมทรงสกินเฮ้ดที่ไม่เคยเปลี่ยนไปนั่นจริงๆ ว่ะ มุมปากยิ้มขำกับลูกตากวนตีนแบบที่มึงรู้ว่าจะทำให้กูหน้าร้อนขึ้นทุกที มึงไม่มีคำพูดอะไร แต่กูรู้ว่ามึงกำลังคิดในใจว่า 'ไอ้คุณเลฑฑุ์ มึงเลิกปอดแหกซะทีได้มั้ย?!' กูไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไง และตอนที่มึงยกมือขึ้นมา กูก็ไพล่คิดไปถึงตอนที่มึงถลกแขนเสื้อเตรียมจุ่มควานลงในท้องร่องครั้งนั้นอีก

เหมือนกันแหละ พอกูเริ่มยกมือตามทั้งที่ยังไม่วายกลัว จุ่มลงในน้ำหนืดหยึยจนแทบจะสั่นไปทั้งตัว ยังไม่ทันคว้าอะไรได้ อย่างแรกที่พุ่งเข้าใส่มือกู ก็คือมือของมึง

ในฝัน มึงจับมือกูไว้ บีบแน่นๆ ทีหนึ่ง แล้วพยักหน้าเดินจูงตรงไปหาเงาสีเทาที่นั่งนิ่งอยู่ 

ในน้ำ มึงจับมือกูไว้ บีบแน่นๆ ทีหนึ่ง แล้วมึงก็ค่อยๆ เลื่อนมือกูไปจนเจอขวดสีใบแรกที่หล่นค้างอยู่ใต้ท้องร่อง

ขวดสีที่มึงส่งให้กูในฝัน คือมือของผู้หญิงคนนั้น คนที่กูบากหน้าไปขอร้องเขาว่า 'เราทั้งคู่จะได้ผลประโยชน์ร่วมกัน แน่นอน โดยเฉพาะเวียงอวัศย์ นี่คือเหตุผลที่ผมอยากให้คุณรับผมไว้พิจารณา'

บอกตามตรง กูไม่เคยมั่นใจเลยว่า หลังจากพ้นน้ำขึ้นมาพร้อมกูรข่าเหนือหาดสมิหลาในอีกสองวันข้างหน้า ชีวิตหลังแต่งงานของกูกับเขาจะเป็นยังไง กูไม่เคยเห็นภาพตัวเองมีครอบครัว ไม่เคยคิดฝันแม้แต่ชีวิตคู่ ใช่ โดยเฉพาะตั้งแต่วันที่มึงขับรถออกไปจากเวียงอวัศย์ ดอยหล่อ

'เราจะมีชีวิตอยู่โดยไม่มีคนที่เรารักได้มั้ย' นั่นกำลังจะไม่เป็นปัญหามากไปกว่า 'เราจะมีชีวิตอยู่ยังไง กับคนที่เราไม่รู้เลยว่าจะรักเขาได้อย่างไรในชีวิตนี้'

แต่เพราะทุกครั้ง มือของมึงพากูเจอขวดสีอย่างไม่เคยพลาด กูเลยมั่นใจเป็นครั้งแรกว่านี่จะเป็นการตัดสินใจที่ถูกที่สุดอีกครั้งหนึ่งในชีวิต

กูไม่หวังหยุดความฝันเพื่อกอดมึงไว้กับตัวอีกแล้ว ไอ้ทัน ไม่แหงนหน้ามองฟ้ารอเวลาที่ดาวสักดวงจะตกลงมา เพื่อมันจะวิ่งพาเวลาย้อนกลับไปสักที่ที่มึงยังคงอยู่ ไม่ เพราะตอนนี้กูรู้ รู้แล้วว่าถึงกูจะไม่เคยพูด ไม่เคยทำสักอย่างที่อยากทำ แต่ทั้งหมดคงไม่พ้นการรับรู้ของมึง

อีกสองวัน กูจะยิ้ม

และมันจะแทนยิ้มสุดท้าย กับคำสุดท้ายที่กูไม่เคยบอกมึงไปสักที

รักมึง

รักมึง

รักมึงเสมอ

เลฑฑุ์

. . . . . . . . . .

 

"อยู่นี่เอง แม่ตามหาตั้งนาน" เสียงของนางแบบสาวรุ่นใหญ่ดังเข้ามาจากช่องประตูที่ถูกเปิดอ้าค้าง ร่างระหงในวัยที่มากขึ้นเคลื่อนเข้ามาภายในแกลอรี่ใต้หลังคา ภายในเต็มไปด้วยภาพวาดสีน้ำทั้งขนาดเล็กและใหญ่วางเป็นระเบียบตามนิสัยของผู้เป็นสามี แดนเลฑฑุ์มักจะเข้ามาขลุกตัวในนี้เพื่อสร้างชิ้นงานของเขา

คุณแม่ยังสาวก้าวมายังร่างเล็กของลูกชายวัยหกขวบ พ่อหนูน้อยนั่งวางเข่าราบอยู่กับพื้น เงียบนิ่งจนผิดปกติของเด็กชายสุขภาพดีที่รักการโลดโผนโจนทะยาน และมีแววตาสุกใสยั่วล้อทุกอย่างในโลก แดดปลายวันทอเป็นลำเข้ามาทางช่องหน้าต่างรูปวงกลม จากจุดนั้นมองออกไปจะเห็นสีเขียวกระจ่างตาของเรือกไร่ชายดอย หากบัดนี้ทุกอย่างกระทั่งสิ่งละอันพันละน้อยในห้องแห่งนี้ก็ล้วนถูกย้อมอยู่ในโทนสีชมพูโอลด์โรสของแสงสายัณห์

กูรข่าลดกายลง แตะไหล่ลูก "อ่านอะไรอยู่คะ" 

เด็กชายเงยขึ้นยื่นให้แต่โดยดี มันคือจดหมายในกระดาษสีเหลืองเก่า ตรงมุมรอยพับบางแห่งเริ่มวิ่น "ทันเขี่ยรูปนี้ แล้วกระดาษมันตกมาจากข้างหลังฮะ" 

ผู้เป็นแม่ไล่ตามสายตาของลูกชายขึ้นไปบนกรอบภาพวาดที่ประดับอยู่บนผนัง แม้ผ่านเวลาเนิ่นนานทว่าสีโปสเตอร์ยังฉูดฉาดแสดงรายละเอียดชัด ทั้งแสงเงา เหล่าใบไม้ และสายน้ำเหนือโตรกผาที่ทิ้งตัวลงมาระยิบระยับราวกับกำลังสะบัดโผนอยู่จริงๆ มุมขวาล่างตวัดลายเซ็นที่อ่านไม่ออก กับชื่อภาพที่พอแกะได้ว่า 'หกสาย'

กูรข่าจำได้ สมัยที่ละทิ้งทุกสิ่งจากบ้านใหญ่มามีชีวิตเป็นของตัวเอง นอกจากรถยนต์และมรดกติดตัวไม่กี่ชิ้น ภาพนี้ดูจะเป็นของชิ้นเดียวที่แดนเลฑฑุ์หวงแหนชนิดไม่ยอมเสียไป ใครๆ ในบ้านนั้นต่างเล่ากันว่า ก่อนหน้า ชายหนุ่มเคยระเหระหกสืบหามันอยู่นาน จากนั้นก็ยอมจ่ายเงินโดยไม่ต่อรองเพื่อได้เป็นเจ้าของ ต่อเมื่อย้ายมาอยู่ที่นี่ เขาบรรจงนำมันขึ้นแขวนในที่ที่แทบไม่มีใครเห็น ที่ที่เป็นโลกส่วนตัวที่สุดของเขา

"ปะป๊าเขียนจดหมายถึงใคร ทำไมมีชื่อทันอยู่ในนั้นด้วยฮะ" 

กูรข่าประจงเกลี่ยยิ้ม ในฐานะนางแบบเธอมียิ้มสั่งได้หลายประเภท ยิ้มเหยียด ยิ้มเชิญชวน ยิ้มลึกลับ ฯลฯ แต่กับลูกชายผู้เป็นแก้วตาดวงใจ หญิงสาวมีมอบให้เพียงรอยยิ้มเดียว ยิ้มอ่อนโยนด้วยปรารถนาดีแห่งรักแท้

มือของเธอลูบผมอ่อนนุ่มของเด็กชายอย่างทะนุถนอม หลังจากก้มลงจูบเบาๆ เธอตอบ

"ปะป๊าเขียนถึงคนที่ปะป๊ารักมากที่สุด ก็โรทันไงครับ"

. . . . . . . . . . . . .

ปราปต์

29/10/16

.

ผลงานทั้งหมด ของ ปราปต์

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

3 ความคิดเห็น

  1. #3 Clover
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 10:41
    เป็นเรื่องสั้นที่ทำให้หลงห่มแดนมากขึ้นไปอีก

    ชอบกูรข่ามากขึ้นอีกแล้ว เป็นขุ่นแม่แล้วววTwT



    //ทีมกูรข่า

    //มาอ่านช้า เพราะเลื่อนดูเรื่องที่พี่ปราปต์ลงไม่สุด ถถถ

    #3
    0
  2. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  3. วันที่ 11 เมษายน 2560 / 17:26
    บรรยายได้สุดยอดเลย เยี่ยมมาก
    #1
    1