ท้องฟ้าของผม

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 1 จุดเริ่ม ที่ไม่ใช่จุดเริ่ม (?) อัพครบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

 

ตอนที่หนึ่ง

จุดเริ่ม ที่ไม่ใช่จุดเริ่ม (?)

 

 

 

            “ก็คือปิดเทอมนี้มึงจะกลับฮ่องกง?”

            “เออ ป๊าบังคับ” 

            “อาม่าล่ะ?”

            “ก็กลับกันหมดแหละ บ้านก็คงให้พี่น้อมกับลุงโสมดูแล”

 

            ปิดเทอมใหญ่ไอ้ที่วางแพลนกันไว้เป็นอันล่มไปหมด เพียงสายเดียวที่ต่อตรงมาจากคนที่อยู่ฮ่องกง จะปฏิเสธก็ไม่ได้

 

            ‘ลื้ออย่ามาเบี้ยวอั๊วนาอาตี๋ ลื้อปิดเทอมตั้งสามเดือน ถ้าลื้อไม่กลับ ลื้อก็ไม่ต้องเอามันละไอ้มรดงมรดกของป๊า’

 

            ครับ...

 

            ดาวเหนือมองเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามอย่างเห็นใจ พลางยื่นมือไปตบไหล่เพื่อนปุปุ อย่างที่รู้กันว่าครอบครัวของมันเผ่าดั้งเดิมคืออยู่ที่ฮ่องกง จะกลับมาประเทศไทยก็นาน ๆ ครั้ง อีกอย่างเจ้าตัวเองก็คงชอบประเทศไทยไม่ใช่น้อย กว่าจะออดอ้อนที่บ้านเพื่อให้ตัวเองมาเรียนที่ประเทศไทยได้ก็ยากเย็นแสนเข็น 

            ดาวเหนือเจอเพื่อนคนนี้ตั้งแต่ลืมตาดูโลก เล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็ก ด้วยความที่บ้านอยู่ตรงข้ามกัน ตอนเด็ก ๆ ช่วงปิดเทอมหน้าร้อน มันเผ่ามักจะตามครอบครัวมาเที่ยวที่ประเทศไทยบ่อย ๆ หมดหน้าร้อนก็บินกลับไป 

 

            “สามเดือนเลยเหรอวะ?”

 

            มันเผ่ามองเพื่อนที่นั่งตาตกมองเขาแล้วก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เขารู้ว่าดาวเหนือติดเขา แต่ตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังติดเขาอยู่ไหม ก็แหม... เขามีคนของเขาแล้วนี่

            

            “เออ แป๊บเดียวแหละ” เขายื่นมือไปยีหัวเพื่อนก่อนจะเบนสายตาหันไปมองคนมาใหม่ แล้วก็ได้แต่เบะปาก ถ้ามองบนได้คือทำไปแล้ว

 

            “ปากเป็นไร”

            “เฮียเสือกไรด้วยอะ” ปากว่าแต่ก็ขยับเข้าไปนั่งข้างใน เพื่อให้คนเป็นพี่สอดตัวเข้ามานั่งข้าง ๆ กัน

            “กูพี่มึงนะ”

            “อ่าวเหรอ นึกว่าเพื่อน”

            “เดี๋ยวมึงจะโดน”

 

            เหอะ! เขาไม่สนใจหรอก เฮียหนึ่งอะไร ใครกลัว... หันไปมองทางเพื่อนก็ได้แต่ถอนหายใจทิ้ง อะไรคือการงุ้งงิ้งกันสองคน คือไรอะครับ?

 

            “พี่ธาดาหวัดดีพี่”

            “เออ ไหว้พระเถอะ”

            “เจริญพรโยม โบ๊ะบ๊ะ” แล้วก็อดไม่ได้ที่จะกวนพี่มันกลับ ก่อนที่คนที่นั่งข้าง ๆ จะหันมาทำหน้าทำตาเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่าง

            “คือไรวะ?”

            “ไรวะ?” 

            “ทีมันนี่ยกมือกราบตีนได้คงทำไปละมั้ง”

            “ไมอะ?”

            “กูก็พี่มึงไหม?”

            “อ่าวเฮียมึงเพิ่งรู้เหรอ กูรู้ตั้งแต่จำความได้ละมั้ง ว่าเฮียมึงเป็นพี่กูอะ”

            “ถ้าจะขนาดนี้ ด่ากูเถอะ อย่าเรียกเฮียเลย”

            “ได้เหรอ?”

            “กูประชด!”

            “แล้วไป นึกว่าได้”

 

            เถียงกันให้หอมปากหอมคอ เขากับเฮียหนึ่งไม่มีหรอกพูดคุยกันดี ๆ อ่ะ แต่เราสองคนรู้ดี ว่าแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้ว ไม่ต้องพูด แต่ใช้การกระทำ แต่บางครั้ง คำพูดก็อาจจะสำคัญมากเหมือนกัน

 

            มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหน เขาเองก็ไม่รู้

            รู้ตัวอีกทีก็มีคนข้าง ๆ คนนี้แล้ว

            ทะเลาะบ้าง เข้าใจผิดกันไปบ้าง

            แต่เชื่อเถอะ...

            ไม่มีใครไปไหน... 

 

            ต่อให้ทนไม่ไหว... เขาก็ไม่อยากไป

 

            ถึงจะเคยมีหลายครั้งที่เขาอยากหนี...

 

            แล้วก็กลับมาอีกครั้ง และอีกครั้ง...

 

            “แล้วนี่มึงจะบินเมื่อไหร่?”

            

            อาจเป็นเพราะว่าเขา...

 

            “พรุ่งนี้”

 

            อาจจะเป็นฝ่ายที่รู้สึกมากกว่าก็ได้...

 

            “เร็วจังวะ”

 

            อือ... 

 

 

Ϟ

(ต่อตรงนี้น้า)

 

          “สรุปจะดูเรื่องไร?”

            “อยากดูหนังผีอ่ะ”

            “กลัวผีเสือกอยากดูหนังผีมึงอ่ะ”

            “ละจะดูไหม?”

            “เออ รอนี่จะไปซื้อตั๋ว”

 

            เขายิ้มออกมา มองตามแผ่นหลังของร่างสูงที่เดินไปซื้อตั๋วหนัง ถึงจะพูดยังไงก็ยังคงตามใจเขาไม่เปลี่ยนแหละน่า ขอแค่ได้บ่น ได้ด่า ได้ว่า ก่อน ไม่รู้เป็นไร มันต้องให้เถียงกันก่อนสินะ 

 

            “ขึ้นเครื่องกี่โมง?”

 

            เขาหันไปหาคนถาม ตอนนี้เราสองคนทานั่งรอหนังเข้าที่หน้าโรง ด้วยความที่ว่าไม่รู้จะเดินดูอะไร บวกกับความขี้เกียจเดิน เลยตกลงกันว่าจะมานั่งรอหนังฉาย แล้วค่อยไปเดินเล่นรอกลับ

 

            “ตีห้าอ่ะ ป๊าจัดการให้”

            “กูคงไม่ได้ไปส่ง”

            “...”

            “...”

 

            คนตัวเล็กยกยิ้มออกมาเล็กน้อย พลางมองแก้วน้ำที่มีละอองน้ำเกาะแล้วล่นลงมา แล้วก็ได้แต่หัวเราะกับตัวเอง...

 

            เขาคงจะเหมือนกับหยดน้ำหยดนี้...

 

            “ไปนานเลยเหรอ?”

            “อือ จนกว่าจะเปิดเทอมอ่ะ”

            “ก็นานอยู่...”

 

            หล่นลงมา...

            แต่ไม่หายไป...

 

            เราสองคนนั่งเล่น พูดคุยกันบ้าง เงียบบ้าง จนในที่สุดก็พากันเดินเข้าโรงหนังไป ระหว่างที่หนังฉาย มันเผ่ารู้ดีว่าเขาไม่สามารถโฟกัสกับหนังได้เลย ในหัวเขาเอาแต่คิด และพยายามหาคำตอบของทุกเรื่อง พยายามคิดว่าควรพูดออกไปดีไหม แต่ในจุด ๆ หนึ่งในหัวกลับบอกว่า อย่าพูด... มันน่าจะเป็นการดีต่อเราทั้งคู่

 

            ถ้ายังอยากมีเขา...

            อย่าพูดออกไป...

            พูดแล้ว...

 

            .

            .

            .

            .

 

            เขาอาจจะเสียคนคนนี้ไปก็ได้...

 

            “เป็นไง?”

            “อะไร?” ระหว่างเดินออกโรงคนตัวสูงข้าง ๆ ก็ก้มหน้าลงมากระซิบถามเขาที่เบี่ยงตัวหลบ ซึ่งเจ้าตัวเองก็ได้แต่จิ๊ปาก รู้หรอกว่าจะทำไร...

            “นั่งดูเงียบเลยนะมึง ในขณะที่กูตกใจชิบหาย มึงกลับนั่งนิ่ง”

            “เฮียมึงมันกาก”

            “เออ” 

 

            เขามองคนข้างตัวที่ดูเหมือนจะฟึดฟัดกับตัวเอง แล้วก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ ๆ คนที่เดินอยู่ข้าง ๆ ก็คว้าเขาเข้าไปโอบ แขนแกร่งเกรงขึ้นเมื่อเขาพยายามดิ้น เขาหันไปหาคนข้างตัวอย่างต้องการคำตอบของการกระทำ

 

            “อะไรเนี้ย!?”

            “คนมองมึงเยอะ รำคาญ”

 

            มันเผ่าชะงัก ก่อนจะปล่อยให้คนเป็นพี่ได้ทำตามใจ พลันก้อนเนื้อในใจก็อดที่จะเต้นเป็นจังหวะไม่ได้ 

 

            “หน้าตาก็ไม่ได้ดี มองทำไมวะ”

            “แล้วมาโอบเขาทำไม”

            “กูเป็นห่วงคนที่มองมึง มองมึงนาน ๆ เดี๋ยวท้องผุ”

 

            หึ...

 

            “เปลี่ยนแผน ไม่เดินเล่นห่าไรละ”  

            “เอ้า?”

            “กลับ”

 

            โอเค... 

 

 

            ... กลับก็กลับ

 

            .

            .           

            .

            .

            .

 

            กลัวใครบางคนจะเป็นบ้าตายก่อน J

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.tbc

 

เออ เฮียไปโอบลูกเขาทำไม น้องเขามีพ่อมีแม่เด้อ

----------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Labpuii (@Labpuii) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 22:36
    ห่วงแหละดูออก
    #1
    0