[Fic Osomatsu-san] [OS/SF] みんなが集まっている!

ตอนที่ 1 : [OS] หนาวนี้กอดใคร || KaraOso

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 146
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    23 ก.ค. 62


 

          

Title : หนาวนี้กอดใคร

Pairing : Karamatsu x Osomatsu

Genre : Romantic-Drama(?)

Rate : PG-13


         สีขาวโพลน...


               นั่นคือสิ่งที่บดบังทัศนวิสัยของเขาในตอนนี้


ดวงตาทั้งสองข้างจดจ้องออกไปนอกหน้าต่างซึ่งกำลังมีหิมะตกอย่างหนัก ที่มือข้างขวาคีบบุหรี่เอาไว้มวนหนึ่ง แต่จนแล้วจนเล่าเขาก็ไม่ยักจะยกมันขึ้นมาสูบ ได้แต่ปล่อยให้ควันลอยฟุ้งอยู่อย่างนั้น


ฤดูหนาวมาเยือนแล้ว และในห้องนอนทรงสี่เหลี่ยมก็เต็มไปด้วยคน 6 คนที่หน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ กับโต๊ะตัวเล็กกลางห้องที่ถูกใช้เป็นที่รวมตัวกันทำกิจกรรมฆ่าเวลาอย่างการเล่นไพ่นกกระจอกหรือหมากรุกญี่ปุ่น ทว่าเขาซึ่งเป็นพี่ใหญ่กลับไม่ยอมเข้าไปร่วมวงด้วยทั้งๆ ที่ปกติจะเสนอหน้ามาเป็นคนแรกๆ แท้ๆ


“โอโซมัตสึ?” เสียงทุ้มนุ่มของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลังเรียกให้ชายในเสื้อฮู้ดสีแดงต้องละสายตาออกจากหน้าต่างหันมาหาต้นเสียง


“อะไรเหรอคารามัตสึ”


“พักนี้...นายดูแปลกไปนะ เป็นอะไรหรือเปล่า หรือจะไม่สบาย?” ชายในเสื้อฮู้ดสีน้ำเงินถามด้วยความเป็นห่วง แต่แล้วก็ต้องโดนคนตรงหน้าตัดบทไปเสียเฉยๆ


“ไม่มีอะไรหรอกน่า ฉันก็เป็นปกติของฉันนี่ไง” ว่าพลางฉีกยิ้มกว้างจนตาหยีพร้อมกับเอานิ้วมาถูจมูกตามสไตล์ของโอโซมัตสึ เพื่อต้องการให้คารามัตสึคลายความกังวลลง แต่ดูเหมือนว่ามันจะใช้ไม่ได้ผลเลยสักนิด มือหนาเคลื่อนมาจับไหล่บางทั้งสองข้างแน่น ดวงตาที่แฝงแววดุดันจ้องลึกลงไปในดวงตาของอีกฝ่าย


“นายโกหกฉันไม่ได้หรอกนะ”


“กะ...โกหกอะไรเล่า นายบ้าหรือเปล่า” แววตาจริงจังของคารามัตสึทำให้หัวใจของชายฮู้แดงกระตุกวูบจนต้องรีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่นพร้อมกับคำพูดติดๆ ขัดๆ ที่ถูกส่งตามมา


“นายดูแปลกไปตั้งแต่สามวันก่อนแล้วนะ แบบนี้จะไม่ให้ฉันดูไม่ออกได้ไงล่ะ”


“นายแค่คิดมากไปเองรึเปล่าคารามัตสึ ฉันไม่เป็นอะไรสักหน่อย...ปล่อยได้แล้ว” ไม่ว่าเปล่า โอโซมัตสึรีบสะบัดตัวออกจากการจับกุมของมือหนาก่อนจะลุกขึ้นยืนพรวดจนคนที่นั่งอยู่แทบหงายหลัง “ฉันขอลงไปข้างล่างแปปนะ” พูดจบก็จ้ำเท้าออกจากห้องไป


“พี่โอโซมัตสึเขาเป็นอะไรไปน่ะฮะ?” โทโดมัตสึผู้สังเกตเห็นท่าทีผิดปกติของพี่ชายคนโตสุดหันไปถามคารามัตสึซึ่งคุยกับเขาเป็นคนสุดท้ายแต่คำตอบที่ได้รับมากลับมีแค่การยักไหล่เป็นเชิงปฏิเสธว่าไม่รู้เท่านั้น


 

โอโซมัตสึล้วงมือลงไปในกระเป๋ากางเกงก่อนจะดึงกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งถูกพับเป็นสี่เหลี่ยมออกมาคลี่ดู ร่างกายสั่นระริกทุกครั้งที่เห็นสิ่งที่เขียนอยู่ในนั้น


เขาไม่อยากให้คารามัตสึและคนอื่นๆ เห็น สิ่งนี้ถึงตอนปกติจะชอบทำตัวอิไตก็เถอะ แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วกลับเป็นคนอ่อนโยนมาก...มากจนเกินไป หลายครั้งที่ความอ่อนโยนและเป็นห่วงนั้นทำเอาเขาหวั่นไหว อย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อครู่ไง


“เป็นแค่เจ้าบ้ามัตสึแท้ๆ...”


*****

 

วันรุ่งขึ้นทุกอย่างดำเนินไปอย่างปกติราวกับเมื่อคืนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น จูชิมัตสึออกไปซ้อมเบสบอลทั้งที่อากาศหนาวจัด โทโดมัตสึออกไปทำงานพิเศษที่สุตาบ้า โจโรมัตสึออกไปงานคอนเสิร์ตวินเทอร์ซีซั่นของเนี้ยนจัง ส่วนอิจิมัตสึก็นั่งคุดคู้เล่นกับแมวตัวโปรดอยู่ตรงมุมหนึ่งในห้องนั่งเล่น และแน่นอนว่าคารามัตสึต้องออกไปตามหาคารามัตสึเกิร์ลอย่างที่ทำประจำแน่นอน


แต่เดี๋ยว...เอ๊ะ!


ทำไมถึงยังนั่งส่องกระจกทำหน้าหล่ออยู่ตรงนี้ล่ะเฮ้ย!


Good morning, My Brother!


“ทำไมยังอยู่อีกล่ะเนี่ย...”


“ว่าไง my brother วันนี้จะไปไหนงั้นเหรอ”


“จะไปไหนก็เรื่องของฉันน่า ว่าแต่วันนี้นายไม่ไปหาคารามัตสึเกิร์ลของนายรึไง” โอโซมัตสึจ้องใบหน้าซึ่งสวมแว่นกันแดดสีดำบดบังสายตาไว้ทั้งๆ ที่ยังอยู่ในบ้านด้วยความสงสัย


“ในวันที่หนาวเหน็บเช่นนี้ คงมีน้อยคนนักที่จะออกมาเดินเล่นเตร็ดเตร่ให้ข้าผู้นี้ได้ยลโฉม...”


“งั้นฉันขอตัวไปเล่นปาจิงโกะก่อนนะ” โอโซมัตสึรีบตัดบทก่อนที่คำพูดเจ็บๆ จะถูกพ่นออกมามากกว่านี้


ครืดด


เสียงประตูเลื่อนปิดพร้อมกับความเงียบที่เริ่มโรยตัวลงมาในห้องนั่งเล่นทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ แห่งนี้ คารามัตสึถอดแว่นตาและวางกระจกลงพลางถอนหายใจออกมาเบาๆ


“เป็นอะไรไป ขยะมัตสึ?” อิจิมัตสึที่ทนเงียบอยู่นานในที่สุดก็พูดขึ้น


“เป็นห่วงเหรอ my brother


“อยากตายสินะ...”


“ขะ..ขอโทษที” ท่าทีเย็นชาของอิจิมัตสึทำให้คารามัตสึแทบจะกลืนคำพูดเจ็บๆ เหล่านั้นกลับลงคอไม่ทัน


“แล้วตกลงว่าเป็นอะไร”


“ไม่มีอะไรมากหรอก...” แค่มันสงบจิตสงบใจไม่ค่อยได้เท่านั้นเอง คารามัตสึเลือกที่จะไม่พูดประโยคท้ายออกไป ซึ่งอิจิมัตสึก็ไม่ได้คิดจะซักไซ้อะไรอีก ห้องจึงตกลงสู่ความเงียบอีกครั้ง


“อ๊ะ จริงสิ!” จู่ๆ ความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวคารามัตสึ “My brother ออกไปข้างนอกทั้งๆ อย่างนั้นต้องหนาวแน่เลย สงสัยฉันคงต้องเอาผ้าพันคอไปให้สักหน่อยแล้ว” กล่าวจบก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องไป แต่ใครจะไปรู้ล่ะว่านั่นเป็นเพียงแค่ ข้ออ้างเท่านั้น ใจจริงแล้วเขาเป็นห่วงพี่ชายยิ่งกว่าอะไรดี


ด้านนอกอากาศหนาวเย็นจากพายุหิมะเมื่อคืน สองข้างทางรวมไปถึงถนนหนทางถูกปกคลุมด้วยกองหิมะสีขาวโพลน คารามัตสึผู้สวมเสื้อโค้ทตัวหนาทับแจ็กแก็ตหนังสีดำกำลังเดินฝ่ากองหิมะเหล่านั้น ในมือถือผ้าพันคอไหมพรมสีแดงเอาไว้พร้อมกับมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย


ทว่า...โอโซมัตสึไม่ได้อยู่ที่ร้านปาจิงโกะ


แล้วเขาไปอยู่ที่ไหน? คารามัตสึได้แต่คิดไม่ตกตลอดทางเดินกลับบ้าน หรือว่าจะสวนทางกัน? ถ้าเป็นแบบนั้นก็อาจจะเจอกันที่บ้านตอนกลับไปถึงแล้วก็ได้


บางที...คงเจอแหละมั้ง?


*****


 

“ฮ้า วันนี้ไม่ชนะเลย เสียเที่ยวชะมัด” ร่างในชุดฮู้ดสีแดงเดินทอดน่องอย่างเซ็งๆ ออกมาจากร้านปาจิงโกะ แต่แล้วก็ต้องยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากอดตัวเองเพราะโดนความหนาวของอากาศด้านนอกเข้าเล่นงาน “ตอนออกมาจากบ้านยังไม่หนาวขนาดนี้เลยแท้ๆ รู้งี้สวมเสื้อโค้ทมาด้วยดีกว่า” เขาตัดเพ้อกับตัวเองพลางก้าวขาที่เกือบจะโดนแช่แข็งไปข้างหน้า


กริ๊ง!


“ยินดีต้อนรับครั...มาทำอะไรที่นี่เนี่ย พี่โอโซมัตสึ” คำกล่าวต้อนรับถูกกลืนลงไปทันทีเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร โทโดมัตสึในชุดพนักงานร้านสุตาบ้าทำหน้าเหยเกมองพี่คนโตที่ตอนนี้มายืนจังก้าอยู่หน้าเคาท์เตอร์ด้วยความรังเกียจ เขาไม่มีทางลืมเหตุการณ์ในวันนั้นลงแถมยังกำชับไว้เป็นมั่นเป็นเหมาะแล้วด้วยว่าอย่าเสนอหน้ามาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง


“น่าๆ ก็แค่อยากมาดูเวลานายทำงานบ้างไง” โอโซมัตสึยิ้มรับพร้อมยกนิ้วขึ้นมาถูจมูก ส่วนโทโดมัตสึก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ก่อนจะยื่นแผ่นเมนูไปตรงหน้าพี่ชาย


“แล้ว...จะรับอะไรดีครับ?”


“งั้นฉันขอ...”


*****

 

“อ๊ะ โจโรมัตสึ เพิ่งเสร็จจากคอนเสิร์ตเนี้ยนจังเหรอ” จู่ๆ ก็มีคนมาทัก ชายเสื้อเขียวจึงหันไปตามทิศทางของเสียง


“พี่โอโซมัตสึล่ะ เพิ่งกลับจากปาจิงโกะรึไง?”


“จะบอกว่าอย่างนั้นก็ไม่ใช่ทีเดียว ฉันเพิ่งไปหาทตตี้ที่สุตาบ้ามาน่ะ”


“หา?” โจโรมัตสึขมวดคิ้วมึนงง หลังจากที่ยกทัพไปบุกร้านสุตาบ้าตั้งแต่ตอนนั้นพวกเขาก็ไม่ได้ไปเหยียบที่นั่นอีกเลย ไม่ใช่เพราะถูกโทโดมัตสึกำชับ แต่เพราะต่างคนต่างก็มีสิ่งที่ตัวเองอยากทำมากกว่า ถึงจะเป็นเรื่องไร้สาระก็เถอะ... แล้วไหงวันนี้พี่ชายคนโตของบ้านถึงได้ไปโผล่อยู่ร้านสุตาบ้าได้ล่ะ?


ช่างเถอะ


ถึงจะคิดไปก็เปล่าประโยชน์ โจโรมัตสึจึงล้มเลิกที่จะหาคำตอบและหันไปพูดกับพี่ชายแทน


“งั้นกลับกันเถอะ”


บรรยากาศระหว่างทางกลับบ้านถูกปกคลุมด้วยความเงียบจนน่าตกใจ ส่งผลให้โจโรมัตสึต้องแอบเหลือบมองคนที่เดินอยู่ข้างๆ เป็นระยะๆ ด้วยความสงสัย ไม่น่าเชื่อว่าพี่ชายเขาจะมีช่วงเวลาที่เงียบได้ถึงขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ปกติจะชอบทำตัวน่ารำคาญอยู่เสมอแท้ๆ หรือว่าโอโซมัตสึจะเผลอไปกินยาแปลกๆ ของดร.เดกะแพนเข้า? คงไม่หรอกมั้ง...


“นี่...โจโรมัต--”


“โอโซมัตสึ!!


พอโอโซมัตสึจะเอ่ยปากพูดก็ดันถูกขัดด้วยเสียงตะโกนของใครบางคน เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสองปรากฏภาพของชายคนหนึ่งกำลังวิ่งเอาเป็นเอาตายมาทางนี้ พอระยะห่างถูกร่นเข้ามาจึงสามารถมองเห็นได้ถนัดตาว่าเป็นใคร


“เอ๋ คารามัตสึ?” โอโซมัตสึก้มลงมองร่างที่ตอนนี้กำลังยืนหอบโยนด้วยความฉงน “ทำไมต้องวิ่งหน้าตั้งมาซะขนาดนั้นด้วย”


“นายหายไปไหนมา!!” พอเริ่มปรับลมหายใจได้แล้วก็โดนตะโกนใส่หน้าเฉยเลย โอโซมัตสึขมวดคิ้วอย่างไม่ค่อยพอใจ


“ฉันก็ไปเล่นปาจิงโกะไง จำได้ว่าบอกนายไปแล้วนะ”


“แล้วทำไมตอนฉันไปหาถึงไม่เจอนายอยู่ที่ร้านปาจิงโกะล่ะ”


“นี่นายไปหาฉันที่ร้านปาจิงโกะเหรอ? ไปทำไม?”


“อะ...เอ่อ คือ..” คารามัตสึลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกไปตรงๆ “ฉันคิดว่านายจะหนาวก็เลยจะเอาผ้าพันคอไปให้...”


“ห้ะ..” แวบหนึ่งที่คารามัตสึสังเกตเห็นว่าใบหน้าโอโซมัตสึขึ้นสีแดงเรื่อเล็กน้อย แต่นั่นก็แค่ชั่วครู่ดียวเท่านั้น “ฉะ..ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า”


“แต่นายกำลังสั่นอยู่นะ” คารามัตสึว่าพลางดึงมือของโอโซมัตสึมากุมไว้


เย็นเฉียบ..


“ทะ...ทำอะไรน่ะเจ้าบ้า” โอโซมัตสึรีบชักมือตัวเองออกมาจากฝ่ามืออุ่นของคนตรงหน้า เขาแสร้งเสหน้าไปทางอื่นเพื่อปกปิดแก้มที่เริ่มกลายเป็นสีแดงก่ำอย่างไม่มีสาเหตุ ทันใดนั้นสัมผัสอ่อนนุ่มของอะไรบางอย่างก็ถูกทาบทับลงมาบริเวณคอ...ผ้าพันคอนั่นเอง


“งั้นนายก็อย่าทำให้เป็นห่วงสิ” คารามัตสึยิ้มอ่อนมองใบหูที่ขึ้นสีแดงอย่างปิดไม่มิดของโอโซมัตสึ พร้อมกับจัดแจงพันผ้าพันคอให้เรียบร้อย


“เฮ้ๆ ฉันยังยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคนนะ” โจโรมัตสึรีบพูดเตือนสติของทั้งสองคนก่อนที่ตนจะกลายเป็นมนุษย์ล่องหนไปมากกว่านี้


“ฮะๆ ขอโทษที ชิโคะมัตสึ”


“ใครคือชิโคะมัตสึไม่ทราบ หา!


“คืนนี้...ชวนทุกคนไปดื่มกันไหม?” จู่ๆ โอโซมัตสึก็เปลี่ยนเรื่องกระทันหันเล่นเอาโจโรมัตสึปรับอารมณ์แทบไม่ทัน


“อะ...อือ ก็ได้” สุดท้ายเขาก็ได้แต่ตอบรับไปอย่างงงๆ


ว่าแต่ว่า...ตอนแรกพี่โอโซมัตสึตั้งใจจะพูดอะไรกับเขากันนะ?


*****

 

แสงจันทร์ยามค่ำคืนส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาในห้องนอนที่มืดสนิท คารามัตสึเผลอตื่นขึ้นมากลางดึกอย่างไม่ทราบสาเหตุ และในจังหวะที่เขากำลังจะล้มตัวลงไปนอนอีกรอบนั้นเองสายตาก็พลันเหลือบไปเห็นเงาของใครบางคนตรงระเบียงด้านนอก ร่างนั้นยืนหันหลังให้ประตูจึงทำให้ไม่สามารถทราบได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นใคร แต่ถ้าลองสังเกตดูจากผมที่ยุ่งนิดๆ นั่นก็พอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นอิจิมัตสึไม่ก็โอโซมัตสึ


คารามัตสึลองก้มลงมองข้างๆ ตัวและพบว่าอิจิมัตสึยังคงนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวอยู่ที่เดิม ดังนั้นเงานั้นต้องเป็นโอโซมัตสึไม่ผิดแน่


“โอโซมัตสึ?”


“วะ..เหวอ คารามัตสึ ตื่นมาทำอะไรดึกดื่นป่านนี้” โอโซมัตสึตกใจจนตัวโยนเมื่อโดนทักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เขารีบลนลานซ่อนของที่ถืออยู่ในมือไว้ข้างหลังเพื่อไม่ให้คารามัตสึเห็น แต่ก็สายไปเสียแล้ว


“ฉันต่างหากที่ควรถามนาย ว่าแต่ซ่อนอะไรไว้น่ะ?”


“มะ..ไม่มีอะไรหรอก พอดีนอนไม่หลับนิดหน่อยน่ะ เดี๋ยวจะกลับไปข้างในแล้ว ข้างนอกนี่หนาวชะมัด..” โอโซมัตสึว่าพลางจ้ำเท้าหมายจะเดินเข้าไปข้างใน แต่กลับโดนขัดขวางโดยคารามัตสึ


“โอโซมัตสึ...นายกำลังปิดบังอะไรอยู่รึเปล่า”


“ปิดบัง? ฉันจะไปปิดบังอะไรนายเล่า”


“งั้นขอดูที่มือหน่อยสิ?”


“อะ..เอ่อ เฮ้ย เดี๋ยวสิคารามัตสึ!” โอโซมัตสึที่กำลังอยู่ในท่าทีอ้ำๆ อึ้งๆ ถูกคารามัตสึกระชากข้อมืออย่างแรงจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บ


สิ่งที่อยู่ในมือคือกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งถูกพับเอาไว้เป็นทรงสี่เหลี่ยมเล็กๆ คารามัตสึถือวิสาสะหยิบมันออกมาดูโดยไม่ขออนุญาตสักคำ


เขาคลี่มันออกและก็พบว่าเป็น...


“ตั๋วแทงม้า?”


ใช่แล้ว..มันคือตั๋วแทงม้าจำนวนสองใบพับซ้อนกันไว้ คารามัตสึมุ่นคิ้ว ไม่เข้าใจว่าทำไมเรื่องแค่นี้ถึงต้องปิดบังกันด้วย


“พอดีว่าฉันไปแทงม้าชนะมาน่ะ เลยไม่อยากให้คนอื่นๆ รู้...ไม่งั้นโดนปล้นแน่” โอโซมัตสึเอามือเกาหัวแกรกพลางยิ้มแหยๆ


คนที่ชอบปล้นคนอื่นน่ะมันนายไม่ใช่เรอะ!   


คารามัตสึเห็นดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ยังดีที่ไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไร


“แล้ว..ให้ฉันเขาไปข้างในได้รึยัง? อยู่ข้างนอกนานๆ แบบนี้มันหนาวนะ”


“ไม่ได้”


“หา? อะไรของนายเนี่ยคารามัต-”


ฟุ่บ


“หนาวใช่มั้ยล่ะ...”


“อะ....” โอโซมัตสึถึงกับใบ้รับประทานเมื่อจู่ๆ ก็โดนคนตรงหน้าโผเข้ากอดแบบไม่ทันให้ตั้งตัว แถมยังสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่กำลังรดอยู่ตรงต้นคอ “ฮะ..เฮ้” โอโซมัตสึพยายามสลัดตัวเองให้หลุดจากอ้อมแขนแกร่งนี้ แต่ดูเหมือนว่าแรงของเขาจะสู้คารามัตสึไม่ได้เลย สุดท้ายจึงต้องยอมแพ้และปล่อยให้กอดต่อไป


ความร้อนที่ถูกถ่ายเถมาจากร่างกายทำให้รู้สึกอุ่น คารามัตสึกระชับอ้อมแขนให้แน่นยิ่งขึ้นราวกับกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไป..


“อากาศหนาวๆ แบบนี้นี่เหมาะกับการกอดกันจริงๆ น้า” จู่ๆ พี่ใหญ่ที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยปากขึ้น “พี่ชายอยากถูกกอดแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน” ว่าพลางยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมาโอบอีกฝ่ายบ้าง


“หึๆ..” ในที่สุดก็กลับมาเป็นโอโซมัตสึคนเดิมแล้ว คารามัตสึคิด


“แต่ว่า อยู่ข้างนอกนานๆ แบบนี้ถึงจะกอดกันยังไงมันก็หนาวอยู่ดี เข้าไปข้างในกันเถอะ” โอโซมัตสึเป็นฝ่ายผละออกมาก่อน จนคารามัตสึอดเสียดายไม่ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาบางๆ เป็นการตอบรับ


“นั่นสินะ..”


*****

 

Hustle Hustle! Muscle Muscle!


“อ๊ะ..อรุณสวัสดิ์จูชิมัตสึ”


“อรุณสวัสดิ์พี่โอโซมัตสึ!” น้องห้าของบ้านผู้กระตือรือร้นตลอดเวลาตอบรับคำทักทายยามเช้าของพี่ชายคนโต ทุกอย่างคงจะเป็นเหมือนปกติ ถ้าเขาไม่โพล่งอะไรชวนประหลาดใจออกมาเสียก่อน “วันนี้ไปเล่นเบสบอลกันไหม พี่โอโซมัตสึ!


“หา???”


 

“นี่จูชิมัตสึ”


“อะไรเหรอ?”


“นายกับอิจิมัตสึมีอะไรผิดใจกันรึเปล่า?” โอโซมัตสึจ้องหน้าน้องชายในชุดเบสบอลสีเหลืองเขม็ง เพราะตามปกติแล้วคนที่จูชิมัตสึชอบชวนออกมาเล่นเบสบอลมากที่สุดคืออิจิมัตสึ..ถึงเจ้าตัวดูไม่ค่อยเต็มใจจะเล่นก็เถอะ แต่ไอ้เรื่องที่ทะเลาะกับอิจิมัตสึเนี่ย มันก็ไม่น่าจะเป็นไปได้นะ


“เปล่านี่!” จูชิมัตสึตอบขณะหวดไม้เบสบอลตีลูกที่โอโซมัตสึเขวี้ยงมาอย่างแรงจนมันลอยหายลับไปราวกับโดนท้องฟ้ากลืนกิน “Home run!!” แถมยังตะโกนออกมาเองอีกต่างหาก


“แล้วไหงคราวนี้ถึงได้มาแปลกนักล่ะ” แม้ตอนปกติจะคาดเดาความคิดของน้องห้าคนนี้ไม่ค่อยได้ก็เถอะ แต่คราวนี้มันแปลกเกินไป แปลกจนเกิดลางสังหรณ์ประหลาดๆ ขึ้นในใจของพี่ใหญ่


“ก็แค่เห็นว่าช่วงนี้พี่ดูแปลกๆ ไป ดูกังวลกับอะไรสักอย่าง”


“เลยชวนมาเล่นเบสบอลสินะ..” โอโซมัตสึยิ้มอ่อน ขนาดน้องชายของเขายังดูออกเลยเหรอ แต่นี่ก็สมเป็นจูชิมัตสึล่ะนะ


“แต่ไม่รู้ว่าทำไมพี่คารามัตสึต้องตามมาด้วยเนอะ!


“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”


ทั้งสองพี่น้องแดงเหลืองต่างพากันจ้องไปทางต้นไม้ต้นหนึ่งอย่างไม่วางตา ถ้าแค่มองผ่านๆ อาจจะไม่เห็นอะไร แต่ถ้าลองสังเกตดูดีๆ แล้วจะพบชายเสื้อหนังสีดำโผล่พ้นขอบต้นไม้ออกมาหน่อยๆ


“คารามัตสึนี่จางงง”


“อึ๋ย จูชิมัตสึ..” ชายในแว่นกันแดดสะดุ้งโหยงเมื่อจ๊ะเอ๋กับใบหน้ายิ้มแป้นของน้องชายเต็มๆ “ดูเหมือนว่าจะโดนจับได้ซะแล้วสิ My Brother” แต่ก็กลับมาเก๊กหล่อได้อย่างรวดเร็ว


“พวกฉันรู้ตั้งแต่ตอนที่นายแอบตามมาจากบ้านแล้ว”


“แค่บังเอิญว่าทางที่ฉันจะไปดันตรงกับทางที่พวกนายจะไปน่ะ”


“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย..” โอโซมัตสึผ่อนลมหายใจยาว ก่อนจะกล่าวอีกครั้ง “แต่มาก็ดีเหมือนกัน ฉันเริ่มเหนื่อยแล้วด้วย....”


“ยังไม่ถึง 20 นาทีเลยนะ?”


“เฮ้ เป็นอะไรรึเปล่า My brother สีหน้าดูไม่ดีเลยนะ?”


“ฉันไม่เป็นไรหรอกน่า...”


เอ๊ะ….


จู่ๆ ภาพตรงหน้าก็เกิดวูบไหวอย่างไม่มีสาเหตุ แขนขาเกิดอาการอ่อนเปลี้ยเพลียแรงราวกับถูกสูบพลังงานออกจากร่างกายจนหมด โอโซมัตสึเริ่มหอบและทรุดลงไปนั่งกับพื้น มือข้างขวากำขยำเสื้อบริเวณหน้าอกแน่น หูได้ยินเพียงเสียงร้องโวยวายของน้องชายทั้งสองคนที่ไม่สามารถจับใจความได้ ทุกอย่างเริ่มมืดลงทุกขณะ


ไม่ไหวแล้ว..สินะ


ตุบ!


โอโซมัตสึเค้นแรงเฮือกสุดท้ายแค่นยิ้มออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง ก่อนร่างทั้งร่างจะล้มตึงลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลก


 *****


“ลืมโทรศัพท์อีกแล้วเหรอเนี่ย” โทโดมัตสึนึกอยากต่อว่าความสะเพร่าของตัวเองที่ดันลืมของสำคัญตอนกำลังจะออกจากบ้าน หลังจากลองคลำตามตัวและไม่พบว่ามันอยู่ในส่วนไหนของร่างกายเลย สงสัยคงชาร์ตแบตไว้ข้างบนตั้งแต่เมื่อคืน


เป็นไปตามคาด โทรศัพท์ของโทโดมัตสึถูกวางทิ้งแอ้งแม้งอย่างโดดเดี่ยวอยู่ตรงมุมหนึ่งของห้องนอน และในขณะที่เขากำลังจะดึงสายชาร์ตออก สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นก้อนกระดาษซึ่งถูกขยำเป็นลูกกลมๆ ตกอยู่ข้างๆ เจ้าโทรศัพท์สีชมพู


“กระดาษอะไรน่ะ?” โทโดมัตสึขมวดคิ้ว ในใจหวังว่าคงไม่ใช่โบชัวร์โฆษณาไร้สาระหรอกนะ ซึ่งคำตอบของมันก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แต่ออกจะผิดคาดด้วยซ้ำเมื่อเขาเห็นสิ่งที่ถูก บันทึกไว้ในนั้น!


“นี่มัน....!!

 

*****


“พี่ชายของพวกเธอไม่ได้บอกอะไรเลยเหรอ” คุณหมอในเสื้อกาวน์สีขาวกล่าวกับสองพี่น้องน้ำเงินเหลืองด้วยสีหน้าแสดงความประหลาดใจ


“ไม่เลยครับ เขาไม่ได้บอกอะไรเลย” คารามัตสึตอบ ข้างกายเขาตอนนี้มีน้องชายในชุดเบสบอลกำลังนั่งก้มหน้างุดไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมาเลยตั้งแต่ตอนที่โอโซมัตสึล้มลงไป คงยังนึกโทษตัวเองที่เป็นสาเหตุทำให้โอโซมัตสึอาการทรุดหนักแม้ว่าคารามัตสึจะพยายามปลอบแค่ไหนก็ตาม


Dilated cardiomyopathy (โรคกล้ามเนื้อหัวใจ ชนิดห้องหัวใจขยายใหญ่ผิดปกติ) คือสิ่งที่พี่ชายของพวกเธอเป็นอยู่ตอนนี้ ถึงตอนแรกจะไม่แสดงอาการเพราะมีพยาธิสภาพหัวใจไม่ค่อยรุนแรง แต่ถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ พยาธิสภาพเพิ่มขึ้นก็จะเริ่มแสดงอาการให้เห็น ซึ่งเขาจัดอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุการเกิดโรค จึงทำให้การดำเนินโรคส่วนใหญ่แย่ลงเรื่อยๆ ฉันเป็นห่วงเลยลองพยายามนัดเขาตั้งหลายครั้งแล้ว แต่น้อยครั้งมากที่จะมาตามนัด” คุณหมอว่าพลางยื่นปฏิทินซึ่งบันทึกวันเวลาที่ตนได้นัดคนไข้ไว้ให้คารามัตสึดู “ชอบอ้างว่าติดธุระอยู่เรื่อย”


คนอย่างโอโซมัตสึไม่มีทางมีธุระอะไรที่สำคัญไปกว่าการเป็นนีทอยู่บ้านหรือออกไปเล่นปาจิงโกะหรอก


“สงสัยเขาคงไม่อยากให้พวกผมเป็นห่วง..”


เพราะพี่ใหญ่น่ะ ชอบแบกรับทุกสิ่งอย่างไว้คนเดียว.. และเพราะเป็นพี่คนโต จึงไม่อยากแสดงด้านอ่อนแอให้พวกน้องๆ เห็น


“เจ้าบ้าเอ๊ย!


 *****


“พี่คารามัตสึ!” พอคารามัตสึกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าที่ห้องนั่งเล่นมีพี่น้องทั้ง 3 คนนั่งอยู่กันพร้อมหน้า แต่บรรยากาศกลับดูมาคุแปลกๆ


“กะ..เกิดอะไรขึ้น?”


“ผมเจอนี่ตกอยู่ในห้องนอน พอลองอ่านดู.....” เสียงของโทโดมัตสึตอนที่ยื่นกระดาษในมือไปตรงหน้าพี่ชายของตนแหบพร่าและขาดหายไปเสียดื้อๆ เหมือนกำลังฝืนกลั้นอะไรบางอย่างไว้


คารามัตสึกวาดตาอ่านเนื้อหาภายในนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่เขารู้มาก่อนหน้านี้แล้วเกือบทั้งสิ้น ใช่แล้ว..มันคือใบผลตรวจโรค ในชื่อของ มัตสึโนะ โอโซมัตสึ


“พี่โอโซมัตสึปิดบังเรามาตลอด...ว่าแต่ แล้วพี่โอโซมัตสึล่ะ!


“เรื่องนั้น...” คารามัตสึรู้สึกกระอักกระอ่วนที่จะพูด คงเพราะไม่อยากให้จูชิมัตสึรู้สึกผิดไปมากกว่านี้กระมัง แถมตลอดทางกลับบ้านน้องชายเขายังไม่ดูร่าเริงขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียว


“เป็นเพราะผม...ผมทำให้พี่โอโซมัตสึต้องเข้าโรงพยาบาล...”


แปะ


น้ำใสๆ เริ่มเอ่อที่ดวงตาของจูชิมัตสึก่อนจะค่อยๆ ไหลมาตามแก้มและร่วงแหมะลงไปบนพื้น เสียงสะอื้นไห้ของเขาดังสะท้อนก้องท่ามกลางความเงียบราวกับจะตอกย้ำทุกอย่าง...


“นายไม่ได้เป็นคนผิดหรอก จูชิมัตสึ...”


*****

 

“มัตสึโนะคุง ปล่อยไว้อย่างนี้จะดีแน่เหรอ” ร่างสูงในชุดกาวน์มองชายซึ่งกำลังอยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงผู้ป่วยท่ามกลางสายระโยงระยางนับไม่ถ้วน ก่อนจะกล่าวออกมา “ปิดบังพวกน้องๆ ไว้แบบนี้ แถมยังไม่ยอมรับการรักษาด้วยยาอีก”


โอโซมัตสึเลือกที่จะปฏิเสธการรักษาทุกอย่างเพียงเพราะมันจะทำให้พวกน้องๆ เขาเป็นกังวล อีกอย่างคือการรักษาในแต่ละครั้งก็ไม่ใช่ว่าราคาจะถูกๆ อาศัยเพียงเงินที่มีอยู่ตอนนี้คงไม่พอ ยิ่งพวกเขาเป็นนีทติดบ้านอีก ยิ่งแล้วใหญ่


“ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งที่ผมทำลงไปมันถูกต้องหรือเปล่า..” ทิ้งปัญหาทุกอย่างไว้ข้างหลัง ใช้ชีวิตตามปกติ แต่สุดท้ายก็เป็นตัวเขาอีกนั่นแหละที่ต้องกลับมาแก้ปัญหาเหล่านั้นเอง


“แล้วเธอรู้รึเปล่าว่าตอนนี้อาการเธอหนักถึงขั้นไหน”


“ต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ..สินะ?”


“....” ความเงียบของคุณหมอเป็นเสมือนคำยืนยัน


“คุณหมอช่วยผมอย่างหนึ่งได้รึเปล่า” นัยน์ตาของโอโซมัตสึที่มองไปยังร่างสูงแฝงไปด้วยความเว้าวอน “ช่วยอย่าบอกพวกพี่น้องของผมได้ไหม...”


“ฉันขอรับไปพิจารณาละกันนะ” คุณหมอหยักยิ้มบางๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป



************************


 

เขารู้ว่าตัวเองเหลือเวลาไม่มากแล้ว..


ไม่อยากให้พวงน้องๆ เป็นห่วง ไม่อยากให้พวกน้องๆ ต้องมาคอยเป็นกังวลจนไม่เป็นอันทำอะไรเพราะเรื่องของตน เขาเพียงแค่อยากให้ทุกคนมีความสุข แต่มีเพียงเขาคนเดียวที่คอยแบกรับความทุกข์นั้นไว้


ก็เพราะเป็นพี่ใหญ่น่ะสิ!


ในวันนั้น วันที่หิมะตกหนัก เป็นครั้งแรกที่คารามัตสึเข้ามาทักเพราะสังเกตเห็นความผิดปกติของเขา แต่เขาก็ได้แต่ยิ้มกลบเกลื่อนอย่างที่ทำเป็นประจำเท่านั้น


ยิ่งเป็นคารามัตสึ ยิ่งไม่อยากให้รู้เข้าไปใหญ่...


และในวันรุ่งขึ้น เขาจึงตัดสินใจโกหกทุกคนว่าจะไปเล่นปาจิงโกะ แต่จริงๆ แล้วไปโรงพยาบาลต่างหาก.. ขากลับเลยแวะเล่นปาจิงโกะแค่ไม่กี่เกม ปรากฏว่าแพ้ราบคาบ ฮะๆ โชคไม่เข้าข้างเลยจริงๆ น้า พอคิดว่าอีกไม่นานตัวเองอาจจะตาย เลยอยากลองแวะไปร้านกาแฟที่โทโดมัตสึทำงานอยู่แบบดีๆ ดูสักครั้ง ถึงจะไม่ชินกับรสของกาแฟ แต่สุดท้ายก็ทนกินจนหมด แถมไม่นึกเลยว่าระหว่างทางกลับบ้านจะได้เจอโจโรมัตสึ ในตอนนั้นเขาคิดจะถามว่า


นี่...โจโรมัตสึ ถ้าวันหนึ่งฉันหายไปจากชีวิตนาย ถึงตอนนั้นนายจะทำยังไง


แต่ก็โดนคารามัตสึขัดจังหวะเสียก่อน พอได้ยินว่าหมอนั่นเป็นห่วงเลยคิดจะเอาผ้าพันคอไปให้ ใบหน้าก็พลันร้อนฉ่าขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ให้ตายสิ! ถึงหมอนี่จะชอบทำตัวอิไตก็เถอะ แต่เอาเข้าจริงๆ ก็แอบทำให้เขาใจสั่นอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


คืนนั้น เขาออกไปยืนนอกระเบียง จ้องมองใบผลตรวจโรคในมือโดยอาศัยแสงจากดวงจันทร์เป็นตัวช่วย ทว่าคารามัตสึดันตื่นขึ้นมากลางดึก โชคยังดีที่เขาเตรียมแผนรับมือในกรณีนี้ไว้แล้ว ตอนที่เขาเอากระดาษนั่นซ่อนไว้ข้างหลัง เขาก็ได้ทำการสับเปลี่ยนมันกับตั๋วแข่งม้าซึ่งซ่อนอยู่ในกางเกงทันเวลาอย่างฉิวเฉียด


แถมจู่ๆ เขาก็ถูกคารามัตสึโผเข้ากอด เล่นทำเอาหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำเลย แต่เพราะมันอุ่น เขาเลยปล่อยให้กอดไปทั้งอย่างนั้น ตอนที่กลับเข้าข้างใน พอเห็นว่าคารามัตสึหลับไปแล้ว เขาจึงตัดสินใจเอากระดาษแผ่นนั้นขึ้นมาขยำและเขวี้ยงไปตรงมุมหนึ่งของห้อง ไม่นึกเลยว่ามันจะไปตกลงใกล้ๆ โทรศัพท์ของโทโดมัตสึ


ใช้ชีวิตที่มีอยู่ในตอนนี้ให้มีความสุขที่สุดก็พอแล้วล่ะ


พอโดนจูชิมัตสึชวนไปเล่นเบสบอล แม้จะรู้ว่าไม่ควร แต่เขาก็ตอบรับไปแล้ว นานๆ ทีได้เล่นกับจูชิมัตสึบ้างคงไม่เป็นไร


และแล้วอาการก็ทรุดหนักตามคาด ลำบากคารามัตสึกับจูชิมัตสึต้องมาพลอยแบกเขาไปโรงพยาบาลอีก จูชิมัตสึจะเป็นยังไงบ้างนะ จะนึกโทษตัวเองรึเปล่า


พี่ชายขอโทษนะ..



************************


 

ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด


ชายร่างสูงก้มลงมองร่างในชุดผู้ป่วยซึ่งกำลังนอนหลับตาพริ้มบนเตียงของโรงพยาบาล ภายในห้องมีเพียงเสียงของเครื่องตรวจวัดสัญญาณชีพผู้ป่วยซึ่งดังอย่างสม่ำเสมอเท่านั้น


มือหนาค่อยๆ เคลื่อนไปสัมผัสใบหน้าคนบนเตียงอย่างแผ่วเบา พร้อมกับปัดปอยผมที่ตกลงมาปรกเพื่อให้ได้เห็นใบหน้าแบบชัดๆ


ครืดด


ประตูห้องผู้ป่วยถูกเลื่อนเปิด ปรากฏร่างของพยาบาลในชุดขาวคนหนึ่ง ดูเหมือนว่าเธอเพิ่งวิ่งมา จึงเกิดอาการหอบเล็กน้อย


“การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เตรียมพร้อมแล้วค่ะ!


“หึ พวกฉันไม่ปล่อยให้นายตายง่ายๆ หรอก My Brother

 

Happy Ending (?)

************************
สวัสดีค่า! เรื่องนี้เป็นวันช็อตที่เราแต่งไว้สักพักนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่เคยเอาไปลงไว้ที่ไหนเลยค่ะ
เลยคิดว่าไหนๆ ก็แต่งแล้วเลยเอามาลงสักหน่อย แม้ว่าอาจจะไม่มีคนอ่านแล้วก็ตาม TwT
ความจริงแล้วยังมีวันช็อตอีกหลายเรื่องที่แต่งค้างไว้แต่ยังไม่จบเลย คิดว่าอาจจะเอามาลงหากจบแล้ว 5555
ก็ขอขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านมากๆ นะคะ จะด้วยตั้งใจหรือไม่ แค่กดเข้ามาอ่านผ่านๆ แล้วออกก็ดีใจแล้วค่ะ ;;w;;
และถ้าหากใครชอบจะเม้นต์หรือถ้าไม่รู้จะเม้นต์อะไรก็กดปุ่มให้กำลังใจก็ได้นะคะ (ฮา)
เจอกันเรื่องหน้าหากมีโอกาสค่ะ เลิฟฟ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2 ความคิดเห็น

  1. #2 aarstuwbg (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มกราคม 2564 / 03:17
    แล้ว....เป็นไงต่อง่ะ;-;;;;
    #2
    0
  2. #1 Watarichan (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 12:54

    สนุกดีค่ะ แบบอ่านไปแล้วปวด
    ตับนิดๆแต่ก็แต่ได้สนุกมากค่ะ
    จะติดตามนะคะ เพิ่งมาเห็นฮะฮะ
    #1
    0