เหลียนฮวาสองภพ ( สนพ.ดีต่อใจ ) ปิดตอน 25/12/2019

ตอนที่ 3 : บทที่3 สาวเทื้ออัปลักษณ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,126 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

3 

สาวเทื้ออัปลักษณ์

 

ไป๋อวี้พาบัวชมพูไปอาบน้ำ ทั้งยังคอยปรนนิบัติอยู่ข้างๆ ตลอดเวลา ทำเอาบัวชมพูเขินอายไม่น้อย ตั้งแต่โตมายังไม่เคยมีใครช่วยเธออาบน้ำมาก่อน แต่สาวใช้หน้าหวานก็ยืนกรานที่จะช่วยเธออาบน้ำหากได้ จนบัวชมพูจนปัญญาจะคัดค้าน ต้องปล่อยเลยตามเลย ได้แต่คิดว่าอย่างไรเสียก็เป็นผู้หญิงเหมือนกัน 

ไป๋อวี้เรียกบัวชมพูว่า ‘แม่นางเหลียน’ ตามที่ได้ยินฝูซิ่นเล่อเรียก บัวชมพูรู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อไป๋อวี้เองก็ออกเสียงชื่อเธอไม่ได้เช่นเดียวกับเจ้านายของนาง 

หลังอาบน้ำเสร็จ ไป๋อวี้ก็ช่วยบัวชมพูสวมชุดที่เธองุนงงว่าต้องใส่อะไรก่อนอะไรหลัง ผ้าเส้นไหนต้องผูกอย่างไร แล้วผูกยังไงไม่ให้หลุด แต่เมื่อสวมเสื้อผ้าเสร็จ บัวชมพูก็อดไม่ได้ที่จะลูบคลำเสื้อตัวนอกที่ตัดเย็บจากผ้าเนื้อบางเบาที่ไป๋อวี้นำมาให้ เนื้อผ้าเนียนนุ่มเป็นสีขาวปักลายดอกเหมยสีชมพูที่ลายปักแน่นละเอียดทุกฝีเข็ม ดูงดงามมีชีวิตชีวาราวกับเป็นดอกเหมยของจริงที่ปลิวมาติดบนเสื้อผ้าชุดนี้

ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้ปักเจ้าค่ะ” ไป๋อวี้เล่า เมื่อเห็นว่าบัวชมพูสนใจลายปักบนเนื้อผ้า สมัยก่อน ยามที่ฮองเฮากับท่านโหวออกไปทำศึกด้วยกัน ฮูหยินผู้เฒ่าก็จะนั่งตัดเย็บชุดเสื้อผ้าให้ท่านโหวกับฮองเฮา 

ท่านโหว? ฮองเฮาทำศึก?” บัวชมพูทวนคำ แม้สาวใช้ผู้นี้จะพูดจาเนิบช้าจนเธอฟังถ้อยคำที่นางพูดเข้าใจ แต่บัวชมพูก็ยังไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นถูกต้องหรือไม่ 

ฮองเฮาหรือหวงโฮ่ว ตามความเข้าใจของบัวชมพูคือจักรพรรดินีมิใช่หรือ แล้วเพราะอะไรสตรีระดับจักรพรรดินีจึงต้องออกทำศึกด้วยตัวเอง 

แม่นางเหลียนไม่ทราบหรือเจ้าคะว่าแต่เดิมฮองเฮาคือกุนซือแห่งทัพไป๋หู่ ผู้วางกลศึกในการทำศึกกับต้าเจาไป๋อวี้ถามอย่างประหลาดใจ ในแคว้นต้าจินนี้ยังมีผู้ที่ไม่เคยได้ยินวีรกรรมยิ่งใหญ่ของฮองเฮาในการศึกระหว่างต้าจินกับต้าเจาอยู่อีกหรือ

คำอธิบายของไป๋อวี้ทำให้บัวชมพูยิ่งปวดหัวมากกว่าเดิม เกินครึ่งของประโยคที่ไป๋อวี้ได้พูดออกมานั้น เธอฟังไม่รู้เรื่องเอาเลย

เอ่อ...ขอโทษด้วย ฉันเพิ่งมาจากที่อื่นน่ะ เลยฟังไม่ค่อยเข้าใจ

แม่นางหมายความว่า แม่นางมาจากแคว้นอื่นหรือเจ้าคะ 

ก็...อะไรทำนองนั้นแหละ 

ไป๋อวี้ดูเหมือนจะงุนงงกับคำพูดของบัวชมพู แต่นางก็ไม่ได้เซ้าซี้ถามอะไร เพียงแค่ก้มหน้าก้มตาช่วยบัวชมพูจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเช็ดผมที่เปียกชื้นของเธออย่างเบามือ 

สีผมของแม่นางแปลกตายิ่งนัก ข้ามิเคยเห็นมาก่อนไป๋อวี้พูดขณะในผ้าผืนนุ่มเช็ดผมให้บัวชมพู ที่บ้านเมืองของแม่นาง ผู้คนมีผมสีน้ำตาลเช่นนี้หรือเจ้าคะ 

ไม่ใช่หรอกบัวชมพูหัวเราะเบาๆ ผมของฉันก็สีดำเหมือนเธอนั่นแหละ เพียงแค่ฉันทำให้มันเป็นสีน้ำตาลน่ะ 

เรื่องเช่นนั้นทำได้ด้วยหรือเจ้าคะ 

ที่บ้านฉันทำได้นะ 

ที่แท้เป็นเช่นนี้ไป๋อวี้พยักหน้ารับ 

ออกไปข้างนอกกันดีกว่า 

แต่แม่นางยังไม่ได้เกล้าผม 

ไม่ต้องเกล้าหรอก ผมยังไม่แห้งนี่ 

แต่... 

มาเถอะบัวชมพูตัดบทแล้วคว้าข้อมือไป๋อวี้เดินออกจากห้อง เธออยากจะออกไปเดินดูรอบๆ จะแย่แล้ว อยู่ดีๆ ก็ข้ามมิติมาสถานที่แปลกใหม่ ใครบ้างจะไม่อยากรู้อยากเห็นว่าสถานที่ที่ตนมานั้นเป็นเช่นไร 

แม่นางเจ้าคะ ไปพบท่านโหวก่อนดีหรือไม่ 

ท่านโหว...หมายถึงฝูซิ่นเล่อน่ะเหรอ 

เจ้าค่ะ 

ไปก็ได้ ว่าแต่เขาอยู่ไหนล่ะ 

น่าจะอยู่ที่ห้องหนังสือเรือนวายุเจ้าค่ะ 

งั้นไปกัน 

บัวชมพูสังเกตเห็นสีหน้างุนงงของไป๋อวี้ยามคุยกับตนอยู่หลายครั้ง ดูท่าว่าเด็กสาวคนนี้จะไม่ใช่คนที่ชอบซักไซ้อะไร แม้งุนงงสงสัยก็ไม่ซักถามให้มากความ ทั้งยังตั้งใจทำหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายเป็นอย่างดี 

ไป๋อวี้พาบัวชมพูเดินเข้ามาในเรือนที่อยู่ทิศตรงข้ามกับเรือนเหลียนฮวาหรือเรือนที่มีสระบัวอยู่ หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองป้ายที่อยู่หน้าประตูแล้วยิ้มเจื่อน ตัวอักษรบนป้ายนั้นเห็นได้ชัดว่าเป็นตัวอักษรจีน แต่กลับไม่ใช่ตัวอักษรในแบบที่เธอเคยเรียนมา

มันเป็นอักษรจีนตัวเต็มที่เธออ่านไม่ออกสักคำ!

ไป๋อวี้เดินนำบัวชมพูเข้าไปข้างในเรือนที่มีทหารองครักษ์ยืนเฝ้าอยู่ แต่ละคนมองมาที่บัวชมพูอย่างประหลาดใจ พวกเขาต่างไม่เคยเห็นสตรีใดที่ปล่อยผมเผ้าเปียกชื้นเดินออกมาปรากฏกายต่อหน้าผู้อื่นมาก่อน อีกทั้งยามนี้สตรีนางนั้นยังเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องหนังสือของผู้เป็นนายของพวกเขาอีก

ท่านโหวเจ้าคะ แม่นางเหลียนมาพบเจ้าค่ะ ไป๋อวี้พูดอยู่ที่หน้าประตูห้อง

เข้ามาน้ำเสียงดุๆ จากในห้องตอบกลับมา 

ไป๋อวี้เปิดประตูให้บัวชมพูเดินเข้าไปข้างใน ฝูซิ่นเล่อกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะเขียนหนังสือ โดยมีหนังสือเล่มสีน้ำเงินอยู่ในมือ เขาเงยหน้าขึ้นมองบัวชมพูที่เพิ่งเปลี่ยนจากลูกสุนัขตกน้ำมาอยู่ในชุดสง่างามของพี่สาวเขา

สาวใช้ผู้รู้หน้าปิดประตูห้องอย่างเรียบร้อยทันทีที่บัวชมพูก้าวเข้าไปในห้องหนังสือ ร่างบอบบางในชุดสีขาวจึงเดินเข้าไปหาฝูซิ่นเล่อที่หัวคิ้วขมวดเข้าหากันน้อยๆ ขณะมองมาที่เธอ 

ไป๋อวี้ปล่อยให้เจ้ามีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไรฝูซิ่นเล่อถามเสียงเข้ม

“เอ่อ...พูดช้าลงหน่อยได้ไหม”

ข้าถามว่าไป๋อวี้ปล่อยให้เจ้ามีสภาพเช่นนี้ได้อย่างไร

สภาพเช่นนี้? เช่นไหนเหรอ” บัวชมพูถามกลับ 

ผมเผ้ายังไม่แห้ง ทั้งยังปล่อยรุงรัง ไม่เกล้าให้เรียบร้อย 

ถ้าจะรอผมแห้งสนิทนี่คงต้องรอสักสองชั่วยามเลยมั้งกว่าจะออกจากห้องได้ ส่วนเรื่องเกล้าผมนี่ไม่ต้องเกล้าก็ได้ ปล่อยแบบนี้ก็สบายดีออก 

ฝูซิ่นเล่อฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ก็คร้านจะถาม เพราะจากที่คุยกันครั้งแรกเขาก็พอจะเดาได้ว่าหญิงสาวตรงหน้าอาจจะพูดคนละภาษากับตน 

มานั่งนี่ฝูซิ่นเล่อชี้ไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับที่เขานั่งอยู่ 

บัวชมพูเดินตามมานั่งด้วยอย่างว่าง่าย แล้วส่งยิ้มให้คนที่ทำหน้าเย็นชาอยู่ 

เจ้าเป็นภูตผีปีศาจหรือเป็นใครมาจากไหน เหตุใดจึงขึ้นมาจากสระบัวได้ 

ไม่ได้เป็นผี เป็นคนธรรมดานี่แหละ ที่บ้านฉันก็มีสระบัวเหมือนกัน พอฉันกระโดดลงสระบัวที่บ้าน ก็มาโผล่ที่นี่ บางทีสระบัวน่าจะเป็นประตูมิติที่เชื่อมระหว่างบ้านของพวกเราละมั้ง 

ฝูซิ่นเล่อพยายามจับใจความจากถ้อยคำของบัวชมพูเท่าที่จะทำได้ เขาไม่รู้ว่านางกำลังพูดภาษาจีนหรือภาษาอะไรกันแน่ แต่เมื่อคิดได้ว่าในแต่แคว้นก็มีสำเนียงและภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างกันไป บางทีสตรีผู้นี้อาจจะเป็นหนึ่งในผู้ที่พูดด้วยภาษาท้องถิ่นที่แตกต่างจากตนก็เป็นได้ 

เมื่อครู่เจ้าพูดว่า ‘ประตูมิติ’ คำนี้หมายความว่าอย่างไร 

ก็...บัวชมพูพยายามคิดหาคำอธิบาย เป็นอะไรสักอย่างที่ทำหน้าที่เหมือนประตู แต่สามารถพาเราไปสู่อีกสถานที่หนึ่งได้...เข้าใจไหม 

ฝูซิ่นเล่อคิดว่าเขาเข้าใจสิ่งที่นางพูดประมาณแปดส่วนจึงพยักหน้ารับ 

แล้วเหตุใดเจ้าจึงมาที่จวนข้าชายหนุ่มถามต่อ 

ไม่รู้สิ พอขึ้นมาจากสระบัวก็มาอยู่ที่นี่แล้วหญิงสาวตอบ เป็นลิขิตสวรรค์ละมั้ง 

พูดจบ บัวชมพูก็หัวเราะให้กลับความคิดของตน ทว่าฝูซิ่นเล่อกลับคิดว่ามีความเป็นไปได้หลายส่วนทีเดียวที่บัวชมพูจะมาที่จวนของเขาด้วยลิขิตสวรรค์ ไม่เช่นนั้น ผู้ใดกันที่จะสามารถเดินลงสระบัวบ้านตัวเองแล้วมาโผล่ที่สระบัวบ้านคนอื่นได้ 

ที่สำคัญ ก่อนหน้านี้เขาเคยฝันเห็นนางอยู่บ่อยๆ! 

ฝูซิ่นเล่อฝันถึงบัวชมพูครั้งแรกตอนเขาอายุสิบเจ็ดปี ทุกครั้งเขาจะฝันเห็นนางอยู่แถวสระบัวกลางสวน ทำให้เขาตั้งชื่อเรียกให้นางว่าเหลียนเอ๋อร์ ภาพฝันที่เกี่ยวกับนางทุกภาพล้วนสมจริงจนเขาเชื่อว่านางมีตัวตน แต่ไม่ว่าจะค้นหาอย่างไรก็ไม่เคยพบ และจากการฝันซ้ำๆ เป็นระยะเวลาถึงห้าปี ในที่สุด สตรีในฝันของเขาก็ก้าวออกมาจากความฝัน และมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้าเขา สามารถฟังเสียงนางพูด และสัมผัสร่างกายของนางเพื่อตอกย้ำว่านางมีตัวตนอยู่จริง หาใช่เพียงสตรีในฝันเท่านั้น 

เห็นไป๋อวี้เรียกท่านว่า ท่านโหว ท่านเป็นโหวเหรอ 

ข้าคือจิ้นอิ๋งโหว แม่ทัพแห่งทัพไป๋หู่ 

เท่อ่า!” บัวชมพูอยากจะกรี๊ดออกมาดังๆ จากที่เคยอ่านแค่ในหนังสือ เคยได้ยินแค่ในซีรีส์ ยามนี้เธอได้มาเห็นบุรุษที่เป็นทั้งโหวและแม่ทัพด้วยสองตาของตัวเองแล้ว แล้วท่านโหว...ท่านแม่ทัพผู้นี้ก็ยังหล่อมากๆ อีกด้วย

ปลื้มปริ่มจนน้ำตาจะไหลอยู่แล้ว!

เท่? นั่นเจ้าหมายความว่าอย่างไร 

ก็แบบ...ดูดี อะไรทำนองนี้ 

อ้อ” ฝูซิ่นเล่อเพียงพยักหน้ารับ แล้วเจ้าคิดจะมาอยู่ที่จวนข้านานเท่าใด 

อยู่เหรอ?” บัวชมพูทวนคำ ไม่ได้จะมาอยู่ เดี๋ยวก็กลับแล้ว แค่มาพิสูจน์ว่าก่อนหน้าที่ได้มาที่นี่ไม่ได้ฝันไปก็เท่านั้น 

ฝูซิ่นเล่อจับใจความได้เพียงแค่ ‘ไม่ได้จะมาอยู่ เดี๋ยวก็กลับแล้ว’ ทำให้เกิดความรู้สึกผิดหวังในใจขึ้นมา เขาตามหานางมานานถึงห้าปี แต่นางกลับคิดมาแค่ประเดี๋ยวเดียว แล้วกลับไปอย่างนั้นหรือ 

แต่คิดไปคิดมา...ถ้าเวลาที่นี่กับที่บ้านฉันเดินไม่ตรงกัน ก็น่าอยู่เที่ยวนานๆ เหมือนกันนะ” บัวชมพูครุ่นคิด

เดิมทีเธอก็คิดจะไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวเพื่อรักษาความผิดหวังที่เกิดจากวรกานต์อยู่แล้ว แต่พอมีเรื่องการเดินทางผ่านประตูมิติมาได้เช่นนี้ ก็ดูน่าสนุกกว่าการไปเที่ยวต่างประเทศคนเดียวเป็นไหนๆ 

ถ้าฉันขออยู่ที่นี่หลายวันหน่อยจะได้ไหมหญิงสาวถาม น้ำเสียงออดอ้อนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

จะอยู่ก็อยู่น้ำเสียงที่ตอบกลับมานั้นยังคงราบเรียบเช่นเดิม ไม่ได้มีทีท่าดีอกดีใจแต่อย่างใด หากใครถามก็บอกว่าเจ้าเป็นญาติห่างๆ ของข้าที่มาจากต่างเมือง 

ได้บัวชมพูรีบรับคำทันทีด้วยความดีใจจนออกนอกหน้า จนไม่ทันได้สังเกตว่าชายตรงหน้ายินยอมตอบรับเธออย่างง่ายดาย ราวกับเธอไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับเขา

จริงสิฝูซิ่นเล่อดูเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เมื่อวาน ข้าเห็นเจ้าสวมชุดเจ้าสาว เจ้าแต่งงานแล้วหรือ?” 

เกือบแต่ง แต่ยังไม่ได้แต่ง” คนตอบดูหงุดหงิดขึ้นมาทันที 

เหตุใดเล่า

เสียงของบัวชมพูทั้งแข็งและดังขึ้น เพราะเจ้าบ่าวมันสารเลว ไปทำผู้หญิงอื่นท้องสามคน ฉันก็เลยยกเลิกงานแต่ง เกลียดมัน!” 

ฝูซิ่นเล่อฟังแล้วครุ่นคิดตาม ที่แท้เจ้าก็ไม่ชอบผู้ชายที่มีหลายภรรยา 

ไม่มีผู้หญิงที่ไหนชอบให้ผู้ชายที่ตัวเองรักมีคนอื่นหรอก 

แล้วเจ้าไม่กลัวเสียชื่อหรือ ที่ต้องยกเลิกการแต่งงาน 

กลัวทำไม คนที่ต้องกลัวเสียชื่อควรเป็นเจ้าบ่าวเฮงซวยนั่นไหม มันเป็นคนผิดนะ ไม่ใช่ฉัน!” 

แม่ทัพหนุ่มรู้สึกว่าความคิดของบัวชมพูแปลกประหลาด มิเหมือนสตรีใดที่เขาเคยรู้จัก หากเป็นผู้อื่นคงอับอายร้องห่มร้องไห้ที่ต้องยกเลิกการแต่งงาน แต่หญิงสาวตรงหน้ากลับไม่ได้เดือดเนื้อร้อนใจ มีเพียงความโกรธเคืองเท่านั้นที่ฉายชัดอยู่ใบหน้า

แล้วฝูซิ่นเล่อก็ได้ค้นพบว่าเขารู้สึกโล่งใจไม่น้อยเลยทีเดียวที่นางยังไม่ได้ตบแต่งกับผู้ใด 

ปีนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้ว เขาถาม

ยี่สิบสอง 

ยี่สิบสอง!” ฝูซิ่นเล่อร้องออกมาอย่างตกใจ ที่แท้เจ้าก็เป็นสาวเทื้อนี่เอง 

บัวชมพูถลึงตา

อะไรคือคำว่าสาวเทื้อ!!!

“หมายความยังไง” แม้จะถามสั้นๆ แต่น้ำเสียงคนถามกลับดูเหมือนพร้อมจะคว้าอะไรมาฟาดลงบนศีรษะของฝูซิ่นเล่อได้ทุกเมื่อ แม่ทัพหนุ่มกลั้นหัวเราะแล้วแสร้งทำสีหน้าเย็นชาตามเดิม

“อายุปูนนี้แล้ว แต่กลับยังไม่ได้ออกเรือน หากไม่เรียกว่าสาวเทื้อแล้วจะให้เรียกอะไร”

“แต่งตอนนี้ยังถือว่าเร็วไปด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเรียนเร็วจนจบปริญญาตรีตั้งแต่อายุยี่สิบ แม่ก็ยังไม่ให้แต่งงานหรอกนะ” บัวชมพูเถียง “แล้วท่านล่ะ อายุเท่าไหร่”

“ยี่สิบสอง”

“ก็เท่ากันนี่ แต่งงานหรือยัง”

“ยัง”

“แบบนี้เรียก ชายเทื้อ ด้วยหรือเปล่า”

“บุรุษไม่มีคำเรียกเช่นนั้นหรอก”

“ไม่ยุติธรรมเลย น่าทำเรื่องเรียกร้องสิทธิสตรีให้ผู้หญิงที่นี่จริงๆ”

“พูดอะไรของเจ้าน่ะ” ฝูซิ่นเล่อไม่เข้าใจที่บัวชมพูพูด

“เฮ้อ” หญิงสาวถอนหายใจ ทำไมถึงได้คุยกันยากแบบนี้นะ เหนื่อยยิ่งกว่าตอนหัดพูดภาษาจีนสมัยเด็กเสียอีก

“หิวหรือยัง” น้ำเสียงราบเรียบเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนเรื่อง

ตอนแรกบัวชมพูก็ยังไม่หิว แต่พอถูกถาม ท้องก็ร้องแทนคำตอบขึ้นมาทันที

“น่าจะได้คำตอบแล้วเนอะ” บัวชมพูหัวเราะแห้งๆ

ฝูซิ่นเล่อกลั้นหัวเราะ ก่อนลุกขึ้นยืน

“เช่นนั้นก็ไปกินข้าวกัน”

 

อาหารสามสี่อย่างถูกจัดเรียงลงบนโต๊ะทรงกลม บ่าวไพร่ในจวนจิ้นอิ๋งโหวต่างพากันตั้งคำถามว่า หญิงสาวที่ผู้เป็นนายพามานั้นเป็นใคร แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากถาม กระทั่งไป๋อวี้ก็ยังไม่รู้ว่าบัวชมพูเป็นใคร หรือมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“อร่อยทุกอย่างเลย” บัวชมพูเอ่ยชมขณะรับประทานอาหาร “ถ้าอยู่ที่นี่ไปนานๆ ต้องอ้วนแน่”

“เช่นนั้นหรือ”

“อื้ม”

“แล้วคิดจะอยู่กี่วัน”

“ยังไม่รู้เลย เพราะไม่รู้ว่าเวลาของที่นี่กับที่บ้านแตกต่างกันเท่าไหร่”

“หากกลับไปแล้ว จะมาอีกหรือไม่”

“อยากให้มาเหรอ” บัวชมพูถามพลางยื่นหน้าเข้าไปหา

ฝูซิ่นเล่อถอนหายใจด้วยท่าทางคล้ายเอือมระอา

“โห ถ้าจะถอนหายใจขนาดนี้ ด่าก็ได้นะ” บัวชมพูหัวเราะ “ถ้าจะขอมาอีก จะอนุญาตให้มาหรือเปล่า”

“อืม” ฝูซิ่นเล่อตอบรับในลำคอ คล้ายไม่ใส่ใจว่านางจะมาหรือไม่มา หากแต่ในใจกลับรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคิดว่านางจะกลับมาที่จวนของเขาบ่อยๆ

“ต้องหาเสื้อผ้าแบบนี้ไว้ใส่มาซะแล้ว” บัวชมพูจับไปบนเสื้อที่กำลังสวมใส่อยู่

“แล้วชุดที่สวมอยู่ไม่พอดีหรือ” ฝูซิ่นเล่อถาม

“คับไปหน่อย ถ้าหลวมกว่านี้สักนิดก็น่าจะดี”

แม่ทัพหนุ่มพยักหน้ารับ พี่สาวของเขารูปร่างผอมบางกว่าบัวชมพู หากให้นางสวมชุดพี่สาวเขาต่อไปคงไม่สบายตัวเท่าไรนัก

“กินข้าวเสร็จแล้วข้าจะพาไปซื้อผ้ามาตัดเสื้อ”

“จริงเหรอ!” บัวชมพูร้องอย่างดีใจ “ทำไมใจดีขนาดนี้ คิดอะไรกับเขาหรือเปล่าเนี่ย”

“ข้าแค่ไม่อยากเห็นเจ้าสวมชุดอัปลักษณ์ที่เจ้าเคยสวม”

“อัปลักษณ์?”

“ลำพังใบหน้าเจ้าก็อัปลักษณ์พอแล้ว อย่าได้แต่งตัวอัปลักษณ์อีกเลย”

“อีแม่ทัพปากสุนัข!!

 

ฝูซิ่นเล่อพาบัวชมพูออกมาเดินตลาด สร้างความแปลกใจให้แก่ผู้พบเห็นยิ่งนัก

ทุกคนรู้จักจิ้นอิ๋งโหวหรือแม่ทัพฝู แม่ทัพใหญ่แห่งทัพไป๋หู่เป็นอย่างดี แต่ก็ไม่เคยมีใครเห็นเขามาเดินตลาดมาก่อน ทั้งยังมากับสตรีที่รูปร่างหน้าตาไม่เหมือนคนต้าจิน หญิงสาวผู้นั้นมิได้เกล้าผมเพื่อบ่งบอกว่าเป็นสตรีที่ออกเรือนแล้วหรือยัง แต่กลับปล่อยเส้นผมสีน้ำตาลหยักศกที่เพิ่งแห้งให้ปลิวไสวไปตามลม สองมือยกขึ้นกอดอกเบือนหน้าหนีไปคนละทางกับท่านแม่ทัพ คล้ายกำลังแง่งอน ในขณะที่ท่านแม่ทัพยิ้มจางๆ ที่มุมปาก

“ร้านนี้เจ้าค่ะท่านโหว ท่านภูต เอ่อ...แม่นาง” ไป๋อวี้ที่เป็นผู้นำทางหันมาบอก

ฝูซิ่นเล่อไม่ค่อยรู้เรื่องข้าวของของสตรี และไม่รู้ว่าต้องหาซื้อสิ่งใดที่ร้านไหนจึงได้พาไป๋อวี้มาด้วย นอกจากนี้เขายังมอบหมายหน้าที่ให้นางคอยดูแลบัวชมพู พร้อมเล่าความลับเรื่องการเดินทางไปกลับระหว่างจวนจิ้นอิ๋งโหวกับบ้านของบัวชมพูให้ฟัง ทำให้ไป๋อวี้เข้าใจว่าบัวชมพูจะต้องเป็นภูตดอกบัว และการได้ดูแลท่านภูตก็นับเป็นวาสนาของนางยิ่งนัก

“ต้องเลือกผ้าแบบไหนเหรอ” บัวชมพูถามไป๋อวี้

“แบบใดก็ได้ เลือกที่เจ้าชอบ” ฝูซิ่นเล่อเป็นผู้ตอบ

บัวชมพูเบะปากเล็กน้อย เธอยังเคืองไม่หายที่ฝูซิ่นเล่อว่าเธออัปลักษณ์ ขนาดเพื่อนแก๊งสัปดนที่ชอบว่าเธอไม่สวยก็ยังไม่เคยมีใครว่าเธออัปลักษณ์มาก่อน

หญิงสาวเชิดหน้าใส่แม่ทัพหนุ่ม แล้วเดินตรงไปเลือกผ้าสีที่ตนชอบ เธอชอบสีเขียวกับสีชมพู เพราะเป็นสีของใบบัวกับดอกบัว จึงได้สนใจผ้าสองสีนี้เป็นพิเศษ

“ผ้าพับนี้สวยอ่า” บัวชมพูพูดขณะจับไปบนผ้าไหมเนื้อนุ่มลื่น เพียงแค่สัมผัสก็รับรู้ได้ทันทีว่าเป็นผ้าเนื้อดีมีราคา

เถ้าแก่ร้านเห็นบัวชมพูสนใจผ้าผืนงามก็รีบเข้ามาแนะนำ

“แม่นางผู้นี้ตาถึงยิ่งนัก ผ้าพับนี้เป็นผ้าหายาก ทั่วทั้งเมืองหลวงมีร้านข้าเพียงร้านเดียวที่มี”

“ราคาเท่าไหร่หรือเถ้าแก่” ไปอวี้ถามแทนบัวชมพูที่ฟังเถ้าแก่ร้านพูดไม่ทัน

“ร้อยห้าสิบตำลึงขอรับ”

“ร้อยห้าสิบตำลึง!” ไป๋อวี้ร้องอย่างตกใจ “ไม่แพงไปหน่อยหรือ!

“แม่นาง ผ้าพับนี้ใช้เวลาทอเป็นปี อีกทั้งยังเสียค่าขนส่งข้ามน้ำข้ามทะเลมาอีก ราคาเท่านี้ไม่ถือว่าแพงหรอกขอรับ”

บัวชมพูฟังออกแค่คำว่า ร้อยห้าสิบตำลึง แต่เห็นสีหน้าท่าทางของไป๋อวี้ก็คิดว่า ราคานี้น่าจะเป็นราคาที่ค่อนข้างสูง

“ร้อยห้าสิบตำลึงนี่แพงมากเลยเหรอ” บัวชมพูกระซิบถาม

“ปกติห้าตำลึงก็ซื้อผ้าดีๆ ได้แล้วเจ้าค่ะ”

“งั้นนี่ก็แพงมากเลยน่ะสิ”

“เจ้าค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเอาพับอื่นก็ได้” บัวชมพูชะเง้อหาผ้าพับใหม่ที่มีสีใกล้เคียงกัน

“ถ้าชอบพับนี้ ก็เอาพับนี้ จะมองหาพับอื่นทำไม” ฝูซิ่นเล่อว่า “เถ้าแก่ ข้าเอาผ้าพับนี้ แล้วก็เอาอีกพับที่เป็นผ้าแบบเดียวกันสีเขียวนั่นด้วย”

ชายหนุ่มชี้ไปยังผ้าสีเขียวบงกชอีกพับที่เห็นบัวชมพูเลือกดูเมื่อครู่

“ขอรับนายท่าน ข้าจะรีบห่อให้เดี๋ยวนี้” เถ้าแก่รับคำอย่างดีใจ แล้วรีบนำผ้าทั้งสองพับไปห่อให้ทันที

“มีสีอื่นที่อยากได้อีกหรือไม่”

“ป๋าซะด้วย” บัวชมพูพึมพำเป็นภาษาไทย

“เจ้าว่าอะไรนะ”

“เปล๊า!” หญิงสาวปฏิเสธเสียงสูง “เอาแค่นี้แหละ”

ฝูซิ่นเล่อไม่ได้ถามอะไรเธออีก เขาจ่ายเงินสามร้อยตำลึงให้เถ้าแก่ร้านผ้า แล้วเดินนำออกจากร้านไป หญิงสาวหลายคนในร้านมองตามร่างสูงไปด้วยสายตาปลาบปลื้มและชื่นชม จนบัวชมพูแอบเบะปากเบาๆ แต่ก็น่าปลื้มอยู่หรอก ในเมื่อเขาดูดีทั้งรูปร่างหน้าตา กิริยาก็องอาจ ท่วงท่าสง่างามสมเป็นบุรุษสูงส่ง แต่ถ้าสาวๆ พวกนี้รู้ว่าอีตาแม่ทัพนี่ปากสุนัขขนาดไหนจะยังปลื้มกันอยู่หรือเปล่า

เสร็จจากร้านผ้า ไป๋อวี้ก็นำทางฝูซิ่นเล่อและบัวชมพูไปร้านตัดเสื้อที่โด่งดังที่สุดในเมืองหลวง ร้านแห่งนี้มีลูกค้าเยอะยิ่งกว่าร้านใด ผ้าที่ส่งมาตัดวันนี้ต้องรอนานสองเดือนจึงจะมารับได้ แต่เมื่อเจ้าของร้านเห็นว่าคนที่เข้ามาคือฝูซิ่นเล่อ ผู้ซึ่งเป็นทั้งแม่ทัพและอนุชาของฮองเฮา ก็รีบกระวีกระวาดออกมาต้อนรับ ทั้งยังบอกอีกว่าชุดของบัวชมพูที่นำมาตัดในวันนี้ จะตัดเสร็จเรียบร้อยภายในระยะเวลาสองสัปดาห์

“ดูเหมือนทางร้านจะเห็นใจในความอัปลักษณ์ของเจ้า จึงได้เร่งตัดชุดให้” ฝูซิ่นเล่อเอ่ยเย้าคนที่ใบหน้าบึ้งตึง แล้วเดินจากไปอย่างอารมณ์ดี บัวชมพูได้ยินคำว่าอัปลักษณ์หลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มจึงตะโกนตอบกลับไปเป็นภาษาไทย

“ไอ้เบื๊อก!

 

ฝูซิ่นเล่อไม่ทราบว่า คำว่า ไอ้เบื๊อก ที่ได้ยินตอนอยู่ที่ตลาดนั้นมีความหมายว่าอย่างไร แต่จากน้ำเสียงที่เปล่งออกมาจากปากคนพูด ก็แน่ใจได้เลยว่าต้องเป็นคำด่าอย่างแน่นอน เขาไม่เพียงไม่โกรธ แต่ยังนึกขำอยู่ในใจ เขาไม่เคยเห็นหญิงใดโมโหแล้วน่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยขี้งอนเช่นนี้มาก่อน การได้แหย่ได้แกล้งนางในระยะเวลาสั้นๆ สร้างความรื่นเริงให้เขาได้ดียิ่งกว่าไปนั่งชมงิ้ว ชมละครเสียอีก

“ระหว่างนี้เจ้าเอาเสื้อของพี่ข้าไปแก้สักสี่ห้าชุดไว้ให้นางใส่ก็แล้วกัน” แม่ทัพหนุ่มสั่งการเมื่อกลับมาถึงจวน

“เจ้าค่ะท่านโหว” ไป๋อวี้รับคำ

“แล้วก็เตรียมห้องให้นางที่เรือนเหลียนฮวา เวลานางขึ้นลงสระบัวจะได้ไม่มีใครสังเกต ให้คนอื่นๆ ออกไปจากเรือนให้หมด ยกเว้นเจ้า ข้ามอบหมายให้เจ้าคอยดูแลเรือนเหลียนฮวากับเหลียนเอ๋อร์ งานอื่นนอกเหนือจากนี้ถือว่าไม่เกี่ยวกับเจ้าอีกต่อไป”

“เจ้าค่ะ”

“เหลียนเอ๋อร์” ฝูซิ่นเล่อหันมาเรียก “ต่อไปนี้ไป๋อวี้คือสาวใช้ของเจ้า มีอะไรก็เรียกใช้นางได้”

“อืม” บัวชมพูส่งเสียงตอบรับในลำคอ ด้วยยังไม่หายโกรธที่ถูกว่าว่าอัปลักษณ์

“อย่าทำหน้าบึ้งเช่นนั้น ยิ่งทำก็ยิ่งอัปลักษณ์”

“ท่านสิอัปลักษณ์!” หญิงสาวเถียงกลับเสียงดัง

“อ้อ เช่นนั้นหรือ” ฝูซิ่นยิ้มยั่ว

“เออ!

แม่ทัพหนุ่มถึงกับหัวเราะในลำคอเบาๆ เมื่อได้เห็นท่าทางกระเง้ากระงอดนั้น แม้แต่ไป๋อวี้ก็ยังก้มหน้าลงยิ้ม นางอยู่รับใช้ในจวนโหวมาตั้งแต่อายุหกปี ไม่เคยเห็นท่านโหวเอ่ยวาจาต่อปากต่อคำหยอกเย้าผู้ใดมาก่อน เห็นทีครั้งนี้ จวนโหวคงจะได้มีนายหญิงแล้วกระมัง

“ยังจะหัวเราะอีก!” บัวชมพูขัดใจนัก ความปลาบปลื้มในใบหน้าหล่อเหลาที่ได้เห็นก่อนหน้านี้เลือนหายไปหลายส่วน

“ใบหน้าเจ้าอัปลักษณ์เช่นนี้ ข้าเห็นแล้วรู้สึกขันยิ่งนัก”

บัวชมพูหรี่ตาลงพร้อมเผยรอยยิ้มเย็นออกมาขณะก้าวไปหาฝูซิ่นเล่อ

“แล้วอย่ามาหลงรักคนอัปลักษณ์ทีหลังก็แล้วกัน!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.126K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,170 ความคิดเห็น

  1. #2152 What&Why (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 เมษายน 2563 / 00:00
    ทำไมอ่านแล้วเขิน คือโบราณไม่มีคำว่าสวยไง มีแค่งดงามกะอัปลักษณ์ ละที่ท่านโหวว่าอัปลักษณ์ก็คือกวนทีนล้วนๆแน่นอน5555
    #2,152
    0
  2. #2142 Oomjanis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 14:23

    อร้ายยยยย

    #2,142
    0
  3. #2129 1988yongsi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 18:02
    ความหลงยุคแล้วด่าเป็นภาษาไทย55555555
    #2,129
    0
  4. #1647 Mr. Queen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 21:42
    ด่าแบงคนฟังไม่เข้าใจไม่เป็นไร เอาสะใจไว้ก่อนอะ 55555
    #1,647
    0
  5. #1581 Lucky-Puppy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 13:23
    แสบมากกก
    #1,581
    0
  6. วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 23:37
    น่ารัก5555555
    #1,454
    1
  7. #1276 moonbless (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2562 / 11:53

    ชอบเรื่องนี้ด้วยอีกคน รี้ดน่าจะเคยอ่านเรื่องของกุนซือสาวพี่สาวพระเอกแหละ แต่ลืมชื่อเรื่องแล้ว ที่นางสุขภาพไม่ค่อยดีแต่สมองสุดยอดเพราะร่างกายอ่อนแอเก็บตัวแต่พ่อรักสนับสนุนเลยฝึกสมองอ่านพิชัยสงคราม #จำไม่ได้เพราะหยุดอ่านไปตอนไหนไม่รู้ # หรือไรท์หยุดอัพ #ไรท์มาตอบบอกชื่อเรื่องหน่อยก็ดี #อ่านนิยายไรท์มาจากองค์หญิงฟ้าประทาน และ ชิงเยว่
    #1,276
    1
    • #1276-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      18 พฤศจิกายน 2562 / 21:49
      ขอบคุณค่าาาา เรื่องก่อนหน้าของพี่สาวชื่อ เหมยฮวาบัญชาการ ค่ะ
      ขอบคุณนะคะที่ติดตามกันมาตั้งแต่เรื่องแรกเลย
      #1276-1
  8. #1226 Xialyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2562 / 08:08
    อย่าแกล้งน้อง
    #1,226
    1
    • #1226-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      17 พฤศจิกายน 2562 / 21:50
      แกล้งด้วยความเอ็นดูววว
      #1226-1
  9. #1041 IcesieChanuntipa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 00:31
    ชอบคำนาง อีแม่ทัพปากสุนัข!!!5555555555
    #1,041
    1
    • #1041-1 (จากตอนที่ 3)
      8 พฤศจิกายน 2562 / 23:13
      สงสารท่านแม่ทัพเบาๆ 555555
      #1041-1
  10. #225 Melis (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 19:29

    อ่านคำโปรย เห็นว่าน่าสนใจ พอได้อ่านเท่านั้นแหล่ะ หลงรักเบยยยยย


    #225
    2
    • #225-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      1 ตุลาคม 2562 / 02:39
      ขอบคุณค่า ดีใจที่ชอบนะคะ
      #225-1
    • #225-2 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      1 ตุลาคม 2562 / 02:39
      ขอบคุณค่า ดีใจที่ชอบนะคะ
      #225-2
  11. #220 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 16:28
    หลงรักมาตั้งนานแล้วน้องเอ๋ยอย่าไปดับฝันเฮี๊ยแกเลย
    #220
    1
  12. #185 0870241320 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 กันยายน 2562 / 20:59
    น่ารักอ่ะ😍😍😍😍😍
    #185
    1
  13. #155 ~~//><// ??ไอ้-เหม่ง-บ้า :p ~~ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 22:57
    น่ารักอ่ะ หยอดปุกเลย
    #155
    1
  14. #154 Saminmime (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 19:27

    รอนะคะ
    #154
    1
    • #154-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 22:40
      เดี๋ยวพรุ่งนี้รีบมาต่อค่ะ^^
      #154-1
  15. #152 ฺฺBBlack (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 17:17
    รอคร้าาาาาาาาา
    #152
    1
    • #152-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 18:20
      กำลังรีบปั่นให้น้าาาา
      #152-1
  16. #151 บักเขียบ. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 15:20
    หลงรักตั้งแต่อยู่ในฝันแล้ววว55555
    #151
    1
  17. #150 Goody2526 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 13:32
    ไม่หลงรักทีหลัง แต่หลงรักไปนานแล้ว 555
    #150
    1
  18. #149 atchara0453 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 12:10

    ชอบ ๆ ๆ
    #149
    1
  19. #148 Thitiphorn Bori Poonperm (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:34
    โอ๊ยยย ปากคอพ่อคุณ 555 ขออีบุ๊คเลยได้ไหมคะ
    #148
    2
  20. #147 zazamah (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 08:05
    โอ้ยเจ๊ไม่หลงรักที่หลังหรอก หลงรักก่อนเจอเจ๊ตุ้ง5ปี เจ๊ยังเป็นเด็กน้อยยูเรีย อิอิ
    #147
    1
  21. #146 vipnong (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 07:53
    เขาอยากได้ อีบุ๊คแล้วววว
    #146
    1
    • #146-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 18:19
      เดี๋ยวรีบปั่นให้ค่า
      #146-1
  22. #145 wadeepanman (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 07:47
    ช่ายอย่ามาหลงรักคนอัปลักษณ์ละกันท่านแม่ทัพชิ
    #145
    1
    • #145-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 18:18
      หลงรักไปแล้วนี่สิ อิอิ
      #145-1
  23. #144 Sweetsmile2557 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 02:40

    สาวเทื้อ....โอ้ยอย่าว่าแต่น้องบัวเลย รี๊ดก็สะเทือนไต 55555 ...รอค่ะ ^_^

    #144
    1
    • #144-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 18:18
      สะเทือนใจเหมือนกันค่ะ 55555
      #144-1
  24. #143 usaonly (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 00:47

    เฮึยเราสายเปย์ ยกเรือนและสาวใช้ส่วนตัวให้เลย อยากให้น้องบัวอยู่นานละสิ อยู่นานๆ ได้มีเพื่อนต่อล้อต่อเถียงทุกวันสุขใจใช่ไหมล่ะท่านโหว

    #143
    1
    • #143-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง(จากตอนที่ 3)
      25 กันยายน 2562 / 01:50
      พี่จุ๋มรู้ใจท่านโหว 55555
      #143-1
  25. #142 Nok Nok Nok (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 22:51

    บัวชมพูเอ๋ย เขาไม่ได้หลงรักเธอทีหลังแน่ แต่เขาหลงรักเธอก่อนได้เจอตัวเป็นๆอื่น แม่นางในฝัน!!!

    #142
    1