ภูตหงส์ขององค์ชาย

ตอนที่ 18 : บทที่18 คืนเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,355
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 290 ครั้ง
    26 เม.ย. 63

บทที่18 คืนเข้าหอ

 

            ในที่สุดวันคืนที่หย่งฉีและเยวี๋ยนหลี่เฉียงตั้งตารอก็มาถึง

หรงชินอ๋องและหลิวเหว่ยอ๋องต่างขี่ม้านำขบวนเจ้าสาวของตนเองตีคู่กันมาด้วยสีหน้าเบิกบานใจ ในขบวนมีการเล่นดนตรี และมีการแสดงจากนางรำรูปร่างหน้าตางดงามที่ร่ายรำไปตลอดทาง สร้างสีสันให้ขบวนของคู่บ่าวสาวยิ่งนัก

ขบวนของชายหนุ่มทั้งสองแยกกันบริเวณทางแยกของถนน เยวี๋ยนหลี่เฉียงมุ่งตรงไปยังจวนราชบุตรเขย ส่วนหย่งฉีแยกไปตำหนักหรงชินอ๋องที่ได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ ในใจทุกคนต่างทราบดีว่าหลังจากนี้ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่รออยู่ แต่ในยามที่ทุกสิ่งยังสงบสุขเช่นนี้ พวกเขาก็ขอใช้ชีวิตร่วมกันอย่างมีความสุขร่วมกัน ก่อนจะต้องรับมือกับความวุ่นวายที่กำลังจะก่อตัวขึ้น ทั้งบนโลกมนุษย์ แดนสวรรค์ แดนปีศาจ และอาจหมายรวมไปถึงแดนปรภพด้วย

            เมื่อมาถึงตำหนักหรงชินอ๋อง ไป๋เฟิ่งก็ถูกหย่งฉีประคองลงจากเกี้ยว นางไม่เคยแต่งงานมาก่อน ไม่ว่าชาตินี้หรือชาติไหน จึงอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้ มือขาวเนียนดั่งหยกชั้นเลิศสั่นน้อย ๆ หย่งฉีจึงเอื้อมมือข้างหนึ่งขึ้นมากุมนางไว้ แล้วบีบเบา ๆ อย่างให้กำลังใจ

            หลังทำพิธีไหว้ฟ้าดินแล้ว เจ้าสาวก็ถูกพาตัวไปส่งที่ห้องหอ ในขณะที่เจ้าบ่าวต้องอยู่ต้อนรับแขกภายนอก หลิวเสี่ยวอิ๋งโชคดีกว่าไป๋เฟิ่งตรงที่เยวี๋ยนหลี่เฉียงไม่มีสหายที่เป็นมนุษย์ แขกส่วนใหญ่ที่มาร่วมงานจึงเป็นบรรดาฮูหยินและคุณหนูตระกูลใหญ่ที่หวังเอาใจไทเฮา พวกเขารู้สึกไม่คุ้นเคยกับองครักษ์เหยียนนัก อีกทั้งยังรู้สึกหวาดกลัวราชบุตรเขยผู้นี้อยู่ในใจลึก ๆ ไม่นานจึงพากันกลับไป ทำให้เยวี๋ยนหลี่เฉียงได้เข้าไปพบหลิวเสี่ยวอิ๋งอย่างรวดเร็วตามที่ใจเขาต้องการ

            ทางด้านหย่งฉีนั้น เขาแทบอยากจะออกปากไล่แขกที่มาให้รีบกลับไปเลยทีเดียว แต่ด้วยความเป็นสุภาพชนย่อมไม่สามารถกระทำเช่นนั้นได้ หรงชินอ๋องได้แต่ยิ้มต้อนรับแขกทุกคน พร้อมกับภาวนาให้เวลาเดินเร็วขึ้นอีกสักหน่อย เพื่อที่เขาจะได้ไปหาเจ้าสาวที่รออยู่ในห้องหอโดยไว

            เมื่อสามารถกล่าวอำลาแขกออกมาจากงานเลี้ยงได้ หย่งฉีก็ไม่รอช้า รีบเดินตรงไปยังหาไป๋เฟิ่ง ชายหนุ่มใจเต้นรัวเมื่อนึกภาพนางนั่งรออยู่บนเตียงมงคล ทำให้สองเท้าของเขายิ่งก้าวยาวและเร็วขึ้นมากกว่าเดิม จนบรรดามามาทั้งหลายแทบจะต้องวิ่งตาม

ทันทีที่เปิดประตูห้องหอ สายตาของหย่งฉีก็จับจ้องไปยังร่างบางระหงในชุดเจ้าสาวสีแดงสดเป็นอันดับแรก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ขณะก้าวเข้าไปหาไป๋เฟิ่งที่นั่งตัวตรงรอเขาอยู่บนเตียง มืออุ่นเอื้อมไปเปิดผ้าคลุมหน้าออก เห็นใบหน้างดงามกระจ่างใสส่งยิ้มมาให้ก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสพวงแก้มสีชมพูเบา ๆ

“ท่านอ๋องเพคะ” หย่งฉีถูกเรียกให้หันมารับจอกเหล้ามงคล

หย่งฉีรับเหล้ามงคลมาคล้องแขนดื่มกับไป๋เฟิ่ง กลิ่นหอมหวานจากกายหญิงสาวพาให้ผู้เป็นเจ้าบ่าวใจสั่นไหว หลังทั้งสองได้รับคำอวยพรให้อยู่ด้วยกันยั่งยืน มีลูกเต็มบ้านมีหลานเต็มเมืองแล้วก็ถูกทิ้งให้อยู่กันตามลำพังบนเตียงมงคล

ยามนี้ไม่ว่าจะทำสิ่งใดก็ล้วนถูกต้อง ไม่มีสิ่งใดให้ต้องกังวลอีกต่อไป

“ยามนี้เจ้าเป็นชายาของข้าแล้ว ไม่ว่าข้าจะกระทำสิ่งใดต่อจากนี้ ล้วนทำได้ทั้งสิ้น” เขาพูดเสียงนุ่ม ทว่าแววตากลับทอประกายร้อนแรงยิ่งนัก

“เพคะ” ไป๋เฟิ่งตอบพร้อมด้วยรอยยิ้ม แม้นางจะไม่เข้าใจในความหมายของคำพูดนั้น แต่นางเชื่อใจหย่งฉี นางเชื่อว่าทุกสิ่งที่เขากระทำ จะต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องและดีที่สุดสำหรับนางและเขาอย่างแน่นอน

หย่งฉีหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ ต่อให้ชาติก่อนนางเคยเป็นจักรพรรดินีหงส์มาก่อนแล้วอย่างไร จักรพรรดินีผู้นั้นไม่เคยเป็นมนุษย์และไม่เคยแต่ง พอมาชาตินี้ที่นางเกิดเป็นภูตหงส์ขาว ก็ยิ่งไม่เคยรู้เรื่องชีวิตคู่ของมนุษย์ ไม่รู้แม้กระทั่งว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้

“ข้าจะทำให้ค่ำคืนนี้เป็นคืนที่ดีที่สุดของเรา นับจากนี้ไป เจ้าจะเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว เช่นเดียวกันกับข้าที่จะมีเจ้าเพียงผู้เดียวไปตลอดชีวิต”

“เพคะ” หญิงสาวยังคงรับอย่างว่าง่าย จนหย่งฉีอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา ชายหนุ่มเอื้อมมือไปประคองใบหน้าของนางให้ขยับเข้ามาใกล้ ก่อนประทับจุมพิตลงบนริมฝีปากนุ่มนั้นอย่างไม่เบานัก

เขาแทบจะคลั่งตายเพราะนางอยู่แล้ว!

ระหว่างที่กำลังคลอเคลียอยู่บนริมฝีปากนุ่ม หย่งฉีก็เริ่มปลดชุดของตนและนางไปด้วย หมวกเจ้าสาวและเครื่องประดับศีรษะทั้งหลายถูกถอดออกก่อนสิ่งอื่น เป็นครั้งแรกที่ไป๋เฟิ่งรู้สึกว่าฝ่ามือของท่านอ๋องร้อนรุ่มกว่าปกติ คนที่เคยใจเย็นมาตลอด ยามนี้กลับดูใจร้อน ราวกับว่าหากเขาสามารถฉีกกระชากชุดเจ้าสาวของนางได้ เขาคงจะทำไปแล้ว

“กลัวหรือไม่” หย่งฉีถาม ด้วยเกรงว่าความใจร้อนของเขาอาจทำให้นางตกใจได้ แต่ผู้ใดไม่มาเป็นเขาคงไม่มีวันเข้าใจหรอกว่า การที่เขาอดทนกับนางมานานถึงเพียงนี้ ทำให้ความปรารถนาในใจเขามีมากเพียงใด

“ไม่เพคะ” เสียงหวานเอ่ยตอบ พร้อมกับซบใบหน้าลงบนบ่าของหย่งฉี

“อืม” ชายหนุ่มตอบรับสั้น ๆ แล้วจัดการเสื้อผ้าทั้งหมดไปให้พ้นทาง เหลือเพียงเรือนร่างขาวผุดผ่องงดงามดุจไข่มุกล้ำค่าของนางเท่านั้น

ยามนี้เองที่ไป๋เฟิ่งเพิ่งค้นพบว่า ความอดทนอดกลั้นทั้งหมดที่หย่งฉีมีต่อนางสิ้นสุดลงแล้ว เขากระทำทุกอย่างตามใจชอบ สัมผัสอ่อนโอนที่คุ้นเคยกลับกลายเป็นสัมผัสร้อนแรงที่ไป๋เฟิ่งไม่เคยรู้จัก มือแกร่งของหย่งฉีสัมผัสทุกส่วนบนเรือนร่างของนางเช่นเดียวกับที่ริมฝีปากของเขากระทำ ไป๋เฟิ่งไม่เข้าใจความรู้สึกที่เกิดขึ้นกับตนในยามนี้ แต่นางก็ไม่คิดปฏิเสธ นางรู้ว่าทุกสิ่งที่หย่งฉีกำลังทำคือความรักทั้งหมดที่เขามีต่อนาง

ภูตสาวขยับกายคล้ายหงส์กำลังโบยบิน หย่งฉีใจสั่นรัวไม่เป็นจังหวะ ไม่รู้ว่าเขากำลังล่อลวงนาง หรือนางกำลังล่อลวงเขากันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขารู้แน่ในยามนี้ คือเขาจะไม่มีวันปล่อยให้ร่างน้อยตรงหน้าเป็นอิสระง่าย ๆ

ทุกความรู้สึกที่เขาเก็บมาเนิ่นนาน ยามนี้ไม่จำเป็นต้องทนต่อสิ่งใดอีกต่อไป เพียงแค่นางยินยอมและคล้อยตาม เพียงเท่านั้น ทุกสิ่งก็จะเป็นเช่นดังความฝัน

หย่งฉีจับจูงไป๋เฟิ่งไปตามเส้นทางที่เขาวางไว้ พานางล่องลอยไปในความฝันความฝันอันเนิ่นนานดุจระยะเวลานับพันราตรี ชายหนุ่มแทบไม่ปล่อยให้หญิงคนรักห่างกาย เขาและนางกลายเป็นหนึ่งเดียวของกันและกันท่ามกลางความอิ่มเอม และความสุขที่มิอาจหาถ้อยคำใดมาบรรยายได้

และเขาจะกอดนางไว้ข้างกายเช่นนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็ตาม

 

            ทางด้านของเยวี๋ยนหลี่เฉียง หลังจากที่กล่าวลาแขกในงานแล้วก็รีบตรงกลับไปยังห้องหอ แต่ทันทีที่ประตูเปิดออก เยวี๋ยนหลี่เฉียงก็เกือบจะหลุดปากหัวเราะออกมา

            ทั้งที่เขาอยู่พูดคุยกับแขกในงานเพียงไม่นาน แต่เจ้าสาวของเขากลับไม่ยอมรอให้เขามาเปิดผ้าคลุมหน้า นางดึงผ้าสีแดงสดออกด้วยตัวเอง พร้อมถอดหมวกเจ้าสาวและเครื่องประดับศีรษะต่าง ๆ รวมไปถึงเสื้อตัวนอกของเจ้าสาวออกจนหมด แล้วนอนหลับอย่างสบายใจอยู่บนเตียงมงคลหลังใหญ่

            “องค์หญิง!” ฉวนฝูไท่ไททั้งสองคนร้องขึ้นพร้อมกัน ทั้งยังรีบวิ่งไปปลุกหลิวเสี่ยวอิ๋งให้ลุกขึ้น

            องค์หญิงเพ่ยหลิงที่ควรจะรู้ธรรมเนียมประเพณีดีที่สุดกลับทำผิดธรรมเนียมการแต่งงานหมดทุกสิ่ง!

            หลิวเสี่ยวอิ๋งขยับตัวอย่างเกียจคร้าน วันนี้นางต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมตัวเข้าพิธีแต่งงานให้วุ่นวาย ยามนี้จึงทั้งเหนื่อย ทั้งง่วง หากแม้มิใช่เพราะกลัวเจ้าบ่าวกลับมาแล้วจะหานางไม่เจอ นางคงหนีไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้านานแล้ว

            “หลี่เฉียง” หลิวเสี่ยวอิ๋งขยี้ตา “มาแล้วหรือ?”

            “อืม” เยวี๋ยนหลี่เฉียงตอบรับในลำคอ มุมปากอมยิ้มน้อย ๆ ไม่ได้สนใจอาการกังวลใจของฉวนฝูไท่ไทแม้เพียงสักนิด

            “พวกเจ้าออกไปได้แล้ว” ราชบุตรเขยคนใหม่ออกคำสั่งกับผู้ที่ไม่ใช่เจ้าสาวของตน หลังดื่มเหล้ามงคลเสร็จ

แม้จะไม่ได้ตะคอกหรือกล่าววาจาดุดันใด ๆ แต่น้ำเสียงของเยวี๋ยนหลี่เฉียงเย็นเยียบจนฉวนฝูไท่ไททั้งสองรู้สึกหนาวสะท้านไปทั้งกาย พวกนางรีบกล่าวอวยพรองค์หญิงเพ่ยหลิงที่นั่งสะลึมสะลืออยู่บนเตียงกับราชบุตรเขย แล้วแทบจะวิ่งออกจากห้องหอไปในทันที

            เยวี๋ยนหลี่เฉียงเดินไปนั่งลงบนเตียง หลิวเสี่ยวอิ๋งนั่งขัดสมาธิรอเขาด้วยดวงตาปรือปรอย ชายหนุ่มเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดึงแก้มนางด้วยความมันเขี้ยว

            “โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ!” หลิวเสี่ยวอิ๋งร้อง ตาสว่างทันที

            “เป็นเจ้าสาวประสาอะไร ถึงได้นอนหลับก่อนเจ้าบ่าวกลับมาได้” เยวี๋ยนหลี่เฉียงถามคล้ายตำหนิ แต่หากฟังดี ๆ จะสังเกตว่า น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความอบอุ่นและความเอ็นดู

            “ก็ข้าง่วง” หญิงสาวลูบแก้มตัวเองข้างที่ถูกดึง “เจ้าจะรู้อะไร เมื่อคืนไทเฮาทรงเรียกข้าไปสั่งสอนเสียจนดึกดื่น ข้าเข้านอนไม่ทันไร ฟ้ายังไม่ทันสว่าง ก็มีนางกำนัลไปปลุกแล้ว ไม่รู้จะรีบปลุกทำไมกัน”

            เยวี๋ยนหลี่เฉียงฟังนางบ่นทั้งที่ยังจับแก้มตัวเองอยู่ จึงยื่นมือออกไปสัมผัสแก้มของนางที่เป็นสีแดงขึ้นมาอย่างชัดเจน

            “ข้าทำเจ้าเจ็บมากเลยหรือ” เขาถามอย่างรู้สึกผิด

            “เจ้ามือหนักจะตาย ไม่รู้ตัวหรืออย่างไร”

            “ข้าขอโทษ ต่อไปจะระวังให้มาก”

            “ดีมาก สามีของข้า” หลิวเสี่ยวอิ๋งพูดอย่างพอใจพร้อมรอยยิ้มซุกซน จากนั้นจึงใช้มือของข้างประคองใบหน้าของเยวี๋ยนหลี่เฉียงมาใกล้ แล้วจุมพิตเรียวปากเขาอย่างรวดเร็ว

            “เดี๋ยวนี้กล้าดีนี่” เยวี๋ยนหลี่เฉียงยิ้มร้าย

            “ก็ข้า...ว้าย!” หลิวเสี่ยวอิ๋งยังพูดไม่ทันจบประโยค ร่างทั้งร่างก็ถูกผลักให้นอนลงบนเตียงด้วยเรี่ยวแรงที่ไม่เบานัก ก่อนถูกร่างสูงใหญ่ตามมาทาบทับไว้อย่างวางอำนาจ

            “เมื่อครู่เจ้าจูบข้าไปแล้ว ยามนี้ถึงคราวข้าจูบคืนบ้างแล้ว”

            ริมฝีปากของหลิวเสี่ยวอิ๋งถูกผนึกอย่างรวดเร็วจนนางตั้งตัวไม่ทัน เยวี๋ยนหลี่เฉียงไม่ใช่คนอ่อนโยนอย่างหย่งฉี เขาเอาแต่ใจ และมีความต้องการที่อัดแน่นเต็มอก เกิดมาเขาไม่เคยต้องอดทนต่อสตรีใดเท่าหลิวเสี่ยวอิ๋ง แต่ยามนี้เขาสามารถกระทำได้ทุกสิ่งโดยไม่ผิดธรรมเนียมของมนุษย์ ไม่ทำให้เจ้าสาวของเขาต้องเป็นครหา เขาจึงไม่รอช้าที่จะค้นหาตัวตนของเจ้าสาวที่อยู่ตรงหน้า

“หลี่เฉียง...ค่อยเป็นค่อยไปได้ไหม เจ้าทำข้ากลัวนะ” หลิวเสี่ยวอิ๋งรีบพูดเมื่อเยวี๋ยนหลี่เฉียงปล่อยให้ริมฝีปากนางเป็นอิสระ เรี่ยวแรงของเขาไม่น้อยเลย แม้กระทั่งการจูบ เขาก็ยังทำราวกับจะบดขยี้นางให้แหลกลานอยู่ตรงนี้

“กลัวอะไรกัน” เยวี๋ยนหลี่เฉียงถาด้วยน้ำเสียงหัวเราะ

“เจ้าทำราวกับจะกินข้าเข้าไปอยู่แล้ว”

“ใช่” ชายหนุ่มตอบรับ พร้อมทั้งก้มลงหาลำคอขาวผุดผ่อง “ข้ากำลังจะกลืนกินเจ้าไปทั้งตัว”

มือหยาบของเยวี๋ยนหลี่เฉียงเริ่มปัดป่ายไปทั่วร่างของหลิวเสี่ยวอิ๋ง เพียงแค่ร่ายมนตร์ เสื้อผ้าของเขาและนางก็หายไปภายในพริบตา

“เจ้าทำอะไร!” หลิวเสี่ยวอิ๋งตกใจใหญ่ รีบยกมือขึ้นบดบังร่างกายของตนไว้

“นี่เป็นคืนเข้าหอ เจ้าคิดว่าเรามีเรื่องอื่นให้ทำกันหรือ” เขาย้อนถาม ท่าทางที่ดูเหมือนกระต่ายน้อยตื่นตกใจของนางทำให้เขาทั้งขัน ทั้งสงสาร “มาเถอะ ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ประสีประสากับเรื่องพวกนี้ ข้าจะสอนให้เอง”

ได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น หลิวเสี่ยวอิ๋งก็จ้องสามีของนางตาขวาง

“ดูเหมือนเจ้าจะผ่านสตรีมามากสินะ ถึงได้ดูช่ำชองนัก!

“ข้าเกิดมาเป็นร้อยปี เจ้าจะไม่ให้ข้าแตะต้องผู้หญิงสักคนเลยรึ ข้าไม่ใช่พระโพธิสัตว์นะ”

“แต่ตอนนี้เจ้ามีข้าแล้ว ต่อไปห้ามเจ้ายุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนไหนอีก!

“ได้ ข้าจะไม่ยุ่งกับใครนอกจากเจ้า” เขารับปาก

“ไม่ว่ามนุษย์ หรือเซียน หรือปีศาจ”

“ไม่ว่าใครทั้งนั้น”

คำตอบของเขาทำให้หลิวเสี่ยวอิ๋งยิ้มอย่างพอใจ เยวี๋ยนหลี่เฉียงเห็นนางยิ้มก็อดไม่ได้ที่จะก้มลงผนึกริมฝีปากของนางด้วยจุมพิตที่เต็มไปด้วยความปรารถนา

“ในเมื่อข้ารับปากว่าจะไม่ยุ่งกับใครแล้ว เจ้าก็ควรเลิกปิดบังตัวเองจากข้ามิใช่หรือ” ชายหนุ่มถามขณะมองไปยังมือของหลิวเสี่ยวอิ๋งที่พยายามปิดบังเรือนร่างของตนจากสายตาของเขา

คนถูกถามรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที หญิงสาวหลุบตาลงต่ำไม่กล้ามองสบตาอีกฝ่าย เยวี๋ยนหลี่เฉียงยิ้มร้าย ก่อนดึงมือทั้งสองข้างของนางขึ้นมาพาดไว้บนคอของตน

“หลี่เฉียง!” หลิวเสี่ยวอิ๋งร้องอย่างตกใจ ในขณะที่เยวี๋ยนหลี่เฉียงกวาดสายตามองทั่วร่างขาวเนียนดั่งหยกงาม ราวกับพยายามค้นหาตัวตนของหญิงคนรัก

“ข้าไม่เคยปรารถนาผู้ใดมากเท่ากับเจ้ามาก่อน” เขาพูดขณะประทับริมฝีปากลงบนเรือนร่างงาม “ไม่เคยมีใครทำให้ข้าแทบคลุ้มคลั่งได้อย่างเจ้า”

หลิวเสี่ยวอิ๋งพูดไม่ออก นางเพิ่งตระหนักได้ในตอนนี้ว่าเยวี๋ยนหลี่เฉียงคือเยวี๋ยนหลี่เฉียง เขาหาใช่คนอ่อนโยนที่จะทำทุกอย่างด้วยความเชื่องช้า ค่อยเป็นค่อยไป ทุกสัมผัสของเขาร้อนจัด เร่งเร้า และเอาแต่ใจ แทบไม่ยอมผ่อนปรนให้นางแม้แต่น้อย แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังคงระวังไม่ทำให้นางต้องบอบช้ำ

ตลอดทั้งชีวิตของเยวี๋ยนหลี่เฉียง นอกจากเทพเสวี่ยฮวาแล้ว เขาไม่เคยรู้สึกอยากจะปกป้องใครหรืออะไร จนกระทั่งได้พบกับหลิวเสี่ยวอิ๋ง นางอาจไม่ใช่สตรีที่งดงามที่สุดที่เขาเคยพบเห็น แต่นางกลับทำให้เขาลุ่มหลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ความน่ารักสดใสและความมีชีวิตชีวาของนางเปลี่ยนแปลงจิตใจที่เย็นชาของเขาให้อบอุ่นโดยที่เขาไม่รู้ตัว

และเขาปรารถนาจะดูแลนางให้ดีที่สุด!

“หลี่เฉียง” หลิวเสี่ยวเรียกด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหอบ “ข้าจะตายอยู่แล้ว!

“ใครจะปล่อยให้เจ้าตายกัน” ชายหนุ่มหัวเราะ ก่อนก้มลงจุมพิตริมฝีปากที่แดงเรื่อด้วยฝีมือของเขา

“ข้าหายใจไม่ทัน”

“ทำบ่อย ๆ เดี๋ยวก็ทัน”

คำตอบข้าง ๆ คู ๆ ของเขาทำให้หลิวเสี่ยวอิ๋งอยากจะฆ่าสามีที่เพิ่งเข้าหอด้วยกันเป็นครั้งแรก หากนางหายใจไม่ออกจนตายเป็นผีเมื่อไหร่ นางสาบานว่าจะต้องกลับมาหักคอเขาแน่!

ไม่นานนัก เยวี๋ยนหลี่เฉียงก็พลิกร่างของหลิวเสี่ยวอิ๋งขึ้นมาอยู่บนกายแกร่งของตน หญิงสาวหวีดร้องเบา ๆ ดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างด้วยความตกใจ

“แบบนี้หายใจสะดวกขึ้นหรือไม่” ชายหนุ่มถามคนที่นอนอยู่บนอกของตน

“ข้า...” คนถูกถามทำหน้าไม่ถูกเมื่อต้องเป็นฝ่ายก้มลงมองหน้าเขาเช่นนี้

“ในเมื่อเจ้าหายใจสะดวกขึ้นแล้ว ข้าก็จะไม่เกรงใจอีกต่อไปแล้วนะ”

หลิวเสี่ยวอิ๋งกำลังจะเถียงว่า เขากล้าเรียกสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ว่าความเกรงใจหรือ แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยปากเถียง มือใหญ่ทั้งสองก็ประคองใบหน้าของนางไว้ แล้วมอบจุมพิตที่เต็มไปด้วยสัมผัสร้อนแรงราวกับจะแผดเผานางให้ตายทั้งเป็น

ไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไหร่ กว่าเยวี๋ยนหลี่เฉียงจะยอมหยุดพัก ภรรยา ของเขาหลับไปแทบจะในทันทีที่เขาปล่อยให้นางเป็นอิสระ ผิวกายของนางเปียกชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านางเหน็ดเหนื่อยเพียงใดที่ต้องรับมือกับเขา

“เด็กดีของข้า” เยวี๋ยนหลี่เฉียงจุมพิตหน้าผากเนียนเบา ๆ อย่างรักใคร่ ก่อนรั้งนางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด แล้วนอนหลับไปด้วยกันกับนางอย่างมีความสุข

มีนางอยู่ในอ้อมกอดเช่นนี้ ช่างดีเหลือเกิน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 290 ครั้ง

1,946 ความคิดเห็น

  1. #1920 JunjaoAoey (@minaru-chan) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2563 / 00:42

    อยากอ่านต่อออ
    #1920
    0
  2. #1919 Paweechayaorn Ammi (@0891624519) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 13:20
    อ้ายยยยยย รอน้า
    #1919
    0
  3. #1914 DaizyDuck (@DaizyDuck) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 21:12
    เกาะขอบเตียง😝
    #1914
    0
  4. #1913 Brave-loyal (@Brave-loyal) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 18:39

    เขินนน
    #1913
    0
  5. #1912 SHIROZERO (@ning10133) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 19:35
    แม่ไรท์ไปหักก้านมะยมมารอแล้วมั้งเนี่ย555555
    #1912
    0
  6. #1911 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 12:10
    ไรท์ทำผิดยิ่ง คืนเข้าหอมันควรแบ่งเป็นสองตอนนะรีดว่า
    #1911
    4
    • #1911-1 (@praepailin_na) (จากตอนที่ 18)
      26 เมษายน 2563 / 12:44
      จะรบกันสองตอนเลยเหรอ 55555 สงสารไป๋เฟิ่งกะเสี่ยวอิ๋งนาาาาา
      #1911-1
    • #1911-3 (@praepailin_na) (จากตอนที่ 18)
      26 เมษายน 2563 / 13:27
      แค่นี้ไม้เรียวในมือแม่ก็สั่นพั่บๆแล้ว 555555
      #1911-3
  7. #1910 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 02:59

    แหมๆ....แต่ละคนอดกลั้นกันมานาน.....

    #1910
    0
  8. #1909 fern17137 (@fern17137) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:12

    ร้อนเเรงกันมากเลยค่าา นึกภาพออกเลยอ่ะ
    #1909
    0
  9. #1908 FaiYani (@FaiYani) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 01:07
    อัพบ่อยน้าไรท์ ตามอยู่ง้าบบบบ
    #1908
    0
  10. #1642 failAM (@fai-lAM) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 16:09
    พูดแทรกไร้มารยาท เเถมยังเสนอความคิดที่ไม่ควรอีกสมควรตบปากซักหลายๆที555
    #1642
    1
  11. #1641 mesa0953 (@mesa0953) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 16:00
    เดี๋ยวนะ นางกำนัลมีสิทธิพูดแทรกเวลาเจ้านายคุยกันได้ด้วยหรอ? นี่ผ่านการคัดเลือกมาได้ไง ไร้การอบรมสิ้นดี ประจบประแจงเก่งจริง ไม่น่าให้ผ่านการคัดเลือกเข้าวังมารับใช้ใครได้เลยนะคะ ไร้การอบรมสั่งสอนมาก น่าตบปากให้ฟันหักเลือดกลบปากแล้วให้ไปเป็นนางกำนัลระดับล่างนะคะ เสี้ยมเก่งจริงๆ
    #1641
    1
  12. #1640 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:58
    อิเจ้หลี่นายเค้าคุยกันอย่าชี้นำ
    #1640
    2
  13. #1639 waaxq (@kwangbaby) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:51
    นางกำนัลสะเหร่อและไม่มีมารยาท กล้าพูดแทรกได้ไง มะโหห สั่งตบปากดีหรือไม่
    #1639
    2
  14. #1638 ยัยตัวขี้เกียจ (@phiaexo12) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:48
    นางกำนัล เสนอหน้าาาา -กกก ปากอยู่ไม่สุขเหรอ อยากปากแตกสินะ ทหารตบปากมัน 1000 ครั้ง จนกว่ามันจะตายยยย
    #1638
    1
  15. #1637 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:45

    ใครใช้ให้เจ้าพูดสอดแทรก นายเค้ากำลังคุยกัน ตบมะ

    #1637
    1
  16. #1636 zeromii (@zeromii) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:37
    เสนอหน้าแท้กำนัลลล ตบกันเถอะ แต่ไม่ต้องดีกว่า อิอ๋องมันก็มาด้วยนี่นาา
    #1636
    1
  17. #1634 CHERRINE.NY (@Sucha-Aticha) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 15:35
    ตบกันไหมนางกำนัล55555 /ยกเท้า
    #1634
    2