ภูตหงส์ขององค์ชาย

ตอนที่ 17 : บทที่17 สัมผัส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 233 ครั้ง
    16 เม.ย. 63

บทที่17 สัมผัส

 

            ตกดึกคืนนั้น ทั้งหย่งฉีและเยวี๋ยนหลี่เฉียงต่างก็ลอบเข้าตำหนักฉือหนิงเพื่อไปหาสตรีผู้เป็นที่รักของตน

หลิวเสี่ยวอิ๋งเริ่มจะเคยชินกับการได้เห็นเยวี๋ยนหลี่เฉียงโผล่เข้ามาทางหน้าต่างห้องของนางเสียแล้ว จะห้ามเขาก็คงไม่เชื่อ จะบ่นเขาก็คงไม่ฟัง นางจึงทำเพียงแค่ถอนหายใจ แล้วเรียกให้เขาลงนั่งดื่มชาที่เย็นชืดกับนาง

            “เจ้าแน่ใจหรือว่าพี่ห้าจะไม่ไปผิดห้องอีก” หลิวเสี่ยวอิ๋งถามอย่างเป็นกังวล “ที่นี่คือตำหนักฉือหนิงของไทเฮานะ ผิดพลาดแม้เพียงก้าวเดียวได้เป็นเรื่องใหญ่ไปทั้งวังแน่”

            “ยามนี้พลังเซียนของไป๋เฟิ่งรุนแรงถึงเพียงนั้น พี่ห้าของเจ้ามีหรือจะไม่รู้ว่านางอยู่ห้องไหน” เยวี๋ยนหลี่เฉียงตอบยิ้ม ๆ “พี่เจ้าเป็นศิษย์ของมหาเทพเหวินเต๋อเชียวนะ ต่อให้พลังเซียนของไป๋เฟิ่งมีน้อยกว่านี้ เขาก็สัมผัสได้อยู่ดี”

            “เพิ่งรู้ว่าท่านอาจารย์เหวินเต๋อสอนพวกเจ้ามาเพื่อให้ย่องเข้าห้องสตรี” หญิงสาวเอ่ยประชด

            “ข้ากลัวว่าสตรีของข้าจะคิดถึงหรอก จึงได้มาหา”

            หลิวเสี่ยวอิ๋งมองค้อนเยวี๋ยนหลี่เฉียง ทั้งที่กลั้นยิ้มแทบไม่อยู่

            “คืนนี้ข้าขอนอนด้วยได้หรือไม่” ชายหนุ่มถามเสียงเรียบ แต่กลับทำหลิวเสี่ยวอิ๋งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ

            “เจ้านี่ชักเอาใหญ่แล้วนะ!

            “พี่ห้าของเจ้ายังนอนกับไป๋เฟิ่งได้เลย แล้วเหตุใดข้าจะนอนกับเจ้าบ้างไม่ได้”

            “ก็ข้า...ข้า...” หลิวเสี่ยวอิ๋งอ้ำอึ้ง ไม่รู้ว่าควรตอบอะไรดี

            “กอดเจ้าข้าก็กอดมาแล้ว จูบเจ้าข้าก็จูบแล้ว ยังมีอะไรที่ทำไม่ได้อีก”

            “คนบ้า! ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดหรือ!” หลิวเสี่ยวอิ๋งตีแขนเยวี๋ยนหลี่เฉียง

            “ข้าพูดความจริงนี่”

            พูดจบ เยวี๋ยนหลี่เฉียงก็อุ้มหลิวเสี่ยวอิ๋งขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน หญิงสาวหวีดร้องเบา ๆ ด้วยความตกใจ ขณะถูกพาไปยังเตียงกว้างที่นางนอนคนเดียวมาตลอด

            “จากคำพูดของไทเฮาในวันนี้ อีกไม่นานเราคงต้องอยู่ด้วยกัน ซ้อมไว้ตั้งแต่วันนี้เลยไม่ดีหรือ” เยวี๋ยนหลี่เฉียงถามขณะวางร่างของหลิวเสี่ยวอิ๋งลงบนเตียง สองแขนค้ำอยู่ข้างกายนาง ในขณะที่เรือนร่างสูงใหญ่คร่อมอยู่เหนือร่างบอบบาง

            “เหตุใดเจ้าจึงไร้ยางอายเช่นนี้!

            “หากข้าไร้ยางอาย แล้วพี่ห้าของเจ้าไม่อย่างนั้นหรือ? เขานอนกับไป๋เฟิ่งมาตั้งกี่เดือนแล้ว”

            “นั่นไม่เหมือนกัน”

            “ไม่เหมือนอย่างไร”

            “พวกเขาอยู่ด้วยกันเพราะความจำเป็น”

            “เช่นนั้น เราก็อยู่ด้วยกันด้วยความจำเป็นบ้างสิ” เยวี๋ยนหลี่เฉียงพยายามคิดหาความจำเป็นที่ว่า “ข้าจำเป็นต้องอยู่กับเจ้า เพื่อปกป้องคุ้มครองเจ้า เหตุผลนี่ฟังดูเข้าท่าหรือไม่”

            “ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด” หลิวเสี่ยวอิ๋งเบ้ปากน้อย ๆ

            “เช่นนั้นก็เอาเป็น...” เยวี๋ยนหลี่เฉียงครุ่นคิด “ข้าจำเป็นต้องอยู่กับเจ้า เพื่อไม่ให้เจ้าคิดถึงข้าก็แล้วกัน”

            “บ้า!

            “จะไม่ให้นอนด้วยจริง ๆ หรือ” เยวี๋ยนหลี่เฉียงถามซ้ำ

            “จริง” หลิวเสี่ยวอิ๋งตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

            คนถูกปฏิเสธถอนหายใจเบา ๆ มีเค้าหงุดหงิดเล็กน้อย

            “รู้ไว้นะหลิวเสี่ยวอิ๋ง ข้าไม่เคยอดทนกับผู้หญิงคนไหนเช่นเจ้า” เยวี๋ยนหลี่เฉียงพูดด้วยน้ำเสียงเหนื่อยใจคล้ายกำลังบ่น

            “เช่นนั้น หลิวเหว่ยอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ เจ้าจะไปหาผู้หญิงคนอื่นก็ได้ แต่ไม่ต้องกลับมาหาข้าอีก!” หลิวเสี่ยวอิ๋งเริ่มไม่พอใจ และพยายามผลักเขาออกา

            “ไม่เอาหรอก” เยวี๋ยนหลี่เฉียงตอบ ดูเหมือนจะเริ่มอารมณ์ดีขึ้นมาบ้างเมื่อเห็นอาการหึงหวงแง่งอนนั้น “นับตั้งแต่ได้รู้จักกับเจ้า สตรีอื่นในสายตาข้าล้วนไม่มีความหมายอีกต่อ”

            “...”

“ข้ามีเจ้าคนเดียวก็พอแล้ว” ชายหนุ่มก้มลงกระซิบที่ข้างใบหูขาวสะอาด หลิวเสี่ยวอิ๋งยิ้มให้กับคำพูดหวานหูของเขา แล้วเบี่ยงตัวหลบสัมผัสจั๊กจี้จากอีกฝ่าย

“ไม่ให้นอนก็ไม่เป็นไร หลังแต่งงาน ข้ายังมีเวลาให้นอนกับเจ้าอีกทั้งชีวิตจริงไหม”

“อืม”

“ถึงเวลานั้น ต่อให้จักรพรรดิปีศาจมาขวาง ข้าก็จะไม่มีวันยอมแยกจากเจ้าอีกต่อไป”

 

            ทางด้านของหย่งฉี การลอบเข้าห้องหญิงงามครั้งนี้ของเขานั้นมาได้ถูกห้อง ทั้งที่เขาเองก็ไม่ทราบว่านางอยู่ห้องใด เยวี๋ยนหลี่เฉียงบอกกับเขาว่า พลังเซียนของไป๋เฟิ่งรุนแรงยิ่งนัก ให้เขาตามสัมผัสพลังนั้นไป เดิมทีเขาไม่เข้าใจคำนี้นัก จนกระทั่งเข้ามาในตำหนักฉือหนิง เขารู้สึกได้ถึงไป๋เฟิ่ง รู้สึกถึงตัวตนของนาง จึงตัดสินใจเดินตามความรู้สึกนั้นไป

แล้วเขาก็ตามนางมาได้ถูกจริง ๆ !

            “คิดอยู่แล้วว่าท่านต้องมา” ไป๋เฟิ่งยิ้มเมื่อเห็นหย่งฉีลอบเข้ามาทางหน้าต่าง ไม่เหลือภาพสุภาพบุรุษอันดับหนึ่งของต้าชิงเลยสักนิด

            “ข้าต้องมาอยู่แล้ว” หย่งฉีตอบขณะหันไปปิดหน้าต่าง “ใครจะคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิต ข้าต้องลอบเข้าตำหนักฉือหนิง”

            “ดื่มชาสักหน่อยดีหรือไม่เพคะ จะได้คุยกัน”

            “เจ้ามีเรื่องจะคุยกับข้าหรือ?”

            “เพคะ” ไป๋เฟิ่งเดินนำไปที่โต๊ะ แล้วรินชาที่ยังอุ่นอยู่ส่งให้หย่งฉี ก่อนจะรินให้ตัวเองบ้าง

            “หม่อมฉันได้ความทรงจำกลับคืนมาครบแล้ว” หญิงสาวเล่า หย่งฉีนิ่งไปเล็กน้อย

            “เช่นนั้น เจ้าก็หาใช่ภูตสาวแสนซื่อคนเดิมของข้าอีกต่อไปแล้วสินะ” องค์ชายห้ายิ้มเศร้า ทว่าไป๋เฟิ่งกลับส่ายหน้าช้า ๆ

            “หม่อมฉันก็คือหม่อมฉัน ไม่ว่าหม่อมฉันจะเป็นภูตหงส์หรือจักรพรรดินี หม่อมฉันก็คือไป๋เฟิ่งของท่านเสมอ เพียงแค่ยามนี้อาจจะรู้เรื่องรู้ความมากกว่าเมื่อก่อนนิดหน่อย” นางกล่าว “แต่ก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่เกี่ยวกับมนุษย์ที่หม่อมฉันยังไม่เข้าใจ ฉะนั้น องค์ชายโปรดวางใจ สิ่งใดที่หม่อมฉันเคยไม่รู้ บัดนี้ก็ยังไม่รู้ ยังมีเรื่องอีกมากมายในแดนมนุษย์ให้ท่านต้องสอน หากจะกล่าวว่าหม่อมฉันเป็นภูตหงส์คนเดิมก็คงไม่ผิด”

            “เช่นนั้น ข้าควรจะเริ่มสอนเจ้าจากเรื่องอะไรดี” องค์ชายห้าแสร้งทำเป็นครุ่นคิด แต่แววตากลับเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ “จักรพรรดินีของข้า รู้หรือไม่ว่าความใกล้ชิดของมนุษย์ชายหญิงนั้นเป็นเช่นไร”

            “เป็นเช่นที่เราเป็นกันอยู่ทุกวันนี้ใช่หรือไม่เพคะ” คำตอบกับแววตาที่ใสซื่อนั้นเองที่ทำให้หย่งฉีมั่นใจว่านางยังคงเป็นไป๋เฟิ่งคนเดิมของเดิม

            “มนุษย์เราใช้การสัมผัส แสดงความรักใคร่ผูกพัน” มืออุ่นขององค์ชายเอื้อมไปสัมผัสแก้มของไป๋เฟิ่ง “บางครั้งก็สัมผัสด้วยมือ แต่บางครั้ง...”

            หย่งก้มลงจูบแก้มไป๋เฟิ่ง “บางครั้งก็สัมผัมด้วยริมฝีปาก”

            “องค์ชายเคยสัมผัสหม่อมฉันแล้วทั้งสองแบบ”

            “แต่ก็สัมผัสเพียงแค่ผิวเผิน” ชายหนุ่มกระซิบ “ยังมีสัมผัสที่ลึกซึ้งกว่านั้นอีกมาก”

            น้ำเสียงของเขาแหบพร่ามากขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมกับที่มือใหญ่เลื่อนจากใบหน้าของไป๋เฟิ่งลงมาที่ลำคอของนาง

            “ยิ่งใกล้ก็ยิ่งลึกซึ้ง ยิ่งลึกซึ้งก็ยิ่งผูกพัน” มือขององค์ชายห้าเลื่อนต่ำลงมาจนถึงไหล่ลาดบอบบาง ก่อนจะเลื่อนไปสัมผัสแผ่นหลังของหญิงสาวผ่านเสื้อชั้นกลาง แล้วลูบไล้แผ่วแบ่วไปทั่วทั้งแผ่นหลังของนาง

            ไป๋เฟิ่งใจเต้นแรง แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธสัมผัสใดจากหย่งฉี นางรู้ว่าเขารักนาง และนางก็รักเขา หากเขาบอกว่าการสัมผัสเหล่านี้คือการแสดงความรักใคร่ผูกพันของมนุษย์ นางก็ยินยอมให้เขาสัมผัสแต่โดยดี

            “แล้วหม่อมฉันต้องสัมผัสองค์ชายแบบเดียวกันหรือไม่” ไป๋เฟิ่งถามเสียงแผ่ว

            “เอาสิ” หย่งฉีตอบ อยากรู้เช่นกันว่านางจะทำอย่างไร

            ไป๋เฟิ่งเริ่มสัมผัสแก้มของหย่งฉี ลูบไล้ลงมาตามลำคอดังที่เขาทำกับนาง ก่อนจะเลื่อนมือไปลูบไล้ตามแผ่นหลังของเขา จนเรือนกายด้านหน้าของนางแนบชิดไปกับแผงอกกว้างของหย่งฉี

            หย่งฉีใจเต้นรัว มือของไป๋เฟิ่งช่างซุกซนกว่าที่เขาคิด นางปัดป่ายมือเล็กไปทั่วอย่างเชื่องช้า ร่างกายที่แนบชิดกันทำให้เขาได้กลิ่นหอมจากกายนาง ยิ่งใกล้ก็ยิ่งหลงใหล และองค์ชายห้าก็รู้ตัวดีว่าจะปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว หาไม่ เขากับนางคงได้เข้าหอกันก่อนวันแต่งงานเป็นแน่

            “พอก่อน ภูตน้อยของข้า” หย่งฉีพูดเสียงแผ่ว

            “องค์ชายไม่ชอบหรือเพคะ” ไป๋เฟิ่งถาม สีหน้าดูผิดหวังไม่น้อย

            “ใครว่าล่ะ” มืออุ่นลูบไล้ผิวแก้มบอบบางของนาง “เพราะว่าข้าชอบต่างหาก จึงได้บอกให้เจ้าหยุด”

            “หม่อมฉันไม่เข้าใจ”

            “เกรงว่าหากเจ้าไม่หยุดตอนนี้ ข้าเองก็คงหยุดไม่ได้อีกแล้ว” หย่งฉียิ้ม ก่อนจะจับมือทั้งสองข้างของไป๋เฟิ่งมาประสานกันไว้ด้านหน้า “เรื่องราวต่อจากนี้ เก็บไว้ให้เป็นเรื่องในวันเข้าหอของเราก็แล้วกัน”

            ไป๋เฟิ่งยิ้มตอบ “เพคะ องค์ชายว่าอย่างไร หม่อมฉันก็ว่าอย่างนั้น”

            “เด็กดีของข้า” เขาลูบศีรษะไป๋เฟิ่งอย่างเอ็นดู “ข้าคงต้องไปแล้ว ที่นี่เป็นตำหนักฉือหนิงของไทเฮา ข้าอยู่นานไม่ได้ จะแอบขโมยเจ้าไปก็ไม่ได้ หากไทเฮาทรงทราบ เจ้าอาจถูกตำหนิได้”

            องค์ชายห้าพูดไปก็ถอนหายใจไป

            “คืนนี้ไม่มีเจ้าอยู่ข้างกาย ไม่รู้ว่าข้าจะนอนหลับหรือไม่”

            “หลับสิเพคะ” ไป๋เฟิ่งยิ้มจาง ๆ “องค์ชายต้องรีบนอนให้หลับ แล้วตื่นแต่เช้ามาหาหม่อมฉันพรุ่งนี้”

            “เดี๋ยวร้ายใหญ่แล้วนะ” หย่งฉีบีบจมูกไป๋เฟิ่ง หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ

            “ฝันดีนะเพคะ องค์ชายของหม่อมฉัน” ไป๋เฟิ่งจุมพิตหย่งฉีที่แก้มเบาขณะบอกลา

            “ฝันดีเช่นกัน ภูตน้อยของข้า” ชายหนุ่มตอบ ก่อนประทับริมฝีปากลงบนริมฝีปากนุ่มของไป๋เฟิ่ง

            ไป๋เฟิ่งรู้ว่าใจสั่นไหว หย่งฉีขยับปากเบา ๆ คล้ายผีเสื้อที่กำลังขยับปีกอยู่บนกลีบหอมหวานของบุปผางาม มันเป็นสัมผัสที่นุ่มนวล อ่อนโยน แต่กลับให้ความรู้สึกอุ่นร้อนไปทั่วทั้งกาย หย่งฉียิ่งจูบก็คล้ายกับจะยิ่งหยุดไม่ได้ สัมผัสที่อ่อนโยนในคราแรกเริ่มหนักหน่วงขึ้น เร่งเร้ามากขึ้น กระทั้งองค์ชายห้ารู้สึกตัวว่า หากยังไม่ยอมหยุดเพียงเท่านี้ เขาคงจะหยุดไม่ได้อีกแล้ว

            หย่งฉีละริมฝีปากออกมาอย่างแสนเสียดาย ชายหนุ่มกอดไป๋เฟิ่งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนลุกไปที่หน้าต่างโดยมีไป๋เฟิ่งเดินตามมาส่งด้วยรอยยิ้ม

            “เจอกันพรุ่งนี้”

            “เพคะ”

            ว่าแล้วหย่งฉีก็กระโดดออกจากห้องของไป๋เฟิ่ง โดยไม่ลืมไปลากตัวเยวี๋ยนหลี่เฉียงที่อยู่กับหลิงเสี่ยวอิ๋งให้กลับตำหนักไปด้วยกัน หาไม่แล้ว ศิษย์พี่ของเขาคงไม่ยอมปล่อยหลิวเสี่ยวอิ๋งไปง่าย ๆ ดังเช่นที่เขายอมปล่อยไป๋เฟิ่งเป็นแน่

 

            เมื่อกลับมาถึงตำหนัก ทั้งศิษย์พี่และศิษย์น้องต่างก็มานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ด้วยกัน ต่างฝ่ายต่างสลับกันถอนหายใจไปมาอย่างเหนื่อยหน่าย คิดถึงอ้อมกอดและสัมผัสจากสตรีผู้เป็นที่รักยิ่งนัก

            “เหตุใดข้าจึงดึงดันไม่พาไป๋เฟิ่งกลับมาที่ตำหนักด้วยนะ” หย่งฉีบ่นออกมาอย่างหงุดหงิด

            “เหตุใดข้าจึงไม่ดื้อด้านนอนกับเสี่ยวอิ๋งที่ห้องของนางมันรู้แล้วรู้รอด” เยวี๋ยนหลี่เฉียงเองก็หงุดหงิดไม่แพ้หย่งฉี

            ทั้งสองหันมามองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาอีกครั้ง

            “ถ้าเสี่ยวอิ๋งแต่งงานกับเจ้า แล้วพวกเจ้าจะไปอยู่ที่ไหนกัน” หย่งฉีถาม “คงไม่ใช่แดนปีศาจหรอกนะ”

            “ลืมแล้วหรือว่าข้าเกือบจะฆ่าจักรพรรดิปีศาจไปเมื่อมานานมานี้” เยวี๋ยนหลี่เฉียงถามกลับ “ข้าว่าจะหาบ้านสักหลังในปักกิ่งนี่แหละ เสี่ยวอิ๋งรักไทเฮามาก นางคงไม่อยากจากไทเฮาไปไหน”

            “อืม”

            “แล้วเจ้าล่ะ จะให้ไป๋เฟิ่งอยู่ด้วยกันในวังหรือ”

            “หลังแต่งงานข้าคงต้องย้ายออกไปอยู่นอกวัง” หย่งฉีตอบ “อยู่ในวัง กฎระเบียงเคร่งครัด ข้าไม่อยากให้ไป๋เฟิ่งต้องใช้ชีวิตอยู่กับกฎระเบียบพวกนั้น”

            “หากเจ้าได้เป็นรัชทายาทขึ้นมาเล่า”

            “ไม่ล่ะ” หย่งฉีปฏิเสธ “ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้”

            “แต่ดูเหมือนฮ่องเต้จะอยากให้เจ้าเป็นนะ”

            “ข้ารู้ แต่สุดท้ายแล้ว ข้าก็ไม่ใช่คนที่จะขึ้นเป็นฮ่องเต้หรอก”

            “เพราะอะไร”

            “เพราะนั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าปรารถนา” หย่งฉีตอบ “ข้าใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางการต่อสู้แย่งชิงอำนาจมาทั้งชีวิต ข้าไม่อยากให้ลูกข้าต้องใช้ชีวิตเช่นนั้น”

            เยวี๋ยนหลี่เฉียงพยักหน้ารับด้วยความเข้าใจ ตัวเขาเองก็เติบโตมาท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจในหมู่พี่น้อง หากเลือกได้ เขาเองก็ไม่ปรารถนาจะให้บุตรของตนต้องใช้ชีวิตเยี่ยงนั้นเช่นกัน

            “ข้าว่า เราแยกย้ายกันไปนอนดีกว่า” หย่งฉีลุกขึ้นยืน “พรุ่งนี้ข้ากับเจ้าต้องไปเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเรื่องของไป๋เฟิ่งและเสี่ยวอิ๋ง”

            “อืม” เยวี๋ยนหลี่เฉียงลุกขึ้นยืนตาม

            “หลังเข้าเฝ้าเสด็จพ่อเสร็จ เราจะไปหาพวกนางด้วยกัน”

 

            เช้าวันต่อมา ทั้งหย่งฉีและเยวี๋ยนหลี่เฉียงต่างพากันไปเข้าเฝ้าฮ่องเต้ที่ประทับอยู่กับลิ่งเฟย พร้อมทั้งบอกเล่าเรื่องที่พวกเขาไปเข้าไทเฮาเมื่อวานให้เฉียนหลงทรงทราบ

เมื่อผู้เป็นบิดาได้ยินว่าทั้งโอรสและองครักษ์บุกไปเข้าเฝ้าไทเฮาถึงพระตำหนักเพื่อกราบทูลความจริงเกี่ยวกับหญิงคนรัก อีกทั้งองค์ชายห้ายังถูกไทเฮายึดตัวไป๋เฟิ่งไปไว้ที่ตำหนักฉือหนิง ทั้งเฉียนหลงและลิ่งเฟยต่างก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน

“ที่ไทเฮาให้ไป๋เฟิ่งไปอยู่ที่ตำหนักฉือหนิงด้วย แสดงว่าต้องทรงเอ็นดูนางอยู่ไม่น้อย หาไม่ ป่านนี้คงส่งนางไปอยู่กับฮองเฮาแทนแล้ว” เฉียนหลงรับสั่งด้วยรอยยิ้ม “เด็กอย่างไป๋เฟิ่ง ใครอยู่ด้วยก็คงเอ็นดูทั้งนั้น วันหน้าเจ้าก็พานางมารู้จักกับลิ่งเฟยบ้างสิ”

“พ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ แล้วหม่อมฉันจะพามา” หย่งฉีรับปาก

“วันนี้หม่อมฉันตั้งใจจะเข้าไปถวายพระพรไทเฮาอยู่แล้ว หากมีโอกาสได้เจอนาง หม่อมฉันจะทำความรู้จักเอาไว้” ลิ่งเฟยกล่าว

“แล้วเจ้าจะชอบนาง” เฉียนหลงพูดพลางจิบชาเหลียนเฉียวที่ทรงโปรด “เด็กคนนี้ไม่เหมือนใคร ท่าทางซื่อ ๆ จริงใจ แต่บางครั้งก็กล้าหาญอย่างไม่น่าเชื่อ นางนี่แหละที่ข้าเล่าให้เจ้าฟังว่าเคยลุกขึ้นยืนขวางลูกธนูให้ข้า”

“ที่แท้เป็นเด็กคนนี้นี่เอง” ลิ่งเฟยพยักหน้า

“ไป๋เฟิ่งไม่ค่อยรู้ความเท่าไรนัก วันหน้าหม่อมฉันอาจต้องรบกวนพระชายาช่วยสอนอะไรหลาย ๆ อย่างให้นาง” หย่งฉีว่า

“หากมีอะไรที่หม่อมฉันสอนได้ หม่อมฉันต้องช่วยอย่างแน่นอนเพคะ”

ได้ยินลิ่งเฟยพูดเช่นนี้ หย่งฉีก็รู้สึกเบาใจไม่น้อย ในตำหนักใน ลิ่งเฟยคือผู้ที่อ่อนโยนและพระทัยดีที่สุด อีกทั้งนางเป็นผู้ที่เฉียนหลงโปรดมากกว่าใคร หากมีนางคอยดูแลไป๋เฟิ่ง เรื่องอื่นก็คงไม่มีอะไรน่าห่วง

“ว่าแต่เจ้าเถอะองครักษ์เหยียน” เฉียนหลงหันมาหาเยวี๋ยนหลี่เฉียง “ข้าส่งเจ้าไปเป็นองครักษ์ให้โอรสข้า ไฉนเจ้าจึงไปรักกับธิดาบุญธรรมของข้าได้เล่า”

“องค์หญิงเพ่ยหลิงเป็นสตรีอ่อนโยน ไม่ว่าใครที่ได้พบเห็นก็ล้วนแต่เกิดความชื่นชม นับเป็นวาสนาของกระหม่อมที่องค์หญิงทรงเลือกพ่ะย่ะค่ะ”

เฉียนหลงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกพอใจไม่น้อย หย่งฉีเคยเล่าให้พระองค์ฟังว่าองครักษ์เหยียนผู้นี้ แท้จริงมีสายเลือดของเซียนอยู่ครึ่งหนึ่ง แต่กลับถ่อมตน ไม่ถือตัวว่าอยู่สูงกว่าหลิวเสี่ยวอิ๋งที่เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาเดินดินแม้แต่น้อย

“ข้าว่าข้าไปปรึกษากับไทเฮาเรื่องฤกษ์แต่งงานของพวกเจ้าทั้งสองคนน่าจะดี ขืนปล่อยเวลาให้เนิ่นนานออกไป เกรงว่าไม่ช้าไม่นาน อาจมีคนลอบเข้าตำหนักฉือหนิง”

หย่งฉีกับเยวี๋ยนหลี่เฉียงมุมปากกระตุก ทำหน้าไม่ถูกไปครู่หนึ่ง หากฮ่องเต้ทรงทราบว่าพวกเขาลอบเข้าไปตำหนักฉือหนิงมาแล้ว ทั้งยังไม่เพียงเข้าพบหญิงคนรัก แต่ยังมีสัมผัสลึกซึ้งที่ติดตรึงอยู่ในใจจนถึงบัดนี้ พระองค์จะทรงว่าอย่างไร ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงไทเฮา หากทรงทราบเรื่องนี้เข้า มีหวังทั้งองค์ชายห้าและองครักษ์เหยียนคงได้ถูกคุมเข้มอยู่แต่ในตำหนัก หรือไม่ ไทเฮาก็อาจจะให้นางกำนัลอาวุโสมานอนเฝ้าไป๋เฟิ่งกับหลิวเสี่ยวอิ๋งเลยก็เป็นได้

แต่ต่อให้ทำจริง พวกเขาก็หาได้เดือดร้อนแต่อย่างใด

แค่ถูกคุมตัวในตำหนัก ฝีมือระดับหย่งฉีกับเยวี๋ยนหลี่เฉียงมีหรือจะหนีออกมาไม่ได้ แค่ให้นางกำนัลอาวุโสมาเฝ้าหญิงคนรัก มีหรือที่หลิวเหว่ยอ๋องแห่งแดนปีศาจจะไม่รู้วิธีจัดการ

ว่าแล้วศิษย์พี่กับศิษย์น้องทั้งสองก็ลอบมองหน้าแล้วยิ้มให้กันอย่างเจ้าเล่ห์ ต่างฝ่ายต่างรู้ความหมายในรอยยิ้มนั้นดี

ต่อให้เป็นไทเฮาก็มิอาจห้ามไม่ให้พวกเขาพบเจอกับหญิงคนรักได้!

 

เฉียนหลง ลิ่งเฟย หย่งฉี และเยวี๋ยนหลี่เฉียง มาเข้าเฝ้าไทเฮาที่ตำหนักฉือหนิง ดังเช่นที่ไทเฮาทรงคาดการณ์เอาไว้

ทันทีที่เข้าไปถึงที่ประทับของไทเฮา ทุกคนต่างก็แปลกใจที่ได้เห็นไป๋เฟิ่งนั่งคุกเข่าอยู่ข้างกายไทเฮา สองมือวางอยู่บนตักของพระนางด้วยท่าทางออดอ้อน ในขณะที่ไทเฮาเองก็วางพระหัตถ์ข้างหนึ่งลงบนศีรษะของไป๋เฟิ่ง ในขณะที่พระหัตถ์อีกข้างวางอยู่บนมือของหญิงสาว ส่วนหลิวเสี่ยวอิ๋งก็ยืนอยู่ข้างไทเฮา ใบหน้าของนางประดับด้วยรอยยิ้มสดใส

เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้เสด็จมา ทุกคนก็รีบถวายคำนับฮ่องเต้ จากนั้นผู้ที่มาใหม่จึงถวายพระพรไทเฮาที่กำลังยิ้มแย้มอย่างสำราญพระทัย

“ทำอะไรกันอยู่หรือพ่ะย่ะค่ะเสด็จแม่” เฉียนหลงถามขณะเดินไปนั่ง โดยมีลิ่งเฟยตามไปยืนอยู่ข้างพระวรกาย

“แม่กำลังเลือกเครื่องประดับให้ไป๋เฟิ่ง แต่เด็กคนนี้มักน้อย อยากได้เพียงหยกประดับชิ้นเดียว แม่กับเสี่ยวอิ๋งจึงช่วยกันเลือกอย่างอื่นเพิ่มให้นางอยู่”

“อะไรกันไป๋เฟิ่ง เจ้ากำลังจะเป็นชายาอ๋อง จะมีเครื่องประดับติดกายเพียงหยกประดับได้เยี่ยงไร” เฉียนหลงพูดยิ้ม ๆ

“ชายาอ๋องหรือพ่ะย่ะค่ะ” หย่งฉีถามอย่างงุนงง เฉียนหลงมองโอรสที่ทรงรักที่สุดด้วยรอยยิ้ม

“เดิมทีข้าคิดจะแต่งตั้งเจ้าเป็นรัชทายาท แต่ในเมื่อเจ้าไม่อยากเป็น ข้าก็ไม่อยากบังคับ หวังว่าเจ้าคงจะไม่ปฏิเสธตำแหน่งชินอ๋องที่ข้าจะมอบให้อีกนะ” เฉียนหลงว่า “ข้าขอแต่งตั้งให้เจ้าเป็น หรงชินอ๋อง’* นับจากวันนี้เป็นต้นไป”

หย่งฉีรีบคุกเข่าลงแทบพื้น

“เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ ขอเสด็จพ่อทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น ๆ ปี”

ทุกคนต่างยิ้มออกมาด้วยความยินดี บัดนี้ตำแหน่งของหย่งฉีสูงสุดเหนือองค์ชายองค์ใด เป็นรองเพียงรัชทายาทที่ยังไม่มีการแต่งตั้งเท่านั้น

“เรื่องตำหนักอ๋อง ข้าจะให้คนเร่งจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยทันพิธีแต่งงานเจ้ากับไป๋เฟิ่ง ส่วนเยวี๋ยนหลี่เฉียง เมื่อเจ้าแต่งกับลูกข้าก็เท่ากับเป็นราชบุตรเขย ข้าจะหาจวนที่อยู่ใกล้วังหลวงให้มากที่สุด เสี่ยวอิ๋งจะได้เข้าวังได้สะดวก”

“เป็นพระกรุณาพ่ะย่ะค่ะ” เยวี๋ยนหลี่เฉียงคุกเข่าลงข้างหย่งฉี

ไป๋เฟิ่งและหลิวเสี่ยวอิ๋งหันมายิ้มให้คนรัก และได้รับรอยยิ้มตอบกลับมา อีกไม่นาน พวกเขาก็จะไม่ต้องแยกจากกันอีก ไม่จำเป็นต้องลอบพบกัน แต่สามารถอยู่ด้วยกันได้อย่างเปิดเผยและถูกต้องตามประเพณีปฏิบัติ

อีกเพียงไม่นานเท่านั้น...

 

*ตามประวัติศาสตร์ สองปีหลังจากองค์ชายห้าช่วยชีวิตฮ่องเต้เฉียนหลงไว้จากเหตุการณ์เพลิงไหม้พระราชวังฤดูร้อนเก่า จึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหรงชินอ๋อง แต่เนื่องจากเป็นระยะเวลาที่ค่อนข้างยาวนาน ในเรื่องนี้จึงขอเลื่อนระยะเวลาการแต่งตั้งให้องค์ชายห้าขึ้นเป็นหรงชินอ๋องให้เร็วขึ้น เพื่อไม่ให้เนื้อห้ายืดเยื้อค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 233 ครั้ง

1,946 ความคิดเห็น

  1. #1904 Guitar4314 (@Guitar4314) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:11
    ชอบบ มากค่ะ สนุก
    #1904
    0
  2. #1902 sweetpeony2 (@sweetpeony) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 01:28
    คนจีนสมัยเฉียนหลงเรียกเมืองหลวงว่าปักกิ่งด้วยหรือคะ นึกว่าปีกกิ่งเป็นคำเรียกแบบไทยนะนี่
    #1902
    0
  3. #1899 Brave-loyal (@Brave-loyal) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 เมษายน 2563 / 09:33

    ชอบเรื่องนี้มี้กร็ดความรู้ด้วย
    #1899
    0
  4. #1898 หมี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 19:05

    ขำได้ลางๆว่ามีคนโดนมอมเหล้าวันเข้าหอ แต่ลืมละว่าใคร 555

    #1898
    1
    • #1898-1 หมี (จากตอนที่ 17)
      17 เมษายน 2563 / 19:07
      จำ****
      #1898-1
  5. #1897 Saminmime (@Saminmime) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 09:22

    รอนะค่ะไรท์
    #1897
    0
  6. #1896 Sweetsmile2557 (@Sweetsmile2557) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 02:53

    ขอบคุณที่แทรกเกร็ดความรู้มาให้ด้วยนะคะ ^_^

    #1896
    0
  7. #1895 JOYNER (@JOYNER) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:33
    หมั่นเขี้ยวสองศิษย์พี่น้องนี่นัก
    #1895
    0
  8. #1894 หญ้าคัน (@hkPj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 19:50
    ขอบคุณที่ไรท์กลับมาอัพเรื่องนี่ค่าาา ฮืออ คิดถึงเรื่องนี้มาก ชอบหนูเฟิ่ง
    #1894
    0
  9. #1893 DaizyDuck (@DaizyDuck) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 17:21
    หวังว่าคงไม่มีใครมาขัดขวางอีกน้า ได้คู่กันแล้ว
    #1893
    0
  10. #1892 lhunsal (@lhunsal) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 16:15
    ขอบคุณค่ะ
    #1892
    0
  11. #1415 0905595646 (@0905595646) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:31
    ขอแสดงความเสียใจด้วยน่ะค่ะ
    #1415
    0
  12. #1414 nnnapich (@nnnapich) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    เสียใจด้วยนะคะ
    #1414
    0
  13. #1413 phetyok (@phetyok) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ
    #กอดแน่น
    #1413
    0
  14. #1412 Cat.aholic (@Piano21) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    แสดงความเสียใจด้วยนะคะ
    #1412
    0
  15. #1411 Peak25451234 (@Peak25451234) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    เสียใจด้วยนะคะ สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้ไม่ต้องรีบมาอัพก็ได้ค่ะเราเข้าใจค่ะ❤️????🏻
    #1411
    0
  16. #1410 Wiriya Suriyathanawong (@gife-wiriya01) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    เสียใจด้วยนะคะ สบายใจเมื่อไรค่อยกลับมาอัพค่ะ รอได้เสมอนะคะ
    #1410
    0
  17. #1409 portzjan (@portzjan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    เสียใจด้วยนะคะ
    #1409
    0
  18. #1408 p๋ngpAng (@pang232) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ RIP
    #1408
    0
  19. #1407 k_kanni (@ksangkla) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    เป็นกำลังใจให้นะค่ะไรท์✌️✌️
    #1407
    0
  20. #1406 g_twrx (@gloyexoshidae) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 13:30
    สู้ๆนะคะ
    #1406
    0