ภูตหงส์ขององค์ชาย

ตอนที่ 1 : บทที่1 ไป๋เฟิ่ง ( รีไรท์ )

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,383
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,396 ครั้ง
    17 ก.พ. 63

ขออนุญาตคุยก่อนเข้าเนื้อหานิดนึงนะค้าาาาา

เนื้อหาเรื่องนี้อิงประวัติศาสตร์บ้างเล็กน้อย

เพราะเรามีความชื่นชมในตัวองค์ชายห้าหย่งฉี

หรือ หรงฉุนชินอ๋อง เป็นการส่วนตัว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นตามจินตนาการของผู้แต่ง

ไม่ได้มีเจตนาลบหลู่บุคคลในประวัติศาสตร์แต่อย่างใด


และเนื่องจากว่าต้องชี้แจงเรื่องชื่อตัวละครหลายครั้งแล้ว

ว่าทำไมเหมือนชื่อตัวละครในองค์หญิงกำมะลอ

เลยจะขออนุญาตอธิบายก่อนเข้าเรื่องว่า

ในเรื่องนี้จะมีเนื้อหาส่วนที่อิงประวัติศาสตร์ในรัชสมัยของฮ่องเต้เฉียนหลง

ชื่อตัวละครที่ใช้ มีหลายชื่อที่เป็นชื่อของผู้ที่มีตัวตนอยู่จริง เช่น

ฮ่องเต้เฉียนหลง ไทเฮาเซี่ยวเชิ่งเซี่ยน

องค์ชายห้าหย่งฉี เซียงเฟย ลิ่งเฟย

ซึ่งเป็นชื่อเดียวกับตัวละครจากเรื่ององค์หญิงกำมะลอ

ทั้งนี้เป็นการอ้างอิงชื่อบุคคลที่เคยมีตัวตนอยู่จริง

ไม่ได้ก๊อปปี้องค์หญิงกำมะลอมานะคะ

เนื้อหาไม่เหมือนกัน เป็นคนละแนวกันเลยค่า^^


~~~


บทที่1 ไป๋เฟิ่ง

 

            ขนนกสีขาวมันวาวราวไข่มุกล้ำค่าปลิดปลิวจากร่างสีขาวบริสุทธิ์ ล่องลอยไปตามแรงลม ขณะที่เจ้าของร่างกำลังพยายามเป็นอย่างยิ่งที่จะหนีเอาชีวิตรอดจากการตามล่าของปีศาจร้าย!

ร่างใหญ่ยักษ์สีเขียวคล้ำ ใบหน้าเหี้ยมโหดดุดัน กำลังไล่ล่าหงส์ขาวตัวหนึ่งที่ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยบาดแผล หงส์น้อยพยายามบินให้เร็วที่สุดเท่าที่กำลังปีกทั้งสองข้างจะนำพาไปได้ เบื้องหลังของนางคือมหันตภัยร้าย มันคือสิ่งมีชีวิตต่ำทรามที่สุดที่เคยมีบนโลกใบนี้

และมันกำลังตามไล่ล่านาง!

จากท้องฟ้า หงส์น้อยร่อนลงต่ำ ก่อนจะกลายร่างเป็นมนุษย์ในชุดขาวที่ปกคลุมด้วยขนสีขาวไข่มุก แล้วออกวิ่งด้วยสองเท้าเปลือยเปล่า แม้พื้นดินที่เต็มไปด้วยก้อนกรวดจะทำให้นางรู้สึกเจ็บ แต่ความเจ็บนี้ก็มิอาจเทียบได้กับบาดแผลบนร่างกาย ไป๋เฟิ่ง จึงอดทนข่มความเจ็บ แล้ววิ่งไปเบื้องหน้าโดยไม่แม้แต่จะเหลียวกลับไปมองหลัง

“ภูตไป๋เฟิ่ง!” เสียงคำรามของปีศาจร้ายดังก้องฟ้า สะเทือนลงมาถึงผืนปฐพี เมื่อจู่ ๆ ผู้ที่มันกำลังไล่ตาม กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับอากาศธาตุ

ปีศาจร่างใหญ่ยักษ์ ผิวสีโคลน รูปร่างหน้าตาดุดัน ได้รับคำสั่งจากผู้เป็นนายมาตามล่าภูตหงส์ขาว ผู้มีหน้าที่ดูแลฝูงหงส์บนผืนปฐพี พลังภูตคือสิ่งเดียวที่ทำให้มันสามารถตามไล่ล่าภูตไป๋เฟิ่งได้ แต่แล้วพลังที่ว่านั้นก็กลับอันตรธานหายไปพร้อมกับร่างสีขาวไข่มุก ราวกับสิ่งที่มันไล่ตามมาตลอดเป็นเพียงภาพมายา โดยภูตไป๋เฟิ่งไม่เคยเหยียบย่างผ่านมาบริเวณนี้

แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร!

ปีศาจร้ายยังคงบินวนเวียนค้นหาไป๋เฟิ่ง ส่วนภูตสาวที่ถูกตามล่าก็กำลังวิ่งหนีจากความตายอยู่เบื้องล่าง นางสะกดพลังภูตของตนไว้ แล้วกลายร่างเป็นมนุษย์ธรรมดา เพื่อมิให้หลงเหลือพลังภูตที่เปรียบเสมือนตัวล่อให้พวกปีศาจมุ่งตรงมาหานาง

กิ่งไม้น้อยใหญ่ขีดข่วนขัดขวางเส้นทางการหลบหนีของไป๋เฟิ่ง แม้แต่บนพื้นก็เต็มไปด้วยเศษหินและเศษไม้ที่ทิ่มตำเท้าบอบบาง นางไม่เคยต้องเหยียบย่ำอะไรเช่นนี้มาก่อน แต่กระนั้น นางก็ไม่คิดที่จะหยุดวิ่ง เพราะนั่นอาจหมายถึงชีวิต

ภูตสาวเหลียวมองไปข้างหลังทั้งที่ยังวิ่งอยู่ ด้วยใจหวาดหวั่นว่าจะมีสิ่งใดไล่ตามมา นางมองไม่เห็นสิ่งใด ได้ยินเพียงเสียงกรีดร้องคำรามแสบหู หญิงสาวยกมือขึ้นปิดหูทั้งสองข้างตนแล้ววิ่งไปเรื่อย ๆ ด้วยร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล ยามนี้นางทั้งบาดเจ็บ ทั้งเหนื่อยล้าจนแทบก้าวขาไม่ออก แต่หากจะให้นางยอมกลับไปพร้อมกับเจ้าปีศาจน่าสะพรึงกลัวนั่น นางยอมวิ่งต่อไปจนขาดใจตายเสียยังจะดีกว่า

ร่างบางวิ่งมาไกลแสนไกล จนไม่รู้ว่าเป็นระยะทางเท่าไหร่ หรือวิ่งมานานเพียงใด แต่สำหรับไป๋เฟิ่งแล้ว มันช่างยาวนานราวชั่วอายุขัย หญิงสาววิ่งออกมาจนพ้นจากความมืดมิดของป่า ทะเลสาบกว้างใหญ่อยู่เบื้องหน้า นางยังคงวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ แม้เหนื่อยแทบขาดใจ

แต่แล้วในที่สุด ร่างที่อ่อนกำลังเรี่ยวแรงก็ล้มลงที่ริมทะเลสาบ ก่อนจะกลายร่างเป็นหงส์ นางนอนนิ่งอยู่เช่นนั้น ราวกับว่าวิญญาณได้หลุดลอยจากร่างไปแล้ว โลหิตสีแดงฉานหลั่งออกมาจากทุกบาดแผล อาบไล้ทั่วร่างที่เคยเป็นสีขาวบริสุทธิ์ จนบัดนี้กลายเป็นสีแดงน่าสะพรึงกลัว

ทุกสรรพสิ่งตกอยู่ในความเงียบ ไร้ซุ่มเสียงใด ๆ ไม่มีแม้กระทั่งเสียงลมหรือเสียงนกร้อง ใบไม้สักใบก็หาได้ขยับเขยื้อน ไป๋เฟิ่งไม่แน่ใจว่ากาลเวลาได้หยุดนิ่งไปแล้ว หรือเป็นนางกำลังจะตาย จึงไม่สามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวใด ๆ ที่อยู่รอบกายได้

นางได้แต่นอนแน่นิ่ง เฝ้ารอให้โชคชะตานำพาชีวิตของนางไปสู่เส้นทางที่ควรจะเป็น

 

ไกลออกไปปีศาจร้ายที่กำลังตามไล่ล่าภูตหงส์ขาว ไม่อาจติดตามพลังของภูตน้อยได้ ไม่ว่ามันจะพยายามค้นหาอย่างไรก็ไม่พบแม้แต่เศษเสี้ยวของพลังภูต  ปีศาจร้ายเฝ้าวนเวียนหาไป๋เฟิ่งอยู่ในจุดเดิม ๆ ก่อนจะถอดใจแล้วกลับไปรายงานผู้เป็นนายว่า ภูตสาวที่นายของมันสั่งให้ติดตามตัวมานั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย

พวกปีศาจไม่รู้เลยว่า ภูตสาวที่พวกมันกำลังติดตามค้นหาอยู่นั้น กำลังจะถูกค้นพบอย่างง่ายดาย โดยมนุษย์ที่มีด้ายแดงเชื่อมวาสนากับนางไว้แล้ว

องค์ชายห้าแห่งแผ่นดินต้าชิง!

 

จักรพรรดิเฉียนหลงกำลังอยู่ในระหว่างเสด็จประพาสป่ากับพระราชโอรส และเหล่าขุนนาง โดยปลอมตัวเป็นสามัญชน คล้ายผู้มั่งมีที่กำลังออกเดินทางท่องเที่ยว

ภายในหุบเขาที่เขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ แสงแดดอ่อน ๆ เล็ดลอดแมกไม้ลงมาบนผืนหญ้าอ่อนนุ่ม ไอแดดส่องประกายระยับราวเกล็ดอัญมณี เบื้องหน้ามีทะเลสาบกว้างใหญ่ น้ำใสสะอาดจนสะท้อนเงาจากผืนฟ้าได้อย่างงดงาม องค์จักรพรรดิทรงเพลิดเพลินอยู่กับธรรมชาติอันงดงามและอากาศอันสดชื่น พลางสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ซึมซับไอธรรมชาติเข้าสู่พระวรกาย เคียงข้างกันนั้น องค์ชายห้า’ ประทับข้างพระบิดา กวาดสายตามองรอบ ๆ แผ่นดินอันงดงาม หากแม้มีกระดาษกับพู่กันให้ องค์ชายคงต้องวาดภาพทิวทัศน์อันน่าประทับใจนี้ติดมือกลับวังไปด้วยเป็นแน่

องค์ชายห้า หรือ หย่งฉี’ คือพระราชโอรสที่เฉียนหลงโปรดมากที่สุดในบรรดาโอรสธิดาทั้งหมด องค์ชายห้าเป็นผู้มากความสามารถ ขยันขันแข็ง หากจะกล่าวถึงความปรีชาสามารถ องค์ชายห้าเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญในภาษาแมนจูและมองโกล รอบรู้เรื่องดาราศาสตร์และภูมิศาสตร์ ด้านการแต่งบทกวีก็ไม่เป็นสองรองใคร นอกจากนี้ยังทรงเชี่ยวชำนาญด้านการขี่ม้าและยิงธนู อีกทั้งยังรูปงาม เป็นสุภาพชน จนได้ขื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษอันดับหนึ่งแห่งต้าชิง

“พักกันตรงนี้สักหน่อย” เฉียนหลงรับสั่ง เมื่อทอดพระเนตรเห็นทิวทัศน์เบื้องพระพักตร์อันงดงามชวนหลงใหล

“ขอรับนายท่าน” ผู้ติดตามตอบรับ และจัดที่สำหรับพักผ่อนหย่อนใจให้ นายท่าน’ และ ‘คุณชาย ได้พักผ่อน

เฉียนหลงกับหย่งฉีลงนั่งพักในกระโจมที่ผู้ติดตามช่วยกันจัดขึ้น พลางดื่มชา ท่องกลอน พูดคุยกันอย่างสบายอารมณ์ กระทั่งสายลมอ่อน ๆ พัดพาเอาขนนกสีขาวบริสุทธิ์เส้นหนึ่งมาตกลงเบื้องหน้าหย่งฉี องค์ชายห้าเอื้อมมือไปเก็บขนนกนั้นเข้ามาพิจารณาใกล้ ๆ มันเป็นขนที่มีขาวสะอาดเป็นประกายดุจไข่มุก งดงามยิ่งกว่าขนนกชนิดใดที่เขาเคยพบเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเส้นขนสีขาวนั้นมีหยดเลือดสีแดงฉานติดอยู่

เลือดอย่างนั้นหรือ!

“ท่านพ่อขอรับ” หย่งฉีเรียก “ข้าอยากจะขออนุญาตไปเดินดูรอบ ๆ บริเวณนี้สักครู่

“เอาสิ” เฉียนหลงตอบอย่างอารมณ์ดี “ถ้าเจออะไรดี ๆ อย่าลืมมาเรียกข้าไปดูด้วยล่ะ”

“ขอรับ”

ร่างสูงสง่าลุกขึ้นเดินไปเรื่อย ๆ พร้อมกับทหารองครักษ์ที่ติดตามไปห่าง ๆ องค์ชายห้าเดินมาจนถึงริมทะเลสาบ ในมือมีขนนกสีขาวเปื้อนเลือด หยดเลือดแดงฉานนั้นทำให้จิตใจของเขาไม่สงบ ชายหนุ่มเดินเลียบริมทะเลสาบไปเรื่อย ๆ แต่แล้วจู่ ๆ เขาก็รู้สึกราวกับมีบางสิ่งกำลังร้องเรียกและดึงดูดให้เขาก้าวต่อไปข้างหน้า เร็วขึ้น เร็วขึ้น และเร็วขึ้น

สองเท้าของหย่งฉีก้าวไปข้างหน้าโดยที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าตนกำลังมุ่งหน้าไปยังที่ใด รู้เพียงแค่จิตใจที่ไม่สงบบอกให้เขาก้าวเดินต่อไป

บางสิ่ง...กำลังรอคอยเขา

และทันใดนั้นหย่งฉีก็มองเห็นสิ่งที่ใจของเขากำลังตามหาอยู่ ร่างสีขาวไข่มุกสุกสว่างกำลังนอนแน่นิ่งอยู่ริมทะเล โดยมีโลหิตชโลมทั่วทั้งกาย!

หย่งฉีวิ่งไปหาหงส์ขาวที่นอนเลือดชุ่มไปทั้งตัวอยู่ริมทะเลสาบอย่างร้อนรน ร่างสูงย่อกายลงดูหงส์น้อยที่นอนหายใจรวยริน หงส์น้อยปรือตามองเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง ก่อนจะหลับตาลงอีกครั้ง หย่งฉีไม่รอช้า ใช้สองแขนช้อนร่างสีขาวขึ้นมาไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่งของตน

“คุณชาย! จะทำอะไรขอรับ” องครักษ์ถามเมื่อเห็นหย่งฉีอุ้มหงส์ขาวขึ้นมา

“หงส์ตัวนี้บาดเจ็บ ข้าจะพามันกลับไปที่กระโจม”

 

ทุกคนที่กระโจมต่างก็พากันแปลกใจ เมื่ออยู่ดี ๆ องค์ชายห้าก็อุ้มหงส์ขาวที่เต็มไปด้วยบาดแผลกลับเข้ามา

“ท่านหมอเยี่ย” หย่งฉีเรียก “ช่วยดูอาการให้หงส์ตัวนี้หน่อย”

“เอ่อ...ขอรับคุณชาย” หมอหลวงเยี่ยฮุ่ยหมิ่นรับคำอย่างไม่แน่ใจนัก

แม้เขาจะเป็นหมอหลวงมากความสามารถเพียงใด แต่เขาก็เคยรักษาเพียงมนุษย์ หงส์ตัวเป็น ๆ เช่นนี้ เขาเพิ่งจะเคยได้แตะต้องเป็นครั้งแรก

“ดูจากบาดแผล หงส์ตัวนี้คล้ายถูกของมีคมทำร้าย” เยี่ยฮุ่ยหมิ่นวิเคราะห์ขณะดูบาดแผลของหงส์ขาว

“คงจะหนีจากนายพรานมากระมัง” เฉียนหลงออกความเห็น ขณะเข้ามาดูหงส์ขาวใกล้ ๆ

ทั้งชีวิตของการเป็นจักรพรรดิ เฉียนหลงเคยเห็นหงส์ขาวที่งดงามมามาก ทว่าหงส์ตัวนี้นั้นแตกต่างออกไป แม้ทั่วทั้งร่างจะเต็มไปเลือดและบาดแผล แต่ขนส่วนที่ยังเป็นสีขาวกลับเป็นประกายงดงามดุจไข่มุกชั้นเลิศ งามยากจะหาสิ่งใดเปรียบ หากมันไม่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บเช่นนี้ เกรงว่าพระองค์คงจะทำทุกวิถีทางเพื่อนำมันกลับไปที่วังต้องห้ามด้วยให้ได้

“พอช่วยได้หรือไม่” หย่งฉีเอ่ยถาม

“ขอเรียนคุณชายตามตรง ข้าน้อยไม่เคยรักษาสัตว์มาก่อน แต่จะพยายามอย่างสุดความสามารถขอรับ” เยี่ยฮุ่ยหมิ่นตอบ

เยี่ยฮุ่ยหมิ่นพยายามใส่ยาห้ามเลือดและพันแผลให้หงส์ตัวน้อยอย่างสุดความสามารถ ไม่แน่ใจนักว่าการรักษาแบบมนุษย์จะใช้ได้ผลกับหงส์ตัวนี้หรือไม่ แต่ยิ่งพยายามรักษา เยี่ยฮุ่ยหมิ่นก็ยิ่งพบว่า บาดแผลของหงส์ตัวนี้มีอยู่ทั่วทั้งร่าง คนเป็นหมอหลวงถึงกับถอนหายใจ ทำแผลหนึ่งเสร็จก็เจออีกแผล จนแทบจะเรียกได้ว่าไม่มีส่วนใดของร่างที่ปราศจากแผลเลย

ใครกันที่ใจร้ายทำร้ายสัตว์งดงามตัวหนึ่งได้ถึงเพียงนี้

“เรียบร้อยแล้วขอรับ” เยี่ยฮุ่ยหมิ่นส่งหงส์ขาวคืนให้หย่งฉี หลังจากใส่ยาและทำแผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“เจ้าจะพามันกลับไปด้วยหรือ” เฉียนหลงถาม

“ขอรับ ทิ้งไว้ที่นี่มันอาจตายได้” หย่งฉีตอบ ขณะโอบกอดหงส์ขาวไว้ในอ้อมแขน

“เอาเถอะ” เฉียนหลงกล่าว เมื่อเห็นท่าทางมุ่งมั่นของผู้เป็นลูก “บ้านเราที่ออกมาก เลี้ยงหงส์เพิ่มสักตัวคงไม่เป็นไร”

“ขอบคุณท่านพ่อขอรับ” หย่งฉีค้อมศีรษะให้พระบิดา

องค์ชายห้าใช้ผ้าห่อร่างหงส์น้อยแล้วโอบอุ้มนางไว้ดุจบิดากำลังอุ้มบุตร ทั้งอ่อนโยนและแข็งแกร่ง พร้อมดูแลและปกป้องในคราวเดียวกัน ด้วยรู้สึกเวทนาเจ้าหงส์ที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้

หงส์น้อยที่เพิ่งได้รับการรักษาปรือตามองหย่งฉีที่อุ้มนางไว้

“ไม่เป็นอะไรแล้ว เจ้าหงส์น้อย” หย่งฉีพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่นไม่ต่างไปจากดวงตาของเขา

ภูตน้อยในร่างหงส์ขาวกระพริบตาครั้งหนึ่ง ราวกับจะตอบรับหย่งฉีว่านางเข้าใจ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงบังเกิดความรู้สึกเชื่อใจในตัวมนุษย์ผู้นี้ นางหลับตาลงแล้วหลับไปในอ้อมกอดอบอุ่นของชายที่คอยกระซิบถ้อยคำปลอบโยนอยู่ไม่ห่าง

อ้อมกอดของมนุษย์ผู้นี้ช่างอบอุ่นเหลือเกิน

 

กว่าจะรู้สึกตัวอีกที ภูตหงส์ขาวก็มาอยู่ในห้องของใครคนหนึ่ง นางขยับร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลอย่างยากลำบาก ผ้าขาวมากมายที่พันอยู่รอบกายยิ่งทำให้ขยับตัวยาก นางกวาดสายตามองไปรอบ ๆ สถานที่แปลกประหลาดซึ่งนางไม่รู้จัก

ภูตหงส์ขาวพยายามครุ่นคิดถึงภาพเหตุการณ์สุดท้ายที่นางจำได้อย่างเลือนลางขณะที่ยังพอมีสติอยู่บ้าง ก่อนหน้านั้น นางกำลังหนีการตามล่าจากสมุนของจักรพรรดิปีศาจ แต่เพราะบาดเจ็บจนมิอาจฝืนต่อไปได้ นางล้มลงและได้รับการช่วยเหลือโดยมนุษย์ผู้หนึ่งที่มีอ้อมกอดอบอุ่น และน้ำเสียงอ่อนโยนไม่ต่างไปจากบรรดาเทพเซียนบนสรวงสวรรค์

หรือนี่จะเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์ผู้นั้น?

ภูตสาวเริ่มมองไปรอบ ๆ ที่พักของมนุษย์ด้วยความสนใจ ที่ผ่านมานางอาศัยอยู่แต่ในป่าเขา หนองน้ำ ลำธาร คอยดูแลฝูงหงส์แทนทวยเทพเบื้องบน บางครั้งนางจึงจำแลงกายเป็นหงส์ขาว และใช้ชีวิตอยู่ในร่างหงส์ จึงไม่เคยทราบเลยว่ามนุษย์ทั้งหลายมีความเป็นอยู่เช่นไร

ร่างขาวสะอาดคิดอยากจะขยับกายลงสำรวจให้ทั่ว ทว่ายามนี้นางอยู่ในร่างหงส์ จึงทำอะไรไม่สะดวกนัก ที่นี่ไม่ใช่หนองน้ำที่หงส์อย่างนางจะเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ ร่างหงส์น้อยขยับไปมาเพื่อสลัดผ้าที่พันแผลของตนไว้ จากนั้นจึงเปลี่ยนรูปกายเป็นมนุษย์ในชุดที่ปกคลุมด้วยขนนกสีขาวไข่มุกทั้งตัว ยามนี้นางสะกดพลังภูตไว้ จึงเท่ากับว่านางกลายเป็นเพียงมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง

เช่นนั้นแล้ว นางควรจะทำอย่างไรกับชีวิตมนุษย์ในยามนี้

จู่ ๆ บานประตูก็ถูกเลื่อนเปิดออกโดยใครคนหนึ่ง ภูตสาวหันไปมองตามสัญชาตญาณ นางจำใบหน้าและดวงตาอ่อนโยนคู่นั้นของเขาได้ในทันที

“เจ้าเป็นใคร เข้ามาทำอะไรในห้องข้า! น้ำเสียงไม่พอใจเอ่ยถาม พลางพิจารณาร่างบอบบางในชุดขนนกแปลกประหลาดด้วยความสงสัยระคนตกใจ

ภูตสาวหมุนกายกลับมาหาผู้มีพระคุณของนาง หย่งฉีหยุดนิ่งไปเล็กน้อยเมื่อแลเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายชัด ๆ ใบหน้าเล็กหวานนั้นขาวนวลผุดผ่องยิ่งกว่าไข่มุก พวงแก้มสองข้ามเป็นสีชมพูระเรื่อราวถูกแต่งแต้มด้วยฝีมือของจิตรกรชั้นเลิศ แสงที่สะท้อนเป็นประกายในแววตานั้นสดใสดุจอัญมณีล้ำค่า ส่งให้นัยน์ตาคู่นั้นดูอ่อนหวานยิ่งยวด ยิ่งยามที่ริมฝีปากบางยกยิ้มขึ้น หัวใจคนมองพลอยสั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“ท่านผู้มีพระคุณ” ภูตหงส์ขาวยอบกายให้เขาอย่างนอบน้อม

“ผู้มีพระคุณ?” หย่งฉีเลิกคิ้วขึ้น และยังคงมองนางด้วยความสงสัย แต่ในขณะเดียวกัน เสียงหนึ่งในใจของเขาก็ได้กระซิบว่านางไม่มีอันตราย องค์ชายจึงไม่ได้เรียกขันทีหรือทหารองครักษ์คนใดให้เข้ามาพานางออกไป

“ข้ามีนามว่าไป๋เฟิ่ง เป็นหงส์ที่ท่านช่วยชีวิตไว้” น้ำเสียงนุ่มละมุนเอ่ยแนะนำตัว

“หงส์? หงส์ที่ข้าช่วยไว้เกี่ยวอะไรกับเจ้า เจ้าเป็นใคร มาจากไหน แล้วตอนนี้หงส์ของข้าอยู่ที่ใด”

องค์ชายห้ากวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง หงส์ของเขาหายไป แต่กลับมีสตรีผู้นี้มาแทนที่ บ่าวไพร่ในตำหนักนี้ช่างสมควรถูกโบยนัก!

“ข้าคือหงส์ตัวนั้นของท่าน” ไป๋เฟิ่งตอบด้วยแววตาใสซื่อ ราวกับเด็กน้อยที่ตอบคำถามของผู้ใหญ่โดยไร้เล่ห์เหลี่ยมใด ๆ

“เจ้าคือหงส์ตัวนั้น?” หย่งฉีทวนถามอย่างงุนงง

ไป๋เฟิ่งไม่ได้อธิบายอะไรต่อ นอกจากกลายร่างเป็นหงส์ขาวต่อหน้าต่อตาผู้มีพระคุณของนาง!

ร่างสูงขององค์ชายห้าผงะถอยหลัง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ต่อให้เป็นผู้กล้ามาจากไหน ก็ย่อมต้องตกใจในสิ่งที่ได้เห็น แต่ในชั่วพริบตานั้นเอง หงส์ขาวก็กลับกลายมาเป็นหญิงงามสะคราญโฉมอีกครั้ง

นางเปลี่ยนร่างไปมาโดยไม่ได้กลัวว่าเขาจะหัวใจวายเลยสักนิด! จนหย่งฉีเริ่มไม่แน่ใจว่าเขาควรชักกระบี่ออกมาสังหารนางเสียตอนนี้เลยดีหรือไม่

“ท่านผู้มีพระคุณอย่าได้เกรงกลัว ข้าหาใช่ปีศาจร้ายแต่อย่างใด” ไป๋เฟิ่งพยายามอธิบายเมื่อเห็นท่าทางตกใจของหย่งฉี

“เช่นนั้นเจ้าเป็นอะไร”

“องค์ชายพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวชุนจื่อ ขันทีคนสนิทของหย่งฉีได้ยินเสียงองค์ชายห้าเอะอะจึงคิดจะเข้ามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“เจ้าหยุดอยู่ตรงนั้น!” หย่งฉีสั่งเสียงแข็ง ไม่เข้าใจตนเองเช่นกันว่าเหตุใดจึงไม่ยอมเรียกให้ใครมาลากตัวนางออกไป

“เอ่อ...พ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวชุนจื่อค้อมศีรษะลงพลางก้าวถอยหลัง

หย่งฉีก้าวเท้ากลับเข้ามาในห้อง แล้วปิดประตู ก่อนจะหันมาสบตากับไป๋เฟิ่ง

“ว่าต่อ” เขากล่าว

“ท่านเป็นองค์ชายหรือ” ไป๋เฟิ่งถาม นึกไม่ถึงว่าผู้ที่ช่วยชีวิตตนไว้จะเป็นถึงองค์ชายของเหล่ามนุษย์

“ใช่ ข้าคือองค์ชายห้าหย่งฉี” หย่งฉีตอบเสียงเรียบ สืบเท้าเข้าใกล้ไป๋เฟิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ “แล้วเจ้าล่ะ เป็นใครมาจากไหน”

ข้าเป็นภูตหงส์ขาว มีหน้าที่ดูแลฝูงหงส์แห่งป่าซูเซียว” หญิงสาวตอบ

“ป่าซูเซียวอย่างนั้นรึ? ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน” หย่งฉีกล่าว คลายความกังวลลงหลายส่วนที่อย่างน้อยนางก็ไม่ใช่ปีศาจ “แล้วเหตุใดยามที่ข้าไปพบเจ้า เจ้าจึงบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนั้น”

ข้าถูกจักรพรรดิปีศาจตามไล่ล่า ยามนี้ทำได้เพียงแปลงกายเป็นมนุษย์ สะกดพลังภูตเอาไว้ เพื่อมิให้พวกที่มาจากเผ่าปีศาจพบเจอ”

“เจ้ถูกปีศาจทำร้ายหรือ! องค์ชายห้าตกใจไม่น้อย คิดไม่ถึงว่านอกจากโลกใบนี้จะมีภูตหงส์ขาวเช่นนางแล้ว ยังมีทั้งปีศาจและจักรพรรดิปีศาจอีกด้วย

“เจ้าค่ะ

“แล้วเหตุใดจักรพรรดิปีศาจจึงต้องทำร้ายเจ้า”

“เพราะเขาต้องการแต่งงานกับข้า”

คำตอบของไป๋เฟิ่งทำให้หย่งฉีเริ่มพิจารณาสตรีตรงหน้าอย่างถี่ถ้วน รูปร่างหน้าตาของนางหมดจดงดงามเป็นเอกยิ่งกว่าสตรีใด ไม่แปลกที่ใบหน้างดงามตราตรึงเช่นนี้จะกลายเป็นอาวุธทำร้ายตัวนางเอง

ไป๋เฟิ่งตัวสั่นน้อยๆ เมื่อนึกถึงจักรพรรดิปีศาจ แม้บุรุษผู้นั้นมีรูปกายงดงามน่าหลงใหล จนสตรีนางใดได้พบเห็น ล้วนแต่ยินยอมที่จะตกเป็นสนมของเขา หากภูตน้อยไม่เพียงไม่ยินยอม นางไม่ต้องการแม้แต่จะมีความสัมพันธ์ใด ๆ กับเหล่าปีศาจ จึงได้ปฏิเสธคำขอแต่งงานจากจักรพรรดิปีศาจอย่างเยือกเย็น เป็นเหตุให้จักรพรรดิปีศาจโกรธแค้นถึงขั้นส่งสมุนออกตามล่านาง จนนางต้องหลบหนีมาจนถึงทะเลสาบในสภาพบาดเจ็บปางตาย

วันหนึ่งในฤดูร้อนที่ผ่านมา เผ่าปีศาจรุกรานฝูงหงส์ของข้า ข้าจึงไปขอเจรจากับเหล่าปีศาจ ทว่ากลับไม่เป็นไปตามที่คิด ด้วยจักรพรรดิปีศาจปรารถนาจะให้ข้าเป็นสนมของเขา” หญิงสาวเล่า “เดิมทีข้าคิดว่า หากยอมเกี่ยวดองกับจักรพรรดิปีศาจแล้วฝูงหงส์ของข้าปลอดภัยก็นับว่าคุ้มค่า ทว่าพวกปีศาจไร้ซึ่งสัจจะ ฝูงหงส์ของข้ายังคงถูกทำร้าย พวกมันฉีกเนื้อ ดื่มกินเลือดหงส์ด้วยความทารุณ ข้าจึงปฏิเสธการแต่งงานกับจักรพรรดิปีศาจ และพยายามต่อสู้เพื่อปกป้องฝูงของข้า แต่ข้าเพียงคนเดียวมิอาจสู้กับปีศาจจำนวนมากได้ ข้าจึงพาฝูงหงส์ที่เหลือรอดไปหลบซ่อนยังทะเลสาบกลางหุบเขาแห่งหนึ่ง แล้วใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ นำพวกปีศาจออกห่างจากหุบเขานั้น จากนั้นจึงหลบหนีเข้าสู่แดนมนุษย์”

“เหตุใดต้องเป็นแดนมนุษย์”

“ข้าต้องการสถานที่ที่มีมนุษย์อยู่มาก ๆ เมื่อข้าแปลงกายเป็นมนุษย์และอยู่ร่วมกับมนุษย์ ก็จะมีแต่กลิ่นของมนุษย์อีกนับหมื่นนับแสนล้อมรอบกายข้า พวกปีศาจจะไม่มีวันตามหาข้าพบ ระหว่างที่กำลังหนีอยู่ในป่า ข้าวิ่งด้วยสองเท้าเป็นครั้งแรกในชีวิต ทั้งเหนื่อยล้าและบาดเจ็บ จนในที่สุดข้าก็วิ่งต่อไปไม่ไหว จึงได้ล้มลง และกลายร่างเป็นหงส์ขาว ยอมพ่ายแพ้ต่อชะตากรรมของตนเอง แต่...ท่านก็ช่วยข้าไว้” ไป๋เฟิ่งยิ้มละมุน รอยยิ้มของนางบ่งบอกถึงความชื่นชมและเคารพยกย่องในตัวองค์ชายห้ายิ่งนัก

นานทีเดียว กว่าหย่งฉีจะคิดคำพูดประโยคแรกออก

“แล้วเจ้าจะทำอย่างไรต่อไป” ชายหนุ่มถาม

“หากองค์ชายมีเมตตา ข้าขออยู่ติดตามรับใช้ท่านได้หรือไม่”

“เจ้าจะอยู่กับข้าหรือ? เหตุใด?”

“เพราะข้าไม่มีที่ให้ไป”

คำตอบนิ่ม ๆ ทว่าน่าสงสารจับใจนั้น ทำให้หย่งฉีถึงกับนิ่งไป ในใจรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ เขามองสบตาภูตหงส์ขาวที่ไม่คิดหลบเลี่ยงสายตาของตน ในแววตานางดูใสซื่อ ไร้เล่ห์เหลี่ยมใด ๆ เบื้องลึกในใจเขารู้สึกเชื่อใจนาง หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะภาพหงส์น้อยที่บาดเจ็บยังติดตรึงอยู่ในใจ จนเขาบังเกิดความสงสารในตัวไป๋เฟิ่งยิ่งนัก

ครู่ใหญ่ที่องค์ชายห้าครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรกับนางดี แต่ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมา

“ในเมื่อข้าช่วยเจ้าแล้ว ก็ควรช่วยให้ถึงที่สุด” หย่งฉีกล่าว “เจ้าอยู่ที่นี่กับข้าได้”

ขอบคุณท่านมาก” ไป๋เฟิ่งกล่าวอย่างยินดี พลางคุกเข่าโขกศีรษะให้หย่งฉี

“ลุกขึ้นเถอะ”

เมื่อได้ยิน ผู้เป็นนาย กล่าวเช่นนั้น ไป๋เฟิ่งก็รีบลุกขึ้นอย่างว่าง่าย

“เมื่อครู่เจ้าว่า เจ้าชื่อแซ่อะไรนะ”

เรียนนายท่าน ข้าไม่มีแซ่ ชื่อไป๋เฟิ่งเจ้าค่ะ

ไป๋เฟิ่งที่แปลว่าหงส์ขาว

หย่งฉีมองไป๋เฟิ่งอย่างครุ่นคิดพิจารณา จะให้นางอยู่ที่นี่กับเขาในฐานะอะไร หากให้เป็นนางกำนัล ก็เกรงว่ารูปร่างหน้าตาเช่นนาง จะมิได้เป็นเพียงนางกำนัลเฉย ๆ อาจเป็นที่ต้องตาองค์ชายองค์ใดองค์หนึ่ง หรือเป็นที่อิจฉาริษยาของสตรีด้วยกัน จนมิได้อยู่อย่างสุขสงบแน่

ไม่ว่าจะกี่ยุค กี่สมัย ชีวิตในวังล้วนเป็นเช่นนี้

“หากจะอยู่กับข้า เจ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งข้า ห้ามก่อเรื่องใด ๆ และห้ามให้ใครรู้เด็ดขาดว่าแท้จริงแล้วเจ้าไม่ใช่มนุษย์” หย่งฉีว่า

ได้ ข้าจะเชื่อฟังท่านทุกอย่าง” ไป๋เฟิ่งรับคำ

“ดี” หย่งฉีพยักหน้าอย่างพอใจ “สิ่งแรกที่เจ้าต้องทำก็คือ...ปลอมเป็นขันที”

“ปลอมเป็นขันที? ขันทีคืออะไรหรือเจ้าคะ

“เป็น... เอ่อ...” องค์ชายห้าเกือบจะทำหน้าไม่ถูก “ขันทีก็คือ ชายที่ถูกตัด ส่วนนั้น’ เพื่อ...”

“ส่วนนั้นคืออะไรเจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งถามแทรกขึ้นก่อนที่หย่งฉีจะอธิบายจบ

“ส่วนนั้นคือ...แท่งหยก”

“หยกอะไรหรือเจ้าคะ” ภูตหงส์เอียงคออย่างสงสัย ก่อนนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “ข้าก็มีหยกวิเศษ แต่เป็นป้ายหยก ไม่ได้เป็นแท่ง”

ไม่พูดเปล่า ไป๋เฟิ่งนำหยกวิเศษของตนออกมาอวดหยกฉีอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าขอดูแท่งหยกของชาวมนุษย์เช่นท่านบ้างได้หรือไม่เจ้าคะ”

หย่งฉีเพิ่งเข้าใจคำว่า ยิ้มไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก’ อย่างแท้จริงเป็นครั้งแรกในชีวิต!

“เอ่อ...ไป๋เฟิ่ง แท่งหยกเป็นคำเปรียบเทียบของมนุษย์ จริง ๆ แล้วมันหมายถึง...”

กว่าจะอธิบายให้นางเข้าใจถึงความหมายของขันทีได้ ก็ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งก้านธูป เพราะภูตหงส์ตนนี้ช่างไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร ทั้งยังช่างสงสัย เมื่อรู้ว่าแท่งหยกคืออะไร ก็ยังอยากรู้อีกว่าเหตุใดจึงต้องตัดออก ตัดออกแล้วเจ็บหรือไม่ แล้วเขาล่ะตัดหรือยัง มนุษย์เพศชายคนอื่นต้องตัดหรือเปล่า หากตัดทิ้ง มนุษย์เพศชายจะต้องกลายเป็นหญิงใช่ไหม

ช่างน่าปวดเศียรเวียนเกล้ายิ่งนัก!

“อ้อ ข้าเข้าใจแล้ว” ในที่สุดนางก็พยักหน้ารับติด ๆ กัน

หย่งฉีลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ไม่นึกไม่ฝันว่าชีวิตนี้จะต้องมานั่งอธิบายเรื่อง ขันที ให้หงส์ตัวหนึ่งฟัง

“ข้าจะให้เจ้าอยู่ที่ตำหนักข้าในฐานะขันทีคอยรับใช้ข้างกาย ห้ามเจ้าเปิดเผยฐานะสตรีโดยเด็ดขาด”

“เพราะเหตุใด”

“เพราะข้าสั่ง!” หย่งฉีตัดบท คร้านจะอธิบายเหตุผล หาไม่ วันนี้คงต้องอธิบายเรื่องนั้น เรื่องนี้กันอีกทั้งวัน

ได้” ไป๋เฟิ่งรับคำอย่างว่าง่าย

“ก่อนอื่นเลยเจ้าต้องเปลี่ยนชุดเสียก่อน”

หย่งฉีมองดูชุดแปลกประหลาดของไป๋เฟิ่งที่มีแต่ขนนก เขากำลังจะออกไปบอกเสี่ยวให้ชุนจื่อหาชุดขันทีมาให้ แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวไปไหน ไป๋เฟิ่งก็เริ่มปลดชุดของนางออกจากกาย!

หยุด! นั่นเจ้าจะทำอะไร!” หย่งฉีหันหลังให้ไป๋เฟิ่ง พยายามลืมภาพ ‘บางสิ่ง’ ที่เพิ่งเห็นเมื่อครู่

ข้าจะเปลี่ยนชุดตามที่นายท่านสั่ง”

“เจ้าเปลี่ยนตอนนี้ไม่ได้!

“เหตุใดเล่า

หย่งฉีแทบอยากจะยกมือขึ้นมาตบหน้าผากตัวเอง นี่นางไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าเพราะเหตุใด

“ข้าเป็นชาย เจ้าเป็นหญิง เจ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าข้าไม่ได้”

“สตรีไม่สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าบุรุษได้หรือ”

“ไม่ได้!

“แล้วบุรุษล่ะ สามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าต่อหน้าสตรีได้ไหม”

“ก็ไม่ได้เหมือนกัน เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นสามีภรรยากัน”

“อ้อ”

องค์ชายห้ากำลังจะถอนหายใจที่ในที่สุดนางก็เข้าใจ หากไม่ติดว่าภูตน้อยเอ่ยคำถามถัดมาขึ้นเสียก่อน

“แล้วการที่นายท่านหันหลังให้ข้าเช่นนี้ ข้าสามารถเปลี่ยนเสื้อผ้าได้หรือไม่

คนถูกถามหลับตาลง สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ พยายามสงบสติอารมณ์ไว้

“เจ้าสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อน” หย่งฉีพยายามพูดให้น้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้

เจ้าค่ะ” เป็นอีกครั้งที่ไป๋เฟิ่งรับคำอย่างว่าง่าย

“เสร็จหรือยัง”

“เสร็จแล้วเจ้าค่ะ

คราวนี้หย่งฉีค่อยถอหายใจด้วยความโล่งอกได้จริง ๆ เสียที

“เจ้ารออยู่ที่นี่ก่อน ข้าจะไปหาชุดมาให้เปลี่ยน”

เจ้าค่ะ

หย่งฉีเดินออกจากห้องของตน พลางตะโกนเรียกหาเสี่ยวชุนจื่อเป็นการใหญ่ การรับขันทีเข้าวังไม่ใช่เรื่องที่ทำโดยพละการได้ เขาจึงจำต้องวางแผนโดยมีคนที่ไว้ใจได้เป็นผู้ช่วย

“เจ้าคอยเฝ้าที่นี่ให้ดี อย่าให้ใครเข้าออกห้องข้าเป็นอันขาด” องค์ชายสั่ง

“องค์ชายจะเสด็จที่ใดพ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวชุนจื่อถาม

“ข้าจะไปหาเซียวเฟิงผิง”

เซียวเฟิงผิงที่หย่งฉีเอ่ยถึง คือหัวหน้าขันทีของวังหลวง ในสมัยก่อน อวี๋กุ้ยเฟย พระมารดาขององค์ชายห้าที่สิ้นพระชนม์ไปแล้ว เคยมีบุญคุณต่อเซียวเฟิงผิง ทำให้เขาได้ขึ้นมาเป็นหัวหน้าขันที เซียวเฟิงผิงจึงดีต่อหย่งฉี ประกอบกับนิสัยซื่อสัตย์ มีคุณธรรม หย่งฉีจึงคิดว่าเซียวเฟิงผิงน่าจะพอช่วยเขาเรื่องไป๋เฟิ่งได้

“พ่ะย่ะค่ะ” เสี่ยวชุนจื่อรับคำอย่างงุนงง แล้วคอยไปเฝ้าหน้าห้องบรรทมของหย่งฉีไว้ ไม่ให้ใครเข้าใกล้ได้

 

หย่งฉีตามหาเซียวเฟิงผิงจนพบ องค์ชายห้าไม่รอช้า รีบพาเซียวเฟิงผิงไปยังสถานที่ปลอดคนทันที

“ข้ามีเรื่องอยากให้เจ้าช่วย” หย่งฉีว่า

“องค์ชายห้ามีสิ่งใดจะให้กระหม่อมรับใช้ เหตุใดไม่ให้คนมาตามกระหม่อมไปเข้าเฝ้าล่ะพ่ะย่ะค่ะ เสด็จมาด้วยองค์เองเช่นนี้ กระหม่อมรู้สึกละอายนัก”

“ช่างเถอะ ที่ข้าต้องมาก็เพราะว่าต้องให้เจ้าช่วยหาของให้ด้วย”

“องค์ชายห้าต้องการสิ่งใด รับสั่งมาได้เลยพ่ะย่ะค่

หย่งฉีลดเสียงลงจนกลายเป็นเสียงกระซิบ “ข้าแอบพาสตรีเข้าวังมาคนหนึ่ง อยากให้เจ้าช่วยนางปลอมตัวเป็นขันที”

“หา!!!” เซียวเฟิงผิงร้องอย่างตกใจ

“เจ้าจะเสียงดังไปไย!” หย่งฉีรีบปราม

“ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ” เซียวเฟิงผิงตั้งสติ “แต่กระหม่อมไม่เข้าใจ หากองค์ชายปรารถนาสตรีนางใด ก็สามารถรับมาเป็นสนมได้เลยนี่พ่ะย่ะค่ะ เหตุใดจึงต้องให้สตรีผู้นั้นปลอมเป็นขันที”

“ข้าไม่ได้ต้องการนางมาเป็นสนม”

“เช่นนั้นก็ให้นางเป็นนางกำนัล”

“ไม่ได้” หย่งฉีไม่รู้จะอธิบายอย่างไร “เอาอย่างนี้ เจ้าไปพบนางเอง แล้วจะเข้าใจว่าทำไมข้าให้นางเป็นนางกำนัลไม่ได้ อ้อ! หยิบชุดขันทีติดมือไปด้วยสักสองสามชุดก็ดี หากยังมีของอื่นที่จำเป็นสำหรับสตรีอีกก็นำมาด้วย เพราะข้าไม่รู้ว่าผู้หญิงต้องมีของใช้อะไรบ้าง

“พ่ะย่ะค่ะ” เซียวเฟิงผิงรับคำ ทั้งที่ยังไม่ค่อยจะเข้าใจการกระทำขององค์ชายห้านัก

หลังจากที่ได้ชุดขันทีและของใช้สำหรับสตรีบางส่วนแล้ว เซียวเฟิงผิงก็แทบจะต้องวิ่งตามหย่งฉีที่รีบร้อนกลับตำหนัก เขาเป็นห่วงไป๋เฟิ่ง ไม่อยากทิ้งให้นางอยู่ตามลำพังนานนัก นางเป็นคนซื่อจนเกือบจะบื้อ อีกทั้งยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ชีวิตเช่นมนุษย์ ทิ้งไว้คนเดียวนาน ๆ เกรงว่าจะไม่เป็นการดี

เมื่อกลับถึงตำหนัก หย่งฉีก็เดินนำเซียวเฟิงผิงเข้าไปในห้อง ไป๋เฟิ่งนั่งรออยู่บนเตียงของเขา นางยิ้มอย่างดีใจ แล้วกระโดดมาต้อนรับทันทีที่เห็นเขากลับมา จนหย่งฉีอดคิดไม่ได้ว่า สตรีที่อยู่ตรงหน้าเขาแทบจะกระดิกหางได้อยู่แล้ว

สายตาแปลกใจของไป๋เฟิ่งเหลือบมองไปยังเซียวเฟิงผิงด้วยความสงสัย หัวหน้าขันทีเองก็มองไป๋เฟิ่งอย่างตกตะลึง เกิดมาเขาไม่เคยพอเห็นผู้ใดแต่งกายเช่นนี้มาก่อน แม้ชุดที่ปกคลุมด้วยขนนกสีขาวจะทำให้สตรีตรงหน้าดูราวงดงามกับพญาหงส์จำแลงกายมา แต่มันก็ไม่ใช่ชุดทั่วไปที่สตรีในปักกิ่งสวมใส่ อีกทั้งใบหน้าของเจ้าของชุดนั้นยังงดงามยิ่งยวด งามเหนือสตรีนางใดในวังหลวง ดีไม่ดีอาจจะงามเหนือสตรีใดในแผ่นดินต้าชิงเลยก็เป็นได้

งดงามเพียงนี้นี่เอง องค์ชายห้าจึงมิปรารถนาจะให้ผู้ใดล่วงรู้ว่านางเป็นสตรี

“เซียวเฟิงผิง นี่ไป๋เฟิ่ง สตรีที่ข้าเล่า” หย่งฉีแนะนำ “ไป๋เฟิ่ง นี่เซียวเฟิงผิง หัวหน้าขันที่จะช่วยให้เจ้าปลอมเป็นขันทีได้สำเร็จ”

“รบกวนท่านแล้ว” ไป๋เฟิ่งประสานมือพร้อมก้มศีรษะคำนับเซียวเฟิงผิง

เซียวเฟิงผิงมองสตรีเบื้องหน้าอย่างพิจารณา แม้งดงามดุจเทพธิดา แต่แววตาบ่งบอกถึงความเป็นคนว่านอนสอนง่าย แม้เขาจะไม่เข้าใจว่า เหตุใดองค์ชายห้าจึงต้องให้สตรีผู้นี้ปลอมตัวเป็นขันที แทนที่จะแต่งตั้งเป็นสนม แต่เขาก็เชื่อว่าองค์ชายมีเหตุผลที่ดี เพราะที่ผ่านมา องค์ชายห้าไม่เคยทำตัวเหลวไหลแม้เพียงสักครั้ง

“กระหม่อมจะจัดการเรื่องนางให้เองพ่ะย่ะค่ะ” เซียวเฟิงผิงรับคำ

“ขอบใจเจ้ามาก”

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาองค์ชายและอวี๋กุ้ยเฟยดีต่อกระหม่อมยิ่งนัก ต่อให้ต้องถวายการรับใช้ไปทั้งชีวิต ก็ยังทดแทนบุญคุณไม่หมด”

หย่งฉียิ้มรับ นับว่าเขาคิดถูกที่ขอความช่วยเหลือจากเซียวเฟิงผิง หัวหน้าขันทีผู้นี้ทั้งซื่อสัตย์และมีความจงรักภักดี หากมีเซียวเฟิงผิงคอยช่วย ไป๋เฟิ๋งก็คงจะใช้ชีวิตอยู่ในวังหลวงได้อย่างไม่ลำบากนัก

เซียวเฟิงผิงสอนไป๋เฟิ่งเรื่องการเป็นขันทีและการพูดจากับองค์ชายห้าอย่างเหมาะสมอยู่ครู่ใหญ่ แล้วจึงกลับออกไป ไป๋เฟิ่งหันมายิ้มให้หย่งฉีด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสา จนหย่งฉีต้องกระแอมออกมาเบา ๆ

“เดี๋ยวเจ้าไปเปลี่ยนชุดที่หลังฉากนั่น” หย่งฉีหยิบชุดขันทีชุดหนึ่งที่เซียวเฟิงผิงนำมาให้ไป๋เฟิ่ง แล้วชี้ไปยังฉากกั้นที่อยู่อีกฟาก

“เพคะ” ไป๋เฟิ่งรับชุดขันทีจากหย่งฉี แล้วเดินหายไปหลังฉากกั้นลายเมฆมงคล

หย่งฉีรินลงนั่ง รินน้ำชาดื่ม ตั้งแต่เล็กจนโต เขาไม่เคยทำอะไรผิดกฎของวังหลวงมาก่อน หากเสด็จพ่อทรงทราบว่าเขาแอบซุกซ่อนสตรีไว้ข้างกาย เสด็จพ่อจะว่าอย่างไรบ้างนะ

ไป๋เฟิ่งหายไปพักใหญ่ก็ยังไม่ออกมาจากหลังฉากกั้น หย่งฉีนั่งรออยู่เป็นนาน จึงเดินเข้าไปใกล้ แล้วส่งเสียงถาม

“ไป๋เฟิ่ง เจ้ายังเปลี่ยนชุดเสื้อผ้าไม่เสร็จอีกหรือ?”

เสียงที่อยู่ใกล้ของหย่งฉีทำให้ไป๋เฟิ่งโผล่ออกมาจากหลังฉากกั้นพร้อมคำถาม

“องค์ชายเพคะ หม่อมฉันไม่ทราบว่าชุดพวกนี้ต้องสวมใส่อย่างไร” นางออกมาถาม ทั้งที่อยู่ในสภาพเกือบจะเปลือย!

แล้วองค์ชายห้าก็ได้เห็นอะไรที่ไม่ควรเห็นของสตรีอีกครั้ง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.396K ครั้ง

1,946 ความคิดเห็น

  1. #1905 FerniieRoongrat (@FerniieRoongrat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:38
    55555 ตลกกกกก
    #1905
    0
  2. #1841 rithan (@rithan) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:22
    ไรท์กลับมาแล้วววว
    #1841
    1
  3. #1840 donuttdouble (@donuttdouble) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:16
    มี mebbookไหมคะ
    #1840
    3
    • #1840-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      17 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:18
      ตอนนี้ยังไม่มีค่า เดี๋ยวถ้ามีแล้วจะรีบมาแจ้งนะคะ^^
      #1840-1
    • #1840-3 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      17 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:19
      ขอบคุณมากค่า น่ารักที่สุด กอดๆๆๆๆ
      #1840-3
  4. #1620 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 13:09

    โถ องค์ชาย น่างสาน น้องไม่ค่อยรู้ สอนนางหน่อยนะ

    #1620
    0
  5. #1215 eye_cookie (@eye_cookie) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2562 / 23:37
    องค์ชายยย
    #1215
    1
  6. #416 minnie_binnee (@platinumpinin) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 15:31
    ให้ตายเหอะ​ อิพี่จะทนได้นานแค่ไหนกัน555
    #416
    2
  7. #342 Fallen Neko (@snowji) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 08:55
    หนูลูกกก องค์ชายเค้าเตลิดไปไกลแล้วลูก
    #342
    1
  8. #310 IFreya (@fy______sr) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 19:30

    เอ็นดู หนูรู้กกก

    #310
    1
    • #310-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      27 มีนาคม 2562 / 19:36
      เอ็นดูหนูหงส์ หรือจิ้นอิ๋งน้อยผู้น่ารักคะ-.,- อิอิ
      #310-1
  9. #221 Airika_Catcha (@Airika_Catcha) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 20:18
    น่ารักทั้งคู่เล้ยยย
    #221
    1
  10. #194 OnlyCuteKei (@sirikanda16) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 16:13
    องค์ชายไปช่วยน้องเถอะ 555
    #194
    1
  11. #170 iamSutaphatdesu (@iamSutaphatdesu) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 13:56
    ยัยน้องงงงงงง !!!
    #170
    1
  12. #157 UNiCorn_JJJ (@fahzaza4502) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 11:48

    ช่วยด้วยยยย!! ดาเมจแรงเกินไป //ทุบโลงแก้วพัง
    #157
    2
  13. #143 sagofau (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 11:58

    ถึงจะไม่ใช่คนน แต่ภูติก็น่าจะมีเพศ และเพศหญิงกับเพศชายก็น่าจะมีเส้นแบ่งกันบ้างนะ ผู้หญิงก็น่าจะอายผู้ชายบ้างไหมเอ่ย

    #143
    1
    • #143-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      12 มีนาคม 2562 / 12:29
      นางอาศัยอยู่แต่กับฝูงหงส์น่ะค่ะ เลยไม่รู้เรื่องเส้นแบ่งอะไร
      #143-1
  14. #137 Noong7 (@Noong7) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 01:33
    น่ารักกกกกกก เขออ้ายยยยยยยยยยย
    อ่านละคิดถึงมธุรส ฉากความไม่รู้หญิงชายของจิ่นมี่ เฟิ่งหวงกับองค์ชายคงรู้สึกแบบเดียวกัน 55555 สงสาร แล้วก็จะหลงรักเจ้าภูตแบบถอนตัวไม่ขึ้นนนน น่ารักขนาดนี้
    #137
    1
  15. #128 Girlberry_Anita (@love_kim_jajung) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 17:25
    เอ็นดู น้องงง
    #128
    1
  16. #127 mtbb_th (@mtbb_th) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 15:19
    ฮึบ ไว้หายใจเข้าลึกๆนะเพคะ ปิดตาด่วนๆ //น้องงงเอ็งลู
    #127
    1
    • #127-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      12 มีนาคม 2562 / 00:07
      เพลงมา!! อยากหลับตาอยู่อย่างนั้น ทำอยู่อย่างนั้น~~
      #127-1
  17. #126 MayMay14042549 (@MayMay14042549) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 14:54
    น้องงง55555555555555 หนุกๆๆๆ ต่ออีกๆๆๆ น้องจะซื่อไปแล้ววว เดี๋ยวก็โดนอิพี่มันจับตีหรอก55555555555
    #126
    1
  18. #125 monprapai (@monprapai) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 14:08
    ไหน เห็นอะไร รีดไม่เห็น รีดสายตาสั้น ต่ออีกนิดจะเห็นแล้ว
    #125
    2
  19. #124 m i n t * (@lollipopmint) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:32
    น้องงงงงงง 55555555555
    #124
    1
  20. #123 Meawwk (@Meawwk) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:22
    สนุกค่ะ รออ่านต่อนะคะ
    #123
    1
  21. #122 boooo121 (@boooo121) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 13:03
    เห็นอะไรบ้างน้อส้มโอหรือหอยแมงภู่
    #122
    1
  22. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:57
    องค์ชายยย ฮึบบบบ

    ฮึบบบบบเข้าไว้ อย่าเพิ่งตบะแตกก น้อนแค่ใส่ไม่เปงงงง
    #121
    1
  23. #120 mewmew8361 (@mewmew8361) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:02
    องค์ชายยังอยู่มั้ยเพคะ หรือว่าช็อคไปแล้ว เอ็นดูองค์ชาย 5555
    #120
    1
  24. #119 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 11:45

    องค์ชายคิดผิดหรือเปล่าที่ให้น้องหงส์มาอยู่ใกล้ตัว ถ้าน้องยังช่วยตัวเองไม่ได้ องค์ชายต้องเป็นพี่เลี้ยงตลอดมีหวังตบะแตกเข้าสักวัน เรื่องถอดกับใส่นี่คงเป็นปัญหาอีกนาน น้องเขาถนัดถอดมากกว่าเพคะองค์ชาย 555

    #119
    1
    • #119-1 荩赢 จิ้นอิ๋ง (@praepailin_na) (จากตอนที่ 1)
      12 มีนาคม 2562 / 00:02
      องค์ชายแทบจะต้องสวดมนต์สะกดอารมณ์เลยค่ะ 555555
      #119-1
  25. วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 11:36
    อ๊ากกกกกกก ร้อนไปทั้งตัว5555
    #117
    1