Holy War ทำไงได้ผมชอบคนมีเจ้าของแล้ว! [YAOI]

ตอนที่ 8 : Chapter 07 : Do you know? 100per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    4 ต.ค. 56

Chapter 07  :  Do you know?









 

              วันนี้ผมมาเรียนตามปกติ  และถือเป็นโชคดีที่วันนี้จาขอให้พ่อไปส่งผมที่มอ  เพราะจารู้ว่าถ้าให้ผมเดินไปขึ้นรถผมจะต้องเจอกาย   ถึงแม้ว่าโรงเรียนของจากับที่ทำงานพ่อมันจะอยู่คนละทางกับมอผมก็เถอะ

            “วันนี้มาเช้าจังนะ”  เสียงใสของไอ้หนึ่งทักผมเมื่อร่างของผมเดินเข้าไปนั่งข้างๆ มัน  ไอ้หนึ่งมาเช้ากว่าใครๆ เสมอ

            “พ่อมาส่งน่ะ” ผมตอบพร้อมกับหยิบหนังสือในกระเป๋ามาเปิดนั่งทำการบ้านที่อาจารย์สั่งไว้แต่ผมไม่ได้ทำ

            “อุ้ย  สงสัยวันนี้ฝนจะตก  มึงลืมทำการบ้านมา”

            “ไม่มีเวลาทำต่างหาก” ผมแก้ตัวเมื่อไอ้หนึ่งพูดแขวะผม  เมื่อวานว่าจะหยิบมาทำพี่เอกก็มา กว่าจะกลับบ้านก็เย็นกว่าจะกินข้าวอาบน้ำ  พอตอนกลางคืนจะทำ...ผมก็มั่วแค่คิดเรื่องบ้าๆ  นั้น

            “หรอออออออ”

            “เออสิ พูดมากน่าแล้วเสร็จแล้วหรอ”

            “อ่าฮะ ลอกปะๆ”  มันพูดพร้อมยักคิ้วใส่ผมอย่างกวนๆ  ผมเลยตีแขนมันเบาๆ หนึ่งทีแล้วรับหนังสือที่มันส่งให้มาเปิดดู

            “เก่งจัง  ทำได้ด้วย”

            “แน่นอน”

            “ใครทำให้”  ผมถามมันไปตรงๆ  เพราะลายมือในหนังสือไม่ใช่ตัวหนังสือของมัน  ปกติตัวหนังสือไอ้หนึ่งจะเหมือนตัวหนังสือหมอ อ่านไม่ออกเลยสักนิดแต่นี่เป็นระเบียบเรียบร้อยมาก

            “เฮียภูทำให้”

            “คบกันหรอ?” ผมขมวดคิ้วจ้องหน้ามัน  ไอ้เหนือกับผมไม่เห็นจะรู้เรื่องอะไรเลย  เฮียภูก็ไม่ได้มาหาแล้วไปรู้จักกันตอนไหน

            “เปล่า  วันนั้นนั่งทำงานกับเหนือตอนมึงไม่มา  เดี๋ยวเฮียเขาก็มาหาเหนือแล้วเห็นพวกกูเนไม่ได้เลยเอาไปทำให้”

            “อ่อ”

            ผมเกือบลืมไปเลยว่ากายชอบหนึ่ง และไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังชอบอยู่หรือเปล่า  มันจะให้ผมเป็นพ่อสื่อให้อยู่หรือเปล่า

            “ถ้ามีคนมาจีบมึง มึงจะทำไง”

            “ก็ดูก่อนว่าเขาเป็นคนดีไหม”

            เวลาเขามาจีบ...เขาก็ต้องทำดีใส่กันอยู่แล้วนะหนึ่ง

            “ถามทำไมอ่ะ”

            “ปะ  เปล่า”   ผมส่ายหน้าแล้วก้มเขียนงานต่อ  ไม่นานนักเหนือก็มาโดยมีไอ้คินติดมานั่งด้วยกัน

            คู่นี้น่ารักดีครับ  ถ้าเหนือเอาหมาออกจากปากไปหมดๆ น่ะนะ

            เรานั่งคุยกันไปเรื่อยเปลื่อยเพราะเหลืออีกเกือบยี่สิบนาทีกว่าจะเข้าเรียนโดยระหว่างที่คุยกันก็จะมีเสียงถกเถียงกันของไอ้เหนือกับไอ้คินแทรกขึ้นมาเป็นพักๆ

            “โอ้ยยย  พวกมึงอ่ะมาทะเลาะกันแถวนี้ได้ปะ”

            “ทำไมไอ้หนึ่ง  อย่าให้ได้เผานะ”  ไอ้เหนือแหวดใส่ทันทีที่ไอ้หนึ่งโวยใส่มันที่นั่งเถียงกับไอ้คินอยู่

            ผมส่ายหน้าเอือมระอากับเพื่อนสองคนนี้และหันไปมองรอบๆ ตัวแต่ก็ต้องตกใจเมื่อเห็นรถของกายมาจอดที่หน้าตึกของผม

            แต่จะไม่ให้ตกใจไปกว่าเดิมก็คือมันลงจากรถมาด้วย พร้อมกับผู้หญิงที่ไปเดินห้างด้วยกันเมื่อวาน  

            เหมาะสมกันจัง

            “จูน”

            “หะ อะไรหรอ”

            “มองอะไรหรอ”

            “เปล่าๆ” พูดขึ้นด้วยเสียงสั่นนิดๆ   ผมยิ้มบางให้เหนือก่อนจะก้มทำงานต่อ ไม่สนใจว่าใครจะเดินผ่านหน้าผมไป

            “นั้นเพื่อนจูนไม่ใช่หรอ มากับแฟนด้วย โคตรสวยอ่า” ไอ้หนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับเขย่าแขนผมให้หันไปมอง

            “ช่างเขาเถอะหนึ่ง ปล่อยแขนกูได้แล้ว” 

            “สวยจริงๆ อ่ะ”   

            ผมส่ายหน้ากับไอ้หนึ่งที่ชมผู้หญิงคนนั้นไม่หยุด  ผมคิดว่าเธอคงจะอยู่ปีสามปีสี่  เพราะไอ้กายชอบผู้หญิงที่อายุเยอะกว่าแต่ผู้ชายผมก็ไม่รู้ว่ามันชอบแบบไหน

             หลังจากที่ไอ้กายกับผู้หญิงคนนั้นเดินเข้าตึกไป  พวกผมก็เตรียมตัวจะขึ้นไปนั่งรอเรียนเพราะไม่อยากจะขึ้นไปตอนคนเยอะๆ  ระหว่างที่เรากำลังเดินอยู่จู่ๆ  โทรศัพท์ของผมก็สั่นขึ้นมา

            มาหาหน่อยสิ รอที่ห้องน้ำชั้นหนึ่ง

            ผมแทบจะทำโทรศัพท์หล่นเมื่อไอ้กายส่งข้อความมาหา จะอะไรอีก ผมจะเลิกยุ่งกับมันแล้ว    แล้วมันจะมายุ่งกับผมอีกทำไม






 















 

             ผมตัดสินใจกดปิดโทรศัพท์ไปหลังจากที่อ่านข้อความเสร็จ ผมจะไม่ไปหามันเด็ดขาด  ไม่ว่าจะเรื่องอะไร

            “มีอะไรหรอจูน”  ไอ้หนึ่งร้องทักผมขึ้นเมื่อเห็นว่าผมหยุดเดินและยุ่งอยู่กับโทรศัพท์อยู่

            “เปล่าหรอก  ไปเรียนเถอะ”

            ผมตอบพร้อมดันหลังหนึ่งเบาๆ ให้เดินต่อ  มันพยักหน้าเข้าใจแล้วเดินต่อไปตามที่ผมบอก   หรือว่าที่กายเรียกผมไปเพราะเรื่องของหนึ่ง

            ถึงจะเป็นเพราะเรื่องนี้ยังไงๆ   ผมก็ไม่ยอมช่วยแน่   ถ้าผมหมดหนทางจริงๆ ก็คงต้องขอให้เฮียภูช่วยกันหนึ่งออกจากไอ้กาย  ขืนผมไปบอกไอ้หนึ่งว่าอย่ายุ่งกับกายนะ  มันไม่ทำหรอกครับ  มันยิ่งเป็นเจ้าหนูจำไมอยู่

            ระหว่างที่เรานั่งเรียน ผมก็พยายามไม่คิดคำถามมากมายในหัวที่อยากจะรู้ว่าไอ้กายให้ผมไปหาทำไม  เรียกไปทำร้ายอีกงั้นหรอก็คงจะไม่ใช่......

            “จูน”

            “เฮ้ย”  ผมสะดุ้งจนเผลออุทานออกมาแต่โชคดีที่เสียงมันไม่ดังจนคนรอบข้างได้ยิน   ผมตีแขนไอ้หนึ่งเบาๆ

            “ตกใจหมด”

            “ก็เห็นเหม่อๆ  คิดไรอ่า”

            “ไม่มีอะไรหรอก”  ผมปฎิเสธแล้วยิ้มบางให้มันเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้น  ไอ้หนึ่งพยักหน้าเข้าใจและหันไปสนใจอาจารย์ที่สอนอยู่

            เลิกคิดสิจูน  เลิกคิด

            ผมพร่ำบอกตัวเองอยู่แบบนี้ตลอดสองชั่วโมงที่เรียน สรุปคือผมเรียนวิชานี้ไม่รู้เรื่องเลยสักนิด เพราะมั่วแต่คิดเรื่องของไอ้กาย           

            วันนี้ทั้งวันผมปิดมือถือ ลงไปทานข้าวเสร็จก็รีบไปเรียนทันทีเพราะกลัวว่าจะไปเจอไอ้กายเข้า  อย่างน้อยๆ ผู้หญิงของมันอยู่คณะนี้มันก็อาจจะยังคงวนเวียนอยู่ที่นี่  แถมยังมีไอ้หนึ่งอยู่อีก       

            ตกเย็นเมื่อผมเลิกเรียนวิชาสุดท้าย  ผมก็คิดว่าจะกลับบ้านทันที ส่วนพวกไอ้เหนือก็ชวนกันไปเที่ยวไหนกันไม่รู้  ก็อยากไปนะครับแต่เหมือนไอ้หนึ่งจะไม่ไปแถมพวกที่ไปก็มีแต่พวกคู่ข้าวใหม่ปลามันกัน  ผมไม่อยากจะไปเป็นก้าง

            “ไม่ไปจริงๆ หรอจูน”  นาวาถามผมเมื่อเห็นผมปฏิเสธคำชวนของพวกมัน

            “ไปก็เป็นก้าง”  ผมตอบพวกมันเสียงเรียบพร้อมสะพายกระเป๋าเตรียมจะกลับบ้าน

            “แล้วกลับยังไง”  ไอ้เหนือถามต่อแถมยังทำหน้าหงิกงอไม่พอใจที่ผมไม่ไปด้วย

            “เดี๋ยวขึ้นรถเมล์กลับ  ไม่เอาน่า อย่าหน้างอดิ”

            “เออๆๆ ก็ได้กลับดีๆแล้วกัน”  ผมหัวเราะเบาๆ  เมื่อเห็นไอ้เหนืองอแง  พวกนี้มันชอบกินชอบเที่ยว เดี๋ยวก็เมาหัวราน้ำกลับบ้านกันเชื่อผมเถอะ

            หลังจากที่ร่ำลากันเสร็จผมก็เดินออกมาขึ้นรถหน้ามอ รอไม่นานนักรถก็มาถึง  โชคดีที่วันนี้มีที่นั่งให้ผมนั่งได้สะดวกไม่เหมือนวันอื่น  

            ขณะที่ผมกำลังฮัมเพลงเดินจากปากซอยเข้าบ้านอยู่นั้น  ผมก็เห็นว่ารถของไอ้กายจอดอยู่หน้าบ้าน ผมเลยเลี่ยงจะเดินเข้าไปใกล้และรีบที่จะเดินเข้าบ้านเพราะคิดว่ามันอยู่ในรถ

            แต่ผมคิดผิด  ผมก็ไม่สามารถทำได้เพราะร่างสูงหนาได้ยืนขวางอยู่หน้าประตูรั้ว แถมยังสูบบุหรี่พ่นควันลอยฟุ้งเต็มไปทั่ว

            ผมหยุดเดินและรีบถอยหลังไปหลบข้างๆ  รถของมันเพื่อไม่ให้มันเห็นผม  ผมหยิบโทรศัพท์มากดเปิดพร้อมกับโทรหาจาทันที

            “จา”

            “อะไรจูน”

            “จะถึงรึยัง”  ผมถามปลายสายเสียงเบาราวกับกระซิบเพราะกลัวไอ้กายจะได้ยิน

            “จะถึงแล้ว ทำไม”

            “รีบมา....”

            “ทำไม”

            “กาย...กายอยู่หน้าบ้าน พี่ไม่กล้าเจอเขา เมื่อเช้าเขาเรียกพี่ไปหาแต่ไม่ได้ไป”

            “หลบอยู่แถวนั้นก่อนแล้วกัน จะรีบไป” 

            ผมนั่งตัวสั่นภาวนาให้จามาถึงเร็วๆ หลังจากที่วางสายไป   ในระหว่างที่ร่างสูงคุยโทรศัพท์อยู่ ผมเลยค่อยๆ ย่องออกห่างจากตัวรถและไปหลบอยู่ที่หลังต้นไม้ต้นใหญ่ที่ห่างจากบ้านของผมพอสมควร

 

            ไม่ถึงสิบนาทีต่อมา ผมก็เห็นจามาถึงบ้าน   กายมองหน้าจาเหมือนกับไม่พอใจที่เป็นจากลับมาก่อน จาเองก็ชักสีหน้าใส่ไอ้กายเหมือนกัน

            “พี่เธอล่ะ”

            “ทำไม มีธุระอะไร”

            “ฉันถามเธอ เธอก็ต้องตอบ”

            “จูนไม่อยู่หรอก จูนไปเที่ยวกับแฟน”

            “เหอะ ร่านชะมัด”

            “แล้วไง  ร่านก็ยังดีกว่าชั่วแบบพี่” สองคนนั้นยืนเถียงกันจนผมเห็นท่าไม่ดีอยากจะออกไปลากจาเข้าบ้าน แล้วมาคุยกับไอ้กายให้มันรู้เรื่องแต่....

            “เออชั่ว! บอกจูนด้วยก็แล้วกันว่าถ้าไม่อยากให้ไอ้เอกรู้เรื่องของกูกับมันก็โทรหากู” ผมเบิกตากว้างเมื่อไอ้กายพูดแบบนี้ออกมา  มันขู่ผม..........พี่เอก.....ผมจะให้พี่เอกรู้เรื่องนี้ไม่ได้

            ถ้าเขารู้.....เราก็ต้องเลิกกัน

            ผมผิดเองที่ผมมีอะไรกับไอ้กาย เขาก็คงจะหมดความเชื่อใจในตัวเอง  เพราะเขาเกลียดกาย และเขาก็บอกผมแล้วว่าให้เลิกยุ่งกับมัน  ก็เหมือนผมทรยศ หักหลังเขา  ผมมันไม่ดีเอง....แต่ผมไม่อยากเลิกกับพี่เอก ทั้งๆ ที่ตอนนี้เรื่องของผมกับเขากำลังไปกันด้วยดีสามารถพัฒนาความสัมพันธ์ไปเป็นระยะยาวหรือคบกันตลอดไปได้

            แต่กาย....ผมควรจะทำยังไงดี!


 

            “พี่จะเอายังไงล่ะ”  จาถามผมอย่างหัวเสียเมื่อไอ้กายกลับเข้าบ้านไป  ผมก็รีบเข้าบ้านไป  ตอนนี้ผมมืดแปดด้านไปหมด อยากจะร้องไห้ชะมัด

            “พี่ต้องโทรหาเขา”  ผมตอบเสียงเบาเมื่อคิดหนทางแก้ปัญหา

            “พี่จะบ้าหรอ! มันจะทำอะไรพี่ก็ไม่รู้นะ” จาตวาดเสียงดังแล้วเขย่าตัวผมแรงๆ  คล้ายกับเรียกสติให้คืนมา

            “แต่จะให้พี่เอกรู้ไม่ได้”

            “ทำไมจะไม่ได้ ถ้าพี่เอกมันรักพี่ ต่อให้พี่ผ่านใครมันก็รับได้ทั้งนั้น”

            “จะบ้าหรอ”  ผมพูดด้วยเสียงสั่นเทา ถ้าพี่เอกคิดแบบนั้นมันก็ดี แต่ถ้าเขาไม่คิดแบบนั้นล่ะครับ

            ผมไม่อยากเลิกกับเขา 

            “งั้นก็เลิกกันซะ”  จาถอนหายใจแล้วยืนกอดอกมองผมที่นั่งอยู่บนโซฟา

            “ไม่”  ผมตอยเสียงเบา

            “ก็คบกันเล่นๆ อยู่แล้วไม่ใช่หรอ”

            “นั่นมันแต่ก่อน....”

            “งั้นก็ไปถามเขาว่าเขารักพี่ไหม ว่าเขารับได้ไหมที่พี่มีอะไรกับคนนั้นไปแล้ว”  จาพูดยาวรวดเดียวทำเอาผมคิดหนักกับคำพูดของเธอ

            ผมควรจะไปหาพี่เอก...

 

            ผมตัดสินใจว่าจะไปหาพี่เอกที่คอนโดและกะว่าจะซื้ออาหารไปให้เขาด้วย  ผมแวะอยู่ร้านอาหารร้านหนึ่งที่เราชอบมาทานกันบ่อยๆ

            เมื่อผมสั่งอาหารตามที่เขาชอบกินเสร็จ ผมก็มานั่งรออยู่โต๊ะข้างๆ เคาน์เตอร์  ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมเพื่อฆ่าเวลาอยู่ไม่นาน  จู่ๆ  โทรศัพท์ของผมก็ถูกดึงไปด้วยมือของใครก็ไม่ทราบ

            พอผมเงยหน้าขึ้นไปเพื่อจะต่อว่าเขา ผมก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเป็นไอ้กายที่ยืนแสยะยิ้มที่มุมปากจ้องมองผมอยู่    มันนั่งเก้าอี้ตรงข้ามผมโดยไม่ถามผมสักคำก่อนจะยื่นโทรศัพท์คืนให้ผม

            “จาคงบอกแล้วสินะ”

            “มีอะไร”  ผมพูดเสียงสั่นและหันมองว่าอาหารของตัวเองเสร็จหรือยัง  ผมจะได้ออกไปจากที่นี่เร็วๆ ตอนนี้ผมหาวิธีช่วยตัวเอง เพราะว่าผมไม่มีจาอยู่ด้วย จะโทรเรียกมามันก็เกินไป

            “ก็คิดถึง” ไม่พูดปล่อย มันขยับหน้าเขามาใกล้ผมจนจมูกเราแทบจะชนกัน  ผมเบิกตากว้างและรีบก้มหน้าหนี

            “เป็นยังไงบ้าง”

            “สะ สบายดี”  ผมพูดตะกุกตะกักจนอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอ  มันเท้าคางมองหน้าผมจนผมต้องหันหน้าหนีไปทางอื่น

            ไม่เข้าใจ ทำไมต้องมาถามอะไรแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตัวมันเองน่าจะรู้ว่าผมควรจะมีชีวิตยังไงหลังจากที่มันทำแบบนั้นกับผม

            “กูไม่รู้หรอกนะ ว่ามึงจะคิดยังไง แต่สำหรับมึงเราก็เป็นเพื่อนกันเหมือนเดิมได้”  ผมตกใจเมื่อมันพูดแบบนี้ออกมา  มันทำเหมือนกับว่าคืนนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น ให้เราลืมมันไปซะ

            “เพื่อน?”

            “กูกับมึงเพื่อนกัน คำไหนคำนั้น

            “พะ....เพื่อน เพื่อนที่ไหนเขาเอากันล่ะ” ผมพูดออกไปตรงๆ ไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะหัวเราะเยาะผมขนาดไหน

            “ก็แค่เซ็กส์เฟรนด์ ทำอย่างกับไม่เคยไปได้”  ไอ้กายขยับตัวพิงกับเก้าอี้ มันยิ้มมุมปากราวกับเป็นเรื่องตลก

            “กู....กูเกลียดมึง”

            “มึงบอกว่าเกลียดหรอ   กูเชื่อว่ามึงทำไม่ได้หรอก!”  ผมกำมือตัวเองแน่น  สาบานได้เลยว่าถ้าอยู่ข้างนอกร้านผมจะต่อยหน้ามันให้เลือดกลบปาก

            “งั้นต่อไปเราก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก”

            “พูดเป็นเล่นไปน่าจูน”

            “อะไรอีก”  ผมพูดพร้อมน้ำตาที่คลอเบ้า  ผมก้มหน้าแล้วยกมือขึ้นเช็ดมัน  ไอ้กายหยิบทิชชู่บนโต๊ะมาให้ผมสองสามแผ่น   แต่ผมไม่รับ มันถึงกับชักสีหน้าใส่ผม

            “เรื่องหนึ่ง อย่าลืมสิจูน”

            “ไม่ได้ ขอร้องล่ะกาย ถ้ามึงจะเล่นๆ อย่าเป็นหนึ่งได้ไหม”  ผมขอร้องอีกฝ่าย ถึงจะรู้ว่าคนอย่างมันไม่มีทางยอมผมก็ตาม

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ กูก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร J”  ผมเกลียดรอยยิ้มของมัน  รอยยิ้มเลวๆ แบบนี้

            “ไม่ อย่ามายุ่งกับหนึ่ง”

            “จุๆ อยากให้คุณหมอสุดที่รักของมึงเขารู้ไหมล่ะ ว่าเรา....”

            “หมายความว่าไง” 

            “เลือกเอาแล้วกันนะครับ ว่าจะยอมช่วยกูเรื่องหนึ่งกับให้ไอ้เอกมันรู้เรื่องของเรา ถ้าไอ้เอกรู้ขึ้นมาก็คงจะ” มันพูดด้วยเสียงยียวนกวนใจผม จนผมอยากจะกระชากหัวมันทุบโต๊ะแรงๆ

            “จะอะไร” ผมกัดปากข่มความโกรธด้วยไว้

            “เปล่า  หวังว่าจะได้คำตอบเร็วๆ นี้นะ” ว่าแล้วร่างสูงก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างมีชัยและลุกขึ้นเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะด้านในสุดของร้าน 

            ผมไม่สามารถจะขายเพื่อนตัวเองได้

            และผมก็ไม่อยากจะให้พี่เอกรู้เรื่องนี้ได้

            ผมควรจะทำยังไงดี

 

            

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,197 ความคิดเห็น

  1. #1178 yoyo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2557 / 11:10
    อิกายต่อรองอย่างนี้ไม่แมนเลยอ่ะ เลวโคตร
    #1,178
    0
  2. #612 __lovely__ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 18:54
    กายตอนนี้ฉันเลิกรักแกชั่วคราว
    เลวบาดจิต เจ็บหัวใจเจ้ : (((
    #612
    0
  3. #577 Mimi (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2556 / 09:54
    จูนน่าจงจารร แงๆๆ

    ไรเตอรืง่าา ทำไมเรื่องมันเศร้าอย่างงี้ T^T

    สู้นะจูน ไรเตอร์ด้วยน่ะ :D
    #577
    0
  4. #560 mimkie_micky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2556 / 18:32
    กายเลวไปนะ =-=


    #560
    0
  5. #558 Praew_Parichat (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 23:22
    กายแม่มโคตะระชั่วเลยอ่ะ ชิส์ๆๆๆๆ

    จูนจ๋าจูนจะต้องผ่านมันไปให้ได้นะ สู้ๆ
    #558
    0
  6. #555 tangtry (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 23:03
    สงสารจูนอ่ะ กายแกใจร้ายไปนะ
    #555
    0
  7. #553 namo_nm (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 19:20
    บางทีกายก็เลวไปนะ - -
    #553
    0
  8. #551 luffy1 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 16:09
    บอกความจริงกับพี่เอกไปเลย แล้วก็ชิ่งบอกเลิดซะ แล้วค่อยฆ่าไอ่กาย ฮ่าๆๆๆๆ จิตรไปปะ คึคึ
    #551
    0
  9. #550 Gig'Party Cill Cill (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 13:50
    อ่า อิกายแกใจร้ายม๊ากกกก
    สงสารจูนอ่ะ นางเจ็บตลอดดด T^T
    #550
    0
  10. #548 pitcha (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 12:43
    บอกพี่เอก ไปเลย ถ้าเค้ารับได้ ก้อดี ถ้ารับไม่ได้ก้อ ย้ายไปอยู่กะพี่ชายสักพัก 

    ให้กาย คลั่งตามหาจูน ไปเลยยยยยยยยยยยยยย
    #548
    0
  11. #547 แตงกวา (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 12:36
    จูนเหมือนคนที่ไม่มีความคิดอะไรเลยเอาแต่ร้องไห้อ่อนแอไปวันๆกลัวมันทุกสิ่งทุกอย่างจายังเข้มแข็งกว่าอะ ไร้ความเป็นตัวของตัวเอง คือเราไม่สงสารจูนเลยนะบอกตรงๆสงสารจาแทนที่มีพี่ที่ไม่ได้เรื่องเอะอะก็ร้องไห้จะเอาให้ท่วมโลกเหรอแล้วที่จาพูดก็เรื่องจริงถ้าเอกรักจูนก็ต้องยอมรับได้หรือความจริงก็อยากไปกับกายอยู่แล้ว
    #547
    0
  12. #546 Mook sawon (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 12:31
    กายชั่วมากกกกกกก
    #546
    0
  13. #545 Master-D (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 11:55
    สนุกมากเลยค่ะ
    จะรอนะค่ะ ^^
    #545
    0
  14. #544 purina (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 11:06
    กายเลวววว!!!!! ฮึกT^T สงสารจูนอ่ะ
    #544
    0
  15. #542 แป๋งแป้ง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 09:14
    ถึงเราจะไม่ค่อยชอบจานะ แต่... จา!!เอากายไปเก็บไปที = ="
    #542
    0
  16. #541 yoyo_vip (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 08:57
    กายเลว แค่นี้จูนก็น่าสงสารจะตายแล้ว ยังจะให้ช่วยเรื่องหนึ่งอีก


    #541
    0
  17. #540 eunna22 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 08:36
    กายทำไมเป็นคนแบบนี้  สงสารจูน เดี๋ยวเชียร์พี่เอกซะเลย
    #540
    0
  18. #539 เซซิเลีย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 08:02
    จูนน่าสงสารจริงๆๆๆๆ ขอให้กายได้ตามง้อจูนทีเถอะ5555
    #539
    0
  19. #538 คนหนึ่ง (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 07:45
    บอกพี่เอกโลดข่าา

    คำตอบง่ายๆจากคนที่มองจากภายนอก5555

    คือถ้าเราเป็นจูนก็คงลำบากใจเหมือนกันนะ

    ถ้าพี่เอกเลิกนี่จะเหลืออะไร

    คงเศร้าหนัก แต่ตอนนี้ยังดีที่มีจา

    ดูแปลกๆเหมือนกันที่อยู่ดีจาก็คืนดีด้วย

    อยากรู้ความคิดจาเบาๆนะ แต่อยากรู้ความคิดกายมากที่สุดเลยยย
    #538
    0
  20. #537 ฟองคลื่น... (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:36
    บอกไปสิจูน เรื่องมันเกิดแล้ว
    บิดบังก็เท่านั้น
    ถ้าพี่เอกรักจริง ต้องรับได้สิ
    ถ้ารับไม่ได้ก็ถือซะว่าไม่ใช่ เลิกวันนี้ดีกว่าพี่เอกมารู้ทีหลังแล้วเลิก
    อย่าให้เรื่องนี้มาเป็นจุดอ่อนอีกเลยจูน 

    กายนี่เลวจริงๆ
    #537
    0
  21. #536 mymango (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:24
    เกิดเป็นจูนนี้มันน่าสงสารจริงๆ
    #536
    0
  22. #526 tudtu8 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:53
    บอกพี่เอกเถอะ แล้วเปลี่ยนสถานะให้เป็นพี่ชายที่แสนดีเลย
    #526
    0
  23. #520 น้ำแดงมะนาว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 23:05
    เกลียดกายอ่ะ ให้จูนหนีไปเลยไรท์

    กายจะได้รู้สึกซะที โอ้ยยยยย หน่วงอ่ะ เฟลแทนจูนเลย
    #520
    0
  24. #519 love (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2556 / 12:38
    ไรท์ส่งจูนไปเรียนต่อต่างประเทศดิ กายจะได้รู้สึก

    ขาดจูนไม่ได้(เลิกกับพี่เอกซะ ให้คู่กับจา)
    #519
    0
  25. #518 เซซิเลีย (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2556 / 22:23
    อยากให้จูนเลิกกับพี่เอก แล้วให้กายมาตามง้อจูน จริงๆๆๆๆๆๆๆ 55555 ชอบๆๆๆๆแบบนี้ มาอัพต่อเร็วๆๆๆนะไรท์เตอร์
    #518
    0