Holy War ทำไงได้ผมชอบคนมีเจ้าของแล้ว! [YAOI]

ตอนที่ 5 : Chapter 04 : Black Paradise 100per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,908
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ส.ค. 56



Chapter 04  :  Black Paradise

 

                ผมพาร่างของตัวเองเดินถือร่มคันใหญ่พอที่จะไม่ทำให้ตัวเองเปียกไปยังบ้านของกาย  ผมเดินเข้าไปในบ้านก็พบความว่างเปล่า  ผมเลยถือวิสาสะเดินขึ้นไปบนห้องนอนของเจ้าของบ้าน

            ผมเปิดเคาะประตูห้องสองสามทีแต่ก็ไร้วีแววใครที่จะมาเปิด ผมเลยเปิดเข้าไป  เท่านั้นแหละผมก็เบิกตากว้างเมื่อเห็นร่างสูงหนานอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา

            “กาย”  ผมเรียกอีกฝ่ายเสียงเบาๆ  ก่อนจะยื่นมือไปแตะที่หน้าผาก

            “มึงตัวร้อน ไปตากฝนมาหรอ”

            “อืม”  กายครางในลำคอก่อนจะขยับตัวซุกเข้ากับมือของผม

                “ไปตากฝนทำไมล่ะ”

            “ซีโร่มันไม่เข้าบ้าน เล่นน้ำอยู่ข้างนอกเลยพามันเข้าบ้าน” 

            ซีโร่เป็นแมวที่ไอ้กายเก็บมาเลี้ยงครับ  ตอนนั้นที่ผมกับมันเพิ่งจะรู้จักกัน เราไปวิ่งที่สวนสาธารณะบ่อยๆ แล้ววันหนึ่งขณะที่เรากำลังวิ่งหนีฝนกลับบ้านกัน เราก็เจอเจ้าแมวตัวนี้อยู่หน้าบ้านของไอ้กาย   ด้วยความที่มันอยู่คนเดียวคงจะรู้สึกเหงามันเลยเลี้ยงเจ้าแมวตัวนี้เป็นต้นมา

            พูดถึงมัน มันก็มาพอดี เจ้าแมวขนปุกปุยของไอ้กายเดินเข้ามาคลอเคลียขาของผมอย่างออดอ้อน  ผมคิดว่ามันติดผมมากว่าไอ้กายซะอีก

            “งั้นก็นอนซะ เดี๋ยวจะเช็ดตัวให้”  ผมพูดก่อนก้มลงอุ้มซีโร่ให้มันไปนอนกลิ้งที่พื้นเล่น  ส่วนผมก็เดินเข้าไปในห้องน้ำ ผมเปิดน้ำอุ่นใส่กะละมังเล็กและหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาชุบน้ำ

            ผมเดินมานั่งที่ริมเตียงก่อนจะบิดน้ำออกจากผ้าขนหนูแล้วเช็ดตัวให้อีกฝ่ายเบาๆ  ไอ้กายลืมตาขึ้นมองผมก่อนจะหัวเราะในลำคอ

            “ดีจังนะมึงนะ เหมือนเมียดูแลผัวเลย”  ผมชะงักค้างด้วยความตกใจ  ผมกลืนน้ำลายลงคอแล้วเช็ดตัวมันต่อไม่สนใจสายตาคมเข้มที่จ้องมองอยู่

            “เมื่อไหร่จะเลิกกับไอ้เอก”

            “ทำไม”  ผมถามอีกฝ่ายด้วยความงุนงง  มันไม่ใช่อะไรที่มันจะมาถามสักหน่อย ยุ่งอะไรกับชีวิตของผม

            “เปล่า กูแค่ถามเฉยๆ เห็นรักกันดี”

            “เขาเป็นคนดี”

            “คนดีเหี้ยไร ลับหลังมึงมีใครอีกบ้างมึงก็ไม่ใช่รู้” มันบอกผมด้วยเสียงแหบแห้ง  ไม่สบายยังจะมาปากดีอีก

            ผมถอนหายใจแรงๆ ก่อนจะรีบเช็ดตัวให้มันอย่างลวกๆ แล้วเดินเอากะละมังไปเก็บในห้องน้า เหลือแค่เอาข้าวเอายาให้มันกินแค่นี้หน้าที่ของผมก็จบ   ผมไม่สนใจไอ้กายที่จะมองมายังไง  ผมเดินออกจากห้องและลงไปยังห้องครัวข้างล่าง    

            มือเรียวของผมเอื้อมหยิบยาในตู้มาวางไว้กับถาดแก้วน้ำ  ก่อนจะหันไปต้มโจ๊กร้อนๆ ให้อีกฝ่ายทาน

            พอทุกอย่างเสร็จผมก็ยกชามโจ๊กและยากับน้ำใส่ถาดขึ้นไปให้คนป่วยที่ไม่น่าจะป่วย  ไอ้กายที่นอนขดอยู่เมื่อได้ยินเสียงผมปิดประตูก็ตื่นขึ้นมา มันลุกขึ้นนั่งก่อนจะถอนหายใจ

มันเป็นคนไม่ชอบกินยาครับ ไม่ชอบกินโจ๊กด้วย

            “กินๆ ไปเถอะน่า ก็รู้ว่าไม่ชอบ”

            “ก็ได้”

            ผมวางถ้วยโจ๊กไว้บนโต๊ะข้างๆ เตียงก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวจะกลับ

            “เดี๋ยว”

            “หืม?”

            “ป้อนกูหน่อยสิ”

                !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!  



 

ผมชะงักค้างด้วยความตกใจเมื่ออีกฝ่ายพูดแบบนี้ออกมา พอหันกลับไปมองร่างหนาก็ทำหน้าเรียบเฉยเหมือนเคยแต่มันดันจับแขนผมไว้แน่นไม่ให้ไปไหนได้

            ผมถอนหายใจเบาๆ เพราะไม่สามารถจะก้าวเดินออกจากห้องนี้ไปได้ ผมเลยนั่งลงบนเตียงและหยิบถ้วยโจ๊กมาจะป้อนอีกคน   ไอ้กายยิ้มที่มุมปากบางๆ ก่อนจะซุกตัวเข้าท้องของผม 

            “กาย อย่า! มากินสิ”

            “อืม”

            มันครางรับพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งหน้าผม  มันอ้าปากเหมือนรอผมป้อนมัน  และด้วยความหมั่นไส้ผมเลยตักโจ๊กทั้งที่ยังร้อนๆ เข้าปากมัน ร่างหนาโวยวายทันที

            “จูน! ร้อนนะ!

            “หมั่นไส้”  ผมว่าพร้อมกับตักโจ๊กขึ้นมาเป่าสองสามทีแล้วส่งให้ร่างสูงที่หน้าบึ้งตึงอยู่  ไอ้กายกินโจ๊กไปก่อนจะบ่นใส่ผม

            “มึงแกล้งกู นิสัยไม่ดี”

            “คนอุตส่าห์ป้อนแล้วยังจะมาว่าอีก รู้งี้ให้นอนซมไข้ตายไปเลยก็ดี” ผมพูดเสียงเรียบก่อนจะจ้องหน้ามันตาเขม็ง ไอ้กายเลยได้แต่ถอนหายใจเบาๆ

            “ก็แค่บ่นเฉยๆ น่า ป้อนต่อเถอะ”  มันว่าพร้อมกับอ้าปากรอโจ๊กคำต่อไปเหมือนเด็กๆ 

            พอไอ้กายกินเสร็จผมให้ไอ้กายกินยาส่วนผมก็เก็บถ้วยไปล้าง เมื่อเสร็จก็เดินมาดูคนไข้อีกสักรอบ

            น่าจะนอนแล้วนะ?

            ไม่!!!!!!!!!!!!

            กายไม่นอนแถมยังเปิดทีวีต่อทั้งๆ ที่ตัวเองนอนซุกกับผ้าห่มหนาขนาดนั้น

            “กินยาแล้วก็นอนพักซะสิ จะได้หายเร็วๆ”  ผมพูดพร้อมกับเดินมาปิดทีวี โดยไม่ขออนุญาตเจ้าของบ้านเลยสักนิด  มันทำเสียงจิ๊จ๊ะไม่พอใจแต่ก็ยอมซุกหน้าลงหมอน

            ผมเดินไปดึงผ้านวมผืนหนามาห่มให้ร่างสูงก่อนจะหมุนตัวเตรียมจะกลับบ้านเพราะตอนนี้ก็ดึกพอสมควร ผมอยากจะนอนหลับพักผ่อนเหมือนกัน

            “อยู่เป็นเพื่อนกันหน่อยสิ” ทันทีที่ผมจะสาวเท้าเดินห่างจากเตียง ร่างหนาก็เรียกผมด้วยการจับแขนไว้แน่นไม่ให้ไปไหน

            ผมรู้สึกดีจัง....ผมอยากให้เป็นแบบนี้ทุกวันจริงเลยครับ

            “หื้ม?”

                “นอนห้องนี้แหละไม่ต้องกลับแล้ว ฝนตกหนักขนาดนั้น”  ไอ้กายพูดด้วยเสียงทุ้มแหบพร่า   จริงอย่างที่มันพูดนะครับ ฝนตกลงมาหนักมากๆ  ถึงบ้านเราจะติดกันถ้าเกิดเดินกลับไปผมก็ต้องโดนฝนแน่ๆ

            “อืม”  ผมใช้เวลาคิดนานพอสมควร และดูทีท่าของฝนที่กระหน่ำตกลงมากว่าเดิม ผมเลยตัดสินใจจะของค้างที่นี้ ถึงแม้จะไม่ใช่ครั้งแรกที่มานอนที่นี่ก็เถอะ

            เมื่อผมตอบไปและกำลังจะไปนอนตรงโซฟาข้างๆเตียง ไอ้กายหลับดึงตัวผมให้ไปนอนบนเตียงเดียวกัน

            “เฮ้ย!

            “นอนโซฟามันหนาว มึงขี้หนาวน่า” มันพูดก่อนจะดึงผ้าห่มแบ่งมาให้ผมห่มส่วนหนึ่ง

            “แต่มึงไม่สบาย เดี๋ยวก็ติดกัน”

            “เออ ช่างมันเถอะน่า หรือจะเดินตากฝนกลับบ้านก็ตามใจ!” มันพูดอย่างไม่สบอารมณ์กันจะล้มตัวลงนอนหันหลังให้ผม 

            ผมควรจะเดินตากฝนกลับบ้านดีไหม?

            อึดอัดจัง

            ในขณะที่ผมกำลังจะลุกออกจากเตียง จู่ๆ ฟ้าก็แลบขึ้นมา ทำให้ผมรีบซุกเข้ากับที่นอนตามเดิม  ผมกลัวฟ้าแลบมาก ให้ตายสิครับ

            “ถ้ากลัวก็นอนหลับไปซะ”  เหมือนจะเป็นคำปลอบโยนแต่ก็ไม่ใช่  

            “อืม” ผมครางรับก่อนจะรีบซุกหน้าลงหมอนทันที หลับๆ ไปซะตื่นมาทุกอย่างมันก็จะดีเองแหละ

           

 

 

            ตีสอง

            นอนไม่หลับ

                ผมเงยหน้ามองนาฬิกาติดฝาพนังก็พบว่าตอนนี้เป็นเวลาตีสองแล้ว ให้ตายเถอะครับพรุ่งนี้ดีนะมีเรียนตอนบ่าย

            “อืม” เสียงไอ้กายดังขึ้นทำเอาผมเกร็งตัวไม่กล้าขยับเพราะกลัวจะเป็นต้นเหตุที่ทำให้มันตื่น

            “ฟู่ว”ผมถอนหายใจเมื่ออีกฝ่ายหลับสนิทเหมือนเดิม ในขณะที่ผมกำลังจะขยับตัวนั้น มือหนาก็วาดลงมาที่เอวของผมได้ยังไงไม่รู้

            ตอนนี้ไอ้กายได้ขยับตัวหันหน้ามาหาเป็นว่าผมกับมันหันหน้าชนกัน แถมมือของมันข้างหนึ่งก็มาวางพาดเอวผมไว้แน่น

            ผิดไหมถ้าผมจะแอบมีความสุข  ทั้งๆ ที่เขาหลับอยู่แบบนี้

            ผมมองหน้าของไอ้กายก่อนจะยิ้มออกมา มันเป็นคนหล่อครับ เวลานอนก็ยังหล่อเลย ดวงตาคมเข้ม  จมูกโด่งเป็นสัน  ริมฝีปากหนานั่นกับเสียงลมหายใจเข้าออกเบาๆ มันยิ่งทำให้ผมคิดตลกกับตัวเอง

            เหมือนตัวเองเป็นโรคจิตที่ต้องแอบมองอีกฝ่ายโดยที่เขาไม่รู้ตัวแบบนี้

            อยากจะตัดใจ....

            แต่มันยากเกินไปที่จะทำ

            หรือผมควรจะลองพยายามดู  เพราะร่างหนาไม่ได้คิดกับผมเกินอื่นเลยนอกจากเพื่อน แค่คำนี้คำเดียวก็เกินพอแล้วสำหรับผม

            คนไม่มีสิทธิ์แบบผม

            “นอนไม่หลับหรือไง ถึงมาจ้องหน้าคนอื่นแบบนี้”

            !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!


 

            

 

ผมเบิกตากว้างเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้น ผมเลยรีบพลิกตัวกลับทันที  แต่ก็มีมือของอีกฝ่ายมาขัดผมไว้ก่อน  กายจับแขนของผมไว้แน่นและพลิกตัวของผมให้กลับมานอนหันหน้าเข้าหามันเช่นเดิม

            “ก็แค่ถาม  นอนไม่หลับหรือไง”

            “อืม....”  ผมพูดแล้วก้มหน้าลง ผมไม่กล้าจะสบตาคมเข้มนี้ ถึงแม้ตอนนี้จะมืดแล้วก็เถอะ

            “หนาวหรอ”

            “อืม”  ผมพยักหน้าเบาๆ ตอนนี้หนาวจริงๆ แหละครับ เพราะว่าฝนตกหนักมากแล้วแอร์ในโลกมันก็เหมือนจะเย็นๆ ขึ้นด้วย

            “งั้นหรอ” ว่าแล้วร่างหนาก็ดึงตัวผมไปกอดไว้ในอ้อมอก ผมเบิกตากว้างอ้าปากเหวอมือไม้อ่อนปวกเปียกไปหมด

            “กะ กาย”

            “ไม่เป็นไรหรอกน่า ก็มึงหนาว”  มันพูดเสียงเรียบแล้วกดหัวผมให้ลงที่แผงอกกว้าง ผมได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวมันด้วย กลิ่นที่ผมคุ้ยเคย

            “แค่ไปลดแอร์ก็พอแล้ว”  ผมพูดตะกุกตะกักไปมาแทบจะไม่เป็นคำ   ผมพยายามดันตัวเองออกจากอกของมันเพราะผมเริ่มจะหายใจไม่ออก  ไอ้กายถอนหายใจเสียงดับก่อนจะหยิบรีโมตมากดเบาแอร์

            “ขอบคุณ”

                มันเป็นประโยคสุดท้ายที่ผมพูดก่อนที่ผมจะปิดปากเงียบไม่พูดอะไรและพยายามข่มตาหลับทั้งๆ ที่มือของกายยังจับแขนผมไว้แน่นเหมือนกัน

            “ถ้านอนไม่หลับก็มาคุยเป็นเพื่อนกันหน่อยสิ”  เมื่อมันพูด ผมก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นก็แทบจะร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะหน้าของผมกับมันอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ

            “กะ กูอึดอัด”

            “กูไม่อึดอัด” ว่าแล้วมันก็เอาหัวชนผมเบาๆ  ผมเลยก้มหน้าไม่กล้าจะจ้องตาเรียวคู่นั้น

            “เมื่อไหร่จะเลิกกับไอ้เอกสักที”

            “ทำไมล่ะ?”  ผมถามออกไปด้วยความสงสัย

            “มันเป็นคนเลว”

            “เขาก็ดีกับกูนะ” 

            “กูไม่ชอบ”  มันพูดแล้วทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคออย่างขัดใจ  มันดูหัวเสียกับเรื่องของพี่เอกมาก  ไม่ว่าจะอะไร แค่พูดชื่อเขามันก็หงุดหงิด

            “มึงเกลียดพี่เขาขนาดนั้นเลยหรอ”

            “อืม กูอยากจะฆ่ามัน ฮ่าๆ”

            “มันไม่ตลกนะ”  ผมพูดออกไปตรงๆ ก่อนจะดันหัวตัวเองออกมาห่างๆ มัน ไอ้กายถึงกับทำหน้าหงุดหงิดใส่ผม

            “มึงชอบมันไม่ได้ รักมันไม่ได้” 

            “ทำไมล่ะ กูก็” 

             “กูไม่อนุญาต”  ผมพูดยังไม่ทันจบ มันก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนแถมยังขึ้นเสียงใส่ผมอีก จะอะไรนักหนา เริ่มโมโหแล้วนะ

            “ทำไมต้องให้มึงอนุญาตด้วย ตัวกูก็ของกู”

            “มันคบกับมึงแค่เล่นๆ น่าจูนกูรู้”

            “แน่ใจได้ยังไง กูกับพี่เขาก็คบกันนานออก”  ผมพูดออกไปตรงๆ อย่างที่คิดเพราะตั้งแต่มหาลัยผมก็ไม่เคยคบใครนานเท่านี้มาก่อน  แถมพี่เขาก็ใช้เวลาจีบผมนานพอสมควรเหมือนกันกว่าผมจะเล่นด้วย  หรือบางทีผมกับพี่เอกอาจจะไปกันได้ก็ได้

            “กูไม่ชอบมัน”

            “เรื่องของมึง”

            “กูไม่อนุญาต”  มันพูดเสียงนิ่งหน้าตาย 

            “มันไม่ใช่เรื่องของมึงสักหน่อยกาย”  ผมสวนกลับไปก่อนจะดึงแขนตัวเองให้หลุดออกจากมือเหนียวๆ ของมัน

            “จะไม่ใช่เรื่องของกูได้ไง”

            “ทำไม?” 

            “มึงน่ะ ชอบกูไม่ใช่หรอไง”



 

            ผมเบิกตากว้างเมื่อมันพูดในสิ่งที่ผมไม่คิดว่ามันจะพูดออกมา ไม่จริง มันจะรู้ได้ยังไง  ผมไม่เคยบอกใครเลยนะครับว่าผมชอบมัน มันจะรู้ได้ยังไง

            “มะ ไม่!

            ไอ้กายมองหน้าผมก่อนจะยิ้มบางๆ ที่มุมปาก มันทำเหมือนกับว่ามันมั่นใจในสิ่งที่มันพูด    ผมเลยรีบหันหลังให้มันทันที  ไอ้กายหัวเราะเบาๆ

            “มึงโกหกตัวเองทำไม”

            “กูเปล่า”  ผมพยายามพูดเสียงนิ่งก่อนจะข่มตาหลับ   แต่มือหนากลับดึงแขนผมไปอีกครั้งแถมยังแรงกว่าเดิมอีก

            “ปล่อย จะนอน”

            “มึงอาจจะโกหกคนทั้งโลกได้แต่มึงโกหกกูไม่ได้หรอกจูน”  มันขยับหน้ามากระซิบที่ข้างหูผมด้วยเสียงแหบทุ้ม

            “มะ มึงพูดอะไร กูไม่ได้ชอบมึงไง มึงมั่วแล้ว”

            “หรอ ถ้างั้นมาพิสูจน์กันหน่อยไหมล่ะ?” ว่าแล้วมันก็ขยับหน้ามาใกล้ผมมาก  ผมเบิกตากว้างก่อนจะผลักอกของมันแรงๆ

            “พอได้แล้ว จะนอนไง”

            “จูน!

            “อะไร!”  พอผมพูดเสียงดังใส่มันก็เอื้อมมือมาบีบคางผมเบาๆ เหมือนจะสั่งสอน ผมเลยสะบัดหน้าหนีและดันตัวเองให้ไปนอนอยู่ริมเตียง

            “อะไรอีกล่ะ!” ผมตวาดใส่มันเมื่อไอ้กายดึงตัวผมให้กลับไปนอนที่เดิม 

            “หายไข้แล้วใช่ไหม ถ้าหายจะได้กลับ!” ผมพูดและยันตัวลุกขึ้น ขืนอยู่ต่อผมว่าต้องมีเรื่องแย่ๆ ตามมาแน่ ไม่อยากจะให้อะไรมันเลวร้ายไปกว่านี้เลย

            “กลัวความลับจะแตกหรือไง”

            “ก็บอกว่าไม่ได้ชอบ” ผมโกหกหน้าตายพร้อมกับเตรียมจะลุกออกไปจากเตียงเพื่อกลับบ้าน ถึงจะตากฝนก็ยังดีกว่าอยู่ที่นี้

            “งั้นหรอ  มาพิสูจน์กันหน่อยสิ”  มันแสยะยิ้มที่มุมปากราวกับตัวเองถือไพ่เหนือกว่า  ทำเอาผมเสียความมั่นใจไปมาก  ไอ้กายยันตัวลุกขึ้นก่อนจะยืนหน้ามาใกล้ผม

            “จะทำอะไร อื้อ!

            จู่ๆ ไอ้กายก็ประกบปากผมอย่างรุนแรง  ร่างสูงพยายามจะรุกผมอย่างหนักแต่ผมก็เม้มปากไว้เน้นไม่ยอมให้มันทำมากว่านั้น  ซึ่งมันเองก็ดูหัวเสียเหมือนกัน ไอ้กายบีบคางผมอย่างแรงจนทำให้ผมเผลอเผยอ ทำให้มันรุกผมอย่างหนักหน่วง ผมผลักอกกว้างและทุบตีไหล่ของมันเพื่อหยุดการกระทำบ้าๆ นี่ลง แต่มันกลับไม่ได้เหตุ แถมอีกฝ่ายยังดูดดันริมฝีปากตักตวงผม  รสจูบแสนเร่าร้อนที่อีกฝ่ายมอบให้มันยาวนาน  ส่วนผมก็เผลอจูบตอบมันไปด้วยแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

            ให้ตายเถอะ  ผมเผลอไผลไปกับรสจูบของมันเสียแล้ว

            “อ๊ะ”  ผมร้องเมื่อมันกัดริมฝีปากของผม ผมพยายามจะดิ้นหนีสุดแรงเมื่อมันดันร่างของผมให้เอนนอนลงกับเตียง

            “ยะ หยุด” ผมเปล่งเสียงหอบเหนื่อยออกมาพร้อมกับผลักร่างหนาออกไปให้พ้นตัว ไอ้กายหัวเราะก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูผม

            “ถ้าไม่ชอบกู จะจูบตอบกูทำไม” ผมกัดริมฝีปากตัวเอง คิดข้อแก้ตัวสิจูน คิดให้ออก  ให้ตายเถอะ อยากร้องไห้ชะมัด

            “กะ กูไม่  อื้อ!”  ผมพูดยังไม่ทันจะจบไอ้กายก็กดจูบผมอีกครั้ง  ลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามาในปากเก็บเกี่ยวตักตวงเรี่ยวแรงของผมไปจนหมดสิ้น  น้ำตาของผมค่อยๆ ไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ผมยอมรับว่าผมกลัว.............

            “หึ ถ้าชอบก็บอกสิ กูจะได้สนองให้”

            ใครก็ได้ช่วยผมที 








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,197 ความคิดเห็น

  1. #1176 yoyo (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 22:48
    เฮ้ย จะปล้ำกันเลยเรอะ สงสารจูนอ่ะ
    #1,176
    0
  2. #999 ไม่ใช่ติ่ง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2557 / 14:59
    โอ้ย อุส่าหลงรักพี่เอกมานาน T^T หนูฝุ่นสู้นะลูก
    #999
    0
  3. #917 antisa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 02:52
    อิกาย แกมันเลวของแท้เลยนะเนี่ยยยย ฮื่่ออออTT^TT เค้าสงสารจูนอ่ะ
    #917
    0
  4. #856 LF.ONE (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 21:56
    อ้ากกกก กายอะชอบจูนแน่ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ฟันธงๆๆๆๆ ชอบก็บอกจูนไปดิ่ๆๆๆๆ
    #856
    0
  5. #839 kanata ryohei (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2556 / 19:00
    กายแกมันเลววววววว
    #839
    0
  6. #652 Vanilla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 10:47
    นี่ก็ยังเลวไม่เลิก
    #652
    0
  7. #651 Vanilla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 10:45
    นี่ก็ยังเลวไม่เลิก
    #651
    0
  8. #610 __lovely__ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 18:19
    จะให้เค้าเลิกกับแฟนก็บอกดีๆ สิกายที่ร๊ากกกกกก
    สงสารจูนง่ะ
    #610
    0
  9. #531 mymango (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:07
    ตอนนี้มันเศร้าจริงๆนะ สงสารน้องจูน ทำไมมีแต่คนโหดร้ายกับน้องจูน ฮือๆ
    #531
    0
  10. #530 mymango (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:02
    โธ่ มันจะมีสักตอนไหมเนี่ย ที่จูนจะไม่ร้องไห้
    #530
    0
  11. #413 ninghangout (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 19:21
    เฮ้ยยย  จูนไม่น่ารอด  ><
    #413
    0
  12. #372 Gig'Party Cill Cill (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 กันยายน 2556 / 09:31
    แอร๊ยยย แอบชอบกาย ตอนนี้เบา ๆ >//<
    #372
    0
  13. #356 kaimuk_D (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2556 / 13:09
    ทำต่อไป ฮูเร่ๆๆ
    #356
    0
  14. #343 dear16505 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2556 / 08:52
    มาต่อไวๆนะ~\(≧▽≦)/~
    #343
    0
  15. #340 Spa Za Lulla (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 17:51
    จูนความลับแตกแล้ววว 555+ โถ่น่าสงสาร ><
    #340
    0
  16. #339 luffy1 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 10:55
    กายใจร้ายตลอดเลย แต่ก็ไม่ได้ว่าอะไร คึคึ ก็หนุกดีชอบ พระเอกใจร้าย 
    #339
    0
  17. #338 honey (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2556 / 01:27
    คิดๆๆดูแล้ว กายชอบจูนป่ะเนี่ยยยยยย ที่ว่า แอบรักคนมีเจ้าของแล้วเนี่ย ที่จริงเปนกายแอบรักจูนด้วยรึป่าวน๊าาาาา (งงกะตัวเองจิงๆๆ)
    #338
    0
  18. #337 Praew_Parichat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 14:15
    ฮือๆ สงสารจูนจังเลยอ่ะ เหอๆ กายแม่มนิสัยไม่ดีอ่ะ ชิส์ๆ
    #337
    0
  19. #335 sunny-rainny-day (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2556 / 02:23
    กาย แกจะทำอะไรกันแน่
    #335
    0
  20. #334 Ampcafe (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2556 / 23:43
    ลุ้นๆตอนต่อไป...รีบมาลงเร็วๆนะไรท์
    #334
    0
  21. #333 ProDoujin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 21:39
    กายอย่าทำไรจูนนะ- -
    #333
    0
  22. #332 Nu'Belle Narak (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 21:39
    โอ๊ย สงสารจูนนนนน
    #332
    0
  23. #331 mima (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 21:08
    ลุ้นอะ มากมาย
    #331
    0
  24. #330 ♛..Story_benz~.. (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 20:54
    กะ...กาย ชอบจูนหรออออ O 0 O
    >///////////<
    #330
    0
  25. #329 Redberrylips (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2556 / 19:23
    เห็นมั้ย ว่าแล้วว่ากายต้องเป็นงี้ รุนแรงตลอด เหอะ สงสารจูนมาก
    #329
    0