Holy War ทำไงได้ผมชอบคนมีเจ้าของแล้ว! [YAOI]

ตอนที่ 4 : Chapter 03 : Joker 100per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,804
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    25 ก.ค. 56

        

            Chapter 03  :  Joker



           “ขะ ขอโทษ”

            ผมพูดเสียงสั่นพร้อมทั้งตัวที่สั่นเทาไปด้วย  ผมไม่อยากจะกลับไปนอนบ้านตอนนี้ เพราะผมรู้ว่าคนในบ้านยังไม่นอน......ผมไม่อยากจะกลับไป

            กายมองผมด้วยสายตาเคืองขุ่น มันหยิบหนังสือบอลที่อยู่โต๊ะข้างเตียงขว้างไปที่พื้นอย่างเต็มแรงคล้ายกับจะระบายความโมโห

            “ขอโทษนะกาย”

            “โธ่เว้ยย!!!!!  มันตะโกนเสียงดังจนผมสะดุ้ง ไอ้กายมองหน้าผมก่อนจะลุกออกไปที่ระเบียงที่ตรงข้ามกับห้องของผม

            มันจุดบุหรี่ขึ้นสูบแล้วพ่นควัน  ผมก็ได้แต่มองมันอยู่ในห้องไม่ได้ไปก้าวก่ายอะไร เดี๋ยวจะโดนไล่อีก

            ผมล้มตัวนอนแล้วซุกตัวเข้าไปในผ้าห่มหาความอุ่นและข่มตาหลับให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

            จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของไอ้กายของดังขึ้นปลุกผมที่กำลังจะหลับให้ตื่นขึ้นมา  ไอ้กายที่ได้ยินเสียงก็กำลังเดินเข้ามา

            “ครับ” มันขานรับ มันนั่งอยู่ที่ปลายเตียงเพราะคงคิดว่าผมหลับไปแล้ว   และตอนนี้ก็เงียบพอที่จะทำให้ผมได้ยินเสียงคนในปลายสาย

            ว่าเป็นผู้หญิง............

            “ครับ  จะออกไปหาตอนนี้แหละ” คุยกันอยู่ไม่นานไอ้กายก็ตัดสายไป  มันเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วก็เปลี่ยนชุดเป็นชุดไปรเวทธรรมดาจากที่ใส่ชุดนอนอยู่  

            ผมอยากถามจังว่าออกไปไหน? กับใคร? ไปทำอะไร? แต่ผมก็ไม่มีสิทธิ

            ปัง

            เสียงปิดประตูดังขึ้น ผมก็ลุกขึ้นและมองไปทั่วๆ ห้อง กายมันเป็นคนเจ้าชู้มั่วไปทั่ว จึงไม่แปลกที่จะออกไปหาสาวๆ ตอนดึกๆ แบบนี้

            แต่ทำไมมันต้องมาบอกผมว่าชอบไอ้หนึ่งล่ะ?

                ผมคงเหมือนคนบ้าใช่ไหมถ้าผมอยากจะให้มันมาชอบผมบ้าง..........

 

 

            เมื่อคืนไอ้กายไม่ได้กลับมานอนที่บ้าน  ผมเลยออกจากบ้านแต่เช้ามืดแล้วปิดประตูล็อคบ้านให้มันเสร็จสรรพ ผมเดินเข้าไปในบ้านอย่างเงียบๆ และคิดว่าคงยังไม่มีใครตื่น  แต่พอเข้าไปในห้อง ผมก็แทบจะร้องออกมา

            ข้าวของต่างๆ ของผมถูกรื้อค้นระเกะระกะเต็มห้อง    แม้กระทั่งตู้เสื้อผ้าก็ยังถูกค้น  ผมมองไปบนเตียงก็แทบจะตกใจเมื่อมีเศษกระดาษอะไรสักอย่างวางอยู่

            เป็นรูปผม....พี่ชาย..พ่อ ที่ถูกฉีก

            จา….

           

            น้ำตาของผมไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ผมหยิบรูปมากอดไว้แน่นและทรุดตัวนั่งลงข้างๆ เตียง  ผมรู้ว่าจาเป็นคนทำ เธอเคยทำแบบนี้มาครั้งหนึ่งแล้วตอนที่ผมเป็นแฟนกับพี่เอกใหม่ๆ  โรงเรียนของจาอยู่ใกล้กับมหาลัยผม และผมคิดว่าที่จาบอกว่าชอบพี่เอกก็อาจจะจริง แต่จาไม่ได้ชอบแบบจริงจังอะไร เพราะเธอจะชอบทุกคนที่เป็นแฟนผมต่างหาก.......

            ผมนั่งร้องไห้อยู่นานก่อนจะค่อยๆ เก็บของให้อยู่ในสภาพเดิม  ผมเก็บรูปไว้ใต้หมอน ดีที่ผมสแกนรูปลงคอมไปแล้ว เพราะผมคิดว่าจะต้องเกิดเรื่องแบบนี้อีกแน่ๆ  และแน่นอนผมตั้งพาสเวิร์ดคอมเอาไว้  มันเป็นวันที่พ่อของผมเสีย...

            นินจา ผู้หญิงใจร้าย

                พอเจ็ดโมงผมก็อาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะไปม.  ผมเดินลงบ้านมาเงียบๆ ก่อนจะพบว่าทุกคนกำลังนั่งอยู่โต๊ะอาหาร  ผมยกมือไหว้พวกเขาลวกๆ และนั่งใส่รองเท้าเตรียมออกจากบ้าน

            “เมื่อคืนไปไหนมา”  จาเดินมาถามผมเบาๆ 

            “บ้านกาย”

            “หึ เหมาะกันดีนี้ คนหนึ่งก็ร่านคนหนึ่งก็เลว” พูดจบเธอก็เดินออกไปที่รถยนต์ของพ่อ  ทุกวันพ่อจะไปส่งจา ส่วนผมหาทางไปเองเพราะไม่อยากจะยุ่งกับพวกเขาเท่าไหร่

            “จินติดต่อมาบ้างรึเปล่า”จู่ๆ แม่ก็ถามขึ้นหลังจากที่พ่อและจาขับรถออกจากบ้านไปแล้ว  ผมถอนหายใจก่อนจะรีบๆ ยัดผ้าใบใส่เท้า

            “ก็ติดต่อกับผมตลอด”

                “แม่ไม่ได้เกลียดพวกแกนะ” แม่พูดเสียงเบาคล้ายกับรู้สึกผิดกับเรื่องเมื่อคืน  ผมยิ้มบางที่มุมปากก่อนจะหัวเราะเบาๆ

            “ผมรู้ว่าแม่ไม่ได้เกลียด  แต่แม่ไม่ได้รักพวกผมเหมือนแต่ก่อนต่างหาก”  พูดจบผมก็เดินออกจากบ้านไปโดยไม่สนใจแม่  ผมรักแม่นะครับ.......แต่แม่ไม่ได้รักผมเหมือนแต่ก่อน..

            เมื่อก่อนแม่เรียกผมน้องจูนทุกคำด้วยซ้ำ  แต่ตอนนี้จากน้องจูนแม่เปลี่ยนเป็น แก  หรืออะไรหลายๆ อย่างที่ไม่เหมือนเดิม

            ผมเดินไปหน้าบ้านและมองบ้านของกายก็ไม่พบว่ามีใครอยู่  ไปไหน? ทำไมไม่กลับ?  ผมคิดในใจก่อนจะเดินออกจากบ้านไป   ผมเสียบหูฟังและเปิดเพลงคลอเบาๆ ในระหว่างที่เดินจากบ้านไปปากซอย 

            พอเดินไปถึงปากซอยผมก็ไปยืนรออยู่ตรงป้ายรถเมล์ใกล้ๆ  และผมก็เห็นรถของไอ้กายกำลังจะยูเทิร์นมา  ผมจ้องมองรถของมันจนกระทั่งขับผ่านหน้าของผมมา

            ไอ้กาย.....กับผู้หญิงสวยคนหนึ่ง  ผมจำได้ว่าเธอเป็นดาวคณะไหนสักคณะในม. ผม   ผมได้แต่มองให้รถคันนั้นขับผ่านหน้าผมไป ไอ้กายหันหน้ามาทางผมมันก็คงจะตกใจไม่น้อยที่เห็นผม  มันแสยะยิ้มก่อนจะเร่งรถขับผ่านผมไป

            ผมเคยสงสัยนะครับ  สำหรับมันผมคิดว่ามันเป็นเพื่อน

            แต่สำหรับมัน.......มันคิดว่าผมเป็นตัวตลกงั้นหรอ?









 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าจูน”   เสียงใสของไอ้หนึ่งถามผม เมื่อหย่อนก้นลงนั่งโต๊ะเลกเชอร์ ไอ้เหนือที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หันมามองด้วยความสงสัยเหมือนกัน

            “เปล่า” ผมกลืนน้ำลายลงคอก่อนจะพูดตอบออกไปพยายามไม่ให้ทั้งสองคนจับผิดอะไร  

            “โกหกน่า”  เหนือพูดขึ้นก่อนจะนั่งเท้าคางจ้องหน้าผมอย่างเอาเป็นเอาตาย ความจริงแล้วพวกมันก็พอจะรู้อยู่บ้างว่าทางบ้านของผมมีปัญหา

            “จริงไม่เชื่อก็ตามใจ”

            “ถ้ามีปัญหาอะไรก็ปรึกษาพวกกูได้นะ เราเพื่อนกัน” ไอ้หนึ่งกอดผมไว้หลวมๆ ทำเอาคนที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมามอง

            “กูรู้ๆ แต่กูไม่ได้เป็นอะไรไงครับ”         

                “เออๆ ไม่เป็นไรก็ดีแล้วล่ะ” ไอ้เหนือพูดขึ้น พวกเราเลิกคุยกันและหันไปสนใจอาจารย์ที่พูดอยู่หน้าห้อง

            “กูอยากได้หอถูกๆ อยู่ พวกมึงพอจะรู้จักไหม”  ผมพูดถามขึ้นเบาๆ 

            “กูว่ามึงมาอยู่บ้านกูก็ได้นะจูน” ไอ้หนึ่งมันชวนผมไปอยู่กับมันหลายครั้งแล้วล่ะครับ แต่ผมเกรงใจ  อีกอย่างมันก็ไม่ได้อยู่คนเดียวด้วยพ่อแม่พี่น้องของมันอีก 

            “กูเกรงใจไม่เอาหรอก”

            “ไม่เห็นเป็นไรเลย ถ้าอยู่บ้านแล้วไม่มีความสุขมาอยู่กับพวกกูก็ได้นะ”

            “กูก็อยู่ได้ไม่ใช่อยู่ไม่ได้ พวกมึงอย่าพูดเหมือนกูไม่มีความสุขสิ”

            “ก็....”

            “ฟังอาจารย์เถอะมึงเดี๋ยวเรียนไม่รู้เรื่อง”  ผมพูดจบเรื่องก่อนจะหันหน้าไปสนใจอาจารย์ต่อ  ไอ้หนึ่งกับไอ้เหนือมองหน้ากันก่อนจะถอนหายใจเบาๆ

            ความจริงผมจะทำเรื่องไปขอเรียนต่อที่ฮ่องกงกับพี่จินก็ได้ แต่จินเป็นตำรวจงานรัดตัวตลอด แล้วที่นั่นก็อันตรายมากสำหรับคนที่ไม่รู้วิธีการป้องกันตัวแบบผม และอีกอย่างอยู่ที่นี้ผมได้อยู่กับแม่...........

            แล้วก็ได้อยู่กับกาย.....

 

            ตกเย็นพอเลิกคลาสเราก็แยกย้ายกันกลับบ้าน  แปลกอยู่ตรงที่ไอ้หนึ่งมีเฮียภูมารับ สองคนนี้ได้กันแล้วหรือไง(?)   และอีกอย่างหนึ่งก็คือกายมาอยู่หน้าห้อง ทำเอานักศึกษาในคลาสพากันตกอกตกใจเมื่อมีหนุ่มฮอตประจำคณะวิศวะถึงสองคนมา

            แต่ดีนะ ที่ไม่มีการวางมวย

            ผมเดินไปหาไอ้กายกะจะทักทาย แต่ไม่ทันจะพูดอะไรมันก็กระชากแขนอย่างแรกให้เดินตามมันไปด้วยความสูงของผมกับมันค่อนข้างจะต่างกันผมเกือบจะต้องสะดุดล้มเพราะวิ่งตามมันให้ทัน

            “เฮ้ย มึงทำบ้าอะไรปล่อยนะ!

            “มันคบกันแล้วงั้นหรอ!” มันหันกลับมาพูดเสียงดังใส่ผมจนผมสะดุ้ง  มันคงจะหมายถึงไอ้หนึ่งกับเฮียภูสินะ

            “กูไม่รู้ อยากรู้ก็ไปถามมันเองสิ ปล่อย!

            “ทำไม รีบมากหรือไงจะไปไหน”

            “จะไปหาแฟน ปล่อยได้แล้ว!!!  ผมสะบัดออกอย่างแรงก่อนจะหมุนตัวหันหลังเพื่อจะหลบให้พ้นสายตาของมัน

            “หึ  ไว้เลิกกันเมื่อไหร่กูจะหัวเราะ” 

            “มันก็เรื่องของกู”  ผมสวนกลับไปก่อนจะเดินหนีมันแต่มันกลับเดินตามผมมา ผมเองที่ตอนแรกจะหนีไปหาพี่เอกที่คณะก็คงทำไม่ได้เดี๋ยวสองคนนี้ได้วางมวยกันอีก  ผมเลยเลือกที่จะเดินออกนอกมอ ไปยังป้ายรถเมล์

            “ไหนบอกจะไปหาแฟน”

            “เรื่องของกู อย่างยุ่งได้ไหม”  พูดจบรถที่ผมจะโดยสารกลับบ้านก็มาพอดี ผมขึ้นรถไปหาที่นั่งและแน่นอนไอ้กายก็เดินตามมาเบียดลงนั่งข้างผม

            “แล้วรถมึงล่ะ?”

            “เอาไปซ่อม”

            “อืม”  ผมเลิกที่จะปิดปากเงียบและหยิบโทรศัพท์มาเสียบหูฟังเปิดเพลงฟัง  ไอ้กายก็เอนตัวนอนลงเบาะ คงจะเหนื่อยสินะ เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านนี้

            ผมมองหน้ามันอย่างพินิจพิจารณา ไอ้กายเป็นคนหล่อมากครับ หน้าตาที่ดูแบดๆ บวกกับนิสัยดิบๆ ของมันทำเอาสาวๆ  หลงกัน  และผมก็หลงมันเหมือนกัน

            “มองอะไร” จู่ๆ มันก็ลืมตาขึ้นมาจนผมสะดุ้ง  ไอ้กายยืดตัวนั่งก่อนจะหันมาหาผม

            “ปะ เปล่า” 

            “กูถามอะไรมึงอย่างได้ไหม”  มันถามเสียงเรียบก่อนจะยืนหน้าเข้ามาใกล้ผมจนจมูกแทบจะติดกัน

            “อะ อืม” ผมพยักหน้าตอบแล้วก้มหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตากับร่างหนาที่จ้องมองผมอยู่

ไอ้กายยิ้มที่มุมปากก่อนจะเอ่ยถามผม

            “มึงชอบกูหรอ”

            ผมตกใจกับคำถามของมัน  และพยายามเก็บอาการไว้ให้แนบเนียนที่สุด

            “ไม่”

            “แน่ใจ?”

            “ทำไม ถามทำไม” ผมถามมันเสียงสั่นๆ ก่อนจะหันหน้าหนีไปทางอื่น

            “เปล่า ถามดู”  มันพูดพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปากทำเอาผมจุกอกพูดอะไรไม่ออก  ผมหันหน้าหนีไปอีกทางพยายามไม่สนใจร่างหนาที่กำลังทำอะไร 

            มันรู้หรอ........

            ไม่ใช่หรอก.........

            มันไม่มีทางรู้....เพราะเรื่องนี้อาจจะต้องเก็บเป็นความลับตลอดไป










            หลังจากที่เราถึงบ้าน ผมกับกายก็แยกย้ายกันเข้าบ้านใครบ้านมัน โดยไม่มีการพูดคุยอะไรต่อจะเมื่อครู่เลย   พอผมเดินเข้าไปในบ้านก็สะดุ้งตกใจเมื่อจายืนอยู่ที่หน้าบ้าน  ทำไมกลับมาเร็วจัง???

            เด็กคนนั้นจ้องผมตาเขม็ง  ผมเลยเลือกที่จะรีบๆ เดินและขึ้นไปบนห้องของตัวเองเพื่อไม่อยากจะโดนจาว่าอะไรผมอีก

            ผมเหนื่อย.....เหนื่อยจนไม่รู้จะทำอะไรแล้วตอนนี้

            ผมเดินไปนั่งที่ปลายเตียงแล้วทอดสายตามองไปรอบๆ ห้อง  ผมจะออกไปอยู่ข้างนอกดีไหมนะ  ใช้ชีวิตในแบบของผม ไม่ต้องทนอยู่กับอะไรแบบนี้  หางานพิเศษทำเพื่อหาเงินช่วยแบ่งเบาภาระของพี่จินกับแม่ที่หาเงินเลี้ยงผมอยู่ทุกวันนี้

            “เฮ้อ~  ผมถอนหายใจเสียงดังก่อนจะมองไปยังห้องกายที่เจ้าตัวกำลังนั่งเกากีต้าร์เล่นเบาๆ อยู่บนเตียงนอน   แต่เหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าผมลอบมองอยู่ กายลุกขึ้นมาที่ระเบียงก่อนจะสบตากับผมและแสยะยิ้มให้กับผม 

            ผมรีบหันหน้าหนีหลบหน้าหลบตาอีกฝ่าย  กายหัวเราะเบาๆ ก่อนจะปิดผ้าม่านตรงระเบียงของห้องมันลง.........

            “ใจร้ายจังเลยนะ”  ผมพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะยิ้มหัวเราะให้ตัวเอง  บางทีผมควรจะลืมๆ เรื่องพวกนี้ไปซะและตั้งหน้าตั้งตาเรียน มีความสุขกับพวกเหนือกับหนึ่งให้มากๆ

            ครืด ครืด                                                                                           

            จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้น  แต่พอเห็นชื่อคนที่โทรมาเท่านั้นแหละผมก็รีบจะกดรับทันที

            “พี่จิน!

            /ว่าไงจูน คิดถึงกันไหม/  เสียงใสในสายถามผม ทำเอาผมยิ้มแก้มปริ ผมกับพี่จินเราสนิทกันมาก ผมพูดกับพี่จินได้ทุกเรื่อง เราไม่เคยจะมีความลับต่อกันเพราะเรามีกันแค่สองคน

            “มากๆ เลย” 

            /เป็นยังไงบ้างอยู่ที่นั่น/  คำถามนี้ทำเอาผมสะอึก พี่จินรู้ว่านินจาเป็นคนแบบไหน และรู้ว่าแม่ของเราเปลี่ยนไปมากขนาดไหน พี่จินชวนผมไปอยู่ที่ฮ่องกงด้วยกันหลายครั้งแล้ว แต่ผมคิดว่ามันไม่เหมาะกับผมเท่าไหร่  และผมก็ไม่ได้เป็นคนเข้มแข็งพอที่จะป้องกันตัวเองเวลามีมาเฟียหรือโจรมาทำร้าย  พี่จินเองก็กังวลเรื่องนี้มากเหมือนกัน  ผมเลยบอกว่ารอให้ผมเรียนจบก่อนดีกว่าค่อยไป

            “จูน........จูนสบายดี”  

            /อดทนอีกนิดนะจูน เดี๋ยวพี่กลับไปพี่จะไปซื้อห้องให้จูนอยู่สักห้อง/

            “พี่เอาเงินมาจากไหนล่ะ!

            /เงินเก็บส่วนหนึ่งของพี่ เราก็ผ่อนเป็นเดือนเอาก็ได้จูน/  ถึงพี่จินจะเป็นตำรวจยศที่ถือว่าดี  แต่ค่าครองชีพที่ฮ่องกงเองก็มากพอตัวเหมือนกัน  อีกอย่างพี่จินเองก็มีชีวิตส่วนตัวของเขา แต่ก่อนตอนที่พี่จินทำงานใหม่ๆพวกเราเองก็ปากกัดตีนถีบกันมากๆ จนผมต้องทำงานพิเศษวันละเป็นสามสี่ที่ แต่ตอนนี้พี่จินสั่งผมห้ามทำงานอะไรอีกเด็ดขาดเพราะงานที่ทำมันกลับบ้านค่ำ และเคยมีพวกโรคจิตดักจะดักฉุดผม ดีที่พี่จินมาช่วยไว้ได้ทัน

            “ผมคิดถึงพี่ กลับมาหาเร็วๆ นะครับ”

            /อืม สัญญา เดือนหน้าพี่จะไปหานะจูน/

            “ผมรักพี่นะ”

            /พี่ก็รักจูนเหมือนกันนะ อย่าทำพี่ร้องไห้สิ/ พี่จินพูดพร้อมกับเสียงสั้นๆ ที่เหมือนจะร้องไห้ออกมานิดๆ ผมเองก็เช่นกัน

            “พี่ขี้แงกว่าจูนแล้วนะเนี่ย”

            /ก็อาจจะใช่ แค่นี้ก่อนนะจูนพี่ทำงานก่อน/

            “ครับ”   ผมวางโทรศัพท์ไว้ข้างๆ ตัวก่อนจะขดตัวนอนซุกเข้ากับผ้าห่มผืนหนา  ผมนอนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยพอรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นว่าฝนข้างนอกตกลงมา

            ผมเป็นคนชอบฝน

            มันทำให้ผมรู้สึกเย็นสบาย มีความสุขเมื่อได้สัมผัส ผมชอบฝนมากๆ

            แต่กายไม่ชอบฝน

                เพราะแค่เปียกฝนนิดเดียว กายก็จะไม่สบายแล้ว เลยทำให้ร่างหนาเกลียดฝนไปเลย

            ผมลุกขึ้นไปยืนสูดอากาศเย็นฉ่ำ พร้อมๆกับร่างหนาที่เดินออกมานอกระเบียง เรามองหน้ากันสักพักก่อนพี่ผมจะหันหลังกลับเข้าห้องมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะเลื่อนปิดกระจกที่ระเบียง

 

            ครืด ครืด

            เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นอีกครั้ง แต่ว่าคนที่โทรมาไม่ใช่พี่จินเหมือนเมื่อครู่แต่กลับเป็นร่างสูงที่เพิ่งจะสบตาเมื่อกี้นี้

            “ฮัลโหล”  ผมพูดขึ้นเสียงเบาๆ

            /จูน/  เสียงเข้มพูดเสียงเรียบ

            “อะไรหรอ”    ผมตอบอีกฝ่ายไป  ปกติกายจะไม่ค่อยโทรหาผมเท่าไหร่ นอกจากจะมีเรื่องอะไรที่สำคัญมากจนไม่สามารถบอกทางโทรศัพท์ได้เท่านั้น

            /มาหากูหน่อย/

                “ทำไม ไปทำไม” ผมพูดถามอีกฝ่ายไปตรงๆ  เอาตามตรงคือผมไม่อยากไป ผมยังไม่พร้อมจะไปเจอหน้ามันตอนนี้ ผมกลัว.....กลัวว่าความลับของผมจะถูกมันล่วงรู้ไปแล้ว

            “มาเร็วๆ”

            “ทำไมต้องไปด้วย ฝนมันตกนะ” ผมพูดเสียงแข็ง ถึงผมจะชอบฝนแต่ให้เดินกลางสายฝนแรงๆ แบบนี้ก็ไม่ไหวนะ

            “กูบอกให้มาก็มาสิ!

            “ตะ แต่.”

            “ไม่มีแต่ กูบอกให้มาก็มา อยากมีปัญหาหรือไง!!!!!!!!

           





 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,197 ความคิดเห็น

  1. #1175 yoyo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 22:35
    อิกาย แกจะโหดไปไหนฟะ
    #1,175
    0
  2. #1042 Zevaress (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2557 / 22:16
    ตอนแรกร้ายกะเค้าจนเค้าขยาด แถมให้เค้าเอาเพื่อนมาถวายอีก เห้อ ลุ้นๆ
    #1,042
    0
  3. #855 LF.ONE (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 21:34
    จูนน่าสงสารรรรรร อะฮืออออออToT จานิสัยไม่ดีๆ!!!!!!! กายเอาแต่ใจจจจจจจจจจ!!!! จูนสู้ๆๆๆ
    #855
    0
  4. #773 Ayase (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 19:57
    ไปตายซะอินินจา
    #773
    0
  5. #650 Vanilla (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 10:33
    อินินจาอิน้องสาวโรคจิต อิกายชั้นเกลียดแก
    #650
    0
  6. #609 __lovely__ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 17:54
    กายแกใจร้ายกับจูนตลอด รักเมื่อไหร่ก็อย่าร้ายไปกว่านี้นะ TT
    #609
    0
  7. #529 mymango (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 01:01
    โธ่ มันจะมีสักตอนไหมเนี่ย ที่จูนจะไม่ร้องไห้
    #529
    0
  8. #528 mymango (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:56
    ข่มขู่ โหดร้าย ยกให้นายเลยกาย ถ้าทำร้ายน้องจูนนะ เส็ดแน่ๆ
    #528
    0
  9. #412 ninghangout (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 19:15
    กายพูดดีมาก (ประชด)==
    #412
    0
  10. #336 Praew_Parichat (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2556 / 14:04
    โหยกายอ่า พูดดีๆกับจูนหน่อยก็ไม่ได้ เชอะๆ งือๆ สงสารจูนอ่ะ เฮ้อ....
    #336
    0
  11. #289 Mai (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2556 / 10:42
    ชอบเมะกับเคะแนวนี้จังเลยอ่าาาา>
    #289
    0
  12. #287 Estrellas Beast (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2556 / 22:02
    ไรท์เค้าสงสารจูนจัง แงๆๆๆๆ
    #287
    0
  13. #257 Ampcafe (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 14:54
    มาต่อเร็วๆนะ...อยากอ่านน้องจูนไวๆ
    #257
    0
  14. #256 Master-D (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 06:25
    สนุกมากเลยค่ะ 
    จะรอนะค่ะ ^^
    #256
    0
  15. #255 PPPALOY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 04:03
    กายเอาแต่ใจ
    #255
    0
  16. #252 giai05 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 19:35
    บ่องตรงมันค้างงอ่ะ อยากรู้อ้าาาา
    #252
    0
  17. #249 kaimuk_D (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 11:13
    เป็นอะไรของแกฟระ -O-*
    #249
    0
  18. #248 Bigie-Blue (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 21:39
    ใครมันมีปัญญากันแน่ห๊ะะะะ !!
    #248
    0
  19. #246 Wonderbell (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 19:56
    โห ชอบจูนก็บอกมาเถอะ มีซัมติงไรกัน :3
    #246
    0
  20. #245 Mimi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 19:14
    NC NC NC ขอๆๆๆๆๆ

    ไรเตอร์สู้ๆๆ
    #245
    0
  21. #244 Mook sawon (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 19:10
    เรียกไปทำ.......อะไรนะ 55+
    #244
    0
  22. #243 Spa Za Lulla (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 18:12
    กายเรียกจูนไปทำไม !!? 555+ มันต้องมีซัมติง
    #243
    0
  23. #242 poyxxbayimm' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 15:31
    เรียกจูนไปทำไมเนี่ย คึกอะไร
    #242
    0
  24. #241 luffy1 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 14:33
    กาย แม่ง เกิดคึกบ้าดีเดือดอะไรอีกเนี่ย เรียกจูนไปทำไมก็ไม้รู้ น่าสงสัยชะมัด
    #241
    0
  25. #240 น้ำแดงมะนาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2556 / 10:34
    ลุ้นมาก กายโคดโหด สงสารจูนจัง
    #240
    0