Holy War ทำไงได้ผมชอบคนมีเจ้าของแล้ว! [YAOI]

ตอนที่ 2 : Chapter 01 : I Tired... 100per

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 มิ.ย. 56


Chapter 01  :  I Tired





  
 

ผมแอบรักมัน.....

ผมแอบรักมันตั้งแต่มันย้ายบ้านมาอยู่ที่นี้  ไอ้กายคือผู้ชายร่างสูงหนาหน้าตาคมเข้ม หล่อมากสาวกรี๊ดเต็ม  ผมรู้จักมันก็เมื่อตอนปีหนึ่งที่มันย้ายมาอยู่ข้างบ้านผม  มันอาศัยอยู่คนเดียวเพราะพ่อแม่ของมันอยู่บ้านอีกหลัง  มันมีพี่สาวหนึ่งคนก็แต่งงานไปอยู่ต่างประเทศนู้น  

ครั้งแรกที่ผมเจอมัน ผมยังจำได้ดีเสมอ ร่างสูงในสภาพเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงยีนสีเข้มกำลังขนของเข้าบ้านด้วยเหงื่อที่ท่วมตัว....หน้าผมร้อนฉ่าใจเต้นตึกตักอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน   ผมก็เลยอาสาไปช่วยมันขนข้าวของ พออีกวันมาแม่ของผมชวนมันมาทานข้าวที่บ้านนั่งคุยกันอยู่นานจนทำให้ผมกับมันรู้จักกันมากขึ้น

ผู้ชายมักจะคุยกันถูกคออยู่แล้วจึงทำให้ผมกับมันสนิทกันเร็ว ห้องนอนของผมกับมันจะอยู่ตรงข้ามกัน เวลาที่ผมหรือมันไม่สบายใจอะไร เราจะมีกระดานไวบอร์ดเขียนแล้วโชว์ให้อีกฝ่ายดูโต้ตอบกันไปเป็นกิจวัตร  แต่บางครั้งผ้าม่านของเราก็ต้องถูกปิดบังเอาไว้เมื่อผมพาใครมาเที่ยวเล่นที่บ้าน หรือแม้กระทั่งไอ้กายพาใครมาเหมือนกัน

ไอ้กายมันเรียนอยู่คณะวิศวะเครื่องกลครับ  บ้านมันค่อนข้างจะมีฐานะดี  ดีมากเลยด้วย  บ้านมันทำธุรกิจเกี่ยวกับรถยนต์ ไอ้กายก็เลยบ้ารถเอามากๆ มันชอบไปแข่งรถตอนดึกๆ ดื่นๆ แข่งอย่างเดียวไม่พอหิ้วของแถมมาทุกครั้ง....

ตอนนี้ ผมกับมันเป็นเพื่อนที่สนิทกันจนจะเรียกว่าเพื่อนตายก็ได้  แต่ใครจะไปรู้....ตั้งแต่วันที่มันมาทานข้าวที่บ้านผมและเราเริ่มคุยกันนั้น  ใจดวงน้อยของผมก็แอบเต้นตึกตักผิดจังหวะเพราะร่างหนาตลอดเวลา

ผมแน่ใจ....ว่าผมชอบมัน...รักมันเข้าไปแล้ว

 ส่วนพ่อกับแม่ของผมเขาทำงานอยู่ต่างจังหวัดเสาร์-อาทิตย์นู้นถึงจะกลับ มีพี่ชายอยู่หนึ่งและน้องสาวอีกหนึ่ง  พี่ชายของผมทำงานอยู่ที่ฮ่องกง  ส่วนน้องสาวกำลังเรียนอยู่ม.สี่  ผมอยู่ปีสองคณะสถาปัตย์   ในคณะมีเพื่อนที่สนิทๆกันสองคน  คนแรกไอ้เหนือ ปากหมากวนตีนใจหยาบแต่มันน่ารัก  คนที่สองไอ้หนึ่ง ขาวเอ็กซ์เซ็กส์บึ้มมาก

“จูน”  เสียงเข้มปลุกผมออกจากภวังค์ ไอ้กายที่นอนอ่านหนังสืออยู่บนเตียงของผมมองหน้าผมด้วยนัยน์ตาที่แฝงไปด้วยความกังวล

“หื้ม?”  ผมตอบมันก่อนจะบิดตัวไปมาคลายความเมื่อยล้าอยู่ปลายเตียงเดียวกับอีกฝ่าย

“กูมีเรื่องจะบอกมึง” 

“ว่ามาสิ” ผมหันไปมองมันแล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย  ไอ้กายถอนหายใจเสียงดังก่อนจะปิดหนังสือรถในมือ

            “กูชอบเพื่อนมึงว่ะ”  เสียงเข้มพูดอย่างหนักแน่น ทำเอาผมอ้าปากเหวอเบิกตาโตด้วยความตกใจ มือของผมสั่นเทาจนทำให้ของในมือร่วงลงสู่พื้น

            !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

                “คะ ใคร”  ผมถามมันอย่างตะกุกตะกักแล้วก้มลงเก็บนั่งของที่ตกด้วยมือที่สั่นเทา  ให้ตายเถอะ ทำไม? ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย?

            “หนึ่ง”  ก็ไม่แปลกแหละครับ... ไอ้หนึ่งมันน่ารักออกขนาดนั้นมันจะชอบก็ไม่แปลก ผมหันหน้าไปปะกับไอ้กายที่ระบายยิ้มมุมปาก

            “ช่วยกูหน่อยนะ”  ร่างสูงพูดอย่างชิวๆ แต่ผมกลับไม่ชิวไปกับมันด้วย ผมอยากจะบ้าตาย...ผมชอบมัน ผมแอบชอบมันมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แล้วดูตอนนี้สิ....

            “ตะ แต่ไอ้หนึ่งมัน...”  ผมหลบหน้าลงต่ำก่อนจะพูดออกไปเสียงสั่น ผมพยายามจะหยุดความคิดของไอ้กายไว้ เพราะตอนนี้เฮียภูเองก็กำลังตามไอ้หนึ่งอยู่เหมือนกัน ผมไม่อยากให้ไอ้กายไปยุ่งกับเฮียภู  ผู้ชายคนนั้นถ้าถูกใจอะไรไม่ยอมปล่อยไปง่ายๆ อยู่แล้ว โดยเฉพาะคนที่เหมือนจะสปาร์คขนาดนั้น  ถ้าให้ไอ้กายสู้กับเฮียภู  ไม่ใครคนใดคนหนึ่งก็ต้องนอนหยอดข้าวต้มอยู่รพ.แน่ และไอ้กายมีสิทธิจะเป็นมากกว่า ผมไม่อยากให้เป็นแบบนั้นเลยจริงๆ ....

            “มันทำไม!!!    ร่างหนาถามด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด มันกระชากข้อมือของผมไปจับไว้แน่นด้วยความโมโห

            “กูคงช่วยมึงไม่ได้หรอกนะกาย” ผมตอบเสียงอ้อมแอ้มในลำคอแล้วก้มหน้าหนีมัน  ไอ้กายปล่อยมือผมแรงๆ แล้วสบถคำหยาบคาย

            “ทำไมวะ กูเพื่อนมึงนะเว้ย ช่วยเพื่อนไม่ได้หรอ”

            จะให้กูช่วยมึงได้ยังไง ในเมื่อกูไม่ได้คิดกับมึงแค่เพื่อน................





 

            “ไม่ได้หรอก....”  ผมตัดสินใจพูดปฏิเสธไปเสียงเบา  ไอ้กายขมวดคิ้วหนาก่อนจะจับไหล่ของผมแล้วเขย่าเบาๆ

            “ทำไม!  เสียงเข้มถามเสียงดังด้วยความหงุดหงิด ไอ้กายจ้องหน้าผมอย่างคาดคั้นเอาคำตอบจากปากของผม

            “ไอ้หนึ่งคนชอบเยอะจะตาย” ผมตอบอ้อมแอ้มในลำคอ  ร่างหนาเลยโมโหยิ่งกว่าเดิม ไอ้กายเป็นคนอารมณ์ร้ายครับ ใจร้อนทำอะไรไม่ฟังใครหรอก

            “กูไม่สนหรอกนะว่าใครจะชอบมันบ้าง แต่มึงต้องช่วยกู” มันพูดเสียงดังใส่ผมจนผมสะดุ้งตกใจ  ไอ้กายปล่อยไหล่ผมก่อนจะสบถถ้อยคำหยาบคายอย่างหัวเสีย

            ผมถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนจะเดินไปห้องน้ำที่อยู่ใกล้ๆ   พอถึงห้องน้ำผมกดปิดล็อคประตูเอาไว้  ร่างทั้งร่างของผมสั้นสะท้าน ไหล่ของผมสั้นเทาไปหมด  ใช่...ผมกำลังร้องไห้  ร้องไห้เงียบๆ  โดยที่อีกฝ่ายไม่เคยจะรับรู้อะไรเลย

            ในสายตาของมัน ผมก็เป็นเพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น

            ผมร้องไห้สะอึกสะอื้นโดยเอามือตัวเองปิดปากไว้เพื่อไม่ให้เสียงหลุดลอดออกไป  ผ่านไปเกือบจะสิบนาที  ผมก็เช็ดน้ำตาและล้างหน้าล้างตาปรับสีหน้าให้เป็นปรกติ

            ผมเปิดประตูห้องน้ำออกก็พบร่างหนาก็ยังคงอ่านหนังสือรถอยู่เหมือนเดิม  ไอ้กายละจากหนังสือเงยมองผม

            “ร้องไห้มาหรือไง” มันถามเสียงเรียบแล้วจ้องผมตาเขม็ง

            “ปะ เปล่า”

            “เลิกกับแฟนหรอ  คนที่เท่าไหร่แล้วล่ะ” ไอ้กายพูดเสียงนิ่งแต่ทำเอาใจของผมร่วงล้น  ผมยอมรับว่าคบคนพวกนั้นแค่แก้เหงา แต่ผมชอบไอ้กายมาก...มากจนเกินไปยากที่จะทำใจให้กลับมารู้สึกแบบเดิม

            “เปล่า ไม่ได้เลิก” ผมตอบตามตรงก่อนจะเดินไปที่โต๊ะคอมเพื่อไปหยิบโทรศัพท์  ผมไม่อยากจะอยู่กับมันแล้วให้มันพูดติดจะดูถูกผมแบบนี้  สู้ผมออกไปข้างนอกไปเจอผู้คนอื่นให้ลืมมันได้สักครู่หรือชวนใครมาเที่ยวเล่นบ้านยังดีกว่า ว่าแล้วผมก็หยิบไอโฟนของตัวเองมากดโทรออก

                /ครับน้องจูน/

            “พี่เอก  จูนอยู่บ้านเฉยๆ เบื่อจัง” ผมกรอกเสียงใส่โทรศัพท์แต่หางตาก็แอบมองร่างสูงที่ยังคงนิ่งอยู่ที่เดิม  ไอ้กายยิ้มเหยียดๆ ที่มุมปากราวกับสะอิดสะเอียดเรื่องของผม

            /ให้พี่ไปรับไปเที่ยวไหม หรือให้พี่เอาหนังไปดูกัน/

            “อืม....เอาหนังมาดูก็ได้อ่ะ ผมรออยู่นะรีบๆมาละ”

            /หึ โอเคครับผม/ 

            พอวางสายผมก็กระโดดไปนอนเล่นเกมในโน้ตบุ๊กต่อ ผมไม่ได้ติดเกมนะ แต่แบบมันว่างเกินไม่มีไรทำอ่ะ ผมเป็นคนไม่ติดเฟสอะไรพวกนั้นด้วย มีแต่เกมนี้แหละที่ช่วยผมได้

            จนเวลาผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง  ผมกดปิดเครื่องแล้วหยิบไอโฟนมาเล่นต่อ  ผมนอนชันเข่าทั้งสองข้างหันเท้าให้ไอ้กาย 

            “ไอ้เอกที่เรียนหมอนะหรอ”  ร่างหนาถามด้วยเสียงราบเรียบ  มันวางหนังสือรถลงแล้วกอดอกมองผมเพื่อรอคำตอบ

            “อืม พี่เขาใจดีอยากได้อะไรก็ได้ ง่ายๆ สบายดี”  ผมพูดตอบมันไปตรงๆ ตอนแรกที่พี่มันเขามาจีบผมแบบว่ารำคานมากแต่พอคุยกันไปก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร แต่เราก็แค่ตกลงกันในความสัมพันธ์ ว่าเบื่อกันเมื่อไหร่ก็เลิกเท่านั้นแหละ พี่เอกมันก็เบื่อเร็วอยู่แล้วเดี๋ยวไม่เกินเดือนก็คงเลิกกันเองแหละ  ส่วนผมก็อาจจะเสียใจนิดๆ   ล่ะมั้ง

                “ไอ้เอกนั้นนะหรอ หึ  ใครกันแน่ที่ง่ายจูน”


 

             “มะ มึงว่ากูทำไม!!!” ผมเดือดเมื่อมันพูดว่าผม  ผมรีบลุกไปกระชากคอเสื้อมันแรงๆ ไอ้กายยิ้มเลวที่มุมปาก

            “อ้าว ก็จริงไม่ใช่หรอ ผัวมึงเกือบจะทั้งม.แล้วมั้ง” 

                !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

            ผมเม้มปากแน่น  ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ  ก่อนที่ผมจะปริปากเถียงมัน เสียงกริ่งของบ้านก็ดังขึ้น ผมจึงรีบวิ่งลงไปเปิดประตู  ร่างสูงหนาของผู้มาใหม่มาพร้อมกับกล่องแผ่นหนังมากมาย และน้ำขนมของกินต่าง ๆ

            ผมรีบไปช่วยพี่มันถือของกินไปไว้ในครัว เสร็จแล้วก็เดินออกมาพบร่างพี่เอกที่เอนนอนบนโซฟาอย่างกับเจ้าของบ้าน

            “อยู่คนเดียวหรอ”

            “เปล่า อยู่กับเพื่อน” ผมตอบแล้วรินน้ำให้อีกฝ่าย 

            “ใคร?”

            “ผมเองครับพี่ชายที่เคารพ” ร่างสูงหนาของไอ้กายเดินลง มันเหยียดยิ้มให้พี่เอกอย่างกวนๆ  พี่เอกมองหน้าผมด้วยแววตาหงุดหงิด พี่เขาดึงผมไปอยู่ข้างหลังให้ร่างใหญ่บังไว้มิด ไอ้กายมองผมกับพี่เอกด้วยสายตาที่อธิบายไม่ถูก

            ทั้งรังเกียจ สมเพช ดูถูก...หรอ

            “มึง!!!!” พี่เอกชี้หน้าไอ้กายอย่างโมโห  สองคนนี้มีเป็นอะไรกันหรอ  เขาไม่ถูกกัน?  เพราะอะไร? ทำไม?

            “โลกกลมจังนะครับพี่เอก แหม ที่แท้แฟนไอ้จูนนี้ก็พี่เอง”

            “กูไม่อยากจะมีเรื่องกับมึงตอนนี้ไอ้กาย ไปไหนก็ไป”

            “กลัวจะแพ้อีกรึไง หึ”     

            “ไอ้กาย!!!!!!! ผมรั้งแขนร่างหนาไว้ไม่ให้เขาพุ่งไปต่อยหน้าไอ้กาย พี่เอกกำมือของตัวเองแน่นและดึงร่างของผมขึ้นไปบนห้องทิ้งให้ไอ้กายหัวเราะเหยียดเสียงดัง

            นิสัยชอบดูถูกคนอื่นนะ ไอ้กายเลยล่ะครับ.....

            “เลิกยุ่งกับมัน!!!  พี่เอกตะคอกใส่ผมทันทีที่ปิดประตู  ผมขมวดคิ้วมองร่างสูงอย่างสงสัย  ผมยอมรับว่าไอ้กายมันเลวแต่ยังไงผมกับมันก็เป็นเพื่อนกันจะให้เลิกคบกันง่ายๆ นะหรอ ไม่มีทาง

            “ผมเป็นเพื่อนมันก่อนจะรู้จักกับพี่ด้วยซ้ำ!  

            “พี่สั่งไง!!!

            “ถ้างั้นพี่ก็บอกมาสิว่าทำไมผมถึงต้องเลิกยุ่งกับกาย”

            “หึ ก็เพราะว่ามันเคยแย่งผู้หญิงของพี่ไปน่ะสิ”  ผมเบิกตากว้างทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดจบ  ผมก็พอจะเคยได้ยินเรื่องที่ไอ้กายไปมีเรื่องกับรุ่นพี่มาเหมือนกันแต่ไม่คิดว่าจะเป็นพี่เอก   เท่าที่ได้ยินมาก็พอจะจับต้นชนปลายได้ว่าแต่ก่อนพี่เอกมีแฟนอยู่คนหนึ่ง แต่เธอคนนั้นก็แอบคบกับไอ้กายโดยที่พี่เอกไม่รู้  เธอคงจะทั้งรักทั้งหลงไอ้กายมากถึงขนาดมาบอกเลิกกัน  พี่เอกเองก็จับได้ว่าแฟนตัวเองแอบไปคบกับกายเลยโกรธมาก ไอ้กายเองก็ใช่ว่าจะยอมคน มีคนไปหาเรื่องถึงที่จะมีหรือที่มันจะไม่สนองคืน

            “ผมไม่เลิกยุ่งกับกายหรอก” ผมพูดเสียงเรียบและคงทำให้อีกฝ่ายโมโห พี่เอกบีบแขนผมแรงมากจนผมร้องโอดโอยขึ้นมาด้วยความเจ็บ

            “โอ้ย!!!!!!!!!!  ผมจ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยแววตาจิกกัด พี่เอกเองก็มองผมอย่างไม่พอใจเหมือนกัน  ผมอยากจะเอาเล็บไปข่วนหน้าของร่างสูงให้มีแต่รอยไปเลย หมั่นไส้!

                “ผมคิดว่าพี่ปล่อยเพื่อนผมดีกว่านะ เป็นแค่แฟนมาอย่าทำร้ายกันดีกว่า” เสียงไอ้กายดังขึ้นจนผมสะดุ้งตกใจ ประตูที่ปิดไว้ถูกเปิดเมื่อไหร่ผมเองก็ไม่รู้ ร่างหนาของกายเดินมาแทรกกลางระหว่างผมกับพี่เอก แล้วปัดมืออีกฝ่ายอย่างแรงจึงทำให้มือของผมถูกปล่อยออก

            “พี่อย่าลืมนะครับว่านี้บ้านของจูนไม่ใช่บ้านพี่จะได้ทำอะไรตามใจชอบ!

            “สัดกาย! นี้ก็ไม่ใช่บ้านมึงด้วยเหมือนกัน!!!!!!!!

            บ้านของผมนะใช่ แต่อีกต่อไปคงเป็นสนามมวย!!!



              ผมรีบเอาตัวเข้าไปขวางทั้งสองเมื่อมีทีท่าว่าจะวางมวยกันเกินขึ้น  ทั้งสองคนขมวดคิ้วไม่พอใจก่อนและสบถคำหยาบคาย เตรียมจะพุ่งเข้าหากัน

            “ถ้าจะต่อยกันอ่ะ อย่ามาต่อยในบ้านนี้ ไปที่อื่น!!!” ผมพูดเสียงดังหนักแน่น และพยายามใช้แรงผลักร่างทั้งสองที่พยายามจะพุ่งเข้าหากันตลอดออกจากกัน

            ถ้าพวกเขาทะเลาะกันเพราะผม......

            ก็แอบดีใจนะครับ......

            แต่มันไม่ใช่!

                “วันนี้กูปล่อยมึงไปก่อนนะเว้ยสัดกาย!!!!” พี่เอกพูดเสียงดังแล้วชักสีหน้าใส่ไอ้กาย  ร่างหนาเลยยิ้มยียวนกลับมาให้  พี่เอกดูจะไม่พอใจมาก มันดึงแขนผมให้เดินตามไป

            “พี่จะพาผมไปไหน!!!” ผมถามเมื่อร่างหนาดึงแขนผมออกห้องแล้วเดินลงบันไดมาชั้นล่าง

            “กูจะพามึงไปไหนก็เรื่องของกูอย่าถามมาก!!!!!  มันตะคอกใส่ผมเสียงดังด้วยความโมโห ผมเองก็โมโหเหมือนกัน  ผมพยายามสะบัดออกจากมือใหญ่และหยุดเดินตาม

            “ปล่อยผม ผมจะอยู่บ้าน  มาพาลใส่ผมทำไมหะ!!!!!!

            “กูไม่อยากให้มึงอยู่กับไอ้เวรนั้น กูเกลียดมัน!!!!!  พี่เอกพูดเสียงดังกว่าเดิมจนผมกลัวว่าชาวบ้านชาวช่องเขาจะเก็บไปเล่าให้พ่อกับแม่ฟัง

            ลูกชายบ้านนี้ร่าน พาผู้ชายเข้าบ้าน  งี้หรือไง

                “แต่มันเพื่อนผมนะ ถ้าพี่รับไม่ได้เราก็เลิกกันเลยสิ!” ผมบอกร่างหนาตรงๆ ทำเอาพี่เอกยิ้มที่มุมปากบางๆ มันหันมามองผมแล้วบีบแขนผมแน่นจนเจ็บ

            “กูจะบอกมึงไว้นะจูน  ตราบใดที่กูยังไม่ได้เอามึงกูไม่เลิกแน่!!!” ผมคิดว่ามือผมก็ไวพอๆ กัน  ผมตบใบหน้าของร่างสูงใหญ่จนหน้าหัน พี่เอกดูจะตกใจเหมือนกันที่ผมทำแบบนี้  ผมเค้นยิ้มให้ร่างหนาก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ

            “พี่คิดกับผมแค่นี้หรอ อยากได้แค่นั้นหรอ!

            “พะ พี่...ไม่ใช่นะจูน” ร่างหนาดึงผมเข้าไปกอดแล้วกดหัวผมให้ซุกกับอกแกร่ง  ร่างหนาของอีกคนลงมาจากชั้นบน ไอ้กายแสยะยิ้มสมเพชให้ผมกับพี่เอก

            “อยากได้ซิงก็ขอมันเอาดีๆ ดิวะ จะยุ่งยากอะไร” ไอ้กายพูดเสียงนิ่งหน้าตายที่ผมกลับอยากจะร้องไห้โฮออกมา

            ทำไมต้องพูดแบบนั้นกับผมด้วย.....

            ผมพาแฟนมาบ้านบ่อยก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีอะไรกันสักหน่อย....มองกันในแง่ร้ายจัง

            “หยุดพูดนะกาย กลับบ้านไปเลย!!!” ผมว่ามันทั้งๆ ที่หัวยังซุกอยู่กับอกพี่เอกถ้าขืนพูดประจันหน้ากับมันมีหวังน้ำตาเล็ดแน่ๆ

            “อะไรกันเพื่อนสุดที่รัก ผัวมาไล่กูเลยนะ”

            “เจ้าของบ้านไล่มึงแล้วก็ไปสิวะ!” พี่เอกกระแทกเสียงแดกดันไอ้กายแล้วยิ้มสะใจ  ไอ้กายยักไหล่ก่อนจะยิ้มเลวที่มุมปาก

            “ครับๆ เพื่อนสุดที่รัก” มันพูดแล้วเดินไปทางประตูบ้าน ผมผละออกจากอกแกร่งแล้วนั่งลงที่โซฟาข้างๆ

            “ขอโทษนะจูน”  พี่เอกพูดเสียงอ่อนลง  ผมพยักหน้าตอบส่งๆ ไป ความจริงผมก็อยากจะเลิกกับเขาเหมือนกันนั้นแหละ  ผมเจ้าชู้ เขาก็เจ้าชู้เหมือนกันอยู่ด้วยกันไม่ได้หรอกครับ  อีกเดี๋ยวก็เบื่อก็เลิกกันเชื่อเถอะ

            พี่เอกล้มตัวนอนตักผมแล้วกอดเอวไว้แน่น  ผมลูบหัวร่างหนาอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบแผ่นหนังที่อีกฝ่ายซื้อมาเลือกและใช้มันไปเปิดหนังให้ดู    ในขณะที่ผมกับร่างหนาดูหนังกันได้สักพัก  เสียงข้อความของผมก็ดังขึ้น  พอผมกดเปิดข้อความก็แทบจะช็อค

ตอนเอากันอย่าลืมปิดหน้าต่างปิดผ้าม่านนะ ทุเรศลูกตา

กาย

            ให้ตายเถอะครับ  ผมเหนื่อยจัง........

            ผมคงจะไม่มีวันสมหวังในรักใช่ไหม

ในเมื่อผู้ชายที่ผมรักสุดหัวใจ......เขาใจร้ายกับผมขนาดนี้............

-------------
เม้นกันหน่อยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,197 ความคิดเห็น

  1. #1190 nan haeeun (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2557 / 08:03
    สงสารกายอ่าาา ตอนแรกนึกว่ากายจะใจร้าย
    #1,190
    0
  2. #1173 yoyo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2557 / 21:15
    กายปากร้ายสุดๆ จูนชอบได้ไงเนี่ย
    #1,173
    0
  3. #1161 noonoina (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2557 / 09:36
    ใจร้ายเกินไปแล้ว หรือว่ากายจะชอบจูน
    #1,161
    0
  4. #1092 Light B. Parker (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2557 / 08:57
    ทำไมกายเเสดงความหงุดหงิดออกนอกหน้าจัง หมั้นไส้!!ทั้งหนึ่งทั้งกายเลย!!~(พาลๆ)
    #1,092
    0
  5. #916 antisa (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 มกราคม 2557 / 02:08
    ทำไมกายถึงได้ใจร้าย ปากร้ายแบบนี้นะ รู้มั้ยว่าจูนเค้าเสียใจ
    #916
    0
  6. #853 LF.ONE (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2556 / 20:59
    กายอาจจะชอบจูนโดยไม่รู้ตัวก็ได้ๆๆๆ ไม่งั้นไม่ว่าจูนหรอกๆๆๆ ทีจูนยังว่ากายไม่ได้เลยยย
    #853
    0
  7. #770 Ayase (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2556 / 19:22
    อิกาย อิเลว
    #770
    0
  8. #648 Vanilla (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2556 / 09:53
    โหอิกายปากแบบนี้เลิกคบกันไปเถอะเป็นแค่คนรู้จักกันก็พอ
    #648
    0
  9. #606 __lovely__ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2556 / 14:11
    มันจี๊ดใจดำ
    อิพี่กาย แกปากร้ายมาก!!!!!!!!!!!!!!!

    ขอค้างไว้ก่อน เดี๋ยวจะมาอ่านต่อ TT
    #606
    0
  10. #523 mymango (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:46
    กายโหดร้ายมากกกกกก จูนช้ำหมด
    #523
    0
  11. #522 mymango (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2556 / 00:37
    สงสารจูน กายจะใจร้ายไปถึงไหนเนี่ย
    #522
    0
  12. #410 ninghangout (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กันยายน 2556 / 18:57
    ปากกายใช้ได้เลยนะ ==
    #410
    0
  13. #367 Gig'Party Cill Cill (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กันยายน 2556 / 08:42
    อิกาย แกมันใจร้ายมว๊ากกกกกกกกกกกกกก

    พูดกระแทก แดกดันถูกคำเลยอ่ะ จี๊ดดว่ะแม่ง

    สงสารจูนอ่ะ คงจะร้องให้วันละสิบรอบได้มั่ง T^T
    #367
    0
  14. #285 Estrellas Beast (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2556 / 21:44
    กายใจร้ายอ่ะ จุกอกกับทุกคำพูดของกายเลย สงสารจูนจัง T-T
    #285
    0
  15. #253 PPPALOY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2556 / 00:48
    กายแม่ง อยากตะกุยหน้าจริงๆ ทำร้ายจิตใจจูนอยู่ได้ ฮึ่มๆๆ
    #253
    0
  16. #250 giai05 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2556 / 19:26
    พูดจาดูถูกคนอื่นอ่ะ กาย อยากโดถีบกายยว่ะ
    #250
    0
  17. #211 LasTDesinY (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2556 / 01:45
    อยากกระโดดถีบกายอ่ะ
    #211
    0
  18. #208 Mimi (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2556 / 08:04
    อยากให้จูนหนีไปไกลๆ สงสารจูนนน
    #208
    0
  19. #205 ปองปีตอง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2556 / 15:22
    เราเม้นแล้ว ไรเตอก็ต้องมาอัพเร็วๆเหมือนกันนะะะ55555555555
    #205
    0
  20. #201 Redberrylips (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2556 / 23:35
    ทำไมใขร้ายอ่ะ ละคือไอพี่เอกนั่นก็ไม่ได้ดีป้ะ โอ้ย สงสารจูน 
    #201
    0
  21. #158 luffy1 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2556 / 09:43
    กาย ใจร้ายจัง สงสารจูน ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นหยั่งงั้นแท้ๆ ทำไมต้องพูกทำร้ายจิตใจกันด้วย
    #158
    0
  22. #155 Praew_Parichat (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 23:47
    อื้อหือกาย ปากนายร้ายกว่าผู้หญิงอีกนะเนี่ย จิก กัดได้เจ็บแสบมากๆ เห็นใจจูนจังเลย เฮ้อ...
    #155
    0
  23. #150 yoseob's nou (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 14:19
    กาย"ใจร้ายมากกกก"
    #150
    0
  24. #148 มินโฮแก่ คริสปล้ำยอล (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 12:31
    เห้ย น่ารัก~~~
    #148
    0
  25. #144 น้องธันมึน'' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2556 / 10:08
    กายใจร้ายจังง -0- มาต่อค้าา 
    #144
    0