Holy War ทำไงได้ผมชอบคนมีเจ้าของแล้ว! [YAOI]

ตอนที่ 10 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,319
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    5 พ.ย. 56

Chapter 09  :  I Can’t

      “พี่ไม่ใส่ชุดนี้นะ!

            “อะไรเล่า เหมาะกับพี่ออก”  ผมโวยวายใส่จาทันทีที่เด็กคนนี้ยัดเสื้อแขนกุดสีเหลืองสดกับกางเกงยีนส์ขาสั้นเสมอเข่าขาดๆ มาให้ผมเพื่อจะใส่ไปทำกิจกรรมที่มอวันนี้

            “มันจะไม่เหมาะนะ”

            “ใส่ๆ ไปเถอะน่า” จาพูดจบก็หยัดเสื้อผ้าให้ผม  แถมยังยืนกอดอกมอง

            “เออๆ รู้น่าใส่ก็ใส่ไม่ต้องมาเฝ้าหรอก ลงไปรอเลย”   พอผมพูดจบจาก็ยิ้มบางแล้วเดินออกห้องไปตามคำสั่งของผม  ผมวางเสื้อผ้าที่น้องจัดให้ก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง  มันมีหมวกมีสร้อยเส้นใหญ่ๆ นี้อีก

            พอผมเปลี่ยนชุดเสร็จและเดินลงมาข้างล่างก็พบพ่อกับแม่และจาที่นั่งด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาที่นานๆ จะมีครั้ง

            “เดี๋ยวนี้แต่งตัวจัดขึ้นนี้”  พ่อของจาแซวผมจนต้องยิ้มแห้งกลับไป

            “วันนี้ไปด้วยได้ไหม”

            “อะ อะไรนะ!”

            “ก็วันนี้วันเสาร์ หยุดไง ที่มอพี่ก็มีงานไม่ใช่หรอ ไปเที่ยวด้วยสิ”  ผมแอบกังวลเล็กน้อยเพราะเห็นห่วงจา ถ้าเกิดมีผู้ชายมารุมจีบจะทำยังไง ผมเองก็คงต้องยุ่งกับงานของคณะด้วย

            “ให้น้องมันไปเถอะน่า”  แม่พูดก่อนจะยกอาหารมาวางไว้บนโต๊ะอาหารหมายจะบอกให้ผมกับจาไปกิน

            “ครับ”

 

            หลังจากที่ผมกับจามาถึงมอ จาก็เดินตัวติดผมตลอดจนเหมือนจะคุมความประพฤติยังไงยังงั้น  ผมจะคุยกับใครก็จ้องตาขวางหมด

            “ที่มาด้วยนี้จะมาคุมความประพฤติหรือไง”

            “เปล่า  วันนี้พี่น่ารักใครๆ ก็เลยทักไง”  ผมหน้าร้อนฉ่าเพราะคำพูดของจาก่อนจะรีบเบือนหน้าหนีเดินที่คณะ  วันนี้มีก็แค่มาช่วยกันทำงานก่อนจะมีกีฬาสีของมอเท่านั้นแหละครับ  ไอ้ผมก็แค่มานั่งช่วยเขาหยิบจับของ จะให้ไปแข่งกีฬาก็คงไม่ไหวไม่เหมือนไอ้เหนือที่หอบลูกหอบผัวไปซ้อมว่ายน้ำด้วยกัน

            พอผมเข้ามาใต้ตึกที่มีเพื่อนๆ นั่งทำงานกันอยู่ พอพวกเขาเห็นผมและจาก็ต่างพากันตกใจ คิดว่าคงเพราะเห็นผมที่หัวจรดปลายเท้าเปลี่ยนลุคไปหมด จากแต่ก่อนผมจะใส่แค่เสื้อผ้าสีเรียบๆ พื้นๆไม่เคยจะใส่กางเกงขาสั้นเสื้อกล้ามกับเขาเลย

            ผมยิ้มแห้งๆ ให้ทุกคนและแนะนำจาว่าเป็นน้องสาวก่อนจะลากแขนจาไปนั่งลงข้างๆ ไอ้หนึ่งที่นั่งระบายสีฉากอยู่  มันเบิกตากว้างอ้าปากเหวอมองผมจนผมต้องหุบปากให้มัน

            “มึงก็เว่อร์ไป”

            “คิดไงใส่เสื้อผ้าแบบนี้มาวะ โคตรแจ่มเลย”  

            “ฉันเป็นคนเลือกให้เองแหละ” จาพูดตอบแทนผม ทำเอาไอ้หนึ่งสะดุ้งเพราะไม่คิดว่าผมกับจาจะญาติดีกัน  มันยิ้มแห้งๆ ให้จา

            ผมไม่ได้ต่อความยาวสาวความยืดกับไอ้หนึ่ง  ผมลงมือช่วยมันลงสีฉากตามแบบโดยมีจาช่วยอีกแรง

            “จูน!”  จาร้องชื่อผมให้หันไปหา

            “อะไร”  จาเบือนหน้าไปทางกลุ่มนักศึกษาที่เดินเข้ามาในตึกคิดว่าเป็นพวกรุ่นพี่ แต่รั้งท้ายกลุ่มก็มีกายกับแฟนสาวของมัน

            “อย่าไปสนใจเลยน่า ช่างเขาเถอะ พี่จะไม่ยุ่งกับมันแล้ว”  ผมพูดพร้อมกับทำงานของตัวเองให้เสร็จ

            “แต่มันมองพี่ มองถึงขั้นเหลียวหลังเลย” จาแสยะยิ้มพอใจกับผลงานของตัวเอง   ผมถอนหายใจก่อนจะทำงานต่อ

            “ช่างมันเถอะ ยิ่งไปแก้แค้นอะไรมันก็ยิ่งไม่ดีกับตัวพวกเราเองนะ”

            “ก็เปล่าทำอะไรนี่ พี่คิดมากเอง”

            “ให้มันจริงอย่างที่พูดแล้วกันนะ” 

            “เออ รู้น่า มันยังหันมามองพี่อยู่เลยล่ะ หึ” 

            “จา!”  ผมดุจา

            “เออ รู้แล้วน่า ไปส่งเข้าห้องน้ำหน่อยสิ” ผมพยักหน้าตอบก่อนจะหันไปบอกไอ้หนึ่งที่นั่งข้างๆ แล้วพาจาเดินไปที่ห้องน้ำ

            ผมที่ยืนรอที่เข้าห้องน้ำอยู่ก็ได้ยินเสียงคนเดินลงบันไดมาใกล้ๆ  ผมแอบเลือบมองอยากรู้ว่าเป็นใครแต่ก็ต้องตกใจที่มันร่างสูงหนาที่ไม่อยากจะเจอ

            “เดี๋ยวนี้หัดแต่งตัวแบบนี้แล้วหรอ”  มันพูดพร้อมหยุดเดินมองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าพร้อมกับแสยะยิ้มที่มุมปาก  ผมเบือนหน้าไปทางอื่นไม่ตอบ

            “ทำหยิ่งไปได้ อย่าลืมสิเรามีข้อผูกมัดกันนี้”    

            “มึงจะเอาอะไรไปบอกใครก็เอาไปเถอะ ตามสบาย”  ผมพูดตอบไป

            “เดี๋ยวนี้ปากร้ายนี้  เด็กผีนั่นคงจะสอนมาดี”  ผมหันไปมองมันตาขวางอย่างไม่พอใจที่มันว่าน้องผม  มันว่าผมคนเดียวไม่เท่าไหร่หรอกแต่ทำไมมันต้องไปยุ่งเกี่ยวกับคนรอบๆ ตัวผมด้วย

            “อย่าว่าน้องกูนะ กูก็เป็นของกูแบบนี้อยู่แล้ว”  ผมตอบตามความจริง

            “แล้วดูแต่งตัว  เพิ่งเอากับกูไป แถมยังมีไอ้เอกอยู่ มึงแต่งตัวแบบนี้อยากได้ผัวใหม่อีกรึไง”

            “มันก็เรื่องของกู”  ผมพูดพร้อมจะเดินหนีเข้าห้องน้ำไป

            “เดี๋ยวสิ เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ”  มันรั้งแขนผมไว้แต่ก็ถูกผมปัดออก”

            “ขอร้องล่ะ อย่ามายุ่งกันได้ไหม ก็บอกแล้วไงอยากบอกใครก็บอกไปเถอะ จะอะไรกับกูหนักหนา”

            “เปล่า........”  มันพูดเสียงเบาแล้วจับมือผมไว้แน่น

            “ซีโร่มันคิดถึงมึงนะ”

            “แล้วไง”

            “กูก็คิดถึงมึงนะ....”

          !!!!!!!!!!!!!!!!!!
 

          “ปล่อยอย่ามาพูดบ้าๆ นะ”

            ผมผลักไอ้กายเต็มแรงจนมันเซถอยหลังไป  มันมองหน้าผมด้วยสีหน้าที่ยากจะเข้าใจ บอกว่าคิดถึงผม...งั้นหรอ

            “กลับไปหาแฟนมึงซะ”

            “เกลียดกูขนาดนั้นเลยหรอ”  มันพูดพร้อมกับยิ้มแห้ง

            “อืม” ผมตอบแล้วเบือนหน้าหนีไปทางอื่น   ไอ้กายหัวเราะเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าผมแล้วยกมือขึ้นจะจับเรือนผมของผม

            “อย่ายุ่ง”  ผมปัดมือมันออกอย่างไร้เยื้อใย

            “ใจร้ายจังนะจูน”

            “ใครกันแน่ที่ใจร้ายน่ะ เลิกยุ่งกับกูสักทีเถอะ”  มันเงียบทันทีเมื่อผมพูดออกไป  มันกำมือแน่น

            “ซีโร่ไม่สบาย”

            “กะ ก็ไม่ใช่เรื่องกู”  ผมพูดเสียงสั่น พยายามเก็บอาการที่เป็นห่วงแมวของไอ้กายไว้  ซีโร่มันติดผมมากถึงขั้นแอบเข้าบ้านไปหาผมถึงบนห้อง

            “มึงไม่สงสารมันหรอ มึงก็รู้มันติดมึง”  ผมส่ายหน้าก่อนจะรีบวิ่งเข้าห้องน้ำไปไม่สนใจไอ้กายที่ยืนอยู่

            ผมรักซีโร่  ผมสงสารมัน  แต่ผมก็สงสารตัวเองเหมือนกัน............

 

 

            ร่างสูงหนาเปิดประตูเข้าบ้านไปก็พบร่างแมวขนฟูที่นอนที่พื้นห้อง  เขาวางกระเป๋าและนั่งลงข้างๆ มัน

            “ขอโทษนะ” นิ้วยาวเกาคางให้แมวของตัวเองก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ มัน

            “เมี้ยว”  เจ้าแมวร่างอ้วนกลมที่เสียงแหบพร่ารู้ได้เลยว่ากำลังป่วยตะเกียกตะกายขึ้นมานอนบนร่างหนา

          “ซีโร่”

            “เมี้ยว”

            “เป็นไรหะ เขาไม่มาหน่อยเดี๋ยวหงอยเลยหรือไง”  ร่างหนาระบายคำพูดกับแมวโดยไม่สนใจว่ามันจะเข้าใจหรือเปล่า  เขายกมือขึ้นก่ายหน้าผากอย่างอ่อนล้า

            “วันนี้ฉันแทบจะบ้าตายกับผู้หญิงบ้านั่น”  เขาพูดกับแมวตัวเองอีกครั้ง เจ้าแมวเอียงคอมองหน้าผู้เป็นเจ้าของอย่างกับเข้าใจคำพูด

            “ไม่รู้สิ  เรื่องมากชะมัด เถียงเอาจะชนะทุกอย่าง” ว่าแล้วก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วลุกขึ้นอุ้มร่างเจ้าแมวเดินไปปิดประตูบ้านและเดินขึ้นไปชั้นบน

           

            “หึ”  หัวเราะเบาๆ ในลำคอเมื่อเห็นเพื่อนข้างบ้านกับแฟนล่ำลากันอยู่จากทางหน้าต่าง  เขาเม้มปากแน่นไม่พอใจ  

            “โธ่เว้ย!!!” สบถพร้อมขว้างหนังสือที่วางกองบนเตียงอย่างไม่มีระเบียบลงพื้นจนแมวที่กำลังป่วยสะดุ้งตกใจ

            ร่างหนาล้มนอนเยียดตัวลงพื้นที่มีหนังสือกองอยู่เต็ม  นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้ทำความสะอาดห้อง....ตั้งแต่จูนไม่มาบ้านนี้ มันก็ไม่มีอีกเลย

            แมวขนฟูเดินอาดขึ้นไปนั่งเล่นบนตัวของเจ้านาย  ร่างสูงมองเจ้าแมวที่นั่งเลียขนของตัวเองไปมา  เขายิ้มที่มุมปากก่อนจะเกาคางมันเบาๆ

            “เหงาล่ะสิ”

            บอกกับตัวเองหรือบอกกับแมว  เขาคิดในใจ 

            เขานอนอยู่แบบนั้นสักพักก็มีเสียงโทรศัพท์ดังแทรกเข้ามาจึงต้องหยิบมาดู  เขาส่ายหัวเมื่อเห็นว่าเป็นใครโทรเข้ามา

            “ครับ”

            “กายอยู่ไหน ทำไมไม่อยู่รอ”

            “แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องรอเธอ”  เขาพูดด้วยความโมโหกับแฟนที่เอาแต่ใจของตัวเอง

            “ฉันอายุมากกว่านะ”

            “แล้วไง ถ้าคุยกันแค่นี้ไม่รู้หรอกก็ไม่ต้องมาคุย”

            “เดี๋ยวสิ  มารับเดี๋ยวนี้นะ”

            เขากดตัดสายเมื่อผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นแฟนของเขาพูดเอาแต่ใจตัวเอง  เขาไม่อยากทนรำคาญเสียงแหลมๆ ที่เอาแต่กรี๊ดๆ ของเธอ

            เขาหันมองเจ้าแมวที่กำลังนอนอยู่บนเตียง  มันอยู่หงอยๆ เหมือนแมวเป็นโรค ไม่ก็แมวหาเจ้าของไม่เจอ

            “พ่อขอโทษนะที่ทำให้เราพลอยโดนเกลียดไปด้วย...”  มือใหญ่ลูบหัวเจ้าแมวอย่างเบามืก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ มัน

            “พรุ่งนี้สัญญาจะพามาหานะ” 
 


            เมื่อวานหลังจากที่ผมหนีไอ้กายเข้าห้องน้ำไป ผมก็ไม่ได้เล่าอะไรให้จาฟัง   ไอ้กายโทรหาผมตั้งแต่เช้าจนถึงเที่ยงของวันนี้  ผมไม่รู้นะว่าที่มันบอกว่าซีโร่ไม่สบายจะจริงหรือเปล่า  ผมกลัวว่ามันจะหลอกผม

            วันนี้ผมอยู่บ้านคนเดียวอีกตามเคย  เพราะจาก็ไปโรงเรียนส่วนพ่อกับแม่ก็ไปทำงานกันแล้ว  ผมเลยออกไปนั่งอ่านหนังสือเล่นในสวนหลังบ้าน 

            ผมเหลือบมองไปในบ้านของกายก็ไม่เห็นรถจอดอยู่ก็รู้สึกโล่งใจ  ผมเดินไปนั่งที่ม้านั่งตัวเล็กๆ ใต้ต้นไม้

            “เมี้ยว”

            ผมรีบหันซ้ายหันขวามองหาต้นเสียง  ผมมองเห็นเจ้าซีโร่แมวของไอ้กายเกาะขอบหน้าต่างอยู่บนห้องไอ้กาย มันร้องเรียกผมให้ไปหา

            “ไปหาไม่ได้หรอกนะ”

            “เมี้ยว”  เสียงที่แหบพร่า และอาการซึมๆ ของมันทำให้ผมตกใจเป็นอย่างมากอีกทั้งสภาพผอมกะหร่อง

            “ไปกินข้าวนะ แล้วก็ไปนอนแล้ว เดี๋ยวพ่อแกก็กลับมาแล้ว” 

            “เมี้ยว” มันไม่ได้ฟังผม แต่กลับทำท่าจะกระโดดลงมา  ผมเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึง

            “ซีโร่!!!”  ไม่ใช่เสียงผมที่พูดออกไป แต่มันกลับเป็นเสียงไอ้กาย  ผมหันมองที่โรงรถในบ้านมันก็ไม่พบรถอยู่เลย  หมายความว่าไง มันอยู่บ้านตลอดงั้นหรอ

            “เมี้ยว”  ซีโร่ยังเรียกผมไม่หยุด

            “อะไรซีโร่”  ไอ้กายถามซีโร่พร้อมเดินเข้ามาอุ้มแมวของมันขึ้นมาจากขอบหน้าต่าง  มันมองผมก่อนจะยิ้มบางที่มุมปาก

            “ไม่คิดจะมาดูมันหน่อยหรือไง มึงใจร้ายจังนะ”  พูดจบมันก็เดินเข้าห้องไปแถมยังปิดหน้าต่างพร้อม

            ไม่ได้ไม่สนใจ  แต่แค่ไม่อยากเห็นหน้าเจ้าของ..........

            ผมอยากจะบอกมันไปแบบนั้น

            “เมี้ยว”  ผมได้ยินเสียงมันอีกครั้งแต่ครั้งนี้รู้สึกใกล้กว่าเดิม  มันวิ่งเหยาะๆ มาหาผมที่นั่งอยู่ที่เดิม

            “ซีโร่”  ผมเรียกพร้อมกับอุ้มมันมานั่งบนตักของตัวเอง 

            “มาได้ไงเนี่ย” 

            “เมี้ยว”  มันร้องพร้อมคลอเคลียอ้อนผม  ผมหันมองรอบๆ ก็ไม่เห็นร่างของไอ้กายอยู่เลย  มันคงเอาแมวของมันมาส่งแค่ประตูรั้ว

            ผมอุ้มซีโร่เข้าบ้านไปไม่ได้สนใจว่าไอ้กายจะเป็นยังไง  ผมพาแมวที่กำลังป่วยไปนอนบนเตียงพร้อมกับหยิบยาบางตัวที่ผมซื้อมาไว้ให้มันแล้วจัดการป้อนยาให้แมวขนฟู

            “ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปเที่ยวหาเลย”

            “เมี้ยว” 

            “ฉันไม่ได้เกลียดซีโร่นะ รู้ไหม”  มันคลอเคลียผมแล้วเดินมานอนบนตักของผมด้วยความเคยชิน

            ผมลูบหัวมันอย่างแผ่วเบาพร้อมกับอุ้มมันให้นอนบนเตียงนุ่มและดึงผ้าขนหนูผืนบางมาห่มให้  มันดูผอมโทรมมากจากแต่ก่อน

            “พ่อแก มัวแต่อยู่กับแฟนสินะ”

            “งิง”  มันละเมอร้องเบาๆ

            ผมนั่งอ่านหนังสือข้างๆ แมวขนฟูได้ไม่นาน  จาก็กลับมาถึงบ้าน  พอเธอเปิดประตูเข้าห้องมาก็แทบจะร้องตกใจ

            “ซีโร่!

            “เบาๆ สิ”

            “มันมาอยู่นี้ได้ยังไง”

            “มันมาหาพี่เองแหละ”  ผมตอบเสียงเรียบพร้อมอ่านหนังสือต่อ

            “แน่ใจหรอ?”   

            “อืม  มันไม่สบายน่ะ”   ผมพูดและหันมองเจ้าแมวที่นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าขนหนูข้างๆ  ผม

            “เกลียดตัวกินไข่หรอ” ผมสะดุ้งเมื่อจาพูดแบบนี้ออกมา  ผมปิดหนังสือและวางได้โต๊ะข้างเตียง

            “มันไม่สบายนะจา  พี่สงสารมัน  มันไม่ได้รู้เรื่องอะไรกับเราสักหน่อย”

            “ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี้ แค่อยากให้พี่ระวังใจตัวเองเอาไว้”  ผมเลิกคิ้วสงสัยกับคำพูดชวนงงของจา 

            “?????

            “อย่ากลับไปมีเยื่อใยอะไรกับมันอีก อย่าไปมีความสัมพันธ์ดีๆ กับมันอีก”  ผมพยักหน้าเข้าใจและถอนหายใจเบาๆ

            “จาลืมไปแล้วหรอว่าตอนนี้พี่....มีพี่เอกคนเดียว” 

 







 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,197 ความคิดเห็น

  1. #755 Praew_Parichat (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2556 / 22:54
    โอ๊ย โคตรไม่เข้าใจกายเลยจริงๆ เหอๆ

    เป็นอะไรของเค้าอ่ะ เชอะๆๆๆๆ
    #755
    0
  2. #737 Mimi (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2556 / 08:08
    ณ จุดนี้ สงสารกายย T^T

    แต่อย่างว่าทำเค้าไว้เยอะนิ

    กายรีบรักจูนเร็วๆนะ ก่อนที่จะสายยย

    ไรเตอร์อ่าา ชอบแกล้งให้กายกะจูนเจ็บปวดดด แง่งง

    สู้ๆ เขียนต่อไวๆ
    #737
    0
  3. #733 culom (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2556 / 01:51
    กายกับจูนไม่น่าสงสารเท่าไหร่ คนที่น่าสงสารที่สุดคือพี่เอกมากกว่า

    จูนทำเหมือนรักพี่เอกแต่ความจริงแล้วไม่ได้รัก ก็คือๆ กับการหลอกลวงเนี่ยแหละ ไม่รักทำไมไม่ปล่อยเขาไปเจอคนดีๆ ว้าาาา T^T น่าสงสาร จะยื้อไว้ทำม้ายยยยยยยย ให้พี่เอกเจ็บตอนนี้ดีกว่าเจ็บวันหน้าที่ถลัมลึกไปจนกู่ไม่กลับ

    ส่วนกายทำตัวเองทั้งนั้นสมน้ำหน้า

    มาม่าซะงั้น ฮ่าๆ เราเก็บกดอ่ะ ไม่ชอบที่จูนทำแบบนี้
    #733
    0
  4. #732 แค่คนเดินดิน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 20:53
    จริงๆ แล้วกายแอบชอบจูนใช่ไหมมมมม //ตะโกนใส่หู
    #732
    0
  5. #731 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2556 / 10:56
    เฮียกายทำไรไม่ชัดเจนซักก่ะอย่างเลย
    สงสารจูนกับซีโร่นะ
    #731
    0
  6. #730 Dark_Lez (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2556 / 19:37
    สงสารซีโร่
    #730
    0
  7. #727 Jessy jack (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2556 / 08:35
    จะเอาไงก็เคลียร์ๆเลยนะกาย สับสนกะกายมากอ่ะ แอบรักจูนก็บอกไปเลย

    จาผู้พิทักษ์จูน 555
    #727
    0
  8. #726 Gig'Party Cill Cill (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 22:35
    จิง ๆ แล้วกายแอบชอบจูนมาตั้งนานแล้วช่ะ??
    บอกมาเดียวนี้น๊าาาาา งั้นเค้าจะไม่ทน J T^T
    #726
    0
  9. #725 Master-D (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 21:28
    ใจแข็งจัง T^T
    สนุกมากเลยค่ะ
    จะรอนะค่ะ ^^

    #725
    0
  10. #724 ไม่ใช่ติ่ง (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 20:33
    กายต้องการอะไร -___________________- 55555555
    #724
    0
  11. #723 luffy1 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 17:59
    กายช่วยไม่ได้นะเอง ทำตัวเองก็เงี้้ย น่าสงสารหรอยังเร็วไป ฮ่าๆๆๆ สม คึคึ
    #723
    0
  12. #722 Vanilla (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 11:08
    สงสารซีโร่ สงสารพี่เอก สมน้ำหน้าอิพี่กาย
    #722
    0
  13. #721 teukyu (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 10:58
    จะเอากายยยย
    ไม่รู้ดิ อยากให้กายกับจูนลงเอยกันเร็วๆ
    สงสารซีโร่ TT_TT
    #721
    0
  14. #720 น้ำแดงมะนาว (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 08:37
    โหยยยยย ค้างงงงงง

    ไม่รู้สินะตอนนี้ แอบสงสารกายน่ะ จูนจะใจอ่อนเพราะซีโร่แน่เลย

    เราคิดว่าพี่เอกต้องมีอะไรที่ไม่ดีบางอย่างแน่ๆ เลิกเลยจูน เชียร์กาย ฮิฮิ



    มาต่อเร็วๆนะคะไรท์ ชอบเรื่องนี้มากๆๆๆๆๆๆ สู้ๆค่ะ ^^
    #720
    0
  15. #719 Blanchet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 08:07
    สงสารซีโร่ แต่จูนอย่ายอมเจ้าของนะ ทำไม่ดีไว้เยอะโดนซะบ้างง
    #719
    0
  16. #718 mymango (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 07:39
    อ้าว ทำไมตอนนี้กายน่าสงสารจัง เรื่องมันเริ่มเข้มข้นมากๆ ตื่นเต้น
    #718
    0
  17. #715 fiserman (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 04:53
    เริ่มจากแมว เด๋วเจ้าของก็มาตามนะจูน
    #715
    0
  18. #714 Moo+Mha+ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 04:47
    โอ๊ยยยย ไม่สงสารใครทั้งนั้นอ่ะ จูนลูกกกก เชิดไว้ๆ อย่าไปยอมง่ายๆนะคะ #อินี่อินจัด
    #714
    0
  19. #713 เซซิเลีย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 03:07
    สงสารแมวอ่ะ จูนก็น่าสงสาร
    #713
    0
  20. #711 Pakka-rang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2556 / 00:42
    แอบตงิดๆจะสงสารกายดีมั้ยนะ
    #711
    0
  21. #709 ~~... แมวน้อย...~~ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2556 / 10:20
    ชอบเค้าแต่ปากแข็งใช่มั้ย
    #709
    0
  22. #706 kiwi_moo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 15:54
    สมน้ำหน้ากาย เชอะ ทำจูนไว้เยอะ ;((
    #706
    0
  23. #705 คิมอุค'๑๑ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 15:33
    เพิ่งจะคิดได้เหรอกายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ฮึ้ยย
    #705
    0
  24. #704 Pakka-rang (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 13:42
    สำนึกแล้วสินะ หึ! ก่อนหน้านี้ทำอะไรกับเขาไว้บ้างทำไมไม่คิด... ยังไงก็จะเอาใจช่วยนะ กาย จูน ซีโร่ !!
    #704
    0
  25. #703 ampjanti (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2556 / 12:50
    ค้างมากกกกกกกกกกกก
    จูนอย่าไปใจอ่อนนะ
    #703
    0