Kuro kami เพลงรักเพลงใหม่ ให้นายวองโกเล่

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 รีไรต์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    22 พ.ค. 59

                จากความเดิมที่พวกชิโรอิได้หายไปต่อหน้าต่อตานั้นเอง...

                “แฮ่กๆ ใกล้ถึงรึยัง”

                สึนะร้องถามพลางหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ทั่วร่างของเขาเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อผุดพราย พลอยทำให้เสื้อผ้าที่สวมอยู่เปียกชุ่ม

                “ย...ยัง..ครับ...รุ่นที่ 10...”

                โกคุเดระเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงติดขัดไม่ต่างกันเสียเท่าไหร่ เส้นผมสีควันบุหรี่เปียกชุ่ม

                “ฮะ ฮะ ฮะ พวกนายยังไหวรึเปล่า”

                ยามาโมโตะกล่าวทั้งเสียงหัวเราะ แผ่นหลังชื้นเหงื่อ...

                “สุดขั้ว!!!!!!!

                ชายผู้หนึ่งนั้น...แม้จะเหงื่อออกมาก ทว่ากลับเดินขึ้นไปพร้อมทั้งโวยวายได้อย่างหน้าตาเฉย...

                “หึ พวกสัตว์กินพืช”

                เช่นเดียวกับชายหนุ่มผู้เย็นชาราวน้ำแข็งขั้วโลกที่เดินก้าวขึ้นบันไดไปอย่างนิ่งสงบโดยไร้ซึ่งเหงื่อบนใบหน้า

                “คึหึหึ...”

                มุคุโรหัวเราะออกมาเบาๆ ส่วนขายังคงก้าวขึ้นไปตามทางบันไดอย่างไม่ยากเย็นนัก

                “เฮ้อ...”

                สึนะพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ในความเหนื่อยหอบ ก่อนจะก้าวขึ้นบันไดต่อ...


                ณ ห้องที่ 27 ชั้น 69 แห่งโรงแรม XYZ…

                “พวกเขาจะตายมั้ยน้า...”

                ชิโรอิกล่าวพึมพำพลางจิบน้ำชาเบาๆ หลังจากที่เธอกลับมายังห้องแห่งนี้แล้ว อากิระที่อยู่ในห้องจึงรินน้ำชาที่เตรียมไว้ให้อย่างแผ่วเบา ตามจำนวนของผู้ที่กลับมาจากชั้นล่าง ตอนนี้จึงกลายเป็นราวกับการประชุมของเหล่าหญิงสาวไปโดยปริยาย...

                “ชั้นว่าเธอทำเกินไปนะ ชิโรอิ”

                มิซาโกะเอ่ยออกมาราวกับกำลังสำนึกผิดแทนเพื่อน

                “ชั้นก็คิดเหมือนกันนะคะ”

                อากิระเองก็แสดงความเป็นด้วยเช่นเดียวกัน

                “คงไม่เป็นไรหรอกน่า...”

                ชิโรอิกล่าวก่อนจะเว้นช่วง และเอ่ยถ้อยคำราวกับสังหารออกมาเบาๆ

                มั้ง

                ว่าพลางรู้สึกคิ้วกระตุกแปลกๆ ทันใดนั้นเอง...

                กริ๊งงงงง

                เสียงใสของกริ่งห้องดังขึ้น พร้อมกับร่างของซูซาคิที่เดินไปเปิดประตูอย่างฉับไว และสิ่งที่ทุกคนเห็นนั้นเอง...

                “กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดด”

                ยูกินะที่ยื่นหน้ามามอง กรีดร้องอย่างสุดเสียง เมื่อสิ่งที่ตนเห็นน่าเกรียกและน่ากลัวยิ่งกว่าผีหรือซากศพ

                “เหงื่อ!!!!!!!!!!

                เธอร้องอีกครั้งก่อนจะไปหลบยังหลังของอินยองที่วิ่งมาหา...

                “...”

                ชิโรอิและมิซาโกะมองสิ่งมีชีวิตพิศวงที่ทั่วทั้งร่างชื้นเหงื่อราวกับยืนตากแดดกันมา นอนอืดอยู่หน้าห้อง(บางส่วน)

                “อ..เอ่อ...ข..เข้ามาก่อนนะคะ”

                อากิระที่(น่าจะ)ตั้งสติได้รีบเชิญพวกเขาทั้งหมดเข้ามาในห้องและจัดแจงหาน้ำเย็นและน้ำแข็งมาให้อย่างเร่งด่วนที่สุดเท่าที่จะทำได้...

                “อ..เอ่อ...พวกนาย..ตายยัง”

                ซูซาคิเอ่ยถามพวกสึนะ ที่แลดูอาการหนักที่สุด ด้วยสายตาเป็นกังวลแปลกๆ

                “แฮ่กๆ ย..ยังครับ..”

                สึนะตอบกลับพลางหอบหายใจอย่างอ่อนแรง และ...

                “ยูกินะ ทุกคน เราลืมอะไรไปรึเปล่า..”

                อินยองที่รู้สึกแปลกๆเอ่ยถามเพื่อนของเธอ ยูกินะนั่งนึกไปชั่วครู่ ทว่าไอเย็นที่ประดังเข้ามาได้ทำให้เธอนึกออก

                “..เอ่อ...คุณอุทาอุ...ยังนอนอยู่ใช่..มั้ยคะ...”

                ยูกินะเอ่ยถามแทนคำตอบ เรียกสายตาตื่นตระหนกของพวกที่เหลือได้ดี...

                “ยูกินะ!!!!

                เหล่าหญิงสาวที่เหลือต่างตะโกนใส่ยูกินะอย่างพร้อมเพรียง ทว่า...

                ตึก...

                เสียงก้าวเท้าอย่างสงบของใครบางคน นำพาความหนาวเหน็บเข้ามาสู่ห้องแห่งนี้เสียแล้ว...

                “อึก!

                ทุกคน(เว้นคนที่คุณก็รู้...)กลืนน้ำลายเป็นเสียงเดียวกัน ต่อบรรยากาศที่ผกผันอย่างรวดเร็วนี้

                ตึก…’

                ราวกับหนังสยองขวัญ เสียงย่ำเท้าก้าวต่อมานั้น แทบทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ พวกเธอได้แต่ยืนนิ่งราวกับถูกแช่แข็ง และ...

                “...ใคร..ส่ง...เสียง...ดัง...”

                เสียงยานคางแลดูง่วงนอน ที่มาพร้อมจิตสังหารชวนระทึกขวัญนั้นถูกเอ่ยออกมาจากปากของเด็กสาวร่างหนึ่ง เส้นผมสีดำยุ่งเหยิงของคนพึ่งตื่น บดบังดวงตาเอาไว้อย่างมิดชิด เสื้อนอนสีครีมตัวยาวนั้นช่วยเสริมให้เธอดูราวกับวิญญาณอาฆาตได้เป็นอย่างดี

                “ยูกินะ!!!

                เหล่าสมาชิกสาวทั้งห้าต่างชี้ไปยังตัวคนร้ายอย่างพร้อมเพรียง...

                “ไม่ใช่ดิฉันนะคะ!!!!!

                ยูกินะกล่าวเถียงราวกับแก้ตัวในความผิด

                “...”

                เด็กสาวผมดำนิ่งเงียบไป ทำให้อีกห้าคนที่เหลือลอบถอนหายใจเบาๆ ทว่าได้เพียงชั่วครู่...

                หากในกองปลาสดมีปลาเน่า ย่อมส่งกลิ่นเน่าทั้งกอง... ไม่ว่าใครจะผิดจักต้องรับผิดอย่างเท่าเทียมนะ”

                คำกล่าวราวกับประกาศิตเชือดเฉือนถูกกล่าวออกมา พร้อมทั้งรอยยิ้มแสยะอย่างน่าสยดสยอง

                “อยากถูกเชือดที่นี่หรือถูกเชือดด้านในหรือ...”

                เสียงนั้นเอ่ยถาม...

                “ข..ข้างในจ๊ะ..”

                ทุกคนกล่าวตอบอย่างหวาดกลัว ก่อนจะเดินคอตกเข้าไปยังด้านในที่ถูกกล่าวถึง...จะเชือดด้านในหรือเชือดที่นี่ก็ถูกเชือดเหมือนกัน...ฉะนั้นถูกเชือดโดยไม่ต้องอับอายจะดีกว่า... ทุกคนคิดในใจเช่นนั้น...

                “ขอเวลาสักครู่...”

                เด็กสาวกล่าวอย่างราบเรียบ ก่อนจะเดินเข้าไปด้านในเช่นเดียวกัน...


                10 นาทีผ่านไปไวราวกับโกหก...

                “ม..มาแล้ว...”

                ชิโรอิกล่าวก่อนจะเดินออกมา ตามด้วยเหล่าเพื่อนพ้องอีก 5 คนที่อยู่ในสภาพโทรมราวกับผ่านสมรภูมิมาหมาดๆ

                “ป..เป็นอะไรกันรึเปล่า”

                สึนะร้องถามด้วยความตกใจ ช่างใจดีเสียจริงๆ...

                “ร...รู้สึกเหมือน...ผ่านเหตุการณ์..(กือบ)ฆาตกรรมมาเลย...ล่ะ..ค่ะ”

                อากิระกล่าวพลางนั่งลงอย่างอ่อนแรง

                “อืม...”

                มิซาโกะและอินยองกล่าวรับพลางนั่งลงเช่นเดียวกับ และที่เหลือจึงทยอยนั่งลงตาม...

                “ต..ต้องขอโทษที่เสียเวลานานไปหน่อย...”

                อุทาอุกล่าวออกมาพลางโค้งศีรษะลง ในตอนนี้เธออยู่ในชุดลำลองและมัดผมเป็นทรงทวินเทลเรียบร้อง เผยให้เห็นนัยน์เนตรสีแดง

                “ม...ไม่เป็นไรครับ”

                สึนะลนลาน เมื่อเห็นว่าคนที่ตนยังไม่คุ้นเคยมาโค้งขอโทษ...

                “ม..ไม่ใช่แค่นั้นค่ะ...”

                อุทาอุกล่าว ก่อนจะลากชิโรอิให้มาอยู่หน้าตน

                “ขอโทษพวกเขาด้วยสิ”

                อุทาอุกล่าว ส่งผลให้ชิโรอิยอมโค้งแต่โดยดี...

                “ชั้นขอโทษจ้า”

                ชิโรอิกล่าวทีเล่นทีจริง สร้างความสงสัยให้เหล่าอาคันตุกะ

                “...ที่พวกนายขึ้นกันมาหลายชั้นขนาดนี้น่ะ...”

                อินยองกล่าวอธิบาย

                “แล้วเกี่ยวอะไรกับยัยสับปะรดนี่”

                โกคุเดระกล่าวถามด้วยความสงสัย

                “ชั้นไม่ใช่สับปะรดสักหน่อย เพื่อนนายนู่น”

                ชิโรอิกล่าวเถียง โดยเหล่สายตาไปทางมุคุโร แฝงความนัย...

                “คึหึหึ...”

                มุคุโรหัวเราะราวกับพึมพำ ทว่านัยน์ตากลับแฝงความหงุดหงิดเล็กน้อย

                “กลับเข้าเรื่อง ชิโรอิ”

                มิซาโกะเอ่ยเสียงดุ

                “ก็ได้ๆ ที่พวกนายขึ้นกันมาเนี่ยก็แค่การล้อเล่น

                ชิโรอิเอ่ยราวกับประกาศผู้โชคดี เรียกสายตาสงสัยจากเหล่าชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

                “...หมายความว่าไง..”

                 สึนะกล่าวถามแทนทุกคน...

                “ก็...ความจริงตึกนี้มีแค่ 3 ชั้นน่ะ ส่วนอีก 66 ชั้นนี่เกิดมาจากภาพมายาของชิโรอิ...”

                อุทาอุเอ่ยตอบ ขยายความแด่สึนะ

                “พวกนายเดินวนไปวนมากว่า 18 รอบ...น่ะ ส่วนที่ไม่มีสิฟต์ก็เพราะมันมีแค่ 3 ชั้นไง”

                อินยองกล่าว ว่าจบ รู้สึกราวกับมีไอดำมืดถูกก่อขึ้น...

                “ก็นั่นแหละ ชั้นแค่แกล้งพวกนายเล่นน่ะ”

                ชิโรอิเอ่ยพลางแลบลิ้นอย่างน่าถีบ ก่อนจะหลบยังหลังของอินยอง และก่อนที่ชิโรอิจะถูกยำนั้นเอง...

                “สมแล้วที่เคยเป็นผู้พิทักษ์...มาก่อน...”

                เสียงหนึ่งดังออกมาจากมุมหนึ่งของผนังห้อง

                “คุณก็สมกับที่เป็นนักฆ่ามือหนึ่งเช่นกันนะ คุณรีบอร์น”


//จบแล้วกับตอนนี้...ยาวขึ้นมากมายยยยยยยยยย พบกันตอนหน้าจ้า > < //




8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 มิถุนายน 2557 / 13:39
    เย้!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!เค้านะ 182769 บันไซ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!//ผิดเรื่องเเล้วโว้ยยยยย//โดนถีบ
    #3
    0