ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 27 : บทที่ 26 | ว่านมิติวิญญาณ (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56,940
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,836 ครั้ง
    7 มี.ค. 64

บทที่ 26

“คุณหนูไป๋ เรื่องสมุนไพรนั่น…”

ไป๋ลั่วหลิ่งได้ยินหลินหลันเอ่ยถึงเรื่องสมุนไพรที่พวกนางเคยเอ่ยถึงตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงน้ำชาขององค์หญิงห้า จึงได้เรียกสาวใช้ประจำตัวให้ส่งของบางอย่างที่อยู่ในห่อผ้ามาให้นาง ก่อนที่นางจะส่งห่อผ้าต่อมาให้หลินหลัน หลินหลันก็รับมันมาด้วยสีหน้างุนงง

หลินหลันแกะห่อผ้าออกมาก็พบว่าเป็นหนังสือที่หน้าปกนั้นไม่มีการเขียนอะไรเอาไว้เลยแม้แต่น้อย ทำให้เธอไม่รู้ว่าหนังสือเล่มนี้นั้นเกี่ยวกับอะไร แต่ก่อนที่เธอจะได้เปิดดูเนื้อหาด้านในไป๋ลั่วหลิ่งก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“นี่คือสมุดบันทึกที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสมุนไพรของอาณาจักรอื่นๆ” ไป๋ลั่วหลิ่งเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้ามึนงงของหลินหลัน “เจ้าอาจจะยังไม่รู้ว่าโลกแห่งนี้ประกอบไปด้วยอาณาจักรใหญ่สามอาณาจักร มนุษย์ เทพ แล้วก็ปีศาจ และบันทึกเล่มนี้ก็ได้รวบรวมข้อมูลของสมุนไพรของแต่ละอาณาจักรเอาไว้ทั้งหมด”

หลินหลันได้ยินดังนั้นนางก็รู้สึกประหลาดใจอย่างมาก เพราะว่าจากที่นางรู้มานั้น หลังจากที่อาณาจักรเทพปิดการติดต่อกับอาณาจักรมนุษย์อย่างถาวร ความทรงจำของมนุษย์ที่มีต่ออาณาจักรอื่นๆ นั้นก็ลดน้อยลงไปทุกที อีกทั้งเมื่อกล่าวถึงอาณาจักรอื่นๆ หลินหลันก็ได้ยินเพียงการกล่าวถึงอาณาจักรเทพ แต่ไม่มีผู้ใดที่กล่าวถึงอาณาจักรปีศาจเลยแม้แต่น้อย

นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ยินการเอ่ยถึงอาณาจักรใหญ่ทั้งสามจากปากของผู้อื่นนอกจากเสี่ยวฝาน

“เจ้าได้มันมาจากที่ใด”

“สมุดเล่มนี้เป็นสมบัติเก่าแก่ของตระกูลไป๋ หากว่าข้าจำไม่ผิดบันทึกเล่มนี้น่าจะเป็นของปู่ของปู่ทวดของข้าอีกทีหนึ่ง ข้าได้ยินมาว่าท่านบันทึกเอาไว้ตั้งแต่ก่อนมีการปิดอาณาจักรของอาณาจักรเทพเสียอีก”

“แล้วเรื่องสามอาณาจักร…เจ้าไปรู้เรื่องนี้มาจากที่ใด”

“เรื่องนั้น…เป็นเรื่องที่เล่าต่อๆ กันมาในตระกูลของข้า แต่ที่ข้าบอกเจ้าก็เพราะดูเหมือนว่าเจ้าอยากจะรู้เรื่องของสมุนไพรนั้นมากทีเดียว”

“อย่างนั้นเองหรือ”

หลินหลันรับคำก่อนที่จะเริ่มครุ่นคิดเล็กน้อย จากเรื่องที่ไป๋ลั่วหลิ่งเล่ามานั้น หากว่าปู่ของปู่ทวดของนางเขียนเรื่องของสมุนไพรต่างๆ จากทั้งสามอาณาจักร เช่นนั้นแล้วก็แสดงว่า ปู่ของปู่ทวดคนนั้นจะต้องเคยเดินทางไปทั้งสามอาณาจักร ซึ่งนั่นรวมถึงอาณาจักรปีศาจที่ตัดขาดการติดต่อกับอาณาจักรอื่นมาตั้งแต่ตอนที่เพิ่งจะแยกอาณาจักรออกมาด้วยซ้ำ

…เช่นนั้นจะเป็นไปได้หรือไม่ว่าจะเป็นคนที่ไปที่อาณาจักรปีศาจพร้อมกับเสี่ยวฝาน? …

หลินหลันเหลือบมองหน้าของไป๋ลั่วหลิ่งเล็กน้อย ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ

…แต่เป็นไปไม่ได้… หลินหลันคิดในใจ …เพราะจากที่เสี่ยวฝานเคยบอกมานั้น มันเคยได้กลิ่นเวทย์ของนักเวทย์ผู้นั้นในตรอกหากว่าปู่ของปู่ทวดสกุลไป๋เป็นคนที่เข้าไปยังอาณาจักรปีศาจพร้อมกับเสี่ยวฝานเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนจริงๆ แล้วล่ะก็ ในเวลานี้ไม่ได้หมายความว่าเขาคงจะมีอายุไม่ต่ำกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบปีอย่างแน่นอน อายุขัยของมนุษย์ไม่มีทางที่จะยืนยาวถึงเพียงนั้นเป็นแน่ อย่างมากที่สุดก็คงจะไม่เกินหนึ่งร้อยสิบปี ขนาดคนที่มีอายุยืนยาวที่สุดในโลกเดิมของเธอยังมีอายุประมาณหนึ่งร้อยสิบหกปีเท่านั้น…

หลินหลันนางไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อยว่าในช่วงเวลาที่เธอกำลังอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง นางเผลอแสดงสีหน้าประหลาดออกมาด้วยทำให้ไป๋ลั่วหลิ่งที่กำลังมองอยู่นั้นเลิกคิ้วขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ และหลังจากที่จมอยู่กับความคิดของตนเองมาได้สักพัก หลินหลันก็เงยหน้าขึ้นมามองหน้าไป๋ลั่วหลิ่ง เพราะเรื่องของปู่ของปู่ไป๋ลั่วหลิ่งนั้น คาดว่านางคงจะต้องคุยกับเสี่ยวฝานอีกทีหนึ่ง แต่ในเวลานี้นางคงจะต้องมาสนใจเรื่องของว่านมิติวิญญาณเสียก่อน

“ว่าแต่คุณหนูไป๋ แล้วเรื่องว่านมิติวิญญาณเล่า…”

เมื่อได้ยินเสียงเรียกของหลินหลันขึ้นมาอย่างกะทันหัน ไป๋ลั่วหลิ่งที่กำลังมองการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าหลินหลันอยู่ในเวลานั้นก็สะดุ้งเล็กน้อย ก่อนที่จะกระแอมครั้งหนึ่ง แล้วมองหน้าหลินหลันเป็นเชิงให้นางพูดต่อไปได้เลย

“ข้าคั่นหน้าที่มีการกล่าวถึงเรื่องของว่านมิติวิญญาณเอาไว้ด้วย นี่อย่างไร” ไป๋ลั่วหลิ่งเปิดหน้าหนังสือที่นางเอ่ยถึงก่อนที่จะส่งให้หลินหลันได้อ่านมัน “หากว่าเจ้าอ่านจบแล้วเจ้าอย่าเพิ่งรู้สึกผิดหวังไปเล่า”

หลินหลันแม้จะมีสีหน้าแปลกใจ แต่เธอก็ก้มลงอ่านบันทึกในมืออย่างตั้งใจ

เมื่อเธออ่านจบหลินหลันก็แสดงสีหน้ากังวลใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด

“อาณาจักรปีศาจ…” หลินหลันเอ่ยออกมาอย่างครุ่นคิด

จากข้อมูลในสมุดบันทึกกล่าวเอาไว้ว่า ว่านมิติวิญญาณ เป็นพืชบกที่มีใบสีดำสนิท แต่เมื่อต้องกับแสงแดดแล้วจะส่องประกายน้ำเงินออกมา ตัวดอกขณะที่ตูมอยู่นั้นเป็นตั้งแต่สีชมพูอ่อนไปจนถึงขาว แต่จะเปลี่ยนเป็นใสทันทีที่บาน ส่วนที่สามารถนำมาทำเป็นยาได้มีเพียงส่วนของใบเท่านั้น แต่ส่วนของรากและดอกนั้นเป็นพิษรุนแรง จึงควรที่จะระมัดระวัง

แต่สิ่งที่ทำให้หลินหลันกลุ้มใจก็คือที่มาของมัน เพราะว่าในหนังสือกล่าวเอาไว้ว่าที่เดียวที่สามารถพบว่านมิติวิญญาณได้ มีเพียงบนยอดเขาเฮยโม่อันเป็นที่ตั้งของวังหลวงของอาณาจักรปีศาจ

ดังนั้นหลินหลันจึงไม่แปลกใจแล้วว่าเหตุใดจึงไม่สามารถหาหนังสือเล่มใดที่จะกล่าวถึงสมุนไพรชนิดนี้ในอาณาจักรมนุษย์ได้เลย อีกทั้งเสี่ยวฝานก็ยังไม่รู้จักสมุนไพรชนิดนี้อีกด้วย

ที่แท้แล้วมันก็อยู่ที่อาณาจักรปีศาจนี่เอง

แม้ว่าหลินหลันจะรู้แล้วว่าว่านมิติวิญญาณนั้นมีลักษณะเป็นอย่างไร และอยู่ที่ใด นั่นก็ไม่ได้ทำให้หลินหลันรู้สึกสบายใจขึ้นมาได้เลย เพราะว่าอย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่าอาณาจักรปีศาจนั้น ปิดอาณาจักรมาโดยตลอด

ถึงแม้ว่าหลินหลันอยากจะเดินทางไปเก็บสมุนไพรชิ้นนั้น แต่ทว่านางก็คงจะไม่สามารถเดินทางไปได้ดังใจคิด เพราะว่านางไม่รู้ว่านางจะเดินทางไปยังอาณาจักรที่ขึ้นชื่อว่าปิดตายมาตั้งแต่เริ่มแยกเป็นอาณาจักรทั้งสามได้อย่างไร ถึงแม้ว่านางจะมีเสี่ยงฝานที่เคยไปเหยียบยังดินแดนแห่งนั้นมาแล้ว แต่ความทรงจำในเรื่องของวิธีการเดินทางไปยังที่แห่งนั้นของเสี่ยวฝานนั้นช่างเลือนรางราวกับไม่เคยมีอยู่

อีกทั้งในเวลานี้นางยังเป็นห่วงเรื่องของอาการของราชครูหลันที่ยังไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้นอีกต่างหาก

“ใช่ สมุนไพรนั่นอยู่ที่อาณาจักรปีศาจ” ไป๋ลั่วหลิ่งที่เห็นใบหน้าที่ดูจะกังวลใจของหลินหลัน นางจึงได้เอ่ยออกมา “คุณหนูหลิน ข้าไม่รู้ว่าท่านต้องการสมุนไพรนี้ไปเพื่อสิ่งใด แต่หากท่านต้องการที่จะตามหาสมุนไพรชนิดนี้จริงๆ แล้วล่ะก็ ท่านคงจะต้องเข้าไปที่อาณาจักรปีศาจ แต่ว่านั่นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะว่าอาณาจักรแห่งนั้นปิดตายมาโดยตลอด อย่าว่าแต่จะเข้าไปเลยการที่จะติดต่อกับสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรนั้นยังแทบจะเป็นไปไม่ได้ด้วยซ้ำ”

หลินหลันเคาะโต๊ะเบาๆ ที่ไป๋ลั่วหลิ่งกล่าวมานั้นไม่ผิด และเป็นเรื่องที่นางกำลังกังวลอยู่เช่นกัน

“ในเมื่อปู่ของปู่ทวดเจ้าได้จดบันทึกเกี่ยวกับสมุนไพรเหล่านี้เอาไว้ เป็นไปได้หรือไม่ว่าปู่ของปู่ทวดเจ้าเคยไปที่นั่นมาก่อน”

ไป๋ลั่วหลิ่งได้ยินเช่นนั้นก็ส่ายหน้าให้หลินหลันเบาๆ

“เรื่องนั้นข้าเสียใจด้วย เพราะว่าข้าลองค้นหาในจวนของข้าจนทั่วแล้วแต่ก็ไม่เคยพบบันทึกใดๆ ที่ได้กล่าวถึงวิธีการเดินทางไปยังอาณาจักรปีศาจเลยแม้แต่น้อย”

“งั้นเองหรือ ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก”

“แต่…” เมื่อเป็นว่าหลินหลันดูจะมีสีหน้าสลดลงไป๋ลั่วหลิ่งจึงได้เอ่ยออกมา “ท่านปู่น้อยของข้า ท่านชอบออกเดินทางไปยังที่ต่างๆ ทั่วอาณาจักร และมีอยู่ครั้งหนึ่งท่านก็ได้พบกับร้านขายสมุนไพรแห่งหนึ่ง ที่นั่นท่านได้พบกับสมุนไพรหน้าตาประหลาดมากมาย แต่เพราะว่าท่านปู่น้อยไม่ได้ชื่นชอบเรื่องของสมุนไพรดังเช่นท่านปู่ ท่านพ่อ และข้า ดังนั้นท่านจึงไม่ทราบถึงความพิเศษของสมุนไพรเหล่านั้นที่ท่านได้พบ”

ไป๋ลั่วหลิ่งเอ่ย ก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปในแขนเสื้อแล้วหยิบเอากิ่งไม้ออกมาหนึ่งกิ่ง ลักษณะของกิ่งนั้นดูคล้ายกับบอระเพ็ด เพียงแต่ตัวกิ่งนั้นเป็นสีฟ้าอ่อน และตุ่มเล็กที่ขึ้นประปรายเป็นชมพูเข้มสลับกับขาว จะว่าดูงดงามก็ไม่ จะว่าน่าเกลียดก็ไม่เชิง แต่ที่แน่ๆ หลินหลันมั่นใจว่ากิ่งนั้นจะต้องไม่ใช่ว่านมิติวิญญาณที่นางตามหาอย่างแน่นอน และถึงแม้ว่านางจะไม่ได้มีความรู้เรื่องสมุนไพรในโลกนี้มากนัก นางยังรู้สึกได้ในทันทีว่าสมุนไพรนี้จะต้องมีความพิเศษอย่างแน่นอน

หลินหลันจึงได้เงยหน้ามองไป๋ลั่วหลิ่งอย่างไม่แน่ใจเท่าไรนักถึงจุดประสงค์ที่นางหยิบกิ่งไม้หน้าตาประหลาดนี้ออกมา

“สมุนไพรชิ้นนี้ ท่านปู่น้อยซื้อมาฝากข้าจากร้านสมุนไพรแห่งนั้น ข้าลองหาดูแล้วก็ตรงกับกิ่งตู้หนงในบันทึกเล่มนั้น ซึ่งในบันทึกของท่านปู่ของปู่ทวดก็ได้กล่าวว่ากิ่งตู้หนงนี้มีฤทธิ์ในการช่วยเรื่องของสมาธิ ซึ่งตรงกับที่ท่านปู่น้อยรับรู้มาจากชายที่ขายสมุนไพรชิ้นนี้ ที่สำคัญสมุนไพรชิ้นนี้ก็มาจากอาณาจักรปีศาจเช่นเดียวกัน”

หลินหลันได้ยินเช่นนั้นนางก็ดูจะสนใจในร้านสมุนไพรแห่งนี้ขึ้นมามากทีเดียว หากว่านางสามารถซื้อว่านมิติวิญญาณในอาณาจักรมนุษย์โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกหาทางที่จะเดินทางไปยังอาณาจักรปีศาจแล้วละก็คงจะเป็นเรื่องที่ดีมากทีเดียว

“ร้านสมุนไพรแห่งนี้ เจ้ารู้หรือไม่ว่ามันตั้งอยู่ที่ใด”

“ข้ารู้เพียงแต่ว่า ร้านสมุนไพรแห่งนี้ ตั้งอยู่ที่ตลาดตรงชายแดนที่ติดทะเลของแคว้นอ้ายที่อยู่ทางใต้ของแคว้นเว่ยของเรา แต่ท่านปู่น้อยจำรายละเอียดไม่ได้ว่ามันตั้งอยู่ที่ใด ข้าลองขอให้ท่านปู่น้อยไปซื้อสมุนไพรที่นั่นให้ข้าอีกครั้งแต่ท่านปู่น้อยก็จำไม่ได้เสียแล้วว่าร้านนั้นมันตั้งอยู่ที่ใด”

แม้ว่าจะไม่รู้ที่ตั้งของร้านนั้นอย่างแน่นอน แต่อย่างน้อยก็ยังรู้ที่ตั้งคร่าวๆ ของร้านนั้นแล้ว นางคงจะต้องส่งคนออกไปตามหาร้านสมุนไพรแห่งนั้นอย่างลับๆ เพราะถึงอย่างไรแคว้นอ้ายนั้นแม้จะไม่ได้เป็นศัตรูกับแคว้นเว่ยแต่ก็ไม่ใช่มิตรกันเสียทีเดียว ดังนั้นหากนางส่งคนเข้าไปสืบหาร้านสมุนไพรแห่งนั้นอย่างโจ่งแจ้งมากจนเกินไป แล้วเกิดว่าเรื่องนี้ถูกเอามาใช้เป็นข้ออ้างว่านางต้องการจะก่อสงครามระหว่างแคว้นแล้วละก็…

เพราะถึงถึงอย่างไรนางก็เคยหมั้นหมายกับองค์ไท่จื่อมาก่อน แม้ว่าในเวลานี้จะถอนหมั้นไปแล้วก็ตาม แต่หากถูกแคว้นอ้ายนำมาอ้างเพื่อก่อสงคราม…

นางไม่อยากที่จะเป็นชนวนสงครามระหว่างแคว้นเลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นนางคงต้องให้คนของบิดาตามหาร้านนี้อย่างเงียบเชียบที่สุด

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินหลันเงยหน้ามองไป๋ลั่วหลิ่งที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามของนางพลางส่งยิ้มให้นางเล็กน้อย ก่อนที่จะยื่นสมุดบันทึกคืนให้นาง

แล้วจึงได้เอ่ยขอบคุณอย่างจริงใจ ทั้งคู่พูดคุยกันอีกสองสามคำก่อนที่จะมีสาวใช้มาตามตัวไป๋ลั่วหลิ่ง เนื่องจากหมอหลวงไป๋ตรวจอาการราชครูหลันเสร็จ แล้วเตรียมที่จะกลับแล้ว

เมื่อเดินไปถึงหน้าเรือนของราชครูหลัน ก็เป็นอย่างที่เธอคาดคิดเอาไว้ หมอหลวงไป๋เองก็ไม่สามารถหาที่มาที่ทำให้ราชครูหลันยังไม่ฟื้นขึ้นมาได้ เขาจึงได้แต่สั่งยาบำรุงให้ เพื่อที่จะพยุงอาการไม่ให้ย่ำแย่ไปยิ่งกว่านี้เท่านั้น โดยได้สั่งการให้นำยาบำรุงนั้นป้อนให้ราชครูหลันสามเวลาต่อหนึ่งวัน ก่อนจะกลับไปหมอหลวงไป๋ได้กล่าวขอภัยที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้มากกว่านี้

ทางด้านหลินหลันไม่ได้แสดงสีหน้าอะไรออกไป แต่หลันเฟิ่งซือและหลันเหม่ยอิงที่ได้ยินเช่นนั้นก็จะใจเสียอยู่ไม่น้อยที่กระทั่งหมอหลวงไป๋ที่ขึ้นชื่อว่าเก่งกาจที่สุดยังไม่สามารถรักษาอาการของราชครูหลันได้เลยแม้แต่น้อย โดยเฉพาะฝ่ายหลังที่ได้ยินเช่นนั้นก็หลั่งน้ำตาสะอึกสะอื้นในทันที

หลังจากนั้นหมอหลวงไป๋และไป๋ลั่วหลิ่งก็กลับไป หลันเฟิ่งซือก็หันมาปลอบใจหลินหลันและหลันเหม่ยอิงก่อนที่จะเดินทางไปยังวังหลวงเพื่อเข้าเฝ้าฮ่องเต้ ส่วนหลันเหม่ยอิงก็ขอตัวเข้าไปดูอาการของราชครูหลันต่อ ส่วนหลินหลันก็คิดที่จะกลับที่เรือนของตนเองเพื่อที่จะถามเสี่ยวฝานเรื่องของอาณาจักรปีศาจอีกสักหน่อย

แต่สิ่งหนึ่งที่หลินหลันไม่เข้าใจก็คือ เหตุใดคนผู้นี้จึงได้เดินตามนางมาเช่นนี้เล่า…

“องค์ไท่จื่อ ยังไม่กลับอย่างนั้นหรือเพคะ” หลินหลันหยุดเดินแล้วหันกลับมามองหน้าองค์ไท่จื่อที่เดินตามมาด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า แม้ว่าน้ำเสียงขณะที่นางเอ่ยออกมานั้นทำให้ประโยคของเธอฟังดูราวกับว่าเธอกำลังถามไถ่เพียงเท่านั้น แต่ในใจของนางกลับรู้สึกอยากจะไล่องค์ไท่จื่อออกไปให้พ้นๆ หน้าของนางเสียในเวลานี้เลย

“หากหลินเออร์ยังไม่อยากจะให้พี่กลับ พี่ก็ยังไม่กลับ”

หลินหลันได้ยินประโยคนั้นก็ได้แต่ขบเขี้ยวฟันก่อนที่จะเอ่ยตอบกลับไป โดยที่สีหน้าของเธอไม่เปลี่ยนเลยแม้แต่น้อย

“หม่อมฉันคิดว่าองค์ไท่จื่อคงจะต้องมีงานล้นมือ เช่นนั้นหม่อมฉันคิดว่าหม่อมฉันไม่รบกวน…”

“ไม่ได้รบกวนอะไรเลยแม้แต่น้อย”

หลินหลันได้ยินเช่นนั้นก็ได้แต่จ้องหน้าเขานิ่งๆ อย่างไม่รู้จะสรรหาคำพูดเช่นไรมาไล่เขาโดยที่ไม่เป็นการหักหน้ากันจนเกินไป หากจะให้กล่าวว่า ‘ไสหัวไปซะ’ ก็คงจะไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นสิ่งที่นางอย่างจะกล่าวก็ตามที แต่สิ่งที่ตามมานอกจากองค์ไท่จื่อจะไม่กลับไปแล้ว นางอาจจะต้องโทษข้อหาหมิ่นเชื้อพระวงศ์ด้วยก็เป็นได้

“อาา หลินเออร์นิ่งไปเสียแล้ว เอาล่ะๆ ข้าไม่แกล้งเจ้าแล้วก็ได้” องค์ไท่จื่อเห็นว่าหลินหลันนิ่งเงียบไปเขาก็หัวเราะออกมาเบาๆ “ที่ข้าเดินตามเจ้ามา เพราะข้ามีเรื่องอยากจะคุยกับเจ้าเสียหน่อย”

หลินหลันเลิกคิ้วเล็กน้อยอย่างประหลาดใจ

“เรื่องอะไรอย่างนั้นหรือเพคะ”

“เราหาที่นั่งคุยกันดีๆ …ช่างเถอะ” องค์ไท่จื่อกำลังจะชวนหลินหลันไปนั่งคุยที่ศาลาริมน้ำที่แสนจะร่มรื่นแห่งนั้น แต่เมื่อรับรู้ได้ถึงกระแสความไม่พอใจที่เริ่มจะเก็บไม่อยู่ของหลินหลันแล้วองค์ไท่จื่อจึงรีบเปลี่ยนเรื่องในทันที “เมื่อครู่ข้าได้ยินว่าเจ้าจะไปตามหาร้านสมุนไพรที่แคว้นอ้ายอย่างนั้นหรือ”

หลินหลันได้ยินเช่นนั้นนางก็หรี่ตาลงเล็กน้อย นางไม่คิดว่าองค์ไท่จื่อจะแอบฟังสิ่งที่นางคุยกับไป๋ลั่วหลิ่งโดยที่เสี่ยวฝานไม่รู้ตัวเลยได้ เพราะในทุกครั้งที่มีคนแอบฟังนางอยู่นั้นเสี่ยวฝานจะรับรู้ได้เสมอ กระทั่งองค์ไท่จื่อที่ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนที่มีความสามารถเท่าใด แต่ก็ไม่สามารถเก็บกลิ่นอายของตนเองอย่างมิดชิดโดยที่เสี่ยวฝานไม่รู้ตัวเลยได้

อีกทั้งองค์ไท่จื่อในครานี้ก็มีบางอย่างที่ต่างออกไปจากทุกครั้ง แต่หลินหลันก็บอกไม่ได้ว่าอะไรที่ต่างออกไป

ฝ่ายองค์ไท่จื่อเมื่อเห็นว่าหลินหลันดูจะไม่ค่อยพอใจ เขาก็รีบเอ่ยขึ้นมา

“ข้าไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟังพวกเจ้าคุยกันหรอกนะ ข้าก็แค่จะไปตามพวกเจ้าเพราะว่าในตอนนั้นหมอหลวงไป๋ตรวจบิดาของเจ้าเสร็จแล้วต่างหาก” แต่ว่าท่าทางที่ดูลุกลี้ลุกลนของเขากลับไม่ทำให้หลินหลันเชื่อได้เลยแม้แต่น้อย เมื่อเห็นว่าสีหน้าของหลินหลันยังไม่ดีขึ้น องค์ไท่จื่อจึงได้เปลี่ยนเรื่อง

“เอาเป็นว่าเรื่องร้านสมุนไพรแห่งนั้นคิดว่าข้ารู้จัก”

“ท่านรู้อย่างนั้นหรือ แต่มันตั้งอยู่ที่แคว้นอ้ายมิใช่หรือ”

“เรื่องที่ข้ารู้จักได้อย่างไรมันสำคัญกว่าเรื่องที่ตั้งของร้านนั้นหรืออย่างไร” ได้ยินองค์ไท่จื่อเอ่ยออกมาเช่นนั้นหลินหลันจึงได้เงียบไป องค์ไท่จื่อจึงได้เอ่ยต่อ “ข้าสามารถพาเจ้าไปที่ร้านสมุนไพรแห่งนั้นได้ ทันทีที่เจ้าต้องการ”

แม้ว่าหลินหลันจะอยากได้ว่านมิติวิญญาณ แต่ทว่านางก็ไม่ต้องการที่จะเดินทางไปยังร้านแห่งนั้นพร้อมกับองค์ไท่จื่อ

“หากท่านรู้ว่าร้านแห่งนั้นอยู่ที่ใด เหตุใดท่านจึงไม่นำสมุนไพรที่ข้าต้องการมาให้ข้าเลยเล่า”

“เรื่องนั้น…หากจะให้เล่าสั้นๆ ก็คือที่ร้านแห่งนั้นไม่ค่อยต้อนรับข้าเท่าไรนัก”

“หมายความว่าอย่างไรหรือเพคะ”

“หากเจ้าอยากรู้เราคงจะต้องหาที่นั่งจิบชาพูดคุยกันเสียแล้ว เพราะเรื่องมันค่อนข้างจะยาวมากทีเดียว” องค์ไท่จื่อเอ่ยพลางยิ้มให้หลินหลันอย่างสดใส

"เช่นนั้นก็ไม่เป็นอะไรหรอกเพคะ หม่อมฉันไม่ได้อย่างรู้เพียงนั้น

องค์ไท่จื่อได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนที่จะเล่าเรื่องของร้านสมุนไพรนั้นให้ฟังอย่างคร่าวๆ

ร้านสมุนไพรแห่งนั้น มีชื่อว่าร้านสมุนไพรอีอี ตัวร้านเป็นร้านขนาดเล็กแม้ว่าจะไม่ได้โดดเด่นมากเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ใช่ร้านที่จะมองผ่านได้ง่ายๆ

แต่เรื่องประหลาดก็คือ ร้านแห่งนี้หากว่าท่านไม่ตั้งใจจะหาเจอได้โดยง่าย แต่หากตั้งใจจะไปหากลับไม่เจอ

“ท่านรู้เรื่องเหล่านี้มาจากที่ใดกัน”

“หากเจ้าอยากรู้ เราคงจะต้องดื่มชา…”

“ช่างเถอะเพคะ หม่อมฉันไม่ค่อยอย่างรู้เท่าไรนัก”

หลินหลันบอกปัดอย่างรวดเร็ว องค์ไท่จื่อก็ไม่ได้กล่าวโทษอะไรนางเพียงแค่หัวเราะออกมาเบาๆ เท่านั้น

“เอาเถอะตอนนี้เจ้าคงจะยังไม่สามารถออกเดินทางได้เพราะอาการของท่านอาจารย์ เอาเป็นว่าหากบิดาของเจ้าหายดีแล้ว ข้าจะมาถามเจ้าอีกครั้งหนึ่งว่าเจ้าต้องการที่จะให้ข้าพาไปที่นั่นหรือไม่”

องค์ไท่จื่อกล่าวจบก็เดินจากไป หลินหลันไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดที่ทำให้คราวนี้นางไม่รู้สึกอึดอัดเวลาที่คุยกับองค์ไท่จื่อดังเช่นทุกครั้ง ไม่รู้ว่าบุคลิกของเขาที่เปลี่ยนไปจากทุกครั้ง หรือว่าวิธีการพูดจาของเขาที่ทำให้หลินหลันรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดราวกับว่านางเคยพบเจอมาก่อน แต่นางตอบไม่ได้ว่าที่ไหนและเมื่อไหร่

แต่ที่นางมั่นใจคือมันแตกต่างจากองค์ไท่จื่อที่นางเคยพบทั้งในตอนที่นางกลายเป็นหลินหลันหรือกระทั่งในความทรงจำของหลันเหม่ยหลินก็ตาม

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.836K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1785 THEEEFERN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 1 เมษายน 2564 / 08:05
    เมื่อไรไรท์จะกลับมา คิดถึงแล้ววว
    #1,785
    0
  2. #1778 THEEEFERN (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 6 มีนาคม 2564 / 16:51
    รอๆ ปมเก่ายังไม่คลายเลย ปมใหม่มาอีกแล้ว ปากำลังใจให้ไรท์ รอเมื่อไรไรท์จะกลับมาอัพอีก อย่าทิ้งนักอ่านไปนะ ได้โปรดดด เราชอบเรื่องนี้มากๆๆ
    #1,778
    0
  3. #1769 Earthkid (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 20:58
    เป็นใครที่มาจากโลกที่แล้วเหมือนกันหรือเปล่า
    #1,769
    0
  4. #1766 lafindor (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 / 06:55
    ไร้ท์กลับมาแล้วววว
    #1,766
    0
  5. #981 ziinaay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2562 / 22:37
    ปูเสื่อรออย่างเดียวไม่พอละ เอาหมอน น้ำ ขนม มาด้วยเลยเถอะ :D
    #981
    0
  6. #979 suijiranan (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 17:26
    รอออออออ
    #979
    0
  7. #976 MarateeYim (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 16:29
    ใคร????
    #976
    0
  8. #975 kulyasalin2 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2562 / 12:08
    ผีตู้เสื้อผ้าแน่ๆ
    #975
    0
  9. #974 dokao (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 15:26
    งอแงแปปป
    #974
    0
  10. #973 Melis (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2562 / 01:41

    ไท่จื่อหรอ มาทำไม ไมมาแอบ ไมอยู่ในห้องแอบๆกับสาวใช้ โอยค้างงงงง

    #973
    0
  11. #964 mod15071986 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 19:32
    รอเจ้าค่ะ
    #964
    0
  12. #963 ffp1tgase (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 15:19
    ใครอยู่ในห้องงงง
    #963
    0
  13. #962 PRF. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:04
    ค้างเลยจ้า
    #962
    0
  14. #961 PRF. (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 14:04
    ค้างเลยจ้า
    #961
    0
  15. #959 _ _ _ m _ _ (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 09:12
    รอค้าบบบบบ
    #959
    0
  16. #958 RAPIPHAN4869 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 03:13
    เจ้าเป็นใครช่างกล้าบังอาจบุกหอนอนท่านหญิง!!..เจ้าบังอาจหาญกล้ามากกก..เพ่ยยย!!!!
    #958
    0
  17. #957 sungkyunglee (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 21:30
    คือใครอ่ะ
    #957
    0
  18. #956 ziinaay (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 20:38
    ปัดโธ่วววววววว อยากจับตัวมาเขย่าจริงๆ น้านนนนนนานจะอัพสักทีก็เหมือนเสียงจาม มาน้อยเหลือเกิน
    #956
    0
  19. #955 Zom_TC (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 19:27
    ค้างมากจ้าแม่😭
    #955
    0
  20. #954 nae_tae (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 17:08

    รอค่าาาา

    #954
    0
  21. #953 Saipan82 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 16:33
    ค้างเลยค่ะ มาต่อไวๆนะค่ะ
    #953
    0
  22. #952 supawanaor (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 14:01

    ตัวเล็กมากเลยค่ะ อ่านไม่ออก

    #952
    0
  23. #951 CS_Rabbit (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 13:53
    อ่านรวดเดียวเลย ละกะพบว่าค้าง 555555
    #951
    0
  24. #950 ployreudeejaitad (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 12:09
    รออ่านนะคะ
    #950
    0
  25. #949 Ahe215 (จากตอนที่ 27)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 11:28
    ขอบคุณมากค่ะ
    #949
    0