ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 26 : บทที่ 25 | ว่านมิติวิญญาณ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35,703
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,766 ครั้ง
    26 ธ.ค. 63

บทที่ 25

หลินหลันลืมตาตื่นมาด้วยอาการปวดหัวตื้อราวกับว่าเธอนอนหลับไม่เพียงพอ อาการนี้หลินหลันเองก็เคยเป็นในชาติก่อนในช่วงที่มีงานเข้ามาก ทำให้เธอมีเวลานอนไม่เพียงพอ

แต่ทว่าน่าแปลกที่เมื่อคืนนี้หลินหลันแน่ใจว่านางเข้านอนเร็วกว่าปกติ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดนางจึงได้มีอาการปวดหัวเช่นนี้

หรือว่ามันจะเกี่ยวข้องกับความฝันเมื่อคืนนี้

ถึงแม้ว่าหลินหลันจำไม่ได้ว่าเมื่อคืนนี้นางฝันถึงเรื่องอะไร แต่ว่านางแน่ใจว่าความฝันเมื่อคืนนี้มันน่ากลัวมาก และความรู้สึกทุกอย่างก็ดูจะสมจริงเสียจน…

เพียงแค่คิดถึงมัน ร่างกายของนางก็สั่งเทิ้มด้วยความหวาดกลัว ทั้งๆ ที่นางเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านางกำลังหวาดกลัวอะไร

“คุณหนู ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” เสียงของเจียงอวี้ที่ดังขึ้นมาทำให้หลินหลันที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตนเองนั้นสะดุ้งสุดตัว เจียงอวี้ที่เพิ่งจะเดินเข้ามาเห็นอาการที่แปลกไปของหลินหลันจึงได้เอ่ยถามออกมา “คุณหนูเป็นอะไรหรือไม่เจ้าคะ”

“ข้าไม่เป็นอะไร เจ้ามาช่วยข้าเตรียมตัวเถอะ” หลินหลันรู้ว่าเจียงอวี้นั้นดูจะเป็นห่วงเพราะคาดว่าใบหน้าของนางในตอนนี้คงจะซีดเซียวมากทีเดียว แต่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้นั้นก็เป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น

อีกทั้งนางยังโชคดีที่ในตอนท้ายของความฝันนั้น มีเหตุการณ์นั้นมีดูจะดีขึ้นมากและทำให้ฝันร้ายที่น่ากลัวนั้นสลายหายไป

หลังจากที่หลินหลันเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วนางก็ออกมาทานอาหารที่เรือนใหญ่พร้อมกับหลันเฟิ่งซือและหลันเหม่ยอิง ก่อนที่ทั้งสามคนจะเดินไปเยี่ยมราชครูหลันที่ในเวลานี้ยังไม่ได้สติเลยแม้แต่น้อยพร้อมกัน เมื่อไปถึงเรือนนอนของราชครูหลันก็สายตาอาฆาตของหลันเหม่ยอิงที่จับจ้องหลินหลันอย่างไม่วางตา ก็เปลี่ยนเป็นเศร้าสร้อยเมื่อหันมองร่างที่ไร้สติของราชครูหลัน

หลินหลันพอจะเข้าใจได้ว่าหลันเหม่ยอิงเองก็คงจะเป็นห่วงราชครูหลันอยู่ไม่น้อย ถึงแม้ว่าราชครูหลันดูจะรักหลันเหม่ยหลินมากกว่าก็ตาม แต่หลันเหม่ยอิงที่ในตอนนี้นางไม่มีมารดาอีกต่อไป อีกทั้งองค์ไท่จื่อก็ดูจะตีตัวออกหากนางไปแล้ว ราชครูหลันก็ดูจะเป็นที่พึ่งเดียวที่นางเหลืออยู่เท่านั้น

ถึงแม้ว่าราชครูหลันจะไม่ค่อยจะพอใจการกระทำของมารดานาง แต่ก็ยังยอมให้นางอยู่อาศัยในจวนได้โดยที่ไม่ไล่นางออกผจญชะตากรรมข้างนอกก็ถือว่าเมตตามากแล้ว

หลินหลันเองก็อยากจะสงสาร เพราะว่าหลันเหม่ยอิงในเวลานี้นั้นมีอายุเพียงแค่สิบสามปีเท่านั้น ต้องมาเสียมารดาไป ถึงแม้ว่านางจะไม่ได้เห็นศพของมารดาตัวเอง แต่ทว่านางก็คงจะพอรู้มาบ้างว่ามารดาของนางถูกทรมานอยู่ไม่น้อยก่อนที่จะโดนประหารชีวิต และในช่วงที่มารดาของนางเพิ่งจะเสียชีวิตไปนั้น บิดาของนางก็ดูไม่ได้สนใจนางสักเท่าไร

ทั้งนี้ทั้งนั้นเมื่อเทียบกับสิ่งที่นางทำกับหลันเหม่ยหลินแล้ว หลินหลันก็ไม่ได้รู้สึกว่าหลันเหม่ยอิงเป็นคนที่น่าสงสารเพียงนั้น แต่หลินหลันก็ไม่ใช่คนใจไม้ไส้ระกำ ดังนั้นที่ผ่านมานางจึงตัดสินใจว่าจะต่างคนต่างอยู่กับหลันเหม่ยอิง แต่ดูท่าว่าหลันเหม่ยอิงจะไม่ได้คิดเช่นนั้น

เพราะทุกครั้งที่หลินหลันได้เจอกับหลันเหม่ยอิง นางก็มักจะเห็นว่าหลันเหม่ยอิงมักจะมองนางด้วยสายตาที่โกรธแค้น ราวกับว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ ทั้งๆ ที่ทุกอย่างนั้นเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเองและมารดาทั้งนั้น

อย่างที่เขาว่า…ความผิดคนอื่นเท่าภูเขา ความผิดตัวเราเท่าเส้นผม

หลินหลันคิดได้ดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่โลกนี้ หลินหลันถอนหายใจบ่อยครั้งเสียจนนางคิดว่านางคงจะอายุสั้นลงไปมากโขทีเดียว

“อาการของท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง” หลันเฟิ่งซือเอ่ยถามพ่อบ้านจูที่ยืนอยู่ใกล้ๆ

“อาการก็ยังเหมือนเดิมขอรับ ยังไม่ดีขึ้นแต่ก็ไม่ได้ทรุดลงขอรับ”

หลินหลันได้ยินดังนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาเพราะว่านางรู้ดีว่าการที่อาการของราชครูหลันยังไม่ดีขึ้นนั้นเกิดการที่คาถาที่ตรงข้ามกันทั้งสองคาถากำลังต่อสู้กันอยู่ภายใน หลินหลันนึกถึงตอนที่นางถามเสี่ยวฝานถึงวิธีการรักษาอาการนี้ของราชครูหลัน

‘วิธีแก้มีอยู่สองทาง หนึ่งคือปล่อยให้คาถาทั้งสองต่อสู้กันไป จนกว่าจะมีข้างใดข้างหนึ่งชนะไป แต่เจ้าจะต้องเตรียมรับผลข้างเคียงจากการที่มีคาถาทั้งสองคาถาต่อสู้กันอยู่ภายในให้ดี หากว่าร่างกายของบิดาเจ้าแข็งแรงไม่พอแล้วละก็เป็นไปได้สูงทีเดียวว่าบิดาของเจ้าจะฟื้นขึ้นมาไม่เหมือนเดิม ส่วนอีกทางหนึ่งเจ้าจะต้องหานักเวทย์ที่มีความสามารถเหนือกว่าหรือเท่ากับความสามารถของผู้ที่ร่ายคาถามาช่วยทำลายคาถาทั้งสองออกไป’

ถึงแม้ว่าทางที่สองจะเป็นทางที่ดี แต่ทว่าการที่จะหาตัวนักเวทย์จากในอาณาจักรมนุษย์นั้นเป็นเรื่องที่ทำได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเมื่อประตูที่เชื่อมระหว่างอาณาจักรเทพและอาณาจักรมนุษย์นั้นถูกปิดตัวลงอย่างถาวร

แต่ในเมื่อมีคนที่ร่ายคาถาใส่ราชครูหลันถึงในจวนเช่นนี้เป็นไปได้ว่าใกล้ตัวของนางจะต้องมีคนที่เป็นนักเวทย์ปะปนอยู่อย่างน้อยหนึ่งคน และหลินหลันก็มีหนึ่งคนที่นางสงสัยอยู่ในใจ

หลินหลันเหลือบมองหลันเฟิ่งซือที่ยืนอยู่ข้างตัวเล็กน้อย

นางสงสัยหลันเฟิ่งซือมาตั้งแต่ต้นว่าเขาอาจจะเป็นนักเวทย์ที่มาจากอาณาจักรเทพพร้อมกับฮูหยินเหลียน เพราะว่าเท่าที่นางจำได้ ในวันที่เกิดการระเบิดขึ้นในตรอกประหลาดแห่งนั้นเสี่ยวฝานบอกว่าได้กลิ่นคาถาปะปนอยู่ในอากาศ และหลันเฟิ่งซือก็เป็นเพียงคนเดียวที่ยังมีชีวิตรอดกลับมาจากเหตุการณ์ในวันนั้น

หากว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ก็เป็นไปได้ว่าหลันเฟิ่งซือจะเป็นคนที่ร่ายหนึ่งในคาถาใส่ราชครูหลัน และจากความสัมพันธ์ที่ผ่านมากับราชครูหลัน หลินหลันก็ค่อนข้างจะแน่ใจว่าคาถานั้นจะต้องเป็นคาถาป้องกันอย่างแน่นอน

แต่สาเหตุที่ทำให้หลินหลันยังลังเลไม่ได้ถามหลันเฟิ่งซือออกไปมีอยู่สองเหตุผล

หนึ่ง เป็นเพราะว่าเสี่ยวฝานไม่ได้กลิ่นของเวทมนตร์ออกมาจากตัวของหลันเฟิ่งซือเลยแม้แต่น้อย แต่เสี่ยวฝานก็บอกแล้วว่าเป็นไปได้ที่กลิ่นเวทมนตร์จะไม่กระจายออกมาจากตัวนักเวทย์ด้วยสองเหตุผล หนึ่งคือการไม่ได้ใช้เวทมนตร์เป็นเวลานาน กับสองการซ่อนร่องรอยของตนเองซึ่งจะทำได้ในกรณีที่เป็นนักเวทย์ที่เก่งกาจ ซึ่งหากว่าเป็นหลันเฟิ่งซือจริงๆ แล้วละก็คงจะเป็นเพราะเหตุผลที่สองมากกว่า

และเหตุผลที่สองที่ทำให้หลินหลันลังเล เป็นเพราะอาการของหลันเฟิ่งซือในตอนที่เขาฟื้นขึ้นมาจากเหตุการณ์ระเบิดในครั้งนั้นดูแปลกมาก มากเสียจนทำให้บางอย่างในใจของหลินหลันบอกว่านางไม่ควรที่จะไว้ใจหลันเฟิ่งซือก็ตามที

แต่เมื่อคิดไปคิดมาแล้ว หลินหลันคิดว่าการที่นางลังเลอยู่เช่นนี้ก็ยิ่งทำให้ราชครูหลันเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น ถึงแม้ว่าการทำลายคาถาในตัวของราชครูหลันจะอันตรายมากก็ตาม

‘…ถึงแม้ว่าเรื่องนี้จะเกิดได้ยาก แต่หากว่านักเวทย์ที่ทำลายคาถาเกิดทำผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียว ผลที่ตามมานั้นอาจจะแย่กว่าการที่คาถาต่อสู้กันเองก็เป็นได้’

นั่นคือสิ่งที่เสี่ยวฝานเตือนนางเกี่ยวกับการทำลายคาถา เมื่อเสี่ยวฝานเห็นว่าหลินหลันดูจะสนใจการทำลายคาถามากทีเดียว

ในตอนแรกหลินหลันคิดที่จะบอกเรื่องนี้กับหลันเฟิ่งซือ แต่ทว่าจนกระทั่งถึงตอนนี้นางก็ยังไม่มีโอกาสที่จะได้พูดเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย หลินหลันจึงคิดที่จะชวนหลันเฟิ่งซือออกไปคุยกันข้างนอกโดยที่ไม่ทำให้หลันเหม่ยอิงสงสัย พอดีกับช่วงที่สาวใช้ยกยาสมุนไพรที่ต้มเสร็จแล้วตาเทียบยาที่ท่านหมอเขียนเอาไว้ให้เข้ามาในห้อง หลินหลันจึงคิดแผนที่จะรั้งหลันเหม่ยอิงเอาไว้ในห้องขณะที่นางออกไปคุยกับหลันเฟิ่งซือที่อื่น

“ได้เวลาดื่มยาแล้วอย่างนั้นหรือ ท่านพ่อยังไม่ได้สติเช่นนี้จะให้ท่านพ่อดื่มยาได้อย่างไรกัน” หลินหลันเอ่ยถามสาวใช้ที่ยกยาสมุนไพรเข้ามาด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“พวกบ่าวจะช่วยกันพยุงนายท่านขึ้นมา แล้วค่อยๆ ตักยาสมุนไพรเข้าปากนายท่านทีละน้อยจนหมดเจ้าคะ” ถึงแม้ว่าสาวใช้จะไม่แน่ใจว่าหลินหลันถามเรื่องที่ชัดเจนเช่นนี้เพราะเหตุใด แต่นางก็ยินยอมตอบออกมาแต่โดยดี

“งั้นหรือ ฟังดูไม่ยากเท่าไรนัก เช่นนั้นส่งมาให้ข้าเถอะ เดี๋ยวข้าป้อนยาให้ท่านพ่อเอง” หลินหลันเอ่ยขณะที่เอื้อมมือออกไปรับถ้วยยามาจากมือของสาวใช้ผู้นั้น แต่ขณะที่หลินหลันกำลังจะเดินไปป้อนยาให้ราชครูหลันนั้น หลันเหม่ยอิงก็เดินมาขวางเอาไว้เสียก่อน

“พี่หญิง ไม่เคยดูแลใครมาก่อน หากไปป้อนยาให้ท่านพ่อที่ยังไม่ได้สติเช่นนี้อาจจะหกเลอะเทอะได้ เอามาให้ข้าดีกว่าเดี๋ยวข้าจะป้อนท่านพ่อเอง”

หลินหลันรู้ดีว่าประโยคยาวๆ ที่หลันเหม่ยอิงเอ่ยมาเมื่อครู่นั้นต้องการที่จะเหน็บแนมนาง แต่ทว่าคำพูดที่เหน็บแนมแบบเด็กๆ ไหนเลยจะทำให้หลินหลันที่เคยชินกับการถูกคนด่าไปทั่วโซเชียลทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรเลยรู้สึกอะไรขึ้นมาได้ กลับกันนางกลับส่งยิ้มให้หลันเหม่ยอิงก่อนที่จะยัดถ้วยยาใส่มือของหลันเหม่ยอิง

“ที่เจ้าเอ่ยมาก็น่าจะถูกต้อง เจ้าน่าจะเคยชินกับการดูแลบุรุษมากกว่าข้า เช่นนั้นข้ายกหน้าที่นี้ให้กับเจ้าแทนก็แล้วกัน”

เมื่อหลินหลันเอ่ยจบ หลันเหม่ยอิงก็หน้าแดงขึ้นมาไม่รู้ว่าด้วยความโกรธหรือว่าอับอายกันแน่ หลันเหม่ยอิงส่งถ้วยยาคืนให้สาวใช้ก่อนที่จะเตรียมตัวที่จะเดินออกจากห้องไป แต่ทว่าหลินหลันก็มาขวางเอาไว้เสียก่อน

“เหม่ยอิง เจ้าจะไปที่ใดอย่างนั้นหรือ หรือว่าเจ้าไม่พอใจที่จะต้องดูแลท่านพ่อที่กำลังป่วยอยู่”

เมื่อได้ยินหลินหลันเอ่ยเป็นนัยๆ ว่านางกำลังทำตัวเป็นบุตรอกตัญญู หลันเหม่ยอิงก็รีบหันกลับมามองหน้าหลินหลันด้วยน้ำตาคลอเบ้า

“พี่หญิง กล่าวเช่นนี้ออกมาได้อย่างไร ข้าน่ะหรือจะไม่พอใจที่จะได้โอกาสดูแลบิดาทดแทนคุ…” แต่ไม่ทันที่หลันเหม่ยอิงจะกล่าวจบหลินหลันก็หยิบถ้วยยาจากมือของสาวใช้แล้วยัดใส่มือของหลันเหม่ยอิงในทันที

“ได้ยินเช่นนั้นข้าก็โล่งใจ เช่นนั้นเจ้ารีบป้อนยาท่านพ่อเถอะ เดี๋ยวยาจะเย็นเสียก่อน” หลินหลันเห็นว่าหลันเหม่ยอิงยังนิ่งอึ้งอยู่ที่โดนหลินหลันขัดบทโศกที่นางกำลังจะเล่น นางจึงได้เอ่ยเร่งออกมา “รีบป้อนยาให้ท่านพ่อสิ หรือว่าเจ้าไม่พอใจจริงๆ”

หลันเหม่ยอิงได้ยินดังนั้นจึงได้แต่กัดปากล่างอย่างอดกลั้นก่อนที่จะหันกลับไปป้อนยาให้ราชครูหลันแต่โดยดี หลินหลันเห็นว่าหลันเหม่ยอิงไม่ได้สนใจพวกตนแล้ว จึงได้หันกลับมาหาหลันเฟิ่งซือ

“พี่ใหญ่ ข้ามีเรื่อง…” แต่ก่อนที่หลินหลันจะทันได้เอ่ยอะไรออกมา บ่าวคนหนึ่งก็เดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างกับพ่อบ้านจู ก่อนที่พ่อบ้านจูจะเดินเข้ามาหาหลินหลันและหลันเฟิ่งซือ หลินหลันจึงต้องหยุดเรื่องที่นางจะพูดเอาไว้เสียก่อน

“มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ พ่อบ้านจู”

“คือว่า ตอนนี้องค์ไท่จื่อมาที่จวนพร้อมกับหมอหลวงไป๋ขอรับ ตอนนี้อยู่ที่หน้าจวนแล้ว”

“ไท่จื่อมาที่นี่อย่างนั้นหรือ” เมื่อได้ยินว่าองค์ไท่จื่อมาที่จวน สีหน้าของหลันเหม่ยอิงก็ดีขึ้นในทันที หลินหลันได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ ก่อนที่จะเดินตามหลันเฟิ่งซือออกไปต้องรับองค์ไท่จื่อ และหมอหลวงไป๋ที่หน้าจวน แต่ก่อนที่จะออกไปนางหันไปบอกกับหลันเหม่ยอิงที่กำลังยืนยิ้มอยู่คนเดียวขณะที่กำลังถือถ้วยยาของราชครูหลันที่พร่องลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

“หากเจ้าอยากจะตามมาต้อนรับองค์ไท่จื่อก็อย่ายืนยิ้มโง่ๆ เช่นนั้น ส่งถ้วยยาให้สาวใช้ป้อนยาท่านพ่อต่อ แล้วเจ้าก็ตามออกมา”

หลันเหม่ยอิงได้ยินเช่นนั้นก็เหมือนจะได้สติ นางเตรียมจะส่งถ้วยยาในมือให้สาวใช้ก่อนที่นางจะเปลี่ยนใจชักมือกลับ

“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ พวกท่านออกไปต้อนรับองค์ไท่จื่อกันเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าอยู่ดูแลท่านพ่อให้เอง”

หลินหลันมองหน้าหลันเหม่ยอิงเล็กน้อย นางก็พอจะรู้ว่าหลันเหม่ยอิงคิดจะทำสิ่งใด นางคงคิดที่จะแสดงตัวเป็นบุตรสาวที่แสนดีคอยดูแลบิดายามป่วยไข้ต่อหน้าองค์ไท่จื่อสินะ หลินหลันส่ายหน้าเล็กน้อยกับความคิดที่ตื้นเขินของหลันเหม่ยอิง

“เช่นนั้นก็ตามใจเจ้า” หลินหลันเอ่ยจนก็เดินตามหลันเฟิ่งซือออกจากห้องไปในทันที ปล่อยให้หลันเหม่ยอิงอยู่ในห้องตามลำพัง

เมื่อไปถึงหน้าจวน หลินหลันก็ได้เห็นว่าคนที่มาที่จวนไม่ได้มีเพียงองค์ไท่จื่อและหมอหลวงไป๋เพียงเท่านั้น แต่ว่ามีไป๋ลั่วหลิ่งตามมาด้วยเช่นกัน

“คารวะองค์ไท่จื่อเพคะ หมอหลวงไป๋ด้วยเจ้าคะ” หลินหลันที่เพิ่งจะตามมาถึงทำความเคารพคนทั้งสอง ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นสบตากับไป๋ลั่วหลิ่งเล็กน้อย สังเกตเห็นว่าไป๋ลั่วหลิ่งเห็นว่านางยิ้มให้ หลินหลันก็ยิ้มกลับไปในทันที

“ลุกขึ้นเถิดหลินเออร์” องค์ไท่จื่อเอ่ย ก่อนที่จะอธิบายถึงเหตุผลที่ตนเองมาที่จวนแห่งนี้ “เสด็จพ่อทรงเป็นกังวลเรื่องอาการของราชครูหลันจึงได้มีรับสั่งให้ข้าพาหมอหลวงไป๋มาดูอาการของราชครูหลัน”

“เป็นเช่นนั้นเองหรือ เช่นนั้นกระหม่อมต้องขอขอบพระทัยฮ่องเต้ที่เมตตาครอบครัวของกระหม่อมถึงเพียงนี้ เช่นนั้น เชิญท่านทั้งสองตามกระหม่อมมาทางนี้เลยพ่ะย่ะค่ะ”

หลันเฟิ่งซือกล่าวจบก็เดินนำองค์ไท่จื่อและหมอหลวงไป๋ไปยังเรือนของราชครูหลันในทันที หลินหลันและไป๋ลั่วหลิ่งเองก็กำลังจะเดินตามคนทั้งสามไป แต่แล้วจู่ๆ หมอหลวงไป๋ที่เดินรั้งท้ายอยู่นั้นก็หันกลับมาหาหลินหลันและไป๋ลั่วหลิ่งในจังหวะที่หลันเฟิ่งซือ และองค์ไท่จื่อเดินพ้นกรอบประตูหน้าจวนไปแล้ว

“คุณหนูหลันข้ามีเรื่องอยากจะรบกวนท่านสักเรื่องหนึ่ง”

“มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ หมอหลวงไป๋”

“ข้าจำได้ว่าลั่วหลิ่งเคยบอกกับข้าว่าสวนที่จวนแห่งนี้งดงามยิ่งนัก นางอยากจะเดินชมดูสักครั้ง หากไม่เป็นการรบกวนมากจนเกินไป…”

“ท่านพ่อเจ้าคะ…” ไป๋ลั่วหลิ่งทำท่าจะเอ่ยขัดหมอหลวงไป๋เมื่อเห็นว่าหมอหลวงไป๋เอ่ยเรื่องที่ค่อนข้างจะเสียมารยาท เพราะถึงอย่างไรในเวลานี้ราชครูหลันเองก็กำลังป่วยอยู่ ถึงแม้ว่าไป๋ลั่วหลิ่งจะมีเรื่องที่ต้องการจะพูดคุยกับหลินหลันเกี่ยวกับสมุนไพรชนิดนั้นก็ตามที

แต่ก่อนที่ไป๋ลั่วหลิ่งจะทันได้เอ่ยอะไรต่อ หลินหลันก็เอ่ยขึ้นมาเสียก่อน

“ไม่รบกวนหรอกเจ้าค่ะ หมอหลวงไป๋อุตส่าห์มาดูอาการท่านพ่อถึงที่จวน เรื่องเท่านี้ไม่รบกวนจนเกินไปหรอกเจ้าค่ะ”

หมอหลวงไป๋ยกยิ้มก่อนที่จะเดินตามหลันเฟิ่งซือและองค์ไท่จื่อไป ทิ้งให้หลินหลันยืนอยูที่หน้าจวนกับไป่ลั่วหลิ่ง

“เจ้าอยากจะชมสวนใช่หรือไม่ ตามข้ามาทางนี้เลย” หลินหลันเอ่ยออกมาก่อนที่จะเดินนำอะไปยังสวนของฮูหยินเหลียน ระหว่างที่กำลังเดินไปอยู่นั้นไป๋ลั่วหลิ่งก็เอ่ยถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่

“ข้าต้องขออภัยที่ท่านพ่อของข้าเสียมารยาทกับเจ้า ท่านพ่อของเจ้ายังนอนป่วยอยู่แท้ๆ กลับเอ่ยเรื่องเดินชมสวนขึ้นมาเสียได้ บางทีท่านพ่อของข้าก็ทำอะไรไม่ค่อยคิดอยู่บ้างเจ้าอย่าได้ถือสาเลย”

หลินหลันได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาเบาๆ

“เรื่องนั้นไม่เป็นอะไรหรอก ข้าเข้าใจ” หลินหลันพูดพลางหัวเราะออกมาเบาๆ “แต่ดูเหมือนท่านพ่อของเจ้าจะทราบเรื่องที่เราจะพูดคุยกันใช่หรือไม่”

ไป๋ลั่วหลิ่งได้ยินดังนั้นก็ส่ายหน้า

“ท่านพ่อรู้เพียงแต่ว่าข้านัดกับเจ้าเอาไว้ว่าจะมาหาเจ้าที่เรือนในวันนี้ แต่ไม่รู้หรอกว่าจะพูดเรื่องอะไร” ไป๋ลั่วหลิ่งเอ่ย ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาเบาๆ “พอท่านพ่อทราบเรื่องว่านัดกับเจ้าเอาไว้ แต่ว่ามาหาเจ้าไม่ได้เพราะว่าท่านพ่อของเจ้าป่วย ทันทีที่เข้าได้รับราชโองการจากฮ่องเต้ให้มารักษาอาการของท่านพ่อเจ้า เขาก็คะยั้นคะยอให้ข้าตามมาด้วย”

“บิดาของเจ้านี่ก็แปลกเสียจริง หากเป็นผู้อื่นหากรู้ว่าบุตรสาวของตนเองมีนัดกับคนที่เคยทำร้ายบุตรสาวตนมีแต่จะต้องห้ามมิใช่หรือ ถึงแม้ว่าจะรู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของยาก็ตามที”

“เรื่องนั้น…” ไป๋ลั่วหลิ่งดูจะลังเลเล็กน้อยที่จะพูดออกมา หลินหลันจึงได้ยิ้มบางๆ ก่อนที่จะเอ่ยออกมา

“หากว่าเจ้าไม่อยากจะเล่าก็ไม่เป็นอะไรหรอกนะ ข้าไม่ได้บังคับ”

ไป๋ลั่วหลิ่งเพียงแค่ยิ้มบางๆ และไม่ได้ตอบอะไรกลับไป หลังจากนั้นทั้งคู่ก็เดินต่อไปอย่างเงียบเชียบ จนกระทั่งถึงสวนที่ฮูหยินเป็นผู้จัดเอาไว้ด้วยตนเอง

ไป๋ลั่วหลิ่ง แม้จะเคยได้ยินมาบ้างว่าสวนแห่งนี้งดงามอย่างมาก แต่เสียงร่ำลือนั้นก็ไม่เท่ากับภาพที่นางเห็นด้วยตาของตนเอง

ไป๋ลั่วหลิ่งเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเกี่ยวกับพืชพรรณต่างๆ นางรู้ดีว่าพืชพรรณทุกอย่างสามารถนำมาใช้เป็นยาได้ทั้งสิ้น และพืชพรรณต่างๆ ทั้งที่อยู่ในประเทศหรือในต่างประเทศนางก็เคยได้ผ่านตามาบ้างจากในหนังสือ แต่ดอกไม้สีขาวที่ปลูกอยู่ริมทางนี้นางแน่ใจว่าไม่เคยเห็นที่ใดมาก่อน กระทั่งในหนังสือที่นางซื้อมาจากพ่อค้าจากต่างแดนนางก็ยังไม่เคยพบเห็น

หลินหลันที่เห็นว่าสายตาของไป๋ลั่วหลิ่งจับจ้องไปที่ดอกไม้สีขาวที่ปลูกอยู่ที่ริมทางนั้น หลินหลันก็คาดว่านางคงจะกำลังสงสัยเกี่ยวกับดอกไม้ดอกนี้

“นั่นคือดอกเยว่ฮวา” หลินหลันเริ่มอธิบายเหมือนเห็นว่าไป๋ลั่วหลิ่งจ้องดอกไม้อย่างไม่วางตา “ในยามกลางวันก็จะเป็นดอกสีขาวธรรมดาเท่านั้น แต่ในยามกลางคืนจะส่องแสงงดงามทีเดียว”

“ดอกเยว่ฮวาอย่างนั้นหรือ” ไป๋ลั่วหลิ่งหันมามองหน้าหลินหลันทันทีที่ได้ยินชื่อของดอกไม้ “เจ้า เจ้าไปเอามันมาจากที่ใดอย่างนั้นหรือ”

“ข้าได้ยินจากบ่าวไพร่ว่ามารดาลงมือปลูกด้วยตนเองจากเมล็ด แต่ว่าข้าเองก็ไม่ทราบว่าท่านแม่เอาเมล็ดของมันมาจากที่ใด”

ถึงแม้ว่าหลินหลันจะแปลกใจในท่าทีของไป๋ลั่วหลิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากที่ได้ยินชื่อของดอกไม้ โดยปกติแล้วไป๋ลั่วหลิ่งในความทรงจำของหลันเหม่ยหลิน และจากที่หลินหลันเคยได้พบเจอมานั้น เป็นหญิงสาวที่มักจะไม่แสดงอาการทางสีหน้าเท่าไรนัก แต่สีหน้าของไป๋ลั่วหลิ่งในเวลานี้มันช่างเหมือนกับเด็กน้อยที่เพิ่งจะมีคนบอกว่าจะให้ลูกอมหนึ่งกระสอบอย่างไรอย่างนั้น

ส่วนเรื่องที่มาของดอกเยว่ฮวานั้น ถึงแม้ว่าหลินหลันจะสงสัยว่าฮูหยินเหลียนอาจจะเป็นคนของอาณาจักรเทพ และคงจะนำเมล็ดของดอกไม้ชนิดนี้มาปลูกที่จวนราชครู แต่การที่นางจะอธิบายเรื่องทั้งหมดให้ไป๋ลั่วหลิ่งฟังนั้นคงจะต้องใช้เวลาทั้งวัน อีกทั้งในตอนนี้หลินหลันยังไม่มั่นใจว่าไป๋ลั่วหลิ่งจะเก็บความลับเรื่องนี้อยู่หรือไม่

เรื่องที่มารดาของร่างนี้อาจจะเป็นคนจากอาณาจักรเทพที่ตัดขาดการติดต่อจากอาณาจักรมนุษย์ไปแล้วนั้น หากแพร่หลายออกไปในวงกว้าง หลินหลันเกรงว่าอาจจะก่อให้เกิดเรื่องวุ่นวายขึ้นได้ ดังนั้นนางคิดว่าจะเป็นการดีที่สุดหากนางจะไปเอ่ยถึงมันออกมา

โชคดีที่หลังจากที่ได้รับคำตอบนั้นไป ไป๋ลั่วหลิ่งก็ดูจะไม่ได้ติดใจอะไรอีก ทั้งคู่จึงค่อยๆ เดินชมสวนดอกไม้ของฮูหยินเหลียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่ศาลาริมน้ำที่หลินหลันมักจะมานั่งอ่านหนังสืออยู่เป็นประจำ

ไป๋ลั่วหลิ่งที่เพิ่งจะเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรกตื่นตะลึงกับความสวยงามของศาลาริมน้ำแห่งนี้อย่างมาก หลินหลันเห็นเช่นนั้นนางก็ยิ้มออกมา เพราะว่าตอนที่นางมาที่นี่เป็นครั้งแรกนางก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่งเช่นกัน

“คุณหนูไป๋ เราเดินกันมาสักพักแล้ว เราเข้าไป่นั่งดื่มน้ำชากันในศาลากันดีหรือไม่”

ไป๋ลั่วหลิ่งที่ได้ยินเสียงของหลินหลันเอ่ยขึ้นมา ทำให้นางตื่นจากภวังค์แล้วรีบหันกลับมาตอบรับหลินหลันในทันที เมื่อได้รับคำตอบจากไป๋ลั่วหลิ่ง หลินหลันก็สั่งให้เจียงอวี้ไปยกน้ำชาและของว่างมาที่ศาลาริมน้ำ ก่อนที่นางจะเดินนำไป๋ลั่วหลิ่งเข้าไปในศาลา

หลังจากที่นั่งในศาลากันเรียบร้อยแล้ว หลินหลันก็เอ่ยขึ้นมาในทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลามากจนเกินไป เพราะนางก็ไม่รู้ว่าหมอหลวงไป๋จะใช้เวลาในตรวจอาการและสั่งการรักษาราชครูหลันอีกนานหรือไม่

“คุณหนูไป๋ เรื่องสมุนไพรนั่น…”

 

 

TALK

ทำไมไรท์อัพช้าแบบนี้นะ ฮันแน่ หลายๆคนคิดแบบนี้ใช่ไหมคะ เอ๊ะ หรือว่ารีดชินแล้วกันนะ

ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่าช่วงนี้หลิงนอนน้อยพอเขียนไปได้นิดเดียวก็คิดต่อไม่ไหว แล้วพอวันต่อมามาเขียนต่อก็งงที่ตัวเองเขียนไปก่อนหน้านี้ แล้วก็แก้ใหม่ พอเขียนเสร็จอ่านอีกรอบก็แก้อีก แล้วก็ยังไม่พอใจก็เลยกะว่าพักก่อนค่อยมาเขียนต่อ แล้ว พอเขียนต่อก็ไม่พอใจที่เขียนเอาไว้เดิม แล้วก็ลบเขียนใหม่อีก กว่าจะได้อัพก็ผ่านไปนานเป็นเดือน ยังดีนะคะที่ยังมีคนรออ่านอยู่ เอ๊ะ หรือว่ารีดก็ไม่รอกันแล้วนะ 555

เอาเป็นว่าหลิงก็อยากจะอัพบ่อยๆเหมือนกัน แต่ว่ามันทำไม่ได้จริงๆ ขอขอบคุณทุกคนที่ยังเข้ามาอ่านต่อทั้งๆที่หลิงอัพช้ามากกกกกกกด้วยนะคะ เจอกันตอนต่อไปค่ะ

ช่วงนี้อากาศเปลี่ยน ฝุ่นก็เยอะ โควิดก็ระบาด ทุกคนอย่าลืมรักษาสุขภาพตัวเองกันด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.766K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1763 aviana (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มกราคม 2564 / 08:37

    ยังรอน้าาาา

    #1,763
    0
  2. #1761 pa kae (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มกราคม 2564 / 09:35

    ไรท์รักษาสุขภาพด้วยค่ะ..มาช้ายังดีกว่าไม่มาค่ะ

    #1,761
    0
  3. #1760 THEEEFERN (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2563 / 20:34
    ยังรออ่านอยู่ค่า และชินกับไรท์ที่อัพช้าด้วย 55555
    #1,760
    0
  4. #1759 som_khiewsopon (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2563 / 13:18
    รออยู่จ้าาาา
    #1,759
    0
  5. #1757 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 22:38
    ปีใหม่หยุดยาวไรท์มาต่อเพื่อชดเชยเลยคะ
    #1,757
    0
  6. #1756 zombar (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:25
    รอค่ะ รักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ
    #1,756
    0
  7. #1755 Nantanat_neung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2563 / 20:12
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,755
    0
  8. วันที่ 27 กันยายน 2562 / 01:46
    รอค้าบบบบ
    #895
    0
  9. #892 198851988 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 25 กันยายน 2562 / 15:35
    ไม่อยากให้ไทจื่อเป็นพระเอกเลย

    เพราะมีเพศสัมพันธ์กับนางสาวแล้ว

    ถ้าไม่มีเพศสัมพันธ์กันน้องสาวนางเอก

    ก็แอบเชียร์อยู่
    #892
    0
  10. #889 unyapatsorn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 กันยายน 2562 / 11:15
    รออ่านค่ะ
    #889
    0
  11. #888 ziinaay (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 21:44
    คิดถึงแล้วนะ
    #888
    0
  12. #887 yuy26112535 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 กันยายน 2562 / 22:06
    รอๆนะค่า
    #887
    0
  13. #885 casino_memory (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 10:33
    สู้ๆคะ ไร้ท์
    #885
    0
  14. #884 Nidmitsu789 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 07:30
    ขอบคุณค่ะ
    #884
    0
  15. #883 pluto_a (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 21:44
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #883
    0
  16. #882 pa kae (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 21:09

    รอค่ะรอ

    #882
    0
  17. #880 SaowarotsToeihom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 18:20
    ดีมากจ้า รอน้าา
    #880
    0
  18. #876 Noinaep (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 11:23
    เป็นกำลังใจให้คร้า
    #876
    0
  19. #874 kittysmall (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 10:16

    รอนะคะ

    #874
    0
  20. #873 oj03062516 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:37
    รอๆๆๆ นะค้า
    #873
    0
  21. #872 naanaa (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 09:03
    รอๆๆได้ค่ะ
    #872
    0
  22. #871 piamya (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 08:41

    รอได้ค่ะ

    #871
    0
  23. #870 nenut (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:55
    รอจ้าา
    #870
    0
  24. #869 Nantanat_neung (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 07:26
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #869
    0
  25. #868 sarochapimwised (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 06:49
    รอค่าาาาา สู้ๆ
    #868
    0