ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 18 : บทที่ 17 | กล่องไม้ (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 59,345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,406 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

บทที่ 17

เมื่อแน่ใจว่าในเวลานี้ฮ่องเต้กลับไปเรียบร้อยแล้ว และเสี่ยวฝานก็ไม่รู้สึกถึงผู้ใดที่อาจจะกำลังจับตาดูนางอยู่หลินหลันจึงได้หลินหลันก็หันเหความสนใจของนางกลับมาที่กล่องไม้ที่นางเพิ่งจะได้รับ ตัวกล่องไม้นี้ทำจากไม้ชิ้นเดียว ดังนั้นนอกจากรอบต่อระหว่างฝาและตัวกล่องนั้นหลินหลันก็มองไม่เห็นว่าจะมีรอยต่อที่ใดอีกแต่ก่อนที่หลินหลันจะทันได้ลองเปิดฝากล่องออกดูเจียงอวี้ก็เข้ามาเสียก่อน หลินหลันจึงได้วางกล่องไม้เอาไว้ที่โต๊ะหัวเตียง ก่อนที่จะเดินไปนั่งยังโต๊ะหนังสือเพื่อที่จะได้พูดคุยเรื่องที่หลินหลันได้ไหว้วานให้นางออกไปทำมา

"ได้เรื่องว่าอย่างไรบ้าง"

"เป็นอย่างที่คุณหนูคาดการณ์เจ้าค่ะ หลังจากที่คุณหนูเอ่ยเรื่องที่คุณหนูต้องการที่จะถอนหมั้นกับนายท่าน สาวใช้คนนั้นก็เร่งที่จะนำเรื่องไปแจ้งแก่ถิงถิงทันทีเลยเจ้าค่ะ แล้วหลังจากนั้นถิงถิงก็นำเรื่องไปแจ้งแก่คุณหนูรองทันทีเจ้าค่ะ"

หลินหลันพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่จะเอ่ยถามต่อ

"หลังจากที่นางรับทราบเรื่องแล้ว นางแสดงอาการอย่างไรบ้าง"

"คุณหนูรองดูจะดีใจมากเจ้าค่ะ แล้วก็ดูเหมือนว่านางพยายามที่จะหาทางติดต่อองค์ไท่จื่อให้ได้เลยเจ้าค่ะ"

ในช่วงที่ผ่านมานี้ หลินหลันรู้สึกเหมือนกันว่านางกำลังถูกคนจับตามอง ไม่ใช่เพียงแค่พวกคนที่เสี่ยวฝานสัมผัสได้เท่านั้น

และด้วยความที่ในชาติก่อนหลินหลันเคยถูกพวกโรคจิตที่ชอบแอบตามดาราทำร้าย ตั้งแต่ช่วงที่นางเพิ่งจะได้เข้าวงการบันเทิง ทั้งนางยังถูกปาปารัสซีแอบตามถ่ายรูปอยู่ เป็นประจำทำให้นางติดนิสัยที่จะต้องสังเกตสิ่งต่างๆ รอบตัวอยู่เสมอ

นั่นจึงทำให้นางสังเกตเห็นสาวใช้คนหนึ่งที่นางไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ทั้งยังคอยทำตัวลับๆ ล่อๆ แอบตามนางไปทุกที่

หลินหลันจึงได้ให้เจียงอวี้ไปสืบดูจึงได้รู้ว่าสาวใช้นางนี้ นางเป็นสาวใช้คนหนึ่งในสาวใช้ที่เคยถูกหลันเหม่ยหลินอาละวาดใส่ตอนที่นางโดนยาพิษครวญนางจนสาวใช้คนนี้ต้องเสียโฉม และดูเหมือนว่าสาวใช้นางนี้จะไม่เชื่อว่าการกระทำนั้นของหลันเหม่ยหลิน เป็นเพียงอาการที่เกิดจากฤทธิ์ของพิษครวญนางเพียงเท่านั้น หรือนางอาจจะรู้ว่าเป็นความจริงแต่ทว่านางกลับปฏิเสธที่จะเชื่อมันด้วยเหตุผลบางประการ

ที่สำคัญที่สุดในเวลานั้น คนที่มาช่วยสาวใช้คนนี้เอาไว้ก็คือ หลันเหม่ยอิง ทำให้แผลเป็นบนใบหน้าของนางนั้น ไม่ได้น่าเกลียดมากจนเกินไป และแผลนั้น แม้ว่าจะยังมีอยู่ แต่ก็สามารถใช้แป้งกลบมันลงไปได้ไม่ยาก

หลังจากนั้นสาวใช้คนนี้ก็เป็นหนึ่งในคนที่คอยรับใช้หลันเหม่ยอิงอย่างถวายหัวเลยทีเดียว

และในช่วงที่ผ่านมานี้ สาวใช้ผู้นี้ก็ได้แอบติดต่อกับถิงถิง สาวใช้ประจำตัวของหลันเหม่ยอิงอย่างลับๆ ทำให้หลินหลันเข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดสาวใช้คนนี้จึงต้องคอยติดตามนางไปทุกที

ในเมื่อสาวใช้นางนี้ ได้รับคำสั่งมาให้คอยจับตาดูนางโดยที่ไม่ได้ทำสิ่งใดมากไปกว่านั้น หลินหลันจึงได้ปล่อยให้นางทำเช่นนั้นต่อไป สิ่งที่นางต้องทำก็มีเพียงแค่ระมัดระวังตนเองให้มากยิ่งขึ้น ทุกครั้งที่นางไปนั่งอ่านหนังสือที่ศาลาริมน้ำ นางก็อนุญาตเฉพาะสาวใช้บางคนให้ผ่านเข้าออกได้เพียงเท่านั้นโดยนางอ้างเหตุผลว่านางต้องการความเงียบสงบในการอ่านหนังสือ

ในบริเวณโดยรอบเรือนของหลินหลันนั้นก็อนุญาตให้เพียงสาวใช้บางคนเข้ามาได้เท่านั้น คนอื่นๆ จะเข้ามาได้ก็ต่อเมื่อได้รับอนุญาตจากนางเท่านั้นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ดังนั้นเสี่ยวฝานก็ยังสามารถออกมาภายนอกได้โดยที่ยังไม่มีใครจับได้

อีกอย่างหนึ่ง หลังจากที่หลินหลันสังเกตเห็นสาวใช้คนนี้ หลินหลันก็ได้สั่งให้เจียงอวี้คอยจับตาดูสาวใช้คนนี้เอาไว้อีกแรงหนึ่งด้วย

และเมื่อนางสังเกตเห็นว่าสาวใช้คนนี้เดินออกไปทันทีที่ได้ยินเรื่องที่หลินหลันต้องการที่จะถอนหมั้น หลินหลันจึงได้ส่งสัญญาณให้ เจียงอวี้ตามสาวใช้นางนี้ออกไปในทันที

"อย่างนั้นหรอกหรือ"

"แต่ว่าคุณหนูเจ้าคะ เรื่องที่น่าแปลกก็คือ บ่าวได้ยินมาว่าคุณหนูรองพยายามที่จะส่งจดหมายเพื่อติดต่อหาองค์ไท่จื่ออยู่หลายต่อหลายครั้งแต่ทว่าไม่สำเร็จเลยเจ้าค่ะ"

"ไม่สำเร็จอย่างนั้นหรือ หมายความว่าอย่างไรองค์ไท่จื่อปฏิเสธที่จะติดต่อกับนางอย่างนั้นหรือ"

"เรื่องนี้บ่าวเองก็ไม่แน่ใจเจ้าค่ะ แต่ว่าทุกครั้งที่คุณหนูรองส่งจดหมายไปให้องค์ไท่จื่อแล้ว นางไม่เคยได้รับการตอบกลับมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว กระทั่งส่งจดหมายนัดพบไปองค์ไท่จื่อก็ไม่ได้มาตามนัดเจ้าค่ะ"

หากว่าหลันเหม่ยอิงถูกองค์ไท่จื่อปฏิเสธการนัดพบกันเช่นนี้ ดูคล้ายกับเหตุการณ์ในตอนที่เพื่อนของเธอเคยเจอตอนที่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย เพื่อนของเธอในตอนนั้นถูกแฟนทิ้งในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทั้งคู่ไปนอนค้างด้วยกัน และเขาก็ปฏิเสธทุกช่องทางการติดต่อกับเธอหลังจากที่ฝ่ายชายนั้นได้สิ่งที่ต้องการ

เป็นไปได้หรือไม่ว่าแท้จริงแล้วองค์ไท่จื่อเองก็ได้สิ่งที่ตนหวังเอาไว้จากหลันเหม่ยอิงแล้ว ก็เลยคิดที่จะเขี่ยนางทิ้งเมื่อนางหมดประโยชน์

แต่ไม่ว่าอย่างไรนั่นก็ไม่ใช่เรื่องของหลินหลันด้วยซ้ำ

เจียงอวี้เห็นว่าหลินหลันเงียบไป นางจึงได้กล่าวเสริมขึ้นมา

"แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูรองจะคิดว่าเรื่องนี้เป็นเพราะว่าคุณหนูขัดขวางนางเจ้าค่ะ นางจึงได้ส่งจดหมายไปหาผู้อื่นแทนเพียงแต่ว่าบ่าวเองก็ไม่ทราบว่าเนื้อความในจดหมายนั้นเป็นเช่นไร"

"ส่งหาผู้อื่นอย่างนั้นหรือ หาผู้ใดกัน"

"องค์หญิงห้าเจ้าค่ะ"

"องค์หญิงห้าอย่างนั้นหรือ"

องค์หญิงห้า เป็นพระขนิษฐาแท้ๆ ขององค์ไท่จื่อที่เกิดจากฮองเฮา ด้วยความที่องค์หญิงห้าเป็นธิดาพระองค์เดียวของฮ่องเต้ ดังนั้นนางจึงได้รับการตามใจจากฮ่องเต้เสียจนเป็นคนที่มีนิสัยเอาแต่ใจตนเอง จะว่าไปแล้วนิสัยขององค์หญิงห้านั้นคล้ายคลึงกับข่าวลือเรื่องนิสัยของหลันเหม่ยหลินอยู่มาก เพียงแต่ว่าองค์หญิงห้านั้นไม่ได้ตบตีคนโดยไร้เหตุผลอย่างที่หลันเหม่ยหลินทำในเวลาที่นางถูกพิษครวญนางเข้าครอบงำ

องค์หญิงห้าผู้นี้เป็นสหายสนิทกับหลันเหม่ยอิงมาตั้งแต่ไหนแต่ไร แต่ทว่าสาเหตุที่ว่าเพราะเหตุใดหญิงสาวสองคนที่ดูแล้วจะไม่น่าจะมาพบเจอกันได้กลายมาเป็นเพื่อนที่สนิทสนมกันมากนั้นไม่มีผู้ใดทราบ

ที่สำคัญที่สุดองค์หญิงห้าผู้นี้ไม่ชอบหน้าของหลันเหม่ยหลินเป็นอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้หลินหลันคาดการณ์ว่าน่าจะเป็นเพราะสิ่งที่หลันเหม่ยหลินทำเอาไว้กับหลันเหม่ยอิงที่เป็นสหายสนิทขององค์หญิงห้า

และองค์หญิงห้าผู้นี้เองก็เป็นตัวละครที่มีส่วนสำคัญที่คอยส่งเสริมให้หลันเหม่ยอิงและองค์ไท่จื่อได้พบกันและได้สานสัมพันธ์จนก่อเป็นความรู้สึกดีๆ ในใจของคนทั้งคู่ขึ้นมาได้

"สงสัยว่าหลันเหม่ยอิงคงคิดที่จะวางแผนจัดการกับข้าโดยที่จะใช้องค์หญิงห้าเป็นเครื่องมือสินะ" หลินหลันพูดขึ้นมาลอยก่อนที่จะหันไปบอกเจียงอวี้ "เจ้าลองไปสืบดูเรื่องนี้มาให้ได้มากที่สุด ในเมื่อองค์หญิงห้านั้นอยู่ในวังหลวงการที่เจ้าจะไปสืบเรื่องราวนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายดังนั้น ลองสืบดูจากหลันเหม่ยอิงดูแล้วกัน"

"เจ้าค่ะคุณหนู" เจียงอวี้รับคำก่อนที่จะเข้ามาปรนนิบัติหลินหลันเพื่อให้นางเตรียมตัวเข้านอนเสียที

เมื่อเจียงอวี้ปรนนิบัติหลินหลันเรียบร้อยแล้ว เจียงอวี้ก็ขอตัวออกไปในทันที

คล้อยหลังเจียงอวี้แล้ว หลินหลันจึงได้หยิบกล่องไม้ที่เมื่อครู่นางได้วางเอาไว้ที่โต๊ะหัวเตียงขึ้นมาดูอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่หลินหลันจะตัดสินใจเปิดมันออกดูภายใน

เมื่อหลินหลันลองเปิดฝากล่องออกดูนางก็พบว่าภายในนั้นมีดอกบัวที่ทำมาจากวัสดุที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนไม่ว่าจากโลกใดก็ตาม

ตัวดอกบัวนั้นเป็นสีชมพูใสคล้ายกับคริสทัล แต่ทว่าเมื่อสัมผัสแล้วดอกบัวนั้นกลับให้ความรู้สึกนุ่มนิ่มเหมือนกับผ้าไม่ได้แข็งกระด้างเหมือนกับคริสทัลโดยทั่วไป

โดยรอบดอกบัวนั้นมีใบบัวรองเอาไว้โดยรอบตัวใบบัวก็ทำจากวัสดุเดียวกันแต่ทว่าเป็นสีเขียว

และทันทีที่กล่องไม้นี้ถูกเปิดออกมาดอกบัวที่อยู่ตรงกลางก็เริ่มหมุนและส่งกลิ่นหอมบางเบาออกมาจนอบอวลไปทั่วห้อง

กลิ่นของมันไม่คล้ายกับดอกไม้ชนิดใดที่หลินหลันเคยพบเจอมาก่อน แต่ทว่ากลิ่นของมันกลับทำให้หลินหลันรู้สึกผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาดนัก

ความแปลกประหลาดของกล่องใบนี้นั้นทำให้หลินหลันรู้สึกแปลกใจ จึงได้เรียกตัวเสี่ยวฝานออกมาเพื่อที่จะได้สอบถามดู เพราะว่าเสี่ยวฝานนั้นเป็นคนจากอาณาจักรอื่นเป็นไปได้ว่ามันอาจจะเคยเห็นของเช่นนี้มาก่อน

ควันสีขาวลอยออกมาจากอกของหลินหลัน แล้วก่อเป็นร่างของเจ้าจิ้งจอกตัวน้อยที่ยืนมองหน้าหลินหลันอยู่ที่พื้นห้อง เจ้าจิ้งจอกน้อยหาวออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะเอ่ยปากถามหลินหลัน

'เรียกข้าออกมามีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ'

"เสี่ยวฝาน เจ้าเคยเห็นกล่องไม้เช่นนี้มาก่อนหรือไม่" หลินหลันพูดพลางยื่นกล่องไม้เข้าไปใกล้เสี่ยวฝานมากยิ่งขึ้น

'หินหร่วนฉี'

"หินหร่วนฉีอย่างนั้นหรือ"

'หินหร่วนฉีเป็นสมบัติล้ำค่าของเผ่าภูต หินชนิดนี้เป็นหินที่มีกลิ่นหอม ยิ่งกลิ่นหอมยาวนาน และกลิ่นฟุ้งกระจายได้มากเท่าไหร่นั่นก็หมายความถึงคุณภาพของหินที่ดีมากยิ่งขึ้นเท่านั้น หากว่าเพียงเปิดมาได้ไม่นานก็ทำให้กลิ่นฟุ้งไปทั่วห้องเช่นนี้คุณภาพของมันก็คงจะดีมากทีเดียว'

เมื่อพูดจบเสี่ยวฝานก็กระโดดอย่างคล่องแคล่วขึ้นมาบนเตียงข้างๆ หลินหลัน หลินหลันจึงได้ยื่นกล่องเข้าไปใกล้เสี่ยวฝานเพื่อให้มันมองเห็นได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

'หินชนิดนี้เผ่าภูตนั้นหวงแหนมันอย่างมาก หากว่ามารดามีมันอยู่ทั้งยังเป็นชิ้นที่มีคุณภาพสูงเช่นนี้ ดังนั้นเป็นไปได้ว่ามารดาของเจ้าจะเป็นคนของเผ่าภูต อาจจะเป็นคนที่มีความสำคัญในเผ่าอย่างมากเลยด้วย...เอ๊ะ' เสี่ยวฝานยื่นหน้าเข้าไปใกล้กล่องมากยิ่งขึ้นจนใบหน้าของมันเกือบจะจมเข้าไปในกล่องพลางทำจมูกฟุดฟิดคล้ายกำลังพยายามที่จะดมกลิ่นบางอย่างก่อนที่มันจะเอ่ยออกมา 'กลิ่นนี่มัน! '

"มีอะไรอย่างนั้นหรือ"

'ดูเหมือนว่าสิ่งที่มารดาของเจ้ามอบให้แก่เจ้าจะไม่ใช่เพียงหินหร่วนฉีเท่านั้นแล้วล่ะ'

"เจ้าหมายความว่าอย่างไร"

'ข้างใต้หินหร่วนฉีนี้ข้าได้กลิ่นคาถาที่ถูกร่ายเอาไว้ ดังนั้นการที่มารดาของเจ้าวางหินหร่วนฉีทับบริเวณที่ร่ายคาถาเอาไว้เป็นไปได้ว่านางต้องการที่จะปกปิดไม่ให้ผู้ใดรู้ว่านางได้ซ่อนของบางสิ่งเอาไว้ภายใน คาถาเช่นนี้ข้าเคยได้กลิ่นสมัยที่ยังอยู่ในอาณาจักรเทพ โดยปกติแล้วการร่ายคาถาเช่นนี้มันจะใช้สำหรับ...'

ทันทีที่เสี่ยวฝานเริ่มพูดถึงเรื่องของเวทมนตร์และคาถาออกมาก็ทำให้หลินหลันรู้สึกมึนงงอย่างมากและเมื่อเสี่ยวฝานเห็นว่าหลินหลันไม่เข้าใจสิ่งที่ตนเองกำลังพูดอยู่แม้แต่น้อย มันจึงได้อธิบายเพิ่มเติมว่าเผ่าจิ้งจอกของเสี่ยวฝานนั้นมีความสามารถพิเศษในการดมกลิ่น และหากว่าได้รับการฝึกฝนอย่างดีก็จะทำให้มันสามารถแยกแยะกลิ่นที่มาของคาถาที่ร่ายเอาไว้ตามที่ต่างๆ ได้ว่ามาจากเผ่าใด

เมื่อได้ยินคำอธิบายของเสี่ยวฝานแล้วหลินหลันก็ดูจะยังมีข้อสงสัยอยู่เสี่ยวฝานจึงได้อธิบายเพิ่มเติมว่าในอาณาจักรเทพนั้นในแต่ละเผ่าจะมีความสามารถพิเศษที่แตกต่างกัน เช่น เผ่าจิ้งจอกของเสี่ยวฝานที่จะมีจมูกที่ไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ แต่ในแต่ละเผ่านั้นจะมีเด็กเพียงบางคนเท่านั้นที่เกิดมาพร้อมเวทมนตร์ในตัว เด็กเหล่านี้จะมีความสามารถในการที่จะร่ายคาถาต่างๆ ได้ ทำให้เด็กกลุ่มนี้มักจะโตมาเป็นนักเวทย์ประจำเผ่านั้นๆ

"เช่นนั้นก็หมายความว่า บนกล่องไม้ใบนี้ถูกร่ายคาถาเอาไว้ทำให้มันเปิดไม่ออกเช่นนั้นหรือ"

'ใช่'

เสี่ยวฝานยังเล่าอีกว่าคาถาสำหรับปิดล็อกเช่นนี้เป็นคาถาที่พบได้ทั่วไปในแทบจะทุกเผ่าพันธุ์ มันมักจะใช้ในการที่จะเก็บข้าวของสำคัญๆ เอาไว้ เพราะว่าเป็นคาถาที่ทำให้มีความปลอดภัยสูงและวิธีการเดียวที่จะคลายคาถาได้มีเพียงการใช้เลือดของผู้ร่ายคาถาเท่านั้น

หลินหลันจ้องมองกล่องไม้อย่างครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่เอ่ยถามเสี่ยวฝานออกมา

"หากว่าจะต้องใช้เลือด เช่นนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อนักเวทย์ที่ร่ายคาถานั้นตายไปเล่า"

'คาถานั้นก็จะคงอยู่ไปได้อีกระยะเวลาหนึ่งก่อนที่มันจะเริ่มเสื่อมสลายไป แต่...หากว่านักเวทย์ผู้นั้นมีทายาทที่สืบเชื้อสายโดยตรงแล้วละก็มันก็จะส่งต่อไปยังทายาทคนแรกของนักเวทย์ผู้นั้นในทันที'

"แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ใดเป็นผู้ที่ร่ายคาถานี้เอาไว้เล่า"

'กลิ่นของผู้ร่ายคาถานั้นจะคงอยู่ในคาถาของคนผู้นั้นอยู่เสมอ และบนกล่องใบนี้ข้าก็ได้กลิ่นที่คล้ายกันกับเจ้า ดังนั้นก็เป็นไปได้ว่าผู้ร่ายคาถานี้จะเป็นมารดาของเจ้า'

"เช่นนั้นหมายความว่า..."

เสี่ยวฝานพยักหน้าลงก่อนที่จะเอ่ยต่อ

'เป็นไปได้ว่ามารดาของเจ้าอาจจะเป็นนักเวทย์จากเผ่าภูตน่ะสิ'

"!!! "

 

 

 

เช้าวันรุ่งขึ้นหลินหลันตื่นขึ้นมาด้วยอารมณ์ที่ไม่สดใสเท่าที่ควร เหตุก็เพราะเรื่องที่นางได้สนทนากับเสี่ยวฝานก่อนที่นางจะนอนเมื่อคืนนี้ทำให้หลินหลันนอนไม่หลับ

เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วหลินหลันได้แต่มองกล่องไม้นั้นนิ่งเงียบ

นางก็อยากจะรู้ว่ามารดาของหลันเหม่ยหลินทิ้งของสำคัญอะไรเอาไว้ให้กับนาง เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ได้มีการระบุเอาไว้ในซีรีส์เลยแม้แต่น้อย แต่ก็เป็นไปได้ว่าจะเป็นเพราะว่าในซีรีส์นั้น หลันเหม่ยหลินนั้นตายไปก่อนที่จะได้ถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่อ ฮ่องเต้จึงไม่ได้นำกล่องไม้นี้มามอบให้กับนาง

นางอยากที่จะทดสอบดูว่าเลือดของนางสามารถคลายคาถาที่อยู่บนกล่องไม้ได้หรือไม่ แต่ปัญหาก็คือว่าในการที่จะใช้เลือดในการที่จะถอนคาถาของนักเวทย์นั้นมีความเสี่ยง หากว่าร่างกายของคนผู้นั้นไม่แข็งแรงก็อาจจะทำให้วิญญาณหลุดออกจากร่างได้โดยง่าย และหลินหลันก็ยังจำคำพูดของนักพรตผู้นั้นได้เป็นอย่างดีว่าหากว่าครานี้วิญญาณของนางหลุดออกจากร่างอีกครั้งหนึ่งก็คงจะกลับมาไม่ได้อีกแน่

และหลินหลันก็ไม่รู้ว่าหากว่าวิญญาณนางหลุดออกครานี้ นางจะได้กลับไปที่ร่างเดิมโลกเดิมของนาง หรือว่าจะตรงดิ่งไปยังปรโลกแทน

ดังนั้นก่อนที่นางจะเริ่มทดสอบว่าเลือดของนางใช้ในการที่จะคลายคาถาได้หรือไม่ นางคงต้องหาว่านมิติวิญญาณตามที่นักพรตนั่นกล่าวมาให้เจอเสียก่อน

วันนี้หลินหลันจึงตั้งใจว่านางจะชวนพี่ชายออกไปหาหนังสือที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพรหายากต่างๆ มาอ่านดูเผื่อว่าจะเจออะไรบ้าง เพราะว่าหนังสือสมุนไพรในห้องหนังสือของท่านราชครูนั้นมีอยู่ไม่มาก ทั้งยังไม่มีเล่มไหนเลยที่จะกล่าวถึงว่านมิติวิญญาณ และนางก็ต้องการที่จะไปสอบถามและพูดคุยกับหมอสมุนไพรต่างๆ ในเมืองเผื่อว่าจะมีเบาะแสใดบ้าง

และเมื่อหลินหลันไปถึงห้องอาหารวันนี้นางก็พบว่าราชครูหลันได้ออกไปว่าราชการแล้ว แต่บนโต๊ะอาหารที่ควรที่จะเหลือเพียงหลันเฟิ่งซือที่นั่งอยู่เท่านั้นกลับมีหลันเหม่ยอิงที่เอาแต่ขังตัวเองอยู่แต่ในเรือนของนางนั่งอยู่ด้วยอีกคน

เมื่อเห็นเช่นนั้นหลินหลันก็ไม่ได้สนใจที่จะถามอะไร นางเพียงแค่เดินไปนั่งที่โต๊ะอาหารเงียบๆ เท่านั้น

ด้วยความที่เมื่อคืนนี้นางได้พักผ่อนไม่เต็มที่ ทำให้ในวันนี้หลินหลันดูไม่ค่อยจะสดใสเท่าที่ควร ทั้งยังมีรอยคล้ำใต้ตาบางๆ บ่งบอกว่าเมื่อคืนนี้นางนอนหลับไม่สนิทเท่าไรนัก

เมื่อหลันเหม่ยอิงเห็นหลินหลันเดินมาด้วยสีหน้าที่ดูจะไม่สดใสเท่าไรนักก็คิดว่าน่าจะเป็นเพราะว่าเรื่องที่นางได้บอกกับราชครูหลันไปแล้วเรื่องที่นางต้องการที่ถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่อ สีหน้านางก็ดูจะสดใสขึ้นมาพลางเอ่ยทักทายหลินหลันด้วยเสียงที่ดูสดใสกว่าทุกวัน

"พี่หญิงมาแล้วหรือเจ้าคะ"

"อืม" หลินหลันเหลือบมองหน้าหลันเหม่ยอิงเล็กน้อย ก่อนที่จะเอ่ยตอบรับเพียงสั้นๆ แล้วหลินหลันก็หันไปทักทายหลันเฟิ่งซือด้วยรอยยิ้ม

การกระทำที่ทำราวกับไม่เห็นหลันเหม่ยอิงอยู่ในสายตาเช่นนี้ หากเป็นในเวลาปกติหลันเหม่ยอิงคงจะรู้สึกไม่พอใจ

"ขออภัยที่น้องมาช้าเจ้าค่ะ"

"ไม่เป็นไรหรอกพี่เองก็เพิ่งจะมาถึงเช่นกัน" พอพูดจบหลันเฟิ่งซือก็สังเกตดูสีหน้าของหลินหลันก่อนที่จะเอ่ยถามออกมา "ดูเหมือนว่าวันนี้หลินเออร์จะดูไม่ค่อยสดใสเท่าไรนัก เมื่อคืนเจ้านอนหลับไม่สนิทหรืออย่างไรกัน"

หลินหลันเมื่อได้ยินคำถามก็เพียงแค่อมยิ้มเล็กน้อยให้หลันเฟิ่งซือแต่ก็ไม่ได้ตอบอะไร แต่กลับเฉไฉไปเรื่องอื่นแทน

"เรามาทานอาหารกันเถิดเจ้าค่ะ พี่ใหญ่ เดี๋ยวอาหารจะเย็นชืดเสียก่อน"

หลันเฟิ่งซือเมื่อเห็นว่าหลินหลันบ่ายเบี่ยงไม่คิดจะตอบคำถามของตนก็ไม่คิดจะเซ้าซี้อะไร แต่ทว่ากับหลันเหม่ยอิงมิใช่เช่นนั้น

นางรอให้ถึงวันที่หลินหลันจะถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่อแทบไม่ไหว ทั้งนางยังรู้สึกสาแก่ใจอย่างมากที่คนที่ทำให้ชีวิตของนางต้องย่ำแย่ในยามนี่เริ่มจะจะตกต่ำลงได้เสียที หลังจากที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของนางอยู่หลายวัน

ดังนั้นหลันเหม่ยอิงจึงไม่ลังเลที่จะซ้ำเติมหลินหลันในเวลานี้

"พี่หญิงเจ้าคะ น้องได้ยินมาว่าพี่หญิงกำลังจะถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่ออย่างนั้นหรือเจ้าคะ"

หลินหลันเหลือบมองใบหน้าที่ถูกปั้นแต่งให้ดูใสซื่อบริสุทธิ์ของหลันเหม่ยอิงก่อนที่จะเอ่ยตอบไปสั้นๆ เรียบๆ

"ใช่"

หลังจากที่เอ่ยตอบไปแล้วหลินหลันก็ไม่ได้สนใจหลันเหม่ยอิงอีก เพราะว่านางเพิ่งจะเห็นว่าในบรรดากับข้าวบนโต๊ะอาหารวันนี้เต้าหู้ทรงเครื่องอยู่ด้วย หลินหลันจำได้ว่าแม่ครัวที่จวนแห่งนี้ทำเต้าหู้ทรงเครื่องได้อร่อยมาก นางจึงไม่รีรอที่จะคีบมันลงในชามข้าวของตนเตรียมที่จะนำเต้าหู้ทรงเครื่องแสนอร่อยนั้นเข้าปาก

แต่ทว่า...

"พี่หญิงเจ้าคะ พี่หญิงบอกน้องได้หรือไม่เจ้าคะว่าเพราะเหตุใดพี่หญิงจึงคิดที่จะถอนหมั้นเจ้าคะ คงมิใช่เพราะว่าน้องใช่หรือไม่"

เมื่อได้ยินคำถามหลินหลันก็ชะงักมือที่กำลังจะคีบเต้าหู้ทรงเครื่องเข้าปากก่อนที่จะหันไปมองหน้าหลันเหม่ยอิงอย่างไม่พอใจ

...หลันเหม่ยอิง ข้าละเกลียดเวลาที่จะต้องกินอาหารร่วมโต๊ะกับเจ้าเสียจริง เจ้าขัดทุกครั้งเวลาที่ข้ากำลังกินเลยนี่...

แต่ทว่าหลันเหม่ยอิงกลับคิดว่าคำถามของนางคงจะไปจี้ใจดำของหลินหลันจึงคิดจะเอ่ยบางสิ่งออกมาอีก แต่หลินหลันกลับไม่ปล่อยให้นางพูดอีก

หลินหลันวางตะเกียบในมือลงก่อนที่จะหันไปพูดกับหลันเหม่ยอิงเสียงเรียบ

"เหม่ยอิง ข้าจะทำอะไรจำเป็นที่จะต้องรายงานเจ้าด้วยอย่างนั้นหรือ"

"แต่พี่ห..."

"อีกอย่างหนึ่ง ไม่ว่าข้าจะหมั้นหรือไม่ได้หมั้นกับองค์ไท่จื่อเรื่องนี้ก็ไม่มีอันใดเกี่ยวข้องกับเจ้าอยู่แล้ว" หลินหลันไม่ปล่อยให้หลันเหม่ยอิงพล่ามอะไรออกมาอีกนางจึงรีบพูดแทรกขึ้นมาก่อนที่หลันเหม่ยอิงจะพูดจบประโยค "ด้วยฐานะของเจ้าในเวลานี้จะแต่งเข้าวังไท่จื่อก็คงจะเป็นเรื่องยาก ฉะนั้นเจ้าควรจะเอาเวลาของเจ้าเอาเวลาไปตามหาผู้ชายดีๆ สักคนเพื่อที่จะออกเรือนไปเถอะ อย่ามาเสียเวลากับเรื่องของข้าเลย"

เมื่อพูดจบหลินหลันก็ก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปโดยที่ไม่สนใจหลันเหม่ยอิงอีก

"พี่หญิงเจ้าคะ น้องก็แค่..."

เมื่อเห็นว่าหลันเหม่ยอิงไม่ยอมหยุด หลันเฟิ่งซือที่เงียบอยู่นานก็รีบเอ่ยแทรกขึ้นมา

"เหม่ยอิง เจ้าอย่ามัวแต่พูดอยู่เลย ที่พี่สาวเจ้าพูดมามันก็ถูก เจ้าเลิกตอแยพี่สาวของเจ้าได้แล้ว"

"แต่พี่ใหญ่เจ้าคะ..."

"ไม่มีแต่ทั้งนั้น รีบกินเถอะเดี๋ยวพี่สาวเจ้ากินอาหารไปหมด เจ้าจะไม่เหลืออะไรให้กินแล้วนะ"

หลินหลันเมื่อได้ยินหลันเฟิ่งซือพูดเช่นนั้นนางก็เงยหน้าขึ้นมาทันที

"พี่ใหญ่เจ้าคะ พี่ใหญ่ทานเต้าหู้ทรงเครื่องนี่สิเจ้าคะ แม่ครัวของเราทำได้อร่อยมากเลย" หลินหลันคีบเต้าหู้ทรงเครื่องให้หลันเฟิ่งซือก่อนที่จะมองหน้าเขาไปเชิงว่าให้เงียบเสียที

หลันเฟิ่งซือจึงได้แต่หัวเราะเบาๆ ก่อนที่จะก้มหน้าลงกินเต้าหู้ทรงเครื่องที่หลินหลันคีบมาให้ก่อนที่เขาจะชะงักไปเล็กน้อย

...เหม่ยหลินไหนเจ้าว่าเจ้าคีบเต้าหู้ทรงเครื่องให้พี่ เหตุใดในชามพี่จึงมีแต่ขิงกับหอมใหญ่เท่านั้นเล่า...

หลันเฟิ่งซือมองไปยังชามข้าวของหลินหลันที่ในเวลานี้มีเต้าหู้ทรงเครื่องที่มีทั้งเต้าหู้และเนื้อหมูด้วยใบหน้าที่เศร้าสร้อย

หลินหลันเมื่อรู้สึกได้ถึงสายตาของหลันเฟิ่งซือที่มองมา นางก็เงยหน้าขึ้นจากชามของตัวเองก่อนที่จะหันไปมองหน้าหลันเฟิ่งซือ เมื่อเห็นว่าสายตาของเขามองมายังเต้าหู้ทรงเครื่องที่อยู่ในชามของตนก็เอ่ยถามหลันเฟิ่งซือตาแป๋ว

"พี่ใหญ่มองอะไรหรือเจ้าคะ หรือว่าอยากให้ข้าคีบเต้าหู้ให้พี่ใหญ่อีกหรือเจ้าคะ"

หลันเฟิ่งซือได้แต่ยิ้มให้หลินหลันแล้วก็ก้มหน้ากล้ำกลืนกินเต้าหู้ทรงเครื่องที่มีเพียงขิงและหอมใหญ่ พลางคิดในใจว่า

...ตักเต้าหู้ทรงเครื่องให้ข้าที่ไหนกัน เจ้าเพียงแต่ตักขิงกับหอมใหญ่ที่เจ้าไม่ชอบกินมาให้ข้ามิใช่หรือ...

หลังจากนั้นหลันเฟิ่งซือก็ก้มหน้าก้มตากินอาหารของตัวเองต่อไปเงียบๆ โดยที่ไม่ยอมให้หลินหลันตักอะไรให้เขาอีก

ทางด้านหลันเหม่ยอิงนั้น ก็ได้แต่นั้นมองหลินหลันและหลันเฟิ่งซือพูดคุยกันด้วยท่าทีที่ดูจะสนิทสนมกันอย่างมาก นั่นยิ่งทำให้นางรู้สึกแปลกแยก ในที่สุดหลันเหม่ยอิงก็ทนไม่ได้และลุกออกจากโต๊ะไปทั้งที่นางเองก็ยังกินอาหารไม่เสร็จ

 

 

 

เมื่อหลันเหม่ยอิงลุกออกไปแล้วหลินหลันจึงได้เข้าเรื่องที่นางอยากจะคุยกับหลันเฟิ่งซือในทันที

"พี่ใหญ่เจ้าคะ วันนี้พี่ใหญ่ว่างหรือไม่เจ้าคะ"

"วันนี้อย่างนั้นหรือ" หลันเฟิ่งซือครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยปากถามหลินหลัน "เจ้ามีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ"

เมื่อได้ยินดังนั้นหลินหลันก็ยิ้มให้หลันเฟิ่งซือด้วยรอยยิ้มที่นางคิดว่ามันทำให้นางดูน่ารักน่าเอ็นดูมากที่สุด

"คือว่าวันนี้น้องอยากจะออกไปซื้อหนังสือข้างนอกเจ้าค่ะ เลยอยากจะให้พี่ใหญ่พาไปเจ้าค่ะ"

"หนังสืออย่างนั้นหรือ ได้สิ" หลันเฟิ่งซือรับปากก่อนที่จะเริ่มเอ่ยถาม "เจ้าอยากจะไปซื้อหนังสือเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ"

"หนังสือเกี่ยวกับสมุนไพรหายากเจ้าค่ะ"

"หนังสือสมุนไพรหายากหรือ เจ้าจะเอาไปทำอะไรกัน"

"เรื่องนั้น..."

แล้วหลินหลันก็เริ่มเล่าเรื่องที่มีนักพรตผู้หนึ่งมาบอกกับท่านราชครูเรื่องที่วิญญาณของนางยังไม่เสถียร แม้ว่าร่างกายภายนอกของนางจะดูปกติดีทุกอย่างแต่ทว่ามันก็ยังเสี่ยงดังนั้นนางจึงได้ต้องการที่จะตามหาว่านมิติวิญญาณเพื่อมาช่วยให้วิญญาณของนางเชื่อมเข้ากับร่างนี้ได้โดยสมบูรณ์

หลันเฟิ่งซือเมื่อฟังเรื่องจบก็ขมวดคิ้วในทันที เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้วเขาจึงไม่ค่อยเห็นด้วยที่หลินหลันจะออกไปภายนอก เพราะว่ามันอาจจะเสี่ยงเกิดไป

แต่หลินหลันก็ให้เหตุผลว่าหากไม่มีว่านมิติวิญญาณนี้ นางก็จะต้องใช้ชีวิตด้วยความหวาดระแวงอยู่ตลอดดังนั้นการตามหาว่านชนิดนี้จึงเป็นวิธีการที่เหมาะสมที่สุดแล้ว ทั้งนางก็ออกไปกับหลันเฟิ่งซือ ทั้งยังจะเอาบ่าวที่มีวรยุทธไปด้วยดังนั้นนางมั่นใจว่านางจะปลอดภัย

หลันเฟิ่งซือเองก็คร้านที่จะเถียงจึงได้แต่ตามใจหลินหลันแล้วตกลงที่จะพานางออกไปตลาดด้วยกัน โดยมีข้อแม้ว่านางจะต้องนั่งรถม้าเท่านั้น

ซึ่งหลินหลันแม้ว่าจะอยากเดินไปตลาดด้วยเท้ามากกว่า แต่นางก็เห็นด้วยว่าการนั่งรถม้านั้นปลอดภัยกว่านางจึงได้ตอบตกลงโดยง่าย

เมื่อรู้ว่าตนเองจะได้ออกไปเที่ยวตลาดนั้น หลินหลันก็รู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะว่านี่เป็นครั้งแรกที่นางจะได้ออกไปนอกจวนหลังจากที่นางหลุดมาอยู่ที่โลกแห่งนี้

หลินหลันจึงรีบทานอาหารให้เสร็จก่อนที่จะขอตัวกลับเรือนเพื่อที่จะไปเปลี่ยนชุดเตรียมตัวไปเที่ยวตลาดกับหลันเฟิ่งซือในยามสายของวัน

 

 

 

TALK

ตอนต่อไปคงจะเป็นตอนแรกที่หลินหลันจะได้ออกนอกจวนแล้วนะคะ อย่าว่าแต่ยัยหลินที่ตื่นเต้นเลย หลิงก็ตื่นเต้นเหมือนกันค่ะ

ช่วงนี้หลิงไม่ค่อยว่างจริงๆ ค่ะ แต่ก็จะพยายามที่จะอัพให้ได้อ่านให้ได้เร็วที่สุดนะคะ

เต้าหู้ทรงเครื่องที่น้องพูดถึงก็คือผัดเต้าหู้ทรงเครื่องเสฉวนหรือหมาโผวโต้วฟู่ค่ะ เป็นอารมณ์แบบผัดเต้าหู้รสจัดที่จะใส่เนื้อสัตว์ลงไปด้วยเล็กน้อยค่ะ

Cr. openrice.com

อัพตอนดึกเลยต้องใส่รูปของกินเอาไว้ยั่วคนอ่านค่ะ อิอิ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.406K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1684 MeFordary (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2563 / 07:19
    บางทีเหมยอิงก็สำคัญตัวเองผิดไปเหมือนกัน เขาจะถอนเพราะตัวเองใช้หรือไม่ใช่นั้นคืออะไรหากยังโง่งมและคิดไม่ได้แม้แต่อนุชายา เป็นได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้
    #1,684
    0
  2. #1624 Moo.chompoo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 13:00
    ถ้าเราเป็นเหม่ยอิงเราจะไม่มาถามหลินหลันหรอก.. นะเค้าถอนหมั้นแล้วก็แล้วไปจะเหตุผลอะไรก็ช่างเค้า.. มาทำตัวเซ้าซี้น่ารำคาญอ้ะ.. ทำมาเป็ยแอ๊บใสซื่อ.. ตลกมาก
    #1,624
    0
  3. #1620 ButterTown (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 08:32
    อุ้วว ออกไปผจญภัยนอกจวนนน เห็นรูปละหิวเลยค่ะ!
    #1,620
    0
  4. #1616 chamee (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 11:01
    ดีนะนี่อ่านตอนกินข้าวแล้ว อิอิ
    #1,616
    0
  5. #1615 SONE07 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 08:14
    ใครจะเป็นพระเอกเนี่ยไม่ใช่รัชทายาทหรอกใช่มั้ยน้องมีเชื้อสายของเผ่าภูตเลยนะสูงส่งมากก
    #1,615
    0
  6. #1614 Nantanat_neung (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2563 / 06:27
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,614
    0
  7. #1611 Meomeo (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 16:11

    รอ อยู่นะคะ
    #1,611
    0
  8. #1610 Pattarawe (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2563 / 12:40
    อ่านตอนนี้ไม่ได้ทำยังไงได้บ้างคะ
    #1,610
    2
    • #1610-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 18)
      16 มิถุนายน 2563 / 12:54
      ตอนนี้หลิงยังเขียนไม่เสร็จค่ะ รอก่อนนะคะ พอดีกดผิดมันเลยอัพค่ะ
      #1610-1
  9. #1512 fafame235 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 11:26
    องค์ไท่จื่อมาชดเชยตอนนี้มันสายไปเเล้ว
    #1,512
    0
  10. #1487 Airzaa1810 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:09
    ทดแทนกันไม่ได้หรอก
    #1,487
    0
  11. #1451 Poonchanit (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 22:30
    ชดเชยทำไม เขาตายไปแล้ว มาชดเชยให้คนใหม่ที่มาสิงก็ไม่มีประโยชน์
    #1,451
    0
  12. #1410 เพื่อนผักชี (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 เมษายน 2563 / 18:59
    ไม่อยากให้ไท่จื่อเป็นพระเอกกก
    #1,410
    0
  13. #1212 Bloody_Mary (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 / 20:34
    ชิ มาหลินองหลินเออร์
    #1,212
    0
  14. #848 jukji (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 16:29
    ฮองเฮาป่าวว้าที่วางยา
    #848
    0
  15. #847 Pimmy27pb (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 21:55
    ถ้าไท่จือเป็นพระเอก อนาคตก็ต้องมีเมียสามสี่ห้าหกถึงพันแน่ๆ
    #847
    0
  16. #841 Oillyziiz (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 10:18
    ไม่อยากได่ไทจื่อเลย
    #841
    0
  17. #803 PUBG (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 20:42
    ไม่เอาไทจื่ออิออ
    #803
    0
  18. #770 Xialyu (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 18:08
    ใครหนอออออออ
    #770
    0
  19. #620 Yupa-wan (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 20:54
    องครักษ์เงา จะมีได้เฉพาะองค์ฮ่องเต้ และ ไทจื่อ เท่านั้นนะคะ ราชครู จะไม่ใช้คำว่าองครักษ์เงาคะ
    #620
    3
    • #620-2 Pam NPP(จากตอนที่ 18)
      8 กันยายน 2562 / 16:01
      มีได้คร่า ถ้ามีเงินมากมาย สามารถจ่ายเวินชื้อคนมาฝึกได้ ไม่ใช่ว่าจะมีแค่เชื้อพระวงค์เท่านั้นที่มีได้
      #620-2
    • #620-3 เฉา (จากตอนที่ 18)
      19 กันยายน 2562 / 03:38
      ทหารไม่ว่าจะเป็น หน่วยลับที่มีความแข็งแกร่ง อะไรก็แล้วแต่ คนที่อยู่ในขุนนาง จะไม่มีความสามารถ เหนือกว่าฮ่องเต้ กับไท่จื่อไปได้ ถ้ามีปานนี้ คงไม่รอดพ้นข้อหากบฏ แต่ถ้าฮ่องเต้มอบให้เป็นหัวหน้าหน่วย ผู้บัญชาการ แม่ทัพ หรืออะไรก็แล้วแต่ น่ะมีได้ หรือคนที่ร้ายมากๆจะมีได้ แต่ต้องปิดบังใช้สรรพนามกันอีกแบบ จะไม่ใช้องค์รักษ์เงา องค์รักษ์เงาสรรพนามของทหารรักษาพระองค์ของเชื้อพระวงศ์ชั้นสูง ตามหลัก ราชครู หรือผู้ที่ไม่ใช่แม่ทัพ มีทหารรักษาจวน ซึ่งบางทีเจ้านายให้มา ได้ไม่เกิน 1000คน 1000ก็สูงไป เกินกว่านี้เสี่ยงโดนโยนโทดฐานซ่องสุมได้ มีเงินซื้อคนมาฝึกได้ก็จริง แต่จะโดนโทษ เพื่อนขุนนางจัดการเอาสิ นี้คือกฎของอำนาจ
      #620-3
  20. #613 Teito-Klein (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2562 / 21:06
    สงสัยเรื่องมารดาของหลินหลัน เห็นก่อนหน้านี้ตอนยักยอก ที่นางพึ่งพบเจอปิ่นเงิน บ่าวของนางบอกว่าราชครูไม่ให้พูดถึงมารดาเพราะจะถูกโบย คำพูดนี้มันดูเหมือนท่านราชครูน่าจะต้องไม่อยากพูดถึงเรื่องมารดา แต่ในตอนนี้กลับพูดลื่นไหลมาก ทั้งเรื่องฮูหยินเรื่องมารดาของหลินหลัน มันดูขัดแย้งกันกับตอนก่อนหน้านี้อะค่ะ
    #613
    0
  21. #476 amamie (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 12:31

    ชายสวมหน้ากาก ใช่หไท่จื่อไหม เพคะ

    #476
    0
  22. #456 Someonepp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 00:49
    หลายอย่างยังไม่เมคเซ้นนะ และพ่อคือ...อิหยังวะ??..เหตุผลโคตรไม่เข้าท่า
    #456
    0
  23. #454 MORNINGGLORY08 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 21:57
    สนุกดีค่ะ^^แต่เรื่องค่อนข้างยืดมาก แค่เรื่องยักยอกสินเดิมนี่ปาไปเกิน6-7 ตอนแล้วน่ะค่ะ
    #454
    0
  24. #452 LukiMemory (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 17:19
    รอนะคะ
    #452
    0
  25. #451 @_sassygirl_@ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 16:28
    นังผงหยู่นั่นแหละวางยาพิษน้อง
    #451
    0