ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 17 : บทที่ 16 | กล่องไม้ (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 57,822
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5,756 ครั้ง
    13 มิ.ย. 63

บทที่ 16

เมื่อหลินหลันกลับมาถึงห้องตนเองที่เรือนก็ได้พบกับชายคนหนึ่งสวมชุดดำทั้งชุด กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะหนังสือในห้องของหลินหลัน ตั้งหนังสือที่นางยังอ่านค้างอยู่ที่เคยวางอยู่ตรงกลางโต๊ะก็ถูกย้ายออกไปวางอยู่ริมขอบโต๊ะอีกฝั่งหนึ่งแทน

ในตอนนี้หลินหลันยังมองเห็นใบหน้าของเขาได้ไม่ชัดเจนเท่าไรนักเพราะว่าในเวลานี้ ชายคนนั้นยังคงนั่งหันหลังให้กับนาง แต่ถึงแม้ว่าหลินหลันจะไม่รู้ว่าชายผู้นี้เป็นใคร แต่นางก็ค่อนข้างแน่ใจว่าเขาจะต้องเป็นผู้ที่มีวรยุทธสูงส่ง เพราะว่าเขาสามารถปกปิดตัวตนแล้วเข้ามาที่เรือนของนางโดยที่ไม่มีใครรู้เลยแม้แต่น้อย กระทั่งเสี่ยวฝานเองก็ยังไม่รับรู้เลยด้วยซ้ำไปว่าเขาได้นั่งอยู่ในห้องของนาง ทำให้หลินหลันเดินเข้ามาถึงหน้าห้องของนางโดยที่ไม่ทันได้ระวังตัวเลยแม้แต่น้อย

และด้วยความที่หลินหลันไม่แน่ใจว่าชายคนนี้มาที่ห้องของนางด้วยจุดประสงค์อะไรกันแน่ นางจึงไม่กล้าที่จะเดินเข้าไปในห้องของนางและก็ได้หยุดอยู่ที่หน้าประตูห้องเพียงเท่านั้น

หลินหลันคิดที่จะเดินจากไปเพื่อที่จะไปยังเรือนใหญ่เพื่อความปลอดภัย เพราะอย่างน้อยที่นั่นก็ยังมีราชครูหลันและหลันเฟิ่งซืออยู่

แต่ก่อนที่หลินหลันจะทันได้หันหลังแล้วเดินออกไปจากที่ตรงนี้ ชายชุดดำก็หันกลับมาหานางเสียก่อน ก่อนที่เขาจะเอ่ยทักทายนางอย่างเป็นมิตรด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้ม

"อ้าว หลินเออร์มาแล้วอย่างนั้นหรือ เจิ้นกำลังมารอเจ้าอยู่ทีเดียว"

ในตอนแรกที่ชายคนนั้นหันหลังกลับมาหลินหลันก็ยังไม่แน่ใจว่าตัวตนของชายคนนี้นั้นเป็นใคร และจากความทรงจำของเจ้าของร่างแล้ว หลันเหม่ยหลินก็ไม่ได้คุ้นเคยกับชายตรงหน้าสักเท่าไรนัก

แต่เมื่อนางได้ยินว่าชายตรงหน้านั้นได้แทนตนเองว่า 'เจิ้น' หลินหลันก็พอจะรู้แล้วว่าชายตรงหน้านางเป็นใคร

เพราะว่าชายคนเดียวในแคว้นเว่ยที่แทนตนเองว่าเจิ้นนั้น มีเพียงแค่ฮ่องเต้เพียงคนเดียวเท่านั้น

ทั้งเมื่อมองในหน้าของชายตรงหน้าแล้วก็ดูคล้ายคลึงกับองค์ไท่จื่ออยู่หลายส่วน

ดังนั้นชายชุดดำที่อยู่ในห้องของหลินหลันนั้นจะต้องเป็นฮ่องเต้อย่างแน่นอน

แต่ว่าเขามาทำอะไรที่นี่...

หรือว่าจะเป็นเพราะเรื่องที่ราชครูหลันพยายามที่จะถอนหมั้นให้กับนางกัน

แม้ว่าหลินหลันจะยังสงสัยถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้ที่เป็นใหญ่ในแคว้นเว่ยถึงกับเดินทางมาหานางด้วยพระองค์เอง แต่นางก็พยายามควบคุมสีหน้าของนางก่อนที่นางจะตัดสินใจที่จะเดินเข้าไปในห้องแล้วทำความเคารพพระองค์อย่างเหมาะสม

เพราะว่าอย่างไรฮ่องเต้มาที่นี่คงไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการที่จะฆ่านางใช่หรือไม่

"ถวายพระพรเพคะฝ่าบาท"

"อืม ลุกขึ้นเถิด" ฮ่องเต้มองท่าทีที่เปลี่ยนไปของคู่หมั้นขององค์ไท่จื่อด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน ก่อนที่จะผายมือไปยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามของเขาเพื่อเชื้อเชิญให้หลินหลันนั่งลง

หลินหลันลังเลเล็กน้อย ก่อนที่ตัดสินใจเดินไปนั่งที่เก้าอี้ที่ฮ่องเต้ทรงเชื้อเชิญ และทันทีที่หลินหลันนั่งเรียบร้อยแล้ว ฮ่องเต้จึงได้พูดต่อในทันที

"เจ้าคงจะสงสัยถึงสาเหตุที่เจิ้นมาหาเจ้าถึงที่นี่ใช่หรือไม่"

"เพคะ ฝ่าบาท"

"เหตุผลที่ทำให้เจิ้นมาหาเจ้าก็เป็นเพราะเรื่องการหมั้นของเจ้า" เมื่อได้ยินคำถามหลินหลันก็ทำเพียงแค่ยิ้มและไม่ได้พูดสิ่งใดเป็นการตอบรับหรือปฏิเสธ ฮ่องเต้จึงได้พูดต่อ "เจ้าคงจะทราบเรื่องที่ท่านพ่อของเจ้าต้องการที่จะขอถอนหมั้นให้กับเจ้าแล้ว"

"เพคะ ฝ่าบาท หม่อมฉันเพิ่งจะทราบเรื่องวันนี้เองเพคะ"

"อย่างนั้นเองหรือ เช่นนั้นเจ้าคิดเห็นเช่นไรกับเรื่องนี้"

"เรื่องนั้นบิดาของหม่อมฉันว่าเช่นไร หม่อมฉันเองก็เห็นควรตามนั้นเพคะ"

แม้ว่าจะได้ยินคำตอบเช่นนั้นจากหลินหลัน แต่ฮ่องเต้กลับไม่ได้แสดงท่าทีแปลกใจออกมาแม้แต่น้อย หลังจากนั้นฮ่องเต้ก็เงียบไปพักหนึ่งก่อนที่หัวเราะออกมาเบาๆ

"เจิ้นไม่เคยคิดว่าหลินเออร์จะเป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายเช่นนี้มาก่อน เกิดอะไรขึ้นกับหลินเออร์คนที่เคยยืนยันกับเจิ้นว่าไม่มีทางที่จะถอนหมั้นกัน" ฮ่องเต้ไม่ปล่อยให้หลินหลันได้ตอบ เขาก็เอ่ยต่อในทันที "เจ้าบอกเจิ้นมาเถอะว่าเพราะเหตุใดเจ้าถึงได้ต้องการที่จะถอนหมั้น"

หลินหลันมองหน้าฮ่องเต้เล็กน้อย แต่ก็พบว่านางไม่สามารถอ่านสีหน้าของคนตรงหน้าได้แม้แต่น้อย สมแล้วที่คนตรงหน้านั้นเป็นบุคคลที่อยู่จุดสูงสุดของอำนาจ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็คงจะไม่มีทางแสดงความคิดของตนเองออกมาทางสีหน้าอย่างแน่นอน

นอกจากเรื่องที่เขาเป็นเพื่อนสนิทของราชครูหลันและหลันเหม่ยหลินก็เคยได้พบเขาบ้างเป็นคครั้งคราวจากที่ไกลๆ ตามงานเลี้ยงต่างๆ แล้ว หลินหลันก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฮ่องเต้เลยแม้แต่น้อย

ดังนั้นนางจึงไม่รู้เลยว่าฮ่องเต้นั้นเป็นคนเช่นไร นางก็ไม่สามารถเดาความคิดของเขาได้แม้แต่น้อย

ฝ่ายฮ่องเต้เมื่อเห็นว่าหลินหลันนิ่งเงียบไป ไม่ได้พูดอะไรต่อจึงได้เอ่ยต่อในทันที

"หลินเออร์ เจ้ารู้หรือไม่ว่าวันวันหนึ่งเจิ้นต้องพบเจอกับผู้คนที่คอยปั้นหน้าโกหกข้ามาเท่าใด เจ้าพูดกับเจิ้นมาได้ตามตรงเลย"

เมื่อได้ยินดังนั้นหลินหลันเลิกพยายามที่จะอ่านความคิดของฮ่องเต้ทางสีหน้าของเขา และสีหน้าของนางที่ในตอนแรกนั้นคงรอยยิ้มสุภาพเอาไว้ตอนเวลาก็เปลี่ยนไปเป็นเย็นชาขึ้นมาเล็กน้อย

"หากว่าพระองค์พูดมาขนาดนี้แล้ว หม่อมฉันก็คงจะต้องเอ่ยตามตรงเพคะ"

"ว่ามาเถิด"

"หม่อมฉันไม่ได้ 'รัก' องค์ไท่จื่ออีกต่อไปแล้วเพคะ"

...หวังว่าคำตอบของหม่อมฉันจะไม่ทำให้พระองค์เกิดรู้สึกอยากที่จะสั่งประหารหม่อมฉันขึ้นมานะเพคะ...

หลินหลันไม่รู้ว่าคำพูดของตนนั้นมันตรงไปตรงมามากเกินไปหรือไม่ แต่เมื่อเห็นว่าฮ่องเต้นิ่งเงียบไป นางจึงได้เอ่ยขยายความเพื่อประโยคก่อนหน้าดูไม่แข็งกร้าวจนเกินไป

"หม่อมฉันหมายความว่าในตอนนี้หม่อมฉันไม่ได้รู้สึกกับองค์ไท่จื่อเช่นที่ผ่านมาอีกต่อไปแล้วเพคะ ตอนนี้หม่อมฉันเข้าใจแล้วว่าท่าทีขององค์ไท่จื่อที่ผ่านมาไม่เคยมองหม่อมฉันมากกว่าน้องสาว หม่อมฉันจึงคิดว่าหม่อมฉันควรที่จะพอได้แล้วเพคะ"

ฮ่องเต้พยักหน้าเบาๆ ให้กับคำตอบของหลินหลัน

แม้ว่าฮ่องเต้จะเคยพูดคุยกับนางไม่กี่ครั้งแต่เขาก็พอที่จะมองออก เขามองเห็นตั้งแต่ต้นว่าสายตาของหลินหลันขณะที่พูดถึงองค์ไท่จื่อนั้นเปลี่ยนไปแล้ว แต่ก่อนทุกครั้งที่หลินหลันพูดถึงองค์ไท่จื่อ สายตาของนางนั้นเต็มไปด้วยความรักที่เต็มเปี่ยม แต่ในตอนนี้สายตาของนางนั้นว่างเปล่า ราวกับว่านางกำลังพูดถึงเรื่องของคนรู้จักโดยทั่วไปไม่ใช่คนที่นางรัก

ดังนั้นเขาจึงได้พอจะรู้อยู่ตั้งแต่ต้นแล้ว กอปรกับสิ่งที่คนของเขาได้บอกมาเขาจึงตัดสินใจที่จะทำตามสิ่งที่เขาเคยสัญญาเอาไว้กับฮูหยินเหลียน

"เจ้าแน่ใจเรื่องที่จะถอนหมั้นแล้วใช่หรือไม่"

หลินหลันก้มหน้าลงอีกเล็กน้อยเพื่อซ่อนสีหน้าของตน หากคนที่อยู่ตรงนี้เป็นหลันเหม่ยหลิน หลินหลันก็แน่ใจว่านางไม่มีทางยอมให้บิดาถอนหมั้นอย่างแน่นอน แต่ในตอนนี้คนที่อยู่ตรงนี้คือหลินหลัน ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะต้องถอนหมั้นให้ได้ เพราะเนื้อเรื่องของซีรีส์ในตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่มีทางที่หลินหลันจะรู้ได้เลยว่าไท่จื่อจะกระทำสิ่งใดต่อไป เพื่อที่จะเขี่ยหลินหลันออกจากเส้นทางรักของคนทั้งคู่

ดังนั้นสิ่งที่หลินหลันจะสามารถที่จะทำได้ดีที่สุดในตอนนี้คือ เดินออกมาจากวังวนรักสามเส้า เพื่อความปลอดภัยของตนเอง เพราะถึงแม้บิดาจะเป็นราชครูที่สั่งสอนไท่จื่อมา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอำนาจของบิดาจะมีมากกว่าไท่จื่อ การที่บิดาออกมาปกป้องนางก็อาจจะทำไม่ได้ทุกครั้งไป

ในเมื่อนางไม่รู้อนาคต ไม่สามารถที่จะปกป้องตนเองได้ และไม่มีใครปกป้องนางได้ หากว่าไท่จื่อ หรือหลันเหม่ยอิงคิดจะกำจัดนางในอนาคตนางก็แค่เดินออกมาให้ห่าง แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่านางจะยินยอมให้หลันเหม่ยอิงกับไท่จื่อได้มีความสุขในอนาคต แม้ว่าตอนนี้จากฐานะของหลันเหม่ยอิงนั่นจะลดลงต่ำ จนแทบจะเรียกได้ว่าโอกาสที่จะแต่งเข้าวังไท่จื่อนั้นแทบจะไม่มีเหลือ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีเสียทีเดียว

หากว่าหลันเหม่ยอิงถูกบีบคั้นมากจนเกินไปจนแทบจะไม่เห็นโอกาสใดๆ หลงเหลืออยู่ นางอาจจะทำสิ่งใดที่คาดไม่ถึงก็ได้ ดังนั้นการที่หลินหลันถอนหมั้นในครั้งนี้ถือว่าเป็นการมอบช่องทางให้หลันเหม่ยอิงมองเห็นโอกาสที่จะได้แต่งเข้าวังไท่จื่อ แม้ว่าจะเป็นเพียงโอกาสปลอมๆ ก็ตาม

เมื่อคิดถึงตรงนี้หลินหลันก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะตอบกลับฮ่องเต้ไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"เพคะ"

"หากว่าเจ้ายืนยันที่จะถอนหมั้นกับไท่จื่อจริงๆ แล้วล่ะก็ เจิ้นก็จะไปจัดการให้"

"ขอบพระทัยเพคะ"

หลังจากนั้นชายชุดดำคนหนึ่งก็กระโดดเข้ามาในห้องพร้อมกับกล่องไม้หนึ่งใบ

"กระหม่อมนำมาให้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท"

เมื่อชายคนนั้นเข้ามา หลินหลันก็ได้ยินจากเสี่ยวฝานว่าชายคนนี้เป็นหนึ่งในคนที่แอบฟังนางคุยกับราชครูหลันเมื่อตอนเย็นวันนี้ที่นางได้บอกกับราชครูหลันเรื่องที่นางต้องการที่จะถอนหมั้นกับองค์ไท่จื่อจริงๆ

คาดว่านั่นก็คงจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ฮ่องเต้มาหานางถึงที่นี่ แต่ว่าหากว่าต้องเพียงถามนางก็คงไม่จำเป็นที่จะต้องถ่อมาหานางที่นี่ แต่คงจะมีเรื่องอื่นอีกอย่างแน่นอน

ฮ่องเต้รับกล่องไม้นั้นจากชายชุดดำก่อนที่จะวางมันบนโต๊ะแล้วเลื่อนมันมาทางหลินหลัน

กล่องไม้นี้มีขนาดประมาณฝ่ามือ ทำจากไม้เนื้อหอมขัดเงาอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้หลินหลันรู้สึกแปลกใจคือ ลวดลายที่อยู่บนกล่องนั้น เหมือนกันกับสัญลักษณ์ที่อยู่บนเครื่องประดับที่พบในหีบของฮูหยินเหลียน

สัญลักษณ์รูปดอกบัวนูนมีคำว่าเหลียนสลักอยู่ตรงกลาง ทั้งตรงรูปดอกบัวยังออกสีชมพูอ่อนๆ เมื่อสะท้อนกับแสงไฟ สัญลักษณ์ที่พิเศษเช่นนี้ไม่น่าจะลอกเลียนแบบกันได้ง่ายๆ ดังนั้นเป็นไปได้สูงว่ากล่องไม้นี้จะเป็นกล่องไม้ของฮูหยินเหลียน

หลินหลันเงยหน้าขึ้นมองหน้าของฮ่องเต้อย่างสงสัย

"กล่องนี้เป็นของมารดาเจ้า" ฮ่องเต้เอ่ย "มารดาของเจ้านำมันมาฝากไว้กับเจิ้น ตั้งแต่ที่นางรู้ตัวว่านางได้ตั้งครรภ์"

หลินหลันนิ่งเงียบเพื่อฟังสิ่งที่ฮ่องเต้จะพูดต่อไป ตามที่ทุกคนรู้ก็คือฮ่องเต้ ราชครูหลัน และฮูหยินเหลียนนั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ก่อนที่ฮูหยินเหลียนจะแต่งงานกับราชครูหลัน หลังจากที่ฮูหยินเหลียนตั้งครรภ์นางก็ไม่ได้ออกมาจากจวนเลยแม้แต่ก้าวเดียว และนางก็เสียชีวิตทันทีหลังจากที่นางคลอดหลันเหม่ยหลินออกมา

"มารดาของหม่อมฉันไปเข้าเฝ้าพระองค์หรือเพคะ"

"ใช่" ฮ่องเต้ตอบหลินหลันก่อนที่จะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้หลินหลันฟัง

ฮ่องเต้เล่าว่าความจริงแล้วก่อนหน้าที่จะรู้จักกับราชครูหลัน ฮ่องเต้และฮูหยินเหลียนเคยเป็นสหายกันมาก่อน หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ได้รู้จักกับราชครูหลันแล้วก็เริ่มจะสนิทสนมกันมากขึ้น จนกระทั่งสุดท้ายแล้วราชครูหลันและฮูหยินเหลียนก็ได้แต่งงานกัน

ในช่วงแรกที่ราชครูหลันและฮูหยินเหลียนแต่งงานกัน ฮ่องเต้ก็ยังได้พบเจอทั้งสองคนอยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าหลังจากนั้นได้ไม่นานก็เกิดปัญหาภัยแล้งครั้งใหญ่ ทำให้ต้องแก้ไขปัญหานี้อยู่นาน ทั้งยังต้องวางแผนป้องกันในปีถัดไป หลังจากที่แก้ไขปัญหาเรื่องนั้นได้สำเร็จก็มีปัญหาอื่นๆ ตามมาไม่หยุดหย่อน ทำให้ฮ่องเต้ไม่ได้ติดต่อกับฮูหยินเหลียนอีกต่อไป

และเมื่อได้ยินข่าวว่านางตั้งครรภ์ เขาก็ได้ทำเพียงแค่แสดงความยินดีกับราชครูหลันและฝากของขวัญไปให้นางเพียงเท่านั้น

แต่ทว่าในวันหนึ่งฮ่องเต้ก็ได้รับจดหมายลับฉบับหนึ่งจากฮูหยินเหลียน จดหมายฉบับนั้นเขียนด้วยรหัสลับที่มีเพียงเขาและฮูหยินเหลียนเท่านั้นที่จะเข้าใจ เขาจึงได้แน่ใจว่ามันมาจากฮูหยินเหลียนจริงๆ เนื้อความในจดหมายนั้น ระบุวันเวลาและสถานที่ที่จะให้เขาออกไปพบนาง โดยที่นางได้ระบุเอาไว้ว่าเป็นเรื่องสำคัญและห้ามให้ใครรู้เลยเด็ดขาด กระทั่งราชครูหลัน

เมื่อถึงเวลานัด ฮ่องเต้ก็ได้ออกไปพบฮูหยินเหลียนตามเวลาและสถานที่ที่นัดกันเอาไว้พร้อมกับองครักษ์เงาที่ไว้ใจได้สองสามคน

และเมื่อได้เจอกัน นางก็บอกกับเขาว่าชีวิตของนางอยู่ในอันตราย และอยากจะให้ฮ่องเต้รับปากว่าจะปกป้องบุตรสาวของนาง โดยการที่เขาจะวางตัวนางให้เป็นคู่หมั้นขององค์ไท่จื่อ เพื่อให้ตำแหน่งว่าที่ไท่จื่อเฟยนี้จะสามารถปกป้องนางจากอันตรายต่างๆ ได้ในระดับหนึ่ง

แต่หากว่าวันหนึ่งบุตรสาวของนางที่คลอดออกมานี้ ไม่ต้องการที่จะหมั้นหมายกับองค์ไท่จื่ออีกต่อไปก็ให้ฮ่องเต้มอบกล่องนี้กับนาง

แม้ว่าฮ่องเต้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องราวสักเท่าไหร่นัก แต่ทว่าเขาก็ยอมตกลงแต่โดยดี เพราะว่าท่าทางของฮูหยินเหลียนในตอนนั้นดูหวาดกลัวอย่างมาก ตั้งแต่ที่เป็นสหายกันมา เขาไม่เคยเห็นนางมีท่าทางเช่นนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงได้ยอมที่จะตอบตกลงโดยง่าย

แล้วฮ่องเต้ก็ได้ถามกับฮูหยินเหลียนว่า หากว่าบุตรที่คลอดออกมาเป็นบุตรชายจะให้ทำสิ่งใด แต่ทว่าฮูหยินเหลียนกลับยืนยันว่าบุตรในท้องนางจะต้องเป็นบุตรสาวอย่างแน่นอน

"เหตุใดท่านแม่จึงได้มั่นใจขนาดนั้นเล่าเพคะ"

"เรื่องเจิ้นเองก็ไม่รู้เช่นกัน กระทั่งหมอหลวงที่เจิ้นส่งไปดูอาการของนางก็ยังไม่มั่นใจในเพศของบุตรในท้องมารดาเจ้า แต่ทว่านางมั่นใจมากกว่าบุตรในท้องของนางในตอนนั้นจะต้องเป็นบุตรสาวอย่างแน่นอน ตอนนั้นเจิ้นเองก็ไม่ได้ถามสิ่งใดออกไป เพราะว่านางดูจะมีเรื่องบางอย่างรบกวนจิตใจจนนางดูเป็นกังวลอยู่ตลอด"

"เรื่องนั้นมิใช่เพราะว่าท่านแม่กำลังตั้งครรภ์อยู่หรือเจ้าคะ หม่อมฉันเคยได้ยินว่าหญิงตั้งครรภ์จะมีอารมณ์อ่อนไหวมากกว่าปกติ"

"คราแรกเจิ้นก็เข้าใจว่านั่นเป็นอาการผิดปกติของสตรีมีครรภ์ แต่ทว่าหลังจากที่นางคลอดเจ้าออกมาแล้ว นางก็เสียชีวิตในทันที แม้จะให้คนไปสืบมาแล้ว แต่ทุกคนก็ยังยืนยันว่าสาเหตุการเสียชีวิตเป็นเพราะว่าการตกเลือดมากขณะคลอด และไม่พบสารพิษใดๆ ทั้งนั้น กอปรกับตอนนั้นมารดาของเจ้าก็เริ่มมีอาการป่วยที่ไม่ทราบสาเหตุหลังจากที่นางออกมาพบเจิ้นได้ไม่นาน"

"ฝ่าบาทกล่าวเช่นนี้แสดงว่าพระองค์ไม่เชื่อว่าครานั้นท่านแม่ป่วย จนต้องเสียชีวิตตอนที่คลอดหม่อมฉันออกมาอย่างนั้นหรือเพคะ"

"มารดาของเจ้าเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ตั้งแต่เล็กจนโตนางไม่เคยป่วยไข้สักครั้ง ทั้งในตอนที่นางมาพบข้านางก็ดูแข็งแรงดีทุกประการ ข้าจึงไม่เชื่อว่าจู่ๆ นางจะล้มป่วยจนทำให้เสียเลือดมากขณะคลอดจนเสียชีวิตได้ กอปรกับเรื่องที่นางพูดตอนที่มาพบกันครานั้นทำให้เจิ้นสงสัยอยู่มาก"

"เช่นนั้นในตอนนั้นพระองค์สงสัยผู้ใดหรือเพคะ"

"อนุจ้าว เพราะว่าเจิ้นรู้มาว่านางรู้จักกับเซียนพิษ"

หลินหลันครุ่นคิดเล็กน้อย เช่นนั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ว่าฮูหยินเหลียนจะถูกอนุจ้าววางยาพิษเพราะถึงอย่างไรอนุจ้าวก็เป็นคนที่ค่อนข้างจะเชี่ยวชาญเรื่องพิษอยู่แล้ว

แต่ปัญหาก็คือในเวลานี้ตัวคนก็ตายไปแล้ว ดังนั้นหลินหลันจึงไม่สามารถไปซักไซ้เอาความจริงออกมาจากอนุจ้าวได้อีกแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้นางเองก็คงจะไม่มีความสามารถในการสืบได้ ทั้งกระทั่งฮ่องเต้ที่มีอำนาจมากมายเช่นนี้ยังไม่สามารถสืบหาความจริงได้ ตัวนางเองก็คงจะไม่สามารถทำได้เช่นกัน

แต่ว่าหากว่าหลินหลันจำไม่ผิดก่อนที่อนุจ้าวจะตาย ฮ่องเต้ได้ลงมือสอบสวนนางด้วยใช่หรือไม่ เป็นไปได้หรือไม่ว่าพระองค์จะรู้อะไรเพิ่มเติม

"เพราะเหตุนี้ในตอนนั้นพระองค์ถึงได้ลงมือสอบสวนด้วยพระองค์เอง"

"ใช่ แต่ว่าก็ไม่มีประโยชน์เพราะว่าแม้ว่าอนุจ้าวถูกทรมานมากเพียงใดนาก็ยังยืนกรานปฏิเสธว่านางไม่ได้ฆ่ามารดาของเจ้า สุดท้ายเจิ้นจึงทำได้เพียงสั่งลงโทษนาง ให้นางรู้สึกอับอายและต้องรู้สึกทรมานมากที่สุดในชีวิตก่อนที่นางจะต้องตาย"

หลินหลันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย ช่างน่าเสียดายยิ่งนักที่ในเวลานี้อนุจ้าวได้ถูกประหารไปเสียแล้ว

"เอาเถิด เรื่องการตายของมารดาเจ้าหากว่าเจิ้นสามารถสืบอะไรได้เพิ่มเติม เจิ้นจะส่งข่าวมาบอกเจ้าก็แล้วกัน อย่างน้อยตอนนี้เจ้าก็มีของขวัญชิ้นสุดท้ายที่มารดาของเจ้ามอบให้อยู่ในมือแล้ว"

เมื่อได้ยินดังนั้นหลินหลันจึงได้หันเหความสนใจของตนเองกลับมาที่กล่องไม้ที่อยู่ในมือ ก่อนที่นางจะนึกเรื่องบางอย่างออก

"แล้วเหตุใดท่านแม่จึงได้ฝากกล่องนี้เอาไว้กับฝ่าบาทแทนที่จะเป็นท่านเล่าเพคะ"

"เรื่องนั้นเจิ้นเองก็ตอบไม่ได้เช่นกันเพราะเหตุใด แต่เจิ้นว่านางก็คงจะมีเหตุผลของนาง ตอบตามตรงบางครั้งเจิ้นก็รู้สึกว่ามารดาของเจ้ามีความลับอยู่เยอะมากทีเดียว"

เมื่อพูดจบฮ่องเต้ก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนที่จะหันมาบอกหลินหลันว่า

"ในยามนี้ก็เริ่มที่จะมืดแล้ว เจิ้นคิดว่าเจิ้นควรที่จะกลับก่อน ชายหญิงอยู่ในที่ลับเพียงสองคนในยามวิกาลเช่นนี้คงจะไม่เหมาะสมเท่าไรนัก ถึงแม้ว่าในตอนนี้เจ้าจะยังเป็นคู่หมั้นของบุตรชายเจิ้นก็ตาม"

หลินหลันลุกขึ้นยืนก่อนที่จะทำความเคารพฮ่องเต้

"น้อมส่งฝ่าบาทเพคะ"

ฮ่องเต้หันกลับมาพยักหน้าให้หลินหลันหนึ่งทีก่อนที่พระองค์จะกระโดดออกทางหน้าต่างอย่างคล่องแคล่วและหายไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมกับบรรดาองครักษ์เงาของพระองค์ที่เสียวฝานบอกว่าตอนนี้พวกเขาได้หายไปกันหมดแล้ว

เมื่อเห็นท่าทางของฮ่องเต้ที่ปีนหน้าต่างอย่างคล่องแคล่วเช่นนี้หลินหลันก็เกิดข้อสงสัยขึ้นมาหนึ่งอย่างว่า

…เหตุใดฮ่องเต้จึงปีนหน้าต่างคล่องเช่นนี้เล่า...

 

 

 

TALK

ช่วงนี้หลิงอาจจะอัพช้าลงไปหน่อยนะคะ เพราะว่าช่วงนี้งานเยอะมากจริงๆค่ะ ขออภัยที่ทำให้ทุกคนต้องรอนานขึ้นนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5.756K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,788 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1613 ButterTown (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 22:20
    เราแอบคิดว่าจะมีประเด็นรักสามเส้าในรุ่นพ่อแน่ะค่ะ55555555555 สู้ๆกับงานนะคะ อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอด้วย
    #1,613
    0
  2. #1608 Nantanat_neung (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:08
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,608
    0
  3. #1607 piamya (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 08:59

    ชอบมากๆ ค่ะ สู้ๆนะค่ะ

    #1,607
    0
  4. #1606 Kenna-Oh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 08:46

    อยากรู้แล้วว่าท่านแม่ฝากอะไรไว้ รอนะคะ
    #1,606
    0
  5. #1605 Bbsunshine (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 01:18
    นิยายสนุกมากค่ะ สู้ๆนะคะ ✌🏻🧸💓
    #1,605
    0
  6. #1514 aoywygii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 13:00
    คำผิดเนอะมากค่ะ ชอบไม่ชอบ คืออะไรคะตอนที่ท่านราชครูถามหลินเออร์ บางประโยคผิดจนงงค่ะ
    #1,514
    2
    • #1514-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 17)
      28 เมษายน 2563 / 17:47
      ใจเย็นๆก่อนนะคะ ตอนนี้หลิงกำลังไล่รีไรต์นิยายทั้งหมดอยู่ค่ะ ตอนนี้ยังรีไรต์ไม่ถึงตอนนี้เลยค่ะ
      #1514-1
    • #1514-2 เผยหลิง(จากตอนที่ 17)
      28 เมษายน 2563 / 17:47
      ส่วนเรื่องคำผิดหรือประโยคที่ผิดหลิงต้องขอโทษด้วยจริงๆนะคะ
      #1514-2
  7. #1486 Airzaa1810 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 23:00
    ท่านราชครูทำให้น้องหลินไม่ไว้ใจ
    #1,486
    0
  8. #881 pop_zaza (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 19:03
    สอบสวน ไม่ใช่สืบสวนค่ะ
    #881
    0
  9. #769 Xialyu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:50
    แต่ละคนยังน่าไว้ใจได้ไหม
    #769
    0
  10. #440 wilainat27 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 17:55
    ต่อค่ะไรท์
    #440
    0
  11. #411 Sayree (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:21
    โอยย ค้างง่ะ
    #411
    0
  12. #410 pemipond (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 22:16
    อ้าว เรื่องนี้ คนร่วมขขบวนการเพียบ
    #410
    0
  13. #409 Army-Thaigirl (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:59
    สนุกดี อ่านรวดเดียวจบเลย

    พลอตเรื่องน่าสนใจดี ใช้ได้ๆ
    #409
    0
  14. #407 ดอกไม้ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 20:04

    สนุกมากค่ะ รอๆๆ

    #407
    0
  15. #405 ตาา (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 18:30

    โอเอ็มจีคุณพ่อมีไรซ่อนอยุ่​กันน้าา

    #405
    0
  16. #404 Notty Home (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 18:28
    ค้างมากๆ ขออีกได้ป่าว
    #404
    0
  17. #403 oil_sutinee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 14:16
    ค้างมากกกำลังสนุกเลย
    #403
    0
  18. #400 sevenroses (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 11:50

    กำลังสนุกเลย

    #400
    0
  19. #399 imhq_ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 09:32
    สนุกมากเลยค่ะ รอติดตามนะคะ
    #399
    0
  20. #394 ziinaay (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2562 / 00:41
    กำลังมัน...มันสั้นไป รีบๆ มาต่อนะ
    #394
    0
  21. #393 pussanee-chonsin (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 22:00
    มาต่อที สนุกมาก
    #393
    0
  22. #391 ฝันกลางวันถึงใคร (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 18:57
    ท่านพ่อแปลกๆจริงๆ อยู่ดีๆ ก็ไปดักคนของอนุได้ซะงั้น ของเมียหลวงหายไปตั้งนานดันไม่รู้
    ถ้ารักลูกสาวคนโตมากขนาดนี้ ทำไมปล่อยให้ลูกสาวคนรองรักกับคู่หมั้นของพี่ได้?
    #391
    0
  23. #390 dictate (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 17:37

    ถ้านางเอกไม่มาจับผิดคงปล่อยเลยตามเลยซินะ หลายเรื่องจังที่พ่อแม่งโครตเลว

    #390
    0
  24. #388 เวร่า (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 17:32

    ถ้าจะบอกว่ายัยอิงไม่ใช่แท้ๆก็ทนเลี้ยงดูมาตั้งนาน

    ไท่จื่อกับยัยอิงก็คบกันจริงๆสินะ พ่อถึงปิดตาข้างหนึ่ง

    ที่แน่ๆหนูหลินคนเก่าก็ตายไปจริงๆ


    #388
    0
  25. #387 ME>_< (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:57
    รอค่าาาา
    #387
    0