ข้าน่ะหรือ นางร้าย

ตอนที่ 11 : บทที่ 10 | การตายของผิงหยู่ (1) (RW)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 49,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2,644 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

บทที่ 10

เช้าวันต่อมา ทันทีที่ตื่นขึ้นมา หลินหลันก็ลองที่จะสื่อสารกับเสี่ยวฝานก็พบว่านางสามารถสื่อสารกับเสี่ยวฝานทางจิตได้แม้ว่าตอนนี้เสี่ยวฝานจะยังอยู่ในร่างของนาง แม้ว่าเสี่ยวฝานจะยังงอนนางอยู่เรื่องที่ถูกไล่เมื่อคืนนี้ แต่เสี่ยวฝานก็ยินยอมคุยกับหลินหลันแต่โดยดี หลังจากที่หลินหลันพยายามง้อมันสักพัก

นอกจากนี้เสี่ยวฝานยังบอกอีกว่าหากว่านางต้องการที่จะสื่อสารกับเสี่ยวฝาน นางไม่จำเป็นที่จะต้องพูดมันออกมา เพียงแค่นางส่งกระแสจิตไปหาเสี่ยวฝานก็ได้แล้ว

หลังจากที่หลินหลันได้ทราบเรื่องนี้ นางก็ลองส่งกระแสจิตตามวิธีที่ที่เสี่ยวฝานบอก ลองอย่างนั้นอยู่สองสามครั้งก็ทำได้

หลินหลันคุยกับเสี่ยวฝานอยู่ได้สักพัก เจียงอวี้ก็เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว พร้อมกับบอกข่าวที่ทำให้ทั่วทั้งเมืองพูดถึงกันโดยตลอด

นั่นก็คือ เรื่องการตายของผิงหยู่ อดีตสาวใช้คนสนิทของหลันเหม่ยหลินที่เพิ่งจะถูกขับออกจากจวนเมื่อวานนี้

แม้ว่าจะเป็นเรื่องที่หลินหลันคาดเดาได้อยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินเรื่องที่เจียงอวี้นำมาเล่า นางก็ยังต้องตกใจด้วยความคาดไม่ถึง

เช้ามืดวันนี้ ผิงหยู่ถูกพบเป็นศพอยู่ในตรอกมืดๆ แห่งหนึ่งใกล้กับประตูเมือง โดยผู้พบศพนั้นเป็นพ่อค้าคนหนึ่งที่ออกมาเพื่อเตรียมจะเปิดร้านค้า แต่ทว่าเขากลับมองเห็นรอยเลือดที่ไหลออกมาจากตรอกนั้น ด้วยความสงสัยเขาจึงเดินเข้าไปดู ก็พบกับเด็กสาวคนหนึ่งที่นั่งคุกเข่าเอามือปิดหูของตนเอง ตอนแรกเขาพยายามที่จะเรียกเด็กสาวคนนั้น แต่ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบรับ

เขาจึงได้เดินเข้าไปใกล้เด็กคนนั้นมากขึ้น ก่อนที่จะส่องไฟดู เมื่อเห็นใบหน้าของเด็กคนนั้นเขาก็ร้องลั่นด้วยความตกใจ ทำเอาชาวบ้านที่อยู่แถบนั้นแตกตื่นวิ่งเข้ามาดูกันยกใหญ่ ก่อนที่จะมีเสียงกรีดร้องของผู้คนที่เห็นใบหน้าของเด็กสาวดังไปทั่ว

นั่นก็เพราะว่าสภาพศพของเด็กสาวที่ยังคงนั่นชันเข่าเอามือปิดหูของตน ริมฝีปากของนางถูกเย็บติดกันแนบสนิท แต่ที่ทำให้ชาวบ้านแตกตื่นนั่นก็คือดวงตาของนางที่กลวงโบ๋

ว่ากันว่าเปลือกตาของนางถูกตัดออก และดวงตาของนางก็ถูกควักออกไป คาดว่าตอนที่ถูกควักออกไป นางน่าจะยังมีชีวิตอยู่ เพราะว่ารอยเลือดที่ทำให้พ่อค้าผู้นั้นสังเกตเห็น มันคือเลือด ที่ไหลออกมาจากดวงตาของนาง

เมื่อมือปราบมาถึง พวกเขาก็สามารถยืนยันตัวตนของเด็กสาวคนนี้ จากเสื้อผ้าและจากคำให้การของชาวบ้านที่อยู่ละแวกนั้น ว่าเด็กสาวคนนี้คือ ผิงหยู่ อดีตสาวใช้ของหลันเหม่ยหลินที่เพิ่งจะถูกไล่ออกจากจวนมาเมื่อวานนี้

เมื่อยืนยันตัวตนของผิงหยู่ได้แล้ว ก็มีเสียงร่ำลือออกมามากมาย ว่ากันว่าผิงหยู่นั้นบังเอิญไปทำให้คุณหนูเกิดไม่พอใจขึ้นมา จึงถูกขายออกจากจวน แต่หลังจากที่ผิงหยู่ถูกขับออกมาจากจวนแล้ว คุณหนูหลันก็ยังไม่พอใจจึงได้สั่งคนให้มาตามฆ่านางอีก จนสุดท้ายนางก็ถูกฆ่าอย่างอนาถขณะที่ผิงหยู่กำลังพยายามที่จะหลบหนีออกจากเมือง

เมื่อได้ยินดังนั้นหลินหลันก็หน้าตาเครียดขรึมขึ้นมาทันที

...ไม่น่าเชื่อว่าเด็กอายุเพียงเท่านี้ สามารถทำเรื่องเลวร้ายได้ถึงเพียงนี้ ข้าประเมินเจ้าต่ำไปจริงๆ หลันเหม่ยอิง...

"อีกไม่นานคงจะมีคนจากกองปราบมาที่นี่"

การที่อดีตสาวใช้คนหนึ่งถูกฆ่าอาจจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ทว่าการที่สาวใช้ถูกฆ่าโดยที่สภาพเป็นเช่นนี้ มันทำให้ชาวบ้านนั้นขวัญผวากันไปหมด

ทั้งในตอนนี้ก็มีเสียงก่อนด่าหลันเหม่ยหลินดังไปทั่วทั้งเมือง

"จะทำอย่างไรดีเจ้าคะคุณหนู"

ครั้งนี้หลินหลันไม่ได้ตอนอะไรเจียงอวี้ เพียงแค่เม้มปากตนเองแน่นเท่านั้น

...แม่น้องสาวคนนี้ ช่างโรคจิตยิ่งนัก...

 

 

 

หลังจากนั้นไม่นาน ก็เป็นดังที่หลินหลันคาดการณ์เอาไว้ คนจากกองปราบนั้นบุกมาที่จวนเพื่อที่จะเข้าจับกุมตัวหลินหลันไปสอบสวน โดยมีหัวหน้ากองปราบเป็นผู้นำการสอบสวนด้วยตนเอง

หัวหน้ากองปราบผู้นี้มีชื่อว่า เฉินจื่อเยว่ เขาเป็นชายรูปร่างสูงใหญ่ อายุราวๆ สามสิบปี ใบหน้าคมเข้ม มีรอยแผลเป็นที่รักษาไม่หายอยู่บนใบหน้าด้านซ้าย รอยแผลนั้นลากยาวลงมาตั้งแต่ขมับจนถึงมุมปาก แผลนั้นแทนที่จะทำให้เขาดูน่าเกลียดมันกลับทำให้เขาดูหล่อแบบดิบๆ แทน

เขาเดินโดยที่ทิ้งน้ำหนักลงขาข้างขวามากกว่าข้างซ้าย ถึงแม้จะเดินกะเผลกเช่นนั้นแต่ท่าทางของเขาก็ยังคงอกผายไหล่ผึ่งเสมือนคนที่เคยเป็นทหารมาก่อน

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิม หลินหลันก็ได้รู้ว่าชายผู้นี้เคยเป็นถึงแม่ทัพมาก่อน แต่ทว่าเขาได้รับบาดเจ็บรุนแรงในสนามรบ ทำให้เขาไม่สามารถเดินได้อย่างปกติอีกต่อไป

และในสงครามครั้งนั้น นอกจากว่าจะทำให้เขาต้องเดินกะเผลกไปตลอดชีวิตแล้ว ยังทำให้เขาสูญเสียฮูหยินของเขาไปในสงครามครั้งนั้น เหลือเอาไว้เพียงบุตรสาวคนเดียวเท่านั้น

แม้ว่าจะเสียฮูหยินของเขาไปแล้ว แต่ทว่ายังโชคดีที่บุตรสาวของเขารอดมาได้ ทำให้ตอนนี้บุตรสาวของเขาเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงอย่างเดียวของเขา

และหลังจากที่ชนะศึกครั้งนั้นแทนที่เขาจะขอให้ฮ่องเต้ทรงประทานรางวัลให้อย่างแม่ทัพทั่วๆ ไป เขากลับขอตำแหน่งหัวหน้ากองปราบจากฮ่องเต้แทน ซึ่งตอนแรกฮ่องเต้ก็ทรงปฏิเสธ แต่หลังจากที่ทั้งสองได้พูดคุยกันแล้ว สุดท้ายฮ่องเต้จึงได้มีราชโองการออกมาให้แม่ทัพเฉินกลายเป็นหัวหน้ากองปราบเฉินแทน

เรื่องนี้ไม่มีผู้ใดทราบถึงเหตุผลว่าเพราะเหตุใด เขาจึงกระทำการเช่นนี้

ราชครูหลันพยายามที่จะป้องกันไม่ให้เฉินจื่อเยว่เข้าไปในจวนได้ หลินหลันเมื่อเห็นดังนั้นก็รีบเดินเข้าหาทั้งสองคนในทันที เพราะถ้ายิ่งนางหนี นางจะยิ่งน่าสงสัย

"ไต้เท้าเฉิน" หลินหลันย่อตัวลงทำความเคารพเฉินจื่อเยว่

หลินหลันมองชายตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกไป แต่ทว่าใบหน้าของนางนั้นกลับดูซีดเซียวอย่างมาก

ราชครูหลันเมื่อเห็นว่าหลินหลันเดินออกมาหน้าถึงจวนเช่นนี้ ทั้งยังมาเผชิญหน้ากับเฉินจื่อเยว่โดยตรงทำให้ความกลัวเข้าเกาะกุมจิตใจของราชครูหลันเป็นอย่างมาก เขาจึงพยายามที่จะไล่นางกลับเข้าไป

"หลินเออร์ออกมาทำไม กลับไปที่เรือนของเจ้าเสีย"

ขณะเดียวกันชาวบ้านเมื่อเห็นหลินหลันเดินออกมา พวกเขาก็เริ่มที่จะพูดคุยเสียงดังอื้ออึงไปทั่วบริเวณ แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงตะโกนด่าทอนางขึ้นมา พร้อมกับเริ่มที่จะขว้างปาสิ่งของใส่หลินหลัน

หลังจากนั้น ชาวบ้านคนอื่นๆ ก็เริ่มที่จะทำตามบ้าง พวกเขาด่าหลินหลันโดยที่ไม่ได้สนใจว่าหลินหลันนั้นเป็นบุตรสาวตระกูลใหญ่ตระกูลหนึ่งเสียด้วยซ้ำ ก่อนที่จะเริ่มมีคนขว้างปาข้าวของมายังหลินหลัน ทั้งผัก ผลไม้ ไข่ และของอื่นๆ ที่อยู่ใกล้มือชาวบ้านล้วนแล้วแต่ถูกปามาทางนี้โดยที่ไม่ได้สนใจเลยว่าคนจากกองปราบยังคงยืนอยู่ที่นี่

คนจากกองปราบพยายามที่จะห้ามปราม แต่ทว่าชาวบ้านนั้นมีมากจนเกินไป จนเริ่มที่จะคุมสถานการณ์ไม่อยู่

จนกระทั่งมีก้อนหินก้อนหนึ่งลอยเข้ามาเกือบจะกระแทกหน้าผากของหลินหลัน เฉินจื่อเยว่ที่ยืนอยู่ใกล้กันนั้นก็ปัดมันออกไปในทันทีก่อนที่มันจะกระแทกถูกหน้าผากของหลินหลัน

เมื่อเห็นสถานการณ์มันเริ่มจะเกินควบคุม เฉินจื่อเยว่ก็หันกลับไปตะโกนใส่ชาวบ้านทันที

"หยุดเดี๋ยวนี้ หากผู้ใดยังคงขว้างปาสิ่งของมาที่นี่อีก จะถือว่าขัดขวางการทำงานของกองปราบ และจะถูกเรียกตัวไปสอบสวนทันที"

สิ้นเสียงนั้นชาวบ้านที่กำลังขว้างปาข้าวของนั้น ก็หยุดชะงักกันไป

"ท่านมือปราบ นางฆ่าคนอย่างเลือดเย็นเช่นนั้น เหตุใดท่านจึงไม่จับนางเล่า" ชาวบ้านคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา ชาวบ้านคนอื่นๆ นั้นก็แสดงท่าทีเห็นด้วย

"ตอนนี้เรายังต้องสืบสวนกันเสียก่อน จนกว่าการสืบสวนจะสิ้นสุด นางก็ยังเป็นเพียงผู้ต้องสงสัยเท่านั้น" เมื่อเฉินจื่อเยว่พูดจบหลินหลันก็หันมองหน้าเขานิ่งๆ

ด้านเฉินจื่อเยว่เมื่อรับรู้ได้ถึงสายตาของหลินหลันเขาก็หันมองนาง ก่อนที่จะเห็นว่าสายตาที่นางมองเขาไม่เหมือนกับเด็กสาวที่ยังไม่ถึงวัยปักปิ่น มันเหมือนสายตาของคนที่ผ่านโลกมามากกว่านั้น

ทั้งท่าทางของนางขณะที่ถูกชาวบ้านสาปแช่งและขว้างปาสิ่งของเข้าใส่กลับดูสงบและเยือกเย็น

เฉินจื่อเยว่เองก็มีบุตรสาว แต่เขาค่อนข้างแน่ใจว่าหากเป็นบุตรสาวของเขาไม่มีทางที่จะยืนนิ่งให้คนด่าทอเช่นนี้ นางคงจะต้องมีการตะโกนด่ากลับไปบ้าง หรือหากเป็นเด็กสาวคนอื่นคงจะหน้าซีดตัวสั่นหรือร้องไห้ไปเสียแล้ว

ยิ่งในยามที่เพิ่งจะสูญเสียอดีตสาวใช้คนสนิทของตนไปเช่นนี้อีกด้วย

เมื่อเห็นว่าเฉินจื่อเยว่มองหน้าของตนนิ่ง หลินหลันจึงได้เอ่ยชวนเขาเข้าไปคุยในจวนแทน แต่เฉินจื่อเยว่กลับปฏิเสธ

"ขออภัยคุณหนูหลัน แต่ทว่าเราจำเป็นที่จะต้องนำตัวเจ้าไปสอบสวนที่กองปราบ"

เมื่อได้ยินคำว่า 'สอบสวน' หลินหลันก็รู้สึกกลัวขึ้นมา เพราะว่านางเคยเห็นในซีรีส์ย้อนยุคหลายๆ เรื่อง เวลาที่เขาจะทำการสอบสวนนั้น จะใช้วิธีการทรมานเพื่อให้รับสารภาพ แต่หลินหลันไม่อยากจะถูกทรมาน นางจึงพยายามที่จะหาเหตุผลที่จะทำให้นางไม่ต้องไปที่กองปราบในเวลานี้

"หากว่าท่านต้องการที่จะสอบสวนข้า สอบสวนในจวนได้หรือไม่เจ้าคะ" หลินหลันพูดกับเฉินจื่อเยว่เสียงเบาให้ได้ยินกันเพียงสองคน "ท่านก็เห็นว่าตอนนี้ชาวบ้านมารุมที่จวนเต็มไปหมด การที่จะฝ่าออกไปคงจะยากนะเจ้าคะ"

"ไม่ต้องห่วงคนของกองปราบจะช่วยคุ้มกันเจ้าได้" เฉินจื่อเยว่สังเกตเห็นว่าแวบหนึ่งสายตาของหลินหลันดูจะตื่นกลัว เขาจึงคาดเดาไปว่านางน่าจะกลัวว่าจะถูกชาวบ้านทำร้าย ระหว่างที่เดินทางไปกองปราบ

"บอกตามตรงนะเจ้าคะ ข้าไม่แน่ใจว่าคนของท่านจะปกป้องข้าได้ เพราะดูอย่างเหตุการณ์เมื่อครู่พวกเขายังคุมสถานการณ์แทบจะไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"

เฉินจื่อเยว่เห็นว่าไม่ว่าอย่างไรหลินหลันก็ไม่ยอมที่จะตามไปยังกองปราบ ทั้งเหตุผลของนางก็ยังฟังขึ้น เขาจึงยินยอมที่จะทำการสอบสวนหลินหลันที่จวนแทน โดยใช้ห้องหนังสือของราชครูหลันเป็นสถานที่ในการสอบสวน หลินหลันสั่งให้เจียงอวี้ไปยกน้ำชามาที่นี่

แม้ว่าตอนนี้เจียงอวี้จะออกไปแล้ว แต่ในห้องนั้นก็ยังคงมีสาวใช้ยืนอยู่อีกสองคนในห้อง ด้วยว่าการที่ชายหญิงจะอยู่ด้วยกันเพียงสองคนนั้นอาจจะนำพาให้เกิดข่าวลือขึ้นมาได้ โดยเฉพาะเมื่อหญิงคนนั้นยังคงตำแหน่งของว่าที่คู่หมั้นไท่จื่ออยู่ยิ่งไม่สมควร

ท่าทางของหลินหลันในตอนนี้ดูนิ่งสงบอย่างมาก ทั้งที่ตอนนี้นางถูกเพ่งเล็งว่าเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจจะฆ่าผิงหยู่ และทำให้สภาพศพของนางน่าสยดสยองยิ่งนัก

"ดูเหมือนว่าเจ้าจะคาดเดาเอาไว้แล้วว่าเจ้าจะต้องถูกสอบสวน"

หลินหลันที่กำลังนั่งนิ่งจนใกล้จะหลับอยู่นั้น เมื่อได้ยินเสียงของเฉินจื่อเยว่พูดขึ้นมาทำลายความเงียบก็สะดุ้งขึ้นในทันที

เมื่อคืนนี้นางได้นอนเพียงไม่กี่ชั่วยามเท่านั้น แม้ว่าหลินหลันในร่างเดิมนั้นจะเคยชินกับการนอนน้อยมาบ้างด้วยอาชีพที่เธอทำ แต่ทว่าร่างนี้ที่เป็นของหลันเหม่ยหลินนั้นไม่เคยที่จะต้องอดนอนมาก่อน ดังนั้นร่างกายของนางจึงรับไม่ไหว เมื่อต้องมานั่งอยู่เฉยๆ ในห้องที่มีอากาศถ่ายเทดีเช่นนี้ นางจึงเริ่มที่จะง่วงขึ้นมาเสียแล้ว

เฉินจื่อเยว่เห็นว่าหลินหลันสะดุ้งสุดตัว ก่อนที่จะหันมองเขาด้วยดวงตาที่เปลี่ยนไปจากเรียบนิ่งกลายเป็นสับสน ก่อนที่นางจะเริ่มเข้าใจสถานการณ์อีกครั้ง ดวงตานั้นของนางจึงเปลี่ยนเป็นใสกระจ่าง เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าแท้จริงแล้วนางไม่ได้นิ่งเฉยต่อสถานการณ์ตรงหน้า

แต่ทว่าเมื่อครู่ นางนั่งหลับ! หลับทั้งที่ยังลืมตาอยู่เสียด้วย!

"ขออภัยเจ้าค่ะ เมื่อครู่ไต้เท้าเฉินว่าอย่างไรนะเจ้าคะ"

"ไม่มีอันใด" เฉินจื่อเยว่ไม่ได้อธิบายอะไรเพียงแต่หัวเราะออกมาเบาๆ เท่านั้น เพราะว่าท่าทางของหลินหลันในตอนนี้ดูคล้ายกับบุตรสาวของเขาอยู่มากทีเดียว

แม้หลินหลันจะไม่เข้าใจว่าเขาหัวเราะสิ่งใดแต่ก็ไม่ได้ถามออกมา หลินหลันพยายามอดทนต่อกับความง่วงก่อนที่เจียงอวี้จะเดินเข้ามาพร้อมกับชุดน้ำชาในมือ

หลังจากที่เจียงอวี้ยกน้ำชาเข้ามาแล้ว เฉินจื่อเยว่จึงเริ่มต้นการสอบสวนในทันที

"เจ้าคงจะทราบเรื่องที่เมื่อยามเหม่า* มีผู้พบศพของอดีตสาวใช้ของเจ้าแล้วใช่หรือไม่"

"เจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาจากสาวใช้ของข้ามาแล้วเมื่อเช้าวันนี้" หลินหลันพูดโดยที่ยังคงสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม แต่ทว่าเฉินจื่อเยว่กลับสังเกตเห็นว่านางมีการแสดงอารมณ์ออกมาอยู่ช่วงครู่หนึ่งทางดวงตา

สายตาของนางในชั่วขณะนั้นดูเศร้าและเสียใจเป็นอย่างมาก

ซึ่งนั่นก็ทำให้เฉินจื่อเยว่รับรู้ได้ว่าความจริงแล้วหลินหลันนั้นไม่ได้เย็นชาเสียจนไม่แยแสสิ่งรอบข้าง ดูเหมือนว่านางจะเพียงแค่เก็บอารมณ์ของตนเองได้เก่งเสียมากกว่า

"เจ้ากับอดีตสาวใช้ประจำตัวของเจ้ามีเรื่องอันใดกัน เจ้าจึงได้ขับนางออกจากจวน"

"ผิงหยู่นางเป็นสาวใช้ประจำตัวของข้ามานาน แต่ทว่านางกลับไม่รู้จักสำรวมกริยาเลยแม้แต่น้อย ในวันที่ข้าขายนางออกไป วันนั้นข้าใช้ให้นางไปยกน้ำชามาให้ข้า แต่ทว่านางกลับรีบร้อนเสียจนชาทั้งกากระเด็นมาทางข้าเจ้าค่ะ แต่โชคดีที่เจียงอวี้สาวใช้อีกคนหนึ่งของข้าดึงข้าหลบได้ทัน ข้าจึงไม่เป็นอันใดมาก แต่เพราะว่าเรื่องแบบนี้มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น ทั้งข้ายังพบว่านางมีหีบเก็บทรัพย์สินจำนวนมากที่ข้าไม่ได้ให้นางเอาไว้เจ้าค่ะ คาดว่านางน่าจะไปขโมยมาจากเรือนของอนุจ้าวเจ้าค่ะ"

"เหตุใดเจ้าจึงคิดว่านางขโมยมาจากเรือนของอนุจ้าว"

"เพราะว่าข้าของในหีบนั้น นอกจากพวกตั๋วเงินและทองแล้ว ยังมีพวกเครื่องประดับมากมายเจ้าค่ะ ผิงหยู่ไม่ได้มีคนรักทั้งยังต้องดูแลมารดาที่ยังป่วยอีก ข้าจึงคิดว่าหากไม่ใช่ว่านางขโมยมาแล้วจะเป็นสิ่งใดได้อีกเล่าเจ้าคะ"

"เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่านางอาจจะรับสินบนจากผู้อื่น"

"สินบนหรือเจ้าคะ" หลินหลันแสดงสีหน้าตกใจออกไป "ไม่เลยเจ้าค่ะ เป็นไปไม่ได้หรอกเจ้าค่ะ ผิงหยู่น่ะหรือเจ้าคะ นางคงไม่..."

เมื่อเห็นว่าหลินหลันดูตกใจ เฉินจื่อเยว่ก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อ กลับเปลี่ยนไปถามเรื่องอื่นแทน

"เมื่อวานนี้ในยามห้าย** เจ้าอยู่ที่ใด"

"ยามห้ายหรือเจ้าคะ" หลินหลันครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ก่อนที่จะตอบออกมา "ในยามนั้นเหมือนว่าข้าน่าจะอยู่ที่เรือนของอนุจ้าวเจ้าค่ะ"

เฉินจื่อเยว่แปลกใจในคำตอบของนาง เพราะเขาคาดเดาว่านางน่าจะตอบว่านางนอนอยู่ในเรือนของนาง

"ดึกดื่นเช่นนั้น เจ้าไปทำอะไรที่เรือนของอนุจ้าว"

"ไต้เท้าอาจจะยังไม่ทราบเรื่อง เมื่อคืนนี้ที่เรือนของข้าเกิดเรื่องขึ้นเจ้าค่ะ ทุกคนในจวนจึงได้ไปรวมกันอยู่ที่เรือนของอนุจ้าวทั้งหมด"

แล้วหลินหลันก็เริ่มเล่าเรื่องที่อนุจ้าวนั้นยักยอกสินเดิมของฮูหยินเหลียนไป และนำของปลอมมาแทนที่ ทั้งยังเล่าเรื่องที่นางถูกจับได้ขณะที่พยายามจะขนย้ายทรัพย์สินพวกนั้นไปซ่อนเอาไว้ก่อน โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้อนุจ้าวกระทำไปโดยที่มีพ่อบ้านหลิวเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

"ท่านพ่อคาดว่าสอบสวนเรื่องราวจากทั้งสองให้เสร็จเรียบร้อยเสียก่อนจึงจะจะส่งตัวทั้งสองคนไปให้กองปราบ แต่ทว่ากลับเกิดเรื่องนี้ขึ้นมาเสียก่อน ตอนนี้ทั้งสองคนจึงยังถูกขังอยู่เจ้าค่ะ"

เฉินจื่อเยว่พยักหน้าให้หลินหลันก่อนที่จะครุ่นคิด หากว่าเหตุการณ์เป็นเช่นนี้แสดงว่าคนทั้งจวนนี้ต่างก็มีพยานยืนยันที่อยู่ของตนเองในช่วงเวลาที่คาดว่าผิงหยู่นั้นเสียชีวิต

ถึงแม้ว่าอาจจะคาดเดาได้ว่าหลินหลันอาจจะว่าจ้างคนให้ไปฆ่าผิงหยู่ แต่ทว่าลักษณะการฆ่าของนักฆ่านั้นแตกต่างจากพวกฆาตกรโรคจิตตรงที่ว่า นักฆ่าหากพวกเขามักจะจัดการกับเหยื่อในทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา หรือหากผู้ว่าจ้างสั่งให้ทรมาเหยื่อ พวกเขาก็จะจัดการตามนั้นแล้วค่อยฆ่า

ไม่มีใครที่อยากจะดึงดูดความสนใจผู้คน โดยการที่จัดการกับศพให้มีสภาพที่น่าเวทนาแล้วนำไปวางไว้ในพื้นที่ที่คนสามารถพบเห็นได้เช่นนี้หรอก

ในขณะที่ฆาตกรโรคจิตนั้นแตกต่าง หลายคดีที่ผ่านมา พบว่าฆาตกรโรคจิตหลายๆ คนนั้น ชอบที่จะดึงดูดความสนใจของผู้คนเข้ามา

หลังจากนั้นเฉินจื่อเยว่ก็ถามคำถามมาอีกมากมาย ตลอดเวลาที่ทำการสืบสวนหลินหลันก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ตอบคำถามตามที่เฉินจื่อเยว่ถามมาทั้งหมด

เฉินจื่อเยว่สอบสวนหลินหลันไปได้สักพักใหญ่ จนกระทั่งเขาไม่มีเรื่องที่สงสัยอยู่อีกจึงได้จบการสอบสวนในวันนี้ ก่อนที่จะเดินออกจากห้อง หลินหลันบังเอิญได้ยิน ไม่สิ เสี่ยวฝานบอกว่ามันได้ยินเฉินจื่อเยว่คุยกันลูกน้องว่าจะไปสอบสวนหลันเหม่ยอิงต่อ

"ไต้เท้าจะสอบสวนเหม่ยอิงหรือเจ้าคะ"

"ใช่ หลังจากที่ผิงหยู่ถูกขายออกจากจวนมาแล้วมีผู้พบเห็นว่าหลันเหม่ยอิงส่งคนออกมาช่วยเหลือผิงหยู่เอาไว้ ข้าจึงต้อง..." เฉินจื่อเยว่ชะงักไปเมื่อตนเองเผลอพูดเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการสืบสวนออกไปให้คนนอกฟัง โดยเฉพาะเมื่อคนนอกที่ว่านี้เป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยเสียด้วย เขาจึงกลบเกลื่อนโดยการขอตัวแล้วเดินออกไปจากห้องพร้อมกับลูกน้องของเขาในทันที

หลังจากที่เฉินจื่อเยว่เดินออกไปจากห้องหนังสือแล้ว ราชครูหลันก็เดินเข้ามาหาหลินหลันที่ยังคงยืนอยู่ในห้อง

"เป็นอย่างไรบ้างหลินเออร์" ราชครูหลันถามด้วยความกังวล

"ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ" หลินหลันยิ้มให้ราชครูหลันก่อนที่จะหันไปสั่งให้บ่าวสักคนหนึ่งไปตามตัวหลันเหม่ยอิงมาที่นี่แทน ก่อนที่หลินหลันจะพยายามปลอบใจราชครูหลันจนสุดท้ายเขาจึงยอมล่าถอย และรีบเดินทางไปยังราชสำนักแม้ว่าตอนนี้จะสายมากแล้วก็ตาม

________________________

*ยามเหม่า (5.00 - 6.59 น.)

**ยามห้าย (21.00 - 22.59 น.)

 

 

TALK

ตอนมารีไรต์ใหม่ หลิงเพิ่งเห็นว่าหลิงเขียนเรื่องที่ผิงหยู่ตายเอาไว้คร่าวๆเท่านั้น แทบจะไม่มีผลอะไรกับเนื้อเรื่องเลย ตอนที่รีไรต์เลยเติมเนื้อหาตรงนี้เข้าไปด้วยค่ะ

งั้นเดี๋ยวหลิงขอตัวกลับไปอ่านเปเปอร์ต่อก่อนนะคะ เดี๋ยววันจันทร์ไม่มีเนื้อหาไปพรีเซ้นน 5555

ปล. เนื่องจากว่านิยายเรื่องจะไม่ใช่นิยายสืบสวน เพราะฉะนั้นขั้นตอนการสืบสวนต่างๆ หลิงจะไม่ลงรายละเอียดมากนะคะ

ปล.2 เนื้อหาตรงนี้เป็นเนื้อหาที่เติมมาหลังจากรีไรต์ ดังนั้นชอบไม่ชอบยังไงก็ติชมกันได้นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.644K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,787 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #1777 Kakaka_Nest (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มีนาคม 2564 / 12:36
    คือดี ไรท์แต่งดีมาก ชั้นชอบ!!!
    #1,777
    0
  2. #1589 SChatama (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 15:50
    สนุกมากค่ะ พิมพ์ออกมาเป็นรูปเล่มแจ้งด้วยนะคะ
    #1,589
    1
    • #1589-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 11)
      3 มิถุนายน 2563 / 13:47
      ตอนนี้ยังไม่มีแพลนค่ะ แต่ถ้าจะทำแล้วจะแจ้งให้นะคะ 😊
      #1589-1
  3. #1573 ButterTown (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 21:37
    ตัวละครใหม่สินะคะ คุณเฉินกับลูกสาวจะได้มาออกอีกมั้ยเนี่ย! เนื้อหาตอนใหม่สนุกดีค่ะ ไม่เฉื่อยไม่รวบรัดเกินไปด้วย

    สู้ๆกับการพรีเซ้นงานนะคะ ขอให้ผ่านไปได้ด้วยดี
    #1,573
    1
    • #1573-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 11)
      28 พฤษภาคม 2563 / 09:41
      ขอบคุณนะคะ :D
      #1573-1
  4. #1561 KaitouKid1412 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2563 / 03:18
    เติมใส่เข้ามาใหม่สนุกมากเลยค่ะ ถ้าจำไม่ผิดหรือไม่ไปสลับกับเรื่องอื่นนี่ ก่อนรีไรท์อนุจ้าวตายในห้องทรมานแล้วหลังจากนั้นราชครูหลันก็ทำพิธีให้กลบข่าวใช่มั้ยนะคะ ถ้าใช่ล่ะก็แบบนี้สนุกกว่าจริง ๆ แหละค่ะ ตายแบบเก่าไม่สะใจเลย แบบนี้ดีกว่า คนรับรู้ความชั่วนางเยอะดี อุวะฮะฮ่า
    #1,561
    1
    • #1561-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 11)
      21 พฤษภาคม 2563 / 22:36
      ขอบคุณค่าา
      #1561-1
  5. #1560 Karaketsukhchwy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 20:05

    หวังว่าท่านอดีตแม่ทัพจะจับได้ว่านางอิงเป็นคนทำ และนางอนุกับพ่อบ้านที่เป็นชู้และวางยาฆ่าแม่และเมียของท่านราชครู จะถูกตัดสินโทษหนักๆนะจะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่าง ให้คนทำเลวๆได้ใจว่าทำแล้วได้รับโทษแค่นี้หรือ แล้วรีบมาต่อนะคะรอคะ
    #1,560
    0
  6. #1559 Nantanat_neung (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 08:16
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,559
    0
  7. #1558 Moo.chompoo (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 02:10
    จะจับฆาตกรได้มั้ยน้า
    #1,558
    0
  8. #1557 อณิลธิกา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2563 / 01:02
    ไรท์คะ ยังพิมพ์ผิดอยู่เลยค่ะ
    ถ้านางต้องหาร
    #1,557
    1
    • #1557-1 เผยหลิง(จากตอนที่ 11)
      17 พฤษภาคม 2563 / 02:05
      ขอบคุณค่ะ
      #1557-1
  9. วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 00:52
    เปิ่นกง ใช้เรียกแทนตัวเองขององค์หญิง ไท่จื่อเฟย ผญ เท่านั้น เปิ่นหวางใช้แทนตัวเองของอ๋อง หรืององค์ชาย เปิ่ไท่จื่อใช้แทนตัวเองขององค์รัชทายาท เจิ้นใช้แทนตัวเองของฮ่องเต้
    #1,190
    0
  10. #1078 bleachy_aoi (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2562 / 09:35
    ได้หมดขอแค่อ่านแล้วไม่งงก็พอจ้า
    #1,078
    0
  11. #483 stampalisa_1994 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 15:50
    แทนตัวเองว่าเปิ่นไท่จื่อค่ะเปิ่นกงจะใช่สำหรับองค์ชายเปิ่นหวางใช่สำหรับอ๋องค่ะ
    #483
    0
  12. #449 ณริสา 七夕 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2562 / 12:51
    ไท่จื่อใช้เปิ่นกงได้ค่ะ เพราะองค์รัชทายาทอยู่ตำหนักตงกง ดังนั้นจะใช้เปิ่นกง (อันนี้เรายืนยันจ้า) แต่ใช้เปิ่นไท่จื่อก็ถูกค่ะ

    ที่ไม่มีเคยเห็นเลยคือเปิ่นหวาง
    หากใช้เปิ่นหวางระดับองค์รัชทายาทจะเท่ากับอ๋องทั่วไปจ้า

    ข้อมูลจากเพื่อนที่เรียนเอกประวัติศาสตร์จีน(คนจีน100%)ค่ะ
    #449
    0
  13. #243 Xiao-ming (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 01:15
    อะไรก็ได้ค่ะ เพราะเราไม่ใช่คนจีน ไม่ได้อยากอ่านนิยายจีนเป๊ะๆอะไรเบอร์นั้น เลยไม่ซีเรียสอะไรมากมาย
    #243
    0
  14. #219 ParichatPhomtha (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 09:46
    ไท่จื่อ ใช้คำเเทนตัวเอง ว่า เปิ่นไท่จื่อ ค่ะ ไม่ใช่เปิ่นกง

    เปิ่นกงใช้ใน เชื้อพระวงศ์หญิง
    #219
    0
  15. #191 จุ้นจ้าน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 01:56
    แต่เปิ่นกงเห็นผู้หญิงเขาใช้กันนะคะ
    #191
    0
  16. #190 จุ้นจ้าน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 01:54
    เท่าที่ดูซีรี่ย์จีนมาก็เป็นไปตามที่ไรท์ไปหาข้อมูลได้จากพันทิพนั่นแหละค่ะ
    #190
    0
  17. #141 CL_Lovery-A (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 19:01
    รีบๆมาต่อนะคะ><
    #141
    0
  18. #139 NawaratBYE (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 14:10
    ฮันแน่!!!
    #139
    0
  19. #137 เล่งหมัว (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 13:01

    กำลังหนุกเลย555

    #137
    0
  20. #136 kittika2546 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 10:38
    รออออออออออ ชอบๆ
    #136
    0
  21. #135 Kunwanka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 06:51
    เรื่องนี้สนุกคร่า รออ่านอยู่นะคะ
    #135
    0
  22. #133 yinger2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 23:20
    รอจ้า 😍
    #133
    0
  23. #132 ziinaay (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 22:38
    รออัพค่ะ
    #132
    0
  24. #129 kulyasalin2 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 21:56
    ขอบคุณนะไรท์ที่ใส่ใจเหล่ารีดขนาดนี้ น่ารักกกกกกก เดี๋ยวรีดไปอ่านที่เพิ่มก่อนนะ

    อ่านมาเยอะเรื่อง ก็เห็นเค้าใช้เปิ่นไท่จื่อ,เปิ่นไท่จื่อเฟย(รัชทายาท) เปิ่นหวาง,เปิ่นหวางเฟย(อ๋อง) เปิ่นกง,เปิ่นกงจื่อ(องค์หญิงแต่จำไม่ได้ว่าใช่ต่างกันยังไง)
    #129
    0
  25. #127 เเมวนางฟ้า (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2562 / 20:53
    จากความเข้าใจที่อ่านมาหลายๆเรื่อง
    เปิ่น = ตัวข้าผู้เป็น....
    เปิ่นไท่จื่อ =ตัวข้าผู้เป็นรัชทายาท
    เปิ่นหวาง = ตัวข้าผู้เป็นอ๋อง/องค์ชาย(ใช้กับผู้ชาย)
    เปิ่นกง = ตัวข้าผู้เป็นองค์หญิง(ใช้กับผู้หญิง)
    #127
    0