ช่วยด้วย.....ผมต้องแต่งงานกับผู้ชาย (END) จบแล้วจร้า(ตีพิมพ์กับ สนพ.the y)

ตอนที่ 9 : แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

บทที่ 6

ร้านเค้กสายรุ้ง หอมหวานละมุน

     “ไหนมึงบอกว่าลูกสาวเจ้าของร้านนี้สวยไง ทำไมเป็นงี้ว่ะ” ผมมองไปรอบๆ ร้านเค้ก เจอแต่พนักงานที่เป็นผู้ชายอยู่เต็มร้านแถมยังมีท่าทางคล้ายผู้หญิงซะส่วนใหญ่

     “กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ะ สงสัยกูคงจำผิดร้านแน่เลย”

     “มึงนี่นะ กูอดดูเลย ของสวยๆ งามๆ เลย” ผมรู้สึกเซ็งชะมัด ไอ้คัตเตอร์มันพาผมไปผิดร้านหลายครั้งละ แต่ผมก็ไม่เคยจำ ดันมากับมันทุกรอบที่มันชวน

     “แฮะ... กูขอโทษ งั้นมึงก็ดูหน้าลาเต้แทนไปสิ หน้ามันก็หวานเหมือนผู้หญิงอยู่นะ”

               น้ำที่ผมกำลังกินแทบจะสำลักออกมา “แค่กๆ” มันพูดอะไรของมันออกมาเนี่ย หน้าอย่างไอ้ลาเต้เนี่ยนะ หวาน หน้ามันเหมือนคนไร้ความรู้สึกมากกว่า เวลามันยิ้มทีไร โคตรน่ากลัว

     “งั้นกูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ลาเต้ลุกออกจากโต๊ะไป

     “เฮ้อ ลุกไปสักที กูโคตรอึดอัด ไอ้คัตเตอร์ทีหลังมึงจะพูดอะไรออกมาปรึกษากูบ้างก็ดีนะ นี่มึงเป็นเพื่อนกูใช่เปล่าว่ะ”

     “เพื่อนมึงสิ กูก็พูดกวนไปงั้นแหละ มันสนุกดี555++”

     “ไอ้คัตเตอร์ สักวันกูจะต้องต่อยปากมึงจนได้”

     “ใจเย็นๆ สิเพื่อนรัก”คุยกับมันทีไรผมอารมณ์เสียทุกที


     “เค้กได้แล้วครับ” พนักงานวางจานเค้กลง ก่อนจะยืนยิ้มอยู่ตรงนั้น ท่าทางของเขาดูตุ้งติ้ง ส่งสายตาหยอดไปยังคีตะ ที่กำลังนั่งเถียงกับคัตเตอร์อยู่

     “เขายิ้มให้ใครวะ” ผมหันไปถามคัตเตอร์ที่กำลังจะตักเค้กเข้าปาก

     “ดูจากสายตาล่ะ เขามองมึงว่ะ”

     “มีอะไรหรือเปล่าครับ” ตอนนี้ผมรู้สึกขนลุกไปทั้งตัว ยิ้มเหมือนจะกินผมเข้าไปทั้งตัวแบบนั้นแหละ

     “มีแฟนยังจร้า พ่อหนุ่มสุดหล่อ” ผมสะกิดไปที่เอวไอ้คัตเตอร์ พร้อมกับส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปที่มัน

     “อ่อ เพื่อนผมมันมีคู่หมั้นแล้วครับ คนนั้นไงครับที่กำลังเดินมา” ไอ้คัตเตอร์ คำตอบของมันช่วยผมดีเหลือเกิน ผมแทบอยากจะฆ่ามันให้ตายไปจากตรงนี้

     “จริงหรอ”

     “ค...ครับ” ผมคงต้องตอบเอาตัวรอดไปก่อน ดูจากท่าทางแล้วถ้าผมไม่ตอบตกลงไป มีหวังเสร็จผู้ชายคนนี้แน่

     “เสียดายจัง อดกินเด็กเลย ดันมีคู่หมั้นจนได้ เฮ้อ” ผู้ชายตุ้งติ้งคนนั้นเดินจากไป ด้วยใบหน้าหมดอาลัยตายอยาก

     “มึงไม่จำเป็นต้องบอกความจริงก็ได้ป่ะ”

     “จะให้กูทำไงล่ะ ให้บอกเขาว่ามึงกับกูเป็นแฟนกันหรอ เขาคงจะเชื่อ”

     “เออๆๆ แต่ก็ยังดีว่ะ ที่เขาเชื่อแล้วยอมไป” ลาเต้เดินตรงมานั่งที่โซฟา ก่อนจะตักเค้กเข้าปากไป

     “ผู้ชายอะไรวะ ชอบกินเค้ก รสสตอเบอรี่” ผมพูดแขวะลาเต้ มันเงยหน้าขึ้นมามองผมก่อนจะแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย

     “ก็มันอร่อย ลองชิมสิ” มัน ตักเค้กที่จานของมัน ยื่นมาที่ปากของผม

     “กูไม่กิน” ผมเบี่ยงหน้าหนี

     “จะกินไม่กิน ถ้าไม่กินกูจะไปเรียกผู้ชายคนเมื่อกี้มาหามึงนะ” มันขู่ผมอีกแล้ว แถมมันยังรู้อีกว่าผมกลัวผู้ชายคนเมื่อกี้

     “เออ กินก็ได้ว่ะ” ผมจับที่แขนของมันก่อนจะดึงเค้กมากิน อย่างจำใจ

     “เฮ้อ เพื่อนกู มีป้อนกันด้วย กูล่ะอิจฉา” คัตเตอร์กระซิบที่หูของผม ผมหันไปมองหน้ามันด้วยความไม่พอใจ

     “เป็นไง อร่อยไหม”

     “ก็กินได้ แต่ของกูอร่อยสุด” ผมตักเค้กรสช็อกโกแลตของโปรดเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย โดยไม่สนใจใครทั้งนั้น

     “อยู่นิ่งๆ” ลาเต้ มันพูดสั่งผม

               อะไรของมันอีกว่ะ มาสั่งให้ผมอยู่นิ่งๆ มันจะทำอะไรผมในร้านเค้กเปล่าหรือเนี่ย ลาเต้หยิบทิชชูขึ้นมาก่อนจะยื่นมือมาเช็ดที่แก้มของผมอย่างนุ่มนวล สายตาของผมจ้องมันด้วยความตกใจ เค้กที่กำลังจะเข้าปากต้องหยุดชะงักลงทันที

                “แซะ” เสียงซัตเตอร์ถ่ายรูป ดังขึ้นมา ผมหันมองไปตามเสียง ไอ้เพื่อนตัวดีของผมมันกำลัง ดูรูปที่มันถ่ายอย่างหน้าระรื่น “เราก็ถ่ายรูปสวยเหมือนกันนะเนี่ย”

      “เมื่อกี้มึงทำไร”

     “ถ่ายรูปไง เอาไว้เป็นของขวัญมึงวันแต่งงาน 55++”

     “ไอ้คัตเตอร์ มึงลบเดียวนี้เลยนะโว๊ย” ผมพยายามกระชากกล้องออกมาจากตัวมัน พอกระชากมาได้ ผมรีบเปิดดูรูปในกล้องมันทันที

     “ไม่เห็นมีว่ะ”

     “กูลบไปแล้ว” ใช่ที่ไหนล่ะ เราแอบ บลูทูธรูปไว้ในโทรศัพท์เรียบร้อยแล้วต่างหากล่ะ

     “ลบให้มันจริงเถอะมึง อย่าให้กูรู้นะว่ามึงเอาลงโทรศัพท์มึงไปแล้ว”

     “ไม่มี๊”

     “ไม่มีพิรุธเลยเนอะ”

     “เออ นี่ก็เย็นล่ะกูขอกลับก่อนนะ ฝากจ่ายตังค์ด้วยนะคีตะ กูไปล่ะบาย”



               คัตเตอร์ก้มลงมากระซิบที่ข้างหูของผม “อย่าไปหวานกันให้มากล่ะ เดี๋ยวมดจะขึ้นเอา 55” มันเดินตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะยิ้มออกไปจากร้านอย่างหน้าระรื่น ไอ้เพื่อนเวร ปล่อยให้ผมอยู่กับมันจนได้

     “ยิ้มอะไรของมึงว่ะ” ผมหันไปต่อว่าไอ้ลาเต้ที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

     “เปล่า จะกลับยังอ่ะ นี่ก็เย็นแล้ว”

     “เออ กูฝากจ่ายตังค์พวกกูด้วยละกันนะ”

     “อืมๆ”



ลานจอดรถ

     “ทำไมเปิดไม่ออกว่ะ” ผมพยายามดึงประตูรถให้เปิดออกมา

     “เบาๆ ก็ได้มั่ง มานี้เดี๋ยวกูเปิดให้” ลาเต้ยืนอยู่ที่ข้างหลังของผม มือของมันมาจับที่เอวของผม ก่อนจะเอื้อมมืออีกข้างไปเปิดประตูรถ ผมหันหน้าไปมองมันด้วยความตกใจ ปากของผมดันไปโดนแก้มของมันอย่างจัง ผมได้แต่ยืนตัวเกร็งอยู่แบบนั้น ผมได้แต่ร้องคำว่า เชี่ยยยยดังๆในใจ


     “เอ่อ..กูว่าขึ้นรถดีกว่าเนอะ” อีกแล้วปากของผมไปโดนแก้มมันจนได้ ยี๋ขนลุกชะมัด ทำไมผมต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วยนะ ลาเต้ปิดประตูรถฝั่งผมก่อนที่จะเดินไปอีกฝั่ง แล้วเปิดประตูขึ้นรถมา

     “เมื่อกี้มึงรู้ไหม ทำไมถึงเปิดประตูไม่ออก”

     “ไม่รู้ว่ะ เพราะอะไรวะ”

     “กูยังไม่ได้กดรีโมทเปิดประตูเลยไง” แสดงว่าเมื่อกี้มันจงใจใกล้ชิดผมใช่ไหม ไอ้คนฉวยโอกาส ปากผมดันไปโดนแก้มมันอีก ยี๋ ผมพยายามเอาเสื้อนักศึกษามาเช็ดที่ปาก

     “ต้องทำขนาดนั้นเลย ว่าแต่ปากของมึงนุ่มดีนะ”

     “ไอ้.....” ตอนนี้ผมด่ามันไม่ออก ได้แต่นั่งจ้องหน้ามันด้วยความโกรธ อย่าให้ถึงทีผมบ้างนะ จะเอาให้พูดไม่ออกเลยคอยดู

     “555+++ มีความสุขจนพูดไม่ออกเลยสิ”

     “ความสุขห่าไรมึง หุบปากแล้วขับรถไปซะ”นี่ผมจะตกทนทุกข์ทรมานอยู่กับไอ้ลาเต้มันไปถึงเมื่อไรนะ เมื่อไรจะหมดเวรหมดกรรมจากมันไปเสียที



บ้านคีตะ

     “ถึงแล้ว คีตะ” ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินไอ้ลาเต้ตะโกนเรียก หน้าของมันชะโงกหน้ามามองหน้าผม

     “เฮ้ย มึงทำอะไรวะ” ผมผลักมันออกไป

     “ก็มึงไม่ยอมตื่นชะที กูปลุกหลายรอบล่ะ กว่าจะตื่น”

     “อ้าวหรอ งั้นกูรีบเข้าบ้านล่ะ” ค่อยโล่งอกไปหน่อยคิดว่ามันจะทำอะไรผมซะอีก ผมเปิดประตูรถกำลังจะก้าวออกมาด้วยความร้อนใจ

     “อ้าว ลาเต้เข้ามากินน้ำกินท่าก่อนสิ พี่มีเรื่องอยากจะคุยอะไรกับเราซะหน่อย” ไอ้พี่ชายตัวดี มันเดินมาเปิดประตูแล้วโผล่หน้าออกมา

     “ผมว่าพี่อย่าไปชวนมันเถอะ มันคงอยากกับบ้านแล้ว”

     “ได้นะครับ ผมก็ไม่รีบกลับเท่าไร” อะไรอีกว่ะเนี่ย ไอ้หมอนี่ดันเห็นดีเห็นงามกับพี่ผมอีก ผมว่านะพี่ชายของผมมันต้องมีแผนการอะไรอยู่แน่ๆ มันยิ่งไม่ใช่คนดีๆอยู่

               ไอ้ลาเต้เดินลงจากรถมา ก่อนจะเดินผ่านหน้าผมไปอย่างไม่สนใจ เฮ้อ....ผมไม่อยากจะคิดเลยว่าคืนนี้มันจะจบลงยังไง

     “พี่คิดจะแกล้งอะไรผมอีก”

     “เดี๋ยวมึงก็รู้ บอกตอนนี้ไม่สนุกหรอก” มันจะแกล้งอะไรผมอีกว่ะ ไอ้พี่ชายเฮงซวย มีพี่แบบนี้ไม่มีซะดีกว่า ผมเดินเข้าบ้านไปด้วยใบหน้าที่เคร่งเครียด เพราะไม่รู้ว่าพี่ชายของผมมันจะมีแผนการอะไรอีก

     “ลาเต้จร้า น้ามีการ์ดแต่งงานมาให้เราเลือก พอดีน้ากับแม่ของเราเลือกกันไม่ได้สักที” แม่ของคีตะยืนการ์ดแต่งงาน ออกมาให้ดู ทั้ง 2 แบบ ในการ์ดพิมพ์รายละเอียด ชื่อ,สถานที่จัดงาน,วันแต่งงาน ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

     “อันนี้ก็ดูสวยดีนะครับ แต่ดูเยอะไปหน่อย ส่วนใบนี้ดูเรียบๆ ไม่ดูหรูหราจนเกินไป ผมว่าใบนี้สวยดีนะครับ”

     “น้าว่าแล้วว่าลาเต้ต้องชอบอันนี้ งั้นเอาอันนี้เลยละกันนะจ๊ะได้สั่งพิมพ์เลย จะได้ทันวันงาน”

     “ครับ”ผมได้แต่นั่งดู มันเลือกการ์ด ด้วยความสบายใจ แม่ผมคงลืมไปแล้วแหละมั่ง ว่ามีผมเป็นลูก ถึงไม่ถามความคิดของผมเลย ว่าอยากได้แบบนั้นหรือเปล่า

     “พี่มีเรื่องอะไรจะคุยกับมันก็รีบคุยมาสิ นี่มันก็ดึกแล้ว มันจะได้กลับบ้านมันไป”

     “เออๆ ๆ กูจะถามเดี๋ยวนี้แหละ”

     “ลาเต้ มานั่งตรงนี้หน่อย”

     “ครับผม พี่เควินมีเรื่องอะไรจะคุยกับผมครับ” คราวนี้แหละ พอพี่ผมถามมันเสร็จมันจะได้รีบกลับบ้านมันไปสักที

     “เออจะถามว่า....พี่ลืมไปเลยว่าจะถามอะไร นี่ก็ดึกแล้วนอนที่นี้เถอะ” ผมหันไปมองหน้าพี่ความตกใจ มันคิดจะไม่ถามตั้งแต่แรก แล้วใช่ไหมเนี่ย

     “จะไปนอนได้ไง เสื้อผ้ามันก็ไม่มี ให้มันกลับไปนอนบ้านเถอะ” ผมพูดเอะอะโวยวายขึ้นมา

     “ไม่เป็นไร ใส่ของพี่ก็ได้ ดูตัวพี่กับตัวลาเต้ก็เท่ากันนะ” ไอ้พี่......ผมได้แต่นั่งรวบรวมสติของตัวเองไม่ให้โวยวายขึ้น เพราะโวยวายไปยังไง มันก็ไม่มีใครสนใจผมอยู่ดี

     “นั้นสิ นี่ก็ดึกมากแล้วให้ลาเต้ นอนนี่เถอะคีตะ” พ่อของผมเดินมาพูดช่วยสมทบพี่ผมอีกคน นี่วางแผนกันทั้งบ้านเลยหรอเนี่ย ดูเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียว ผมหันไปมองหน้าแม่ของผม ทำแววตาขอความช่วยเหลือ


     “แม่ว่า...นอนนี่เถอะ ห้องคีตะก็กว้างนอนได้สบาย แถมอีกอย่าง ทั้งสองจะได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้ แม่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ” แม่ ผมยิ่งซ้ำร้ายไปกันใหญ่ ทั้งบ้านมันจะมีใครเข้าข้างผมบ้างไหมเนี่ย โอ๊ยคีตะทำไมชีวิตต้องมาโดนอะไรแบบนี้ด้วย ครอบครัวก็ไม่รักแถมยังถูกจับแต่งงานอีก

     “ลาเต้ มึงไม่อยากนอนที่นี้ใช่ไหม” คราวนี้ก็เหลือไอ้ลาเต้คนเดียวแล้วสินะ ถ้ามันพูดว่ามันไม่นอน ก็ไม่มีใครมาบังคับให้มันนอนได้

     “ผมว่า นอนที่นี้ก็ดีเหมือนกันครับ อีกอย่างขับรถกลับบ้านดึกกลัวจะเป็นอันตราย” มันพูดก็ออกมาได้เนอะกลัวอันตราย เวลาที่โจรเห็นหน้าเวลามันยิ้มก็กลัวจนหัวหดล่ะ ไม่มีใครกล้าทำอะไรมันได้หรอก

     “งั้นดีเลย เดี๋ยวพี่จะพาเราขึ้นไปห้องคีตะมันนะ” พี่ของผมหันมายิ้มให้ผมอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม ใบหน้าของมันแฝงไปด้วยความชั่วร้าย ไอ้พี่ตัวดี นี่ยังเห็นผมเป็นน้องมันอยู่เปล่าว่ะเนี่ย อยากจะฆ่ามันให้ตายเลยโว๊ย

     คืนนี้เราจะต้องวางแผนให้คีตะกับลาเต้มันใกล้ชิดมากกว่าเดิมให้ได้ 555+++ ยิ่งคิดยิ่งสนุก

     ต้องจัดให้หนักๆ ซะหน่อยแล้ว (จาก เควิน พี่ชายสุดที่รักของคีตะ)



การที่ไม่มีใครเขาเข้าข้างเรา

บางทีมันก็น่าสงสารเหมือนกันนะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น