ช่วยด้วย.....ผมต้องแต่งงานกับผู้ชาย (END) จบแล้วจร้า(ตีพิมพ์กับ สนพ.the y)

ตอนที่ 2 : พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    21 พ.ค. 63

 

บทที่ 1

สนามบินแห่งหนึ่ง

 

ลาเต้

                สวัสดีประเทศไทย ผมไม่ได้กลับมาเหยียบที่นี้นานเท่าไรแล้วเนี่ยคิดถึงชะมัด ที่นี่ดูเปลี่ยนแปลงไปเยอะเลย ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาดี ผอมสูง เขามีใบหน้าที่เข้มขรึม ลากกระเป๋าเดินไปตามทาง สวัสดีผมชื่อว่า ลาเต้ พึ่งกลับมาจากต่างประเทศ ครอบครัวของผมย้ายไปอยู่ที่นั่นตั้งแต่ผมยังเด็ก พอดีครอบครัวของผมมีธุรกิจที่นั่น ที่กลับมาก็เพราะมีเรื่องบางอย่างที่ต้องทำ และต้องมาเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นี่ ที่สำคัญแม่กับพ่อผมหนีมาอยู่ที่ไทยได้ 2ปีแล้ว ผมเปลี่ยนไปมาก ตอนที่ผมเป็นเด็กทั้งตัวดำ อ้วน หน้าก็ไม่ดี ผมมักถูกแกล้งบ่อยๆ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนไปแล้ว กลายเป็นคนที่เข้มแข็งขึ้นและดูดีขึ้นในหลายๆ เรื่อง ใครที่แกล้งผมตอนเด็กผมจะแกล้งคืนให้หมด โดยเฉพาะไอ้หมอนั่นจะแกล้งให้เข็ดเลย

     ลาเต้ อยู่นี่พี่คนนี้ ชื่อว่ามิริน เขาเป็นญาติของผม ซึ่งก็เปรียบเสมือนเป็นพี่สาวคนหนึ่งที่ผมสนิทและไว้ใจอยากมาก ตอนที่อยู่ต่างประเทศเรามักจะติดต่อกันบ่อย ผมมีเรื่องอะไรที่ไม่สบายใจมักจะปรึกษาพี่เขาตลอด พี่เขาเป็นผู้หญิงที่สวย น่ารักคนหนึ่งเลยก็ว่าได้

     พี่มิริน สวัสดีครับผม สวัสดีพี่เขาไปพร้อมยิ้มด้วยความดีใจที่พี่เขามารับผม ผมหันไปดูซ้ายดูขวา

     พ่อแม่เธอไม่มาหรอกผมถอดหายใจออกมา ว่าแล้วพ่อแม่ของผมต้องไม่มารับผม นี่เราเป็นลูกคนเดียวนะไม่คิดถึงกันหน่อยหรอไง เฮ้อ

     เรารีบไปมหาวิทยาลัยกันเถอะ ต้องไปทำเรื่องการย้ายมาเรียนที่นี้อีกผมพยักหน้าตอบรับด้วยความเซ็งนิดๆ

 

 

คณะสัตวแพทย์ศาสตร์

                ผมกับพิ่มิรินได้ทำการย้ายที่เรียนโดยสำเร็จ ก่อนจะกลับบ้านต้องขอเดินสำรวจที่นี้สักหน่อย ผมเดินไปดูบริเวณรอบๆ ร่างของผมดันไปกระแทกเข้ากับใครบางคนอย่างจัง ร่างของชายอีกคนล้มกระแทกพื้นลงไปด้วยความแรง

     ขอโทษครับผมรีบขอโทษออกไป พร้อมกับยืนมือเข้าไปช่วย

     ขอโทษแล้วมันหายเจ็บหรอว่ะชายคนนั้นหันมามองหน้าผมด้วยความโกรธ พร้อมปัดมือผมออกไป เขาพยายามลุกขึ้นมา ก่อนจะเดินมาจ้องที่หน้าของผมด้วยสายตาที่เคียดแค้น ผมยืนมองหน้าชายคนนั้นด้วยความตกใจ ไอ้หมอนี่ทำไมมันหน้าตาคุ้นๆ จัง

     เฮ้ย คีตะเป็นอะไรไหมว่ะคัตเตอร์ วิ่งมาช่วยพยุงคีตะ

     ก็เจ็บดิว่ะถามได้คีตะ ยกแขนขึ้นมาดู ข้อศอกของเขาฟกช้ำมีเลือดฉิบออกมา

                ห๊ะ!! ไอ้หมอนี่มันคือคีตะ ที่เป็นคู่หมั้นของเราตอนเด็กนิ รู้สึกมันเปลี่ยนไปมากเหมือนกันนะเนี่ย ทั้งหน้าตาทรงผม ว่าแล้วทำไมมันคุ้นๆ งั้นดีละต้องแกล้งมันคืนให้สำเร็จ พูดหยอกให้มันปวดหัวเล่นดีกว่า เขายิ้มแบบมีเลห์เหลี่ยมออกมา

 

     ทีหลังก็เดินดีๆ สิ คีตะผมเริ่มเปิดประเด็น

     มึงรู้จักกูหรอไงว่ะ มาเรียกชื่อเล่นกูเนี่ยนั้นไง มันจำเราไม่ได้จริงๆ ด้วย ทีนี้สนุกแหละ 555

     มึงยิ้มอะไรของมึง มันตลกมากหรอว่ะ กูเจ็บนะเนี่ยมันเริ่มโมโหผมแล้ว

     เปล่านิผมทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ กวนๆ กลับไป

     มึงนี่นั้นไงมันจะยกมือมาต่อยผมแหละ คีตะ มึงไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว อย่ามีเรื่องกันเลยว่ะ

     งั้น ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ขอตัวก่อนละกันนะ ไปเถอะพี่มิรินผมเดินไปข้างๆ มัน ก่อนจะกระซิบที่ข้างหูของมัน

 

     ไว้เจอกันนะ คู่หมั้นผมเดินจากไป โดยไม่หันหลังกับไปมองว่าไอ้คีตะมันจะทำหน้ายังไงเมื่อผมพูดคำนี้ออกไป

     นั้นคู่หมั้นลาเต้ใช่ป่ะ งานดีนะเนี่ย หน้าตาดี แต่เสียดายปากเสียไปหน่อยมิริน

     ทำไม พี่ชอบหรอไง

     โอ๊ย ฉันไม่แย่งคู่หมั้นแกหรอก เดียวแกมาว่าฉันเอา ยิ่งแกจะต้องแต่งงานกับเขาอีกผมลืมเรื่องนั้นไปเลยว่าถ้าขึ้นมหาวิทยาลัยจะต้องแต่งงานกับไอ้คีตะนั้น ผมลืมไปได้งั้นเนี่ย วันนี้แกก็ต้องไปคุยเรื่องแต่งงานของบ้านคู่หมั้นแกนะ พ่อแม่แกบอกฉันไว้

     ครับ

                 ตอนนี้ ผมเริ่มรู้สึกตัวอะไรไม่ถูก การแต่งงานมันเร็วไปสำหรับผม ตอนที่ผมจะกลับมาพ่อกับแม่ผมบอกแค่คิดถึงผมอยากให้ผมกลับมาอยู่กับพวกท่านแค่นั้น พอมานึกถึงเรื่องการแต่งงานผมลืมนึกไปด้วยซ้ำ แต่ทำไงได้ล่ะผมก็ขัดใจพ่อกับแม่ไม่ได้ ก็ต้องยอมแต่งไปสินะ แล้วก็จะได้แก้แค้นไอ้คีตะนั้นด้วย เวลาที่มันทำหน้าเครียด สนุกดี

 

 

คีตะ

                เมื่อกี้ไอ้หมอนั้น มันพูดว่าคู่หมั้น มันรู้ได้ไงว่ะ ว่าผมมีคู่หมั้น มันคงไม่ใช่ไอ้ลาเต้ละมั่ง มันคงไม่เปลี่ยนไปมากขนาดนี้หรอก ใช่ ผมหลอนไปเอง มันต้องไม่ใช่สิ ไม่ใช่

     เฮ้ย มึงเป็นอะไรวะ เมื่อกี้กูได้ยินมันเรียกว่าคู่หมั้น หรือมันคือ..ผมรีบ หันไปปิดปากคัตเตอร์มัน

     มึงอย่าพูด แค่นี้กูก็ทำใจไม่ได้ล่ะ กูคงคิดมากไปมันคงไม่ใช่ไอ้นั่นหรอกผมพยายามหลอกตัวเอง ว่ามันคงไม่ใช่ไอ้ลาเต้คู่หมั้นของผมตอนเป็นเด็กแน่

     เออๆ ๆ กูว่าตอนนี้เราไปเรียนกันเถอะว่ะ

 

 

คณะศิลปกรรมศาสตร์

                ตอนนี้ผมไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรสักอย่างทั้งเจ็บแขน ทั้งคิดถึงแต่เรื่องของไอ้หมอนั้นที่มันพูดกับผมแบบนี้ ผมนั่งมองไปออกไปทางหน้าต่างด้วยอาการที่เหม่อลอย เรื่องราวในตอนที่ผมเป็นเด็กมันย้อนกลับมาอีกครั้ง

     คีตะ มึงจะกลับไหมบ้านอ่ะ นั่งเหม่ออะไรของมึงคัตเตอร์ มันมาสะกิดที่ไหล่ผม

     อ้าวเลิกแล้วหรอว่ะ งั้นกลับเถอะผมรีบลุกขึ้น พร้อมกับสะพายกระเป๋าเป๋เดินออกไปจากห้อง

 

 

บ้านคีตะ

                บ้านของผมเป็นบ้านสวนที่ดูร่มรื่น ครอบครัวของผมทำอาชีพค้าขายผลไม้ ส่วนมากพ่อกับแม่ของผมจะไปอยู่ที่บ้านสวนริมแม่น้ำอีกหลังหนึ่ง ผมกับพี่ก็เลยอยู่บ้านหลังนี้ 2 คน นานๆ ทีถ้าไม่มีธุระอะไรสำคัญพ่อกับแม่จะไม่กลับมาบ้าน ผมนั่งเล่นอยู่บนชิงช้าที่เป็นไม้ หน้าบ้านของผมเป็นประจำ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย

     คีตะลูก แม่กับพ่อกลับมาแล้วผมหันไปตามเสียงที่เรียก พ่อกับแม่ของผมเดินเข้ามาหาผมที่ชิงช้า ภายในมือถือถุงผัก ผลไม้,เนื้อหมู

     มีเรื่องอะไรสำคัญหรอครับ ถึงกลับมาบ้านได้ แล้วทำไมซื้อของมาเยอะแยะเลย ใครจะมาบ้านหรอครับ

     เป็นความลับจร้า แม่กับพ่อเข้าบ้านไปเตรียมของก่อนนะแม่กับพ่อของผม ปล่อยให้ผมยืนงงอยู่คนเดียว อะไรของเขาวันนี้มาแปลกซะมัด

 

 

ติ๊งต๋อง**!! เสียงอ๊อดหน้าบ้าน**

     ใครมากันนะ

 

 

(บางคนเปลี่ยนไปแค่หน้าตา แต่ภายในจิตใจไม่เคยเปลี่ยน)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น