ช่วยด้วย.....ผมต้องแต่งงานกับผู้ชาย (END) จบแล้วจร้า(ตีพิมพ์กับ สนพ.the y)

ตอนที่ 10 : ค่ำคืนที่แสนอลเวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 มิ.ย. 63

บทที่ 7

ห้องนอนที่แสนรักของคีตะ


     “ลาเต้ พี่เอาเสื้อผ้ามาให้” เควินพี่ชายตัวดีของคีตะ เดินหอบเสื้อผ้ามาอย่างพะรุงพะรัง

     “หอบมาซะอย่างกับมันจะมานอนที่นี้เป็นปีแบบนั้นแหละ” ไอ้พี่ชายตัวดีของผม มันยิ้มออกนอกหน้า ดูก็รู้ว่ามันไม่ได้มาดีแน่ๆ

     “ขอบคุณนะครับพี่เควิน ผมรู้สึกเกรงใจจัง” ไอ้นี่ก็อีกคน ยิ้มจนปากกว้างจนจะเห็นลิ้นไก่ละ มันจะมีความสุขอะไรขนาดนั้น นอกจากว่ามันจะหวังในตัวผม เฮ้ยไม่นะ นี่ผมจะเสียความเป็นชายให้กับมันคืนนี้หรอ ไม่ๆ ๆ ผมต้องระวังตัวไว้ให้มากกว่านี้ เอาเป็นว่าผมจะให้มันนอนข้างล่างไม่ให้ขึ้นมานอนข้างบนกับผมเด็ดขาด

     “คีตะ มึงนั่งพูดอะไรอยู่คนเดียวว่ะ” เควิน เดินมาหาคีตะที่นั่งอยู่เก้าอี้

     “เปล่านิ” ทั้งที่ในใจอยากจะด่าไอ้ที่ชายตัวดีเต็มทนแล้ว

     “คืนนี้กูขอให้มึงมีความสุขมากๆ นะ กูไปล่ะ” มันตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินเปิดประตูออกไปแล้วหันหน้ามายิ้มแบบเจ้าเล่ห์

     ความสุขบ้าอะไรของมึงว่ะ ไอ้พี่....อยากจะต่อยมันสักหมัดให้รู้แล้วรู้รอด มันจะได้ไม่ต้องพูดมาก ผมจ้องตามองเขม็งไปที่ไอ้ลาเต้ ที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอยู่บนที่นอนอันแสนรักของผมอย่างหน้าระรื่น

     “งั้นกูไปอ่านน้ำก่อนละกัน” ผมเดินไปหยิบผ้าขนหนู ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

               เฮ้อ..นี่ผมจะต้องนอนกับมันจริงๆ หรอเนี่ย ไอ้ลาเต้มันยิ่งไม่ใช่คนปกติอยู่ด้วย มันจะทำอะไรผม ผมก็ไมรู้ แบบนี้จะรับมือกับมันยังไงดี ผมถูสบู่ สระผม ยืนคิดไปเรื่อยๆ เอาไงดีนะ ผมล้างแชมพูก่อนจากหัว ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัว

               “เอ๊ะ ทำไมผ้าขนหนูมันนุ่มๆ จังว่ะ” ผมพยายามคลำหาผ้าไปเรื่อยๆ รู้สึกว่า...มันคล้ายๆ เหมือนกับ... ผมยืนตัวสั่นไปทั้งตัว “อย่าบอกนะว่ามันคือ” ผมค่อยๆลืมตา ขึ้นมาไปดู “ง...งู...งู” ผมร้องตะโกนลั่นไปทั่วบ้าน

     “เฮ้ย...เชี่ย งู....” ผมรีบเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยความตกใจ ร่างกายอันเปลือยเปล่าของผม ถูกไอ้ลาเต้จ้องมองด้วยความสนใจ ผมมองหน้ามัน สลับกับน้องชายของผม “ไอ้เชื่ย....” ผมตกใจคูณ 2 พร้อมกับเอามือมาปิดที่น้องชายของผมด้วยความตกใจ หนีเสือมาปะจระเข้ชัดๆ

     “เอานี่” มันส่งผ้าขนหนูมาให้ผม พร้อมกับหัวเราะเยาะเย้ยผม ผมรีบหยิบผ้าขนหนูจากมือมันมาพันที่เอวทันที น่าอายชะมัด ผมกลัวจนลืมหยิบผ้าขนหนูออกมา

     “เมื่อกี้....มึงไม่เห็นใช่ไหม” ผมพยายามฝืนกัดฟันพูด ด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ

     “เห็นดิว่ะ ว่าแต่ของมึงมันก็....” ไอ้ลาเต้มันมองลงไปที่น้องชายของผม พร้อมกับกลืนน้ำลาย แล้วหน้าทำหื่นกามมาที่ผม

     “ไอ้....เวร” มันเห็นน้องชายผมจนได้ โอ๊ยอยากจะหายไปตรงนี้ สถานการณ์แบบนี้มันไม่น่าจะเกิดขี้นกับผมด้วยซ้ำ ฮื่อๆ ๆ

     “เรื่องของเราเอาไว้ก่อนเถอะ ว่าแต่มึงตะโกนออกมาจากห้องน้ำทำไมว่ะ” เอ่อใช่สิ ผมลืมเรื่องนี้ไปเลย ที่ผมต้องออกมาจากห้องน้ำตัวเปลือยเปล่าแบบนี้ มันเป็นเพราะไอ้งูนั้น

     “งู มันอยู่ในห้องน้ำว่ะ มึงช่วยไปเอาออกได้ไหม” หน้าของผมตอนนี้ดูท่าทางซีดเซียวลงไปทุกที ยิ่งพูดคำว่างูเท่าไร มันยิ่งทำให้ผมหัวใจจะวายทุกครั้ง

     “ตัวออกใหญ่ ทำเป็นกลัวไปได้ว่ะ”

     “ก็กูกลัวงูนิ มึงไม่เป็นกูมึงไม่รู้หรอก มึงรีบไปจับมันออกจากห้องน้ำกูเร็วๆ เถอะขอร้องแหละ” ผมพยายามขอร้องมัน น้ำตาลูกผู้ชายของผม มันเริ่มซึมออกมาเต็มลูกตาแล้ว

     “ได้ ถ้ากูยอมไปเอาออกให้ กูสั่งอะไรมึงต้องยอมทำตามที่กูสั่งนะ” ตอนนี้ผมไม่มีทางเลือกแล้ว ผมคิดอะไรไม่ออกทั้งนั้น

     “ได้ กูตกลงจะทำตามทุกอย่างที่มึงสั่ง กูสัญญา”

               ในที่สุดมันก็ยอมทำตามที่ผมสั่งจนได้ 555 ไม่คิดว่ามันจะง่ายขนาดนี้ ต้องขอบคุณงูที่อยู่ในห้องน้ำ ที่ทำให้ผมได้พิสูจน์หัวใจของผมสักที ลาเต้ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เขาค่อยๆ เดินไปเปิดประตูห้องน้ำ ด้านคีตะก็รอดูอย่างใจจดใจจ่อด้วยความกลัว ตอนนี้เขายืนไปหลบอยู่มุมห้องด้วยความสีหน้าหวาดกลัว ลาเต้เดินจับงูออกมา ชูให้คีตะดู


     “กูก็คิดว่าตัวมันจะใหญ่กว่านี้ชะอีก” ลาเต้จับงูขึ้นมาโชว์ งูตัวนี้ขนาดเท่าแขนของลาเต้

     “ตัวไม่ใหญ่ห่าไร เท่าแขนมึงแล้วน่ะ มึงรีบเปิดหน้าระเบียงห้อง แล้วโยนมันออกไปซะ ตอนนี้กูเริ่มจะไม่ไหวละ” คีตะ ยืนขาสั่นอยู่หน้าประตูด้วยความกลัว งูมันมาจากไหนกันว่ะ อยู่บ้านนี้มาตั้งแต่เกิดยังไม่เคยเจองูสักตัว ต้องเป็นไอ้พี่ชายตัวดีของผมแน่ๆ ที่มันแอบมาปล่อย ว่าแล้วทำไมมันให้ไอ้ลาเต้นอนที่นี้แผนมันเป็นแบบนี้เองหรอ เล่นผมซะหัวใจวายเลยนะ ไอ้พี่เควิน.....ผมจะฆ่ามันให้ตายเลยคอยดูสิ

     “กูเอาออกไปแหละ”

     “ให้มันจริงนะมึง เดี๋ยวกลางคืนมันเลื้อยมาบนที่นอนกูมึงจะทำไง” ตอนนี้ผมรู้สึกกลัวไปทุกอย่าง ตั้งแต่เล็กจนโตก็มีแต่งูนี้แหละที่ผมกลัวมากที่สุด เพราะว่าตอนเด็กเคยโดนงูรัดขาในตอนไปเล่นกับเพื่อน จึงทำให้ผมกลัวมาตั้งแต่ตอนนั้น แล้วไม่อยากเข้าใกล้มันอีก

     “ไม่เชื่อ มึงก็มาดูเองสิ” ผมค่อยๆ เดินไปดูที่หน้าระเบียง ชะโงกหน้ามองไปข้างล่างบ้าน

     “ไม่มีแล้วจริงๆด้วย” ผมรู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก รอดตายจนได้ผม

     “งู..” ลาเต้ ตะโกนพูดขึ้น พร้อมกับเอาอะไรไม่รู้มาโดนที่ไหล่ของผม ผมตกใจร้องดังลั่นบ้านอีกครั้ง ก่อนจะหันไปหาลาเต้ด้วยความตกใจ!! ตุ๊บ!! ร่างของผมกับมันกระแทกลงไปยังบนที่นอน ผ้าขนหนูที่ผมพันอยู่แต่ก่อนต้องหลุดร่วงลงไป ร่างอันเปลือยเปล่าของผมกลับมาอีกครั้ง ผมจ้องมองหน้ามันด้วยความตกใจ มันคร่อมร่างของผมอยู่ข้างบน สายตาของผมกับมันประสานเป็นอันเดียวกัน ตึก...ตึก.....ทำไมหัวใจของผมมันเต้นแรงแบบนี้นะ หน้าของไอ้ลาเต้มันค่อยๆ ก้มลงมาที่หน้าของผม

     “มึงจะทำอะไรกูว่ะ” ตอนนี้ผมไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืนอะไรทั้งสิ้น เนื่องจากอาการตกใจที่เกิดขึ้นเมื่อกี้

     “ก็ทำอย่างที่มึงคิดไง” มันก้มลงมาจูบที่ปากของผม ผมหลับตาปี๋ คืนนี้ผมจะต้องตกเป็นของมันจริงๆ แล้วหรอเนี่ย ปากของมันเริ่มบรรเลงจูบอย่างนุ่มนวล มันค่อยๆ จูบผมแรงขึ้นเรื่อยๆ มันทำให้ความรู้สึกของผมตอนนี้เริ่มมีอารมณ์ร่วมมันไปกับมัน

     “กูเริ่มจะทนไม่ไหวแล้วว่ะ” ลาเต้จ้องมองมาที่หน้าของผม อย่างหื่นกาม มันค่อยๆ ลุกขึ้นออกจากตัวของผม พร้อมกับเอาผ้ามาคลุมให้ “กูเอาไว้ทำตอนแต่งงานดีกว่า เดี๋ยวมันจะไม่ตื่นเต้นเอา”

               ตอนนี้ผมเริ่มรู้สึกตัวเองแล้ว ว่าผมคิดอย่างไงกับมัน ยิ่งผมได้จูบมันอย่างดูดดื่มเมื่อกี้มันยิ่งอยากทำให้ผมมีอะไรกับมันเต็มที่แล้ว แต่จะทำยังไงได้ล่ะ ก็ผมยังไม่แต่งงานกับมันนิ ดันไปพูดกับมันไว้ว่าจะทำมากกว่าหมอแก้มหลังจากแต่งงานกันไปแล้วเท่านั้น เฮ้อ...ไม่น่าเลยผม.อดจนได้(ลาเต้)


               เฮ้อ รอดไปจนได้ผม เกือบจะเสียตัวให้มันจนได้ ตอนที่จูบกับมันเมื่อกี้ ทำไมผมต้องมีอารมณ์ร่วมไปกับมันอีก คีตะเฮ้ย... ตอนนี้ทำตัวไม่ถูกแล้ว นี่ผมเป็นอะไรของผมไปเนี่ย ไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อน ไม่ ผมต้องไม่รักมัน ท่องไว้สิ ผมเกลียดมันจะตาย

     “เออกูไปอาบน้ำก่อนละกันนะ”

     “เออ..ไปเถอะ” ผมพยายามนั่งคิดทบทวนตัวเอง ไม่ได้การละ ตอนนี้ผมต้องรีบไปใส่เสื้อผ้าใส่หนาๆ เพื่อที่มันจะทำอะไรผมไม่ได้ ผมรีบไปค้นตู้เสื้อผ้า พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าไปถึง 5 ตัว แบบนี้ผมคงปลอดภัยแล้ว ผมหาหมอนข้างมาปิดกั้นคั่นกลางระหว่างผมกับมัน

     “เรียบร้อยมันจะได้ไม่ต้องมารุกล้ำพื้นที่ของเรา”

               ลาเต้เดินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเดินตรงมายังที่นอน พร้อมกับเช็ดผมออกมาจากห้องน้ำ ด้วยใบหน้าที่แปลกใจ

     “มึงทำอะไรของมึงเนี่ย” คีตะหันไปมองหน้าลาเต้

     “ตาบอดหรอไงว่ะ ก็กั้นที่นอนไง”

     “มึงจะกั้นทำไม”

     “ถ้าไม่กั้น มึงจะยอมนอนข้างล่างป่ะ”

     “ไม่มีทาง กูจะนอนข้างบน”ผมว่าแล้วมันไม่ยอมนอนข้างล่างๆแน่ คงมีวิธีนี้ วิธีเดียวที่จะทำให้ผมรอดผมความหื่นของมันได้

     “งั้นกูก็จะกั้นไว้แบบนี้แหละ เดี๋ยวมึงจะทำกูแบบเมื่อกี้อีก กูยิ่งไม่ไหวใจมึงอยู่”ผมจะไม่ยอมให้มันเกิดเหตุการณ์แบบนี้เป็นครั้งที่2แน่

     “อ่อ..เมื่อกี้ที่เราจูบกันหรอ” ลาเต้ทำปากจูบ ออกมา กวนคีตะ

     “ไอ้บ้า มึงรีบนอนซะ พรุ่งนี้กูมีเรียนเช้า” ผมรีบหาผ้าคลุมโปงทันที ลาเต้เดินไปนั่งบนที่นอนพร้อมกับเอามือเปิดผ้าห่มของคีตะออกมา

     “ไม่ร้อนหรอว่ะ ใส่เสื้อผ้าซะเยอะเลย มึงกลัวกูอะไรหนักหนา”

     “ยุ่ง” ผมดึงผ้าห่มกลับมา

     “เอาน่ามึง เดี๋ยวอีกหน่อยพอแต่งงานกันไปเดี๋ยวมึงก็ต้องตกเป็นของกู ตอนนี้กูพยายามห้ามใจกูอยู่นะว่าไม่ให้ทำแบบนั้นกับมึง แต่ถ้าแต่งงานกันไปมึงไม่รอดแน่” ไอ้บ้าลาเต้ แต่งงานห่าไร กูจะต้องให้ไม่ได้แต่งคอยดูสิ จะเอาความเป็นชายออกไปจากตัวผมงั้นหรอไม่มีทางโว๊ย

     “ถึงแม้ว่า มึงอยากจะล้มเลิกงานแต่งนี้ไปก็เถอะนะ แต่ยังไงกูก็ไม่มีวันยอมล้มเลิกงานแต่งงานนี้ไปแน่นอน” ลาเต้พูดเสร็จก็ล้มตัวลงนอน

               ไอ้ลาเต้ มันอ่านใจผมออกไปซะทุกอย่างเลยหรอว่ะเนี่ย ผู้ชายอะไรหน้าด้านชะมัด ก็รู้อยู่ว่าผมไม่อยากแต่งงานกับมัน มันก็ยังจะดึงดันให้ผมแต่งจนได้ ไอ้หมอนี้มันพิลึกคนชะมัด



** “เสียงหายใจแรง"**

               มันนอนแล้วหรอว่ะเนี่ย ผมค่อยๆ เปิดผ้าห่มขึ้นมาดู มันนอนแล้วจริงด้วยแฮะ ถึงเวลาที่ผมต้องด่ามันสักที อัดอั้นมานานแล้ว ขอด่ามันตอนหลับเนี่ยแหละ

     ">“ไอ้ลาเต้ มึงคิดจะมาบังคับกูได้หรอไง พ่อแม่กูยังบังคับกูไม่ได้ นับประสาอะไรกับคนอย่างมึงว่ะ ไอ้ลาต้ำไอ้คนโรคจิต ประสาท ไอ้บ้าอำนาจ ไอ้ปากหมา ไอ้เลว......” ผมพูดด่ามันอยู่แบบนั้น ผมก็คงได้แต่ด่ามันตอนหลับเนี่ยแหละ  เฮ้อ สบายใจละ นอนดีกว่า ได้ด่ามันสักที รู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลย


ตอนเช้า

“เสียงนาฬิกาปลุก” ”

     “เช้าแล้วหรอว่ะเนี่ย” ผมค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมา “เฮ้ย ไอ้ลาเต้มึงมานอนฝั่งกูได้ไงว่ะ” ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่ตกใจ ร่างของผมลุกขึ้นโดยอัตโนมัติ

     “มึงแหกตาดูสิ มึงมานอนกับกูเองนะ” ผมก้มลงมองบนที่นอน หมอนข้างที่อยู่ข้างผมกลายเป็นไปอยู่ที่ผมนอนผมแทน

      “เอ่อว่ะ”ทำไมเมื่อคืนผมแทบจำอะไรไม่ได้เลยนะ

     “ทีมึงนอนกอดกูทั้งคืนกูยังไม่เห็นว่าอะไรมึงเลย”

     “ใครนอนกอดมึงว่ะ อย่ามาพูดมั่วๆ นะโว๊ย”

     “ก็มึงไง นอนละเมอมากอดกูจริง นี่หลักฐาน” ลาเต้ หยิบโทรศัพท์ที่อยู่บนโต๊ะ มาเปิดรูปคีตะนอนละเมอกอดให้ดู

     “เฮ้ย......จริงด้วยว่ะ” เวรเถอะดันนอนละเมอจนได้ผม แถมยังละเมอไปกอดมันทั้งคืนอีก ว่าแล้วทำไมหมอนข้างมันใหญ่ๆ แข็งๆ ยี่ผมทำไปได้ไงว่ะ

     “มึงลบรูปเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมพยายามจะกระชากมือถือออกมาจากมือของมัน

     “ไม่ลบโว๊ย กูจะได้มีข้อต่อรองกับมึง เมื่อไม่ทำตามที่กูสั่ง”

     “ไอ้ลาเต้ มึงจะบังคับกูไปถึงไหนกันว่ะ”


     “กูจะเลิกบังคับ ก็ต่อเมื่อมึงรักกูไง”ผมเผลอพูดออกไปจนได้ ไอ้คีตะมันคงไม่เข้าใจผมหรอกมั่ง

     “มึงพูดอะไรนะ รักอะไรของมึงว่ะ กูไม่ได้ยิน พูดดังๆ หน่อยได้ป่ะ” เฮ้อ...โล่งอกนี่ขนาดมันจะซื่อแล้วมันยังหูตึงอีก นี่ผมรักคนแบบนี้ไปได้ไงว่ะเนี่ย เฮ้อ

     “ไม่มีอะไร มึงรีบไปอาบน้ำเถอะ”


     “มึงไปอาบก่อนเลย กูค่อยอาบทีหลัง” ถ้าขืนผมเข้าไปอาบน้ำก่อนมัน แล้วไอ้พี่เควินมันแอบปล่อยงูใส่ห้องน้ำอีกล่ะ ผมจะทำยังไง

     “มึงจะไปไม่ไป” ลาเต้มันหันหน้ามาทางผม “ถ้าไม่ไป...กูอาจจะทนไม่ไหวแล้วทำต่อจากเมื่อคืนนะ” มันจ้องหน้าผมพร้อมกับเลียปากไปมา

     “ไอ้บ้ากาม กูไปอาบก่อนก็ได้ว่ะ” ผมรีบลุกออกไปจากที่นอน

               นอกจากงูที่ผมโคตรกลัวแล้ว ก็มีมันนี้แหละที่ผมกลัวมากที่สุด ผมจะรอดไปได้กี่วัน ที่จะไม่ตกเป็นของมันเนี่ย


               เฮ้อ...เกือบไปแล้วสิเรา แกล้งมันนี่สนุกจริงๆ ใครจะไปซื่อบื้อเท่ามันคงไม่มีอีกแล้วแหละ 555++ (ลาเต้)

ข้างล่างบ้าน

     “เมื่อคืนมัน 2 คนจะเป็นไงกันบ้างนะ เราอุตส่าห์แอบเอางูไปปล่อยไว้ในห้องน้ำ อย่าโกรธพี่เลยนะน้องรัก พี่ก็แค่ ทำตามที่พ่อแม่สั่งเท่านั้น 555+++ สะใจโว๊ย” (เควิน)



(คนซื่อกับคนเจ้าเล่ห์มักอยู่ด้วยกันได้)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น